คนกรุงเตรียมหนาว! อุตุฯเผยอุณหภูมิจะลดลง พายุเท็มบินมาแล้ว

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศ “พายุ “เท็มบิน” (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 26-28 ธันวาคม 2560)” ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2560 ระบุว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้(25 ธ.ค. 2560) พายุไต้ฝุ่น “เท็มบิน”(TEMBIN) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 8.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 109.4 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนตัวผ่านทางตอนใต้ของประเทศเวียดนามในช่วงวันที่ 25-26 ธันวาคม 2560 และมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนในวันนี้ และจะอ่อนกำลังลงอีกเป็นพายุดีเปรสชันและเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ตามลำดับ (ทั้งนี้เนื่องจากพายุเคลื่อนที่มาปะทะกับอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยจึงทำให้อ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว) ก่อนจะเคลื่อนตัวลงสู่อ่าวไทยและภาคใต้ของประเทศไทย ในช่วงวันที่ 26-27 ธันวาคม 2560

ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเกิดขึ้นได้ สำหรับภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ในบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม

สำหรับคลื่นลมในบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ในช่วงวันที่ 25-27 ธันวาคม 2560 ไว้ด้วย

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้ และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศหนาวเย็นต่อเนื่องและอุณหภูมิลดลง 1-2 องศาเซลเซียส กับมีหมอกบางพื้นที่ ส่วนบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวจัด ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

สำหรับภาคใต้มีฝนเล็กน้อย และคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระวัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ ทางตอนบนของภาคอากาศหนาว กับมีหมอกบางพื้นที่ อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 11-15 องศาเซลเซียส ส่วนทางตอนล่างอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 17-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 1-6 องศาเซลเซียส กับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลงอีกเล็กน้อย โดยมีฝน ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 11-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็น กับมีหมอกบางพื้นที่ อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็น กับมีหมอกบางพื้นที่ อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส โดยมีฝน ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศเย็น โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็น กับมีหมอกบางพื้นที่ อุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย โดยมีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยระหว่างการมอบนโยบายเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบสำหรับผู้มีรายได้น้อยใน จ.พิษณุโลก ว่า รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง โดยการแก้ไขปัญหานี้ มีทั้งการมีกฎหมายลงโทษการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา 15% ที่มีโทษหนักทางอาญาถึงขั้นจำคุก ซึ่งเชื่อว่าจะปรามการทำผิดได้ในระดับหนึ่ง ส่วนที่ 2 ทางออกสำหรับผู้ที่เคยปล่อยเงินกู้นอกระบบให้ยังมีรายได้อยู่คือ การเปิดให้เข้ามาปล่อยสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ซึ่งจะให้คิดดอกเบี้ยเกิน 15% คือคิดดอกเบี้ยได้ 36% ปล่อยเงินต่อรายไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่งดอกเบี้ยระดับนี้เชื่อว่าผู้ประกอบการก็อยู่ได้

ส่วนที่ 3 สำหรับผู้กู้เอง ที่มีหนี้นอกระบบอยู่รัฐบาลสนับสนุนให้ไปเจรจาเพื่อลดหนี้ หรือเงื่อนไขต่างๆ และเข้ามาเป็นหนี้ในระบบแทนโดยจะมีธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้าไปรับหนี้ส่วนนี้เข้ามา โดยรัฐบาลเคยอนุมัติวงเงินให้ทั้ง 2 แห่งๆ ละ 5,000 ล้านบาท รวม 1 หมื่นล้านบาท และพร้อมจะอนุมัติวงเงินเพิ่มให้อีก

สำหรับการเจรจาประนอมหนี้เพื่อให้นำหนี้เข้ามาในระบบและประชาชาชนได้รับดอกเบี้ยที่ผ่อนได้นี้ จะมีคณะคณะเจรจาโดยมีอัยการของทุกจังหวัดนำ ผู้เป็นหนี้สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือจากคณะเจรจานี้ได้ผ่านธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ที่ศูนย์ดำรงธรรมของจังหวัด

