จากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นฝ่ายเกษตร สกว. ได้เห็นความสำคัญ

จึงร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในการพัฒนาไก่พื้นเมืองจนได้ฝูงต้นพันธุ์ (Foundation Stock) ซึ่งมีลักษณะประจำพันธุ์พร้อมจดทะเบียนพันธุ์และสายพันธุ์ (Breed and Strain) จากกรมปศุสัตว์ จำนวน 4 ฝูง คือ ประดู่หางดำ เหลืองหางขาว ชี และ แดง ซึ่งดำเนินการที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์เชียงใหม่ กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ท่าพระ จ.ขอนแก่น และสุราษฎร์ธานี ตามลำดับ โดยไก่พื้นเมืองดังกล่าวมีความสม่ำเสมอของลักษณะประจำพันธุ์ประมาณ 85-95% ซึ่งยังคงลักษณะเด่นของไก่พื้นเมืองในแง่ต่างๆ อยู่อย่างครบถ้วน โดยความหลากหลายทางพันธุกรรมของไก่พื้นเมืองทำให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้าง หรือปรับปรุงพันธุ์ไก่พื้นเมืองให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค โดยฝูงดังกล่าวสามารถเป็นต้นน้ำหรือฝูงตั้งต้น เพื่อพัฒนาเป็นสายพ่อ-แม่พันธุ์สำหรับการผลิตไก่ลูกผสมพื้นเมืองเชิงพาณิชย์

ทั้งหมด จึงกล่าวได้ว่า งานวิจัยชิ้นนี้เป็นงานวิจัยกินได้ ที่สร้างมูลค่าเพิ่มทั้งในเรื่องสุขภาพและเศรษฐกิจ ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมเป็นเกียรติในการลงนามความร่วมมือระหว่าง ดร. อาภารัตน์ มหาขันธ์ รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน วว. และ นายเทิดเกียรติ สุกใส ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

ในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการส่งเสริมการนำผลงานวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และ วิทยาศาสตร์ มาใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มในการจัดการขยะชุมชนอย่างยั่งยืน โอกาสนี้ คุณ นุชนารถ วดีศิริศักดิ์ รองปลัด อบจ.เชียงราย และ ดร. เรวดี อนุวัฒนา นักวิจัยอาวุโส ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม วว. รวมทั้งผู้บริหารจากหน่วยงานเครือข่ายด้านการจัดการขยะชุมชนร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ บริษัท วงษ์พาณิชย์และบริษัทในเครือ (บริษัท รีไซเคิล และ บริษัท โรงขยะอ่อนนุช) บริษัท สหวิริยาจำกัด มหาชน บริษัท ยูแอนด์วี ร่วมเป็นเกียรติในงาน ในวันอังคารที่ 11 ธันวาคม 2561 ณ ห้องออร์คิด 3 โรงแรมรามาการ์เด้น

สำหรับความร่วมมือระหว่าง วว. และ อบจ.เชียงรายในครั้งนี้ มีระยะเวลาความร่วมมือ 1 ปี เพื่อส่งเสริมความร่วมมือเชิงบูรณาการในการสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการในการจัดการขยะชุมชนอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นการฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับขยะชุมชนหรือของเหลือทิ้งทางการเกษตร สร้างโอกาสให้กับพื้นที่ในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม สร้างงาน สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดเชียงราย สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

“..วว.มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ อบจ.เชียงราย โดย วว. จะได้ทำการจัดฝึกอบรมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ในการจัดการประเภทขยะชุมชนอย่างยั่งยืน รวมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยี องค์ความรู้ในการใช้เทคโนโลยีการจัดการสิ่งแวดล้อมและเพิ่มมูลค่าขยะพลาสติกเหลือทิ้งอย่างครบวงจร และเทคโนโลยีการพัฒนาพลังงานทดแทนจากขยะและของเหลือทิ้งให้แก่บุคลากรที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนถ่ายทอดและให้บริการที่ปรึกษางานวิจัยที่แล้วเสร็จ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายจังหวัดสะอาดในการจัดการขยะชุมชนอย่างยั่งยืน ขับเคลื่อนภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างมูลค่าเพิ่มจากการจัดการขยะชุมชนอย่างยั่งยืน..” ดร. อาภารัตน์ มหาขันธ์ รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน วว. กล่าวเพิ่มเติม

