นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเปิดเผยถึง

มาตรการในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ราคามะพร้าวตกต่ำ ว่า ในวันที่ 16 ก.ค. นี้ กระทรวงพาณิชย์จะเสนอต่อคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืชที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานให้พิจารณาระยะเวลาการนำเข้ามะพร้าวใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ผลผลิตในประเทศ ซึ่งต้องทำอย่างรอบคอบและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

รวมทั้งจะมีการแก้ไขระเบียบการนำเข้ามะพร้าวโดยจะกำหนดให้ผู้ประกอบการที่นำเข้าต้องรายงานปริมาณมะพร้าวที่ใช้จริงหลังการกะเทาะเปลือกเพราะที่ผ่านมาพบว่าอาจนำเข้าแล้วนำไปจำหน่ายต่อไม่ได้ใช้เองตามระเบียบ ซึ่งหากพบว่ามีผู้ประกอบการนำมะพร้าวไปจำหน่ายต่อก็อาจมีผลต่อการขอใบอนุญาตเพื่อนำเข้าครั้งต่อไป

“เกาะเสม็ด” ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดระยอง “สริญทิพญ ทัพมงคลทรัพย์” นายกสมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกาะเสม็ด และผู้ประกอบการ Seahorse Greenplace Resort เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เกาะเสม็ด คือ เพชรเม็ดงามของเมืองระยอง ที่สร้างเงินให้แก่ภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดมากกว่า 70% โดยมีเนื้อที่กว่า 4,200 ไร่ ผู้อยู่อาศัย 800 กว่าครัวเรือน แบ่งเป็น ชาวบ้านที่ทำอาชีพประมงประมาณ 20% และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว 80%

มีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม เช่น หาดทรายแก้ว อ่าววงเดือน และหาดแสงเทียน รวมถึงอ่าวที่ยังคงความเป็นธรรมชาติอีกมากมาย แต่ปัจจุบันชาวบ้านและผู้ประกอบการบนเกาะที่มีรกรากอยู่ก่อนแล้ว กลับกลายเป็นเพียงผู้อาศัย ไม่มีสิทธิ์ครอบครองเป็นเจ้าของที่ดิน พื้นที่บนเกาะกลายเป็นเขตอุทยาน และเป็นพื้นที่ทับซ้อนกับกรมธนารักษ์ไปแล้ว

ทั้งนี้ ทำให้เกาะเสม็ดมีปัญหาในด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น น้ำจืด ที่ไม่สามารถต่อท่อนำขึ้นมาใช้บนเกาะได้ด้วยเพราะติดข้อกฎหมาย ทำให้ชาวบ้านและผู้ประกอบการต้องใช้เรือลำเลียงน้ำจืดเข้ามา ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ประมาณ 3,700 บาท/เที่ยวเรือ หรือเฉลี่ยยูนิตละ 205 บาท เพื่อนำมาใช้ในการอุปโภค-บริโภค และประกอบกิจการที่พักกว่า 4,000 ห้อง ส่งผลให้ราคาห้องพักค่อนข้างสูง นอกจากนี้ ปัญหาขยะเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่แก้ไม่ตกเช่นกัน ซึ่งการพัฒนาวางแผนโครงการต่าง ๆ ทำได้ยาก เพราะหากกรมธนารักษ์อนุญาต แต่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไม่อนุญาต จะไม่สามารถพัฒนาได้

ขณะเดียวกัน กรมอุทยานฯมีรายได้จากการเก็บค่าขึ้นเกาะจากนักท่องเที่ยว ราคานักท่องเที่ยวชาวไทย 40 บาท/คน ต่างชาติ 200 บาท/คน คิดเป็นสัดส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 1,350-1,500 คน/วัน คนไทย 4,500-5,000 คน/วัน แต่วันนี้ผู้ประกอบการภาคเอกชนไม่สามารถประชาสัมพันธ์เกาะเสม็ดได้อย่างเต็มที่และทั่วถึง เพราะต้องเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ และไม่มีใบอนุญาตประกอบการธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ

“กรมอุทยานฯต้องมองให้เห็นว่าการพัฒนาควรจะควบคู่ไปกับอะไร จะใช้แต่หลักรัฐศาสตร์หรือนิติศาสตร์อย่างเดียวไม่ได้ ต้องถอยให้ชาวบ้านด้วย ให้มีสิทธิ์ในระบบสาธารณูปโภค แต่วันนี้กรมอุทยานฯ กลับคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของพื้นที่ ทั้งนี้ มองว่าหากทุกฝ่ายจะไปได้นั้น ในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวจะต้องรู้ว่าควรอนุรักษ์อะไร ต้องคุมให้ทุกอย่างอยู่ในพื้นที่ และทำแหล่งท่องเที่ยวให้ดี หากนักท่องเที่ยวไม่มา กรมอุทยานฯเองจะไม่มีรายได้ มันจะล้มทั้งระบบ หากผู้ประกอบการภาคเอกชนพยายามที่จะพัฒนา แต่ทางหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ช่วยในการพัฒนา ก็จะไม่มีทางเป็นไปได้”

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม นางธนาภรณ์ พรหมสุวรรณ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ (กผส.) ครั้งที่ 3/2561 ซึ่งมีพล.อ. ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เห็นชอบแนวทางการดำเนินมาตรการให้เงินช่วยเหลือเพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย ตามมติของคณะกรรมการการบริหารกองทุนผู้อายุครั้งที่ 6/2561 เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2561 โดยผู้สูงอายุที่จะได้เงินช่วยเหลือดังกล่าวจะต้องเป็นผู้ที่อยู่ในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐซึ่งมีอยู่ประมาณ 4 ล้านคน แยกเป็นผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท จะได้รับเดือนละ 100 บาท

และผู้ที่มีรายได้มากกว่า 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 1000,000 บาท จะได้รับเดือนละ 50 บาท ระยะแรกจะจัดสรรให้ 3 เดือนก่อนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2561 โดยผู้สูงอายุจะต้องนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปติดต่อที่ธนาคารกรุงไทยเพื่อลงทะเบียนกดเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย การกดขั้นต่ำจะได้ 100 บาทขึ้นไป สำหรับผู้ที่ได้รับ 50 บาท/เดือน จะต้องรอสะสมให้ครบ 100 บาทก่อน ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานกระทรวงการคลังและกรมบัญชีกลางในการเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คาดว่าจะสามารถติดต่อที่ธนาคารกรุงไทยได้ในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ และจากนี้กำลังอยู่ระหว่างการหารือเพื่อขยายระยะเวลาจัดสรรเพิ่มเติม

อธิบดีผส. กล่าวด้วยว่า สำหรับแหล่งเงินที่จะมาจัดสรรช่วยเหลือผู้สูงอายุดังกล่าวมาจากเงินบำรุงกองทุนผู้สูงจากภาษีสรรพสามิตในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสินค้าสุราและยาสูบในอัตราร้อยละ 2 แต่ไม่เกิน 4,000 ล้านบาทต่อปี ขณะนี้มีจำนวนเงินภาษีดังกล่าวเข้ากองทุนผู้สูงอายุแล้วประมาณ 1,402 ล้านบาท และเงินบริจาคจากผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ในส่วนนี้ได้เปิดให้ผู้สูงอายุแจ้งความประสงค์บริจาคตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 เป็นต้นมา มีผู้บริจาคแล้วเพียง 515 ราย จึงอยากเชิญชวนให้ผู้สูงอายุที่มีรายได้พอเพียงร่วมบริจาคเพื่อนำไปสมทบช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยต่อไป

