คุมะมง หมีอ้วนขวัญใจเกษตรกรวันที่เกิดแผ่นดินไหวทางตอนใต้

ของญี่ปุ่น รวมทั้งเมืองคุมาโมโตะเมื่อหลายปีก่อน สิ่งที่คนในโลกอินเตอร์เน็ตเปล่งเสียงถามมากที่สุดคือ “คุมะมง ปลอดภัยหรือเปล่า” เมืองคุมาโมโตะบ้านของหมีอ้วนคุมะมง เรียกตรงๆ ว่าเป็นบ้านนอกคอกตื้อ คือเป็นเมืองเกษตรกรรมเล็กๆ บนฝั่งตะวันตกของเกาะกิวชู เกาะใต้สุดของญี่ปุ่น เวลาดูแผนที่ก็คือ เกาะที่อยู่ล่างสุด นับว่าไกลปืนเที่ยงมิใช่น้อย คืออยู่ไกลจากโตเกียวมากกว่าอยู่ไกลจากเมืองปูซานของเกาหลีใต้ที่มีทะเลคั่นกลางน่ะคิดดู

แต่เป็นการไกลปืนเที่ยงแบบญี่ปุ่น คือไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็เจริญพอกัน สิ่งยืนยันได้คือ มีรถไฟความเร็วสูงไปจ่อถึงเมืองแล้วเมื่อ 6 ปีก่อน

ญี่ปุ่นนี่นะ ขอให้มีคนเถอะ เขาสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกไปให้จนได้ ฉันเคยเห็นบางเมืองมีคนไม่กี่สิบคนเขาก็สร้างทางรถไฟไปจนถึง มีโรงเรียนให้เด็กเรียนใกล้บ้าน ไม่ต้องระเหระหนไปไกล

รถไฟความเร็วสูงปรากฏตัวขึ้นที่เมืองนี้ พร้อมๆ กับคุมะมง (Kumamon) นั่นแหละ คุมะมง ซึ่งแปลตรงตัวว่า คนเมืองคุมาโมโตะ เป็นมาสค็อตของเมือง มาในร่างตุ๊กตาหมีสีดำหน้าแป้นพุงกลมขาสั้น เดินเตาะแตะน่าเอ็นดู ปรากฏตัวเมื่อปี 2554 พร้อมๆ กับการมาถึงของรถไฟความเร็วสูง

ตอนแรกเขา-ซึ่งหมายถึงภาครัฐและประชาชนร่วมกัน-กะใช้คุมะมงในการส่งเสริมการท่องเที่ยว เขาก็เอาคุมะมงมาเป็นตัวแทนของคนคุมาโมโตะ คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวที่สถานีรถไฟ คอยยิ้มแป้นอวดพุงปลิ้น คอยกอด คอยเต้นระบำน่ารักๆ ให้ดู หวังดึงดูดให้คนมาเที่ยวเยอะๆ

ซึ่งก็ประสบผลสำเร็จถล่มทลาย ผู้คน โดยเฉพาะเด็กๆ กรี๊ดคุมะมงเอามากๆ

คุมะมงดังชั่วข้ามคืน แล้วก็ดังขึ้นเรื่อยๆ นับแต่นั้น

ญี่ปุ่นเป็นเมืองของการ์ตูน มาสค็อต ตุ๊กตุ่นตุ๊กตา เพราะฉะนั้นแต่ละบริษัทแต่ละเมืองมีมาสค็อตของตัวเองไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ไม่มีใครดังเท่าคุมะมง ก่อนจะมีคุมะมง เขาประกวดประขันกันพักใหญ่ ให้คนในเมืองคุมาโมโตะส่งแบบมาสค็อตมาประกวด แล้วก็ได้คุมะมง หมีตัวอ้วนกลมปุ๊กยิ้มตลอดเวลานี่แหละ หลังจากนั้นเขาก็มีประกวดมาสค็อตของแต่ละเมืองอยู่เนืองๆ คุมะมงก็ชนะเลิศได้สวมมงเป็นมาสค็อตดังสุดของประเทศ จนตอนนี้เขาห้ามคุมะมงประกวดแล้ว

