ความนิยมผักกุ่มและผักเสี้ยนดองนั้นถือว่าเป็นระดับสากล

ของคนไทยแล้ว ตลาดสดใหญ่ๆ ทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑลมีผักดองทั้งสองชนิดขายกันทั้งปี วันก่อนพ่อครัวที่บ้านไปได้มาจากตลาดสดเมืองทอง รสชาติดีมาก โดยเฉพาะส้มผักกุ่มของแม่ค้าเจ้านี้ใบสวยมากและรสเปรี้ยวมันกำลังดีแทบไม่มีรสขมเหลืออยู่เลย

เพื่อนที่เป็นนักนิยมผักดองคนหนึ่งโอดโอยให้ฟังว่า ผักดองกินอร่อยก็จริง แต่ถ้ากินเยอะไปก็มักปวดเอว โดยเฉพาะ “ผักหนามดอง” ซึ่งมีมากในทางภาคใต้ เขาบอกว่า ยิ่งกินยิ่งอร่อยและยิ่งปวดเอว

ปรากฏว่าเพื่อนในกลุ่ม “คนรักผัก” ทางเฟซบุ๊กอีกคน ซึ่งเรียนจบมาทางด้านแพทย์แผนไทย มาให้ความรู้เพิ่มเติมในเชิงวิชาการดังนี้

“รสเปรี้ยวแม้กระตุ้นให้รับประทานอาหารได้มาก แต่รสเปรี้ยวมีผลทำให้ธาตุลม (หนึ่งในธาตุทั้ง 4) มีเรี่ยวแรงมากขึ้น เป็นลมประเภท “ลมพัดนอกลำไส้-กุจฉิสยาวาตา ลมในกระเพาะในลำไส้-โกฏฐาสยาวาตา” ดังนั้น บางคนรับประทานแล้ว อาจมีอาการปวดเอวได้ มักเกิดกับ หนึ่ง คนที่อายุมากกว่า 32 ปีขึ้นไป สอง คนที่เกิดช่วง พฤษภาคม มิถุนายน และกรกฎาคม สาม คนที่มักมีอาการง่วงนอนมากตอนบ่ายสองบ่ายสาม ง่วงมากนะ มิใช่ง่วงธรรมดาเพราะเวลานั้นใครๆ ก็มักง่วง (ทั้งหมดนี้ว่าตามตำรา ครูโบราณแพทย์แผนไทย หรือเวชศาสตร์สยาม) ซึ่งการทานผักเสี้ยนดองจิ้มน้ำพริก มีพริกช่วยขับลม แต่สำหรับบางท่านยังไม่พอ ควรแนมขิง ขมิ้น กะเพรา หรือผักรสร้อนอื่นๆ ช่วยขับลม”

จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม คนที่บ่นว่ากินผักดองแล้วชอบปวดเอวนั้น ดันเกิดเดือนพฤษภาคมเสียด้วย ศาสตร์การแพทย์แผนไทยนี่เด็ดจริงๆ “การบริหารจัดการขยะอย่างถูกวิธี และแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดและยั่งยืน คือการกำจัดขยะโดยการใช้ขยะเป็นตัวตั้งต้น ในการผลิตกระแสไฟฟ้า นี่คือการใช้ประโยชน์จากขยะและกำจัดขยะ ไปในคราวเดียวกัน” พลตรี รังษี กิติญาณทรัพย์ กล่าว

พลตรี รังษี กิติญาณทรัพย์ ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และที่ปรึกษากองทัพภาคที่ 1 (ดูแลความสงบเรียบร้อย 25 จังหวัด) กรุณาอนุมัติให้ คณะทำงาน รายการ “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือเกษตรกร” เข้าสัมภาษณ์และถ่ายทำรายการ “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือเกษตรกร” ความยาว 1 ชั่วโมง ตอน การบริหารจัดการขยะมูลฝอย พื้นที่บริเวณบ้านเชิงเขาทอง ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นโครงการภายใต้การดูแลของ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล. 1 รอ.) สังกัด กองทัพภาคที่ 1

