ดังนั้น เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันโรคใบด่างมันสำปะหลัง

ไม่ให้เข้ามาแพร่ระบาดในประเทศไทย จึงได้สั่งการให้ด่านตรวจพืชตามแนวชายแดนเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบการนำเข้ามันสำปะหลังบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมกับจัดทำมาตรการด้านวิชาการ ด้านกฎหมาย และแผนปฏิบัติการฉุกเฉินเตรียมไว้ในกรณีหากเกิดการแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังขึ้นในประเทศไทย โดยได้จัดประชุมชี้แจงกับผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ หัวหน้าด่านศุลกากร หัวหน้าด่านตรวจพืช นักวิชาการเกษตร ผู้นำชุมชน เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย มูลนิธิมันสำปะหลังแห่งประเทศไทย และสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย ให้ร่วมกันเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังด้วย

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ในช่วงระหว่างปี 2558 – 2560 จากผลการดำเนินการสำรวจและเฝ้าระวังโรคใบด่างมันสำปะหลังในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศ จำนวน 50 จังหวัด อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ไม่พบการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังในประเทศไทยแต่อย่างใด แต่ในช่วงเดือนสิงหาคม 2561 เจ้าหน้าที่ได้สำรวจพบต้นมันสำปะหลังแสดงอาการใบด่างต้องสงสัยในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังของเกษตรกรในอำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ และอำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 8 ราย พื้นที่ 68 ไร่ ดังนั้นเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับกระบวนการผลิตมันสำปะหลังของประเทศไทย กรมวิชาการเกษตรจึงได้ดำเนินการทำลายแปลงมันสำปะหลังที่พบอาการต้องสงสัยทั้งหมดตามแผนปฏิบัติการฉุกเฉินที่กำหนดไว้ทันที โดยการถอน และขุดหลุมฝังต้นมันสำปะหลังโดยราดด้วยสารกำจัดวัชพืชก่อนฝังกลบ

โรคใบด่างมันสำปะหลังเป็นโรคที่มีความสำคัญทำให้ผลผลิตเสียหาย 80-100 เปอร์เซ็นต์ เกษตรกรไม่สามารถเก็บผลผลิตได้ และสามารถเข้าทำลายมันสำปะหลังได้ทุกระยะการเจริญเติบโต โดยเชื้อไวรัสสาเหตุโรคใบด่างสามารถติดมากับท่อนพันธุ์และมีแมลงหวี่ขาวยาสูบ เป็นแมลงพาหะจึงทำให้มีความเสี่ยงที่เชื้อไวรัสนี้จะแพร่เข้ามาในประเทศไทยได้ จึงมีความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องเฝ้าระวังและป้องกันไม่ให้ศัตรูพืชร้ายแรงเข้ามาระบาดทำความเสียหายให้กับผลผลิตของเกษตรกรและอาจส่งผลถึงเศรษฐกิจของประเทศ

จากสี่แยกกบินทร์บุรี มุ่งไปทางจังหวัดนครราชสีมา ตรงนั้นอยู่ในพื้นที่ของอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ขวามือเป็นป่าลาน และที่ทำการอุทยานแห่งชาติทับลาน เมื่อก่อนถนนแถบนี้มีเพียงสองเลน แต่ปัจจุบันถนนขยายออกกว้างขวาง ฝั่งตรงข้ามที่ทำการอุทยาน มีสถานีบริการน้ำมันขนาดใหญ่ วันหยุดและเทศกาลคนแวะกันมากจนที่จอดรถแทบไม่พอ

อุทยานแห่งชาติทับลาน ต่างจากอุทยานอื่นตรงที่มีต้นลานขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น จัดเป็นป่าลานในธรรมชาติผืนเดียวและผืนสุดท้ายของประเทศ อุทยานแห่งชาติทับลาน มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอปักธงชัย วังน้ำเขียว ครบุรี เสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา และอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์และมีป่าลาน ซึ่งหาดูได้ยากที่มีเฉพาะบางท้องที่เท่านั้น มีต้นลานขึ้นตามธรรมชาติ เป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำ ลำธารต่างๆ และมีธรรมชาติที่สวยงาม เช่น หุบผา หน้าผา น้ำตก เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีเนื้อที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ คือ มีเนื้อที่ประมาณ 1,397,375ไร่ หรือ 2,235 ตารางกิโลเมตร

