บริเวณหาดราไวย์ จังหวัดภูเก็ต ได้พบเห็นประชากรชาวเลมอ

เก็นปูเลา มอเก็นตามับ และชาวเลอูรักลาโว้ย ตั้งถิ่นฐานอยู่ด้วยกัน อีกทั้งนิยมแต่งงานข้ามกลุ่มผสมผสานกันมาก นอกจากนั้น ยังมีชาวเลมอเก็นปูเลาและมอเก็นตามับหลายคน ไปแต่งงานอยู่กินกับชาวเลอูรักลาโว้ย ที่เกาะพีพี และเกาะลันตา จังหวัดกระบี่

ยังมีชาวเลอูรักลาโว้ยบางกลุ่ม ที่อยู่บนเกาะบูโหลน จังหวัดสตูล และบ้านเกาะปอ เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เช่น ชาวเลมอเก็นปูเลาย้ายไปอยู่เกาะเหลา หรือเกาะหลาม จากเกาะระไปอยู่ที่เกาะพระทอง ย้ายจากบ้านบอแหน ไปอยู่ศาลาด่าน จากเกาะสีเหร่ เดินทางไปที่บ้านหินลาด อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา เป็นต้น

ปัจจุบันชาวเลอูรักลาโว้ย ยังมีเครือญาติที่อาศัยอยู่ในชุมชนเดียวกัน ใช้นามสกุลพระราชทานเหมือนกันหมด เช่น ชาวเลอูรักลาโว้ยที่อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ กลุ่มบ้านหัวแหลม ใช้นามสกุล “ทะเลลึก” กลุ่มบ้านไร่ และคลองดาว ใช้นามสกุล “ช้างน้ำ” ที่จังหวัดภูเก็ต กลุ่มเกาะสีเหร่ และราไวย์ ใช้นามสกุล “ประมงกิจ” กลุ่มเกาะหลีเป๊ะ เกาะบูโหลน ในจังหวัดสตูล ใช้นามสกุล “หาญทะเล” เป็นต้น

คุณขวัญเกล้า มีหลำ ได้เล่าถึงชุมชนโต๊ะบาหลิวว่า ตั้งบ้านเรือนอยู่ในตำบลศาลาด่าน อยู่ห่างจากที่ว่าอำเภอ 400 เมตร โดยมีคลองคั่นกลาง พื้นที่ตั้งชุมชนตั้งอยู่ใกล้กับท่าเทียบเรือศาลาด่าน ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้ทำมาหากินได้คล่อง เดินทางสะดวก และตั้งอยู่ไม่ไกลจากตลาดมากนัก ทำให้สะดวกต่อการนำสิ่งของ อาหารจากท้องทะเลที่หาได้ ไปแลกเปลี่ยนหรือขายในตลาด

อีกทั้งด้านการคมนาคม การเดินทางโดยเรือ โดยใช้ท่าเทียบเรือศาลาด่าน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางน้ำ การเดินทางโดยรถยนต์และรถประจำทางจากตัวเมืองจังหวัดกระบี่มายังท่าเทียบเรือศาลาด่าน ซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งอยู่ใกล้กับเส้นทางเข้าสู่ชุมชนโต๊ะบาหลิวได้ง่าย ในอดีตเป็นสะพานไม้ แต่ปัจจุบันได้สร้างสะพานคอนกรีต มีระยะทางประมาณ 200 เมตร เข้าออกบ้านเรือนได้สะดวกยิ่งขึ้น

ชาวอูรักลาโว้ย ต่างรับรู้ถึงความเป็นมาว่า เดิมชาวอูรักลาโว้ยเป็นชนเผ่าใหญ่ในประเทศมาเลเซีย แต่เกิดความขัดแย้งกัน เนื่องจากมาเลเซียเคร่งครัดในทางศาสนา ที่มีข้อห้ามต่างๆ แต่ชาวอูรักลาโว้ยไม่สามารถปฏิบัติตามข้อห้ามอย่างเคร่งครัดได้ โดยเฉพาะการบริโภคเนื้อหมู การดื่มสุรา เป็นต้น

