ทั้งนี้ UMITRON จะเริ่มศึกษาและพัฒนานวัตกรรมในระบบ

การเพาะเลี้ยงกุ้งในฟาร์มระบบปิดของ ซีพีเอฟ ที่ฟาร์มบางสระเก้า จังหวัดจันทบุรี เป็นแห่งแรก โดยจะมีการบูรณาการเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาระบบสร้างต้นแบบการเพาะเลี้ยงกุ้งที่ยั่งยืน เพื่อถ่ายทอดแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทยต่อไป

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในช่วงการประชุม ASEAN SUMMIT ครั้งที่ 35 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่าง 2-3 พฤศจิกายน 2562 ฝ่ายไทยได้เสนอแนวคิดในการจัดตั้งเครือข่ายอาเซียนเพื่อการต่อต้านการประมง IUU ต่อที่ประชุมผู้นำอาเซียน เพื่อตอกย้ำความสำคัญของความร่วมมือต่อต้าน IUU (Concept Proposal on the Establishment of the ASEAN Network for Combating IUU Fishing: AN-IUU) และขยายประโยชน์ทางเศรษฐกิจอุตสาหกรรมประมงในอาเซียน

สำหรับข้อเสนอแนวคิดในการจัดตั้งเครือข่ายอาเซียนเพื่อการต่อต้านการประมง IUU ถือเป็น กรอบการดำเนินงานสำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลและเสริมสร้างขีดความสามารถระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและนำไปสู่ความสำเร็จในเรื่องการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU fishing) ระดับภูมิภาคในการพัฒนา platform แบบ real time

โดยจะมุ่งเน้นในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายภายในและกฎหมายของแต่ละประเทศ รวมถึงช่วยเพิ่มขีดความสามารถของประเทศสมาชิกอาเซียนในการตรวจสอบ ควบคุม และเฝ้าระวัง ในการต่อสู้กับ IUU fishing ผ่านการเผยแพร่แนวปฏิบัติที่ดี (best practice) โดยเฉพาะเรื่องความพยายามในการเฝ้าระวังความมั่นคงปลอดภัยในริมทะเล (Maritime Domain Surveillance) และตรวจสอบกิจกรรมของเครือข่าย ทั้งนี้ แนวคิดดังกล่าว ได้ผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 41 (ASEAN Ministers on Agriculture and Forestry: AMAF) เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2562 ณ ประเทศบรูไนดารุสซาลามเรียบร้อยแล้ว

นายระพีภัทร์ กล่าวต่อไปว่า หากมองย้อนถึงตลาดส่งออกสินค้าประมงไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2557-2561) พบว่า จีน และ อาเซียน ส่งออกเติบโตมากสุด โดยจีน เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 17.4 และอาเซียน เติบโต ร้อยละ 10.4 ตามลำดับ และหากพิจารณาภาพรวมเฉพาะปี 2561 พบว่า ไทยยังคงติดอันดับ 10 ของผู้ส่งออกสินค้าประมงในตลาดโลก โดยมีมูลค่าส่งออกกว่า 71,517 ล้านบาท ร้อยละ 1.6 ของตลาดโลก คู่ค้าสำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จีน อาเซียน และสหภาพยุโรป ตามลำดับ ซึ่งมีมูลค่าส่งออกกว่า 47,153 ล้านบาท หรือร้อยละ 74.4 ของตลาดโลก

ทั้งนี้ การทำประมงอย่างยั่งยืน เป็นหนึ่งในลำดับความสำคัญที่จะผลักดันในช่วงที่ไทยเป็นประธานอาเซียน ซึ่งที่ผ่านมา ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายจนประสบความสำเร็จ โดยมีกลไกแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายที่เข้มแข็งที่สุดในภูมิภาค จนสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประเทศต่างๆ ที่มีปัญหาเดียวกันได้ ดังนั้น เชื่อมั่นว่า บทบาทของไทยในในฐานะประเทศที่ริเริ่มการจัดตั้งเครือข่ายอาเซียนเพื่อการต่อต้านการประมง IUU จะเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร และเพิ่มขีดความความสามารถการแข่งขันทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมประมงอาเซียนให้เข้มแข็งร่วมกัน

