คีย์เวิร์ดสำคัญคือ เชื้อข้ามสายพันธุ์ได้ และอาจมีความรุนแรงขึ้นด้วย

อย่างกรณีช่วงตรุษจีนที่ผ่านมาในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2561 ที่ประเทศจีนพบเชื้อไข้หวัดนก H7N4 ซึ่งขณะนั้นพบติดต่อสู่คน 2 คนแน่นอนว่า ทางการจีนประกาศชัดพบเชื้อไข้หวัดนก ซึ่งคนจีนก็ไม่ได้ตื่นตระหนก แต่จะมีการระมัดระวังมากขึ้นในการสัมผัสไก่สด ซึ่งก็ควบคุมโรคได้ดีกว่าปิดแล้วสุดท้ายเกิดการระบาดไปทั่วจะส่งผลกระทบมากกว่า

หรือแม้แต่ในญี่ปุ่น เป็นต้นแบบที่ดีมา ทุกครั้งฟาร์มเลี้ยงไก่พบไก่ตายก็จะแจ้งทางการเพื่อให้มาทำลายทันที แต่เคยมีเคสหนึ่งเจ้าของเสียดาย ไม่แจ้ง ปรากฏว่าไข้หวัดนกระบาดไปทั่ว จนเจ้าของฟาร์มเกิดความเครียด และมองว่าเป็นความผิดของตัวเอง จนต้องฆ่าตัวตายŽ ศ.นพ.ธีระวัฒน์กล่าว

ศ.นพ.ธีระวัฒน์กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่อยากจะสื่อสาร คือ หากเรายอมรับและประกาศพื้นที่ควบคุม มีการสื่อสารความเสี่ยงในพื้นที่ มีความชัดเจนต่อการทำงานก็จะทำให้ทุกอย่างควบคุมได้อย่างแท้จริง ถือเป็นการสื่อสารสองทาง เมื่อทางการแจ้งต่อพื้นที่ และหากพื้นที่พบความผิดปกติก็รีบแจ้งทางการ การทำงานเชื่อมโยงกันทั้งระดับสูง ระดับกลาง ระดับพื้นที่ คำว่า ONE HEALTH ก็จะเกิดขึ้นได้

แต่ที่ผ่านมากลายเป็นว่าหน่วยงานที่ทำงานหนัก กลับเป็นกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องทำทุกวิถีทางในการป้องกันโรคจากสัตว์สู่คน เพราะหากติดต่อมายังคนเมื่อไหร่ ย่อมหมายถึงความเสี่ยงในการแพร่ระบาดได้อีก ตนทำงานกับกระทรวงสาธารณสุขตลอด ทำให้ทราบดีว่าหากเราควบคุมโรคได้ตั้งแต่สาเหตุ คือ จากสัตว์จะป้องกันได้โดยภาพรวมอย่างแน่นอน

ความหวังจึงอยู่ที่คณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ ที่จะมีการฟอร์มทีมเป็นสำนักงานมาตรฐานการจัดการสารสนเทศระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ เพื่อทำงานภาพรวมด้านสาธารณสุขทั้งประเทศ

แน่นอนว่ารวมเรื่องการควบคุมโรคจากสัตว์สู่คน ซึ่งไม่ใช่แค่โรคพิษสุนัข แต่โรคจากสัตว์สู่คน การแพร่ระบาด การประกาศพื้นที่ การควบคุมโรคทั้งจากสัตว์ และในคน น่าจะประสานและเรียกหาข้อมูลต่างๆ ได้โดยเฉพาะประเด็นที่กลายเป็นปัญหาจนทุกวันนี้ อย่างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ท้วงติงการใช้งบจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ หรือปัญหาเรื่องคุณภาพวัคซีน การจัดซื้อวัคซีนที่ไม่ครบกับจำนวนสุนัขถึงราว 10 ล้านตัว

