กรมส่งเสริมสหกรณ์หนุนสหกรณ์ชาวสวนผลไม้เร่งระบายผลผลิต

สู่ตลาดร่วมมือไปรษณีย์ไทย ห้างโมเดิร์นเทรด และเครือข่ายสหกรณ์ทุกจังหวัดเป็นช่องทางกระจายสินค้าถึงผู้บริโภค ตั้งเป้าปริมาณ 11,554 ตัน กรมส่งเสริมสหกรณ์หนุนสหกรณ์เหนือ-ใต้ รับมือผลไม้ทะลัก คาดเดือนสิงหาคมเป็นช่วงปริมาณผลผลิตออกมาจำนวนมากพร้อมกัน เตรียมแผนเร่งกระจายเงาะ-ลำไย-มังคุด-ลองกองคุณภาพสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ เตรียมจับมือ คู่ค้าพันธมิตรทั้งห้าง Modern Trade ไปรษณีย์ไทย ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์และเครือข่ายสหกรณ์ทุกจังหวัด กระจายผลผลิตถึงผู้บริโภคแบบสดใหม่ทันใจ เบื้องต้นคาดว่ากลไกสหกรณ์จะสามารถระบายผลไม้ได้ ไม่น้อยกว่า 11,554 ตัน

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงแผนการบริหารจัดการผลไม้ในภาคเหนือและภาคใต้ ซึ่งขณะนี้เป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาลที่ผลผลิตกำลังทยอยออกสู่ตลาด ทั้งลำไย มังคุด เงาะ ทุเรียน และลองกอง คาดว่าผลผลิตจะออกมากในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งแต่ละปี กรมได้สนับสนุนให้สหกรณ์ผู้ผลิตผลไม้เตรียมพร้อมรับมือก่อนถึงฤดูกาล โดยรวบรวมผลไม้คุณภาพจากสมาชิกเพื่อระบายสู่ตลาด ในปี 2560 ที่ผ่านมา สหกรณ์ 65 แห่งรวบรวมผลไม้จากสมาชิกและกระจายสู่ตลาดผ่านห้างโมเดินเทรด ผู้ส่งออกคู่ค้าในประเทศและเครือข่ายสหกรณ์รวมปริมาณ 32,040 ตัน มูลค่า 899.609 ล้านบาท

สำหรับในฤดูกาลปี 2561 นี้ กรมได้จัดสรรเงินกู้จากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ให้เป็นทุนหมุนเวียนรวบรวมผลไม้จำนวน 230 ล้านบาท และได้สนับสนุนช่องทางในการกระจายผลไม้คุณภาพของสหกรณ์ผ่าน 3 ช่องทาง โดยได้ร่วมมือกับ ห้าง Modern Trade บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์และเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศ เพื่อรองรับปริมาณผลผลิต 4 ชนิด ได้แก่ ลำไย เงาะ มังคุด และลองกอง คาดว่าประมาณไม่น้อยกว่า 11,554 ตัน โดยแบ่งเป็นการจำหน่ายผ่านห้าง Modern Trade 4 แห่ง อาทิ แม็คโคร โลตัส

ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต และเดอะมอลล์ ปริมาณ 4,957 ตัน 2. เครือข่ายสหกรณ์ โดยส่งจำหน่ายให้กับศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์และสหกรณ์เครือข่ายเป็นตัวกระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ จำนวน 35 จุด รวมทั้งเครือข่ายคู่ค้าภายในประเทศอีก 84 แห่ง ปริมาณ 6,000 ตัน และ 3. ผ่านบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด โดยเน้นกระจายลำไยและเงาะจากภาคใต้ รวม 540 ตัน แบ่งเป็น ลำไยจากจำนวน 240 ตัน ซึ่งการจำหน่ายลำไยผ่านไปรษณีย์จะมี 2 ขนาด คือกล่อง 5 กิโลกรัม ราคา 250 บาท ตะกร้า 3 กิโลกรัม ราคา 160 บาท และ 2. เงาะคุณภาพ อีกจำนวน 300 ตัน ซึ่งเงาะจะมีขนาด 3 กิโลกรัม ราคา 225 บาท

นายพิเชษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 2 สิงหาคม นี้ จะมีการลงนามความร่วมมือในการจำหน่ายลำไย ผ่านไปรษณีย์ โดยเป็นความร่วมมือระหว่างกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมส่งเสริมการเกษตร โดยสหกรณ์การเกษตรประตูป่า จำกัด จังหวัดลำพูน จะเป็นผู้แทนสหกรณ์ในภาคเหนือรวบรวมผลผลิตลำไยจัดส่งให้ทางบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ตามคำสั่งซื้อในแต่ละวัน ซึ่งประชาชนที่สนใจสามารถสั่งซื้อลำไยสดคุณภาพเกรด A ส่งตรงถึงบ้าน โดยสั่งซื้อได้ที่ทำการไปรษณีย์ทุกสาขา ทั่วประเทศ หรือโทร. 1545 และสั่งผ่านออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์ www.thailandpostmart.com

นายจำรัส กังน้อย นายอำเภอเมืองบึงกาฬ ลงพื้นที่พร้อมกับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกเทศมนตรีตำบลไคสี เกษตรอำเภอเมืองบึงกาฬ ออกสำรวจพื้นที่น้ำท่วมที่นาข้าวของชาวบ้าน ในบ้านดอนยม หมู่ที่ 2 ประมาณ 60 ไร่ / บ้านโนนแพง หมู่ที่ 9 ประมาณ 40 ไร่ / และบ้านคำแสน หมู่ที่ 10 ประมาณ 100 ไร่ และยังมีพืชผลทางการเกษตรอื่นๆ อีก ซึ่งความเสียหายต้องรอหลังน้ำลด

จังหวัดบึงกาฬทั้ง 8 อำเภอ มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วานนี้ กระทั่งเช้าวันนี้ รวมกว่า 12 ชั่วโมง ส่งผลให้มีปริมาณน้ำสะสมไหลลงลำห้วยสาขาที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำโขงเป็นจำนวนมาก ประกอบกับมีน้ำเหนือไหลลงมาสมทบ ทำให้น้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้น โดยเช้าวันนี้วัดได้ 11.00 เมตร น้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้นได้หนุนลำน้ำสาขาที่จะไหลลงสู่แม่น้ำโขง ทำให้ในพื้นที่ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ มีน้ำเอ่อล้นลำห้วยท่วมพื้นที่นาข้าวของชาวบ้าน ในบ้านดอนยม หมู่ที่ 2 ประมาณ 60 ไร่ / บ้านโนนแพง หมู่ที่ 9 ประมาณ 40 ไร่ / และบ้านคำแสน หมู่ที่ 10 ประมาณ 100 ไร่ และยังมีพืชผลทางการเกษตรอื่นๆอีก

เบื้องต้น นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ. บึงกาฬ ได้สั่งการให้ นายจำรัส กังน้อย นายอำเภอเมืองบึงกาฬ ลงพื้นที่พร้อมกับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกเศษมนตรีตำบลไคสี ผู้แทนสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองบึงกาฬ ออกสำรวจพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งความเสียหายต้องรอหลังน้ำลด

ในเบื้องต้น ได้แจ้งเตือนประชาชนที่ออกจับปลาให้เพิ่มความระมัดระวังและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยได้มอบหมายให้กลุ่มงานความมั่นคง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เทศบาลตำบลไคสี ติดตามและรายงานสถานการณ์ให้ทราบตลอด 24 ชม. จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

กรมอุตุฯ พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมง ข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนตกหนักบางแห่ง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีฝนตกชุกต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

อนึ่ง ในช่วง วันที่ 27-30 ก.ค. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

เดี๋ยวนี้ เด็กและเยาวชนส่วนใหญ่เข้าถึงอินเตอร์เน็ตง่ายขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็รู้ไม่เท่าทันภัยออนไลน์ เกิดเป็นปัญหาสังคม ปัญหาอาชญากรรมตามมา เพื่อให้เท่าทันสถานการณ์ รัฐบาลโดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) จึงจัดตั้งศูนย์ประสานงานขับเคลื่อนการส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนในการใช้สื่อออนไลน์ หรือศูนย์โคแพท (COPAT-Child Online Protection Action Thailand) ทำหน้าที่พัฒนากลไกการทำงาน ข้อกฎหมาย สร้างองค์ความรู้ ความตระหนัก และรณรงค์ให้เกิดการแก้ไขและป้องกันปัญหาภัยออนไลน์คุกคามเด็กและเยาวชนไทย โดยขณะนี้เปิดดำเนินการสู่เดือนที่ 5 แล้ว