ธนาคารแห่งญี่ปุ่นประเมินว่า ระหว่างสองปีแรกที่ปรากฏตัว คะมุมงทำเงินไม่ต่ำกว่าห้าหมื่นล้านบาท

คุมะมงได้ออกทีวี ได้ไปแถลงข่าวกับนักข่าวต่างประเทศ ได้ไปเดินแฟชั่น ได้เข้าเฝ้าพระจักรพรรดิ

คนมาเที่ยวคุมาโมโตะเพราะอยากเห็นคุมะมง คุมาโมโตะไม่ใช่เมืองหัวไร่ปลายนาอีกต่อไป

คนคุมาโมโตะเห็นโอกาสทองนี้ จึงเริ่มนำคุมะมงไปประชาสัมพันธ์สินค้าการเกษตรของจังหวัดตน

จากที่ยืนยิ้มแป้นที่สถานีรถไฟ ก็โยกย้ายไปยิ้มแป้นในแปลงแตงโม แปลงส้มเขียวหวาน แปลงสตรอเบอรี่ แปลงมะเขือเทศ

คุมะมงเดินทางไปทั่วญี่ปุ่น ไปเต้นๆๆ กอดๆๆ ผู้คน แล้วก็อ้อนแม่ยกชวนเขากินแตงโม สตรอเบอรี่ มะเขือเทศ ผักสดจากคุมาโมโตะ

เมื่อคนรักคุมะมง คนก็รักสินค้าของคุมะมงด้วย ผลผลิตการเกษตรจากคุมาโมโตะขายระเบิดระเบ้อทันใด ปีที่แล้วแค่มะเขือเทศกับสตรอเบอรี่ของจังหวัดที่มีพื้นที่ครึ่งหนึ่งของนนทบุรี ขายได้ห้าหมื่นล้านบาท

จึงอย่าถามว่า คนคุมาโมโตะ รักคุมะมงขนาดไหน เดินในเมืองนี้คุณจะเห็นคุมามงทั่วไป ร้านกาแฟ ตลาดสด แปลงปลูกแตงโม คุมะมงยิ้มแป้นในทุกที่ ปัจจุบัน คุมะมง “สวยรวยและแพง” ค่าลิขสิทธิ์แพงลิ่ว สินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าคุมะมงมีสารพัดอย่าง เมืองไทยก็มีคนซื้อลิขสิทธิ์คุมะมงมาผลิตสินค้าขายแล้ว สายการบินเจแปนแอร์ไลน์ยังมีชุดอาหารคุมะมงบริการ เรียกว่าฮิตไม่แพ้เจ้าแมวคิตตี้เลยทีเดียว ยอดขายสินค้าตราคุมะมงในต่างประเทศปีที่แล้วเกินสองแสนล้านบาท สินค้าภายใต้เครื่องหมายคุมะมงขายไปทั่วโลก โดยเสียค่าลิขสิทธิ์ให้เมือง

แต่คนคุมาโมโตะใช้คุมะมงได้โดยไม่เสียค่าลิขสิทธิ์ สินค้าอื่นใดที่มาขอใช้คุมะมงจะต้องไม่ซ้ำกับของคุมาโมโตะด้วยนะ

ตอนนี้มีสินค้าที่ใช้คุมะมงเป็นแบรนด์อยู่ 5 พันกว่าราย

คุมะมงกำลังจะเตรียมเข้าลุยตลาดจีน ปีที่แล้วนางไปเดินแฟชั่นที่ฮ่องกงลองเชิงมาบ้างแล้ว คนกรี๊ดสลบตามระเบียบ

ทั้งหมดนี่เกิดจากสติปัญญาของคนตัวเล็กตัวน้อยในเมืองคุงมาโมโตะ ไม่ได้พึ่งพารัฐบาลแต่ประการใด

