กรมส่งเสริมการเกษตร ชวนเที่ยว ซื้อ และปั่นจักรยานชมธรรมชาติ

ไปกับเส้นทางสายลิ้นจี่แม่กลองกรมส่งเสริมการเกษตร เชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้าร่วมเส้นทางสายลิ้นจี่แม่กลอง ต้อนรับผลผลิตลิ้นจี่ฤดูแรกของปีนี้ พร้อมเลือกซื้อลิ้นจี่จากไร่และปั่นจักรยานชมความงามของจังหวัดสมุทรสงคราม

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการจัดกิจกรรมเส้นทางสายลิ้นจี่แม่กลองขึ้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นในระหว่าง วันที่ 5 เมษายน-5 พฤษภาคม 2561

สถานที่จัดกิจกรรมแบ่งเป็นสองประเภทคือ สถานที่จำหน่ายลิ้นจี่ 8 แห่ง ได้แก่ วัดอินทาราม วัดบางสะแก องค์การบริหารส่วนตำบลบางนางลี่ ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม ตลาดน้ำสามอำเภอ วัดเกาะแก้ว วัดบางกุ้ง และริมถนนพระราม 2 ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในพื้นที่โดยรอบ

และ สถานที่จัดกิจกรรมปั่นจักรยานเข้าสวนลิ้นจี่ 3 แห่ง ได้แก่ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ วัดสวนหลวง และวัดบางกุ้ง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ปั่นจักรยานชมสวนลิ้นจี่ ซื้อผลผลิตโดยตรงจากสวน และได้สัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของจังหวัดสมุทรสงคราม

“ลิ้นจี่ ของจังหวัดสมุทรสงครามนั้น คือลิ้นจี่พันธุ์ค่อมสมุทรสงคราม มีรสชาติหวาน เนื้อหนากรอบ มีสีขาวอมชมพู เนื้อแห้งไม่แฉะ จนถูกเรียกว่าเป็นของดีของจังหวัดสมุทรสงคราม ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะอากาศเย็นและอิทธิพลจากแม่น้ำแม่กลองที่ทำให้ตะกอนดินพัดมาทับถมกันกลายเป็นดินดอนปากแม่น้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ แบ่งเวลาการออกผลเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงแรก 1-10 เมษายน ช่วงที่สอง 11-30 เมษายน และช่วงที่สาม 1 พฤษภาคมเป็นต้นไป ลิ้นจี่จะออกผลในเวลาเช่นนี้ทุกปี จนทำให้เดือนเมษายนกลายเป็นเทศกาลประจำปีที่ควรมาเที่ยวของจังหวัดสมุทรสงคราม โดยปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีผลผลิตรวมจากทั้งสามช่วงประมาณ 3,000 ตัน” อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าว

เมื่อวันที่ 4 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แบบจำลองสภาพอากาศ (วาฟ-รอม) ของสถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร (สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) แจ้งว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศประเทศไทย สามารถยืนยันถึงบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจะแผ่ลงมาจากประเทศจีน โดยจะมีช่วงที่แผ่ลงมาลึกที่สุด วันที่ 6-7 เมษายนนี้ โดยจะเกิดการปะทะของลมตะวันออกเฉียงเหนือ กับลมใต้ และลมตะวันออกเฉียงใต้ ที่นำความชื้นเข้าไปสะสมตัวในประเทศไทยตอนบนในช่วงเวลานี้ ทำให้เกิดการยกตัวของลมและความชื้นรุนแรง ส่งผลให้เกิดพายุฤดูร้อนที่ค่อนข้างรุนแรง โดยจะเกิดฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง เกือบทั่วทั้งประเทศไทยตอนบน โดยเฉพาะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออาจมีลูกเห็บตกได้

วาฟรายงานด้วยว่า ทั้งนี้ในวันที่ 7 เมษายน ความกดอากาศสูงจะแผ่ลึกลงมาถึงภาคกลางและกรุงเทพมหานครและปริมณฑล คาดว่า จะเกิดฝนตกหนักในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทำให้เสี่ยงน้ำท่วมขังระบายไม่ทัน ในช่วงเช้าวันที่ 7 เมษายน