พลตรี รังษี กล่าวว่า พี่น้องประชาชนทั่วไป อาจจะสงสัยว่า พล. 1 รอ. กองทัพภาคที่ 1 เข้ามาเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาขยะล้นเมือง จังหวัดกาญจนบุรี และโครงการบริหารจัดการขยะมูลฝอย พื้นที่บริเวณบ้านเชิงเขาทอง ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี นี้ได้อย่างไร ผมขอเรียนว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่บริเวณเชิงเขาทอง ในกำกับดูแลของกองทัพบกซึ่งปกติใช้สำหรับการฝึกทางยุทธวิธี ให้แก่กำลังพลของกองทัพบก แต่ถูกลักลอบนำขยะมาทิ้งโดยวิธีการเทกองและฝังกลบขยะ แบบไม่ถูกสุขาภิบาลมาตั้งแต่ปี 2529 ดังนั้น กองทัพบกจึงจำเป็นต้องเข้ามาบริหารจัดการ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาขยะมูลฝอยดังกล่าว โดยการใช้เทคโนโลยีและรูปแบบที่เหมาะสม สำหรับการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในภาพรวมของจังหวัดที่ถูกต้อง ตามหลักวิชาการ ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และให้เกิดการยอมรับของภาคประชาชนและชุมชนในพื้นที่โดยรอบโครงการ

พลตรี รังษี กล่าวต่อว่า หลังการเข้ามาจัดการดูแลพื้นที่ โดย พล. 1 รอ. กองทัพภาคที่ 1 ทำให้เกิดการบริหารจัดการที่เป็นระบบและส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันว่า ปัญหาขยะล้นเมืองเป็นปัญหาของโลก ไม่เพียงประเทศไทย หรือจังหวัดกาญจนบุรีเท่านั้น การรณรงค์ให้ลดการสร้างขยะ เช่น การใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก การรณรงค์ให้มีการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง การนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ หรือ Recycle เป็นวิธีการที่ดี แต่สามารถช่วยแก้ปัญหาขยะล้นเมืองได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

การแก้ปัญหาระยะยาว อย่างยั่งยืน ซึ่งก่อเกิดประโยชน์จากขยะ นั่นคือ การเปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ด้วยโรงผลิตไฟฟ้าจากขยะ ในปัจจุบันเทคโนโลยีของโรงผลิตไฟฟ้าจากขยะ ได้ผ่านการค้นคว้าวิจัย ลองผิดลองถูกในนานาประเทศมาอย่างยาวนาน จนมีความก้าวหน้าไปมากมาย ถึงวันนี้ อาจจะกล่าวได้ว่า เทคโนโลยีของโรงผลิตไฟฟ้าจากขยะเดินทางมาถึงจุดที่การค้นคว้าวิจัยครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว มีศักยภาพสูงในการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยใช้ขยะเป็นวัตถุดิบ และปราศจากมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม จากกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะ เกิดพลังงานไฟฟ้าเป็นผลผลิต เรียกว่าเป็นการใช้ประโยชน์จากขยะและกำจัดขยะ ไปในคราวเดียวกัน จึงถึงเวลาแล้วครับที่เราจะใช้เทคโนโลยีของโรงผลิตไฟฟ้าจากขยะ ที่ผ่านการพัฒนา ทดสอบ และรับรองแล้ว มาแก้ปัญหาขยะล้นเมืองของเรา

พลตรี รังษี กล่าวสรุปว่า ขยะมูลฝอยเกิดขึ้นทุกวัน ขยะเก่ายังกำจัดไม่จบ ก็มีขยะใหม่มาเพิ่ม และเกิดการสะสม การบริหารจัดการขยะอย่างถูกวิธี ที่จะแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดและยั่งยืน คือการกำจัดขยะโดยการใช้ขยะเป็นตัวตั้งต้น ในการผลิตกระแสไฟฟ้า นี่คือการใช้ประโยชน์จากขยะและกำจัดขยะ ไปในคราวเดียวกัน