ฉันว่าเกษตรกรไทยไม่ได้สติปัญญาน้อยไปกว่าคนคุมาโมโตะ ฉันจึงสงสัยว่าทำไมเราไม่มีคุมะมงขายข้าวขายผักของบ้านเราบ้าง วันที่ 15 ธ.ค.วันที่ 15 ธ.ค. นายวีรชัย วิโรจน์แสงอรุณ ผอ.ปศุสัตว์เขต 9 จ.สงขลาเปิดเผยว่าน้ำท่วมขังพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลาเป็นเวลาหลายวัน พบว่าสัตว์เลี้ยงอ่อนเพลีย ซูบผอม แผลถลก จึงป้องกันการเกิดปัญหากระทบต่อสัตว์เลี้ยง ได้ส่งหน่วยปศุสัตว์เฉพาะกิจ 60 คน ประกอบด้วยนายสัตวแพทย์และสัตวบาลลงพื้นที่ 4 อำเภอ มี สิงหนคร สทิงพระ กระแสสินธ์และ อ.ระโนด มาช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการฉีดวัคซีน ให้ยาพยาธิให้หญ้าแห้ง 14,000 กก.

นายสมพงศ์ หนูสง ส.อบจ.สงขลา เขต อ.สทิงพระเปิดเผยว่าตนได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่อาศัยพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา ซึ่งยังมีน้ำท่วมขัง หญ้าเน่าเปื้อยทั้งหมด ทำให้วัว ควายขาดแคลนอาหารสัตว์พืชสด ต้องอาศัยฟางแห้งประทังชีวิต แต่ขณะนี้ฟางแห้งขาดแคลนและราคาเพิ่มขึ้นจากปกติก้อนละ 40 บาทเป็นก้อนละ 80-90 บาท ทางราชการจัดสรรให้ไม่เพียงพอและไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะเกษตรกรอยู่ลึกในหมู่บ้าน ต้องสั่งซื้อจาก จ.สุพรรณบุรีเข้ามา และโรคปากเท้าเปื้อยเริ่มจะระบาด

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 22 ธันวาคมนี้ จะเชิญนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมจัดทำแผนเร่งด่วนกับพาณิชย์จังหวัด เกษตรจังหวัดและสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ ในการผลักดันปัญหาราคาสินค้าเกษตรแบบครบวงจร ทั้งราคายางพารา ปาล์ม ข้าว,มันสำปะหลัง และผลไม้ เป็นต้น ถือเป็นการทำงานร่วมกันเป็นครั้งแรก หลังจากที่ผ่านมา ต่างฝ่ายต่างแก้ปัญหา ทำให้ราคาสินค้าเกษตรไม่มั่นคง เบื้องต้นเน้นการส่งเสริมด้านพันธุ์พืช พื้นที่เพาะปลูก การทำเกษตรแปรรูป การสร้างแบนรด์สินค้า และการหาตลาดทั้งในและต่างประเทศ

“ พาณิชย์จังหวัด เกษตรจังหวัด และสหกรณ์ มีข้อมูลที่สมบูรณ์อยู่แล้ว แต่หากไม่มีการบูรณาการร่วมกัน ก็จะไปกันคนละทิศคนละทาง ช่วงที่ผ่านมาได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรแล้ว จนในที่สุดจึงเป็นที่มาในการประชุมร่วมกันทั้งสองกระทรวง ดังนั้น มั่นใจว่าเมื่อมีการทำแผนและทำงานร่วมกันจะช่วยผลักดันให้ราคาสินค้าเกษตรค่อยๆฟื้นตัว และอยู่ในระดับที่เกษตรกรค่อนข้างพอใจแน่นอน ” นายสนธิรัตน์ กล่าว

