น้อยจากมุมกาแฟ มารู้จักเมนูกาแฟกัน คาปูชิโน่ (Cappuccino)

เป็นกาแฟแต่งหน้าด้วยฟองนม เป็นกาแฟยามเช้าของชาวอิตาลี เอสเปรซโซ่ (Espresso) เป็นกาแฟชงที่เข้มข้น โดยใช้แรงอัด มีต้นกำเนิดมาจากยุโรปตอนใต้ อเมริกาโน่ (Americano) เป็นกาแฟสูตรเดียวกับเอสเปรสโซ แต่เติมน้ำร้อนให้เจือจางลง ตามสไตล์ของคนอเมริกัน มอคค่า (Mocha) สูตรเดียวกับคาปูชิโน่ แต่เพิ่มช็อกโกแลตเข้าไปด้วย และ ลาเต้ (Latte) เตรียมเทเอสเปรซโซ่ผสมกับนมร้อนตีให้เข้ากัน แล้วตบหน้าด้วยฟองนม หนาประมาณ 1 เซนติเมตร เป็นรูปดอกไม้ หรือใบไม้ สำหรับ บาริสต้า (Barista) หมายถึงพนักงานในครัวกาแฟ และเตรียมเสิร์ฟเครื่องดื่มกาแฟแบบเอสเปรสโซ่

ขอให้ท่านดื่มกาแฟที่ได้อรรถรส และมีความสุขครับ“ฝรั่งแป้นสีทอง” เป็นฝรั่งที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน งานปลูกนั้นเขาแปลงใหญ่ๆ 4-5 ไร่ ปลูกจํานวนมาก การจัดการทําได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น ใส่ปุ๋ย หรือห่อผล

การนําต้นพันธุ์ฝรั่งแป้นสีทองมาปลูกใกล้บ้านทําได้ไม่ง่ายนัก เพราะปกติแล้วฝรั่งแป้นสีทองอ่อนแอต่อการระบาดของศัตรู ที่เห็นชัดเจนคือ “เพลี้ยแป้ง” ที่มีสีขาว กระนั้นก็ตาม ฝรั่งใกล้บ้านสามารถปลูกได้ เริ่มต้นจากคัดหาต้นพันธุ์ที่ไม่มีโรคและแมลงติดกับกิ่งพันธุ์ จะช่วยลดการระบาดของศัตรูได้ เมื่อนํามาปลูก ต้นที่อยู่ไกลต้นอื่น โอกาสที่จะระบาดจึงมีไม่มาก

ฝรั่งให้ผลผลิตเร็ว ปลูกไม่นานมียอดอ่อนและใบอ่อนออกมาก็มักมีดอกออกมาให้เห็น ปกติแล้วอายุของต้น 8 เดือนจึงเริ่มห่อกัน แต่หากผู้ปลูกมั่นใจว่าทรงพุ่มเหมาะสม ก็สามารถห่อได้ตั้งแต่อายุของต้นไม่มากนัก

การตัดแต่งกิ่งฝรั่ง ควรตัดที่ยอดซึ่งมีรอยต่อระหว่างกิ่งแก่และกิ่งอ่อน จะมีการแตกกิ่งใหม่ออกมาพร้อมกับดอกเริ่มจากใช้ถุงพลาสติกใสที่เจาะก้นถุงห่อชั้นแรก ต่อมาหุ้มด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ โดยถุงพลาสติกนั้นช่วยป้องกันไม่ให้แมลงเจาะ ส่วนกระดาษหนังสือพิมพ์ช่วยให้ผิวของ ขาวนวล ออกเหลือง เพราะไม่ถูกแสงอาทิตย์โดยตรง

ขนาดของผลฝรั่งที่เหมาะต่อการห่อนั้นมีขนาดเท่าผลมะนาว เป็นผลที่ไม่มีตําหนิ ไม่มีร่องรอยของศัตรู พืช การห่อผลจะช่วยให้ผลฝรั่งโตขึ้นอย่างชัดเจน

ฝรั่งที่ติดผลแต่ไม่ห่อนั้น ยามที่ผลโตแมลงวันผลไม้มักเข้าไปเจาะ ทําให้ผล เน่าเสียและร่วงหล่นได้ง่ายหากพบเห็นก็อาจเด็ดใบที่ถูกทําลายออก ถ้ามีไม่มากนักก็ปล่อยไป สำหรับปัญหา “เพลี้ยแป้ง” นั้นสามารถทดลองใช้สารสกัดจากสะเดาก็ได้

เกษตรกรที่ปลูกฝรั่งเป็นอาชีพและมีคนช่วยห่อจํานวนมาก นิยมใช้กระดาษหนังสือพิมพ์จีนห่อ ทําให้มีความเข้าใจว่ากระดาษและหมึกพิมพ์จีนคงช่วยให้ฝรั่งผลโตผิวสวย