นายเทิดเกียรติ สุกใส ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย กล่าวเพิ่มเติมว่า อบจ.เชียงรายได้ขับเคลื่อนนโยบายจังหวัดสะอาด โดยการบริหารจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง อย่างมีประสิทธิภาพ ในปี 2562 ได้จัดทำโครงการส่งเสริมการบริหารจัดการขยะอย่างยั่งยืน เพื่อให้ทุกพื้นที่ของจังหวัดเชียงราย ได้รับความรู้และเทคโนโลยี ส่งเสริมต่อการบริหารจัดการขยะ ร่วมลดปริมาณขยะต้นทางให้เหลือน้อยที่สุดในพื้นที่ ความร่วมมือระหว่าง วว.และอบจ.เชียงรายในวันนี้ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการส่งเสริมให้เกิดการนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ในการจัดการขยะ ตั้งแต่ต้นทางและมีการนำกลับมาใช้ใหม่ มุ่งเน้นการสร้างวินัยให้กับประชาชน ลดการผลิตขยะที่ต้นทาง ส่งเสริมให้มีการนำมาใช้ซ้ำและใช้ใหม่อย่างคุ้มค่า โดยใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะชุมชน ด้วยนวัตกรรม ก้าวสู่ประเทศไทย 4.0

กรมอุตุฯ พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศเย็นในตอนเช้า และยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งบริเวณประเทศไทยตอนบน สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย

อนึ่ง ในช่วง วันที่ 12-16 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนยังคงแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 2-5 องศาเซลเซียล สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางที่ปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นลงโดยทั่วไป กับมีลมแรง โดยมีฝนบางแห่งบริเวณประเทศไทยตอนบน สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยยังคงมีกำลังปานกลาง ทำให้ภาคใต้มีฝนต่อเนื่องและฝนตกหนักบางแห่ง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย วันที่ 12 ธันวาคม 2561 ถึงเวลา 17:00 วันนี้
ภาคเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิลดลง 1-2 องศาเซลเซียส โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ พะเยา น่าน ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง อุณหภูมิลดลง 1-3 องศาเซลเซียส โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ ขอนแก่น บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีลมแรง อุณหภูมิลดลง 1-2 องศาเซลเซียส โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีลมแรง อุณหภูมิลดลง 1-2 องศาเซลเซียส โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส

ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา : ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป : ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ส่วนการคาดหมายลักษณะอากาศ ในช่วงวันที่ 11-17 ธ.ค. บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง

ข้อควรระวัง ในช่วง วันที่ 11-17 ธ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง และประชาชนบริเวณภาคใต้ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะที่ฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้

ฟาร์มกลางเมือง ที่ได้รับการกล่าวขานถึง มีไม่กี่แห่ง

แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ไม่ถึงกับกลางเมืองเสียทีเดียว ออกจะขยับไปชานเมือง แต่ก็เป็นฟาร์มที่เรียกได้ว่า ดึงดูดผู้คนเข้าไปหาได้ไม่น้อย คือ “เฟรชวิลล์ ฟาร์ม” ของ คุณสัมพันธ์ พิพัฒน์วรการ ตั้งอยู่ที่ซอยรามคำแหง 118 เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ

ที่ได้รับการขนานนามถึง น่าจะเป็นประเด็นที่คุณสัมพันธ์ สร้างตู้เห็ดอัจฉริยะขึ้นมา โดยอาศัยความรู้พื้นฐานที่มีอยู่กับตัวทางด้านวิศวกรรมที่ร่ำเรียนมา ผนวกกับความสนใจด้านเกษตรกรรม และตู้เห็ดอัจฉริยะนี่เอง ที่สร้างเม็ดเงินและสร้างชื่อเสียงให้กับคุณสัมพันธ์จนเป็นที่รู้จักมาถึงวันนี้

คุณสัมพันธ์ เรียก เฟรชวิลล์ ฟาร์ม ว่า เป็นฟาร์มเกษตรสมัยใหม่ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่มกราคม พ.ศ. 2546 นับถึงวันนี้ก็อีก 1 เดือน ครบ 10 ปี