จากตัวเลขการใช้ไฟฟ้าของประเทศไทยในแต่ละปี มีแนวโน้มสูงขึ้นตลอดอย่างต่อเนื่อง นั่นก็เป็นเพราะทุกคนเห็นประโยชน์และความสำคัญของไฟฟ้า และทุกวันนี้คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ไฟฟ้าได้กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ในชีวิตประจำวันของเรา ที่ช่วยให้ชีวิตของเรามีความสะดวกสบายมากขึ้น อีกทั้งในอนาคตตามนโยบาย Thailand 4.0 ที่จะขับเคลื่อนประเทศด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทำให้ “ไฟฟ้า” กลายเป็นเชื้อเพลิงหลักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ซึ่งในระบบไฟฟ้าก็กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้เอง-ผลิตเองที่มากขึ้นผ่านพฤติกรรมต่างๆ อย่างเช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) สถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) และระบบผลิตไฟบนหลังคา (Solar Rooftop) เป็นต้น

ดังนั้น เรื่อง “ไฟฟ้า” จึงถือว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวเราทุกคน แต่ละครอบครัวต้องจ่ายบิล “ค่าไฟ” เป็นประจำ ซึ่งวันนี้ผมจะขอนำเรื่องควรรู้ 4 เรื่อง มาเล่าสู่กันฟังครับ

1.องค์ประกอบของค่าไฟฟ้าประกอบด้วยอะไรบ้าง? : ค่าไฟที่เราจ่ายกันทุกเดือนประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก คือ ค่าพลังงานไฟฟ้า (ค่าไฟฐาน) ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ค่าบริการ และภาษีมูลค่าเพิ่ม

– ค่าไฟฟ้าฐาน คิดจากค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างรวมถึงค่าเชื้อเพลิงและการรับซื้อไฟฟ้าตามนโยบายต่างๆ (G) ค่าระบบส่งไฟฟ้า (T) ค่าระบบจำหน่ายไฟฟ้า (D) โดยค่าไฟฟ้าฐานจะมีการพิจารณาโครงสร้างทุกๆ 3-5 ปี แต่ระหว่าง 3-5 ปีนี้ ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าอาจจะเปลี่ยนไปจากที่คาดการณ์ไว้ เช่น การขึ้น หรือลดราคาเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า การเปลี่ยนแปลงค่าซื้อไฟฟ้าจากเอกชน และอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับกรณีการซื้อไฟฟ้าหรือเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ เป็นต้น

– ดังนั้น จึงต้องมีค่าไฟฟ้าผันแปร หรือ ค่าเอฟที (Ft) ซึ่งจะพิจารณาทุกๆ 4 เดือน โดยนำต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไปมาบวก ลบกับค่าไฟฟ้าฐาน เพื่อปรับปรุงค่าไฟฟ้า ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนจริง เมื่อนำมาคำนวณรวมกับค่าบริการของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย และภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ก็จะเป็นค่าไฟฟ้า ตามที่เราเห็นในบิลค่าไฟฟ้า

2.ใครกันนะที่ทำหน้าที่กำกับสูตรค่าไฟ? : คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. เป็นหน่วยงานกลางในการกำกับดูแลกิจการไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติของประเทศ ซึ่งจะกำกับสูตรค่าไฟให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดโดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ทั้งต่อผู้ใช้ไฟฟ้า และผู้ผลิตไฟฟ้านั่นเอง

3.เชื้อเพลิงอะไรที่ประเทศไทยใช้เยอะที่สุดในการผลิตไฟฟ้า? : แม้ว่าประเทศไทยจะสามารถใช้เชื้อเพลิงหลากหลายชนิดในการผลิตไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นถ่านหิน น้ำ แสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล แต่ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงที่ใช้มากที่สุด และใช้มากกว่า 60% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด การผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงแต่ละชนิด จะมีต้นทุนที่แตกต่างกันไป และเปลี่ยนแปลงไปตามราคาตลาดโลก แน่นอนว่า ยิ่งเชื้อเพลิงชนิดใดมีความผันผวนสูง จะยิ่งทำให้ค่าไฟฟ้าของเราปรับขึ้นลงมากตามไปด้วย