ในอดีตป่าลานที่อุดมสมบูรณ์มีขึ้นอยู่กระจายทั่วๆ ไปในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต่อมามีการขยายตัวของพื้นที่เกษตรกรรม จึงทำให้ป่าลานถูกบุกรุกทำลายลงไปมาก จนปัจจุบันคงเหลือป่าลานแห่งสุดท้าย คือ บริเวณบ้านทับลาน บ้านขุนศรี บ้านบุพราหมณ์ และบ้านวังมืด จังหวัดปราจีนบุรี ในการไปตรวจสอบสภาพป่าลานเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2517 ของนายประดิษฐ์ วนาพิทักษ์ อธิบดีกรมป่าไม้สมัยนั้น พบว่ามีป่าลานขนาดใหญ่ แต่ก็เริ่มมีการบุกรุกป่า ทำให้ประชากรของลานลดลง

เพื่อเป็นการอนุรักษ์ป่าลานไว้ จึงได้จัดตั้งป่าลานพื้นที่ 36,250 ไร่ หรือ 58 ตารางกิโลเมตร เป็นวนาอุทยาน เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2518

เพราะป่ารอบๆวนอุทยานทับลานมีความอุดมสมบูรณ์ ประกอบกับเป็นต้นน้ำสำคัญของประเทศ จึงได้มีการผนวกป่ารอบๆวนอุทยาน พร้อมกับยกฐานะเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี 2523 ด้วยเหตุนี้เอง ป่าลานจึงได้รับความคุ้มครอง และอยู่รอดมาให้ผู้คนได้ศึกษาเรียนรู้จนถึงปัจจุบัน

ลาน เป็นไม้วงศ์ปาล์ม ญาติของลานที่คุ้นเคยกันดีก็มีมะพร้าว หวาย ตาลโตนด ตาว จาก

จัดให้ลานอยู่ในกลุ่มของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว มีถิ่นมีกำเนิดอยู่ในอเมริกาและในแถบเมดิเตอร์เรเนียน โดยส่วนใหญ่แล้วต้นลานมักจะขึ้นที่ที่มีอากาศชื้นเย็นและมีฝนตกมาก มีความทนทานต่อภัยธรรมชาติได้ดี ต้นเล็กแม้ว่าจะถูกไฟไม้แต่ก็สามารถงอกขึ้นมาใหม่ได้ เนื่องจากมีรากที่ลึกมาก

ลานพรุ…มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Corypha utan Lam. มีเขตการกระจายพันธุ์ตั้งแต่อินเดียไปจนถึงฟิลิปปินส์ และรวมไปถึงทางตอนเหนือของออสเตรเลียและประเทศไทย พบมากในแถบภาคใต้แถวๆ จังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา กระบี่และพังงา ปาล์มชนิดนี้มักขึ้นตามแนวชายฝั่งแม่น้ำหรือในพื้นที่ที่ชุ่มน้ำ มีลักษณะของลำต้นที่สูงคล้ายกับต้นตาล โดยมีความสูงประมาณ 30 เมตร ขนาดของลำต้นไม่รวมกาบใบมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 40-60 เซนติเมตร และมักขึ้นรวมกันเป็นจำนวนมากในที่ราบท้องทุ่ง แม้ในบริเวณที่มีน้ำขัง

ลานป่าหรือลานทุ่ง…มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Corypha lecomtei Beec. สามารถพบได้ในประเทศไทยและเวียดนาม จัดเป็นพันธุ์ไม้ดั้งเดิมของไทย โดยพบได้มากที่ปราจีนบุรี ขอนแก่น และสระบุรี และยังพบได้ทั่วไปในจังหวัดลพบุรี ตาก นครปฐม และพิษณุโลก และต้นลานป่านี้จะมีขนาดใหญ่ไม่เท่าลานวัด โดยมีความสูงประมาณ 15 เมตร และมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของต้นไม่รวบกาบใบประมาณ 45-75 เซนติเมตร

ลานวัด…มีชื่ออื่นๆอีกคือลานบ้านและลานหมื่นเถิดเทิง…มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Corypha umbraculifera เป็นปาล์มชนิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีถิ่นกำเนิดในประเทศศรีลังกาและอินเดีย และยังเป็นต้นไม้ประจำชาติของศรีลังกาอีกด้วย สำหรับในประเทศไทยจะไม่พบตามธรรมชาติ แต่มักมีการนำมาเพาะปลูกในภาคเหนือ ส่วนใหญ่ปลูกไว้ในบริเวณวัด เพราะมีพื้นที่กว้างขวาง