นางธนาภรณ์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมกผส. ยังรับทราบถึงการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบสังคมสูงวัยเป็นระเบียบวาระแห่งชาติ ซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอของสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อครม.เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2561 เพื่อให้การบูรณาการการทำงานรองรับการเป็นสังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ในปี 2564 ซึ่งมุ่งเน้นการทำงานเชิงรุกขับเคลื่อนประเด็นเร่งด่วน ในปี 2561 – 2564 โดยปรับเปลี่ยนกลไกการทำงานภาครัฐ 4 ประเด็น คือ 1.กำหนดให้สังคมสูงวัยเป็นระเบียบวาระแห่งชาติ 2. การปรับเปลี่ยนกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติ ข้อบังคับให้เอื้อต่อการทำงานด้านผู้สูงอายุ 3.การจัดทำข้อมูลเพื่อรองรับสังคมสูงวัย และ 4.นวัตกรรมรองรับสังคมสูงวัย

เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอย่างยั่งยืนใน 6 ด้านได้แก่ การสร้างระบบคุ้มครองและสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ, การทำงานและสร้างรายได้สำหรับผู้สูงอายุ, ระบบสุขภาพเพื่อรองรับสังคมสูงวัย,ปรับสภาพแวดล้อมชุมชนและบ้านให้ปลอดภัยกับผู้สูงอายุ, ธนาคารเวลา และการสร้างความรอบรู้ให้คนรุ่นใหม่เตรียมความพร้อมทุกมิติ นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้องค์กรปกครองท้องถิ่น สามารถดูแลผู้สูงอายระยะยาวที่มีภาวะพึ่งพิง โดยให้ค่าตอบแทนการผู้ดูแลผู้สูงอายุ

นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. เร่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการเร่งระบายน้ำจากวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เพื่อช่วยเหลือนนักฟุตบอลและโค้ชทีมหมูป่าจำนวน 13 ชีวิต โดยเบื้องต้นพบว่ามีพื้นที่ทำนาที่เป็นจุดรับน้ำ 3 ตำบล คือ ต.ศรีเมืองชุม ต.โป่งผา และ ต.บ้านด้าย จำนวน 1,397 ไร่ เกษตรกรได้รับผลกระทบจำนวน 101 ราย

ทั้งนี้ ธ.ก.ส. จะมอบเงินจากกองทุนบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัย ให้กับชาวบ้านครัวเรือนละ 3,000 บาท โดยโอนเงินเข้าบัญชีโดยตรงให้กับผู้ได้รับผลกระทบทุกราย ส่วนการเยียวยานาข้าวเสียหาย จะได้รับเงินช่วยเหลือจากภาครัฐในอัตราไร่ละ 1,113 บาท และหากเกษตรกรที่เสียหายมีการทำประกันภัยข้าวนาปีไว้ก็จะได้รับการชดเชยค่าเสียหายไร่ละ 1,260 บาท ซึ่งธ.ก.ส. กำลังเร่งประสานสมาคมประกันวินาศภัยไทย ให้ดำเนินการจ่ายเงินชดเชยความเสียหายให้กับเกษตรกรโดยเร็ว ซึ่งเมื่อรวมแล้วเกษตรกรที่ทำประกันภัย จะได้รับการเงินช่วยเหลือรวมไร่ละ 2,373 บาท และหลังจากนั้น ธ.ก.ส. และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเข้าไปดูแลและฟื้นฟูตามสภาพความเป็นจริง เพื่อให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ

ส่วนของการปรับแผนการระบายน้ำ ที่อาจส่งผลกระทบไปยังชาวบ้านในตำบลอื่นๆ เช่น มีรายงานเพิ่มเติมเข้ามาว่า ต.โป่งงาม เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่รับน้ำตามแผนปฏิบัติการในการเข้าไปช่วยเหลือครั้งนี้ ซึ่ง ธ.ก.ส. จะเร่งสำรวจและให้ความช่วยเหลือเช่นเดียวกัน

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า วันเดียวกันนี้กรมชลประทาน ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมทรัพยากรธรณี มณฑลทหารบกที่ 37 หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชนและจิตอาสา และได้รับการสนับสนุนท่อบายพาสน้ำจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ในการทำทางเบี่ยงน้ำ (Bypass) จากฝายแห่งที่ 1 กั้นลำห้วยน้ำดั้น ฝายแห่งที่ 2 กั้นลำห้วยผาหมี บริเวณบ้านผาหมี ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย และฝายแห่งที่ 3 กั้นลำห้วยผาฮี้ บริเวณบ้านมูเซอผาฮี้ ต.โป่งงาม อ.แม่สาย สามารถตัดยอดน้ำรวมกันได้ประมาณ 32,000 ลบ.ม./วัน ซึ่งจนถึงขณะนี้ระดับน้ำในถ้ำหลวงได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการสูบน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากถ้ำให้เร็วที่สุด