และ 4.ราคาค่าไฟเฉลี่ย ปัจจุบันอยู่ที่เท่าไร? : สำหรับราคาค่าไฟฟ้าของไทยในครึ่งปีแรกของปี 2560 อยู่ที่ 3.44 บาท/หน่วย ปรับลดลงจากปลายปี 2559 ที่ 4 สตางค์/หน่วย เนื่องจากการปรับลดราคาลงของก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักที่เราใช้มากที่สุด ถึงแม้วันนี้ราคาก๊าซธรรมชาติอาจจะปรับราคาลดลง แต่การคาดการณ์ราคาและเลือกใช้เชื้อเพลิงแต่ละชนิดให้สมดุลก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากเราพึ่งพาเชื้อเพลิงชนิดใด ชนิดหนึ่งมากจนเกินไป เวลาที่เชื้อเพลิงชนิดนั้นๆ มีราคาเพิ่มสูงขึ้น ก็จะทำให้ประเทศของเราต้องแบกรับภาระค่าไฟที่สูงขึ้นตามไปด้วย

ดังนั้น โดยทฤษฎีแล้ว “การกระจายความเสี่ยงด้วยการเลือกใช้เชื้อเพลิงหลากหลายชนิด” จะช่วยให้ประเทศไทยมีค่าไฟฟ้าที่เหมาะสม เสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ และลดภาระของผู้ใช้ไฟฟ้า ทั้งนี้ก็เพื่อความสุขของคนไทยทุกคนครับ

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีน้องหนูสักกี่คนที่ไปรำลึกความหลังที่ เขาดินวนา หรือ สวนสัตว์ดุสิต ซึ่งแน่นอนแล้วว่าจะต้องย้ายไปอยู่ที่ใหม่ ณ บริเวณคลอง 6 ธัญบุรี ปทุมธานี

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 นายกรัฐมนตรีนำคณะเข้าเฝ้าฯสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อรับพระราชทานโฉนดที่ดินในพระปรมาภิไธยนำไปใช้ในกิจการของราชการ พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้รับพระราชทานโฉนดที่ดินบริเวณคลอง 6 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จำนวน 300 ไร่ เพื่อใช้เป็นสถานที่สร้างสวนสัตว์แห่งใหม่ และสถานที่ทำงานขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย

ทุกวันนี้ ปัญหาของเขาดินคือมีความคับแคบ ทั้งยังตั้งในใจกลางของเขตพระราชฐานพระราชวังดุสิต มีผู้คนไปเที่ยวชมจำนวนมากในแต่ละวันแต่ละสัปดาห์ จำนวนสัตว์ที่ต้องดูแลมีมาก

ขณะนี้รอความพร้อมในการก่อสร้างและเคลื่อนย้ายไปได้เมื่อไหร่ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นภายในปี 2562 สวนสัตว์ดุสิตเป็นส่วนหนึ่งของเขตพระราชฐานพระราชวังดุสิต ซึ่งเป็นพระราชอุทยานส่วนพระองค์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มีการตกแต่งขุดสระ นำดินขึ้นมาถม และทรงเรียกอุทยานแห่งนี้ว่า “เขาดินวนา” ตั้งแต่ พ.ศ.2441 พระราชทานชื่อตำบลนี้ว่า “สวนดุสิต” (ราชกิจจานุเบกษา 7 มีนาคม ร.ศ.117) ปัจจุบันเป็นที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 8 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามขอพระราชทานที่ดินส่วนนี้เพื่อเป็นสวนสาธารณะที่พักผ่อนของประชาชน และเป็นสวนสัตว์ พระองค์พระราชทานกวางดาวซึ่งรัชกาลที่ 5 ทรงได้มาจากอินโดนีเซีย เมื่อครั้งเสด็จประพาส และทรงเลี้ยงไว้ในสวนบริเวณพระที่นั่งสวนอัมพรสถาน รวมถึงสัตว์อื่นบางส่วน เป็นสัตว์รุ่นแรกเมื่อก่อตั้งสวนสัตว์แห่งนี้ พ.ศ.2481 (18 มีนาคม 2481 เทศบาลนครกรุงเทพขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตดัดแปลงบริเวณสวนสัตว์ดุสิตเป็นสวนสาธารณะให้ประชาชนพักผ่อนหย่อนใจ นับถึง พ.ศ.2561 ยาวนาน 80 ปี)