“การแก้ปัญหาครบวงจรจะทำให้หนี้นอกระบบหมดไป ชาวบ้านก็มีทางออก ผู้ประกอบการก็อยู่ได้ ซึ่งตอนนี้นโยบายของปลัดกระทรวงการคลังเองก็อยากให้มีการแก้ไขปัญหาจนเหลือ 0% เป็นรายจังหวัด เช่น กรณีของพิษณุโลกที่มีหนี้นอกระบบอยู่ 14,000 ราย ก็อยู่ในวิสัยที่จะทำให้เหลือ 0% ได้” นายอภิศักดิ์ กล่าว

รมว.คลัง กล่าวว่า อีกแนวทางที่รัฐบาลตั้งใจดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบและความยากจนในระยะยาวคือ การดำเนินการผ่านข้อมูลผู้มาลงทะเบียนคนจน 11 ล้านคน ที่ปัจจุบันรัฐบาลมีการช่วยแบ่งเบาภาระให้อยู่แล้วเดือนละ 200-300 บาท แต่นี่เพียงช่วยแบ่งเบา อนาคตจะต้องดูแลให้มีรายได้ดีขึ้น คือ ต้องหางานให้ทำโดยรัฐบาลประสานกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัด (ส.อ.ท.) หอการค้าจังหวัด ว่าปัจจุบันมีตำแหน่งงานอะไรบ้าง ต้องการประสบการณ์อย่างไร ซึ่งในผู้เข้ามาลงทะเบียน 11 ล้านคนนี้ มีประมาณ 5 ล้านคนที่อยู่ในเป้าหมายที่สามารถดึงเข้ามาพัฒนาตรงนี้ได้ จะป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงานต่อไปได้ แต่ทั้งหมดนี้ต้องยืนอยู่บนว่าทุกคนจะต้องขยันที่จะทำ ไม่ใช่ไม่ทำไม่เช่นนั้นก็ไม่หายจน

ทั้งนี้ จากทั้งหมดของผู้ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยเพื่อรับบัตรสวัสดิการนี้ พบว่ามี 1.2 ล้านคน ที่มีปัญหาหนี้นอกระบบ ในส่วนนี้กระทรวงการคลังจะส่งคนเข้าไปหาเพื่อแก้ไขปัญหาเป็นรายบุคคลเลยเพราะหาให้เริ่มเข้ามาแก้ไขเองปัญหาจะยังอยู่

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ปัญหาหนี้นอกระบบเป็นปัญหาที่เป็นรากเหง้าของประเทศ รัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้เรามีโมเดลการแก้ไขปัญหาครบวงจรที่เป็นต้นแบบแล้ว จะทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นระบบมากขึ้น ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ให้ให้ความร่วมมือมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อไปนี้ เชื่อว่าจะมีบางจังหวัดกล้าประกาศว่าหนี้นอกระบบเป็น 0% เช่น จ.ภูเก็ต ระบุว่าสามารถทำได้ภายใน 3 เดือน จ.พังงา ระบุว่าทำได้ใน 2 เดือน พิษณุโลก มีปัญหาอยู่ประมาณ 14,000 ราย ซึ่งไม่มากเลยเชื่อว่าจะเป็นอีกจังหวัดที่แก้ไขปัญหาได้