จริงๆ แล้วได้รับการบอกเล่าว่า หนังสือพิมพ์จีนนั้นคนที่ช่วยห่ออ่านไม่ออก จึงไม่พลิกดู แต่หากเป็นหนังสือพิมพ์ไทยแถมยังมีรูปวับๆ แวมๆ ด้วยแล้ว ยืนอ่านกันอยู่นั่นแหละ เป็นนานกว่าจะห่อได้จํานวนมาก

ฝรั่งออกดอกติดผลตลอดปี ห่อผลครั้งหนึ่ง 15-20 ผล ได้ผลที่มีคุณภาพ สัก 10 ผลก็คุ้มแล้ว เพราะฝรั่งแป้นสีทองมีน้ำหนักผลละ 7-8 ขีด บางผลหนัก ถึง 1 กิโลกรัมคนกินเผ็ด อ่วม! พริกขาดตลาด ราคาพุ่งเป็นเท่าตัว กิโลละ 200 สูงสุด 400
วันที่ 24 มิ.ย. ที่ตลาดศรีเมืองทอง ถ.มิตรภาพ เขตเทศบาลนครขอนก่น ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งผักและผลไม้ของจังหวัดขอนแก่น และเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าไปยังจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ใหญ่ที่สุดอีกด้วย พบว่า ราคาพริกหลายชนิดพุ่งสูงขึ้นจนทะลุถึงกิโลกรัมละกว่า 200-400 บาท เนื่องมาจากพริกในประเทศขาดตลาด ผลผลิตน้อย สภาพอากาศแปรปรวน เกิดโรคระบาด

โดยพบว่า พริกสวนในตอนนี้ ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 150 บาท พริกแดง กิโลกรัมละ 180-200 บาท พริกจินดาเขียว กิโลกรัมละ 80-100 บาท พริกเหลืองสด กิโลกรัมละ 220 บาท ก่อนหน้านี้ราคาพริกแต่ละประเภทจะอยู่ที่ 60-80 บาท ซึ่งในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาของพริกชนิดต่างๆ นั้นมีราคาแพงมากกว่าปกติ พริกสวนราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 250 บาท พริกแดง กิโลกรัมละ 220 บาท

แม่ค้าขายพริกในตลาดศรีเมืองทอง เปิดเผยว่า ทุกปีราคาพืชผักจะแพงขึ้น โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้งเดือนเมษายน-พฤษภาคม เเต่ราคาพริกปีนี้เเพงตั้งเเต่เดือนมีนาคมต่อเนื่อง มาจนถึงขณะนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับราคาปกติถือว่าแพงขึ้นถึงเท่าตัว โดยพริกสวนจาก จ.สุพรรณบุรี กิโลกรัมละ 200-250 บาท, พริกสวน จ.กาญจนบุรี ราคากิโลกรัมละ 400 บาท, พริกเเดงราคากิโลกรัมละ 160-200 บาท

หากซื้อเเบบปลีก จำหน่ายขีดละ 20 บาท ซึ่งเกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดของประเทศไทยในปีนี้ ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนเป็นต้นมา เมื่อมากระทบกับสภาพอากาศในฤดูฝน จึงทำให้ต้นพริกเกิดโรคระบาดจากหนอน แมลงศัตรูพืช และเชื้อรา อาทิ โรคแอนแทคโนส หรือ โรคกุ้งแห้ง และหนอนแมลงวันทองเจาะ

ศ.พญ.ศรีวิชา ครุฑสูตร รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายถึงโรคไข้เลือดออกเบื้องต้นว่า ไข้เลือดออกเกิดจากเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า (Dengue virus) เชื้อโรคนี้ปกติจะไม่ติดต่อจากคนไปสู่คนแต่จะติดต่อจากคนโดยมียุงลายเป็นพาหะนำเชื้อ ไข้เลือดออกจะมีระยะฟักตัวอยู่ในตัวยุงประมาณ 5-8 วัน เมื่อยุงไปกัดคนก็จะถ่ายทอดเชื้อโรคนี้ให้กับผู้ที่ถูกกัดทำให้ผู้ที่ถูกยุงกัดเป็นไข้เลือดออก ถือเป็นการแพร่เชื้อได้รวดเร็วมาก ฉะนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำคือลดการแพร่กระจายของเชื้อให้ได้เร็วที่สุด

โรคไข้เลือดออก พบมากในฤดูฝน ยุงเป็นเหมือนกันแทบทุกชนิดถ้าฝนตกหนักมีพายุลูกน้ำจะหายไปหมดทั้งลูกน้ำที่เป็นพาหะของโรคมาลาเรียและโรคไข้เลือดออก แต่ถ้าฝนตกพรำๆ อากาศกำลังดีน่านอนลูกน้ำยุงลายจะเจริญเติบโตได้ดี ตอนนี้จะเป็นโอกาสแพร่เชื้อได้ง่ายมาก