ด้าน คุณชัยยุทธ วัฒโน เจ้าของบริษัท สยามวัฒนกิจ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ดูแลโรงงานคัดแยกกำจัดขยะของจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า โรงงานคัดแยกกำจัดขยะของจังหวัดกาญจนบุรีที่ผมรับผิดชอบ มีระบบการคัดแยกและกำจัดขยะ อันเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน ในบริเวณใกล้เคียง ขณะนี้เรากำลังทำการศึกษาความเป็นไปได้ ในการผลิตวัสดุบำรุงดินจากขยะครัวเรือน เพื่อเป็นการลดปริมาณขยะและเพิ่มการใช้ประโยชน์จากขยะอีกทางหนึ่ง โดยความร่วมมือกับ ศูนย์ “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือเกษตรกร” มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทดลองนำร่องผลิตวัสดุบำรุงดินจากขยะครัวเรือน ได้แก่ ปุ๋ยหมักชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพ สูตรเร่งโต น้ำหมักชีวภาพ สูตรดับกลิ่น น้ำหมักชีวภาพ สูตรต้านโรคพืช น้ำหมักชีวภาพ สูตรไล่แมลง อีกไม่กี่เดือนจะสามารถผลิตแจกจ่ายให้พี่น้องประชาชนนำไปทดลองใช้ได้

รศ.ดร.จุรีย์รัตน์ ลีสมิทธิ์ ผู้อำนวยการ ศูนย์ “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือเกษตรกร” มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ฯ ในฐานะผู้อำนวยการผลิตรายการฯ กล่าวว่า ยังมีรายละเอียดที่สนใจอีกมากมาย เกี่ยวกับ พล. 1 รอ. กองทัพภาคที่ 1 กับต้นแบบการแก้ปัญหาขยะล้นเมือง จังหวัดกาญจนบุรี และบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของ พลตรี รังษี กิติญาณทรัพย์ ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และที่ปรึกษากองทัพภาคที่ 1 ซึ่งสามารถติดตามรับฟัง รับชม ได้ใน รายการ “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือเกษตรกร” วันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2561 เวลา 10.00-11.00 น. ทางสถานีวิทยุ มก. สามารถรับชมย้อนหลังได้ทางเว็บไซต์ของสถานีวิทยุ มก.

ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ รศ.ดร.จุรีย์รัตน์ ลีสมิทธิ์ ผู้อำนวยการ ศูนย์ “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือเกษตรกร” มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ฯ ที่ตั้งสำนักงาน คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม 73140 อีเมล molku@ku.ac.th ไลน์ไอดี ajmaew

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ชี้แจงประเด็นกระบวนการนำยางพาราไปเป็นส่วนผสมในการก่อสร้างถนนดินซีเมนต์ด้วยยางธรรมชาติสามารถทำได้กับทั้งน้ำยางสดและน้ำยางข้น โดยนำไปผสมสารผสมเพิ่ม (NR-Preblend) จากโรงงานผู้ผลิตหรือผสมที่หน้างาน ให้ได้ตามสูตรที่คู่มือกรมทางหลวงกำหนด ซึ่งขึ้นอยู่กับความสะดวก เหมาะสมของวิธีการจัดซื้อจัดจ้างในแต่ละท้องถิ่น

นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ กรรมการการยางแห่งประเทศไทย รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวชี้แจงว่า การทำถนนยางพาราซอยด์ซีเมนต์ในโครงการ 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตรของรัฐบาล ทางกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้จัดทำคู่มือการก่อสร้างถนนดินซีเมนต์ปรับปรุงคุณภาพด้วยยางธรรมชาติ (ยางพารา) สำหรับงานท้องถิ่น ออกมาเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันในแนวทางปฏิบัติ โดยในส่วนของการนำยางพาราไปใช้ในการทำถนน ด้วยการนำน้ำยางสดหรือน้ำยางข้นผสมกับสารผสมเพิ่ม (NR-Pleblend)

เพื่อปรับปรุงคุณภาพ และปรับเปลี่ยนคุณสมบัติบางประการของน้ำยางพาราให้มีคุณสมบัติทางวิศวกรรมกำหนด สำหรับในส่วนของราคากลางที่กรมบัญชีกลางออกมาทั้ง 2 ฉบับ คือ หลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดราคากลางงานก่อสร้าง ฉบับที่ 2 และฉบับที่ 4 ซึ่งมีความแตกต่างกันในเรื่องของกระบวนการและราคา โดยประมาณการราคา ณ วันที่ 18 ธันวาคม 2561 ไว้ดังนี้ สำหรับหลักเกณฑ์ฯ ฉบับที่ 2 คำนวณจากราคาน้ำยางข้น FOB และมีกระบวนการทำถนนแบบผสมในโรงผสม เมื่อทดลองคิดราคาตามมาตรฐานของกรมบัญชีกลางอยู่ที่ประมาณ 1.23 ล้านบาท ต่อกิโลเมตร (กว้าง 6 เมตร ระยะทาง 1 กิโลเมตร) และสำหรับหลักเกณฑ์ฯ ฉบับที่ 4 คำนวณจากราคาของน้ำยางสด