นางปิยวดี พงศ์ไทย ผู้อำนวยการศูนย์ฯ เล่าว่า จากการสำรวจพบว่า เด็กและเยาวชนมีการใช้อินเตอร์เน็ตสูงขึ้น ผลกระทบที่ตามมาก็สูงตามไปด้วย ภัยออนไลน์ที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชน ที่น่าห่วงสุดคือ การถูกล่อลวงไปละเมิดทางเพศ เนื่องจากเด็กยังขาดวุฒิภาวะ อีกทั้งมีความคึกคะนอง กลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีจึงมักมาล่อลวง ข่มขู่ แบล๊กเมล์เด็ก เพื่อหาประโยชน์ให้ตัวเอง รองลงมาเป็นปัญหาเด็กติดเกม เล่นพนันออนไลน์ การกลั่นแกล้งทางออนไลน์

ปัญหานี้ไม่เพียงหน่วยงานรัฐที่ต้องทำงานเชิงรุก เฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที หน่วยที่ใกล้ชิดกับตัวเด็กที่สุดคือ “สถาบันครอบครัว” ก็จะต้องมาร่วมด้วยช่วยกัน นางปิยวดี ระบุว่า เราอาจมองว่าปัญหานี้คงไม่มาเกิดกับลูกของเรา แต่จริงๆ ปัญหานี้เกิดได้ในทุกครอบครัว

เมื่อเกิดไปแล้ว มีแต่แย่…กับแย่

“ถ้าไม่อยากให้ลูกประสบกับภัยออนไลน์ ผู้ปกครองจะต้องมีความรู้ อย่างแรกคือ ต้องรู้ว่าช่วงนี้มีประเด็นอะไรที่น่ากลัวบ้างบนโลกออนไลน์ ขณะเดียวกันเมื่อเห็นลูกเป็นเด็กติดสมาร์ทโฟนแท็บเล็ตตลอดเวลา ต้องคอยหมั่นซักถาม อย่างมีเทคนิคพูดคุย เพื่อให้รู้ว่าลูกคุยอยู่กับใคร ดูอะไร แต่ก็ต้องเป็นการพูดคุยที่พร้อมเข้าใจเขาด้วย ไม่ใช่ไปปิดกั้นเลย และอาจเสริมด้วยคำแนะนำ” นางปิยวดี กล่าวทิ้งท้าย

อย่าปล่อยให้เด็กตัวเล็กท่องโลกใบใหญ่ตามลำพัง กรมชลประทาน ยืนยัน เขื่อนทุกแห่งที่อยู่ในความดูแล มีความมั่นคง แข็งแรง ปลอดภัย มีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งปี พร้อมสั่งตรวจสอบซ้ำ และให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำจากภาวะฝนตกในระยะนี้อย่างใกล้ชิด เปิด SWOC ปฏิบัติงานตลอด 24 ชม. ตั้งแต่วันนี้

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า เขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่อยู่ในการดูแลของกรมชลประทานนั้นมีความปลอดภัย มั่นคงแข็งแรงทุกแห่ง เขื่อนและอ่างเก็บน้ำของกรมชลประทานออกแบบตามหลักวิชาการ สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ และสามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้สูงถึง 7 ตามมาตราริกเตอร์ นอกจากนี้ ยังได้ตรวจสอบความมั่นคง แข็งแรง ของตัวเขื่อนทุกแห่ง ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอตลอดทั้งปี แม้ในยามปกติที่ไม่มีภัยพิบัติใดๆ ก็ตาม ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ท้ายเขื่อนมีความมั่นใจและเชื่อมั่นในความปลอดภัยแข็งแรงของเขื่อนตลอดเวลา

“เขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่อยู่ในความดูแลของกรมชลประทานนั้น มีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยังได้บำรุงรักษาถูกต้องตามมาตรฐานสากล อย่างไรก็ตาม หากมีแนวโน้มว่าน้ำจะไหลลงอ่างเก็บน้ำในปริมาณมาก และคาดว่าน้ำอาจจะล้นทางระบายน้ำล้น โครงการชลประทานในพื้นที่ที่รับผิดชอบจะแจ้งเตือนเป็นเอกสารรายงานไปยังจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับแจ้งเตือนผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำให้รับทราบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้การแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้เป็นอย่างมาก” อธิบดีกรมชลประทาน กล่าว