สิ่งเหล่านี้เมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็ต้องมีระบบในการแก้ไขอย่างทันท่วงที ซึ่งหากมีเคสปัญหาเหล่านี้ขึ้นอีก ก็ควรมีหน่วยงานที่จะลงมาแก้ไขปัญหา หรือจัดการบูรณาการป้องกันปัญหาได้อย่างรวดเร็ว อย่าลืมว่า โรคจากสัตว์สู่คน ไม่ใช่เรื่องนามธรรม เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนมีความเสี่ยงติดเชื้อได้ทุกคน

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการป่าในเมืองบ้านห้วยทรัพย์ “โครงการป่าในเมือง สวนป่าประชารัฐ เพื่อความสุขของคนไทย” ที่ ต.ลีเล็ด อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี

พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า โครงการป่าในเมืองเป็นโครงการตามนโยบายรัฐ ซึ่ง ทส. ได้นำมาทำตามแผน ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) องค์การบริกหารส่วนท้องถิ่น และประชาชน ในการทำพื้นที่ป่าในเมืองบ้านห้วยทรัพย์ ให้เป็นพื้นที่สำหรับประชาชนและคนทั่วไปได้เข้ามาใช้ประโยชน์ ถือเป็นการมอบความสุขแก่ประชาชน

ขณะนี้มีป่าทั้งหมด 98 ป่า เป็นป่าทางบก 78 ป่า และป่าชายเลน 20 ป่า ในอนาคตคาดว่าอาจมีป่าเพิ่มขึ้น และอาจมีการปรับปรุงพัฒนาเพื่อให้สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้โดยตรง เดิมอาจจะเป็นสถานที่ราชการเช่น อุทยาน ทำให้ประชาชนไม่กล้าที่จะเข้าไปใช้ประโยชน์ เพราะกลัวผิดกฎหมาย การเปิดป่าจึงทำให้ทุกคนสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนจะได้รับความสุขร่วมกัน

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดี ทช. เผยว่า ทช. ได้วางแผนดำเนินงานเพื่อสนับสนุนโครงการป่าในเมืองมาอย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้มีการเปิดโครงการป่าในเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 3 แห่ง พร้อมกัน ประกอบด้วย 1)ป่าในเมืองบ้านปากกะแดะ ตำบลกะแดะ อำเภอกาญจนดิษฐ์ เนื้อที่ 320 ไร่ 2)ป่าในเมืองบ้านแหลมโพธิ์ – แหลมทราย ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา เนื้อที่ 400 ไร่ และ 3) ป่าในเมืองบ้านห้วยทรัพย์ ตำบลลีเล็ด อำเภอพุนพิน เนื้อที่ 600 ไร่

โดยได้รับเกียรติจาก พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี พร้อมทั้งนำประชาชนและผู้แทนหน่วยงานในพื้นที่ทำกิจกรรมปลูกป่าชายเลน ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ และเก็บขยะทะเล เพื่อรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และภาคีความร่วมมือในพื้นที่ในการดูแลอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและป่าชายเลน ให้เกิดความยั่งยืน

นายจตุพร กล่าวต่อว่า โครงการป่าในเมืองทั้ง 3 แห่ง อยู่ใกล้ชุมชนและตลาดประชารัฐ ของสุราษฎร์ธานี มีเนื้อที่ป่าชายเลนกว่า 1,300 ไร่ ประกอบไปด้วยพรรณไม้ป่าชายเลน หลากหลายชนิด เช่น ต้นจาก ลำพู แสม โกงกางใบใหญ่ โกงกางใบเล็ก ตะบูน รวมทั้งมีสัตว์ป่าชายเลนที่สำคัญอีกหลายชนิด เช่น ลิงแสม เหยี่ยวดง ปูก้ามดาบ ปูทะเล ปูแสม ปลากระบอกเพชร ปลาตีน และหอยกัน เป็นต้น