ทำให้ชาวอูรักลาโว้ย ต้องถูกขับไล่ออกนอกประเทศ จึงต้องแยกย้ายกันหาที่พักใหม่ โดยออกเดินทางมาพักอาศัยที่เกาะอาดัง และเดินทางเรื่อยมาถึงบริเวณเกาะบุโหลน เกาะลันตา ไปถึงบริเวณหาดราไวย์จังหวัดภูเก็ต เป็นต้น

ชาวอูรักลาโว้ยที่อาศัยบนเกาะหลีเป๊ะและเกาะอาดัง ต่างมีความเชื่อว่าบรรพบุรุษ ชาวอูรักลาโว้ยเป็นกลุ่มที่เดินทางไปจากเกาะลันตา ซึ่งเป็นบ้านแห่งแรกในฝั่งทะเลอันดามัน ยังมีเรื่องเล่าขานสืบต่อกันมาว่าโต๊ะคีรี เป็นผู้ซึ่งเดินทางมาจากประเทศอินโดนีเซีย ได้แต่งงานกับสาวชาวอูรักลาโว้ยบนเกาะลันตาและเกาะสิเหร่ ให้มาอาศัยอยู่ที่หมู่เกาะอาดัง ราวี ในช่วงสิ้นรัชสมัยรัชกาลที่ 5

อย่างไรก็ตาม “ศาลาดำ” หรือ “ชุมชนโต๊ะบาหลิว” เป็นพื้นที่ที่ชาวเลอูรักลาโว้ยที่อพยพมาจากบ่อแหน ซึ่งเป็นพื้นที่บรรพบุรุษมาตั้งรากฐานตั้งแต่ต้น แต่เนื่องจากมีนายทุนมาสัมปทานพื้นที่ป่าชายเลน เพื่อนำไม้โกงกางมาเผาถ่าน ทำให้มีคนนอกพื้นที่เข้ามาอาศัยบริเวณบ้านบ่อแหนจำนวนมากขึ้น ส่วนบริเวณ “ศาลเจ้าโต๊ะบาหลิว” ยังคงใช้เป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมและเป็นที่จอดเรือ

ปัจจุบัน ชาวอูรักลาโว้ยถูกจำกัดพื้นที่ให้อยู่อาศัยบนเกาะลันตาเท่านั้น เพราะเจ้าของธุรกิจการท่องเที่ยวไม่ยินยอมให้เรือประมงจอดบริเวณหน้ารีสอร์ต ดังนั้น ชาวอูรักลาโว้ยจึงนำเรือมาจอดรวมกันที่บริเวณหน้าบ้านโต๊ะบาหลิวแทน ทำให้ชาวเลมาทำเพิงพักรอบๆ ศาลเจ้าเพื่อเฝ้าเรือ ปัจจุบันชาวเลชุมชนในไร่และศาลเจ้าโต๊ะบาหลิวมีจำนวน 130 คน ผู้นำทางความเชื่อหรือชาวเลเรียกกันว่า โต๊ะหมอ หรือหมอมะดิเอน ช้างน้ำ เป็นผู้สูงวัยที่เคารพศรัทธาของชาวเลบ้านโต๊ะบาหลิว

สำหรับบ้านสังกาอู้ ซึ่งอยู่ในเขต หมู่ที่ 7 ตำบลเกาะลันตาใหญ่ นั้นมีที่มาว่า “สังกาอู้” หมายถึง ปลากระเบนราหู โดยชาวสังกาอู้เชื่อกันว่าแต่เดิมอาศัยอยู่ในทะเล มีปลากระเบนราหูตัวหนึ่งนำทางพวกเขามายังเกาะลันตา ทำให้มีถิ่นฐานอยู่อาศัยที่ถาวรมาตั้งแต่นั้นมา ปัจจุบันมีกองหินเรียกว่า “หินเหงือ” ซึ่งมีชาวบ้านนับถือศรัทธา ว่าเป็นที่สิงสถิตของปลากระเบนราหูตัวนั้น เป็นจ้าวแห่งทะเล ชาวเลจึงเรียกกันว่า “โต๊ะอีสังกาอู้” ชาวเลจะนำธงแดงไปปักไว้ที่กองหิน เพื่อแสดงความเคารพ ปัจจุบันบ้านสังกาอู้ มีประชากรชาวเลมากกว่า 400 คน โดยมี โต๊ะหมอประกอบ ทะเลลึก คุณมาราศี ทะเลลึก คุณหี้ เก็บ ช้างน้ำ คุณจุเร็ม ทะเลลึก เป็นต้น เป็นกลุ่มผู้นำทั้งด้านความเชื่อและกรรมการชุมชน