อย่างไรก็ตาม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนมากขึ้น อธิบดีกรมชลประทานได้ลงพื้นที่เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก ตามคำสั่งการของ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้กรมชลประทานดำเนินการตรวจสภาพความมั่นคง และสภาพน้ำของเขื่อนทุกเขื่อน ทั้งที่สร้างเสร็จแล้วและกำลังก่อสร้างเป็นกรณีพิเศษ พร้อมทั้งจัดเวรยามประจำทุกเขื่อนเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอดเวลา จัดเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ที่ต้องใช้เกี่ยวกับเขื่อนไว้ให้พร้อมใช้งานได้ทันที การติดต่อสื่อสารไปยังเขื่อนและเจ้าหน้าที่ประจำเขื่อนต้องทำได้มากกว่า 1 ช่องทาง และรายงานให้ทางอำเภอ จังหวัด และศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) ทราบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยให้ SWOC ปฏิบัติงานตลอด 24 ชม. ตั้งแต่ วันที่ 26 ก.ค. 61 เป็นต้นไป

ส่วนสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ส่งผลให้ระดับน้ำในลำห้วยธรรมชาติและแม่น้ำต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นจนเอ่อล้นเข้าท่วมบางพื้นที่นั้น กรมชลประทานได้นำเครื่องสูบน้ำเข้าไปติดตั้ง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จนทำให้ในหลายพื้นที่สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว และหากไม่มีฝนตกในพื้นที่ดังกล่าวเพิ่ม สถานการณ์ก็จะเข้าสู่ภาวะปกติในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมชลประทานประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และจะแจ้งให้ประชาชนทราบเป็นระยะๆ พร้อมทั้งตรวจสอบบำรุงรักษาอาคารชลประทานทุกแห่งให้มีความปลอดภัย และสามารถใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยการสนับสนุนเครื่องจักรกลและเครื่องสูบน้ำ เพื่อเป็นการป้องกันและลดปัญหาความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้น สำนักงานชลประทานในพื้นที่จะต้องจัดการประชุม ร่วมกับประชาชนและฝ่ายปกครองในพื้นที่ เพื่อเป็นการสร้างความรับรู้ความเข้าใจร่วมกันก่อน ซึ่งกรมชลประทานได้จัดเตรียมเครื่องจักรเครื่องกลและเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงแล้ว

สำหรับสถานการณ์น้ำล่าสุด อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำทั้งหมด 49,466 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 65 ของปริมาณความจุ โดยเป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 25,546 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 49 มากกว่าช่วงเดียวกัน ในปี 2560 ประมาณ 5,203 ล้าน ลบ.ม. โดยมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำ จำนวน 517.22 ล้าน ลบ.ม./วัน และปริมาณน้ำระบายออก จำนวน 185.27 ล้าน ลบ.ม./วัน สามารถรับน้ำได้อีก 26,541 ล้าน ลบ.ม.

วันที่ 26 กรกฎาคม ที่ทำการเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทุ่งทะเล ต.เกาะกลาง อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ นายสุวัฒน์ สุขศิริ หน.เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทุ่งทะเล พร้อมสัตวแพทย์จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ อ.เกาะลันตา นำลิงแสม 205 ตัว ที่จับมาได้จากวัดถ้ำเสือวิปัสสนา อ.เมืองกระบี่ มาผ่าตัดทำหมัน ตามแผนปฏิบัติการลดความเดือดร้อนจากลิงแสมในท้องที่ จ.กระบี่ ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้จับลิงฝูงดังกล่าวมาจากวัดถ้ำเสือ เนื่องจากมีรายงานนักท่องเที่ยวถูกลิงคุกคาม ทั้งขโมยของ และกัดทำร้ายนักท่องเที่ยว

นายสุวัฒน์ เปิดเผยว่า เหตุที่ต้องนำลิงที่จับมาได้มาทำหมัน เพราะต้องการควบคุมประชากรของลิงแสม ที่มีมากจนเกินไป เกรงหากปล่อยไว้โดยไม่ควบคุม ต่อไปอาจจะเกิดปัญหากับนักท่องเที่ยวอีก สำหรับพื้นที่ที่จะนำลิงไปปล่อย ตอนนี้ได้เตรียมไว้แล้ว เป็นพื้นที่ป่าโกงกาง เนื้อที่ 3,000 ไร่ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว ไม่น่าจะส่งผลกระทบกับนักท่องเที่ยวบนเกาะ ส่วนลิงที่เหลือบริเวณวัดถ้ำเสือ ซึ่งคาดว่าเหลืออีกประมาณ 800 ตัว จะประสานกับทางจังหวัดอีกครั้งว่าจะดำเนินการส่วนที่เหลืออย่างไรต่อไป