ตามประกาศราคาของการยางแห่งประเทศไทย และขั้นตอนการทำถนนเป็นวิธีการแบบใช้รถเกลี่ย (Motor Glade) เมื่อทดลองคิดราคาตามมาตรฐานของกรมบัญชีกลางอยู่ที่ประมาณ 1.12 ล้านบาท ต่อกิโลเมตร (ถนนกว้าง 6 เมตร ยาว 1 กิโลเมตร) ซึ่งราคาที่แท้จริงนั้นขึ้นอยู่กับการประมูลงานในแต่ละท้องที่ และการจัดซื้อจัดจ้างทำถนนยางพาราซอยด์ซีเมนต์ ก็ขึ้นอยู่กับส่วนปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ ว่าจะสะดวกดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรูปแบบใด

“ทั้งนี้ ขอให้ผู้ที่ผลิตน้ำยางผสมสารเคมี หรือผู้ผลิตน้ำยาที่ใช้ในการผสมกับน้ำยางเพื่อใช้ในการทำถนนพาราซอยด์ซีเมนต์ขอให้มาแจ้งรายละเอียดกับทาง กยท. โทร. 086-389-4240 ฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยาง เพื่อที่ทาง กยท. จะส่งรายชื่อบริษัทผู้ผลิตน้ำยางดังกล่าวให้กับผู้ใช้งานโดยตรง (อบจ. อบต. หรือหน่วยงานที่ต้องการทำถนนพาราซอยด์ซีเมนต์)” นายเยี่ยม กล่าวทิ้งท้าย

สัมผัสกีฬาเอ็กซ์ตรีมสุดท้าทาย ยูโรบันจี้ โดยกูรูท่องเที่ยว จ๊อบ – นิธิ สมุทรโคจร ท้าความเสียวที่ความสูง 8 เมตร ท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ โอมล้อมไปด้วยขุนเขา และสายน้ำ จังหวัดกาญจนบุรี ในการเดินทางแสนพิเศษภายใต้แคมเปญ กาญจน์สักครั้งหนึ่ง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ รายการสมุดโคจร On The Way ชวนเปิดประสบการณ์แบบไร้ขีดจำกัดที่กาญจนบุรี จังหวัดที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันงดงาม สัมผัสกับ ไอหมอกท่ามกลางลานกางเต๊นท์ ปางอุ๋งไทรโยค จากนั้นหพาร่างกายไปให้ธรรมชาติโอบกอดที่ ริเวอร์แคว วิลเลจ รีสอร์ท แอนด์ ออนเซ็น ห้องพักเรือนแพริมแม่น้ำแควใหญ่ พร้อมสัมผัสกิจกรรม เอ็กซ์ตรีมผาดโผนสุดมันส์ ซึ่งพิธีกรใจกล้า จ๊อบ-นิธิ อาสาโชว์แมนเล่นยูโรบันจี้ ท้าทายความสูงกว่า 8 เมตร ปิดท้ายด้วยการบรรยากาศสุดผ่อนคลายอย่าง ออนเซ็นน้ำพุร้อนที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ คืนความชุ่มชื้น ฟื้นฟูสภาพร่างกาย คงความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า

ลองมาเยือน “กาญจน์สักครั้งหนึ่ง” แล้วคุณจะหลงรักธรรมชาติ ติดตามชมบรรยากาศสุดท้าทายของนายจ๊อบ – นิธิ ในรายการ สมุดโคจร On The Way : กาญจน์สักครั้งหนึ่ง วันเสาร์ ที่ 22 ธันวาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 28 (3SD) หรือติดตามข่าวสารต่างๆ ได้ที่

นางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงภาพรวมรายได้ของเกษตรกร วัดจากดัชนีรายได้เกษตรกรในเดือนพฤศจิกายน 2561 ลดลงจากเดือนพฤศจิกายน 2560 ร้อยละ 4.96 โดยดัชนีราคาสินค้าเกษตรที่เกษตรกรขายได้ที่ไร่นาเดือนพฤศจิกายน 2561 ลดลงจากเดือนพฤศจิกายน 2560 ร้อยละ 2.12 สินค้าที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิ ราคาเพิ่มขึ้นเนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ราคาเพิ่มขึ้น เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดไม่เพียงพอกับความต้องการของ โรงงานอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์และมันสำปะหลัง ราคาเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการมีคำสั่งซื้อเพิ่มมากขึ้น และเป็นช่วงต้นฤดูการเก็บเกี่ยวหัวมันสำปะหลังเริ่มทยอยออกสู่ตลาด

สินค้าที่ราคาปรับตัวลดลง ได้แก่ ยางพารา ราคาลดลงเนื่องจากมีการชะลอซื้อขายในตลาดล่วงหน้า จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศเศรษฐกิจหลักปาล์มน้ำมันราคาลดลงเนื่องจากภาวะการค้าในประเทศรวมทั้งการส่งออกชะลอตัว และไก่เนื้อ ราคาลดลง เนื่องจากผลผลิตไก่เนื้อออกสู่ตลาดมากขึ้น ขณะที่ความต้องการบริโภคมีไม่มากนัก

ด้านดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรเดือนพฤศจิกายน 2561 ลดลงจากเดือนพฤศจิกายน 2560 ร้อยละ 2.90 สินค้าสำคัญที่ดัชนีผลผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สุกร ไก่เนื้อ และไข่ไก่ ส่วนสินค้าสำคัญที่ดัชนีผลผลิตลดลง ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิ สับปะรด ปาล์มน้ำมัน และกุ้งขาว แวนนาไม

หากมองแนวโน้มดัชนีรายได้เกษตรกรในเดือนธันวาคม 2561 คาดว่า แนวโน้มรายได้ของเกษตรกร ลดลงจากเดือนธันวาคม 2560 ร้อยละ 3.84 เป็นผลมาจากดัชนีผลผลิตที่ปรับตัวลดลง ร้อยละ 2.46 โดยสินค้าสำคัญที่มีผลผลิตลดลง ได้แก่ ข้าวเปลือก อ้อยโรงงาน สับปะรด ปาล์มน้ำมัน และกุ้งขาวแวนนาไม และดัชนีราคาปรับตัวลดลง ร้อยละ 1.41 ซึ่งสินค้าสำคัญที่มีราคาลดลง ได้แก่ อ้อยโรงงาน ยางพารา สับปะรด ปาล์มน้ำมัน และไก่เนื้อ

ทั้งนี้ สินค้าสำคัญที่มีผลผลิตออกมากในช่วงเดือนธันวาคม 2561 ได้แก่ ลำไย เนื่องจากเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตลำไยนอกฤดู อย่างไรก็ตาม เดือนมกราคม 2562 คาดว่า ดัชนีรายได้เกษตรกรจะยังทรงตัว โดยดัชนีราคามีแนวโน้มลดลง ขณะที่ดัชนีผลผลิตคาดว่าใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

กรรไกรเรามีหลายชนิด

ลองร่ายเรียงออกมา จะพบว่ามีกรรไกรตัดเล็บ กรรไกรตัดผม กรรไกรตัดกระดาษ กรรไกรคีบหมาก กรรไกรตัดผ้า กรรไกรตัดสายไฟ และกรรไกรตัดกิ่งไม้ เป็นต้น แต่ละชนิดใช้งานต่างกันไป แม้บางชนิดจะใช้ร่วมกันได้ แต่ในแง่ของความสะดวก รวดเร็ว และความเหมาะสมนั้น อาจจะไม่เกิดผลดีนัก

อย่างเอากรรไกรตัดกระดาษไปตัดกิ่งไม้เล็กๆ แม้จะตัดได้ แต่กรรไกรก็จะเสียหาย ถ้าทำอย่างไม่ระมัดระวังอาจจะบิ่น ร่อย หัก และเสียหายได้

กรรไกรตัดกิ่งไม้ เราชาวบ้านมีใช้กันมานานแล้ว แม้จะไม่นานขนาดบรรพกาล แต่ก็นานพอที่จะเล่าขานได้ว่า เราใช้คู่กับสวนมายาวไกล