ยุงลายมักพบมากในแหล่งชุมชน อาศัยอยู่ในน้ำนิ่งๆ สะอาดๆ ทางกรมควบคุมโรคจึงพยายามชักชวนให้ประชาชนลดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย รณรงค์ให้คว่ำขันคว่ำภาชนะกันทุกสัปดาห์ เนื่องจากลูกน้ำยุงลายสามารถอยู่ได้นานเป็นปีโดยไม่ต้องมีน้ำ ทางที่ดีควรล้างภาชนะและเช็ดถูให้สะอาด ทั้งในแจกัน ถ้วยชาม หรือยางรถยนต์ ถ้าไม่ทำเช่นนี้ลูกน้ำยุงลายก็จะติดอยู่อย่างนั้นถ้ามีน้ำมาอีกทีจะกลายเป็นตัวได้ใหม่

ลักษณะของยุงลายที่เป็นพาหะนำโรค
ลักษณะของยุงลาย คือ ลำตัวมีสีดำและสีขาว ขาเป็นปล้องสีดำและสีขาวสลับกันอย่างเห็นได้ชัด หรือถ้าท่านใดสนใจอยากจะสังเกตยุงลายแบบชัดๆ ขอเชิญท่านมาที่งาน Healthcare เรียนรู้ สู้โรค 2019 ระหว่างวันที่ วันที่ 27 – 30 มิถุนายน 2562 ณ ฮอลล์ 5 อิมแพคเมืองทองธานี ที่บูธคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มียุงลายของจริงไปให้ชม รับรองว่าปลอดภัยเพราะใส่กล่องปิดมิดชิด เพื่อให้ประชาชนที่สนใจเข้ามาหาความรู้เบื้องต้นเพื่อการเฝ้าระวัง

อาการของผู้ที่ติดเชื้อไข้เลือดออก
ลักษณะทั่วไปของโรคไข้เลือดออกจะแยกไม่ออกจากไข้หวัดธรรมดานอกจากมีการตรวจเลือด ในคนปกติถ้ามีไข้ช่วง 2-3 วันแรกท่านจะไม่สามารถแยกออกจากไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่ ไข้มาลาเรีย หรือไข้เลือดออก เด็กกับผู้ใหญ่มีอาการต่างกัน เด็กจะมีไข้ประมาณ 4-5 วัน แล้วหลังจากนั้นไข้จะลง ช่วงที่อันตรายคือช่วงที่ไข้ลงซึ่งจะมีไข้หรือเลือดออกก็ช่วงนี้ วิธีสังเกตในเด็กคือปกติทั่วไปถ้าไข้ลดเด็กจะสบายตัวมากขึ้น กลับมาสดใสร่าเริงตามปกติ แต่ถ้าเด็กคนไหนไข้ลงแต่ยังมีอาการซึม ปวดท้อง อันนี้ถือเป็นสัญญาณว่าอาจจะติดเชื้อไข้เลือดออกให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีเพื่อวินิจฉัยแยกโรคและรักษาได้ถูกวิธี

โดยการตรวจแยกโรคแต่ละชนิด จะมีเทคนิคที่แตกต่างกันออกไป เช่น ไข้มาลาเรียจะตรวจง่ายหน่อยคือใช้กล้องจุลทรรศ์ตรวจใช้เวลาไม่นานก็รู้ผล ส่วนไข้เลือดออกกับไข้หวัดใหญ่ลักษณะอาการคล้ายคลึงกันเทคนิคการตรวจก็จะต่างกันออกไป โดยการตรวจเลือดจะมีเทคนิคต่างๆ ซึ่งจะมีอาจารย์อีกท่านที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้โดยเฉพาะมาให้ความรู้

ผศ.ดร.พรสวรรค์ เหลืองวุฒิวงษ์ หัวหน้าภาควิชาจุลชีววิทยาและอิมมิวโนโลยี คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายถึงเทคนิคการตรวจเลือดหาโรคไข้เลือดออกเบื้องต้นว่า เนื่องจากผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาลจะมีอาการใกล้เคียงกันหมดเพราะฉะนั้นแพทย์จะพิจารณาการตรวจแบบเบื้องต้น ในปัจจุบันทางโรงพยาบาลจะมีชุดตรวจแบบรวดเร็วที่เรียกว่า แรพิด เทสต์ (Rapid test) โดยการใช้เลือดจากผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายมาตรวจหาเชื้อลักษณะคล้ายกับอุปกรณ์ตรวจการตั้งครรภ์หยดเลือดลงบนชุดตรวจแล้วทราบผล