น้ำป่าซัดเมืองปัว น่าน ทำถนนขาด! ชาวบ้านกว่า 200 ราย ถูกตัดจากโลกภายนอก เจ้าหน้าที่เร่งช่วยกู้ภัย เผยพายุจะมาเยอะกว่านี้!
– จังหวัดน่าน ฝนตกหนัก / 26 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดน่าน ยังมีฝนตกในหลายพื้นที่ ประกอบกับอิทธิพลพายุเซินติญที่ผ่านมาส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำน่านและแม่น้ำสาขามีปริมาณมาก โดยวันนี้ 26 ก.ค. 61 ได้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ซัดถนนลาดยางที่บ้านตาน้อย หมู่ที่ 5 ต.ภูคา อ.ปัว จ.น่าน ซึ่งเป็นถนนที่ชาวบ้านใช้เข้าออกหมู่บ้านขาดออกจากกัน ตรงบริเวณจุดข้ามลำห้วย ชาวบ้านกว่า 200 ราย ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ไม่สามารถใช้สัญจรได้เลย

โดยทหารจากหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 เร่งนำกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็วยานพาหนะ และยุทโธปกรณ์ ร่วมกับชาวบ้าน เข้าซ่อมแซมเส้นทาง โดยการนำท่อลอดซีเมนต์วางเรียง และทรายบรรจุกระสอบวางทับเพื่อให้สามารถสัญจรไปมาได้ชั่วคราว จนกว่าระดับน้ำในแม่น้ำจะอยู่ในระดับปกติ หรือพ้นสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก จึงซ่อมแซมให้ดีดั่งเดิม

ซัน เทียนฉี ประธานกรรมการ บริษัท วินครอส บริษัทพัฒนาหุ่นยนต์จากประเทศจีน เปิดตัว “เฮซา” หุ่นยนต์กระถางต้นไม้-ดอกไม้ เคลื่อนที่อัตโนมัติ มาในรูปแบบกระถางต้นไม้ขนาดกลาง กว้าง 15.7 นิ้ว และสูง 6 นิ้ว กับขากล 6 ข้าง ที่สามารถขยับได้อย่างเป็นอิสระต่อกัน

ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ ประกอบเข้ากับมอเตอร์ กล้องความละเอียดในการแสดงผล 720p ระบบแสงอินฟราเรดสำหรับตรวจจับสิ่งกีดขวาง และทำงานต่อเนื่องได้นานถึง 4 ชั่วโมง ต่อการชาร์จไฟฟ้าจนเต็มในแต่ละครั้ง

แค่ปลูกต้นไม้ที่ชอบลงในส่วนกระถางของหุ่นยนต์เฮซา ซึ่งสามารถรับน้ำหนักได้สูงสุดราว 1.5 กิโลกรัม และปล่อยให้เฮซาทำหน้าที่ดูแลต้นไม้ หุ่นยนต์เฮซาจะเคลื่อนที่หาแสงแดดเพื่อให้ต้นไม้ได้รับแสงและสังเคราะห์แสง ไม่ใช่แค่เข้าหาแสงแดดเท่านั้น แต่ระบบอัจฉริยะของเฮซาจะหมุนกระถางตามข้อมูลวิเคราะห์ปริมาณการรับแสง เพื่อให้ต้นไม้ได้รับแสงอย่างทั่วถึง และเมื่อต้นไม้ขาดความชุ่มชื้น หุ่นยนต์เฮซาจะยกขากลขึ้นลงเพื่อแจ้งเตือนให้ผู้ใช้งานรดน้ำต้นไม้ หุ่นยนต์กระถางเฮซามีให้เลือก 2 แบบ คือ แบบปกติ และแบบไร้สาย

สนนราคาสำหรับเฮซาแบบปกติอยู่ที่ 949 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 31,500 บาท และแบบไร้สาย ราคาราว 33,000 บาท ปัญหาหนี้สินเป็นปัญหาเศรษฐกิจใหญ่ที่กระทบกระเทือนแทบทุกคนในสังคม เมื่อพูดถึงหนี้ก็เป็นเรื่องที่เข้าถึงจิตใจคนส่วนใหญ่ เพราะทุกคนต่างก็มีหนี้บ้างไม่มากก็น้อย และต้องฝ่าฟันภาระหนี้สินกันตั้งแต่เติบโตจนถึงเข้าโลงขึ้นเมรุ ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจรวยกระจุกจนกระจายฝนตกไม่ทั่วฟ้าแบบยุคนี้ คำว่าหนี้ยิ่งตามหลอกหลอนประชาชนคนหาเช้ากินค่ำยิ่งกว่าเรื่องอื่น

