นอกจากนี้ สศก. ยังได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลเกษตรกรกลาง

หรือ Farmer ONE ซึ่งเป็นฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงทะเบียนเกษตรกรแล้วกับกรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมหม่อนไหม และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม และกำลังจะเชื่อมโยงข้อมูลกับการยางแห่งประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะมีการลงนาม MOU ร่วมกันในเดือนตุลาคมนี้ โดยฐานข้อมูล Farmer ONE จะมีข้อมูลจำนวนเกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียนแบบวันต่อวัน

โดยแบ่งประเภทเป็น 7 กลุ่ม ได้แก่ 1. ปลูกพืช 2. เลี้ยงสัตว์ 3. เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 4. ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ 5. ปลูกพืชและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 6. เลี้ยงสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และ 7. ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และสามารถสืบค้นแบบจำแนกชนิดพืชเพื่อรับทราบจำนวนครัวเรือนแบบรายภาค รายจังหวัด เนื้อที่เพาะปลูก เนื้อที่เก็บเกี่ยว ได้ 14 ชนิด คือ ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว ลำไย สับปะรดโรงงาน กาแฟ ยางพารา เงาะ มังคุด และทุเรียน รวมทั้งข่าวสารสำคัญทั่วไป เช่น ข้อมูลพยากรณ์อากาศ สถานการณ์น้ำ และจะเร่งนำข้อมูลมาตราการและนโยบายต่างๆ ที่ภาครัฐได้ช่วยเหลือเกษตรกรมาเผยแพร่ให้เกษตรกรทราบ เป็นต้น

ในระยะต่อไป สศก. จะพัฒนา Big Data กระทรวงเกษตรฯ โดยการนำระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์มาแสดงผลข้อมูลในรูปของแผนที่ มีชั้นข้อมูลต่างๆ ที่มาประกอบ เช่น ผลการแปลภาพถ่ายดาวเทียมเนื้อที่พืชเศรษฐกิจสำคัญ ที่ตั้งโรงงาน ผู้ประกอบการ แหล่งน้ำ พื้นที่ชลประทาน เป็นต้น ซึ่งจะทำให้การวางแผนมีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น และพัฒนา Farmer ONE ต่อเนื่องโดยเชื่อมโยงข้อมูลการขึ้นทะเบียนจากทุกหน่วยในกระทรวงเกษตรฯ ที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานภายนอก ได้แก่ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งมีฐานข้อมูลสำมะโนเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ซึ่งมีทะเบียนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นต้น อันจะทำให้ข้อมูลครอบคลุมสามารถแก้ไขปัญหารายบุคคลได้อย่างตรงจุด

สำหรับท่านที่ต้องการใช้บริการข้อมูล Big Data และ Farmer ONE ของกระทรวงเกษตรฯ สืบค้นข้อมูลได้ที่ http://agri-bigdata.org และ http://farmerone.org หรือจาก QR Code ด้านล่าง ซึ่งเมื่อท่านเข้าสู่เว็บไซต์ Big Data สามารถกรอกแบบสอบถามความพึงพอใจเพื่อที่ สศก. จะใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาและปรับปรุงการให้บริการให้ตรงตามความต้องการและเกิดประโยชน์มากที่สุดต่อไป ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลการใช้งานได้ที่ ส่วนปฏิบัติการข้อมูลการเกษตร ศูนย์สารสนเทศการเกษตร โทร. (02) 561-2870 ในวันและเวลาราชการ

กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมโครงการจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเหลือ ฟื้นฟู ดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัยตามนโยบาย รมว.เกษตรฯ สั่งการทุกจังหวัดระดมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ให้กำลังใจและช่วยเหลือเกษตรกรและชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม 21 จังหวัด พร้อมเร่งสำรวจข้อมูลความเสียหายด้านพืชเพื่อเตรียมจ่ายเงินช่วยเหลือ รวมทั้งจัดเตรียมเชื้อราไตรโคเดอร์มาและพันธุ์พืชฟื้นฟูอาชีพหลังน้ำลดทันที

นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดประชุมชี้แจงโครงการจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเหลือ ฟื้นฟู ดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัย ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือกันช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรและชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมจากพายุ “โพดุล” และ “คาจิกิ” ใน 21 จังหวัด โดยจะมีพิธีเปิดตัวโครงการจิตอาสาฯ จุดหลักในวันที่ 23 กันยายน 2562 ณ บริเวณสำนักงานชลประทานที่ 7 อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งจะมีการรายงานสถานการณ์น้ำโดยกรมชลประทาน