ผู้คนได้ประโยชน์อะไรจากลานบ้างมองในมุมกว้างๆ ที่อุทยานแห่งชาติทับลาน มีต้นไม้ชนิดอื่นขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น รวมทั้งสัตว์ป่านานาชนิด เมื่อมีการอนุรักษ์ต้นลาน ไม้ชนิดอื่นก็พลอยอยู่รอดปลอดภัย เมื่อมีต้นไม้ สายน้ำสำคัญ อย่างแม่น้ำมูลที่ไหลไปยังพื้นที่อิสานและแม่น้ำบางประกง ที่ไหลผ่านภาคตะวันออก จึงมีหลักประกันว่า ยังคงจะมีน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนไปอีกนาน

ใครที่ใช้ถนนจากกบินทร์บุรีไปนครราชสีมา ช่วงอำเภอนาดี จะพบเห็นต้นลานขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป ไม่เว้นท้องไร่ทุ่งนาของชาวบ้าน บางช่วงเห็นดอกบานไสว ด้วยเหตุนี้กระมัง นักจัดสวนได้นำลานลงปลูกตามรีสอร์ท รวมทั้งสถานที่ราชการ ทรงต้นและลีลาใบของลาน สวยไม่น้อยไปกว่าปาล์มประดับชนิดอื่น แต่ใครที่สนใจปลูกต้องมีพื้นที่ให้เขาได้แผ่ใบ เพราะใบมีขนาดใหญ่ เคยวัดกันได้กว้าง 2 เมตรยาว 3 เมตร

ช่วงที่ประชากรของต้นลานมีมากๆ เขาใช้ประโยชน์จากต้นลานเช่นกัน เริ่มจากตัดต้นมาทำเป็นที่นั่งเล่นแทนเก้าอี้ เศษเหลือก็ใช้ทำเชื้อเพลิง ใครมีฝีมือหน่อยก็ทำครก สาก ต้นอ่อนใช้เลี้ยงด้วง

ใบลานในสมัยโบราณ นิยมใช้จารึกตัวอักษรเพื่อบันทึกคำสอนของพุทธศาสนา เขาใช้เหล็กแหลมจารบนใบลานจากนั้นใช้ยางรักทา ยางรักจะแทรกอยู่ในตัวหนังสือ ทำให้มองเป็นสีดำ สามารถอ่านเป็นตัวหนังสือได้ ถึงแม้จะมีการบันทึกเรื่องราวต่างๆในคอมพิวเตอร์ แต่ก็มีการเก็บรักษาคัมภีร์ใบลานให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา

ใบลานแก่ใช้มุงหลังคา ก้านใบยังพบว่า มีการนำมาทำพื้นกระท่อมและฝาผนัง สำหรับที่อยู่อาศัยได้ดี

กระดูกลาน คือส่วนที่อยู่ใกล้กับบริเวณหนามแหลม มีความแข็งและเหนียวมากกว่าก้านใบ นำมาทำคันกลดพระธุดงค์ รวมทั้งทำขอบตะกร้า ขอบกระด้ง และทั้งผลิตภัณฑ์อื่นๆ

ท้องถิ่นภาคใต้ นำยอดลานพรุมาฉีกเป็นใบ แล้วสางออกเป็นเส้นๆ ปั่นเป็นเส้นยาวคล้ายกับด้าย จากนั้นนำไปใช้ทอเป็นแผ่น เรียกกันว่า “ห่งอวน”หรือ”หางอวน” สำหรับต่อปลายอวน ใช้เป็นถุงจับกุ้ง สานถุงใส่เกลือ ซองใส่ยาฉุน ซองแว่นตา และอื่นๆ

ดอกของลาน ออกเป็นช่อใหญ่คล้ายรูปพีระมิดตรงส่วนยอดของลำต้น มีความยาวประมาณ 6 เมตร ก้านชูช่อดอกสั้นหรือไม่มี ส่วนแกนช่อดอกยาวประมาณ 6 เมตร มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 35 เซนติเมตร โดยแกนช่อดอกจะมีถึง 30 ก้าน แขนงของก้านช่อดอกย่อยมีถึง 40 ก้าน ในแต่ละก้านจะยาวประมาณ 5-25 เซนติเมตร ในช่อดอกหนึ่งจะมีดอกลานอยู่เป็นจำนวนมากเป็นล้านๆ ดอก โดยดอกจะมีสีเหลืองอ่อนและมีกลิ่นหอม