อันนี้จะเป็นการตรวจเบื้องต้นแบบง่ายๆ จะบอกได้ว่าติดเชื้อหรือไม่ติดเชื้อ และอย่างที่ทราบว่าไข้เลือดออกมี 4 ชนิด คือไข้เลือดออกชนิดที่ 1 2 3 หรือ 4 ซึ่งสามารถทราบได้จากการตรวจหารสารพันธุกรรมของเชื้อไข้เลือดออก ซึ่งเป็นวิธีที่บอกได้แน่ชัดว่าติดเชื้อไข้เลือดออกหรือไม่ และยังทำให้ทราบว่าเป็นชนิดใดอีกด้วย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการเฝ้าระวังถ้าเป็นไข้เลือดออกชนิดที่มีความรุนแรง ซึ่งแพทย์อาจจะต้องดูแลใส่ใจผู้ป่วยมากขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้าหากมาโรงพยาบาลช้าคือหลังจากมีไข้แล้วประมาณ 7 วัน ก้อาจจะตรวจหาเชื้อตัวนี้ไม่เจอแล้ว จะต้องใช้วิธีตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไข้เลือดออกแทน

ข้อห้ามสำหรับผู้ป่วยที่เป็นไข้เลือดออก
ข้อห้ามสำหรับผู้ป่ายที่เป็นไข้เลือดออก อาการของผู้ที่เป็นไข้เลือดออกคือเกล็ดเลือดจะต่ำ มีเลือดออกได้ง่าย สิ่งที่ควรระวังโดยทั่วไปคือเรื่องยาลดไข้ ยาลดไข้ให้รับประทานได้แค่ ยาพาราเซตามอลเพียงอย่างเดียว ส่วนยาในกลุ่มอื่นๆ เช่นแอสไพรินไม่ควรรับประทานเพราะจะทำให้คนไข้เลือดออกได้มากขึ้น ก็ต้องเรียนให้ทราบว่าถ้าเลือดออกโอกาสเสียชีวิตก็จะเพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้นแนะนำให้พบแพทย์ให้เร็วที่สุดเพื่อได้รับการดูแลตั้งแต่ต้นโอกาสเสียชีวิตจะน้อยลง ไข้เลือดออกนับเป็นโรคที่อันตรายถึงชีวิตถ้ามาถึงโรงพยาบาลช้าโอกาสเสียชีวิตก็สูงขึ้น

สำหรับการรักษายังไม่มียารักษาโรคไข้เลือดออกโดยเฉพาะ มีเพียงวัคซีนในการป้องกันมีประสิทธิผลที่ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งในขณะนี้กำลังมีการวิจัยวัคซีนอีกชนิดขึ้นมา ดูเหมือนว่าจะได้ผลดีแต่ว่ายังไม่ได้นำออกมาขายในตลาดอาจต้องรอดูกันต่อไป การป้องกันที่ง่ายที่สุดคือพยายามอยู่ห่างจากสถานที่สุ่มเสี่ยง ทำความสะอาดที่พักอาศัยให้ปลอดภัยจากการเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย

สำหรับท่านที่สนใจที่จะเรียนรู้เท่าทันโรคไข้เลือดออกกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานมหกรรมสุขภาพสุดยิ่งใหญ่แห่งปี เฮลท์แคร์ (Healthcare) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 ภายใต้แนวคิด “เรียนรู้ สู้โรค 2019” ระหว่าง วันที่ 27 – 30 มิถุนายน 2562 ณ ฮอลล์ 5 อิมแพคเมืองทองธานี ที่รวบรวมบุคลากรทางการแพทย์ทั้งจากโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชนกว่า 30 แห่ง พร้อมใจยกทัพมาตรวจสุขภาพฟรี และให้บริการทางการแพทย์อีกมากมาย

7 กลุ่มเสี่ยง มาฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ฟรี! ได้ที่งาน Healthcare เรียนรู้ สู้โรค 2019

27 – 30 มิถุนายนนี้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร จัดเตรียมวัคซีนไข้หวัดใหญ่เพื่อฉีด”ฟรี”ให้กับประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่

1. หญิงมีครรภ์อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป
2. เด็กอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี
3. ผู้มีโรคเรื้อรังประจำตัว ได้แก่ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หัวใจ หืด ไตวาย หลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน
4. ผู้สูงอายุที่อายุ 65 ปีขึ้นไป
5. ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้
6. โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมทั้งผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ
7. โรคอ้วน หรือผู้ที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 100 กิโลกรัม หรือดัชนีมวลกายตั้งแต่ 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
คลิกลงทะเบียน http://bkkapp.nhso.go.th/public/vaccine01
หรือ สแกน QR Code ด้านล่าง เพื่อลงทะเบียนได้เลย