และหลังจากนั้น ในวันที่ 8 และ 9 เมษายน อุณหภูมิประเทศไทยตอนบนจะลดลง โดยเฉพาะ วันที่ 8 เมษายน อุณหภูมิทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และด้านตะวันออกของภาคเหนือ จะมีอุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล คาดว่าจะมีอุณหภูมิอยู่ในช่วง 23 องศาเซลเซียสหรือต่ำกว่า ซึ่งถือว่ามีอากาศเย็น

และจากการตรวจสอบไปยังศูนย์พยากรณ์อากาศระยะปานกลางแห่งยุโรป (European Centre for Medium Range Weather Forecasts หรือ ECMWF) พบว่า ECMWF ยืนยันการคาดหมายเช่นเดียวกับวาฟ แต่แบบจำลอง ECMWF คาดว่า อุณหภูมิ กรุงเทพมหานคร จะอยู่ที่ 21 องศาเซเซียส ดังนั้น สิ่งที่ชาวกรุงเทพฯ ต้องเตรียมตัวคือ เตรียมพร้อมรับมือกับฝนตกหนัก และอาจจะมีน้ำท่วมขังในเช้า วันที่ 7 เมษายน และการที่มีอุณหภูมิลดลงโดยฉับพลัน อาจจะทำให้เจ็บป่วยได้

สภาวิศวกรแนะเจ้าของบ้านเรือน 10 อย่าง สร้างความปลอดภัย ดูแลทรัพย์สินภายในบ้าน ก่อนออกเที่ยวสงกรานต์ให้สนุก ย้ำเตือนเดินทางขับรถในช่วงกลางวัน อย่าลืมเปิดไฟหน้ารถ ช่วยลดอุบัติเหตุได้ถึง 30%

นายพิชญะ จันทรานุวัฒน์ ประธานคณะทำงานส่งเสริมความปลอดภัยด้านอัคคีภัย สภาวิศวกร เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 นี้ สภาวิศวกรย้ำเตือนและขอให้ประชาชนท่านเจ้าของบ้านเรือนและทรัพย์สินคำนึงถึงความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญยิ่งคือการป้องกันเหตุอันเกิดจากเพลิงไหม้ที่ต้องดูแลใกล้ชิดอย่างสม่ำเสมอ เนื่องด้วยเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่อัคคีภัยป้องกันได้ เพียงแค่ใส่ใจไม่ประมาท

ดังนั้น ช่วงเทศกาลวันหยุดนี้จะมีความสุขได้เต็มที่ปราศจากความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้โดยขอให้ปฏิบัติก่อนออกจากบ้าน ดังต่อไปนี้

1. ตัดวงจรไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นหรือปิดสวิตช์ ปิดพัดลม และดึงปลั๊กไฟฟ้าออกจากเต้ารับไฟฟ้าออกให้หมด หรืออาจเหลือให้น้อยที่สุด เช่น ตู้เย็น อุปกรณ์รักษาความปลอดภัย และปั๊มลมตู้ปลา (ถ้ามี)

2. ปิดก๊าซหุงต้มที่หัวถังให้สนิท (ระวังก๊าซที่ค้างในท่ออ่อน แนะนำให้จุดเตาไฟก่อนแล้วค่อยปิดที่หัวถัง) 3. ตรวจสอบธูปเทียนที่จุดไว้ ดับให้หมด

4. หญ้าแห้งรอบๆ บ้านควรตัดให้สั้นและนำไปกำจัดหรือทิ้งให้เรียบร้อย เหตุเพลิงไหม้สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาแม้กระทั่งขณะสมาชิกในครอบครัวยังอยู่อาศัยในบ้าน ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืนขณะที่ทุกคนกำลังนอนหลับ ซึ่งความสูญเสียอาจจะรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