นับตั้งแต่เมื่อเริ่มออกช่อดอกและบานกลายเป็นผลสำหรับกิน ใช้เวลาประมาณ 1 ปีขึ้นไป

ผลมีลักษณะกลมรี สีเขียว มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3.5-4.5 เซนติเมตร หนึ่งผลมีหนึ่งเมล็ด เมล็ดมีลักษณะกลมสีดำ ส่วนเนื้อในของผลจะคล้ายกับลูกจากหรือลูกชิด สามารถนำมากินได้ ผลลานหากยังอ่อนอยู่เนื้อมีน้อย ส่วนใหญ่จะมีน้ำในผล ขณะเดียวกันหากแก่เกินไปเนื้อก็จะแข็ง ผลลานจะทะยอยแก่ตั้งแต่โคนช่อดอกไปยังปลายช่อดอก

ในต่างจังหวัด มักนำผลลานมากินเป็นผลไม้ จะให้ความรู้สึกเหมือนกินเนื้อมะพร้าวอ่อน ลูกจาก และตาว แต่ต้องระวัง หากกินมาก เนื้อของผลจะไปขยายในท้อง ทำให้อึดอัดและอาจจะอาเจียนได้

ในทางยา เปลือกลานใช้เป็นยาระบาย ใบลานเผาไฟใช้เป็นยาดับพิษ แก้อักเสบ รากใช้ฝนแก้ร้อน ขับเหงื่อ

วงจรชีวิตของลาน มีอายุตั้งแต่ 20-80 ปี หมายถึงตั้งแต่เมล็ดงอกจนกระทั่งออกดอกและติดผล หลังติดผล ต้นลานก็จะตาย ด้วยเหตุนี้จึงเรียกกันว่า “ลานลูกฆ่าแม่”

ที่อุทยานแห่งชาติทับลาน มีประชากรของต้นลานขึ้นอยู่จำนวนมาก โดยธรรมชาติ เมื่อลานออกดอก ติดผล เมื่อผลแก่ก็จะร่วงลงดิน กระจายไปรอบๆต้น ยามใดที่สภาพแวดล้อมเหมาะสม เมล็ดก็จะงอกต้นใหม่ขึ้นมา ปริมาณการงอกและเติบโตเป็นต้นใหญ่ของลานมีไม่มากนัก ลองคิดดูผลลานมีมากกว่าล้านผลใน 1 ต้น หากเปอร์เซนต์การงอกและอยู่ได้ของต้นสูง คงเห็นต้นลานมากกว่าที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน

ถึงแม้ว่าจะได้ชื่อว่า เป็นต้นไม้ที่ลูกฆ่าแม่ แต่ก็เป็นไปตามกฏของธรรมชาติ ถึงแม้ต้นแม่จะตาย แต่ก็ตายเพื่อเกิด คือให้ลูกได้เกิดและเจริญเติบโตเป็นต้นใหม่นั่นเอง

ในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ รายรับไม่พอกับรายจ่าย หากใครมีครอบครัวที่ต้องดูแล เห็นทีว่าจะประกอบอาชีพเพียงอย่างเดียวคิดว่าคงจะลำบากหน่อย จึงไม่แปลกใจเลยว่าในปัจจุบันทำไมหนุ่มสาวออฟฟิศ หรือแม้แต่เกษตรกรหลายราย ต้องหันหาอาชีพเสริม เพื่อเลี้ยงตัวเองและครอบครัวกันเป็นจำนวนมาก

คุณแดง (พี่แดง) และ คุณวไลภรณ์ มาประกอบ (ภรรยา) อยู่บ้านเลขที่ 311 หมู่ที่ 6 ตำบลสามกระทาย อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมเป็นอาชีพหลัก แต่ก็ยังต้องมองหาอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้อีกทางมาเลี้ยงครอบครัวไม่ให้ขัดสนเหมือนกัน

งานดอกไม้ใบตอง อาชีพเสริมที่น่าสนใจ

งานดอกไม้ใบตอง คืออาชีพเสริมของพี่แดงและภรรยา นับว่าเป็นคู่ที่ชอบค้นคว้าหาความรู้ในทางสร้างสรรค์อยู่แล้ว ตัวพี่แดงเองเรียนจบเกษตร จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ส่วนภรรยาเรียนหลักสูตรคหกรรมศาสตร์ (ศิลปะประดิษฐ์) ทั้งคู่เริ่มสร้างรากฐานให้ครอบครัวด้วยการยึดอาชีพเกษตรเป็นอาชีพหลัก คือการปลูกมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งงานเกษตรสำหรับพี่แดงถือว่าไปได้ดี แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่หยุดที่จะหาอาชีพเสริม โชคดีหน่อยที่อาชีพการปลูกมะพร้าวน้ำหอมเป็นพืชที่ไม่ต้องดูแลทุกวัน พี่แดงและภรรยาจึงมีเวลาที่จะหาอาชีพเสริมทำได้โดยที่ไม่รบกวนอาชีพหลัก อย่างการทำงานดอกไม้ใบตอง

