ก้าวสู่ปีที่ 20 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้รับการสถาปนาเป็น

ในกำกับรัฐ เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2541 ที่จังหวัดเชียงราย ตามความต้องการของประชาชน และเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ตลอดระยะเวลา 19 ปี ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้ตามรอยพระราชปณิธานสมเด็จย่า “ปลูกป่าสร้างคน” พลิกฟื้นพื้นที่ดั้งเดิมที่เป็นป่าเสื่อมโทรมให้กลายเป็นสวนพฤษศาสตร์ในมหาวิทยาลัย และทำโครงการรักษ์ป่าน่าน ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำ ที่มีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงทางนิเวศของลุ่มน้ำในภาคเหนือและภาคกลาง

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้ทำหน้าที่ “ผลิตบัณฑิต” ซึ่งเป็นอนาคตสำคัญของประเทศชาติไปแล้ว กว่า 20,000 คน ทำงานอยู่ในทุกภาคส่วนของสังคม และสร้างมหาวิทยาลัยให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางปัญญา พัฒนาผลงานทางวิชาการมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติมาอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่าง เช่น การแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มสมุนไพรไทย

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ตระหนักถึงคุณประโยชน์สมุนไพรไทย จึงศึกษาวิจัยสมุนไพรไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่การรวบรวมพันธุ์พืชสมุนไพร และนำมาแปรรูปจนได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ภายใต้แนวคิด “The Power of Nature” ในชื่อแบรนด์ “เจ้าคุณวัน” จำนวน 11 ชนิด ได้แก่ เจลกากเมล็ดชา ขี้ผึ้งเสลดพังพอน ขมิ้นชัน ยาเขียวหอม ฟ้าทลายโจร เม็ดอมอดบุหรี่โปร่งฟ้า ยาธาตุบรรจบ และยาหอมเนาวโกฐ โดยสินค้าที่เป็นไฮไลต์คือ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรมะแขว่น ซึ่งเป็นเครื่องเทศที่มีรสเผ็ดร้อนและมีกลิ่นหอม พบมากในแถบพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย

ผลมะแขว่น มีฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการอักเสบของร่างกาย และบรรเทาอาการปวดได้ การสูดดมน้ำมันมะแขว่นมีผลต่อการเพิ่มค่าความดันโลหิต และช่วยกระตุ้นระบบประสาทให้ตื่นตัว ทำให้รู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้นำมะแขว่นมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรในรูปขี้ผึ้งมะแขว่น น้ำมันมะแขว่น และสเปรย์มะแขว่นไล่ยุง ผลิตโดยโรงงานผลิตยาสมุนไพร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ตามมาตรฐาน GMP/PICs

ผลงานของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ที่มุ่งส่งเสริมให้จังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ น่าน เป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบสมุนไพรที่สำคัญของประเทศ เพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกพืชสมุนไพร กระตุ้นการใช้สมุนไพรในระบบสุขภาพเพิ่มขึ้น พัฒนาศักยภาพการผลิตและการตลาด ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยในเวทีแข่งขันทางการค้าทั้งในประเทศและส่งออก โกยรายได้เข้าสู่ท้องถิ่นและประเทศเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 เท่าตัว

ในโอกาสที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 รศ.ดร. วันชัย ศิริชนะ อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) เร่งก่อสร้างศูนย์บริการสุขภาพแบบครบวงจร มูลค่า 6,000 ล้านบาท ให้แล้วเสร็จภายในปี 2561 และเตรียมเปิดโรงพยาบาล ขนาด 400 เตียง ให้บริการดูแลสุขภาพแก่ประชาชน นักท่องเที่ยว นักธุรกิจ นักลงทุน และผู้สูงอายุ ในปี 2562 ซึ่งโครงการนี้จะกลายเป็นศูนย์บริการดูแลสุขภาพที่ทันสมัยและครบวงจรสำหรับประชาชนในเขตภาคเหนือตอนบนและอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงในระยะยาว

ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้พัฒนานวัตกรรมสำหรับสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทย เช่น นำรวงข้าวขาวดอกมะลิ 105 มาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในลักษณะผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผิว “ครีมรวงข้าว : ลานาดีน” ช่วยเพิ่มศักยภาพทางการค้าของข้าวไทยให้กว้างขวางมากขึ้น และนำเศษวัสดุเหลือใช้จากภาคเกษตรมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในลักษณะพลาสติกชีวภาพ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ผักสดหลายชนิดในอำเภอหาดใหญ่ ปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นรับเทศกาลกินเจ แม่ค้าเผยแพงกว่าหลายปีที่ผ่านมาทำให้ลูกค้าซื้อในปริมาณที่ลดลง ชาวไทยเชื้อสายจีนหันไปกินเจที่ศาลเจ้าและโรงเจทานเพิ่มมากขึ้น

บรรยากาศการเลือกซื้อผักสดที่ตลาดกิมหยง ตลาดชื่อดังของอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในช่วงเริ่มเข้าสู่เทศกาลถือศีลกินเจ ไม่คึกคักมากนัก โดยมีผู้มาเลือกซื้อผักสดกันอย่างบางตา ในขณะเดียวกันแม่ค้าขายผัก ต่างก็มีผักสดแต่ละชนิดวางจำหน่ายน้อยมาก

นางอุไร ดิษฐ์สุวรรณ แม่ค้าผักรายหนึ่งบอกว่า ราคาผักทุกชนิดปรับเพิ่มขึ้นมาก่อนหน้านี้ประมาณ 1 สัปดาห์ โดยผู้ค้าส่งอ้างถึงปัญหาค่าขนส่งและปัญหาน้ำท่วม ทำให้ราคาผักเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ต้องซื้อผักในปริมาณลดลง แต่เงินลงทุนยังเท่าเดิม โดยผักคะน้าวันนี้กิโลกรัมละ 60 บาท จากเดิมกิโลกรัมละ 40-50 บาท ผักกวางตุ้ง กิโลกรัมละ 50 บาท จากเดิม 30-40 บาท กะหล่ำปลีกิโลกรัมละ 50 บาท จากเดิม 40 บาท เป็นต้น คาดว่าราคาจะปรับเพิ่มสูงขึ้นอีกในเทศกาลถือศีลกินเจ ลูกค้าที่มาซื้อผักบ่นบ้าง และซื้อในปริมาณที่ลดลงกว่าเท่าตัว ลูกค้าไม่น้อยที่หันไปรับประทานอาหารเจที่ศาลเจ้าและโรงเจ แทนการซื้อผักและวัตถุดิบอื่นๆ ไปปรุงอาหารเจ เนื่องจากราคาพืชผักและส่วนประกอบอื่นๆ แพงขึ้น

ขณะที่ตลาดสดเทศบาลเมืองสตูล บรรยากาศการจับจ่ายได้มีการสั่งอาหารเจมาไว้บริการลูกค้าให้เลือกซื้อกันแล้ว ซึ่งยังไม่คึกคักมากนัก เนื่องจากหลายร้านบอกว่า ก่อนวันถือศีล-กินเจ เพียง 1 วันถึงจะเห็นบรรยากาศการจับจ่ายที่คึกคักมากกว่านี้ สำหรับราคาผักรับเทศกาลกินเจปีนี้เริ่มปรับราคาขึ้นมา 2 วันแล้ว เป็นผลพวงมาจากน้ำท่วมพืชสวนการเกษตร