คุณเดียว ทะเลลึก หนุ่มวัยกลางคนของชาวบ้านโต๊ะบาหลิว เล่าให้ฟังว่า สิ่งที่ชาวอูรักลาโว้ยในชุมชน โต๊ะบาหลิวนั้นเชื่อ คือเชื่อในเรื่องของ “โต๊ะ” หรือ “ดาโต๊ะ” ใช้คำเรียกเหมือนกันกับคำเรียกชื่อ ปู่ ย่า ตา ยาย ของชาวมุสลิมในภาคใต้ ซึ่งเป็นวิญญาณบรรพบุรุษ หรือบุคคลที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ แฝงตัวอยู่ในร่างต่างๆ ของสัตว์ เช่น นก เสือ ปลา งู จอมปลวก ก้อนหิน หรือ สถานที่ เป็นต้น

คุณมะดิเอน ช้างน้ำ ผู้นำทางจิตวิญญาณ เรียกว่า “โต๊ะหมอ” เล่าว่า ชุมชนโต๊ะบาหลิวนั้นมีความเชื่อเกี่ยวกับวิญญาณที่ปกป้องหมู่บ้านไม่ให้เกิดสิ่งเลวร้ายต่างๆ และช่วยคุ้มครองชุมชนให้สงบ อยู่เย็น เป็นสุข ความเชื่อเหล่านี้ได้รับการถ่ายทอดสืบต่อกันมายาวนานจากผู้สูงอายุรุ่นต่อรุ่น

และมีศาลเจ้าโต๊ะบาหลิวที่เป็นศูนย์กลางของชุมชนในการกราบไหว้ ขอพร และประกอบพิธีกรรมต่างๆ ในศาลเจ้าแห่งนี้เป็นที่ตั้งของวิญญาณบรรพบุรุษ 3 องค์ ด้วยกันคือ โต๊ะบิกง (คนกลาง) โต๊ะบาหลิว (ซ้าย) โต๊ะอาดัม (ขวา) แต่เดิมศาลเจ้าไม่ได้อยู่บริเวณนี้ แต่ต้องย้ายมาจาก บ้านบ่อแหน เนื่องจากถูกนายทุนบุกรุกพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถเข้าไปกราบไหว้ได้เหมือนเดิม จึงได้ย้ายศาลเจ้ามาประดิษฐานไว้เพื่อสำหรับกราบไหว้ในชุมชนโต๊ะบาหลิวจนถึงปัจจุบัน

ชาวอูรักลาโว้ย เชื่อถือศรัทธาว่ามีวิญญาณบรรพบุรุษสิงสถิตอยู่ทุกหนทุกแห่ง ทำให้ชาวอูรักลาโว้ย รักษาธรรมเนียมการปฏิบัติต่อศาลเจ้าโต๊ะบาหลิวอย่างเคร่งครัด หากผู้ใดผู้หนึ่งฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ จะทำให้เกิดความเดือดร้อน เกิดโรคภัยไข้เจ็บ กล่าวกันว่าเป็นบทลงโทษของบรรพบุรุษ ส่งผลให้ธรรมชาติที่ล้อมรอบชุมชนยังสมบูรณ์เพราะเคารพธรรมชาติของชาวอูรักลาโว้ย ที่แสดงผ่านความเชื่อวิญญาณบรรพบุรุษ