คำว่างานดอกไม้ใบตอง พี่แดงอธิบายว่า คืองานฝีมือที่มีการนำดอกไม้และใบตองมาประดิษฐ์สร้างสรรค์ออกมาเป็นงานฝีมือที่อ่อนช้อยและสวยงาม ยกตัวอย่างที่พี่แดงรับทำเป็นอาชีพเสริมตอนนี้คือ การรับจัดขันหมากเครื่องสด งานบายศรี หรือหากเป็นช่วงวันลอยกระทงพี่แดงก็รับทำกระทงประกวดด้วย

ซึ่งอาชีพเสริมนี้พี่แดงและภรรยา เริ่มจากการจัดดอกไม้ตามงานศพมาก่อน แต่ด้วยงานศพเป็นงานที่กะเกณฑ์อะไรไม่ได้ พี่แดงและภรรยาจึงเริ่มมองหางานอย่างอื่นที่ใกล้เคียงกับการจัดดอกไม้ ด้วยภรรยามีความรู้ทางด้านงานฝีมือ จึงคิดและเรียนต่อยอดมาเป็นงานทำดอกไม้ใบตอง เครื่องสด ถือว่าไม่ยาก เพราะค่อนข้างเป็นคนหัวไว และอีกส่วนก็ได้มาจากการตั้งใจฝึกและค้นคว้า พยายามมองงานของที่อื่น หรือศึกษารูปแบบของแต่ละภาค เพื่อนำมาพัฒนางานของตัวเอง

พี่แดงและภรรยาเล่าว่า เริ่มรับทำเครื่องสดตามพิธีต่างๆ มานานกว่า 15 ปี ผลงานสร้างชื่อก็มาก ทั้งการทำกระทงส่งเข้าประกวดตามงานประเพณีวันลอยกระทง ได้รางวัลที่ 1 มาทุกปี และเมื่อไม่นานมานี้ได้มีโอกาสจัดทำดอกไม้ใบตองเครื่องสดให้งานแต่งของลูกสาวผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ งานนี้พี่แดงบอกว่าแขกที่มาร่วมงานต่างกล่าวชื่นชม ควักโทรศัพท์มาถ่ายรูปกันยกใหญ่ ซึ่งถือเป็นความภูมิใจและเป็นผลงานสร้างชื่ออีกชิ้น และงานนี้ถือเป็นงานใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำมาคือราคาฝ่ายละ 70,000 บาท ถือว่าราคาไม่แพง เพราะที่อื่นงานขนาดนี้เขาคิดกัน 200,000 บาท

แต่อย่าเพิ่งตกใจว่ามีแต่ราคานี้…ปกติทั่วไปพี่แดงก็รับทำอยู่ที่ราคาเพียง 18,000-20,000 บาท ราคานี้จัดให้ทั้งขบวนขันหมาก เตรียมให้ทุกอย่าง ผู้จ้างไม่ต้องเตรียมอะไรเลย

การเตรียมเครื่องขบวนขันหมากแต่งงานนั้น จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือขันหมากเอกและขันหมากโทขันหมากเอก…มีพานขันหมากเอก 2 พาน พานสินสอด 2 พาน พานธูปเทียนแพ ใช้สำหรับขอขมา และรับไหว้ผู้ใหญ่ และแถมพานเชิญขันหมากฝ่ายเจ้าสาวให้อีก 1 พาน รวมเป็น 6 นี่คือเครื่องสดทั้งหมดที่เราเตรียมให้

ขันหมากโท…ของที่ใช้ในการจัดขบวนขันหมากโท จะเป็นอาหารและขนม รวมถึงเหล้า ต้นกล้วย ต้นอ้อย ซึ่งมักจะจัดเป็นคู่ๆ

ตัวพานขันหมากโทประกอบไปด้วย ขนมมงคล 9 อย่าง ได้แก่ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ทองเอก จ่ามงกุฎ เสน่ห์จันทร์ ลูกชุบ ขนมกง ขนมชั้น หรือขนมต้มแดง ต้มขาว
พานขนมเปี๊ยะ 1 คู่
พานไก่ต้ม หมูนอนตอง
พานวุ้นเส้น 1 คู่ หรือขนมจีน แล้วแต่ประเพณีท้องถิ่น
พานมะพร้าว 1 คู่
พานกล้วยหอม ต้องใส่เป็นคู่ และส้ม 1 คู่
พานส้มโอ 1 คู่
พานชมพู่ 1 คู่
พานขนมไว้สำหรับแจกญาติผู้ใหญ่