การตัดกิ่งไม้ สมัยเก่าก่อน เราชาวบ้านใช้มีด เพียงแค่ลับมีดให้คม เมื่อต้องการตัดกิ่งไม้ก็บรรจงตัดออกไปได้เลย แต่ถ้าเป็นกรณีแต่งกิ่งต้นไม้ปลูกใหม่ กล้าไม้ หรือดอกไม้ที่บอบบาง บางกรณีเราก็ไม่สามารถใช้มีดคมๆ ตัดได้ เพราะจะทำให้ไม้ของเราชอกช้ำ ผลต่อมาก็คือ กล้าไม้ตาย หรือไม่ก็เฉาไปอีกหลายวัน กว่าจะฟื้นขึ้นมาใหม่

การเอามีดไปตัดกิ่งไม้ที่บอบบางเป็นการใช้เครื่องมือผิดประเภท แม้จะไม่ผิดอะไร แต่ถ้าไม่ระวังให้ดีอาจทำให้เกิดความเสียหาย ได้ไม่คุ้มเสีย

ด้วยเหตุนี้เอง กรรไกรตัดกิ่งไม้ จึงมีความจำเป็นสำหรับชาวสวน และชาวบ้านที่รักชอบในการปลูกต้นไม้ ดอกไม้

หน้าตาของกรรไกรตัดกิ่งไม้ โครงสร้างก็เหมือนๆ กับกรรไกรตัดผ้า กรรไกรตัดกระดาษ และกรรไกรทั่วๆ ไป ผิดกันแต่เพียงมีความหนากว่า และมีด้ามจับกระชับ มั่นคงกว่า ทั้งนี้เพราะว่ากิ่งไม้มีหลายขนาดนั่นเอง

การใช้กรรไกรตัดกิ่งไม้ เราชาวบ้านใช้เมื่อต้องการตัดกิ่งไม้เล็กๆ หรือดอกไม้ อย่างดอกกุหลาบหน้าบ้าน เมื่อเราปลูกเสร็จแล้ว เวลาตัดแต่งกิ่ง เราต้องใช้กรรไกรค่อยๆ ตัดแต่งกิ่งที่ไม่ต้องการออกไป ให้เหลือแต่กิ่งที่สมบูรณ์ไว้ ดอกไม้จะได้เป็นกอสวยงาม

เมื่อกุหลาบออกดอก ถ้าต้องการดอกกุหลาบเราก็ต้องใช้กรรไกรตัดอีกเหมือนกัน นอกจากต้องใช้กรรไกรแล้ว เพื่อความรอบคอบก็ต้องใช้ถุงมือด้วย กุหลาบสวยๆ มักมีหนามแหลมคม พร้อมที่จะทิ่มตำมือเราได้ทุกเวลา

ถือว่าเป็นธรรมดาของโลก ความสวยงามใด ๆ ก็ตาม มักมีเงาร้ายแฝงฝากอยู่เสมอๆ สมัยเรียนมัธยม เพื่อนๆ มักพูดคำเชยๆ แต่สนุกสนานว่า กุหลาบสวยมีหนาม สาวงามมีพิษ เอ่ยออกมาแล้วพากันหัวเราะครื้นเครง

สมัยเรียนมัธยมนั้น คำกล่าวประเภท กุหลาบสวยมีหนาม สาวงามมีพิษ เราไม่ถือว่าเป็นคำเชยๆ แต่ถือว่าเป็นคำคม แม้เราจะไปแอบจำมาจากพระเอกลิเกที่มาเล่นงานวัด หรือจำมาจากหนังขายยาในลานวัดก็ตาม

เกี่ยวกับกรรไกร สมัยเด็กๆ ยังมีคำคล้องจองตะโกนเล่นกันอย่างสนุกสนานว่า “ยายจันทร์อยู่บ้านข้างวัด ปากแกจัดเหมือนตะไกร เช้าเย็นไม่อยากเห็นหน้า เช้าเย็นไม่อยากเห็นหน้า ปากแกด่าชื่นใจๆ”