จากนั้นจะมีการมอบนโยบายจิตอาสากระทรวงเกษตรฯ โดย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมีการจัดเวทีกิจกรรมจิตอาสาจัดพร้อมกันอีก 9 จังหวัด ได้แก่ มหาสารคาม อำนาจเจริญ ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร ศรีสะเกษ สกลนคร กาฬสินธุ์ และนครพนม ส่วนที่เหลือเป็นการจัดประชุมเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดเพื่อรับฟังนโยบายและแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยจาก รมว.เกษตรฯ ซึ่งจะถ่ายทอดสัญญาณพิธีเปิดโครงการจิตอาสามาจากจังหวัดอุบลราชธานี รวม 11 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ น่าน เพชรบูรณ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และอุตรดิตถ์

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้สั่งการให้เกษตรจังหวัดพร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอลงพื้นที่สำรวจข้อมูลความเสียหายด้านพืชในจังหวัดที่ประสบอุทกภัย เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยให้ระดมเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรกระจายลงพื้นที่ตามอำเภอต่างๆ เพื่อเยี่ยมเยียนให้กำลังใจพี่น้องเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมทั้งสำรวจปัญหา สอบถามความต้องการเพื่อฟื้นฟูอาชีพหลังน้ำลด เช่น การส่งเสริมปลูกพืชผักระยะสั้น หรืออาชีพอื่นๆ การให้คำแนะนำด้านวิชาการเพื่อดูแลพืชภายหลังจากน้ำลด

เบื้องต้นกรมส่งเสริมการเกษตรได้สนับสนุนเชื้อราไตรโคเดอร์มา จำนวน 3,045 กิโลกรัม เพื่อฟื้นฟูสภาพสวนไม้ผลหลังน้ำลด และมอบหมายศูนย์ขยายพันธุ์พืชของกรม สนับสนุนพันธุ์พืช จำนวน 28 ชนิด ประกอบด้วย พืชผัก 10 ชนิด ได้แก่ จิงจูฉ่าย ปูเล่ คะน้าแม็กซิโก พริก มะเขือ มะตูมมาเลย์ ผักหวาน ผักไผ่ ผักเชียงดา เมล็ดพืชผัก ไม้ผล/ไม้ยืนต้น 14 ชนิด ได้แก่ กล้วย มะม่วง ส้มโอ มะละกอ มะดัน ขนุน ไผ่ ลำไย ลิ้นจี่ มะขามเปรี้ยว มะขามป้อม หม่อน แก้วมังกร สมุนไพร 3 ชนิด ได้แก่ ผักชีลาว โหระพา กะเพรา รวมทั้งอ้อยคั้นน้ำ รวม 85,360 ต้นให้แก่สำนักงานเกษตรจังหวัดต่างๆ ในโครงการจิตอาสากระทรวงเกษตรฯ นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดจัดกิจกรรมจิตอาสาฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและประชาชน โดยให้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในกระทรวงเกษตรฯ หน่วยงานอื่นๆ และภาคเอกชน เข้าไปช่วยเหลือดูแล ทำความสะอาด ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร ทั้งด้านพืช ด้านประมง ด้านปศุสัตว์ รวมทั้งให้มีการรายงานผลการดำเนินกิจกรรมจิตอาสาฯ ในพื้นที่ต่างๆ มายังกรมส่งเสริมการเกษตรจนกว่าเหตุการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

แอ่วเหนือตามติดวิถีชีวิต อาชีพ และความเชื่อ ไปกับฝรั่งหัวใจไทยอย่าง “แดเนียล เฟรเซอร์” พาสัมผัสกระบวนการทำผ้าหม้อห้อมสินค้าขึ้นชื่อแห่งบ้านนาคูหา พร้อมลงน้ำเก็บสาหร่ายเพื่อยำกินสดๆ ตามแบบฉบับพื้นบ้านขนานแท้ ปิดท้ายด้วยงานบวชต้นสัก ที่สวนป่าสักรัฐบาลปลูกแห่งแรกของเมืองไทย