งานดอกไม้เครื่องสด สร้างรายได้ตลอดปี

โดยปกติงานดอกไม้ใบตองจะมีงานเข้ามาได้ตลอดปีอยู่แล้ว อย่างช่วงตั้งแต่เดือนสิงหาคม-กุมภาพันธ์เป็นช่วงของงานแต่ง ก็จะรับงานไม่ขาดสาย พอหมดงานแต่งก็จะมีงานบุญบายศรี

“การรับงานของเรารับทำทั่วราชอาณาจักรถ้าว่างเราไปหมด แต่จะขอบวกค่าน้ำมันเพิ่มนิดหน่อย โดยราคาที่คิดขบวนเจ้าบ่าวอยู่ที่ 18,000-20,000 บาท…ถูกมาก ถ้าเทียบกับที่อื่น ในราคาเท่านี้ แต่ความสวยงามไม่แพ้ที่อื่น หรือหากใครมีงบน้อยหรือมากกว่านี้ก็สามารถมาคุยต่อรองกันได้…ของเราถูกด้วย และสวยด้วย ที่สำคัญคือคุณมีงบเท่าไรมาบอกผม ผมบริหารจัดการให้ สมมุติว่าสองคนมีงบ 30,000 บาท ผมก็บริหารจัดการให้ได้” พี่แดง บอก

ลูกค้าส่วนใหญ่ติดต่อมาตามสายครู เพราะพ่อตาแม่ยายเป็นครู อีกส่วนคืออาศัยปากต่อปาก และถ้าอยู่ไกลก็ให้คนพื้นถิ่นรับงานให้ โดยแบ่งให้ 10 เปอร์เซ็นต์ แบบไม่ต้องทำอะไรเลย

ส่วนรายได้ถือว่าดีมาก ได้กำไรครึ่งต่อครึ่ง เพราะทำเองทุกอย่าง วัตถุดิบบางอย่างก็ปลูกเอง บางส่วนก็ซื้อ แรงงานไม่จ้าง ทำกันเองสองคน 1 งาน ใช้เวลาเตรียมตัวล่วงหน้า 1 อาทิตย์ ถ้างานเล็ก 2-3 วัน ทำใส่ตู้อัดน้ำแข็งไว้แล้วจึงนำมาประกอบทีหลัง

ฝากสำหรับคนที่กำลังมองหาอาชีพเสริม

พี่แดง บอกว่า ทุกคนมีเวลาเท่ากันหมด แต่อยู่ที่จะบริหารจัดการเป็นหรือเปล่า

“อย่างผมทำสวนมะพร้าว แต่ยังมีเวลาทำอาชีพเสริม และยังมีเวลาเหลือพาครอบครัวไปเที่ยวอีกด้วย ทุกอย่างอยู่ที่การจัดการ เพราะฉะนั้น ทุกคนต้องจัดการเวลาให้เป็น ควรรู้ว่าอันไหนทำก่อน ทำหลัง และเลือกทำสิ่งที่ทำควบคู่กับงานหลักไปได้ด้วย และพยายามอย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว อย่างผมจบเกษตรแต่ก็พยายามหาความรู้ใหม่ๆ เพื่อมาประกอบอาชีพเสริมอยู่ตลอด” พี่แดง กล่าว

เห็ดโคน งอกกลางจอมปลวก เจ้าของที่ดินเผยปีนี้ออกดอกครั้งที่ 3 แล้ว คาดว่าอีก 7 วัน จะออกอีกครั้ง เตรียมเก็บขายสร้างรายได้
ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่บ้านนายสุเทพ และนางทองสุก ผัดอ่อนอ้าย เจ้าของบ้านเลขที่ 64 หมู่ที่ 8 ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก มีเห็ดโคนที่ออกกลางจอมปลวกในสวนหลังบ้าน

ซึ่งเห็ดโคนดังกล่าวจะออกเป็นประจำในช่วงปลายเดือน ก.ย. และต้นเดือน ต.ค. ของทุกปี แต่ปีนี้ออกช้าและมีจำนวนน้อย และออกที่เดิมคือกลางจอมปลวกหลังบ้านเท่านั้น อ่านข่าว ฮือฮา! เห็ดโคนงอกบนจอมปลวก สร้างความตะลึง งอกเยอะกว่าทุกปี เรื่องนี้มีสาเหตุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปีนี้เห็ดโคนออกครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา จำนวนประมาณ 10 กิโลกรัม ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 29 ก.ย. เก็บได้ 5 กิโลกรัม และวันนี้เก็บได้อีกจำนวน 6 กิโลกรัม และคาดว่าอีกประมาณ 6-7 วัน น่าจะออกมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะยังพบว่ามีเห็ดโคนอีกรุ่นกำลังจะออกดอกด้วย