กรรไกร เราชาวบ้านบางถิ่นเรียกว่า “ตะไกร” โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแก่แม่เฒ่า เมื่อต้องการกรรไกรก็มักจะร้องบอกลูกๆ หลานๆ เป็นต้นว่า “หยิบตะไกรตัดกิ่งไม้มาให้ที”

กรรไกรตัดกิ่งไม้ เราชาวบ้านมักไม่ได้ทำขึ้นมาเอง แต่หาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป ราคาถูก แพง ขึ้นอยู่กับวัสดุที่นำมาผลิต แม้จะเป็นอันเล็กๆ แต่ราคามักจะไม่เล็กตามไปด้วย ไม่เหมือนกรรไกรตัดกระดาษที่หาซื้อได้ง่าย และราคาถูก

เราจะเลือกกรรไกรขนาดไหน ขึ้นอยู่กับงานของเรา ถ้าเพียงใช้ตัดแต่งกิ่งดอกไม้ทั่วไป เราก็เลือกกรรไกรขนาดเล็ก ราคาไม่แพงมาก แต่ถ้าต้องการตัดแต่งกิ่งต้นดอกไม้จำพวกชบา พุดจีบ พุดซ้อน เราก็เลือกขนาดใหญ่ขึ้นมาเล็กน้อย

ถ้าต้องการตัดแต่งกิ่งผลไม้ ประเภทละมุด มะม่วง กระท้อน ลักษณะเช่นว่านี้ถ้าเป็นกิ่งเล็กๆ พอใช้กรรไกรได้ แต่ต้องเป็นกรรไกรขนาดใหญ่ แต่ถ้าต้องการตัดแต่งกิ่งใหญ่ๆ คงต้องเป็นหน้าที่ของมีดคมๆ หรือไม่ก็เลื่อยจะเหมาะงามกว่า

การเลือกเครื่องมือมาใช้ถูกงานตั้งแต่แรก จะทำให้เกิดความราบรื่นในการทำงาน ก็เหมือนเลือกคนที่ใช่มาคู่ชีวิต เกิดความสุขในชีวิตนั่นแลหนึ่งในปลาน้ำจืดรูปร่างแปลกประหลาดที่ผมชื่นชอบมานานนับสิบปี มันเป็นปลานักล่าขนาดเล็ก โตเต็มที่มีความยาวเพียง 12 ซ.ม. โครงสร้างของมันราวกับจะรวมเอาจุดเด่นของปลาและสัตว์อื่นๆ มารวมเข้าไว้ในร่างเดียว กล่าวคือ มีลำตัวแบนข้างมาก ส่วนหัวใหญ่ ปากกว้างเฉียงลงอย่างปลาอะโรวาน่า ครีบอกแผ่กางขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับลำตัวเหมือนปีกผีเสื้อ มีลวดลายเทาน้ำตาลสลับจุดดำเหมือนสัตว์เลื้อยคลานนักพรางตัว มีเส้นครีบทั้งครีบท้องครีบทวารและครีบหางเป็นริ้วยาวเหมือนปลาสิงโตในทะเล

ในยามปรกติมันจะลอยตัวนิ่งใต้ผิวน้ำท่ามกลางกอพืช แต่ในทันทีที่มันต้องการจะเคลื่อนไหวมันก็อาจกระโจนเผ่นผิวขึ้นเหนือน้ำได้ในพริบตาราวกับจะโบยบิน นักมีนวิทยาศึกษาพฤติกรรมแปลกประหลาดของปลาชนิดนี้อย่างสนใจ และตั้งชื่อพวกมันเป็นชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pantodon buchholzi ฉายานามว่า African Butterflyfish หรือ “ปลาผีเสื้อแอฟริกัน”

ปลาผีเสื้อแอฟริกัน แน่นอนว่าต้องมีแหล่งอาศัยอยู่ในทวีปแอฟริกา ที่ที่มันชอบอยู่จะเป็นลำธารหรือหนองน้ำที่นิ่งสงบ ไหลเอื่อย มีพืชน้ำชูก้านใบหรือลอยระเป็นกลุ่มเป็นแพ ในธรรมชาติอันวิเวกวังเวง พวกมันแฝงตัวกลมกลืนกับกอพืชน้ำโดยลอยตัวนิ่ง พยุงร่างกายของมันด้วยอวัยวะพิเศษคือ กระเพาะลม ที่มีขนาดใหญ่และครีบอกแผ่กางดังปีกผีเสื้อ ทันทีที่มีความเคลื่อนไหวของเหยื่อเช่นแมลงหรือสัตว์น้ำขนาดเล็ก ประสาทสัมผัสอันเฉียบไวก็ตอบสนองอย่างฉับพลันพร้อมการทำงานของกล้ามเนื้อฐานครีบอกอันแข็งแกร่งทรงพลังพุ่งกระโจนเข้างับเหยื่อเคราะห์ร้ายภายในพริบตา