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00 น. นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของกรมส่งเสริมการเกษตร ประจำปี 2562 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้กรมส่งเสริมการเกษตรอัญเชิญองค์ผ้าพระกฐินพระราชทานนำไปถวายพระสงฆ์จำพรรษาถ้วนไตรมาส ณ วัดบัวงาม (พระอารามหลวง) ตำบลบัวงาม อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี และถวายจตุปัจจัยเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

โดยมี นางดาเรศร์ กิตติโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรรักษาการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางกุลฤดี พัฒนะอิ่ม รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายชาตรี บุญนาค รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ผู้บริหาร ข้าราชการกรมส่งเสริมการเกษตร และประชาชนเข้าร่วมงาน โอกาสนี้ได้มอบเงินบำรุงโรงเรียนพระปริยัติธรรม จำนวน 1 แห่ง และโรงเรียนในความอุปถัมภ์ 1 แห่ง โดยยอดเงินที่ถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกรมส่งเสริมการเกษตร ประจำปี 2562 เป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 2,117,921 บาท

วัดบัวงาม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ที่ 1 ถนนบัวงาม-โพหัก ตำบลบัวงาม อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2442 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2496 ได้รับการยกฐานะจากวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวง เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2536 ที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 24 ไร่ 1 งาน 66 ตารางวา ปัจจุบัน มีพระครูวิบูลพัฒนานุกิจ (สำเนียง พาณธมฺโม) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ทางวัดได้ยึดแนวทางส่งเสริมการศึกษาเป็นหลักควบคู่กับการพัฒนาถาวรวัตถุสิ่งก่อสร้างเสนาสนะ และได้รับการบริจาคที่ดินจากชาวบ้านในการจัดสร้างโรงเรียนประชาบาลเพื่อเป็นสถานศึกษาของกุลบุตร กุลธิดาในท้องถิ่น

โดยชื่อว่าโรงเรียนวัดบัวงาม (โสภณปทุมรักษ์ประชาสรรค์) และเปิดสอนโรงเรียนปริยัติธรรมสายสามัญขึ้น โดยจัดให้มีการศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและบาลี เปิดการสอนแผนกธรรม ตั้งแต่ พ.ศ. 2469 และแผนกบาลี พ.ศ. 2506 วัดได้เน้นการพัฒนาด้านการศึกษา การเผยแผ่หลักธรรมคำสอนของพุทธศาสนา นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ซึ่งเป็นศูนย์ในการประชุมอบรมของหน่วยงานราชการต่างๆ ได้รับการยกย่องเป็นสำนักศาสนศึกษาดีเด่นเมื่อปี พ.ศ. 2527 และได้รับการยกฐานะเป็นสำนักศาสนศึกษาตัวอย่าง ของกรมการศาสนาเมื่อปี พ.ศ. 2529 ประกาศให้เป็นอุทยานการศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2537 และได้รับใบประกาศนียบัตรแต่งตั้งให้เป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีประจำจังหวัดราชบุรี แห่งที่ 1 เมื่อปี พ.ศ. 2542

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ดร. ปรีชา อนุรักษ์ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงราย นายภูษิต ขจรวานิชไพบูลย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคเหนือตอนบน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และ นายรัฐกร อัสดรธีรยุทธ์ ประธานเครือหนังสือพิมพ์ดอกเบี้ยธุรกิจ

ร่วมเปิดงาน Thailand Smart Money สัญจรเชียงราย ครั้งที่ 2 โดย ธ.ก.ส. นำสลากออมทรัพย์เกษตรยั่งยืน หน่วยละ 20 บาท เงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค เงินฝากผู้สูงอายุ Senior Savings เงินฝากออมดีมีทุน เงินฝาก A-Savings ผลิตภัณฑ์เงินฝาก สินเชื่อ และบริการต่างๆ เปิดให้บริการภายในงาน พร้อมมอบของที่ระลึกอีกมากมาย เมื่อทำธุรกรรมภายในบู๊ธ ธ.ก.ส. ในระหว่างวันที่ 1-3 พฤศจิกายน 2562 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้า เซ็นทรัล พลาซ่า เชียงราย