“ผมรวมเอาแนวคิดสามอย่างมารวมกันไว้ นั่นคือ งานวิจัยทางวิศวกรรม งานเกษตรกรรม งานสถาปัตยกรรม เกิดเป็นฟาร์มต้นแบบสมัยใหม่กลางเมือง ให้การทำเกษตร เป็นเรื่องง่ายสำหรับคนเมือง รูปแบบของเฟรชวิลล์ ฟาร์ม เป็นเกษตรปลอดสารพิษ ที่มีฟาร์มผักไร้ดิน ฟาร์มเห็ดอัตโนมัติ เป็นตัวชูโรงเป็นทางเลือกของคนรักสุขภาพและคนที่ต้องการมีอาชีพเกี่ยวกับเกษตรกรรมสมัยใหม่”

ทั้งยังบอกด้วยว่า เฟรชวิลล์ ฟาร์ม คือสัญลักษณ์ หรือว่าเป็นตัวแทนของสถาปัตยกรรมทางด้านการเกษตรในปัจจุบัน ซึ่งตอบสนองต่อกระแสของกลุ่มคนรักสุขภาพแบบตรงประเด็นที่สุด ในความหมาย โมเดิร์นฟาร์ม คือการที่เราใช้องค์ความรู้ หลักคิดทางด้านสถาปัตย์ ภูมิสถาปัตย์ ความรู้ทางด้านวิศวกรรมเครื่องกลและอิเล็กทรอนิกส์ ความรู้ทางการเกษตรมาหลอมรวมกันเพื่อเอาชนะสภาวะแวดล้อมที่แปรปรวนในบ้านเรา ให้ได้ ให้เกิดผลผลิตที่ดีและมีตลอดปี และต่อยอดไปสู่ธุรกิจการค้าทางด้านการเกษตรต่อไป ฟาร์มเกษตรสมัยใหม่นี้ มีข้อเด่นตรง ใช้พื้นที่ไม่มาก ใช้ทุนไม่สูง ออกแบบภูมิสถาปัตย์และจัดพื้นที่ออกมาได้ให้สวยงาม มีการควบคุมฟาร์มด้วยระบบวิศวกรรมที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพและผลผลิตออกมาดีเพียงพอที่จะจำหน่ายได้ ผู้ลงทุนสามารถคืนทุนได้ไว ได้ทำงาน ได้พักผ่อน ได้มีความสุข และสนุกกับงานเกษตรกรรม ที่เป็นโมเดิร์นฟาร์มของตนเองอย่างแท้จริงและที่สำคัญตนเองจะภาคภูมิใจที่สามารถควบคุมทุกอย่างในฟาร์มของตนเองได้

หลังจากเปิดฟาร์มไม่นาน คุณสัมพันธ์ บอกว่า มีนักศึกษาติดต่อเข้ามาขอฝึกงานภายในฟาร์มมากมาย ซึ่งขณะนั้นไม่ได้คิดว่า ฟาร์มเล็กๆ จะให้ความรู้อะไรได้ แต่เพราะเห็นว่าเป็นความตั้งใจของนักศึกษา จึงเปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกๆ คนที่ติดต่อเข้ามาได้มีโอกาสเข้ามาศึกษาหาความรู้ โดยตั้งใจเปิดให้เข้ามาศึกษาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย มีที่พัก อาหาร น้ำดื่ม ให้ฟรี รวมทั้งยังให้ค่าตอบแทนเป็นเงิน วันละ 100 บาท ทุกคน ทุกวัน และหากผลผลิตที่ได้ออกมา เมื่อจำหน่ายแล้วมีกำไรก็ปันกำไรให้กับนักศึกษาทุกคน

“ทุกคนที่มานี่ ระยะเวลา 1-4 เดือน แล้วแต่ข้อกำหนดหรือระเบียบของทางสถาบันการศึกษา เมื่อครบกำหนด ผมเห็นแต่ละคนมีเงินติดมือกลับบ้านกันไม่น้อยกว่าหมื่นบาททุกคน”