และสำคัญป่าในเมืองบ้านห้วยทรัพย์ มีความพิเศษ พื้นที่ป่าชายเลนเป็นผืนป่าชายเลนที่รุกคืบทะเลจนได้รับสมญานามว่า”ดินแดนผืนป่าชายเลนเดินได้ฝั่งอ่าวไทย” และยังมีหอดูนกเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ สังเกต และศึกษานกวงศ์ต่างๆ ที่สำคัญและหลากหลาย เช่น เหยี่ยวแดง นกกาน้ำเล็ก นกกระสานวล นกยางกรอกพันธุ์จีน นกยางเขียว นกยางควาย นกยางเปีย นกยางโทนใหญ่ นกยางโทนน้อย นกพญาไฟสีเทา นกแซงแซวหางปลา นกกินเปี้ยว นกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง นกหัวขวานด่างแคระ และนกขมิ้นท้ายทอยดำ

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่อาคารเคเอกซ์ ศูนย์ HATCH มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จัดงาน “pathway to digital innovation” เปิดตัวนักศึกษา มจธ.ที่ผ่านเข้ารอบและได้รับรางวัลต่างๆ จากศูนย์ HATCH รวมถึงกิจกรรมเสวนาย่อย ในหัวข้อ “ภาคอุตสาหกรรมให้การสนับสนุนนวัตกรรมระดับนักศึกษาอย่างไร”

โดยมี รศ.ดร.ธีรณี อจลากุล รองคณบดีฝ่ายพัฒนาการศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์, นายอรพงศ์ เทียนเงิน ประธานกรรมการ ธนาคารไทยพาณิชย์ ดิจิทัล เวนเจอร์ส, นางสาวศิริพร พัชรวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด, นางสาวชลธิชา นิลตระการกุล Marketing Communication Manager จาก G-ABLE, นพ.พีรุทย์ เชียรวิชัย อาจารย์คณะแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และนายสัญญา จินดาประเสริฐ Digital Manager บริษัท เอสซีจี เคมิคอลล์ จำกัด ร่วมเสวนา

งานนี้มีนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดงานครั้งนี้ เพื่อเปิดตัวนักศึกษาจาก มจธ.ที่ผ่านเข้ารอบและได้รับรางวัลต่างๆ จากศูนย์ HATCH และแลกเปลี่ยนเพื่อการสนับสนุนและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ แบ่งทีมเป็น 2 หมวด คือ หมวด “สตาร์ตอัพดาวเด่น” มีทีมดังต่อไปนี้

1.B connex จัดทำรังผึ้งอัจฉริยะ เนื่องจากปัญหาในปัจจุบันที่ “ผึ้ง” สัตว์สำคัญกับการเกษตรและผลิตภัณฑ์ทางธรรมชาติได้ตายลงจำนวนมาก จึงเป็นแรงบันดาลใจให้สร้างรังผึ้งอัจฉริยะ สามารถแจ้งเตือนความผิดปกติในรังผึ้งผ่านเซ็นเซอร์ติดตั้งในกล่องเลี้ยงผึ้งโดยจะนำข้อมูลเสียงของผึ้งไปวิเคราะห์แล้วส่งข้อความผ่านไลน์ เพื่อทำให้การเลี้ยงผึ้งง่ายขึ้น

2.HPChat ระบบสนทนาอัตโนมัติที่ช่วยลดภาระเจ้าหน้าที่ในการตอบคำถามและให้ข้อมูลผู้ใช้บริการโรงพยาบาล ในเรื่องเวลาทำการ เบอร์โทรศัพท์ สิทธิการรักษา ราคาค่าใช้บริการ วิเคราะห์คิวการใช้บริการ และการนำทางภายในโรงพยาบาล

3.D’GUARDIAN ระบบตรวจจับการล้มของผู้พิการและผู้สูงอายุ โดยใช้เทคโนโลยี Machine Learning และ Deep Learning เพื่อแจ้งเตือนผู้ดูแลทันทีผ่านทางโทรศัพท์และข้อความ

4.BOTTHERAPIST Bliss เพื่อนหุ่นยนต์ ช่วยส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ให้เด็กออทิสติก ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างเด็กและผู้สอน พร้อมทั้งเกมสำหรับส่งเสริมพัฒนาการเด็ก