เริ่มต้นทริปด้วยการไปสักการะ พระเจ้าตนหลวงกลางนา ณ “วัดนาคูหา” ที่มีผืนนาสีเขียวโดยรอบไกลสุดลูกหูลูกตา จากนั้นเดินทางไปยัง “หมู่บ้านนาคูหา” เรียนรู้การทำผ้าหม้อห้อม ของคนในชุมชน พร้อมลงน้ำไปเก็บสาหร่ายน้ำจืดซึ่งขึ้นเองโดยธรรมชาติที่ “บ่อเตา” ตัวสาหร่ายจะนำมายำกินสดๆ คลุกเคล้าด้วยสมุนไพรอย่าง “ยำเตา” หรือนำไปแปรรูปเพื่อขายให้กับนักท่องเที่ยวก็ได้ จากนั้นไปเที่ยวตามแนวทางรถไฟที่ “สถานีรถไฟแม่พวก” ถ้าข้ามฝั่งไปจะเห็น “สวนป่าสักรัฐบาลปลูกแห่งแรกของประเทศไทย” ซึ่งมีพื้นที่ถึง 133 ไร่ เต็มไปด้วยต้นสักที่มีอายุมากกว่า 100 ปี และร่วมทำพิธีกรรมกับคนในชุมชนอย่างพิธี “บวชต้นไม้” ตามความเชื่อที่ว่า ต้นไม้จะยังอยู่กับเราตลอดไป

หลงเสน่ห์คนงาม ตามรอยสถานที่ความเชื่อ “แดเนียล เฟรเซอร์” ในรายการหลงรักยิ้ม วันเสาร์ ที่ 28 กันยายน 2562 เวลา 14.00 น. ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ที่ Facebook

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท จีเอ็ม อินเตอร์ ฟู้ดส์ จำกัด ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่มาอุดหนุนและเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ขนมผักกรอบ DEEDY (ดีดี้) ภายในงาน Beauty Secret Garden ครั้งที่ 4 ณ ลานกิจกรรม CASCATA ชั้น G โซนเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต จัดโดยบริษัท The Touch Clinic จำกัด โดยภายในงานนอกจากจะมีกิจกรรมต่างๆ มากมายที่ร่วมกับศิลปินรับเชิญ อาทิ ตู่ ภพธร, ป๊อป ฐากูร และ เด่นคุณ แล้ว ยังมีบู๊ธตรวจสุขภาพฟรี บู๊ธแนะนำสุขภาพและความงาม บู๊ธจัดสวนในขวดแก้ว บู๊ธขนมไทย และบู๊ธขนมผักกรอบ DEEDY (ดีดี้) ที่ไปร่วมงานในครั้งนี้ ซึ่งได้รับการอุดหนุนจากลูกค้าเป็นอย่างดี ทำให้แบรนด์ขนมผักกรอบ DEEDY (ดีดี้) ได้เป็นที่รู้จักกับลูกค้าในย่านรังสิตมากขึ้น บริษัท จีเอ็ม อินเตอร์ ฟู้ดส์ และขนมผักกรอบ DEEDY (ดีดี้) จึงขอขอบคุณลูกค้าทุกท่าน รวมถึงผู้จัดงาน มา ณ โอกาสนี้ด้วย

ผู้บริโภคและร้านค้าที่สนใจขนมผักกรอบ DEEDY สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท จีเอ็ม อินเตอร์ ฟู้ดส์ จำกัด โทร. (098) 026-6636 หรือ www.gminterfoods.com หรือ Facebook / Line@ : @deedyveggies

สมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย ร่วมกับกรมวิชาการเกษตรและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดอบรมเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดและผู้เกี่ยวข้อง วางแผนรับมือหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด ในฤดูกาลปลูกข้าวโพดรอบถัดไปที่จะมาถึง ย้ำการจัดการแบบองค์รวมตามหลักวิชาการที่ใช้ร่วมกันทั้งชีวภัณฑ์ สารเคมีชนิดและอัตราที่แนะนำด้วยหลัก 3 ถูก ถูกชนิด ถูกเวลา ถูกวิธี ร่วมกับการใช้ชีววิธี จะเป็นวิธีที่ได้ผลและควบคุมได้