ทั้งนี้ สำนักสำรวจด้านวิศวกรรมและธรณีวิทยา กรมชลประทาน ยังคงดำเนินการสำรวจสภาพทางธรณีของลำห้วยซึ่งอยู่ในบริเวณถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนร่วมกับกรมทรัพยากรธรณี และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชต่อไป เพื่อค้นหาร่องรอยและบริเวณที่คาดว่าน้ำไหลซึมเข้าไปภายในถ้ำ และหาพื้นที่สำหรับทำฝายชั่วคราวและทางเบี่ยงน้ำเพิ่มเติม จนกว่าสถานการณ์น้ำภายในถ้ำจะลดลงจนถึงระดับที่สามารถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยทั้ง 13 ราย ออกมาได้อย่างปลอดภัย

สำหรับพื้นที่การเกษตรซึ่งมีน้ำท่วมขังในพื้นที่บ้านสันปูเลย ต.บ้านด้าย อ.แม่สาย 458 ไร่ และบ้านหนองอ้อ ต.โป่งผา อ.แม่สาย 300 ไร่ นั้น ปัจจุบัน กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หยุดสูบน้ำออกจากพื้นที่ดังกล่าวแล้ว ซึ่งสามารถรักษาระดับไม่ให้ท่วมยอดต้นข้าวตามที่เกษตรกรต้องการ

อย่างไรก็ดี โครงการชลประทานเชียงรายยังคงติดตั้งเครื่องสูบน้ำไว้ในพื้นที่ดังกล่าว หากมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นจะสามารถสูบน้ำออกจากพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ หน่วยสำรวจทำแผนที่ภาคพื้นดิน สำนักสำรวจด้านวิศวกรรมและธรณีวิทยา กรมชลประทาน ยังได้ใช้อากาศยานไร้คนขับแบบปีกหมุนบินสำรวจบริเวณพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำเพื่อทำแผนที่ภูมิประเทศ และแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศแบบออร์โธ่สี ความละเอียดจุดภาพ 10 เซนติเมตร เพื่อนำมาวิเคราะห์และเตรียมการช่วยเหลือ พร้อมทั้งชดเชยเยียวยาให้กับเกษตรกรผู้เสียสละพื้นที่ทำการเกษตร ตามระเบียบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป

จ๊อบ – นิธิ สมุทรโคจร แท็กทีมคู่ซี้หัวใจสีเขียว ป๊อก – โฆษวิส ปิยะสกุลแก้ว พาโคจรขึ้นเหนือ สัมผัสเส้นทางท่องเที่ยวสไตล์ใหม่ ในคอนเซ็ปต์ 7 Greens ท่องเที่ยวสดใส ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน

จังหวัดน่าน เมืองแห่งขุนเขา เมฆหมอก และอัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการกลับมาพบกันอีกครั้งของคู่หูคู่ซี้ อย่าง “จ๊อบ – ป๊อก” ในทริป “สมุดโคจร 7 Greens Turismo” เริ่มต้นทริปที่ หมู่บ้านดอยสถาน เอาใจคนรักช็อกโกแลต พาเดินสัมผัส เรียนรู้กระบวนการผลิตโกโก้ พร้อมชิมเมล็ดโกโก้สดๆจากต้น จากนั้นแวะพักผ่อนหย่อนใจ ​ณ Cocoa Valley Resort รีสอร์ทหัวใจสีเขียว ที่เข้าร่วมโครงการ 7 Greens พร้อมลิ้มลองสุดยอดเมนูช็อคโกแลตโดม และน่องไก่ซอสช็อคโกแลต นอกจากนี้ยังพาชมผลิตภัณฑ์ออแกนิคจากเมล็ดโกโก้ที่ผลิตจากคนไทย ปิดท้ายด้วยการสัมผัสวิถีชุมชน อย่าง การ ทอผ้า และทำผ้ามัดย้อมที่มีต้นตอมาจากเมล็ดโกโก้ ณ หมู่บ้านเก็ต