นายพิชญะกล่าวอีกว่า ในด้านของวิศวกรจึงอยากแนะนำการดูแลบ้านอยู่อาศัยให้ปลอดภัยทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน 10 ประการ ดังต่อไปนี้ 1. ติดตั้งอุปกรณ์เตือนควันไฟ (Smoke Alarm) ที่โถงหน้าห้องนอน และในห้องนอนทุกห้อง

2. ทุกห้องนอนต้องมีทางหนีไฟสำรองเสมอ เช่น หน้าต่าง ประตู ระเบียง ถ้ามีเหล็กดัดต้องเปิดได้จากด้านในเสมอ

3. ก่อนนอนหรือก่อนออกจากบ้าน ต้องปิดสวิตช์และดึงปลั๊กไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นออก

4. ปลั๊กไฟพ่วง ต้องไม่เสียบซ้อนกันหลายชั้น และต้องมีคุณภาพดี 5. ก่อนนอนหรือก่อนออกจากบ้าน ต้องปิดก๊าซหุงต้มที่หัวถังให้สนิท

6. ก่อนนอนหรือก่อนออกจากบ้าน ต้องตรวจสอบธูปเทียนที่จุดไว้ ต้องดับให้หมด

7. สมาชิกในบ้านต้องทราบหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน สถานีดับเพลิงที่ใกล้เคียง หรือหมายเลขแจ้งเหตุเพลิงไหม้ 199

8. ควรวางแผนและซ้อมหนีไฟ และให้เก็บกุญแจบ้านและไฟฉายในที่ที่เหมาะสมและบอกให้สมาชิกในบ้านทราบ

9. ให้มีเครื่องดับเพลิงแบบมือถือ

10. อุปกรณ์ไฟฟ้าและการเดินสายไฟ ต้องมีมาตรฐานรับรอง

นายไกร ตั้งสง่า อุปนายกสภาวิศวกร เปิดเผยอีกว่า นอกจากนี้สภาวิศวกรขอแนะนำให้ดูแลตรวจสภาพรถอย่างละเอียดให้พร้อมก่อนออกเดินทาง และเปิดไฟหน้ารถระหว่างขับรถเดินทางในช่วงกลางวัน เพราะว่าการเปิดไฟหน้ารถช่วยทำให้คนอื่นเห็นท่านในทุกสภาพอากาศและเวลา เนื่องจากศึกษาแล้วว่าการเปิดไฟหน้ารถช่วยลดอุบัติเหตุในระหว่างการขับขี่ได้ถึง 30%

วันที่ 3 เม.ย. ร.ต.อ.เนรมิตร พงษ์สาลี รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองจันทบุรี ได้รับแจ้งจาก นายคำรน พานิชรัตน์ อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5/5 หมู่ 10 ต.แสลง อ.เมือง จ.จันทบุรี เจ้าของสวนผลไม้ ว่ามีคนร้ายได้เข้ามาขโมยตัดลูกขนุนแก่ใกล้เก็บเกี่ยวภายในสวน แต่รถเกิดไปติดหล่มจึงหนีไม่รอด ก่อนที่ตน ผู้ใหญ่บ้าน และญาติๆ ช่วยกันจับตัวไว้ได้ จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบ นายคำรน ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับคุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุขโมยตัดลูกขนุนไว้ ทราบชื่อคือ น.ส.แสงเดือน อรัญวาศรี อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่ 7 ต.ทุ่งควายกิน อ.แกลง จ.ระยอง โดยพบรถกระบะนิสสัน สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน บร-751 ระยอง อยู่ในสภาพล้อฝั่งซ้ายติดหล่มอยู่คาร่องข้างถนน ที่ท้ายกระบะมีขนุนอยู่จำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ ยังพบว่ามีขนุนที่ตัดไว้รอขนย้ายวางอยู่เกลื่อน รวมแล้วกว่า 60 ลูก มูลค่าประมาณ 20,000 บาท