ดร. วรณิกา นาควัชระ บีดิงเฮาส์ ผู้อำนวยการ บริหาร สมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย กล่าวว่า “จากรายงานของกรมวิชาการเกษตรที่ประมาณการพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดในประเทศไทยไว้มากกว่า 6.87 ล้านไร่ และคาดว่าจะมีผลผลิตกว่า 4.62 ล้านตันในปีนี้ ถ้าหากเราไม่เร่งกำจัดหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด เราอาจสูญเสียผลผลิตมากถึง 25-40% คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 4-8 พันล้านบาท ซึ่งประมาณการค่าใช้จ่ายในการกำจัดต่อไร่อยู่ที่ 200-400 บาท ฉะนั้นต้นทุนการผลิตโดยรวมของผลผลิตก็อาจเพิ่มสูงขึ้นถึง 800-1,602 ล้านบาท ต่อปี ดังนั้น สมาคมฯ จึงเร่งจัดการอบรม ติดอาวุธทางความรู้แบบยั่งยืนให้แก่เกษตรกร เพื่อป้องกันและลดการสูญเสียแก่เกษตรกรในการประกอบอาชีพ และแบ่งเบาภาระภาครัฐ ซึ่งเราตั้งเป้าเผยแพร่ความรู้แก่เกษตรกรโดยตรงและผ่านภาคีเครือข่ายการขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย กว่า 5,000 คน ภายในฤดูกาลนี้”

ปลายปี 2561 ได้เกิดการระบาดของหนอนกระทู้ลายจุดครั้งแรกในประเทศไทย ตลอดระยะเวลา 8 เดือน ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตข้าวโพดกว่า 80% ของพื้นที่ปลูกข้าวโพดกว่า 50 จังหวัดในประเทศไทย ดังนั้นเพื่อป้องกัน และจัดการกับหนอนกระทู้ลายจุดอย่างยั่งยืน สมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย จึงต้องนำองค์ความรู้จากการศึกษาค้นคว้าและงานวิจัยต่างๆ มาเผยแพร่ และจัดการอบรม

“ทั้งนี้ พฤติของกรรมเกษตรกรในบ้านเราที่ส่วนใหญ่ใช้สารฆ่าแมลงชนิดไหนดีก็จะใช้ตลอด ใช้ซ้ำๆ อยู่ชนิดเดียวทั้งด้วยความมั่นใจที่ใช้แล้วได้ผลดี หรือความที่ไม่รู้ถึงปัญหาในการดื้อยาของแมลงศัตรูพืช การจัดการรับมือกับหนอนกระทู้ลายจุดที่ล้มเหลว เกิดมาจากการจัดการที่ผิดวิธี ผิดที่ และผิดเวลา ตลอดจนหนอนตัวนี้ดื้อยาเร็วดังนั้นต้องจัดการด้วยหลายวิธีร่วมกัน สมาคมฯ ซึ่งจัดตั้งขึ้นด้วยปณิธานในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเกษตรก้าวหน้ามายกระดับเกษตรกรรมไทยให้ได้มาตรฐานสากล รวมทั้งสร้างองค์ความรู้ที่ก้าวล้ำและถูกต้องให้เกษตรกรไทยและผู้เกี่ยวข้อง จึงถือเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ต้องร่วมผนึกกำลังกับทั้งภาครัฐและเอกชน ในการจัดการกับศัตรูพืชอย่างหนอนกระทู้ข้าวโพดให้ได้อย่างยั่งยืน เพื่อให้ประเทศไทย ยังครองตำแหน่งแชมป์ส่งออกข้าวโพดหวานอันดับหนึ่งของโลก และให้บรรลุเป้าผลผลิตข้าวโพดอันเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ” ดร. วรณิกา สรุป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการกำจัดหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดได้ที่ สายด่วนเฝ้าระวังหนอนกระทู้ Fall Armyworm กรมวิชาการเกษตร โทร. (061) 415-2517 หรือ http://www.doa.go.th/fc/nakhonsawan/?p=1332

แม็คโคร เดินหน้าแผนธุรกิจ บุกขยายสาขาในภาคตะวันออก เปิดแม็คโคร สาขาที่ 131 “บ่อวิน” รองรับเศรษฐกิจขยายตัวทุกมิติในพื้นที่อีอีซี ชูจุดแข็งคลังสินค้าวัตถุดิบ เอื้อบริหาร จัดการสต๊อคลดการแบกต้นทุน ยกระดับผู้ประกอบการรายย่อย พร้อมหนุนชาวสวน ดันมาตรฐานสับปะรดปัตตาเวีย ขึ้นห้างสร้างตลาดนำผลิต

นางสุชาดา อิทธิจารุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจสยามแม็คโคร เปิดเผยว่า แม็คโครเป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคระบบสมาชิกในราคาขายส่งแบบครบวงจร มีสมาชิกกว่า 3 ล้านราย โดยดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 30 ปีด้วยความมุ่งมั่นที่จะกระจายสาขาไปยังภูมิภาคต่างๆ เพื่อยกระดับผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงเกษตรกร และแรงงานในพื้นที่ เช่นเดียวกับ การเปิดสาขาบ่อวิน จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นสาขาลำดับที่ 131 ของแม็คโคร