ร่วมเดินทางท่องเที่ยวสไตล์สมุดโคจร 7 Greens Turismo ไปด้วยกันกับสองหนุ่มคู่ซี้ จ๊อบ นิธิ และป๊อกโฆษวิส ในรายการ สมุดโคจร On The Way วันเสาร์ ที่ 7 กรกฎาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 17 : 00 น. เป็นต้นไป ทางช่อง 28 (3SD)

สศก. ระบุ สถานการณ์ราคามะพร้าวเดือนมิถุนายน เฉลี่ยกิโลกรัมละ 5.96 บาท เมื่อเทียบกับมิถุนายน ปี 2560 ลดลงร้อยละ 57.73 ด้านคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช เร่งช่วยเกษตรกร เห็นชอบเปิดตลาดมะพร้าวและผลิตภัณฑ์ ภายใต้กรอบ WTO และ AFTA คราวละ 3 ปี ตามข้อผูกพัน วางมาตรการเข้ม คุมการนำเข้าช่วงที่ผลผลิตมะพร้าวไทยออกสู่ตลาดมาก

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงถึงกรณีสถานการณ์ราคามะพร้าวตกต่ำในขณะนี้ พบว่า ราคาที่เกษตรกรขายได้ (ผลใหญ่) ปี 2561 (มกราคม-มิถุนายน) ราคามีแนวโน้มลดลง เฉลี่ยกิโลกรัมละ 9.74 บาท เมื่อเทียบกับปี 2560 เฉลี่ยที่กิโลกรัมละ 13.62 บาท (ลดลงร้อยละ 28.49) โดยในเดือนมิถุนายน 2561 ราคาเฉลี่ยที่กิโลกรัมละ 5.96 บาท และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 เฉลี่ยกิโลกรัมละ 14.10 บาท (ลดลงร้อยละ 57.73)

สำหรับผลผลิตมะพร้าวปี 2561 มีประมาณ 860,160 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่มีจำนวน 832,895 ตัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.44) เนื่องจากแหล่งปลูกมะพร้าวที่สำคัญ คือ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เริ่มฟื้นตัวจากการระบาดของศัตรูพืชแมลงดำหนามและหนอนหัวดำ ประกอบกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สนับสนุนให้เกษตรกรใช้ศัตรูธรรมชาติตัวเบียนบราคอนในพื้นที่ระบาดเพื่อทำลายศัตรูพืช ขณะเดียวกันในช่วงที่ผ่านมามีปริมาณน้ำฝนเพียงพอผลผลิตมะพร้าวจึงเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ผลผลิตต่อไร่ ปี 2561 อยู่ที่ 783 กิโลกรัม หรือ 626 ผล ต่อไร่ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่ให้ผลผลิต 754 กิโลกรัม หรือ 603 ผล ต่อไร่

อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมา ในปี 2556-2559 พื้นที่ปลูกมะพร้าวได้รับผลกระทบจากปัญหาการระบาดของแมลงศัตรูมะพร้าว ส่งผลให้ผลผลิตมะพร้าวภายในประเทศลดลง ขณะที่ความต้องการมะพร้าวเพื่อ ใช้ในอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีอัตราการเติบโตประมาณ 10% จึงทำให้มีการนำเข้ามะพร้าวเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ราคาตกต่ำลง ซึ่งสินค้ามะพร้าวเป็นสินค้าที่ไทยต้องเปิดตลาดตามข้อผูกพัน