5.INSPECTRA ระบบตรวจจับสสารด้วยวิธีการหลอมรวมภาพถ่ายเชิงสเปกตรัม เพื่อหาความน่าจะเป็นที่จะเกิดความรั่วไหลของแก๊สหรือสารเคมีที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า พร้อมทั้งแจ้งเจ้าหน้าที่ผ่านเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นให้แก้ไขได้ทันท่วงที

ส่วนหมวด “สตาร์ตอัพดาวรุ่ง” ประกอบด้วยทีม 1.Plantopia จัดทำสื่อการเรียนรู้การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ผ่านแอพพลิเคชั่นเกมปลูกผักที่เชื่อมต่อกับกระถางที่ผู้เล่นจะได้สนุกพร้อมกับการลงมือทำจริง

2.ที-ทู-เอ นำเสนอแพลตฟอร์มสำหรับตรวจสอบสถานะพิกัดและสภาพแวดล้อมของสินค้าระหว่างการขนส่ง วิเคราะห์เมื่อสินค้าเกิดความเสียหายด้วยการวิเคราะห์ข้อมูล และแจ้งเตือนเมื่อมีปัญหา

3.Vcare แพลตฟอร์มดูแลเครื่องยนต์ที่นำเสนอข้อมูลในช่วงเวลาต่างๆ ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้งานสามารถรู้สถานะรถยนต์ของตัวเอง จะได้รับแจ้งเตือนเมื่อรถยนต์มีโอกาสเกิดความเสียหาย

4.VC4U ระบบตรวจจับและแจ้งเตือนการหลับในของผู้ขับขี่และวัตถุบนท้องถนน โดยอาศัยกล้องวิดีโอ 2 ตัวบนรถติดในรถยนต์ โดยกล้องตัวแรกจะจับภาพดวงตาของผู้ขับและนำมาวิเคราะห์ ส่วนกล้องอีกตัวสำหรับจับภาพหน้ารถเพื่อตรวจจับภาพสิ่งของ สิ่งมีชีวิต เพื่อลดอัตราเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ

5.AZY แพลตฟอร์มช่วยหาแม่บ้านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ โดยมีจุเด่นที่การเปรียบเทียบค่าบริการและคุณภาพที่วัดผลได้

6.ชัชวาล ระบบวิเคราะห์สตรีมมิงวิดีโออัจฉริยะ ที่สามารถวิเคราะห์และเข้าใจสิ่งต่างๆ ภายในบ้าน

7.สดใส ระบบช่วยเหลือผู้ป่วยโรคซึมเศร้าผ่านแชตแพลตฟอร์ม โดยมี bot ชื่อน้องสดใส คอยช่วยเหลือเมื่อผู้ป่วยมีอาการเครียด

8.Cityboy Pcth Project ตอบโจทย์การพัฒนาวงการสตรีทแฟชั่นไทย โดยเริ่มจากปัญหาของช่องว่างการซื้อขายไอเท็มแฟชั่นผ่านการสั่งซื้อล่วงหน้า จึงพัฒนา Pcth Project เพื่อให้ผู้ซื้อและผู้ขายใช้แพลตฟอร์มในการหาไอเท็มและผู้ซื้อได้

และ 9.PLEARN.IO สังคมออนไลน์รูปแบบใหม่ เพื่อการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ผ่านแอพพ์เกมออนไลน์ ช่วยส่งเสริมกิจกรรมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวันได้

นายอรพงศ์กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีเข้ามามากขึ้น ทางธนาคารไทยพาณิชย์ต้องการจะส่งเสริมในการทำธุรกิจ ส่งเสริมสตาร์ตอัพไทย โดยเฉพาะปัจจุบันในทางเทคโนโลยี และการต่อยอดร่วมงาน

นางสาวศิริพรกล่าวว่า การเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยให้การสนับสนุนซอฟต์แวร์กับสถาบันการเรียน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ จัดการแข่งขันซอฟต์แวร์ระดับโลก สนับสนุนโปรแกรมเริ่มต้นสำหรับสตาร์ตอัพ และร่วมมือกับสตาร์ตอัพเพื่อเข้าโครงการ Go to market เพื่อขยายไปยังฐานลูกค้าของไมโครซอฟท์ต่อไป