ปลาผีเสื้อแอฟริกัน ไม่ใช่ปลามีสีสันสวยงาม หากแต่เป็นความแปลกตาด้วยลายดำๆ ด่างๆ เหมือนเดาสุ่มบนพื้นสีเทาอมเงิน ยิ่งถ้ามองด้านบนของตัวปลา สีของหลังจะแบ่งออกเป็นสองซีกซ้ายขวาตรงแน่ว มีสีเข้มข้างหนึ่งและสีอ่อนอีกข้างหนึ่งอย่างน่าอัศจรรย์ แต่หากมองในมุมมองของนักวิทยาศาสตร์ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะแม้ปลาผีเสื้อแอฟริกันจะเป็นปลานักล่า แต่ก็เป็นปลาขนาดเล็กที่ย่อมต้องเป็นเหยื่อนักล่าอื่นที่มีขนาดใหญ่โตกว่าหากถูกมองเห็นโดยง่าย ธรรมชาติจึงออกแบบร่างกายและลวดลายที่ดูผิวเผินคล้ายซากใบไม้ลอยน้ำ เมื่อมองจากมุมของนักล่าบนฟ้าอย่างนก ลายเส้นแบ่งกลางสันหลังก็อาจดูคล้ายเส้นแบ่งกลางของใบไม้แก่เก่าเปื่อยไม่น่าสนใจ นับเป็นวิวัฒนาการที่ยอดเยี่ยมมากๆ ของพระเจ้าผู้สรรค์สร้างทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้

ความงดงามอย่างธรรมชาติของปลาผีเสื้อแอฟริกันได้รับความสนใจจากนักเลี้ยงปลาสวยงามทั่วทุกมุมโลก ผมรู้จักปลาชนิดนี้จากหนังสือสารานุกรมปลาสวยงาม ที่ชื่อว่า “แอตลาส” มานานราวยี่สิบปีก่อน หลังจากเห็นภาพในหนังสือก็มีโอกาสได้เลี้ยงจริงๆ อีกหลายปีต่อมา ในสมัยนั้นยังนับว่าเป็นปลาราคาค่อนข้างสูง แม้ไม่สูงมากอย่างปลาอะโรวาน่าหรือปลาแฟนซีคาร์พงามๆ แต่ก็อยู่ในระดับหลายร้อยบาทต่อตัว ซึ่งเป็นราคาไม่สะดวกนักสำหรับเด็กๆ แต่ก็ยังกัดฟันซื้อมาจนได้หนึ่งตัว

ผมเคยอ่านบทความว่าด้วยเรื่องของปลาผีเสื้อแอฟริกัน ส่วนใหญ่ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เลี้ยงไม่ยาก แต่ฝึกให้กินอาหารสำเร็จรูปลำบาก ซึ่งผมพบว่า ไม่จริงเลย ในธรรมชาติปลาผีเสื้อแอฟริกันกินสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่เคลื่อนไหวได้เป็นอาหาร ประสาทสัมผัสของมันยอดเยี่ยม ผมทดลองเลี้ยงให้ปลาเชื่องและนิ่ง จากนั้นก็ปาอาหารเม็ดลงไปในน้ำ กะระยะห่างจากปากของปลาผีเสื้อสักนิ้วสองนิ้ว จังหวะที่เม็ดอาหารสัมผัสผิวน้ำปลาก็กระโจนเข้างับในทันที เร็วอย่างน่าอัศจรรย์ ผมทดลองการให้ด้วยวิธีอื่นๆ เช่น โปรยอาหารช้าๆ หรือโปรยห่างจากตัวปลามากๆ ปรากฏว่ามันไม่สน มันอาจมีปฏิกิริยาเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับพุ่งเข้าหาอาหารแบบวิธีแรก