ซินเจนทา ร่วมฉลองวันข้าวและชาวนาไทย โชว์นวัตกรรมเด่น ช่วยชาวนาลดต้นทุนได้ 15%

นางสาววัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ หมอพืชและผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนธุรกิจ ซินเจนทา ประเทศไทย เปิดเผยว่า กลุ่มธุรกิจซินเจนทาได้รับรางวัลการเกษตรยั่งยืนระดับโลก สาขา “ความร่วมมือจากฟาร์มสู่ตลาดผู้บริโภค” จาก The Alliance for Sustainable Agriculture ในประเทศสหรัฐอเมริกา ในโครงการลดต้นทุนและพัฒนาเพิ่มผลผลิตข้าวให้เกษตรกร รวมทั้งการบริหารจัดการระบบเกษตรกรรม และพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมการเกษตร

สำหรับซินเจนทาในประเทศไทยเราได้เริ่มงานวิจัยภายใต้โครงการเกษตรกรชาวนามืออาชีพ โดยฝ่ายวิจัยและพัฒนา มาตั้งแต่ปี 2560 จนกระทั่งประสบผลสำเร็จ โครงการนี้สามารถนำนวัตกรรมมาแก้ไขปัญหาให้ชาวนาได้อย่างเป็นรูปธรรม สามารถช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิตได้ 15% ขณะที่ผลผลิตเพิ่มขึ้นสูงสุด 20% ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับการทำนาแบบเดิม

นายดำรงศักดิ์ เดี่ยววาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนา ซินเจนทา ประเทศไทย ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ซินเจนทาได้รับฟังปัญหาของชาวนามาตลอดเวลากับภาวะต้นทุนสูง ผลผลิตต่ำ รายได้ไม่เป็นตามที่คาดการณ์ เราจึงต้องทำงานวิจัยพัฒนาอย่างจริงจัง ทำแปลงทดสอบมากกว่าหนึ่งร้อยการทดลอง ในที่สุดเราก็ประสบผลสำเร็จจากการทำ “โครงการเกษตรกรชาวนามืออาชีพ” เพื่อลดต้นทุนการผลิต และนำผลผลิตของชาวนาเข้าสู่อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปเป็นข้าวอบกรอบ โดยซินเจนทา และพันธมิตรจากอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป ได้พัฒนาโปรแกรมการบริหารการปลูกข้าว การเลือกใช้พันธุ์ข้าวที่ตอบโจทย์เหมาะกับการนำไปแปรรูปเป็นข้าวอบกรอบ

จากนั้นมีการจัดการระบบการปลูก การดูแลดิน การให้น้ำ การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน การจัดการและวิเคราะห์สารตกค้าง และการใช้ปัจจัยการผลิต ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ย หรือสารอารักขาพืช อย่างถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม โครงการดังกล่าวนี้ เราต้องใช้ระยะเวลาวิจัยถึง 2 ปีตั้งแต่ปี 2560 ในพื้นที่จังหวัดชัยนาทและสุพรรณบุรี จนมาประสบผลสำเร็จในปีนี้ ปัจจุบันมีกลุ่มเกษตรกรในโครงการ 300 ราย คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 10,000 ไร่ และในอนาคต วางแผนขยายไปยังพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร สุโขทัย และอุตรดิตถ์อีกด้วย

“โครงการดังกล่าว ไม่ได้พัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวนาอย่างยั่งยืนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นหลักประกันให้อุตสาหกรรมอาหาร และภาคการเกษตรตลอดห่วงโซ่มีความยั่งยืน มีความมั่นคงด้านอาหาร เพราะเป็นการดูแลตั้งแต่เริ่มปลูก ให้ได้ผลผลิตสามารถป้อนวัตถุดิบเข้าสู่อุตสาหกรรมอาหารได้อย่างสม่ำเสมอ จะเห็นว่าเราดูแลใส่ใจเกษตรกร ด้วยการนำนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์มาใช้แก้ปัญหา เราไม่ละเลยที่จะมีกระบวนการตรวจสอบความปลอดภัยในกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้ข้าวที่มีคุณภาพ ปลอดภัยไม่เกินค่ามาตรฐานสารตกค้าง ก่อนที่จะส่งต่อผลผลิตของชาวนาเข้าสู่อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป ทั้งนี้ก็เพื่อความมั่นใจเรื่องอาหารปลอดภัยต่อผู้บริโภค ชาวนามีสุขภาพที่ดี มีความสุขมากขึ้น” นางสาววัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ หมอพืชกล่าวสรุป

การบริการวิชาการแก่สังคมเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่ให้บริการด้านวิชาการแก่ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ในรูปแบบต่างๆ ตามความถนัดและความเชี่ยวชาญของคณาจารย์ โดยให้บริการวิชาการทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน หน่วยงานสาธารณะ ชุมชน และสังคม