นายสัญญากล่าวว่า ทางเอสซีจีเคมิคอลสนับสนุนความปลอดภัยและให้โอกาสในทางคิดค้น ให้คำปรึกษากับทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

นพ.พีรุทย์กล่าวว่า โรงพยาบาลจุฬาภรณ์รู้สึกดีใจที่ทาง มจธ.ได้ร่วมกับโรงพยาบาลในความร่วมมือทางสุขภาพหรือนวัตกรรมใหม่ นางสาวชลธิชากล่าวว่า ให้การสนับสนุนกับ มจธ.ในการสนับสนุนเงินทุน และการปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญสำหรับธุรกิจสตาร์ตอัพของนักศึกษา จนได้ไปแข่งขันที่ต่างประเทศ ทั้งนี้ ผลงานนักศึกษาส่วนมากเป็นชิ้นงานที่ได้รับรางวัลในปีที่ผ่านมาจากหลายๆ เวที เช่น NSC (National Software Contest), Microsoft Imagine Cup, Startup Thailand League ตลอดจนนักศึกษาบางทีมจะนำผลงานนวัตกรรมไปแข่งขันต่อยังต่างประเทศด้วย

กระทรวงศึกษาฯร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจภาคตะวันออกและEEC จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ(Matching) นำผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ของอาชีวศึกษาเพื่อเข้าสู่ระบบธุรกิจจริง พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่รับหน้าที่กำกับดูแลอาชีวศึกษา กล่าวว่า กระทรวงศึกษาฯมีนโยบายมุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์อาชีวศึกษาสู่ระบบธุรกิจอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมา ได้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา

โดยนำระบบ Big Data ให้อาชีวศึกษาประสานข้อมูลกับบริษัทและโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อให้ทราบถึงความต้องการ ตลอดจนการผลิตและพัฒนากำลังคนเพื่อให้ตรงกับความต้องการ ซึ่งเปิดไปแล้ว 2 แห่ง คือ ภาคใต้ชายแดน และภาคตะวันออกและจะดำเนินการให้ครบอีก 4 ภาคทั่วประเทศ ในเร็วๆนี้

นอกจากนั้นยังขับเคลื่อนให้มีผู้เรียนอาชีวศึกษาเพิ่มขึ้น เพื่อการสร้างงานและกำลังคนที่มีทักษะฝีมือรองรับกับความต้องการที่ประสบภาวะขาดแคลน โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่ามีปริมาณและคุณภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เช่น ที่ภาคใต้ชายแดน เดิมมียอดผู้เรียนอาชีวศึกษาประมาณ 11% แต่ในปีการศึกษาที่จะเปิดเทอมใหม่นี้ มียอดเพิ่มขึ้นเกือบ 30% ของนักเรียน ม.3 ที่เข้าเรียนต่อสายอาชีวศึกษา

นอกจากนี้ที่ผ่านมายังมีงานขับเคลื่อนให้อาชีวศึกษาร่วมกับ กศน. ค้นหาและร่วมกันพัฒนาสินค้า นวัตกรรม พร้อมจัดหาทีมที่ปรึกษาทางธุรกิจให้ ซึ่งดำเนินการเป็นครั้งแรกที่ภาคใต้ชายแดน ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

ล่าสุดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ผลักดันให้นวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ของอาชีวศึกษาเข้าสู่ระบบธุรกิจจริง โดยการจัดกิจกรรมให้อาชีวศึกษาภาคตะวันออกทั้งหมด นำนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลระดับภาค ปี 2559 และ ปี 2560 จำนวน 120 ชิ้นงาน มาจัดแสดง พร้อมเชิญชวนนักอุตสาหกรรม-นักธุรกิจ บริษัทต่างๆ มาดูและร่วมพิจารณาว่าสามารถจะนำเข้าสู่ระบบธุรกิจได้อย่างไร โดยจัดงานขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 เมษายน พ.ศ. 2561 ณ วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ จ.ชลบุรี