จากการสอบสวน น.ส.แสงเดือน ให้การรับสารภาพโดยอ้างว่า ได้ขับรถคันดังกล่าวมาจาก จ.ระยอง เพียงคนเดียว โดยที่เลือกเข้ามาขโมยสวนแห่งนี้ เพราะว่าก่อนหน้าเคยมากับคนที่รู้จักกัน และสังเกตเห็นว่าภายในสวนมีลูกขนุนเป็นจำนวนมาก จึงได้วางแผนขับรถเข้ามาขโมย โดยใช้แสงไฟจากโทรศัพท์มือถือและใช้มีดพกสั้นที่เตรียมมาตัดลูกขนุนเตรียมขนขึ้นรถ แต่มาพลาดท่าขับกระบะติดหล่มร่องข้างทาง ก่อนจะมาถูกเจ้าของสวนจับได้ในที่สุด

ขณะที่ นายนิวัฒน์ชัย พานิรัตน์ อายุ 60 ปี ญาติเจ้าของสวนและเป็นผู้ที่มาพบคนแรก ให้การว่า ขณะที่ตนกำลังจะไปกรีดยางพารา ระหว่างทางได้พบกับ น.ส.แสงเดือน กำลังพยายามนำอุปกรณ์มายกรถกระบะขึ้นจากร่องข้างทาง จึงเดินเข้าไปสอบถามว่ารถเป็นอะไร แต่ น.ส.แสงเดือน กลับมีพิรุธ ประกอบกับไม่เคยคุ้นหน้าจึงเริ่มเห็นผิดสังเกต เนื่องจากเป็นเวลาเช้ามืด สอดคล้องกับขณะที่ตนขี่รถผ่านมา พบลูกขนุนวางกองอยู่ริมข้างทางเป็นจำนวนมาก จึงรีบโทรศัพท์สอบถามกับนายคำรน ให้รีบมาดูว่ารู้จักหรือไม่ กระทั่งรู้ว่าเป็นคนร้ายจึงแจ้งตำรวจมาจับกุมดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว น.ส.แสงเดือน ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่โรงพัก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาลักทรัพย์ในยามวิกาล โดยใช้รถกระบะเป็นพาหนะ พร้อมกันนี้ได้ฝากประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือเกษตรกร หรือผู้ประกอบการรับซื้อผลไม้ ให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาเรื่องการลักขโมยในระยะนี้เป็นพิเศษ ซึ่งหากพบผู้ต้องสงสัย หรือผู้ที่มีท่าทีพิรุธ ให้รีบแจ้งตำรวจได้ทันที ที่หมายเลข 191 ตลอด 24 ชั่วโมง

มะม่วง ขึ้นแท่นพืชเศรษฐกิจทั่วไทย เผยผลไม้ยอดนิยม “จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลี” ออเดอร์ส่งออกพุ่ง “แปดริ้ว” เผยปีที่ผ่านมาโกย 900 ล้าน หนุนขึ้นทะเบียน GI พันธุ์น้ำดอกไม้-ขายตึก ด้านอุดรธานี เพิ่มดีกรีแปรรูปเพิ่มมูลค่าพร้อมสนับสนุนเพิ่มพื้นที่ปลูกอีก 10 อำเภอ ส่วน “พิษณุโลก” ชี้ “น้ำดอกไม้สีทอง-น้ำดอกไม้เบอร์ 4” ฮิต หัวหอกโกยพันล้าน “ขอนแก่น” ไม่น้อยหน้า หนุนปลูกโรดโชว์ที่โตเกียว

เป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “มะม่วง” นอกจากการบริโภคในประเทศแล้ว ผลผลิตที่ออกมาทั้งในฤดู นอกฤดู ยังสามารถส่งออกได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ และมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นางดวงเดือน สมวัฒนศักดิ์ เกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้เริ่มมีออเดอร์จากต่างประเทศเข้ามาประมาณ 1,000 ตัน โดยตลาดหลัก คือ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ รวมทั้งเวียดนาม โดยมะม่วงสุกพันธุ์น้ำดอกไม้สีทองและน้ำดอกไม้เบอร์ 4 ส่งไปจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ขณะที่มะม่วงดิบพันธุ์เขียวเสวย ฟ้าลั่น ส่งออกไปเวียดนาม ซึ่งปีที่ผ่านมามียอดส่งออกรวม 1,900 ตัน มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท นอกจากนี้จังหวัดกำลังยื่นขอขึ้นทะเบียน จีไอ หรือสินค้าผลไม้ที่ได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (geographical indications : GI) มะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้ และขายตึกด้วย