นักศึกษาที่เข้ามาฝึกงานที่เฟรชวิลล์ ฟาร์ม แตกต่างทั้งคณะ ภาควิชา และสาขาวิชา รวมถึงความสนใจของนักศึกษาแต่ละคนไม่เหมือนกัน เรื่องนี้คุณสัมพันธ์บอกว่า ไม่ได้ปิดกั้น ไม่ว่าจะมาจากสาขาวิชาไหน เพราะที่นี่ให้ความรู้ครบทุกกระบวนการ นับตั้งแต่เพาะต้นกล้า จนถึงการเก็บจำหน่าย การทำการตลาด เราโฟกัสที่การทำการเกษตรแบบมีรายได้ทุกวัน ไม่ใช่รอปลูกให้ครบรอบการเก็บเกี่ยวแล้วจำหน่ายถึงมีรายได้ หากเป็นเช่นนั้นจะเป็นการทำการเกษตรที่เหนื่อยมาก จำเป็นต้องใช้ทักษะหลายด้านเข้ามาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์

ปัจจุบัน เฟรชวิลล์ ฟาร์ม มีแปลงทำการเกษตรทั้งหมด 5 แห่ง แต่ละแห่งมีพื้นที่ประมาณ 1 ไร่เศษ เท่านั้น ถือว่าไม่ใช่พื้นที่ที่มากมาย แต่พื้นที่ทั้งหมดถูกแบ่งทำการเกษตรอย่างครบวงจร เพราะพื้นที่ที่มีไม่มากมาย ทำให้การเกษตรแต่ละชนิดของพืชไม่ได้มีจำนวนมากเท่าที่ควร แต่ก็ถือได้ว่าน้อยแต่ครบถ้วน

การบริหารจัดการ เฟรชวิลล์ ฟาร์ม มีเพียงคุณสัมพันธ์ ภรรยา น้อง และผู้ช่วย ซึ่งอดีตเคยเป็นนักศึกษาฝึกงานมาก่อนอีก 2 คน ทำหน้าที่ จำนวนที่ไม่มาก เมื่อเสริมด้วยการฝึกงานของนักศึกษาที่เข้ามาในแต่ละรุ่นแล้ว ทำให้ที่นี่มีจำนวนเพียงพอต่อการดูแลและการบริหารจัดการฟาร์มได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ คุณสัมพันธ์ บอกว่า พื้นฐานความรู้ของนักศึกษาแต่ละคนไม่เท่ากัน ทั้งยังถนัดคนละด้าน การมอบหมายงานให้รับผิดชอบ จะถามนักศึกษาก่อนว่าต้องการเรียนรู้อะไร ชอบสิ่งไหน แต่ทุกคนจะต้องทำทุกอย่างด้วยตนเองทั้งหมด ตั้งแต่การเพาะกล้า ถึงการขาย

“เขาอาจจะชอบหรือไม่ชอบ หรือเป็นเรื่องใหม่สำหรับเขาก็แล้วแต่ แต่ผมถือว่า การมอบหมายงานให้นักศึกษาลงมือทำ ง่ายกว่าการที่เราจ้างแรงงานแล้วให้งานทำ เพราะแรงงานที่มีพื้นฐานความรู้ด้านเกษตรมาแล้ว จะมีแรงต้าน เวลาบอกให้ทำแล้วจะไม่ทำตามที่บอก แต่สำหรับนักศึกษา ถึงจะมีพื้นฐานความรู้มาจากตำราที่เรียนมา แต่เมื่อลงมือทำจริงก็จะทำได้ดี ทั้งยังมีประยุกต์ต่อยอดไปตามความคิดของคนรุ่นใหม่อีกด้วย”

ตั้งแต่เปิดฟาร์มมา มีนักศึกษาหลายสิบรุ่นที่ผ่านการฝึกงานจากเฟรชวิลล์ ฟาร์ม แห่งนี้

อาจจะมีหลายรุ่นที่ผ่านการฝึกงานจากเฟรชวิลล์ ฟาร์ม แห่งนี้จริง แต่ที่พูดคุยได้ตอนนี้ เป็นนักศึกษาสาขาการบริหารธุรกิจเกษตร คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตบางพระ

นายชินวัตร ใจเชื่อม หรือ น้องเช็ค นักศึกษาชั้นปีที่ 4 อายุ 22 ปี เล่าว่า ที่บ้านทำสวนหน่อไม้ และวางจำหน่ายเอง จึงเลือกเรียนการบริหารธุรกิจเกษตร เพราะคิดว่าจะสามารถนำวิชาความรู้ที่เรียนมา ทั้งทางด้านการบริหาร การจัดการ สินค้าเกษตร การขาย นำไปต่อยอดกับธุรกิจของที่บ้านได้ นอกจากนี้ ยังสนใจการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งเฟรชวิลล์ ฟาร์ม แห่งนี้ เป็นต้นแบบของการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ที่น่าสนใจ อีกทั้งปัจจุบัน คนให้ความสนใจเรื่องการกินเพื่อสุขภาพ อาหารก็เป็นอาหารที่ใส่ใจสุขภาพ ไม่ใช่การทำการเกษตรแบบเดิมๆ การมาฝึกงานที่นี่จึงถือเป็นเรื่องใหม่และประสบการณ์หลากหลาย มากกว่าการเรียนในห้องเรียน

ด้าน นายบัณฑิต ทรงอินทร์ หรือ น้องสัน นักศึกษาชั้นปีที่ 4 อายุ 21 ปี บอกว่า เป็นชาวปราจีนบุรี เลือกเรียนการบริหารธุรกิจเกษตร เพราะครอบครัวจำหน่ายสินค้าเกษตรทุกชนิด ในช่วงเวลาเรียนที่ผ่านมา แม้จะเรียนด้านบริหารธุรกิจเกษตร แต่ก็ได้ลงมือทำและทดลองทำการเกษตร โดยช่วงการศึกษาระดับชั้นปีที่ 3 อาจารย์ให้จับกลุ่ม เพาะเห็ดนางฟ้าภูฏาน ด้วยการซื้อก้อนเชื้อเห็ดมา แต่เริ่มเพาะเอง กระทั่งเก็บผลผลิตจำหน่าย ก็ถือว่าเกือบครบกระบวนการแล้ว

“ผมเลือกมาที่นี่ เพราะเพื่อนแนะนำ แต่ก็สนใจและตั้งใจมาด้วยตนเอง อีกทั้งสาขาวิชาที่เรียน สามารถเลือกฝึกงานได้ทุกส่วนของธุรกิจเกษตร ต้องมีปลูก ถึงจะมีขาย และต้องไปโลจิสติกส์ให้ได้ ตั้งแต่มาอยู่ที่เฟรชวิลล์ ฟาร์ม ได้ความรู้ที่นอกเหนือจากห้องเรียนมากมาย คิดว่า จะสามารถนำความรู้ที่ได้กลับไปพัฒนาต่อยอดให้กับธุรกิจที่บ้านได้อย่างสบาย”

ส่วน นายชัชวาลย์ วงษ์คำหาญ หรือ น้องตั้ม นักศึกษาชั้นปีที่ 4 อายุ 22 ปี เล่าว่า เฟรชวิลล์ ฟาร์ม เป็นฟาร์มที่เข้ามาฝึกงานแล้วมีหลายสิ่งที่ได้รับมากกว่าการนั่งเรียนในชั้นเรียน ส่วนตัวเห็นว่า ความรู้ไม่ตายตัวตามหลักสูตรที่เขียนไว้ มีหลายอย่างที่เราต้องเรียนรู้ เพื่อนำไปพัฒนาตนเอง นอกจากนี้ การฝึกงานในครั้งนี้ ก็เป็นการนำไปต่อยอดได้อีกมาก โดยเฉพาะเมื่อเราต้องการพัฒนาตนเอง ก็ถือว่าเฟรชวิลล์ ฟาร์ม มีครบถ้วนทั้งระบบของการทำการเกษตรทีเดียว

ในแต่ละวัน คุณสัมพันธ์ จะมอบหมายงานให้นักศึกษาทั้งกลุ่มไปในคราวเดียว แล้วให้นักศึกษาพูดคุยเพื่อแบ่งหน้าที่กันเอง เพราะเชื่อว่านักศึกษาทุกคนมีศักยภาพมากพอที่จะรับผิดชอบ และรู้หน้าที่ของตนเอง สามารถจัดการงานให้สำเร็จได้ รวมถึงอาจจะทำได้มากกว่าที่มอบหมายงานไปให้