นางสาวพิญาดา มณีฉาย แม่ค้าเจ้าของแผงผักที่ 49 บอกว่า 2 วันนี้หลังเกิดน้ำท่วมผักที่สั่งมาจาก กทม.จะประสบปัญหาน้ำท่วมแปลงผัก สั่งผักมา 5 กิโลกรัม เลือกผักแล้วหรือ 2-3 กิโลกรัม เนื่องจากที่เหลือประสบปัญหาผักเน่าเสีย ส่งผลให้ราคาผักในช่วงต้อนรับเทศกาลถือศีล-กินเจ มีราคาปรับสูงขึ้นเท่าตัว จากราคาผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง หัวไชเท้า จากราคากิโลกรัมละ 20 บาท ปรับเป็น 40 บาท ซึ่งเป็นผักที่นิยมทานในช่วงกินเจ โดยทางร้านแผงผักก็ต้องปรับกลยุทธ์ด้วยการมาทำเป็นถุง หั่นผักมารวมขาย หลายผักรวมกัน ถุงละ 20 บาท ซึ่งทางร้านเรียกว่า “ผักคนจน” ก็ช่วยแก้ปัญหาให้ผู้ที่ชื่นชอบบริโภคผัก ทานได้ในราคาสบายกระเป๋า

สำหรับศาลเจ้าโป้เจ้เก้ง ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล จัดงานประเพณีถือศีล- กินเจ “พระกิวอ๋อง” ประจำปี 2560 ที่จะมีการจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-29 ตุลาคมนี้ เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9

กรมชลฯ ชี้ปริมาณน้ำที่ไหลจากสระเก็บน้ำ อ.โคกสำโรง ลพบุรี จะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ในเขตเมือง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำ Big bag ปิดทำนบดินที่ชำรุด คาดแล้วเสร็จภายในวันนี้

​จากกรณีที่มีข่าวเกี่ยวกับอ่างเก็บน้ำโคกสำโรงแตก จังหวัดลพบุรี ประกาศประชาชนรีบเก็บของหนีน้ำ ซึ่งเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์นั้น นายสมเกียรติ ประจำวงษ์อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กรมชลประทานลงพื้นที่อย่างเร่งด่วนเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ ขอเรียนว่า อ่างเก็บน้ำที่ระบุในข่าวคือ สระเก็บน้ำภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตลพบุรี เป็นงานจัดหาแหล่งน้ำสนับสนุนพื้นที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ความจุ 700,000 ลูกบาศก์เมตร ลักษณะโครงการเป็นสระเก็บน้ำ ไม่ใช่อ่างเก็บน้ำตามที่ปรากฏในข่าว โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ 04.00 น. ของเช้าวันที่ 18 ตุลาคม 2560 ขณะเกิดเหตุมีน้ำอยู่ประมาณ 600,000 ลูกบาศก์เมตร คาดการณ์ว่าจะมีน้ำไหลออกจากสระ ประมาณ 320,000 ลูกบาศก์เมตร คงเหลือค้างสระประมาณ 280,000 ลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำดังกล่าวจะไหลหลากผ่านทุ่งนา ประมาณ 200 ไร่ ความลึก เฉลี่ยประมาณ 25 เซนติเมตรลงคลองห้วยปลาหมอ ผ่านหมู่บ้านหนองบัว เกาะแก้ว วังกระทุ่ม ลำละเลง และ ลงสู่ฝายหนองชนะชัยต่อไป

​ปัจจุบัน ฝายหนองชนะชัยมีระดับน้ำต่ำกว่าสันฝายประมาณ 1 เมตร ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำส่วนนี้ไว้ได้ทั้งหมด ซึ่งปริมาณน้ำทั้งหมดจะคงอยู่ในลำน้ำ ไม่ล้นตลิ่ง หรือ ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน และพื้นที่ตอนล่างในเขตพื้นที่อำเภอบ้านหมี่ แต่อย่างใด ล่าสุด สำนักงานชลประทานที่ 10 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดลพบุรี หน่วยทหารในพื้นที่ องค์การบริหารส่วนตำบลเพนียด และกรมทางหลวง ได้ร่วมกันดำเนินการนำเครื่องจักร เครื่องมือ เข้าปิดทำนบที่ชำรุดดังกล่าว ด้วยเสาเข็มไม้ และถุงBig bag คาดจะดำเนินการแล้วเสร็จในวันนี้