นายนิพัฒน์ เกื้อสกุล รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นประธานในการจับรางวัลโครงการออมเงินเพื่อลดภาระหนี้กับทวีโชค ตามมาตรการลดภาระหนี้เพื่อสนับสนุนการปฏิรูปภาคการเกษตรตามแนวทางประชารัฐ และการจับรางวัล “กรมธรรม์ นำโชค” สำหรับผู้ใช้บริการผลิตภัณฑ์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต โดยมีผู้โชคดีได้รับรางวัลรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จำนวน 106 รางวัล รวมมูลค่า 10 ล้านบาท ประกาศรายชื่อผู้โชคดีทางเว็บไซต์ www.baac.or.th และที่ ธ.ก.ส. สาขา ในโอกาส วันสถาปนาธนาคารครบรอบปีที่ 53 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ณ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ บางเขน กรุงเทพฯ

บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) โดย นางสาวนภาวรรณ จุลพันธ์ ผู้จัดการทั่วไปแม็คโคร สาขาสัตหีบ นำพนักงานอีกกว่า 40 คน จับมือกองเรือยุทธการ ร่วมเก็บขยะที่บริเวณชายหาดดงตาล อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ในระยะทาง 500 เมตร พร้อมกับมอบถังขยะรีไซเคิล โดยมี พลเรือตรี กษิฑิต ไกรสมสุข ผู้แทนผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นผู้รับมองถังขยะเพื่อสาธารณประโยชน์ และรณรงค์ให้ชุมชนชาวสัตหีบได้ต่อยอดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในพื้นที่ให้มีความสะอาด ปราศจากปัญหาขยะที่กำลังสร้างผลกระทบยิ่งใหญ่ต่อโลกและระบบนิเวศน์ ซึ่งกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ จะมีการเปิดสาขาสัตหีบอย่างเป็นทางการ โดยแม็คโคร ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างความสัมพันธ์กับคนในชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ดร. จิตรา ชัยวิมล รองผู้ว่าการกลุ่มบริหาร นายวิรัช จันทรา รองผู้ว่าการกลุ่มบริการอุตสาหกรรม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะผู้บริหารและบุคลากร วว. ร่วมให้การต้อนรับ ดร. พรชัย อินทร์ฉาย ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และคณะบัณฑิตจากโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมศึกษาดูงาน วว.

ได้แก่ โรงงานบริการอุตสาหกรรมอาหาร (FISP) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านสาหร่าย (ALEC) ศูนย์นวัตกรรมผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์เพื่ออุตสาหกรรม (ICPIM) ศูนย์ทดสอบมาตรฐานขนส่งทางราง (RTTC) และห้องปฏิบัติการทดสอบการสลายตัวทางชีวภาพของวัสดุ พร้อมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกัน เพื่อเพิ่มโอกาสนักวิจัยรุ่นใหม่เข้าร่วมงานองค์กรผ่านโปรแกรมการสรรหาคัดเลือกใหม่ในรูปแบบ “Outrearch” ภายใต้โครงการสร้างเครือข่ายการดำเนินงานและการสร้างภาพลักษณ์เชิงรุกของ วว. ตลอดจนการมุ่งเน้นในด้านสรรหาบุคลากรที่มีขีดความสามารถสูง เพื่อให้ได้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและมีความสนใจที่จะร่วมงานกับ วว. ในวันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ณ วว. เทคโนธานี คลองห้า จังหวัดปทุมธานี

รัฐมนตรีเกษตรฯ ห่วงสถานการณ์การระบาดโรคใบร่วงยางพาราในพื้นที่ภาคใต้ สั่งการกรมส่งเสริมการเกษตรเฝ้าระวัง และให้เจ้าหน้าที่ออกสำรวจพื้นที่ที่พบการระบาด พร้อมให้คำแนะนำป้องกันแก่เกษตรกร

ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยว่า ขณะนี้เกิดการระบาดของโรคใบร่วงในยางพาราบริเวณ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้รายงานสถานการณ์เบื้องต้นให้ทราบ พบการระบาดของโรคใบร่วงยางพาราที่จังหวัดนราธิวาส ใน 8 อำเภอ พื้นที่รวม 277,030 ไร่ โดยเกิดจากเชื้อรา Pestalotiopsis sp. เป็นเชื้อราสาเหตุของโรคใบร่วงที่ไม่เคยพบในประเทศไทยมาก่อน แต่เคยพบการระบาดในประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซียซึ่งมีสภาพแวดล้อมที่คล้ายคลึงกับทางภาคใต้ของประเทศไทย

คือ ร้อนชื้นและฝนตกชุก สามารถพบได้ทุกสายพันธุ์ แพร่ระบาดโดยลมและฝนจึงค่อนข้างยากต่อการป้องกันและควบคุม ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตน้ำยาง หากระบาดรุนแรงจะทำให้ผลผลิตน้ำยางลดลง ร้อยละ 30-50 ด้วยความเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกยางในภาคใต้ จึงสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมส่งเสริมการเกษตรซึ่งมีเจ้าหน้าที่อยู่ในพื้นที่ให้เฝ้าระวัง เร่งสำรวจพื้นที่การระบาดและออกให้คำแนะนำการป้องกันที่ถูกต้องแก่เกษตรกร

ด้าน นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันการระบาดของโรคใบร่วงยางพาราในพื้นที่ปลูกยาง 14 จังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย กรมฯ ได้จัดทำคำแนะนำการป้องกันการระบาดของโรคใบร่วงยางพารา เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการในพื้นที่ และกำชับให้สำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอ ออกสำรวจพื้นที่การระบาดพร้อมรายงานข้อมูลให้กรมฯ ทุกวันพุธ ภายในเวลา 12.00 น. รวมทั้งสร้างการรับรู้ให้เกษตรกรเกี่ยวกับศัตรูพืชและแนะนำการป้องกันการระบาดของโรค ตามคำแนะนำของการยางแห่งประเทศไทย และกรมวิชาการเกษตรด้วย

สำหรับลักษณะอาการของโรคจะปรากฏบนใบยางแก่ เมื่อเริ่มแสดงอาการจะปรากฏรอยช้ำ เป็นกลุ่มเห็นได้ชัดเจนด้านหลังใบ หลังจากนั้นจะแสดงอาการเป็นวงค่อนข้างกลมสีเหลือง ต่อมาเนื้อเยื่อรอยสีเหลืองจะแห้งตายเป็นแผลกลมสีสนิมซีด โดยพบอาการจุดแผลต่อใบยางมากกว่า 1 แผล จากนั้นใบจะเหลืองและร่วงในที่สุด อาการของโรคจะรุนแรงและใบร่วงมากหลังมีฝนตกหนักติดต่อกันอย่างน้อย 2 วัน ต้นยางอายุมากขนาดใหญ่จะได้รับผลกระทบที่รุนแรงกว่าต้นยางอายุน้อยขนาดเล็ก ซึ่งอาการใบร่วงจากเชื้อราชนิดนี้มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตน้ำยาง

เนื่องจากมีใบร่วงมากกว่า ร้อยละ 90 จึงเป็นเหตุให้ผลผลิตลดลง พบได้ในทุกพันธุ์ยางที่ปลูกในพื้นที่นั้น ได้แก่ พันธุ์ RRIM 600 พันธุ์ RRIT 251 และพันธุ์ PB 311 คำแนะนำเบื้องต้นสำหรับการป้องกันกำจัดเกษตรกรควรใส่ปุ๋ยบำรุงดินตามคำแนะนำของสถาบันวิจัยบาง เพื่อให้ต้นยางพาราสมบูรณ์ แข็งแรง และพ่นสารเคมีกำจัดเชื้อราหากมีการตรวจพบโรคใบร่วง อัตราการใช้สารเคมีตามคำแนะนำ ดังนี้ ใช้สาร Thiophanate Methyl พ่นลงพื้นดินบริเวณที่พบเชื้อ หรือใช้สาร Benomyl, Hexaconazole, Thiophanate Methyl, Triadimefon และ Difenoconazole พ่นบริเวณทรงพุ่มยางพารา ซึ่งมีประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อรา