จากการสอบถามคุณสัมพันธ์ ทราบว่า แต่ละช่วงของการรับนักศึกษา สามารถรับนักศึกษาได้คราวละประมาณ 20 คน แต่หากมีนักศึกษาที่สนใจติดต่อขอเข้ามาฝึกงานมากกว่าจำนวนที่คาดไว้ ก็จะรับไว้หมด เพราะเห็นถึงความตั้งใจ อย่างไรก็ตาม หากนักศึกษาหรือสถาบันการศึกษาแห่งใด ต้องการให้เฟรชวิลล์ ฟาร์ม เป็นเสมือนแหล่งความรู้ให้กับนักศึกษา ก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ ไม่ปิดกั้นหรือจำกัดสิทธิใดๆ ติดต่อโดยตรงได้ที่ คุณสัมพันธ์ พิพัฒน์วรการ เลขที่ 10 ซอยรามคำแหง 118 แยก 44 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร หรือโทรศัพท์มาสอบถามกันก่อนได้ที่ (087) 503-7723ปูนิ่ม ที่เรารู้จักและรับประทานกันเป็นอาหาร หลายคนเข้าใจกันว่าแหล่งผลิตส่วนใหญ่จะอยู่ติดกับทะเลหรือในท้องทะเลที่กว้างใหญ่

ต้องบอกว่า ทำความเข้าใจกันใหม่เถอะครับปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาคิดค้นวิธีการเลี้ยงปูนิ่มจากที่เลี้ยงบริเวณริ่มทะเลหรือในท้องทะเลมาเป็นบ่อเพาะเลี้ยงแบบพัฒนาในหลายพื้นที่ ซึ่งมีการเลี้ยงทั้งแบบตัดก้ามและแบบธรรมชาติ มีอาชีพที่ไม่คาดคิดว่าจะมีอยู่ในพื้นที่ซึ่งอยู่ห่างจากรุงเทพมหานครเพียง 100 กว่ากิโลเมตร คือ อาชีพเพาะเลี้ยงปูนิ่ม

เมื่อรถของทีมงาม กว่า 20 ชีวิต มาถึง พี่พิธาน ลิปิสุนทร เจ้าของฟาร์ม ก็เข้ามาตอนรับและอธิบายเล่าถึงที่มาที่ไปของอาชีพเพาะเลี้ยงปูนิ่มให้กับทีมงานได้ฟังอย่างลวงลึก ในทุกขั้นตอนการเลี้ยง

พี่พิธาน เล่าให้ฟังว่า ที่ดินผืนนี้เป็นของป้าและย่า ซึ่งเดิมจะปล่อยให้เช่าทำฟาร์มเลี้ยงกุ้ง แต่หลังจากสัญญาเช่าหมดลง ตนก็มาขอเช่าต่อ เพื่อจะใช้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งหวังจะสร้างเป็นอาชีพให้กับตนเอง

“ตอนนั้นเองผมยังไม่ได้คิดว่าจะเลี้ยงอะไร ไปปรึกษากับเพื่อนที่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องสัตว์น้ำ เขาก็บอกว่า อย่างเรานี่ ประสบการณ์เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำก็ยังมีน้อย อย่างการเลี้ยงกุ้งมันก็ยาก อีกอย่างพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นนากุ้งเก่า เชื้อโรคที่เคยมีก็ยังฝังตัวอยู่ ปลาก็ไม่แนะนำ จนในที่สุดมาจบที่การเลี้ยงปู เพราะมีความทนทานต่อโรค ความเค็ม สภาพอากาศ อุณหภูมิ ที่มากกว่าสัตว์น้ำ แต่จะเลี้ยงปูธรรมดาก็จะเหมือนคนอื่นๆ จึงคิดต่อยอดนำปูทะเลมาทำเป็นปูนิ่ม”

พี่พิธาน เริ่มต้นทำธุรกิจการเพาะเลี้ยงปูนิ่ม เมื่อปลายปี 52 บริเวณ ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม โดยเริ่มปรับพื้นที่ เตรียมทำคันดิน สร้างสะพาน ทำบ่อเพาะเลี้ยง และบ่อพักน้ำ โดยใช้เวลาประมาณ 1 เดือน

“เนื่องจากบริเวณนี้จะมีโรงงานอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก ในพื้นที่เพาะเลี้ยง ผมจึงต้องแบ่งพื้นที่ออกเป็นสองส่วน ทำเป็นบ่อพักน้ำเพื่อใช้รองรับน้ำไว้ก่อนจะถ่ายเข้าบ่อเพาะเลี้ยงในบางช่วงเวลาที่มีปริมาณน้ำน้อยในบางฤดูการผลิต”