ด้านตลาดในประเทศ 90% ส่วนใหญ่เป็นการขายภายในจังหวัด บริเวณถนนเส้น 304 อ.บางคล้า ขณะที่จังหวัดได้เข้ามาส่งเสริมด้านการตลาด ด้วยการนำผลผลิตไปจำหน่ายที่ห้างสรรพสินค้าต่างๆ การจัดงานประจำปี ได้แก่ งานมะม่วงและของดีอำเภอบางคล้า อำเภอพนมสารคาม และงานวันมะม่วงและของดีเมืองแปดริ้ว ปีนี้จัดขึ้น วันที่ 30 มีนาคม-8 เมษายน 2561 รวมถึงการเจรจากับตลาดไท เพื่อส่งผลผลิตมะม่วงไปจำหน่าย

โดยแหล่งปลูกมะม่วงที่สำคัญของ จ.ฉะเชิงเทรา อยู่ที่ อ.บางคล้า อ.พนมสารคาม อ.คลองเขื่อน อ.ราชสาส์น และ อ.แปลงยาว รวมพื้นที่ปลูกประมาณ 28,000 ไร่ เกษตรกร 7,300 ราย และได้มาตรฐานการผลิตพืชตามระบบเกษตรดีที่เหมาะสม หรือ good agriculture practices (GAP) 57 ราย พันธุ์ที่ปลูกหลักๆ ได้แก่ แรด เขียวเสวย น้ำดอกไม้สีทอง น้ำดอกไม้เบอร์ 4 ขายตึก และมันทะวายเดือน 9 ผลผลิตออกมากเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 75-80% ซึ่งราคานอกฤดูกาลจะสูงกว่าในฤดูเกือบ 50% ปีที่ผ่านมาสร้างมูลค่ารวมประมาณ 900 ล้านบาท

นายฐานวัฒน์ ธนาธัญญพิชญ์ เกษตรจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า ผลผลิตมะม่วงของอุดรธานีขณะนี้ นอกจากจะมีการส่งออกผลผลิตไปยัง สปป.ลาว ญี่ปุ่น จีน เกาหลี เวียดนาม และรัสเซีย พันธุ์ที่ได้รับความนิยม คือ น้ำดอกไม้สีทอง น้ำดอกไม้เบอร์ 4 ล่าสุดเกษตรกรได้ร่วมมือกับตัวแทนจำหน่ายเกาหลีส่งออกมะม่วงเสียบไม้ นอกจากนี้ เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภคและเพิ่มการขายให้มีมากขึ้น จังหวัดได้ติดต่อประสานงานให้เกษตรกรไปจัดแสดงสินค้าและจำหน่ายผลผลิตทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ส่วนตลาดในประเทศ เช่น ตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดเมืองทองเจริญศรี ขณะเดียวกันก็มีการส่งเสริมให้เกษตรกรแปรรูปมะม่วงเพื่อจำหน่ายมากขึ้น อาทิ ไอศกรีม มะม่วงแช่อิ่ม วุ้นมะม่วง

นอกจาก อ.หนองวัวซอ ที่เป็นแหล่งปลูกสำคัญแล้ว จังหวัดยังส่งเสริมให้เกษตรกรอีก 10 อำเภอ ขยายฐานการปลูกมะม่วง อาทิ อ.กุมภวาปี นายูง น้ำโสม ทุ่งฝน ไชยวาน เป็นต้น และได้จัดโครงการพัฒนาการผลิตมะม่วงอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการนำผู้เกี่ยวข้องเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี และสหกรณ์ชมรมสวนมะม่วง จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อนำกลับไปพัฒนาการผลิตมะม่วงให้ได้คุณภาพและมาตรฐานการส่งออก ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