นายสุเทพ กล่าวว่า วันนี้เห็ดโคนก็ออกกลางจอมปลวกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น คาดว่าประมาณ 6 กิโลกรัม เท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบปีที่แล้วช่วงเดือนก.ย.-ต.ค.60 เก็บเห็ดโคนที่จอมปลวก และออกอีกที่ด้านในสวนหลังบ้านรวมจำนวนมากถึง 100 กิโลกรัม และขายในกิโลกรัมละ 200 บาท สร้างรายได้เป็นประจำทุกปี

“สำหรับสวนของผมเป็นบ้านสวนเศรษฐกิจพอเพียง มีบ่อเลี้ยงปลา ปลูกพืชผักสวนครัวรั้วกินได้อีกด้วย จากที่เห็ดโคนออก เพราะในบริเวณบ้านเป็นสวนป่าดั้งเดิมที่เคยมีเห็ดโคนออกตั้งแต่ในอดีต และปัจจุบันที่ดินของตนยังรักษาป่าไว้ให้คงเดิมจึงมีเห็ดโคนออกต่อเนื่องทุกปี สาเหตุที่เห็ดโคนออกช้าและมีจำนวนน้อย คาดว่าเพราะฝนตกจำนวนมากเกิน จึงทำให้เห็ดออกช้าและจำนวนน้อยก็เป็นได้” นายสุเทพ กล่าว

ผมเจอพี่แดงในงานออกบู๊ธที่เซ็นทรัลพลาซ่า สะดุดตากับชายคนหนึ่งที่สวมเสื้อผ้าสีฉูดฉาด จึงเข้าไปพูดคุยด้วย สอบถามกันไปมาจึงรู้ว่าเรามาเจอแหล่งใหญ่ของคนไม่ธรรมดาอีกแล้ว พี่แดงบอกว่า มีพื้นที่แค่หนึ่งงานเปิดเป็นร้านขายต้นไม้และแหล่งพักไม้รอส่งต่อลูกค้า ขายทั้งหน้าร้านและออนไลน์

“ที่หนึ่งงานแค่นั้นหรือพี่ ทำเงินเลี้ยงตัวได้จริงๆ หรือ” “วันไหนว่างไปหาผมสิ แถวท่าอิฐ จะขับรถไปเอง ไปรถเมล์หรือรถไฟฟ้าก็ได้”

“โห! เกษตรคนเมืองนี่นา”

พี่แดง หรือชื่อจริง นายอภิชาติ ช้างจันทร์ เจ้าของสวน “แดง ไม้ไทย” เจ้าของพื้นที่เพียงหนึ่งงาน หรือ 100 ตารางวา ผู้ที่ท้าให้ผมมาดู ว่าด้วยพื้นที่เพียงนี้ สร้างรายได้ให้เจ้าของได้อย่างไร โดยสวนพี่แดงตั้งอยู่ทางเข้าวัดท่าอิฐ จังหวัดนนทบุรี การเดินทางไป-มาสะดวกดังที่บอกจริงๆ ผมนั่งรถไฟฟ้าสายสีม่วงไปลงที่สถานีบางรักน้อยท่าอิฐ นั่งมอเตอร์ไซค์วินไปอีก 15 บาท ก็ถึงจุดหมาย พื้นที่หนึ่งงานที่พี่แดงสร้างเป็นจุดพักต้นไม้และร้านขายต้นไม้ เขียวขจีไปทั่วทั้งพื้นที่ มีเพียงทางเดินแคบๆ ลัดเลาะไปในสวนเท่านั้น ทุกจุดวางกระถางต้นไม้ไว้เต็มไปหมด ทั้งต้นเล็ก ใหญ่ คละกันไปหลากหลายสายพันธุ์ บางต้นมียอดอ่อนสีชมพู แดง เขียว ดูสวยงามสดชื่นยิ่งนัก

“ไปไงมาไงถึงมาเล่นไม้พวกนี้ครับพี่แดง” “ผมเคยทำไม้ดอกมาก่อน สะสมมาเยอะ แต่ทำไปไม่นานคู่แข่งก็มาก แถมขายตัดราคากันจนอยู่ไม่ไหว ก็เลยเบนเข็มมาเล่นไม้แปลก ไม้หายากแทนดีกว่า”

“แปลก หายากของพี่นี่ประมาณไหนครับ”