ดังนั้น คณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช จึงมีมติเห็นชอบให้เปิดตลาดมะพร้าวและผลิตภัณฑ์ ภายใต้กรอบ WTO และ AFTA คราวละ 3 ปี (ปี 2560 – 2562) ตามข้อผูกพัน และมีการบริหารการนำเข้าปีต่อปี โดยการบริหารการนำเข้า ปี 2561 ดำเนินการ ดังนี้ 1. ภายใต้กรอบ WTO ให้มะพร้าวผลและมะพร้าวฝอย ในโควตาปริมาณ 2,317 และ 110 ตัน ตามลำดับ อัตราภาษีมะพร้าวผลและมะพร้าวฝอย ในโควตา ร้อยละ 20 นอกโควตา ร้อยละ 54 ส่วนเนื้อมะพร้าวแห้ง ปริมาณ 1,157 ตัน อัตราภาษีในโควตา ร้อยละ 20 นอกโควตา ร้อยละ 36 และน้ำมันมะพร้าว

ปริมาณ 401 ตัน อัตราภาษีในโควตา ร้อยละ 20 นอกโควตา ร้อยละ 52 การบริหารการนำเข้าเพื่อดูแลเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว กำหนดช่วงเวลานำเข้าในโควตา คือช่วงเดือนมกราคม – พฤษภาคม และพฤศจิกายน – ธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตไทยออกสู่ตลาดน้อย หากต้องการนำเข้าต้องเสียภาษีนอกโควตาตามที่กำหนดไว้ สำหรับการนำเข้าน้ำมันมะพร้าวให้นำเข้าได้ไม่จำกัดช่วงเวลา และผู้นำเข้าต้องเป็นผู้ใช้มะพร้าวเป็นวัตถุดิบ และต้องขออนุญาตนำเข้าจากกรมการค้าต่างประเทศ อีกทั้งต้องเป็นนิติบุคคลที่ใช้มะพร้าวเป็นวัตถุดิบในกิจการของตนเองและดำเนินกิจการอยู่ในปัจจุบันด้วย

ภายใต้กรอบ AFTA การนำเข้ามะพร้าวผล เนื้อมะพร้าวฝอย และน้ำมันมะพร้าว ไม่จำกัดปริมาณ อัตราภาษี ร้อยละ 0 ยกเว้นเนื้อมะพร้าวแห้ง อัตราภาษีร้อยละ 5และให้มีการบริหารการนำเข้าเช่นเดียวกับกรอบ WTO คือ กำหนดช่วงเวลานำเข้าช่วงเดือนมกราคม – พฤษภาคมและพฤศจิกายน – ธันวาคม โดยให้นำเข้ามาเพื่อใช้ในกิจการของตนเองเท่านั้น ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย สศก. ขณะนี้ได้เตรียมนำเสนอคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช เพื่อพิจารณาทบทวนการบริหารการนำเข้าต่อไปเพื่อเร่งช่วยเหลือเกษตรกรโดยเร็ว

New Holland Agriculture เป็นแบรนด์หนึ่งของ CNH Industrial จะแสดงอุปกรณ์ใหม่ 2 รุ่นที่ทำงาน SIMA ASEAN 2018 ที่กรุงเทพฯ ในช่วงวันที่ 6-8 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา

New Holland นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดสำหรับเกษตรกรไทยด้วยรถเก็บเกี่ยวซีรีส์ TC5.30 และรถแทรกเตอร์รุ่น T6050 อุปกรณ์ทั้งสองซีรีส์ได้นำมาจัดแสดงเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เติบโตมากขึ้นของลูกค้าในตลาดภายในประเทศ

คุณดวงหทัย พงษาพันธ์ Country Manager ของ CNH Industrial ประเทศไทย ให้ความเห็นว่า “New Holland” เข้าร่วมในงาน SIMA ASEAN เพื่อเป็นการตอกย้ำแก่เกษตรกรว่าประสิทธิภาพการผลิตสูงสุดมาจากการใช้อุปกรณ์ที่ดีที่สุดเท่านั้น ซึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของ New Holland แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการจัดการกับความต้องการทุกประเภทในไร่และเรามีความมุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรระยะยาวเพื่อการพัฒนาเครื่องจักรและอุปกรณ์การเกษตรของประเทศไทย”