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า รัฐบาลมอบหมายให้ออมสิน และธ.ก.ส. ปล่อยสินเชื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบในช่วงที่ผ่านมาวงเงิน 10,000 ล้านบาท ในช่วงสิ้นปีหนี้คาดว่าออมสินปล่อยสินเชื่อให้กับรายย่อยจำนวน 4,200 ล้านบาท จำนวนประมาณ 1 แสนราย จากวงเงินเป้าหมาย 5,000 ล้านบาท ปล่อยกู้ 50,000 บาทต่อราย จึงเตรียมเสนอกระทรวงการคลังพิจารณาวงเงินเพิ่มอีกประมาณ 5,000 ล้านบาท ร่วมกับ ธ.ก.ส. เพื่อปล่อยสินเชื่อหนี้นอกระบบในปี 2561 ต่อเนื่องจากปี 2560 นอกจากนี้ ออมสินยังเตรียมของขวัญปีใหม่ ให้กับลูกค้าชำระหนี้ต่อเนื่องไม่เป็นหนี้เสียในช่วงกลางเดือนม.ค.นี้ สำหรับเงินกู้ไม่เกิน 3 แสนบาทต่อรายสำหรับบุคคลธรรมดา ด้วยการคืนเงินให้กับลูกค้า 30% ของดอกเบี้ยที่จัดเก็บจากลูกค้า

นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ธ.ก.ส. เข้าร่วม “โครงการนำร่องเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบสำหรับ ผู้มีรายได้น้อยในจังหวัดพิษณุโลก” ซึ่งตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2560 พบว่ามีเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยมาลงทะเบียนจำนวน 3,959,030 ราย และมีหนี้นอกระบบ 448,496 ราย มูลหนี้เฉลี่ยต่อรายจำนวน 59,520 บาท โดยในจ.พิษณุโลก มีเกษตรกรที่ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ 65,774 ราย เป็นเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยที่มีหนี้นอกระบบ 4,982 ราย มูลหนี้ 358 ล้านบาท เฉลี่ยหนี้ต่อราย 71,858 บาท

ปัจจุบันไทยมีผู้ป่วยโรคไตสูงถึง 8 ล้านคน ติด 1 ใน 3 ของอาเซียน และในการฟอกไตใช้เวลานาน 4 ชั่วโมงต่อครั้ง แต่น่ายินดีที่นักศึกษาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ประกอบด้วย ชุติวัต ธนาภิบาลวงษา, จันทัปปภา จันทร์ครบ, วรปรัชญ์ ฤทธิ์คำรบ และ ณรวี อัศวกิจธนานนท์ มี น.ส.เมทินี จรรยาสุภาพ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ใช้เวลาวิจัยพัฒนากว่า 6 เดือน สร้างนวัตกรรม “เครื่องเซนเซอร์ตรวจวัดของเสียในน้ำยาฟอกไต” ซึ่งคว้ารางวัลชนะเลิศ ประเภทอุดมศึกษา จากงาน KMITL Innovation Awards 2017 ถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

จันทัปปภา กล่าวว่า เครื่องเซนเซอร์ฯ ใช้วัดของเสียในน้ำยาฟอกไตที่ใช้แล้วแบบเรียลไทม์ เราสนใจสาร 2 ตัว คือ ยูเรีย และครีเอตินิน มุ่งเน้นในคนไข้โรคไตที่ต้องทำการฟอกเลือดด้วยเครื่อง Hemodialysis Machine เพราะคนไข้โรคไตไม่สามารถขับของเสียออกมาทางปัสสาวะได้ เราวัดของเสีย 2 ตัวนี้เพื่อบ่งชี้ว่าคนไข้ที่กำลังฟอกเลือดเพียงพอแล้วหรือยัง ทำให้ทราบทันทีว่าต้องปรับเพิ่ม หรือลดเวลาในการฟอกเลือดของคนไข้หรือไม่ ช่วยลดเวลาในการรักษา การตรวจวัดด้วยวิธีนี้จะไม่สอดใส่อะไรเข้าไปในตัวคนไข้ เพราะได้วัดกับน้ำยาฟอกไตที่ใช้แล้ว ซึ่งมีของเสียที่เราสนใจอยู่ในนั้นด้วย