สศก. ระบุ แนวทางการรับมือแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะช่วงผลผลิตออกตามฤดูกาลพร้อมกัน ต้องเน้นตลาดนำการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งเสริมตลาดออนไลน์ แจง กระทรวงเกษตรฯ พร้อมวางแนวทางช่วยเกษตรกรรอบด้าน เน้นลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการบริหารจัดการในสินค้าสำคัญเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำในปัจจุบัน เป็นผลมาจากอุปสงค์หรือความต้องการสินค้าเกษตรมีน้อยกว่าอุปทานหรือปริมาณผลผลิตในแต่ละฤดูกาล โดยเฉพาะในช่วงที่ผลผลิตออกมาพร้อมกันมากที่สุด (Peak) และราคาสินค้าเกษตรยังขึ้นอยู่กับกลไกตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งบางสินค้ายังพึ่งพาตลาดส่งออกหลักเพียงตลาดเดียว อีกทั้งยังขึ้นกับตลาดล่วงหน้าต่างประเทศ เช่น ยางพารา เป็นต้น

รัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร โดยใช้ตลาดนำการผลิตหรือผลิตตามตลาดต้องการ รวมทั้งแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม และส่งเสริมระบบตลาดออนไลน์ ในขณะที่ต้นทุนขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่ายของปัจจัยการผลิตที่ใช้ในแต่ละขั้นตอนกิจกรรมการผลิต ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีแนวทางเน้นให้เกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนการผลิต อีกทั้งได้มีคณะกรรมการกำกับดูแลแต่ละสินค้าเป็นการเฉพาะเพื่อบริหารจัดการ และได้มีมาตรการรักษาเสถียรภาพราคา เพื่อแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ สินค้าที่สำคัญ ดังนี้

ยางพารา มีการบริหารจัดการทั้งด้านดีมานด์ และซัพพลาย โดยในด้านดีมานด์ (ความต้องการ) มีการส่งเสริมการใช้ยางภายในประเทศเพื่อลดผลผลิตที่จะเข้าสู่ตลาด โดยเฉพาะในหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งมีปริมาณความต้องการใช้ในปี 2560 (น้ำยางข้น 12,108 ตัน และยางแห้ง 1,499 ตัน) รวมทั้งรณรงค์ให้ใช้ผลผลิตภัณฑ์ยางและส่งเสริมสนับสนุนให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบกิจการยาง สำหรับด้าน ซัพพลายด์ (ผลผลิต) มีการจัดการพื้นที่ปลูกยาง มีเป้าหมายลดพื้นที่ปลูกยางจำนวน 400,000 ไร่ต่อปี โดยลดพื้นที่ปลูกแทนด้วยยางพันธุ์ดี 200,000 ไร่ และปลูกแทนด้วยพืชเศรษฐกิจอื่น 200,000 ไร่ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการตลาดโดยการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้เกษตรกรเป้าหมาย 22,590 ราย และบริการการซื้อขายยางโดยจัดตั้งตลาดกลางยางพารา เป้าหมายปริมาณซื้อขายยางผ่านตลาดกว่า 1 ล้านตัน

ปาล์มน้ำมัน รัฐบาลได้หาแนวทางในการสนับสนุนเพื่อให้ผู้ประกอบการส่งออกได้มากขึ้นในการลดปัญหา สต๊อก และรองรับปริมาณผลผลิตที่จะออกตลาดมากขึ้นในช่วงปลายปี โดยในช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม ได้ส่งออกแล้ว 52,629 ตัน และคาดว่าส่งออกทั้งปีจะได้มากกว่า 100,000 ตัน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ราคาปาล์มน้ำมันที่เกษตรกรขายได้ขยับตัวสูงขึ้น เฉลี่ยปี 2560 กิโลกรัมละ 4.20 บาท ซึ่งสูงกว่าต้นทุนการผลิต