ทั้งนี้ผู้ประกอบการสามารถให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ของอาชีวศึกษาเข้าสู่ระบบธุรกิจจริง ได้ใน 4 ลักษณะ คือ
1. ผู้ประกอบการมาสั่งซื้อสิ่งประดิษฐ์
2. ผู้ประกอบการมาแนะนำให้เพิ่มหรือพัฒนางานเล็กน้อย แล้วสั่งซื้อ
3. ผู้ประกอบการมาให้โจทย์ใหม่ แล้วสั่งซื้อ
4. ผู้ประกอบการมาเสนอตัวเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจให้แก่นักศึกษาอาชีวศึกษา

โดยผู้ประกอบการที่เข้ามาแล้วแสดงตัวเข้าช่วยเหลือจะได้รับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติจากกระทรวงศึกษาธิการ โดยพลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ภายในงานวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2561

“เป็นที่น่ายินดีว่าขณะนี้มีโรงงานอุตสาหกรรมและนักธุรกิจยื่นความจำนงที่จะเข้ามานำนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ผลงานอาชีวศึกษาภาคตะวันออก ไปใช้ในงานผลิตและธุรกิจแล้วกว่า 30 บริษัท ซึ่งทั้งหมดอยู่ในระบบธุรกิจอุตสาหกรรมของพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือEEC” พลเอกสุรเชษฐ์กล่าว

กรมชลประทาน ขยายผลเพิ่มพื้นที่ดำเนินโครงการบางระกำโมเดลต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ตามนโยบายของนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ฤกษ์ปล่อยน้ำทำนาปี เริ่มเพาะปลูก 1 เม.ย.นี้ หลังประสบผลสำเร็จในปีที่ผ่านมา ข้าวนาปีไม่ได้รับความเสียหาย ชาวบ้านมีรายได้เสริม และยังใช้เป็นแก้มลิงธรรมชาติตัดยอดน้ำได้มากกว่า 400 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยป้องกันและบรรเทาน้ำท่วมเมืองสุโขทัยและลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง

เมื่อวันท่ี่ 31 มี.ค.61 นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เดินทางไปร่วมประชุมชี้แจงการดำเนินโครงการบางระกำโมเดลปี 2561 และการบริหารจัดการน้ำเพื่อสนับสนุนการเพาะปลูกข้าวฤดูนาปี พื้นที่ลุ่มต่ำในเขตชลประทาน ปี 2561 ณ สำนักงานชลประทานที่ 3 จ.พิษณุโลก

นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า โครงการบางระกำโมเดลปี 2560 ประสบผลสำเร็จอย่างน่าพอใจในปีที่ผ่านมา เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทั้งหมด โดยไม่ได้รับความเสียหายใดๆ และในช่วงน้ำหลากยังสามารถใช้พื้นที่เป็นแก้มลิงธรรมชาติรองรับน้ำ ลดความเสียหายจากปัญหาอุทกภัยในเมืองสุโขทัยพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง

ในปี 2561 นี้ ได้มอบนโยบายให้กรมชลประทานขยายพื้นที่โครงการฯเพิ่มขึ้นจากเดิม 265,000 ไร่ เป็น 382,000 ไร่ ทำให้รองรับปริมาณน้ำได้มากกว่า 550 ล้านลูกบาศก์เมตร จากเดิมรับน้ำได้เพียง 400 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมกับให้ปรับเปลี่ยนปฏิทินการเพาะปลูกข้าวนาปี ในปีนี้ให้เร็วขึ้นเริ่มตั้งแต่ 1 เมษายน 2561

ด้าน ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการบางระกำโมเดล 60 เกิดขึ้นเนื่องจากปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นซ้ำซากในพื้นที่จ.สุโขทัยและพิษณุโลก เมื่อในปี 2559 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้น ได้มอบนโยบายให้กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการร่วมกันในรูปแบบประชารัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