“ที่ตั้งของแม็คโคร สาขาบ่อวิน อยู่ในบริเวณของโครงการสำคัญอย่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญในด้านเศรษฐกิจของภูมิภาคและประเทศ เราคาดหวังว่าจะได้รับความไว้วางใจจากผู้ประกอบการ ร้านค้าปลีกรายย่อย ร้านอาหาร ธุรกิจบริการจัดเลี้ยง ภัตตาคาร โรงแรม รีสอร์ต และผู้บริโภค ให้แม็คโคร เป็นแหล่งซื้อหาวัตถุดิบคุณภาพในราคาขายส่ง มีสินค้ามากมายให้เลือกสรร ที่สำคัญยังนำสินค้ามีชื่ออย่างสับปะรด สายพันธุ์ปัตตาเวีย มาตรฐานปลอดภัยของเกษตรกรมาจำหน่าย ช่วยส่งเสริมคุณภาพและสร้างตลาดให้ผลไม้ไทย และผลิตผลทางการเกษตรอย่างต่อเนื่อง”

ไม่เพียงเท่านั้นการเปิดแม็คโคร สาขาบ่อวิน ยังสร้างงานให้คนท้องถิ่นและพื้นที่ใกล้เคียงมีรายได้มั่นคง รวมถึงผลักดันกิจกรรมสร้างสรรค์ชุมชนอย่างต่อเนื่องตลอดไปด้วย และในวันเปิดสาขาอย่างเป็นทางการ แม็คโครร่วมกับสโมสรโรตารีระยอง มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนจากโรงเรียนบ้านห้วยปราบ โรงเรียนบ้าน มาบยางพร และโรงเรียนมาบเตย จำนวน 15 ทุน

นางสุชาดา กล่าวอีกว่า “แม็คโคร สาขาบ่อวินจะช่วยทำให้ผู้ประกอบการ ได้เลือกซื้อวัตถุดิบและสินค้าอย่างครบครัน ในราคาขายส่ง ทำให้การดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการมีผลตอบแทนที่ดี มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสต๊อค เพราะแม็คโครจะเป็นเสมือนคลังสินค้าหรือสต๊อคอาหารสด โดยไม่จำเป็นต้องสต๊อคสินค้าเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญมีอาหารสด และวัตถุดิบคุณภาพใช้ประกอบธุรกิจของมืออาชีพทุกวัน ส่งผลให้บริหารเงินทุนหมุนเวียนได้ดีขึ้น”

ทั้งนี้ แม็คโคร ได้ประกาศเจตนารมณ์ในโอกาสครบรอบ 30 ปี ด้วยการเดินหน้ายกระดับสู่ “แม็คโคร 4.0 คู่คิด…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” ภายใต้แนวคิด “เคียงข้าง สร้างสรรค์ มุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน” มุ่งเป็นที่หนึ่ง เรื่องการจัดหาสินค้า เพื่อผู้ประกอบการแบบครบวงจร โดยคัดสรรสินค้าที่หลากหลาย ครบครัน มีคุณภาพดีราคาคุ้มค่า ตอกย้ำเป้าหมายที่จะเป็นคู่คิดทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการมืออาชีพอย่างแท้จริง

ซีพี เฟรชมาร์ท ร่วมฉลองเทศกาลสารทจีน ปี 2562 จัดโปรโมชั่นสุดคุ้มกับชุดไหว้เสริมสิริมงคล “เฮง เฮง” ทั้งชุดไหว้ซาแซ และชุดไหว้โหงวแซ ในราคาพิเศษ เอาใจคนไทยเชื้อสายจีน พร้อมเปิดรับจองล่วงหน้าได้หลากหลายช่องทาง ทั้งร้านซีพี เฟรชมาร์ท 400 สาขาทั่วประเทศ หรือ โทร. 1788 บริการจัดส่งถึงบ้าน และสั่งสินค้าผ่านทางออนไลน์ได้แล้วตั้งแต่วันนี้