ทั้งนี้ รูปแบบการให้บริการวิชาการนั้นมีความหลากหลาย อาทิ การอนุญาตให้ใช้ทรัพยากรของสถาบัน เป็นแหล่งอ้างอิงทางวิชาการ การทำประโยชน์แก่สังคม ได้รับประโยชน์ในด้านต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ของอาจารย์ นำมาสู่การพัฒนาหลักสูตร การบูรณาการ เพื่อใช้ประโยชน์ทางการเรียน การสอน รวมทั้งสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานต่างๆ สร้างแหล่งเรียนรู้ให้กับนักศึกษา สร้างรายได้ให้กับคณะ นำไปสู่ความยั่งยืนของชุมชน

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย (มทร.ศรีวิชัย) และองค์การบริหารส่วนตำบลท่าข้าม ร่วมบันทึกข้อตกลง โครงการบริการวิชาการแก่สังคม ตำบลท่าข้าม อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา บูรณาการร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยได้รับความร่วมมือจากคณาจารย์สาขาต่างๆ นำความรู้ในสาขาวิชาของตนเองไปถ่ายทอดและเผยแพร่ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับชุมชนและท้องถิ่น สามารถต่อยอดความรู้ที่สอดคล้องและบูรณาการเข้ากับวิถีชุมชนได้เป็นอย่างดี จากการลงพื้นที่พบว่า ชาวบ้านมีการรวมกลุ่มทำอาชีพที่หลากหลาย เช่น กลุ่มผลิตมันทอดบ้านเขากลอย กลุ่มเครื่องแกงสมุนไพรบ้านคลองจิก กลุ่มขนมถั่วทอด กลุ่มขนมเปี๊ยะ กลุ่มน้ำสมุนไพร และกลุ่มเพาะเห็ดแครง เป็นต้น

ซึ่งแต่ละกลุ่มอาชีพนำแนวคิดมาพัฒนาอาชีพให้มีความเข้มแข็ง ทาง มทร.ศรีวิชัย มองว่าชุมชนท่าข้ามมีความตั้งใจในการพัฒนาอาชีพ และสามารถต่อยอดให้เกิดรายได้ โดยเฉพาะกลุ่มเพาะเห็ดแครง คณาจารย์พร้อมด้วยนักศึกษา มทร.ศรีวิชัย ลงพื้นที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ชาวบ้านในชุมชน พัฒนาให้ชุมชนมีความเข้มแข็งในการประกอบอาชีพด้านอาหาร ซึ่งนวัตกรรมด้านอาหารมีความสำคัญในการเพิ่มผลผลิต นำไปสู่มาตรฐานของการผลิต การรับรองคุณภาพทางด้านอาหาร รวมถึงการนำสิ่งที่เหลือจากการผลิตนำมาผลิตซ้ำให้เกิดประโยชน์

อาจารย์พิทักษ์ สถิตวรรธนะ อาจารย์ประจำสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ศรีวิชัย กล่าวว่า สำหรับโครงการบริการวิชาการ พื้นที่บ้านหินเกลี้ยง เป็นการพัฒนาระบบโรงเรือนเพาะเห็ดแครงอัตโนมัติ พร้อมทั้งนำกลุ่มนักศึกษาสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ลงพื้นที่ในการปฏิบัติงานจริง ทำการติดตั้งกล่องระบบให้เป็นแบบอย่าง เพื่อใช้สำหรับการทดสอบและการใช้งานจริงของระบบควบคุมอัตโนมัติ

โดยตัวกล่องที่ได้ออกแบบและพัฒนามานี้ใช้ระยะเวลาในการพัฒนาประมาณ 5 ปี มีการติดตั้งกล่องระบบให้กับกลุ่มเกษตรกรและศูนย์การเรียนรู้ต่างๆ ในหลายพื้นที่ อาทิ ตำบลกระดังงา ตำบลท่าข้าม ที่บ้านหินเกลี้ยงเป็นอีกศูนย์เรียนรู้สำหรับการเรียนรู้ การสาธิต ระบบเพาะเห็ดแครงอัตโนมัติ โดยระบบจะมีการใช้พลังงานที่ต่ำมาก ทั้งระบบจะใช้พลังงานไม่ถึง 15 วัตต์ จะมีต้นทุนที่ต่ำกว่าการเพาะเห็ดในรูปแบบอื่น นอกจากนี้ ตัวกล่องพัฒนาระบบเพาะเห็ดแครงอัตโนมัติยังถูกออกแบบและควบคุมให้สามารถใช้ในการเพาะเห็ดชนิดอื่นๆ ได้ อาทิ เห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม และเห็ดหลินจือ