รู้จัก พาราควอต สารพิษฆ่าหญ้า ยอดนิยมในไทย หลังรัฐบาลมีมติไม่แบน

พาราควอต – หลังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะกรรมการวัตถุอันตราย ไม่แบนพาราควอต โดย กรรมการวัตถุอันตรายที่ลงมติแบนมีเพียง 5 คน ลงมติให้มีการใช้ต่อไปตามข้อเสนอของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 16 คน และไม่ออกเสียง 6 คน

หลังมติดังกล่างออกมา เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษร้ายแรง 686 องค์กร ออกแถลงการณ์แสดงความรู้สึกผิดหวังและเศร้าสลดที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติไม่แบนพาราควอต สารพิษร้ายแรงที่มากกว่า 50 ประเทศทั่วโลกห้ามใช้แล้ว สวนทางกับข้อเสนอของ

(1) กระทรวงสาธารณสุข และคณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง (2) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (3) คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข (4) คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

(5) ผู้ตรวจการแผ่นดิน (6) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (7) สภาเกษตรกรแห่งชาติ (8) สภาเภสัชกรรม (9) แพทยสภา (10) เครือข่ายประชาคมวิชาการ (11) เครือข่ายนักธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (12) องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เป็นต้น ที่เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการยกเลิกสารพิษนี้ภายในปี 2562

เครือข่ายฯ ผิดหวังเป็นที่สุดต่อบทบาทของ นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ และข้าราชการระดับสูงกลุ่มหนึ่งในกระทรวง ซึ่งมีบทบาทอย่างสำคัญที่ทำให้ตัวแทนของกระทรวงเกษตรฯ ทั้ง 5 คน ในคณะกรรมการวัตถุอันตรายเสนอให้มีการใช้พาราควอตต่อไป

โดยจะให้มีการพิจารณาเรื่องนี้ใหม่เมื่อพ้นระยะ 2 ปี ไปแล้ว การกระทำดังกล่าวถือเป็นการเพิกเฉยต่อข้อมูลทางวิชาการอันหนักแน่น และเสียงเรียกร้องขององค์กรต่างๆ ปล่อยให้มีการใช้สารพิษร้ายแรงซึ่งคุกคามต่อชีวิตของเกษตรกร ผู้บริโภค และเด็กทารก ทุก 1 ใน 2 คน ที่จะลืมตามมาดูโลก

รัฐบาล คสช. ซึ่งมีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศ กำกับดูแลหน่วยงานของรัฐ โดยมีกรรมการที่มาจากหน่วยงานของรัฐมากถึง 19 คน จากกรรมการวัตถุอันตรายทั้งหมด 29 คน ต้องมีส่วนในความรับผิดชอบในการลงมติที่เอื้อต่อประโยชน์ของบริษัทสารพิษกำจัดศัตรูพืชในครั้งนี้

และประชาชนควรจะเป็นผู้ตัดสินใจให้บทเรียนกับผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจทางนโยบายที่ไม่ได้ทำหน้าที่ที่ต้องกระทำ รวมทั้งมีมาตรการที่เหมาะสมต่อหน่วยงานและผู้ที่ลงมติไม่แบนสารพิษร้ายแรงครั้งนี้จำนวน 16 คน ด้วย

เครือข่ายขอประกาศว่า จะเดินหน้าเคลื่อนไหวเพื่อให้มีการยกเลิกพาราควอตและสารพิษร้ายแรงอื่นๆ ต่อไป โดยสนับสนุนให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการยื่นเรื่องนี้ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง

รณรงค์ไม่สนับสนุนสินค้าและบริการจากผู้ผลิตและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนสารพิษร้ายแรง และร่วมกันรณรงค์ไม่ให้บุคคล กลุ่มบุคคล ที่เลือกข้างกลุ่มทุนสารพิษ ไม่ให้เข้ามามีอำนาจในการบริหารประเทศอีก