สวนสัตว์จัดตั้งเป็นองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ปัจจุบันมีสวนสัตว์ทั้งสิ้น 6 แห่ง ประกอบด้วยสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ชลบุรี สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์สงขลา สวนสัตว์อุบลราชธานี สวนสัตว์ขอนแก่น ทั้งยังดำเนินการเพิ่มอีก 5 แห่ง คือ คชอาณาจักร สุรินทร์ สวนสัตว์นครสวรรค์ สวนสัตว์สุโขทัย และสวนสัตว์ชุมพร

สวนสัตว์ดุสิตเป็นที่พักผ่อนของเด็กและเยาวชนมานับหลายสิบรุ่น โดยเฉพาะเยาวชนวัยรุ่นหญิงชายที่นิยมใช้บริเวณสวนสัตว์แห่งนี้เกี้ยวพาราสี ทั้งในวันหยุดและในวันเรียนหนังสือ หลายคน “หนีโรงเรียน” นัดมาพบกันที่สวนสัตว์แห่งนี้ช่วงสาย ถึงบ่ายจึงต่างแยกย้ายกลับบ้าน

ผู้ใหญ่ชายหญิงหลายคนทุกวันนี้ยังรำลึกถึงความหลังเมื่อครั้งวัยรุ่น นักเรียนชั้นมัธยมปลาย มากะหนุงกะหนิง ซื้ออาหารเลี้ยงปลา มีความสุข ถึงยุคหลังมีการจับมือถือแขน และถึงขนาดกอดจูบกันก็มี ที่สุด แต่งงานเป็นครอบครัวหลายคู่ มีลูกคนแรกคนที่สอง โตขึ้นสักหน่อยยังพาลูกมาเที่ยวเขาดิน วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อรำลึกความหลัง วัตถุประสงค์รอง ให้ลูกได้รู้จักสัตว์นานาชนิด เหมือนเมื่อครั้งยามเด็กของตัวเอง

วันนี้สวนสัตว์ดุสิตมีสัตว์ป่าทั้งในประเทศและต่างประเทศรวมแล้วกว่า 1,600 ตัว มีทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ปีก ผู้เข้าใช้บริการเฉลี่ยปีละ 2.5 ล้านคน

สวนสัตว์ดุสิตเป็นรัฐวิสาหกิจประเภทสังคมและเทคโนโลยี ขึ้นตรงกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อยู่ในความดูแลขององค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีหน้าที่รับผิดชอบจัดหารวบรวมสัตว์ป่านานาชนิด ให้การศึกษา การอนุรักษ์และขยายพันธุ์ การวิจัย และจัดให้เป็นสถานที่พักผ่อน

ภายในบริเวณสวนสัตว์ดุสิตมีร้านอาหารแห่งหนึ่งชื่อ “วังวนา” ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) กับพวกเคยเข้าไปใช้บริการมาแล้วสองสามครั้ง รับรองบรรยากาศดี มีคาราโอเกะด้วย

สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร(กฟก.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ กับ มูลนิธิสัมมาชีพ เมื่อวันที่ 7ธันวาคม 2560 ณ ห้องประชุม 3 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร อาคารซีอีซี ถ.กำแพงเพชร 6 แขวงลาดยาวเขตจตุจักรกรุงเทพมหานคร