เครื่องมือวัดของเสียจากน้ำยาฟอกไตที่ใช้แล้ว ประกอบด้วย กล่องวงจร และไมโครคอนโทรลเลอร์ อีกส่วนหนึ่งเป็นอิเล็กโทรด หรือเซนเซอร์ เป็นตัวให้แรงดันทางไฟฟ้ากับสารตัวอย่างเพื่อให้เกิดปฏิกิริยาภายใน และวัดค่ากระแสไฟฟ้าที่ได้จากการที่สารตัวอย่างทำปฏิกิริยา ซึ่งกระแสที่ได้จะมีความสัมพันธ์กับค่าความเข้มข้นของสารตัวอย่าง

ส่วนวิธีใช้งาน จะจุ่มเซนเซอร์ลงในสารที่ต้องการวัด โดยที่ขั้ว Working electrode (Green) จะถูกเคลือบด้วยสารพิเศษที่มีความจำเพาะเจาะจงกับยูเรีย และครีเอตินิน ทำให้ตรวจจับสารทั้งสองได้ การบ่งชี้ในชั่วโมงแรกของการฟอกไตของเสียจะออกมาก เมื่อเวลาในการฟอกผ่านไป ถ้าของเสียที่ออกมาลดน้อยลงในระดับที่ยอมรับได้ จะหยุดรักษาการฟอกเลือด ซึ่งเป็นการประหยัดทรัพยากร เพราะคนไข้แต่ละคนได้รับเวลาการรักษาที่เป็นจริงตามสภาวะที่แตกต่างของแต่ละคน

เกาะสุกร เกาะกลางทะเลตรัง ฝั่งอันดามัน ตั้งในเขตพื้นที่อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะสภาพภูมิประเทศที่สวยงาม มีทั้งชายหาด ภูเขา และยังเป็นเกาะเดียวในจังหวัดที่มีการปลูกข้าว โดยกว่า 90% ประชากรเป็นพี่น้องชาวมุสลิม

ภาพของท้องทุ่งนากว้างใหญ่สร้างความผ่อนคลาย และยังเพลินตาเพลินใจกับฝูงควายอีกกว่า 300 ตัว ที่ลงเล่นน้ำในทะเล กลายเป็นเสน่ห์ดึงดูดให้ผู้คนมาที่นี่ โดยเฉพาะสื่อโซเชียลที่แชร์ต่อกันไป ยิ่งปลุกกระแสเกาะสุกรฟีเวอร์แรงขึ้นตามลำดับ ทำให้ปัจจุบันเริ่มมีนักธุรกิจเข้ามาจับจองพื้นที่สร้างรีสอร์ต บังกะโล ที่พักอาศัยรองรับนักท่องเที่ยวแล้วหลายสิบราย

“ราตรี จิตรหลัง” นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เกาะสุกร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันเกาะสุกรเริ่มมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกปี มีทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยเฉลี่ยแต่ละปีไม่น้อยกว่า 10,000 คน โดยเฉพาะต่างประเทศจะเข้ามาพักอาศัยอยู่ค่อนข้างยาวนาน บางรายพาครอบครัวเข้ามาอยู่นับเดือน ทำให้นักลงทุนเริ่มมาสร้างรีสอร์ตในพื้นที่แล้วกว่า 100 ห้อง และจากปริมาณที่นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ทำให้ชาวบ้านบนเกาะมีรายได้ดีขึ้นตามลำดับ มีอาชีพบริการด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจจำหน่ายอาหารพื้นบ้าน ธุรกิจรถซาเล้ง รับนักท่องเที่ยวเที่ยวรอบเกาะ เป็นต้น