“ก็ส่วนมากเป็นไม้นอก เช่น คีเปล ลำไยแดง ฝรั่งเวียดนาม ส้มโอหลายสายพันธุ์ ขนุนขาวที่เขาเรียกมารัง ลำไยคริสตัลหรือที่เขาเรียกมาตัว”

“ทำไมจึงหันมาทางสายนี้พี่” “ไม้ผลไม้ยืนต้นที่แปลกหายากมักไม่ค่อยมีคนทำ คู่แข่งน้อย เราชอบด้วย สะสมไปเรื่อย ขยายพันธุ์ทั้งเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ทาบกิ่ง เสียบยอด เอาทุกทางแหละ”

“ตอนนี้ที่สวนมีอะไรขายเป็นหลัก”

“คีเปล ลำไยแดง ฝรั่ง พูดถึงฝรั่งเคยชิมฝรั่งผมหรือยัง เพื่อนเอาฝรั่งเวียดนามมาให้ชิมผมชอบก็เลยเอาเมล็ดเพาะไว้ ผ่านไปสองปีลองชิมผลของแต่ละต้น ไปเจออยู่ต้นหนึ่งกรอบ หอม หวาน อร่อยมากๆ ที่สำคัญไส้แดงสวยงาม ผมก็เลยเอาเป็นไม้แม่พันธุ์ ตอนกิ่งขยายพันธุ์สนุกไปเลย หรือสนใจกล้วยไม้ ไม้ไทยอื่นๆ ผมก็มีนะ อยากได้อะไรขอให้บอกเถอะ แดงจัดให้ได้” ผมเดินไปเจอลำไยแดง บางต้นกำลังแตกยอดอ่อน สีชมพูเข้มหรือสีแดง ดูเด่นตัดกับความเขียวของใบไม้อื่นๆ บางต้นติดดอกเต็มช่อ บางต้นติดลูกส่งกลิ่นหอมอวลไปทั้งสวน

“กลิ่นหอมแบบนี้เลยหรือพี่”

“ใช่ครับ เวลาเขาติดลูกแต่ละทีนี่หอมไปทั่วสวนเลย”

“ของที่ไหนครับพี่”

“เวียดนามครับ รสหวาน กลิ่นหอม เมล็ดเล็ก ที่สำคัญออกลูกทะวายนะครับ”

“หมายถึงออกเรื่อยๆ เหรอพี่” “อยู่ที่นี่อย่างน้อยต้องมีปีละ 2 ครั้งครับ แล้วที่ผมดันออกไม่พร้อมกันอีกนะ บางต้นออกก่อนออกหลัง ทำให้ที่สวนมีกลิ่นหอมอยู่แทบไม่ขาดเลย”

“ในกระถางน้อยๆ แบบนี้ก็ออกลูกเหรอพี่”

“ใช่ครับ เขาเสียบยอดมา เราแค่รดน้ำให้ปุ๋ยแค่นั้นพอ”

“ดูแลยากไหมพี่”

“ไม่ยาก เป็นไม้ชอบแดด ผมปลูกในกระถางก็เลยให้น้ำ 2-3 วันครั้ง หรือสังเกตว่าดินแห้งไหม หากยังชุ่มอยู่ก็ยังไม่ต้องให้ครับ ส่วนปุ๋ยก็ขี้วัวนี่แหละง่ายดีใส่ให้เดือนละ 2-3 กำมือ” “มีหลายขนาด หลายราคาครับ ตั้งแต่ 2,000 เป็นต้นไป มาชมมาชิมก่อนครับ ชอบใจก็เอาไป”

ในทุกช่วงที่เดินในสวน พี่แดงจะมีคีเปลต้นเล็ก ต้นกลาง ต้นใหญ่ คละกันไปตลอดแนว ทั้งปลูกลงดิน อยู่ในกระถาง ในถุงชำ บางต้นใบยอดอ่อนสีชมพูสวยงามมาก

“คีเปลนี่ เป็นไปตามที่เขาเล่ากันไหมพี่”

“สำหรับผมชิมมาเยอะแล้ว ตอบตรงๆ ว่าจริง เรื่องราวทางวิชาการไม่รู้ แต่ความจริงที่ผมพิสูจน์ตัวเองนี่เป็นตามนั้นครับ กินเข้าไปแล้วเหงื่อก็ไม่เหม็น เยี่ยวก็ไม่เหม็น ที่สำคัญ ใบอ่อนก็เอามาจิ้มน้ำพริกกินได้นะ อร่อยดี แต่ผมไม่รู้ว่าจะทำให้ตัวหอมเหมือนกินผลไหม”