นายสไกรพิมพ์บึงรองเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเปิดเผยว่าการลงนามในบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรและมูลนิธิสัมมาชีพซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานมีเจตนารมณ์ร่วมกันพัฒนาศักยภาพเกษตรกรและองค์กรเกษตรกรรวมถึงการพัฒนาส่งเสริมการฝึกอบรมทางด้านวิชาการเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เกษตรกรองค์กรเกษตรกรและพนักงานของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเพื่อสร้างโอกาสการเรียรู้การจัดการวิสาหกิจชุมชนการทำเกษตรอินทรีย์การวางแผนการผลิตแผนธุรกิจแผนการตลาดและมาตรฐานการผลิตเพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมอย่างครบวงจรและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ มีสาระสำคัญคือ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จะกำหนดให้หน่วยงานที่อยู่ในการกำกับดูแล เข้ามามีส่วนร่วม สนับสนุนการดำเนินงาน เพื่อให้การขับเคลื่อนกิจกรรมการพัฒนาการเรียนรู้ของเกษตรกร รวมทั้งการให้การสนับสนุนข้อมูล เอกสาร งบประมาณ เครื่องมือ อุปกรณ์ และบุคลากรสนับสนุนการดำเนินงานให้บรรลุผลสำเร็จที่ตั้งไว้ และร่วมสร้างฐานองค์ความรู้ ส่งเสริม สนับสนุน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกรและพนักงานของสำนักงาน ให้การสนับสนุนข้อมูล

เอกสาร งบประมาณ เครื่องมือ อุปกรณ์ และบุคลากรการสนับสนุนการดำเนินงาน ภายใต้การให้คำแนะนำของมูลนิธิสัมมาชีพ ในส่วนของมูลนิธิสัมมาชีพ จะเป็นผู้รับผิดชอบการทำหลักสูตรการฝึกออบรม การถ่ายทอดองค์ความรู้ การเสริมสร้างองค์ความรู้เพื่อยกระดับและพัฒนาเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยมุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพความเข้มแข็งขององค์กรเกษตรกรในการประกอบการเศรษฐกิจฐานรากตามนโยบายรัฐบาล Thailand 4.0 และพัฒนาความรู้ด้านการจัดการวิสาหกิจชุมชน การทำเกษตรอินทรีย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกร โดยสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณตามกิจกรรม

สำหรับความร่วมมือระหว่าง 2 หน่วยงาน thehistoryof.net นับเป็นภารกิจที่สำคัญในการประสานความร่วมมือ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพด้านการเกษตรของประเทศ ซึ่งกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรมีเกษตรกรสมาชิกที่อยู่ในความดูแลประมาณ 5.7 ล้านคนที่กำลังรอคอยการช่วยเหลือสนับสนุนส่งเสริมความรู้จากภาครัฐโดยสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้นเน้นให้เกษตรกรทำการเกษตรแบบครบวงจรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงการลงนามในบันทึกข้อตกลงในวันนี้จึงเป็นประโยชน์ต่อสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯเป็นอย่างยิ่งนายสไกรกล่าว

วันนี้ (14 ธันวาคม 2559) ดร.สมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย นายกสมาคมกุ้งไทย และคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ประกอบด้วย ท.พ.สุรพล ประเทืองธรรม นายกกิตติมศักดิ์สมาคมกุ้งไทย และนายกสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลไทย นายบรรจง นิสภวาณิชย์ ประธานสมาพันธ์เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทย และอุปนายกสมาคมกุ้งไทย นายสมชาย ฤกษ์โภคี เลขาธิการสมาคม และ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสุราษฎร์ธานี นายปกครอง เกิดสุข อุปนายกสมาคมกุ้งไทย และประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดกระบี่ นายโสภณ เอ็งสุวรรณ นายกสมาคมกุ้งตะวันออกไทย และกรรมการบริหารสมาคมกุ้งไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์กุ้งของไทย ปี 2559 ว่า ผลผลิตกุ้งปี 2559 โดยรวมประมาณ 300,000 ตัน หรือเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณร้อยละ 15 หลังจากที่การเลี้ยงเริ่มฟื้นตัว จากการประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาโรคตายด่วน หรืออีเอ็มเอส (EMS) ได้สำเร็จโดยการปรับปรุงฟาร์มและการจัดการการเลี้ยงที่มีประสิทธิภาพ ปี 2560 จะเป็นปีที่ดีสำหรับเกษตรกร ทั้งราคา และผลผลิตน่าจะอยู่ในเกณฑ์ดี