สำหรับหลักการทำงานของระบบจะไม่ใช่เป็นแบบตัวตั้งเวลาอย่างเดียว แต่จะมีการเช็คอุณหภูมิ จะมีเซ็นเซอร์ตัววัดอุณหภูมิมีความละเอียด 0.1 องศา โดยนำตัวเซ็นเซอร์ดังกล่าววางไว้ใต้ก้อนเห็ดแครง เมื่อก้อนเห็ดแครงมีอุณหภูมิสูงขึ้น ตัวกล่องระบบก็จะทำการสั่งรดน้ำ ตัวให้น้ำก็จะพ่นละอองน้ำให้กระจายรอบโรงเรือน มีรัศมีการกระจายละอองน้ำประมาณ 5 เมตร การให้น้ำแบบนี้จะไม่มีตัวตกค้างอยู่ในก้อนเห็ดแครง จะช่วยให้เห็ดแครงออกดอกอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้ผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น

คุณเพ็ญพร ขวัญขำ ประธานกลุ่มเพาะเลี้ยงเห็ดแครง ชุมชนบ้านหินเกลี้ยง กล่าวว่า หลังจาก มทร.ศรีวิชัย เข้ามาติดตั้งกล่องระบบเพาะเห็ดแครงอัตโนมัตินั้น มีประโยชน์กับทางกลุ่มอย่างมาก ช่วยลดค่าใช้จ่ายทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ทำให้กลุ่มเกษตรกรบ้านหินเกลี้ยง ตำบลท่าข้าม อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ใช้เวลาว่างหลังจากการทำสวน ช่วยสร้างรายได้ให้กับครอบครัว

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อาจารย์พิทักษ์ สถิตวรรธนะ อาจารย์ประจำสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย โทรศัพท์ (089) 738-6158

ไข่นกกระทา เป็นไข่ของนกประเภทนกคุ่มหรือนกกระทา มีลักษณะคล้ายกับไข่ไก่แต่มีขนาดเล็กกว่ามาก และมีจุดแต้มหรือลายประสีต่างๆ บนเปลือกไข่ ไข่นกกระทามีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าไข่ไก่ เต็มไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ มากกว่าไข่ชนิดอื่นๆ สามารถรับประทานได้ทั้งไข่ดิบ ไข่สุก ไข่อบ และไข่ทอด ถือว่าเป็นวัตถุดิบหลักในการทำอาหาร โดยเฉพาะการทำกระเพาะปลา พะโล้ไข่นกกระทา ทั้งนี้ยังปรุงเป็นขนมหรืออาหารรับประทานเล่น สามารถซื้อได้ตามตลาดและร้านค้าทั่วไป

อาจารย์ทวิชาติ เย็นวิเศษ และ อาจารย์จรัญ ธรรมใจ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี พร้อมด้วย นายพรนุวัฒน์ แก้วรัตน์ และ นายศุภณัฐ สุวรรณขาว นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ร่วมกันออกแบบและสร้าง “เครื่องปอกเปลือกไข่นกกระทา” จากนั้นนำไปสนับสนุนการผลิตไข่นกกระทาของบ่อเตี้ยฟาร์ม ตำบลม่วงงาม อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา

ขั้นตอนในการปอกเปลือกไข่นกกระทาโดยใช้เครื่องสำเร็จรูป การปอกเปลือกไข่นกกระทาจะนำไข่นกกระทาที่ผ่านการกะเทาะเปลือกแล้วใส่ในเครื่องปอก โดยมีช่องสำหรับเทไข่นกกระทาเข้าสู่เครื่อง ไข่จะไหลเข้าหาเพลาที่หุ้มด้วยยาง เพลาจะมีการทำงานโดยการหมุนตัวเข้าหากันเพื่อหนีบเปลือกไข่นกกระทาให้หลุดออก และขณะเพลาหมุนเข้าหากัน จะมีแป้นสำหรับกดไข่นกกระทาให้สัมผัสกับเพลา การทำงานจะเป็นระบบต่อเนื่อง สามารถปอกเปลือกไข่นกกระทาได้ประมาณ 6,000 ฟอง ต่อชั่วโมง

อาจารย์ทวิชาติ เย็นวิเศษ และ อาจารย์จรัญ ธรรมใจ กล่าวว่า ในการทำเครื่องปอกเปลือกไข่นกกระทามีความจำเป็นต้องนำความรู้ทางด้านวิศวกรรมอุตสาหการมาบูรณาการ ตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บข้อมูลในการปอกเปลือกไข่ การออกแบบตัวเครื่อง เช่น วิธีการปอกเปลือกไข่แบบเดิม กำลังการผลิตต่อวัน ปัญหาของวิธีการแบบดั้งเดิม จึงนำวิธีการแบบดั้งเดิมมาคิดวิเคราะห์ จากนั้นออกแบบวิธีการปอกเปลือกให้มีประสิทธิภาพมากกว่ารูปแบบเดิม โดยเน้นหลักของเศรษฐศาสตร์ สิ่งหนึ่งที่มีความจำเป็นในการผลิตเครื่องปอกเปลือกไข่นกกระทานั้นคือ การเลือกใช้วัสดุ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้บริโภค ต้องนำความรู้ทางด้านวิชาวัสดุวิศวกรรมมาใช้ ตลอดจนการออกแบบตัวเครื่องก็เช่นกัน นำความรู้ด้านวิชากลศาสตร์ การประกอบชิ้นส่วนต่างๆ ควบคู่กับการใช้ความรู้จากการเรียนงานเชื่อม งานเครื่องมือกล และงานทางด้านไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ และสามารถนำมาบูรณาการสำหรับการผลิตเครื่องปอกเปลือกไข่นกกระทาให้พร้อมต่อการใช้งาน