รถเก็บเกี่ยวซีรีส์ TC5.30 ให้ผลกำไรสูง

รถเก็บเกี่ยวซีรีส์ TC5.30 เป็นรถเกี่ยวนวดแบบรองรับพืชผลหลายประเภทตัวแรกของเราที่นำเสนอให้กับลูกค้าในประเทศไทย อุปกรณ์รุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อให้สมรรถนะที่ยอดเยี่ยมสามารถรองรับพืชผลหลายประเภท (รวมไปถึงข้าว ซึ่งมีให้เลือกอย่างหลากหลาย) และแม้แต่การใช้งานในสภาพแวดล้อมการทำงานที่หนักหน่วงที่สุด ซีรีส์ TC5.30 มาพร้อมกับความสามารถสูงสุด ให้คุณภาพเมล็ดพืชผลมีคุณภาพสูง รวมทั้งประสิทธิภาพการเผาไหม้เชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยมและต้นทุนต่ำเพื่อให้ผลตอบแทนที่สูง

TC5.30 ติดตั้งพร้อมกับชุดเก็บเกี่ยวเมล็ดพืชขนาดความจุสูง 15 ฟุต จะให้ผลผลิตแต่ละวันในระดับสูง ด้วยสมรรถนะการเก็บเกี่ยวที่ดีเยี่ยม เทคโนโลยีดรัมแบบสามชุดที่เป็นอุปกรณ์เผื่อเลือกของรถเกี่ยวนวดรวมถึงชุดตัวคัดแยกระบบหมุนและชุดหน้าโค้ง Multi-Thresh™ ช่วยเพิ่มความสามารถในการคัดแยกแม้กระทั่งกับพืชผลที่เก็บเกี่ยวได้ยากลำบาก มีลำต้นยาวและแข็งแรง แท่นรองแบบคู่มาตรฐานให้ความสามารถในการทำความสะอาดที่ยอดเยี่ยมและเป็นผลที่ดีของเมล็ดพืชที่ยอดเยี่ยม สำหรับพืชผลทุกประเภท ผู้ใช้สามารถต่อชุดถังเก็บเมล็ดพืชขนาดใหญ่ 3,000 ลิตรได้อย่างอิสระเพื่อความสะดวกในการทำงานในไร่

รถแทรกเตอร์ T6000 ซีรีส์เป็นผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการใช้งานหนัก

รถแทรกเตอร์ T6000 ซีรีส์ให้สมรรถนะที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าที่คุ้มค่าและเป็นตัวเลือกหลักสำหรับการทำไร่และการทำปศุสัตว์ เหมาะสำหรับรองรับงานหนัก เช่น งานไถเตรียมพื้นที่เพาะปลูกบนพื้นที่ดินที่แล้งและแข็ง เช่น อ้อย มัน และข้าวโพด รวมไปถึงสามารถต่อพ่วงเข้ากับเครื่องอัดใบอ้อยและหญ้า รถแทรกเตอร์ T6000 ซีรีส์มาพร้อมตัวควบคุมประสิทธิภาพสูงจัดการส่งกำลังและระบบความสะดวกสบายด้วยอิเล็กทรอนิกส์ล่ำสุดและการใช้งานง่ายเพียงแค่กดปุ่ม T6050 ซีรีส์จะเปิดตัวในประเทศไทยด้วยรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 6.7 ลิตร 6 กระบอกสูบ 128 แรงม้าพร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์และระบบอินเตอร์คูลเลอร์

นวัตกรรมที่ยาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษและการอยู่ในตลาดประเทศไทยมาอย่างยาวนาน

ประวัติความเป็นมาของ New Holland Agriculture ย้อนกลับไปได้ถึงปี ค.ศ. 1895 นับจากนั้นเป็นต้นมา เราเป็นบริษัทที่ได้รับการยอมรับในด้านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องและการทุ่มเทให้กับการพัฒนาเพื่อการเกษตรกรรม ที่ง่ายขึ้นและได้อัตราผลผลิตที่มากขึ้นสำหรับเกษตรกรทั่วโลก Henry Ford หนึ่งในผู้ก่อตั้งเป็นบุคคลที่ริเริ่มนำอุปกรณ์เครื่องกลมาใช้ในเกษตรกรรมทั่วโลกและทำให้มีการนำรถแทรกเตอร์เพื่อเกษตรกรรมมาใช้กันอย่างแพร่หลายจำนวนมาก