ขณะที่ นายวิมล สุระเสน นายอำเภอหนองวัวซอ จ.อุดรธานี กล่าวเสริมว่า อ.หนองวัวซอ มีพื้นที่ปลูกมะม่วงเป็นอันดับ 1 ของอุดรธานี หลักๆ อยู่ ต.อูบมุง และ ต.กุดหมากไฟ มีพื้นที่ 5,893 ไร่ เกษตรกร 455 ครัวเรือน พันธุ์ที่นิยมปลูก ได้แก่ น้ำดอกไม้สีทอง น้ำดอกไม้เบอร์ 4 ฟ้าลั่น แก้ว เพชรบ้านลาด สามฤดู (โชคอนันต์) ผลผลิตออกตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-มิถุนายน แต่ละปีจะมีผลผลิตประมาณ 6,297 ตัน/ปี เฉลี่ย 1,250 กิโลกรัม/ไร่ ที่ผ่านมามีการส่งออกมะม่วงสดไปต่างประเทศ 270 ตัน คิดเป็น 10% มูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท

นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร เกษตรจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า สำหรับตลาดมะม่วงของพิษณุโลก นอกจากจะมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อเพื่อนำไปกระจายยังตลาดไท ตลาดสี่มุมเมืองแล้ว ผลผลิตส่งที่ได้จำนวนหนึ่งมีการส่งออกไปจำหน่ายที่ญี่ปุ่น เกาหลี จีน ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม และยุโรป คาดว่ามูลค่าการส่งออกปี 2559/2560 มากกว่า 1,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 40-50% ของผลผลิตรวมทั้งหมด

โดยปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกมะม่วง 169,682 ไร่ กว่า 95% หรือ 97,622 ไร่ ปลูกพันธุ์น้ำดอกไม้สีทองและน้ำดอกไม้เบอร์ 4 และปลูกมากที่ อ.เนินมะปราง และวังทอง มีเกษตรกร 7,513 ครัวเรือน มะม่วงของพิษณุโลกจะออกตั้งแต่ช่วงมกราคม-มีนาคม เฉลี่ยราคาในประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 20-30 บาท/กิโลกรัม ส่วนส่งออกราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 80-100 บาท/กิโลกรัม

นายศิลป์ชัย ตระกูลทิพย์ ประธานชมรมผู้ปลูกมะม่วง อ.เนินมะปราง กล่าวว่า ปี 2560 พิษณุโลกส่งออกมะม่วงไปต่างประเทศประมาณ 4 หมื่นตัน รวมมูลค่าอยู่ในหลักพันล้านบาท เฉพาะในอำเภอเนินมะปรางที่มีพื้นที่กว่า 8 หมื่นไร่ มีมูลค่าการขายในประเทศและส่งออกประมาณ 1,600 ล้านบาท

“ตอนนี้มีผลผลิตมะม่วงออกมาในตลาดมากขึ้น และทำให้ราคาตกลง และคาดว่าปีนี้มะม่วงพิษณุโลกจะมีออเดอร์ลดลง” นายศิลป์ชัย กล่าว

นายสมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ตามยุทธศาสตร์การส่งเสริมอาชีพขั้นพื้นฐานของจังหวัด ขณะนี้จังหวัดได้ส่งเสริมให้ประชาชนปลูกมะม่วงเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้น เช่น อ.บ้านแฮด จากที่ผ่านมา สามารถส่งออกผลผลิตที่ได้ไปเกาหลี ญี่ปุ่น และขณะนี้จังหวัดอยู่ระหว่างการเตรียมจะพากลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ผลิตมะม่วงของอำเภอบ้านแฮดไปเปิดตลาดที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ขณะนี้ได้ประสานงานกับเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโตเกียวแล้ว โดยงานจะมีในช่วง วันที่ 12-13 พฤษภาคมนี้