สำหรับ พาราควอต เป็นยากำจัดวัชพืชชนิดหนึ่งที่เป็นที่นิยมที่สุดในโลก ถูกสังเคราะห์ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1882 (พ.ศ. 2425) แต่ถูกนำมาใช้กำจัดวัชพืชครั้งแรก เมื่อปี ค.ศ. 1955 (พ.ศ. 2498) ผลิตจำหน่ายครั้งแรกในปี ค.ศ. 1961 (พ.ศ. 2504)

สำหรับในประเทศไทย พาราควอต เป็นชื่อของสารเคมีกำจัดวัชพืช หรือยาฆ่าหญ้าที่เกษตรกรไทยนิยมใช้ในพืชไร่ เป็นยาเผาไหม้ออกฤทธิ์เร็ว ทำให้วัชพืชแห้งเหี่ยวและตายได้ภายใน 1-2 ชั่วโมง โดยไม่มีฤทธิ์ทำลายระบบรากของพืชประธาน ใช้ในไร่อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา

ในปี 2560 ไทยนำเข้าสารพาราควอต 44,501 ตัน มูลค่า 3,816 ล้านบาท เป็นมูลค่าสูงเป็นอันดับหนึ่งของวัตถุอันตรายที่นำเข้ามาในไทย

ในทางพิษวิทยา พาราควอต ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อที่สัมผัส ผิวหนังเป็นแผลพุพอง หากสัมผัสกับตาจะทำให้ตาบวมแดงอักเสบ ประสิทธิภาพในการมองเห็นลดลง หากบริโภคจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองลำคอ ปอด และหายใจไม่ออก และส่งผลต่อสภาวะการทำงานของตับ

บีบีซีไทย รายงานว่า การตกค้างของพาราควอตต่อพืชผัก จากการศึกษาของนักวิชาการมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างที่ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู ในเดือน ธ.ค. 2560 ตรวจพบสารพาราควอตในผักท้องถิ่นทุกตัวอย่าง ได้แก่ พริกแดง กะเพรา คะน้า ชะอม

ขณะที่การตรวจสารตกค้างของผักผลไม้ในซูเปอร์มาร์เก็ตและห้างค้าปลีกของเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) พบสารพาราควอตในผักผลไม้ในระดับเกินมาตรฐานสูงถึง 38 ตัวอย่าง จาก 76 ตัวอย่าง

มติการไม่แบนสารพิษดังกล่าว กำลังกลายเป็นข้อถกเถียงในวงกว้าง และหลายองค์กรเตรียมยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาล ลุกลามไปถึงเตรียมรณรงค์ไม่ให้บุคคล กลุ่มบุคคล ที่เลือกข้างกลุ่มทุนสารพิษ ไม่ให้เข้ามามีอำนาจในการบริหารประเทศอีก

เมื่อวันนี้ (15 ก.พ.) เวลา 12.00 น. ที่ลานวัดบ้านดอนแก้ว หมู่ 6 ต.บึงงาม อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ดนายจันทรา จันทาทอง อายุ 43 ปี คณะกรรมการเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีร้อยเอ็ดและยโสธร และเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีกว่า 200 คน ได้จัดงานบุญกุ้มข้าวใหญ่ ครั้งที่ 8 พร้อมอ่านคำประกาศ ยกเลิกร่าง พ.ร.บ.ข้าว ในมาตรา 27

โดยระบุว่า จากกรณีที่มีการร่างแก้ไขพ.ร.บ.ข้าว พ.ศ… โดยทางคณะกรรมาธิการวิสามัญจะสรุปและเตรียมเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาในวาระ 2 และวาระ 3 เร็วๆนี้ โดยเฉพาะ ในเรื่องการพัฒนาและการค้าเมล็ดพันธ์ุ ตามมาตรา 27 ในร่างพ.ร.บ.ข้าว พ.ศ. .. กฎหมายให้อำนาจเฉพาะการค้าเมล็ดพันธ์ุที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น