กรมชลประทาน ได้ปรับเปลี่ยนปฏิทินการปลูกข้าวนาปี ในพื้นที่ลุ่มต่ำเขตชลประทานให้เร็วขึ้น จากเดิมที่เคยปลูกในเดือนพฤษภาคมมาเป็นเดือนเมษายน เพื่อที่จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ภายในเดือนกรกฎาคม หลีกเลี่ยงความเสียหายที่จะได้รับจากอุทกภัย และยังใช้พื้นที่นาที่เก็บเกี่ยวแล้วเป็นแก้มลิงธรรมชาติรองรับน้ำในฤดูน้ำหลากได้อีกด้วย

กรณีกรมชลประทานได้ปรับเปลี่ยนปฏิทินการเพาะปลูกข้าวนาปีของพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำให้เร็วขึ้น โดย เริ่มเพาะปลูกตั้งแต่ 1 เมษายน 2560 ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย 265,000 ไร่ ในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่าน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลายชุมพล และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนนเรศวร โดยเกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทั้งหมด โดยไม่ได้รับความเสียหายจากปัญหาอุทกภัย

หลังจากที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วเสร็จทั้งโครงการฯ กรมชลประทาน ได้ใช้พื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำ เป็นพื้นที่หน่วงน้ำรองรับปริมาณน้ำหลากจากลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำสาขา ตลอดจนปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ สามารถนำน้ำเข้าไปกักเก็บไว้ในทุ่งบางระกำและช่วยตัดยอดปริมาณน้ำได้ประมาณ 400 ล้านลูกบาศก์เมตร

พร้อมกับควบคุมระดับน้ำไม่ให้กระทบต่อเส้นทางสัญจรหลักของราษฎร ช่วยลดผลกระทบจากอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นในเขตพื้นที่ชุมชน และพื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัดสุโขทัย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในระหว่างที่กักเก็บน้ำไว้ในทุ่งบางระกำ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้บูรณาการการส่งเสริมอาชีพ โดยนำพันธุ์ปลามาปล่อยลงในทุ่ง ให้เกษตรกรมีอาชีพเสริมในการทำประมง และยังส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตจากปลา และผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกรและชุมชน ในช่วงฤดูน้ำหลากได้ถึงวันละ 300 – 500 บาทต่อครัวเรือน

ต่อมาเมื่อสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย จึงได้เริ่มระบายน้ำออกจากทุ่งบางระกำ โดยได้คงปริมาณน้ำส่วนหนึ่งไว้ในทุ่ง สำหรับให้เกษตรกรใช้ในการเตรียมแปลงเพาะปลูกข้าวรอบที่ 2 (นาปรัง)

“ความสำเร็จของโครงการบางระกำโมเดล 60 ทำให้เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวข้าวได้ทันก่อนฤดูน้ำหลากมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถปรับตัวและดำรงชีพได้ตามวิถีชีวิตที่อยู่กับน้ำ จับสัตว์น้ำทำการประมงในช่วงฤดูน้ำหลาก ทำให้มีรายได้เสริม อีกทั้งยังช่วยป้องกันและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ชุมชนเมืองและสถานที่ราชการของจังหวัดสุโขทัย รวมทั้งช่วยหน่วงน้ำไว้ไม่ให้ลงไปกระทบกับพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง จากความสำคัญดังกล่าว กรมชลประทานจึงได้บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยายผลโครงการพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยการปรับเปลี่ยนปฏิทินการเพาะปลูกข้าวนาปี ที่จะเริ่มตั้งแต่ 1 เมษายน 2561 ซึ่งกรมชลประทาน ได้เริ่มส่งน้ำเข้าไปในระบบชลประทานเตรียมพร้อมไว้ให้แล้ว ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคม 2561 เป็นต้นมา พร้อมกันนี้ ได้ขยายพื้นที่โครงการฯเพิ่มขึ้นจากเดิม 265,000 ไร่ เป็น 382,000 ไร่ สามารถรองรับปริมาณน้ำหลากได้มากขึ้น จากเดิม 400 เป็น 550 ล้านลูกบาศก์เมตร” อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวปิดท้าย

สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย (TFMA) จับมือสมาคมส่วนผสมอาหารสัตว์แห่งประเทศเกาหลีใต้ (KFIA) เปิดเจรจาซื้อขายวัตถุดิบอาหารสัตว์ในงานแสดงสินค้าปศุสัตว์นานาชาติ ( VIV Asia) มุ่งแลกเปลี่ยนข้อมูลการค้าและการแลกเปลี่ยนข้อมูลอาหารสัตว์และวัตถุดิบระหว่างไทยกับเกาหลีใต้ เชื่อมโยงตลาดการค้าของทั้งสองประเทศ

การลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย (TFMA) และ นายปาร์ค เฮ ซอง ประธานสมาคมส่วนผสมอาหารสัตว์แห่งประเทศเกาหลี (KFIA) เผยว่า วัตถุประสงค์ของบันทึกความเข้าใจนี้คือ ส่งเสริมการพัฒนาการกระจายความหลากหลายของการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อมูลทางการค้า ตลอดจนความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศของทั้งสองสมาคม

ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันที่จะส่งเสริมและอำนวยความสะดวกเพื่อนำไปสู่การส่งเสริมเศรษฐกิจในอนาคตต่อไป ความร่วมมือครั้งนี้จะนำมาสู่การแลกเปลี่ยนข้อมูลภาพรวมของตลาด การเผยแพร่ข้อมูลทางการค้า และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจสำหรับประเทศไทยและเกาหลีใต้ต่อไป

การลงนามในครั้งนี้จะประสบความสำเร็จมิได้หากปราศจากความร่วมมือของสองผู้จัดงานทั้ง งาน VIV Asia และ งาน VICTAM ASIA ซึ่งได้ช่วยประสานงานกันอย่างพร้อมเพรียงและนำมาสู่ความร่วมมือระหว่างประเทศในครั้งนี้

เว็บเพจ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้เผยแพร่ภาพ เสือโคร่ง คล้องค้อ และลูกเสือน้อย นภา ซึ่งเจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้งดูแลอยู่

โดยคลองค้อนั้น เคยเป็นลูกเสือกำพร้า ที่ถูกแม่ทิ้งให้อดอาหารอยู่กลางป่า พร้อมพี่อีกตัวหนึ่งนานนับ 10 วัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตัดสินใจนำมาดูแลที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า อย่างไรก็ตาม พี่ชายของคลองค้อ ได้ตายลงในเวลาต่อมา เพราะป่วยหนัก

โดยเวลานี้ เลี้ยงคลองค้อนานถึง 2 ปีแล้ว ส่วน นภา เป็นลูกเสือตัวเมียวัย 7 เดือน ที่เกิดจากเสือโคร่งของกลาง ทางสถานีตั้งใจว่า เมื่อนภาถึงวัยเจริญพันธุ์ก็จะทั้งสองตัวเป็นคู่กันนั้น

วันที่ 31 มีนาคม นายตรศักดิ์ นิภานนท์ หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง กล่าวว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมามีฝนตกในพื้นที่ ทำให้ ทั้งคลองค้อ และนภา มีท่าทีสดชื่นมากเป็นพิเศษ จากที่ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีอากาศร้อน ทั้งสองตัวมักจะนอนหลบในโพรง โดยวันนี้คลองค้อได้ออกมาเล่นน้ำฝน และน้ำในบ่อที่สถานีฯจัดไว้ให้

นายตรศักดิ์ กล่าวว่า โดยทั่วไปแล้ว ทางสถานีฯไม่ได้เปิดให้ทุกคนเข้าไปดูทั้งคลองค้อ และนภาได้ จะให้ดูเฉพาะคณะที่ทำหนังสือขอเป็นกรณีพิเศษ และจำนวนไม่มากเท่านั้น ซึ่งจะพิจารณาเป็นรายไป แต่ทั้งนี้ จะมีเว็บเพจ คลองค้อแห่งห้วยขาแข้ง ที่จะอัพเดท รูปคลองค้อให้แฟนเพจเข้าไปดูเป็นระยะ