มันสำปะหลัง ครม. มีมติเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2560 อนุมัติในหลักการแนวทางการบริหารจัดการมันสำปะหลังปี 2560/61 จำนวน 14 โครงการ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และสหกรณ์ภาคการเกษตร ในการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ลดต้นทุนการผลิต และแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า รวมถึงมีการดูแลด้านการตลาด

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีแนวทางบริหารจัดการการนำเข้าวัตถุดิบอื่นทดแทนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และได้ประสานให้สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยรับซื้อจากเกษตรกรไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 8.00 บาท ที่ความชื้น 14.5% (ราคา ณ กรุงเทพฯและปริมณฑล) รวมทั้ง ครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2560 อนุมัติการดำเนินโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้งหลังนา ปี 2560/61 เป้าหมาย 31 จังหวัด พื้นที่ 0.7 ล้านไร่ เกษตรกร 47,000 ราย เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้เพียงพอกับความต้องการใช้ภายในประเทศ และกระจายผลผลิตให้ออกสู่ตลาดสม่ำเสมอไม่กระจุกตัว

พาณิชย์เปิดยื่นคำขอรับการจัดสรรนำเข้าสินค้ากากถั่วเหลืองเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมผลิตเพื่อมนุษย์บริโภค และเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ตามความตกลงการเกษตรตามโควตา WTO ปี 2560 ปริมาณ 2.3แสนตัน

นายวันชัย วราวิทย์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ตามที่ประเทศไทยได้ดำเนินการเปิดตลาดสินค้าเกษตรตามพันธกรณีตามความตกลงองค์การการค้าโลก (WTO) โดยคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช ในคราวประชุมครั้งที่ 1/2560 เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2560 และคณะรัฐมนตรีในคราวประชุม เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2560 มีมติเห็นชอบกำหนดปริมาณเปิดตลาดและอัตราภาษีในและนอกโควตาสินค้ากากถั่วเหลืองเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมผลิตเพื่อมนุษย์บริโภค ตามพิกัดอัตราศุลกากร 2304.00.90.002 และเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ตามพิกัดอัตราศุลกากร 2304.00.90.090 สำหรับปี 2560 ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ออกระเบียบเปิดตลาดเพื่อจัดสรรปริมาณนำเข้าในโควตาสินค้าดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างส่งระเบียบฉบับดังกล่าวไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา

โดยปี 2560 ได้กำหนดปริมาณที่จะจัดสรรสำหรับสินค้ากากถั่วเหลืองเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมผลิตเพื่อมนุษย์บริโภค และเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ รวม 230,559 ตัน
สำหรับคุณสมบัติของผู้ยื่นขอรับการจัดสรร เป็นนิติบุคคลที่ใช้กากถั่วเหลืองเป็นวัตถุดิบในการผลิตในกิจการของตนเองและดำเนินกิจการอยู่ในปัจจุบัน

โดยผู้ประสงค์จะขอรับการจัดสรร สามารถยื่นแบบคำขอรับการจัดสรรได้ภายใน 15 วันทำการ ในวันและเวลาราชการ นับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ระเบียบกระทรวงพาณิชย์ฯ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ที่กองบริหารสินค้าข้อตกลงและมาตรการการค้า ชั้น 13 กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เลขที่ 563 ถ.นนทบุรี ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการต้องนำหลักฐานประกอบการยื่นขอรับการจัดสรร ได้แก่ 1) แบบคำขอรับการจัดสรรที่กรอกรายละเอียดถูกต้องครบถ้วน 2) สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลซึ่งออกโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าไม่เกิน 6 เดือนนับถึงวันยื่นคำขอ 3) สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง. 4) หรือสำเนาใบรับแจ้งการประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2 (ร.ง. 2) หรือเอกสารหลักฐานอื่นที่แสดงว่าเป็นโรงงานที่ใช้กากถั่วเหลืองเป็นวัตถุดิบในการผลิตและดำเนินกิจการอยู่ในปัจจุบัน 4) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน / หนังสือเดินทางของกรรมการผู้มีอำนาจ 5)หนังสือมอบอำนาจ (กรณีกรรมการผู้มีอำนาจลงนามไม่ได้มาดำเนินการด้วยตนเอง) 6) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจ (ถ้ามี)

นายวันชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ที่มีความประสงค์จะขอรับการจัดสรรโควตาฯ ให้ยื่นแบบคำขอรับการจัดสรรภายในระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและดาวน์โหลดแบบคำขอรับการจัดสรรและหนังสือมอบอำนาจ

กองปราบจับเนื้อสัตว์และส้มหนีภาษี 2 คันรถ รวม 8 ตันมูลค่ากว่า1ล้านบาท

เวลา 09.00 น.วันที่ 18 ต.ค.60 พ.ต.ต.พงศ์พิทักษ์ บุญบำรุง สารวัตรกองกำกับการกับ 5 กองบังคับการตำรวจปราบปราม และนางเสาวณิต วรชาติวัฒน นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สำนักงานปศุสัตว์ จ.สมุทรสงคราม ร่วมกันจับกุมนายวัฒนา อุมาระ อายุ 36 ปี ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล พร้อมรถยนต์ปิกอัพโตโยต้าสีขาวทะเบียนป้ายแดง จ 3869 กทม.บรรทุกส้มจากประเทศแอฟริกา น้ำหนัก 4 ตัน มูลค่าประมาณ 2 แสนบาท และนายวีระพงษ์ บุญนิตย์ อายุ 37 ปี ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี พร้อมรถปิกอัพโตโยต้าสีบอร์นเงินทะเบียน บธ2131 พัทลุง บรรทุกเนื้อควาย จากประเทศอินเดีย หนัก 3 ตัน และตีนไก่จากมาเลเซีย 1 ตัน มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าจะมีผู้ประกอบการบางรายลักลอบนำเข้าโดยผิดกฎหมายโดยใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม เข้าสู่ถนนพระราม 2 จึงติดตามมาตั้งแต่ จ.เพชรบุรี กระทั่งมาจับกุมได้ที่ถนนพระราม 2 บริเวณปากทางเข้าเมืองสมุทรสงคราม ต.บางจะเกร็ง อ.เมืองสมุทรสงคราม จากการสอบสวนเบื้องต้นคนขับรถปิกอัพ รับว่า รับจ้างขับรถนำสินค้าดังกล่าวมาจากจังหวัดสงขลาเพื่อไปส่งที่ตลาดไท ได้ค่าจ้าง เที่ยวละ 7,000 บาท และรับจ้างเดือนละ 5-6 ครั้ง กระทั่งมาถูกจับกุมในครั้งนี้

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา นายวัฒนา “นำเข้าของต้องห้าม tumf.net ที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการ เงื่อนไข ตามความผิด มาตรา 14 ตาม พระราชบัญญัติ กักพืช พ.ศ.2507 และ “หลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียค่าภาษีศุลกากร ตามมาตรา 27 พระราชบัญญัติ ศุลกากร พ.ศ.2469” ส่วนนายวีระพงษ์ เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “นำเข้า เคลื่อนย้าย ซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 31 และ 34 พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 และ “หลีกเลี่ยง การเสียค่าภาษีศุลกากร ตามมาตรา 27 พระราชบัญญัติ ศุลกากร พ.ศ.2469” มีโทษปรับเป็นเงิน 4 เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือ จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสงคราม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีหมายกำหนดการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง ในระหว่างวันที่ 25-29 ต.ค. 2560 โดยที่รัฐบาลได้เชิญชวนให้ส่วนราชการ ภาคเอกชนและประชาชนทั่วประเทศปลูกต้นดอกดาวเรืองหรือประดับดอกดาวเรืองในบริเวณจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ สถานที่ราชการ ในหมู่บ้าน ชุมชน ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่อื่นๆ ที่เหมาะสม เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้