นายชัยยุทธ ทิพย์สุวรรณพร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสารทจีนปีนี้ ซีพี เฟรชมาร์ท ได้จัดสรรชุดไหว้มงคลแบบครบครันตามธรรมเนียมของจีน ด้วยผลิตภัณฑ์ของซีพีที่มาจากกระบวนการผลิตที่สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล และอำนวยความสะดวกให้กับครอบครัวคนจีนยุคใหม่ ด้วยชุดไหว้ผลิตภัณฑ์แช่แข็งสำเร็จรูป 2 แบบให้เลือก คือ ชุดไหว้ซาแซ ประกอบด้วยของไหว้ 3 อย่าง ทั้งไก่ต้มพร้อมเครื่องใน เป็ดพะโล้พร้อมเครื่องใน และสะโพกหมูต้มสุก (หมูบะแซ) และชุดไหว้โหงวแซประกอบด้วยของไหว้ 5 อย่าง ทั้งไก่ เป็ด หมู ปลากระพงนึ่ง และกุ้งต้มสุก พร้อมจัดแคมเปญมอบส่วนลดสุดคุ้ม พิเศษ! สำหรับลูกค้าซีพีเซอร์ไพรส์ เมื่อสั่งจองชุดไหว้ซาแซ ในราคาพิเศษ 688 บาท และชุดโหงวแซ 1,118 บาท ส่วนลูกค้าทรูมันนี่ วอลเล็ท เมื่อสั่งจองชุดไหว้สารทจีน และจ่ายผ่าน ทรูมันนี่ วอลเล็ทตั้งแต่ 688 บาทขึ้นไป จะได้รับเงินคืนเพิ่มอีก 20 บาท สำหรับลูกค้าสั่งซื้อออนไลน์ได้สิทธิ์ 2 ต่อ ต่อที่ 1 ซื้อชุดไหว้ครบ 688 ฟรีค่าจัดส่ง และต่อที่ 2 ซื้อชุดไหว้ครบ 1,500 บาท รับฟรีบัตรสตาร์บัคส์ มูลค่า 200 บาท เพียงกรอกโค้ด CPFMCMY

“ภาพรวมการจับจ่ายของไหว้ในช่วงเทศกาลสารทจีนในปีนี้น่าจะคึกคัก ซีพี เฟรชมาร์ท ทั้ง 400 สาขาทั่วประเทศ เตรียมพร้อมตอบสนองความต้องการคนไทยเชื้อสายจีนยุคใหม่ที่ต้องการสินค้าคุณภาพ ปลอดภัย และสะดวกรวดเร็ว บริษัทตั้งเป้าหมายว่า จะสามารถจำหน่ายชุดไหว้เสริมมงคลได้ถึง 40,000 ชุด ทำให้ตลอดช่วงสารทจีนนี้น่าจะมียอดเติบโตประมาณ 15% จาก ปีที่ผ่านมา” นายชัยยุทธ กล่าว

นอกจากนี้ ที่ร้านยังมีผลไม้และขนมหวานเสริมมงคลตามธรรมเนียม อาทิ เมล่อนเจียไต๋ แอปเปิ้ล สาลี่ ขนมเข่ง ขนมเทียน ที่คัดสรรพิเศษมีคุณภาพให้กับลูกค้า ได้แสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษในเทศกาลมงคล ช่วยเสริมโชคและความร่ำรวย ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถสั่งจองล่วงหน้ากับชุดไหว้ซาแซและชุดโหงวแซ รวมถึงของไหว้มงคลได้ที่ ร้านซีพี เฟรชมาร์ท ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ โทร.1788 หรือสั่งซื้อทางออนไลน์ได้ที่ www.cpfreshmartshop.comโดยลูกค้าสามารถจองสินค้าได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 13 สิงหาคม 2562 และรับสินค้าได้ตั้งแต่วันที่ 7-15 สิงหาคม 2562 ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการจัดส่งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล (บางพื้นที่)

บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) โดย นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด(มหาชน) (ที่ 3 จากซ้าย) ร่วมลงนามความร่วมมือการบริหารจัดการด้านการตลาดผลไม้ปีการผลิต 2562 กับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ โดยมี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (ที่ 3 จากขวา) เป็นประธานและสักขีพยาน, นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน (ซ้ายสุด) เป็นผู้ลงนาม เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนด้านการตลาดให้แก่เกษตรกร โดยการรับซื้อผลไม้จากเกษตรกรชาวสวนผลไม้ กว่า 4,800 ตัน จำหน่ายให้ผู้บริโภคโดยตรง ช่วยแก้ปัญหาภาวะสินค้าฤดูกาลล้นตลาดอย่างยั่งยืน ณ ห้องฉลาดลบเลอสรรค์ กระทรวงพาณิชย์ เมื่อเร็วๆ นี้