“จากการท่องเที่ยวที่เติบโตขึ้น เรามีการคุยกันในพื้นที่ว่า จะรักษาวิถีชีวิตที่เป็นอัตลักษณ์ดั้งเดิมของชุมชนไว้ให้มากที่สุด แต่จะดึงความเป็นอัตลักษณ์ที่ดีขึ้นมาพัฒนาให้เด่นขึ้น เพื่อสร้างความแปลกใหม่ด้านการท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน โดยเราจะอนุรักษ์ผืนนาที่สวยงามริมชายหาด สร้างถนนรอบเกาะที่ด้านหนึ่งเป็นชายหาด อีกด้านเป็นทุ่งนา มีควายกว่า 300 ตัวนอนในปักโคลนและลงเล่นน้ำทะเล ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว และสวนแตงโมริมชายทะเลหลายสิบไร่ที่ให้ผลผลิตในช่วงปลายปี สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านบนเกาะปีละนับ 10 ล้านบาท ถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของเกาะสุกร ที่กำลังเป็นที่นิยมของผู้มาเยือนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ” นางราตรีกล่าว

ชัดเจนว่าเกาะสุกรมีศักยภาพที่จะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวังตรัง ล่าสุดมีกำหนดจัดงาน “เบิกฟ้าอันดามัน@ เกาะสุกร : กินแตง แหลงใต้ แลควายเล เข๋ซาเล้ง” ขึ้นระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2560-1 มกราคม 2561 โดยจัดให้มีกิจกรรมหลากหลายและกิจกรรมพิเศษ คือ countdown ชาวเล เท่ไม่มีแอลกอฮอล์

“กรุณา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา” ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตรัง เปิดเผยว่า เกาะสุกรเป็น 1 ใน 12 ชุมชนสีเขียวเที่ยวได้ทั้งปี @ ตรัง มีความโดดเด่นและมีความเป็นเอกลักษณ์ เป็นชุมชนที่มีความเป็นวิถีไทยครบวงจร ทั้งการท่องเที่ยวเชิงเกษตร สวยงามกับวิถีนา และไร่แตงโมบนเกาะ รวมทั้งวิถีเลของชาวประมงพื้นบ้าน และเป็นเกาะในฝันของนักปั่นจักรยาน รวมถึงความอร่อยของแตงโมหวานกรอบที่ขึ้นชื่อ ที่สำคัญมีอาหารที่เป็นตำนาน คือ แกงไก่ตายาย ขนมตาหยาบ ขนมคล้องใจ

นอกจากนี้ ยังมีความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ บ่อน้ำจืดและสันหลังมังกรที่สวยงาม 2 แห่ง คือ สันหลังมังกรหยก และสันหลังมังกรทับทิมสยาม อยู่ในทะเลบริเวณเกาะสุกร

ว่ากันว่าใครได้ไปเหยียบสันหลังมังกรถือว่าได้รับพลังที่ยิ่งใหญ่จากเจ้าทะเล ชีวิตจะเจอแต่สิ่งที่ดีงาม

“การท่องเที่ยววิถีไทย วิถีชุมชน haveyoursayonline.net เป็นการท่องเที่ยวที่มีความเรียบง่าย และจังหวัดตรังถือว่ามีต้นทุนสูง เพราะมีความหลากหลายของชุมชน อีกทั้งประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมที่มีหนึ่งเดียวในประเทศ เช่น สงกรานต์น้ำหอม ประเพณีแข่งลูกลม ประเพณีไหว้พระจันทร์ ประเพณีชักพระข้ามทะเล ตรังจึงเป็นเมืองที่มีเสน่ห์น่าค้นหา และระหว่างวันที่ 12-14 กุมภาพันธ์ 2561 มีงานวิวาห์ใต้สมุทร หนึ่งเดียวในประเทศไทยเช่นกัน และทั้งหมดนี้เรียกได้ว่า เป็นการท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน”