ประสบการณ์มากกกว่า 100 ปีนับตั้งแต่ยุครถแทรกเตอร์ Ford รุ่นแรก Fordson รุ่น F ที่เริ่มผลิตในปี ค.ศ. 1917 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงหลักเป้าหมายที่สำคัญในประวัติทั้งหมดของการพัฒนำรถแทรกเตอร์สำหรับการทำไร่ New Holland Agriculture ได้สั่งสม ส่งผ่าน และพัฒนาแนวคิดในการพลิกปฏิวัติวงการของ Henry Ford ในการนำระบบเครื่องกลมาใช้ในภาคการเกษตร และปัจจุบันเกษตรกรทั่วโลกต่างก็ยังได้รับประโยชน์จากองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านเครื่องจักรกลการเกษตรมายาวนานมากกว่าหนึ่งศตวรรษ

New Holland Agriculture เริ่มเข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1927 เมื่อมีการนำเข้ารถแทรกเตอร์ Fordson คันแรกมาจากประเทศมาเลเซีย และในปี ค.ศ. 1952 เราได้เข้าสู่ตลาดประเทศไทยเป็นครั้งแรก

นับจากนั้นเป็นต้นมา New Holland เป็นแบรนด์ที่ได้รับผลตอบที่ดีในภูมิภาคนี้จากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพให้อัตราผลผลิตที่ดี จากกรณีเกิดเหตุเรือล่มเมื่อเวลา 17.45 น. ของวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา บริเวณเกาะเฮ และ เกาะ ไม้ท่อน จังหวัดภูเก็ต กับเรือจำนวน 3 ลำ คือ เรือเซเนลิก้า เรือฟินิกซ์ และเจ็ทสกี ส่งผลให้มีผู้ประสบภัยกว่าร้อยราย สูญหาย 56 ราย และเสียชีวิต 1 ราย

ทางฝั่งนักวิชาการ ศาสตราจารย์ ดร. ปราโมทย์ โศจิศุภร นักวิจัยจากภาควิชาวิทยาศาสต์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้าโครงการวิจัย “การพัฒนาและใช้ประโยชน์การพยากรณ์คลื่นในทะเล คลื่นชายฝั่งและพายุสำหรับประเทศไทย” สกว. เปิดเผยว่า โครงการวิจัยนี้เป็นการนำเอาโมเดลที่มีชื่อว่า “เวฟวอชสาม” Wave Watch III ที่นักวิจัยจากองค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (National Oceanic and Atmospheric Administration : NOAA)

พัฒนาขึ้นมามาประยุกต์ใช้ในไทยจากที่ก่อนหน้านี้ เราพยากรณ์คลื่นในทะเลจนถึงใกล้ฝั่งลึก 10 เมตร แต่ไม่สามารถทำนายคลื่นถึงชายฝั่งได้ แต่โมเดลตัวนี้สามารถพยากรณ์คลื่นในทะเลจนถึงชายฝั่งได้ ซึ่งเป็นประโยชน์และเพิ่มความปลอดภัยต่อการประมงชายฝั่ง การท่องเที่ยว สิ่งก่อสร้างตามชายฝั่งและป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลของไทย และเป็นการสร้างศักยภาพในการพยากรณ์เส้นทางพายุ โดยใช้แบบจำลองที่ยอมรับกันทั่วโลกมาปรับปรุงและประยุกต์ใช้ในอ่าวไทยและทะเลอันดามันเป็นครั้งแรกของไทยนับตั้งแต่ปี 2559 อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ดังกล่าว ด้วยความที่คลื่นลมกรรโชกแรงที่เกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้น แม้จะเกิดในพื้นที่ที่อยู่ใกล้ชายฝั่งเพียง 7 กิโลเมตร จึงอาจส่งผลให้ไม่สามารถคาดเดาถึงคลื่นลมที่เกิดขึ้นได้ 100%