เพื่อป้องกันมิให้ผู้ประกอบการจำหน่ายดอกดาวเรือง ต้นดอกดาวเรืองและเมล็ดพันธุ์ สูงเกินสมควร กรมการค้าภายใน จึงออกประกาศสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 21 พ.ศ. 2560 เรื่องห้ามฉวยโอกาสจำหน่ายดอกดาวเรือง ต้นดอกดาวเรืองและเมล็ดพันธุ์ ในราคาที่สูงเกินสมควรและให้ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า

กรณีที่พบว่ามีการจำหน่ายดอกดาวเรือง ต้นดอกดาวเรือง และเมล็ดพันธุ์ ในราคาที่สูงเกินสมควร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าหรือจำหน่ายไม่ตรงกับป้ายราคาที่แสดงไว้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้จัดส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจกรมการค้าภายในออกตรวจสอบการจำหน่ายดอกดาวเรืองและเมล็ดพันธุ์ดอกดาวเรืองตามแหล่งผลิตและแหล่งจำหน่ายในเขตกรุงเทพฯ ส่วนในต่างจังหวัดมอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดดำเนินการตรวจสอบโดยจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเพิ่มเติมว่า หากประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อดอกดาวเรืองดังกล่าว หรือพบเห็นการฉวยโอกาส โปรดแจ้งสายด่วน กรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อจะส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบและหากพบว่ากระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวดต่อไป

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ แสดงความกังวลต่อราคาสินค้าเกษตรและผลผลิตในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า สั่งให้ตั้งทีมงานดูแลรายสินค้า แม้ที่ผ่านมารัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร โดยใช้ตลาดนำการผลิตหรือผลิตตามตลาดต้องการ รวมทั้งแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม และส่งเสริมระบบตลาดออนไลน์ และได้มีมาตรการรักษาเสถียรภาพราคา เพื่อแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ แต่ราคาสินค้าเกษตรขึ้นอยู่กับกลไกตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ บางสินค้ายังพึ่งพาตลาดส่งออกหลักเพียงตลาดเดียว อีกทั้งยังขึ้นกับตลาดล่วงหน้าต่างประเทศ เช่น ยางพารา เป็นต้น

ทั้งนี้ พล.อ.ฉัตรชัย สั่งการให้ สศก. ประมาณการผลผลิตด้านการเกษตร 16 ชนิดในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า ได้แก่ ข้าวนาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลังโรงงาน สับปะรดโรงงาน ปาล์มน้ำมัน ยางแห้ง ลำไย ทุเรียน มังคุด กุ้งทะเลเพาะเลี้ยง ปลานิล ไก่เนื้อ สุกร ไข่ไก่ น้ำนม และโคเนื้อ แล้วประสานไปยังกระทรวงพาณิชย์ เพื่อร่วมกันหามาตรการรองรับผลผลิตที่จะออกมา ที่อาจส่งผลกระทบทำให้ผลผลิตล้นตลาด และราคาที่เกษตรกรขายได้ตกต่ำ

นอกจากนี้ รมว.เกษตรฯ แสดงความกังวลในสินค้าเกษตรหลายตัวที่ผลผลิตน้อย แต่ราคายังตกต่ำต่อเนื่อง เพราะหากผลผลิตออกมามากราคาตกต่ำ ถือเป็นสถานการณ์ปกติ จึงสั่งการให้ สศก. นำข้อมูลผลผลิตวิเคราะห์เชิงลึกหาเหตุผลที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงให้มากขึ้น และแนวทางการบริหารจัดการสินค้า ส่วนใหญ่ยังเป็นแบบตั้งรับ จึงสั่งการให้ตั้งคณะกรรมการของกระทรวงเกษตรฯ ขึ้นมาดูแลแต่ละรายสินค้า เพื่อร่วมกับคณะกรรมการนโยบายแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตร ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกกระทรวงเกษตรฯ เพื่อร่วมกำหนดแนวทางแก้ปัญหาแบบเชิงรุก