“ประมาณการผลผลิตปี 2559 ผลผลิตกุ้งไทยอยู่ที่ประมาณ 300,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่ผลิตกุ้งได้ 260,000 ตัน หรือร้อยละ 15 ทั้งนี้จากการที่ผู้เลี้ยงปรับเปลี่ยนระบบการเลี้ยง ทำให้สามารถแก้ปัญหาโรคระบาด EMS ได้สำเร็จ รวมถึงการพัฒนาสายพันธุ์ที่มีคุณภาพ ส่วนผลผลิตกุ้งทั่วโลกคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 2.363 ล้านตัน ลดลงจากปีที่ผ่านมาเล็กน้อยร้อยละ 1”

ด้านการส่งออก จากข้อมูลการส่งออกกุ้ง เดือน ม.ค. – ต.ค. ปีนี้อยู่ที่ 160,935 ตัน มูลค่า 54,483 ล้านบาท เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2558 ปริมาณ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 25.86 มูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.11” นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าว

นายบรรจง นิสภวาณิชย์ ประธานสมาพันธ์เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ไทย กล่าวถึง ภาพรวมการเลี้ยงกุ้งไทยปี 2559 ว่า “ผลผลิตกุ้งไทยปี 2559 ผลิตกุ้งได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 โดยภาคที่มีผลผลิตมากที่สุดได้แก่ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ประมาณร้อยละ 38 และภาคตะวันออกร้อยละ 25 ภาคกลางร้อยละ 19 และภาคใต้ฝั่งอันดามันร้อยละ 18 ทั้งนี้ ลูกกุ้งในปี 2559 มีการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์มีคุณภาพและการเจริญเติบโตที่ดีขึ้น รวมถึงการตรวจคุณภาพการผลิตและตรวจโรคที่เป็นอันตราย ให้ลูกกุ้งมีความแข็งแรง นอกจากนี้ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งมีการร่วมกันศึกษาข้อมูลและประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงวิธีการเลี้ยงที่เหมาะสม โดยเฉพาะระบบการเลี้ยงแบบ 3 สะอาด ซึ่งเป็นการเลี้ยงที่เลียนแบบการอนุบาลลูกกุ้ง ที่ต้องมีความสะอาดของ บ่อ น้ำ และลูกกุ้ง …”

นายปกครอง เกิดสุข อุปนายกสมาคมกุ้งไทย และประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดกระบี่ กล่าวถึงสถานการณ์การเลี้ยงกุ้งภาคใต้ในฝั่งอันดามันว่า “สถานการณ์การเลี้ยงกุ้งภาคใต้ฝั่งอันดามันปรับตัวดีขึ้น ทั้งการลงกุ้งและอัตรารอดดีขึ้น โดยใช้พื้นที่เลี้ยงเท่าเดิม แต่มีผลผลิตเพิ่มขึ้นจากปี 2558 ประมาณร้อยละ 30 นอกจากนี้ ยังมีการควบคุมไม่ให้ผลผลิตออกมามากเกินกำลังการผลิตของโรงงานแปรรูป ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพราคา”

นายสมชาย ฤกษ์โภคี เลขาธิการสมาคมฯ และ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า “สถานการณ์การเลี้ยงกุ้งภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ซึ่งประสบปัญหาโรค EMS มาเป็นเวลา 4 ปีเต็ม และได้มีการปรับปรุงและหาวิธีการเลี้ยงจนประสบผลสำเร็จมาเป็นลำดับ โยเฉพาะภาคใต้ตอนบน ที่มีการนำเอาระบบน้ำโปร่งมาใช้และเลี้ยงโดยเน้นเรื่องความสะอาด เป็นหลัก โดยผลผลิตปี 2559 คาดว่าอยู่ที่ 110,000 ตันหรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 25 คาดว่าในปี 2560 จะสามารถพัฒนาระบบการเลี้ยงแบบบริหารความเสี่ยงเพื่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมกุ้งต่อไป”