เรื่องหนี้สินนั้น หากจะแก้ไขต้องระบุจำเพาะเจาะจงไปเฉพาะหนี้เงินกู้ดอกเบี้ยเกินอัตรา และการเกิดหนี้เสีย เพราะการกู้หนี้ยืมสินไม่ใช่เรื่องผิดบาป ทุกคนสามารถมีหนี้ อันเกิดจากเครดิต คือความเชื่อใจกันว่าจะจ่ายหนี้คืนได้ และผู้ให้กู้ยืมก็หวังจะได้ซึ่งดอกผลในการลงทุนให้เงินงอกเงยขึ้นมาในอัตราที่สมเหตุสมผล

เจ้าสัวซีพีและเบียร์ช้างก็ขยายธุรกิจด้วยการกู้หนี้ยืมสินจำนวนมหาศาล แม้แต่ธนาคารที่ปล่อยเงินกู้ ก็ถือว่ามีหนี้คือเงินฝากที่รับเอาเงินจากชาวบ้านร้านตลาดไปลงทุน รัฐบาลก็มีพันธบัตรรัฐบาลและการกู้เงินจากต่างประเทศเป็นหนี้ ซึ่งตราบใดที่ยังมีศักยภาพในการทำงานหาเงินจ่ายคืนได้อย่างเพียงพอ ก็ไม่เป็นปัญหา ไม่ใช่เรื่องความไม่พอเพียงฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมแต่อย่างใด

ปัญหาเรื่องหนี้เงินกู้ดอกเบี้ยเกินอัตรา นอกจากจะแก้ด้วยการจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือแหล่งทุนประเภทอื่นให้เข้าถึงได้อย่างทั่วหน้าแล้ว ยังต้องผนวกเข้ากับการกวาดล้างนายทุนเงินกู้นอกระบบที่เก็บดอกเบี้ยสูงลิบไปพร้อมกัน จะละเว้นอย่างใดอย่างหนึ่งไปไม่ได้ เพราะหากลำพังกวาดล้างนายทุนเงินกู้ดอกโหด ชาวบ้านก็ยังเข้าไม่ถึงแหล่งทุนและมีความต้องการเงิน นายทุนรายใหม่ก็พร้อมจะโผล่ขึ้นมาปล่อยกู้ทดแทน ส่วนหากทำแค่เพียงให้เงินทุนดอกเบี้ยต่ำไปซึ่งมักจะมาพร้อมกับการทำเอกสารและบัญชีที่ชาวบ้านไม่คุ้นชิน นายทุนก็พร้อมจะหลอกล่อให้กู้ด้วยวิธีที่ง่ายกว่าและเงื่อนไขน้อยกว่า หากคิดไม่ทันก็จะติดกับดักเงินกู้อยู่ดี

ส่วนปัญหาหนี้เสีย ต้องแยกแยะว่าหนี้เสียเกิดขึ้นจากอะไรมิใช่เหมารวมเป็นแผงเดียวกันหมด ไม่ว่าจะเกิดจากดอกเบี้ยสูงเกินไปไม่เป็นธรรม เกิดจากความผิดพลาดของการลงทุน เกิดจากการขาดความรู้ด้านการจัดการทางการเงิน เกิดจากภัยธรรมชาติหรืออุบัติเหตุ เกิดจากปัญหาสุขภาพหรือภาระครอบครัว หรือเกิดจากอบายมุขสุราและการพนัน

สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องการความเอาใจใส่ในระดับย่อยเพื่อแก้ไขปัญหา เพราะหากไม่กำจัดรากเหง้าของหนี้ตั้งแต่ต้นเหตุ สภาพหนี้ก็จะวนเวียนมาเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่ว่าจะเทเงินลงไปแก้ปัญหาสักกี่ครั้งก็ตาม ซึ่งหนี้สินของครูบางส่วนที่เป็นข่าวเป็นข้อพิสูจน์ที่ดี

การจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์หรือกองทุนชุมชนเป็นทางออกที่ดีทางหนึ่งของการแก้ปัญหาหนี้สิน แต่สหกรณ์หรือกองทุนดังกล่าว จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบและกำกับดูแลในฐานะสถาบันการเงิน ใช้มาตรฐานความโปร่งใสเข้าส่งเสริม พร้อมกับสนับสนุนความรู้และการพัฒนา พร้อมกับให้สมาชิกมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด ดังจะเห็นได้จากกองทุนหมู่บ้านและชุมชน ซึ่งสมาชิกมีส่วนร่วมจัดการสูง ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมามีอัตราหนี้เสียอยู่ในระดับต่ำ

แต่สหกรณ์ออมทรัพย์ขนาดใหญ่หลายแห่งที่มีจำนวนเงินมากกลับขาดธรรมาภิบาลและเกิดการทุจริตเพราะสมาชิกไม่สามารถตรวจสอบได้หรือสมาชิกไม่สนใจมีส่วนร่วมในการใช้สิทธิเข้าตรวจสอบ

หัวใจหลักของการจัดการการเงินคือความละเอียดถี่ถ้วน โปร่งใส และสุจริต พร้อมที่จะตรวจสอบได้ทุกเมื่อ หากค่อยๆ แก้ไขปัญหาไปทีละเปลาะตามหลักการนี้ ปัญหาหนี้สินไม่ว่าจะของครูหรือเกษตรกร หรือแม้แต่หนี้คนธรรมดาทั่วไปก็จะค่อยๆ ทุเลาเบาบางลงได้ในที่สุด

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า แผนการบริหารจัดการผลไม้ในภาคเหนือ และภาคใต้ ผลผลิตจะออกมากในช่วงเดือนส.ค.นี้ โดยผลผลิตที่กำลังทยอยออกสู่ตลาด มี ลำไย มังคุด เงาะ ทุเรียน และลองกอง ซึ่งแต่ละปี กรมฯ สนับสนุนให้สหกรณ์ผู้ผลิตผลไม้เตรียมพร้อมรับมือก่อนถึงฤดูกาล โดยรวบรวมผลไม้คุณภาพจากสมาชิกเพื่อระบายสู่ตลาด ในปี 2560 ที่ผ่านมา สหกรณ์ 65 แห่ง รวบรวมผลไม้จากสมาชิกและกระจายสู่ตลาดผ่านห้างโมเดิร์นเทรด ผู้ส่งออก คู่ค้าในประเทศและเครือข่ายสหกรณ์รวมปริมาณ 32,040 ตัน มูลค่า 899.609 ล้านบาท

สำหรับในฤดูกาลปี 2561 นี้ กรมฯ จัดสรรเงินกู้จากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ให้เป็นทุนหมุนเวียนรวบรวมผลไม้จำนวน 230 ล้านบาท และได้สนับสนุนช่องทางในการกระจายผลไม้คุณภาพของสหกรณ์ผ่าน 3 ช่องทาง โดยร่วมมือกับ ห้างโมเดิร์นเทรด บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์และเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศ เพื่อรองรับปริมาณผลผลิต 4 ชนิด ได้แก่ ลำไย เงาะ มังคุด และลองกอง คาดว่าประมาณไม่น้อยกว่า 11,554 ตัน โดยแบ่งเป็น 1. การจำหน่ายผ่านห้างโมเดิร์นเทรด 4 แห่ง อาทิ แม็คโคร โลตัส ท็อปซูเปอร์มาร์เก็ต และเดอะมอลล์ ปริมาณ 4,957 ตัน

2. เครือข่ายสหกรณ์ โดยส่งจำหน่ายให้กับศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์และสหกรณ์เครือข่ายเป็นตัวกระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ จำนวน 35 จุด รวมทั้งเครือข่ายคู่ค้าภายในประเทศอีก 84 แห่ง ปริมาณ 6,000 ตัน และ 3. ผ่านบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด โดยเน้นกระจายลำไย และเงาะรวม 540 ตัน แบ่งเป็น ลำไย จำนวน 240 ตัน ซึ่งการจำหน่ายลำไยผ่านไปรษณีย์จะมี 2 ขนาด คือ กล่อง 5 ก.ก. ราคา 250 บาท ตะกร้า 3 ก.ก. ราคา 160 บาท และ เงาะคุณภาพ อีกจำนวน 300 ตัน ซึ่งเงาะจะมีขนาด 3 ก.ก. ราคา 225 บาท