ธ.ก.ส. พร้อมจ่ายเงินตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง แก่เจ้าของสวนยางและคนกรีดยาง เพื่อสร้างความมั่นคงด้านรายได้และบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาราคายางพาราตกต่ำ โดยประกันราคายางพาราแผ่นดิบ 60 บาท/กิโลกรัม น้ำยางสด 57 บาท/โลกรัม และยางก้อนถ้วย 23 บาท/โลกรัม วงเงินกว่า 23,400 ล้านบาท ดีเดย์โอนเงินรอบแรก 1 พฤศจิกายนนี้ เข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงกว่า 50,000 ราย เป็นเงินกว่า 170 ล้านบาท

วันนี้ (1 พฤศจิกายน 2562) ณ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคาร A) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน Kick Off การจ่ายเงินประกันรายได้ให้แก่เกษตรกรตาม “โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 1” โดยมี นายศรายุทธ ยิ้มยวน รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และผู้แทนจากส่วนงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน

นายศรายุทธ ยิ้มยวน รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2562 และมติคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2562 โดย นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและประธานกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 1 เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางมีรายได้ที่แน่นอนจากการประกันรายได้ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาราคายางตกต่ำและสร้างความมั่นคงในอาชีพ เป้าหมายเกษตรกร 1.71 ล้านราย

วงเงินงบประมาณ 23,472 ล้านบาท โดยประกันรายได้ตามการผลิตแต่ละประเภท ได้แก่ ยางพาราแผ่นดิบคุณภาพดี ประกันราคา 60 บาท/กิโลกรัม น้ำยางสด (DRC 100%) ประกันราคา 57 บาท/กิโลกรัม และยางก้อนถ้วย (DRC 50%) ประกันราคา 23 บาท/กิโลกรัม ตามโครงการฯ กำหนดระยะเวลาประกันรายได้เป็นระยะเวลา 6 เดือน (เดือนตุลาคม 2562 – มีนาคม 2563) โดยการจ่ายเงินในครั้งนี้มีเกษตรกรได้รับเงินประกันรายได้จำนวน 50,063 ราย แบ่งเป็น เจ้าของสวน 25,549 ราย และคนกรีด 24,514 ราย เป็นเงิน 170.28 ล้านบาท

สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินประกันรายได้ เกษตรกรชาวสวนยางต้องขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลพื้นที่การปลูกยางกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) โดยเป็นสวนยางพาราอายุ 7 ปี ขึ้นไป ที่เปิดกรีดแล้ว รายละไม่เกิน 25 ไร่ กำหนดปริมาณผลผลิตยางที่จะประกันรายได้ (ยางแห้ง) 240 กิโลกรัม/ไร่/ปี หรือ 20 กิโลกรัม/ไร่/เดือน ทั้งนี้ การยางแห่งประเทศไทยจะตรวจสอบและรับรองสิทธิ์ พร้อมทั้งประมวลผล ส่งมายัง ธ.ก.ส. เพื่อให้โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง ซึ่งเงินค่าประกันรายได้ในแต่ละเดือน = (ราคายางที่ประกันรายได้-ราคาอ้างอิง การขาย) x ปริมาณผลผลิตยางตามเนื้อที่กรีดยาง โดยแบ่งสัดส่วนรายได้ หากเจ้าของสวนกรีดเอง จะได้รับส่วนต่างประกันรายได้ทั้งจำนวน กรณีจ้างกรีดยาง เจ้าของสวนยางจะได้ร้อยละ 60 และคนกรีดจะได้ร้อยละ 40 ของรายได้ทั้งหมด โดยมีการประกาศราคากลางอ้างอิงทุก 2 เดือน จะมีการจ่ายเงิน งวดที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 1-15 พฤศจิกายน 2562 งวดที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1-15 มกราคม 2563 และงวดที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 1-15 มีนาคม 2563

ซึ่งเกษตรกรสามารถตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นกับการยางแห่งประเทศไทยส่วนภูมิภาค หรือที่ Link: http://www.rubber.co.th/gir/index/ และตรวจสอบการรับสิทธิ์การโอนเงิน ได้ที่ Link: http://chongkho.inbaac.com หรือที่ ธ.ก.ส.ทุกสาขาทั่วประเทศ

Silver Spoon หรือผลิตภัณฑ์ช้อนสำหรับผู้สูงอายุ โดย รศ.ดร. สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคณะ คว้ารางวัล GOOD DESIGN AWARD (GMark) 2019 โดยเข้ารับรางวัลจาก Atsushi Oi, president of Japan Institute of Design Promotion (JDP) เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2562 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ช้อนสำหรับผู้สูงอายุ พัฒนาขึ้นจากความร่วมมือของนักออกแบบ พยาบาลวิชาชีพ นักกายภาพบำบัด และนักอาชีวบำบัด ร่วมกันออกแบบ และทดลองใช้กับผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่มีปัญหากล้ามเนื้อมือและแขน โดยออกแบบและพัฒนาเป็นเวลากว่า 3 ปี เพื่อช่วยให้สามารถรับประทานอาหารได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น

กรมวิชาการเกษตร ส่ง “เพชรบุรี 2” สับปะรดพันธุ์ใหม่ลักษณะเด่นโดนใจโรงงานแปรรูป ผลทรงกระบอก แกนผลเล็ก ตาตื้น ช่วยลดการสูญเสียเนื้อเมื่อเข้าเครื่องปอก คุ้มแปรรูปเป็นสับปะรดกระป๋อง แถมค่าความหวานเฉลี่ยชนะเลิศพันธุ์ดั้งเดิมปัตตาเวีย

นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า สับปะรดเป็นผลไม้ที่สร้างมูลค่าการส่งออกให้กับประเทศไทยปีละไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านบาท ซึ่งการวิจัยและพัฒนาที่ผ่านมาส่วนมากเป็นไปในด้านการเขตกรรมและการอารักขาพืช ส่วนการวิจัยและพัฒนาพันธุ์หรือสายพันธุ์ยังไม่สามารถสร้างพันธุ์หรือสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมาได้ ทำให้พันธุ์ที่ปลูกยังคงเป็นพันธุ์เดิม ปริมาณผลผลิตต่อไร่โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 4.11 ตัน/ไร่ ซึ่งอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ รวมทั้งการใช้พันธุ์เดิมปลูกติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้เกิดการกลายลักษณะไม่พึงประสงค์มากขึ้น เช่น การเกิดหนามตลอดทั้งใบ ผลไม่เป็นทรงกระบอก สีเนื้อไม่สม่ำเสมอ ผลขนาดเล็กลง และอ่อนแอต่อโรคเหี่ยวสับปะรด

การคัดเลือกสายต้นเป็นแนวทางการปรับปรุงพันธุ์วิธีการหนึ่งที่ใช้ระยะเวลาสั้น ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบุรี กรมวิชาการเกษตร จึงได้ดำเนินการคัดเลือกสายต้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้สับปะรดพันธุ์ใหม่ที่ให้ผลผลิตไม่น้อยกว่าพันธุ์ที่ปลูกเป็นการค้า และมีลักษณะเหมาะสมสำหรับการแปรรูปตรงตามความต้องการของโรงงาน ได้แก่ ผลมีลักษณะเป็นทรงกระบอก ตาตื้น แกนผลเล็ก เพื่อให้ได้ปริมาณเนื้อสำหรับแปรรูปสูง และมีอัตราการสูญเสียเนื้อต่ำ