สำหรับแนวทางในการพัฒนา หากมีความจำเป็นที่จะต้องปอกเปลือกไข่ครั้งละจำนวนมากๆ นั้น สามารถนำแนวคิดจากการผลิตเครื่องปอกเปลือกไข่นกกระทา นำมาประยุกต์ใช้ได้กับการปอกเปลือกไข่ชนิดต่างๆ อาทิ เครื่องปอกเปลือกไข่ไก่ เครื่องปอกเปลือกไข่เป็ด เป็นต้น อย่างไรก็ตาม จะมีการพัฒนาเครื่องปอกเปลือกไข่นกกระทาให้มีความสามารถในการปอกเปลือกให้มีการผลิตและมีปริมาณจำนวนมาก เพื่อนำไปใช้งานในระดับอุตสาหกรรมต่อไป

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อาจารย์จรัญ ธรรมใจ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย โทรศัพท์ 089-658-0474

แม้บทความนี้จะเริ่มต้นพาดหัวเนื้อหาด้วยคำว่า “ทำเงิน” แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เลี้ยงน้องหมาคอร์กี้ แล้วขายเพื่อให้มีรายได้ เพราะเจ้าของสถานที่หรือคาเฟ่หมาคอร์กี้ที่กำลังจะเอ่ยถึง เลี้ยงหมาด้วยใจรัก รักตั้งแต่ก่อนจะนำมาเปิดเป็นคาเฟ่เสียอีก

คุณธันย์ชนก คณาวงษ์ หรือ คุณปุ๊ เจ้าของคาเฟ่หมาคอร์กี้ ย่านถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร เป็นคนจุดประกายคาเฟ่นี้ขึ้น

คุณธันย์ชนก บอกว่า การเลี้ยงสัตว์เป็นสิ่งที่ชอบมาตั้งแต่เด็ก ไม่เจาะจงว่าเป็นสัตว์ชนิดไหน แต่ท้ายที่สุดเมื่อเริ่มโตก็เหลือเพียงสุนัขชนิดเดียวที่ยังคงเลี้ยงอยู่และมีหลายสายพันธุ์ ตั้งแต่โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ ไซบีเรียน ฮัสกี้ บีเกิ้ล สุนัขไทย ทุกอย่างเริ่มต้นมานานไม่น้อยกว่า 10 ปี จากความรักความชอบในสัตว์เลี้ยงชนิดนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดกิจการงอกเงยตามมา

“เมื่อ 10 กว่าปีก่อน สุนัขที่เราซื้อจากฟาร์มที่มีชื่อ พอได้มาทางฟาร์มก็ชักชวนเราทำสุนัขประกวด เราก็ลองทำประกวด แต่สุดท้ายก็รู้ว่าไม่ใช่ เราเลี้ยงสุนัขเพราะรัก ต้องการให้เขาอยู่กับเราแล้วมีความสุข สบาย เราไม่มีความสุขที่ต้องพาสุนัขไปประกวด เลยตัดสินใจไม่เข้าวงการประกวด ไม่ผสมเพื่อพัฒนาสายพันธุ์สุนัข แล้วหันกลับมาเลี้ยงเล่นเสมือนสมาชิกในครอบครัว สร้างความสุขให้กับเขาดีกว่า”

3 ปีก่อน กิจการโรงแรมสุนัขจึงเกิดขึ้น ด้วยมือของคุณธันย์ชนก เพราะมองเห็นความพร้อมในการดูแลสุนัขของตนเอง จึงตัดสินใจเปิดโรงแรมสุนัขขึ้น และในโรงแรมมี grooming หรือการดูแลสุนัขในทุกๆ ด้าน มีพื้นที่มากพอให้สุนัขวิ่งเล่นออกกำลังกาย มีสระว่ายน้ำ และอื่นๆ รับฝากสุนัขทุกสายพันธุ์ มีข้อกำหนดสำหรับสุนัขที่จะเข้าพักเสมือนโรงแรมที่รับฝากสุนัขทั่วไป ซึ่งตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่ให้บริการโรงแรมสุนัข ก็มีลูกค้ามาใช้บริการจำนวนมาก เพราะสิ่งพิเศษของการดูแลสุนัขที่นี่คือ เจ้าของสุนัขสามารถดูความเคลื่อนไหวของสุนัขตนเองได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านทางแอปพลิเคชั่น