วันที่ 4 เมษายน นายวรพจน์ คุณาวิวัฒนางกูร นักอุตุนิยมวิทยาชำนาญการพิเศษ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ กล่าวว่า ลักษณะอากาศทั่วไปในช่วง วันที่ 5-7 เมษายนนี้ บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตก รวมทั้งมีฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมที่จะเกิดขึ้น ซึ่งบริเวณความกดอากาศสูงระลอกใหม่กำลังแรงจากประเทศจีน จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ประกอบกับคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนผ่านบริเวณประเทศไทยตอนบน โดยบริเวณพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วง วันที่ 4- 5 เมษายน จะมีอากาศร้อนกับมีฝนฟ้าคะนอง 40-60% ของพื้นที่ ส่วนในช่วง วันที่ 6-7 เมษายน จะมีอากาศร้อนกับมีฝนฟ้าคะนอง 60-70% ของพื้นที่

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง หรือพายุฤดูร้อน และลมกระโชกแรง หรือวาตภัย สำหรับเกษตรกรควรระมัดระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

เมื่อเวลา10.00 น. วันที่ 4 เม.ย. ที่ สน. มีนบุรี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เดินทางมาตรวจเยี่ยมพร้อมฟังบรรยายสรุปสถิติการฝากบ้าน และการเตรียมการของตำรวจที่จะนำเทคโนโลยีคิวอาร์โค้ดมาติดไว้ที่ตู้แดงแต่ละแห่ง ทั้งนี้ พล.ต.อ. เฉลิมเกียรติ พร้อมเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปติดคิวอาร์โค้ดที่บ้านของแพนเค้ก น.ส.เขมนิจ จามิกรณ์ นักแสดงชื่อดังภายในหมู่บ้าน มิลตัน เอ็ม เรสซิเดนซ์ ซอยรามอินทรา 119/1 ถนนรามอินทราขาออก แขวงและเขตมีนบุรี กรุงเทพฯ ทางนักแสดงสาวและนางนวลนง จามิกรณ์ คุณแม่ต่างแต่งชุดไทยมารอรับที่หน้าบ้าน

พล.ต.อ. เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า เทคโนโลยีคิวอาร์โค้ดนั้น ทำให้ตำรวจไม่ต้องพกสมุดตรวจเยี่ยม เวลาฝนตกก็เปียก แต่ตอนนี้ใช้มือถือไปที่จุดตรวจ ระบบก็จะรับรู้ได้ว่า ตำรวจนายใดมาตรวจ ช่วงเวลาใด ข้อมูลจะเข้าสู่ระบบทั้งหมด ทำให้มีความชัดเจนแก้ไขได้ยาก โดย สน. มีนบุรี มีตู้แดงทั้งหมด 60 ตู้ จาก 5 เขต ในพื้นที่ เฉลี่ยเขตละ 12 ตู้ ส่วนโครงการฝากบ้านในช่วงสงกรานต์ปีนี้ มีการเตรียมความพร้อมไว้แล้ว โดยปีก่อนมีบ้านที่เข้าฝากทั้งหมด 35 หลัง สำหรับปีนี้ตำรวจก็จะดูแลความเรียบร้อยเช่นเคย โดยขอให้ประชาชนแต่งกายชุดไทย สาดน้ำอย่างสุภาพไม่ใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง

ด้าน แพนเค้ก เผยว่า มั่นใจได้ 100 เปอร์เซ็นต์ กับการทำงานของตำรวจ หากใครจะไปเที่ยวในช่วงสงกรานต์ก็แจ้งความจำนงฝากบ้านกับตำรวจและบอกเพื่อนบ้านไว้ด้วย รวมถึงขอให้โหลดแอปพลิเคชั่นของตำรวจ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนด้วย

ทั้งนี้ ทางนักแสดงสาวและคุณแม่ได้ขอพรรดน้ำ พล.ต.อ. เฉลิมเกียรติ เนื่องจากใกล้ช่วงสงกรานต์ โดยมีกลองยาวตีสนั่นหวั่นไหวประกอบกิจกรรมดังกล่าวด้วย