ด้าน “ศุภศักดิ์ ศรีหมาน” ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า ที่ผ่านมามีการสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ร่วมกับทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดสร้างจุดชมวิว การพัฒนาปรับภูมิทัศน์บ่อน้ำจืดกลางทะเล การก่อสร้างถนนรอบเกาะ และการก่อสร้างถนนสำหรับเป็นเส้นทางปั่นจักรยาน ชมความงามของธรรมชาติและภูมิประเทศบนเกาะสุกร ที่ถือว่าเป็นเกาะที่มีความโรแมนติก สวยงาม ดังนั้นการมาท่องเที่ยวบนเกาะสุกรจึงมีความสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางจากจังหวัดที่มีระยะทางมาถึงท่าเรือประมาณ 47 กิโลเมตร และนั่งเรือหางยาวจากท่าเรือมาบนเกาะสุกรใช้เวลาเพียง 15-20 นาทีเท่านั้น เมื่อขึ้นมาบนเกาะแล้วสามารถเที่ยวชมความสวยงามต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย

ขณะที่ “ศิริพัฒ พัฒกุล” ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า ตนได้เน้นให้เกาะสุกรพัฒนาการท่องเที่ยวที่เป็นอัตลักษณ์ของตนเอง ไม่ต้องไปตามแบบใคร เพราะหลายแห่งมองว่าเกาะสุกรมีความสวยงามในตัวเอง ดังนั้นต้องเอาจุดเด่นของตนเองมาเป็นจุดขาย ทั้งความสวยงามของท้องทุ่งนาติดกับชายหาดทะเล สวนแตงโมยาวเหยียดริมชายหาด แตงโมที่มีรสชาติหวานอร่อยไม่เหมือนใคร ควายทะเล ที่มีแหล่งคลุกโคลนที่ได้ชื่อว่าเป็นสปา เรื่องของอาหารการกิน วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ผลิตภัณฑ์สินค้าจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ทั้งการแปรรูปอาหารทะเล ผ้าบาติกอันเลื่องชื่อ ล้วนพัฒนาขึ้นมาเป็นจุดขายได้อย่างสบาย ๆ

เกาะสุกรในวันนี้จึงเป็นหมุดหมายแห่งใหม่ ที่จะกลายเป็นเกาะสวรรค์แห่งอันดามันในใจนักท่องเที่ยวอย่างแน่นอน นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยหลังการเดินทางไปตรวจราชการจังหวัดพิษณุโลก และร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ณ จังหวัดสุโขทัยระหว่างวันที่ 25-26 ธันวาคม 2560 ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมีส่วนในการพัฒนาพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งข้อเสนอของภาคเอกชนที่ต้องการให้ส่งเสริมและสนับสนุนภาคเหนือเป็นฐานการผลิตเกษตรอุตสาหกรรมแปรรูปมูลค่าสูงนั้น

กระทรวง ฯ ได้สนับสนุนผ่าน โครงการสำคัญ อาทิ โครงการ Northern Thailand food Valley โดยเข้าไปช่วยเชื่อมโยงผู้ผลิตวัตถุดิบเกษตรเข้าสู่อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปสมัยใหม่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การพัฒนาระบบโลจิสติกส์และโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ตลอดจนการสนับสนุนการจัดงาน Northern Thailand Food Valley Expo เพื่อแสดงศักยภาพสินค้าด้านเกษตรและอาหารแปรรูปของ 17 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งกระทรวงฯ จะผลักดันให้มีขึ้นในปี 2561 สำหรับประเด็นปัญหาและความต้องการของผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคเหนือที่เกี่ยวกับเครื่องจักร

เทคโนโลยีการผลิต ก็สามารถขอรับคำแนะนำได้จากศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต (Industry Transformation Center : ITC) ซึ่งตั้งอยู่ที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมในจังหวัดเชียงใหม่ พิษณุโลก และพิจิตร อีกด้วย นอกจากนี้ กระทรวง ฯ ยังได้เตรียมสินเชื่อ Transformation Loan เสริมแกร่งเพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักร ระยะที่ 2 จำนวน 20,000 ล้านบาท ผ่านธนาคารออมสินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่เกี่ยวข้องไว้ให้บริการแก่ SMEs ในปี 2561 อีกด้วย