หมายความว่าชาวนาที่ทำการเกษตรและมีวิถีชีวิตในการเก็บเมล็ดพันธ์ุใช้เองแบบในอดีตจะไม่สามารถทำได้แล้ว เพราะมีโทษสูงถึงจำคุก 1 ปีและปรับ 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นั้นได้สร้างความกังวลใจให้กับชาวบ้านที่มีวิถีชีวิตกับการเกษตรทั้งนาปีและนาปรัง ที่จะต้องเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวในแต่ละฤดูกาลไว้ใช้ในฤดูกาลผลิตต่อไป

“เพราะเป็นวิถีการสืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ และเป็นการลดต้นทุนในการชื้อพันธุ์ข้าว ซึ่งถ้าร่างพ.ร.บ.ข้าว ฉบับนี้ออกมาจริงก็เปรียบเสมือนการฆ่าเกษตรกรชาวนาให้ตายทั้งเป็น ฆ่าภูมิปัญญาการเก็บเมล็ดพันธุ์ เป็นการเพิ่มภาระและต้นทุนให้ชาวนา เป็นการทำลายห่วงโซ่ของชาวนา

ที่ผ่านมาชาวนาไม่เคยรับรู้ข้อมูลมาก่อนและไม่เคยได้มีส่วนร่วมเลย สุดท้ายนี้หากพ.ร.บ.ข้าวฉบับนี้มีผลออกมาบังคับใช้จริงผู้ที่ได้รับประโยชน์คือนายทุน ดังนั้น เครือข่ายลุ่มน้ำชี จ.ร้อยเอ็ดและ จ.ยโสธร จึงมีข้อเสนอต่อเรื่องดังกล่าวคือให้ สนช.ยกเลิกการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ข้าว อย่างเด็ดขาด”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเรือกระแชงของพ่อค้า 2 ลำ ติดกอผักตบชวาในแม่น้ำท่าจีนนานกว่า 5 ชั่วโมง ไม่สามารถเดินทางออกจากจุดดังกล่าวได้ เหตุเกิดบริเวณหมู่ 8 ต.สามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม ซึ่งในที่เกิดเหตุพบว่ามีผักตบชวาลอยหนาแน่นอยู่เต็มแม่น้ำท่าจีน ระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร โดยมีเรือของพ่อค้าขายดินปุ๋ย 1 ลำ และเรือของพ่อค้าไอศกรีม 1 ลำ

จากการสอบถาม นายวินัย กุณฑล อายุ 71 ปี พ่อค้าขายดินปุ๋ย เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาก จ.ราชบุรี กับนางนวรัตน์ ศรีวิไล อายุ 59 ปี ภรรยา โดยบรรทุกดินปุ๋ยมาส่งลูกค้าที่ตลาดดอนหวาย อ.สามพราน จ.นครปฐม มาถึงตั้งแต่ช่วง 10.00 น. ปรากฏว่าเรือติดอยู่ในกอผักตบชวา ขยับไปไหนไม่ได้ และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เดินทางกลับบ้าน ปกติแล้วตนจะใช้เส้นทางในการสัญจรทางเรือเพราะประหยัดค่าใช้จ่าย ที่ผ่านมาเคยมีประสบการณ์มาแล้ว ติดนานนอนในเรือถึง 3 วัน เพราะผักตบชวามันหนาแน่นจนไม่รู้จะไปเรียกร้องให้ใครช่วย

ด้าน นายสกาด วุฒิวิรุฬ อายุ 65 ปี พ่อค้าไอศกรีม กล่าวว่า ตนใช้เส้นทางนี้ประจำเพราะต้องเดินทางไปบรรทุกน้ำแข็งเพื่อไปขายริมน้ำ วันนี้ผ่านมาเส้นทางนี้เพียงไม่กี่นาทีผักตบชวาลอยมาแน่นแม่น้ำเต็มไปหมด หลบหนีไม่ทัน มากมายยาวเป็นกิโล ทำให้ติดอยู่แบบนี้กลับบ้านไม่ได้ วันนี้อยู่นานหน่อย 5 ชั่วโมงไม่ขยับเลย ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงหน้าร้อนด้วย ทำให้การขยายพันธุ์ของผักตบชวานั้นแพร่พันธ์ได้อย่างรวดเร็ว คาดว่าต้องรอเวลาในช่วงน้ำลง เพื่อให้ผักตบชวาไหลลงสู่ปากอ่าวน้ำเค็ม แต่หากพอช่วงน้ำขึ้นผักตบก็จะลอยย้อนกลับมาที่เดิม

ทางด้าน นางวิชิน ถนอมชีวนนท์ อายุ 71 ปี แม่ค้าที่อาศัยอยู่ริมน้ำ เผยว่า แต่ก่อนผักตบชวาไม่ได้หนาแน่นอย่างทุกวันนี้ แต่ปัจจุบันการคมนาคมเปลี่ยนไป มีการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเพิ่มมากขึ้น เมื่อถึงช่วงหน้าผักตบขยายพันธุ์หนานแน่นก็ส่งผลให้ผักตบลอยไปติดอยู่ที่ตอม่อสะพานก็จะยิ่งขยายพันธุ์เพิ่ม
ก่อนหน้านี้เมื่อมีปัญหาหนักขึ้น ได้มีหน่วยงานราชการยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ แต่ก็ทำไปแล้วหยุด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ดูเหมือนจะมีโครงการต่างๆ ขึ้นมา ช่วยกำจัดวัชพืช แต่แล้วก็นิ่งไป ไม่จริงจัง อสม.ตามริมแม่น้ำก็มีตั้งขึ้นมาช่วยกันกำจัดแต่ก็แค่พักเดียวก็เลิก เมื่อถึงช่วยหน้าร้อนผักตบจะขยายพันธุ์รวดเร็ว จึงจะมาแก้ไขกัน แต่ก็ไม่ทัน ส่วนตนอาศัยยู่ริมน้ำ จึงมองว่าเป็นเรื่องปกติ

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมกับ โรงพยาบาล (รพ.) เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จัดเสวนาวิชาการ ถอดบทเรียนหนานเฉาเหว่ย กินใช้อย่างไรห่างไกลตับไตวายŽ มีวิทยากรที่คลุกคลีกับสมุนไพรหนานเฉาเหว่ย และผู้ป่วยโรคไต รวมถึงผู้มีประสบการณ์การใช้สมุนไพรหนานเฉาเหว่ย เข้าร่วม

พญ.สุภินดา ศิริลักษณ์ หัวหน้าภาคอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นแพทย์รักษาผู้ป่วยไต พบว่าปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังหรือไตเสื่อมมากขึ้น โดยมีตัวเลขถึง 8 ล้านคน ที่น่าตกใจคือ ประชาชนร้อยละ 98 ไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคไตเสื่อม จนกระทั่งโรคดำเนินเข้าสู่ระยะที่ 5 ซึ่งเป็นเกือบระยะสุดท้ายที่ออกอาการ และก็ยากที่จะรักษาแล้ว

กลุ่มเสี่ยงโรคไตเสื่อม คือ กลุ่มคนไข้ความดันสูง เบาหวาน จึงอยากให้คนกลุ่มนี้ตรวจเช็กเลือดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง นอกจากนี้มีข้อบ่งชี้อีกอย่างคือ ให้สังเกตจากการปัสสาวะกลางคืนบ่อย ก็เป็นภาวะเสี่ยงได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมที่ชอบหาซื้อยาแก้ปวดมารับประทานเอง ทั้งร้านขายยาและยาชุด โดยเฉพาะยากลุ่มที่ออกฤทธิ์เร็ว หากรับประทานต่อเนื่องจะมีผลกระทบทั้งไตและตับŽ พญ.สุภินดากล่าว

พญ.สุภินดากล่าวว่า ขณะนี้มีรายงานจากประเทศเบลเยียมระบุว่า กลุ่มผู้ที่ใช้สมุนไพรลดน้ำหนักมีภาวะไตเสื่อม เนื่องจากใช้สมุนไพรผิดตัวดังนั้น จึงอยากแนะนำว่าการจะดูแลตับไตให้อยู่กับเราไปนานๆ มี 6 ข้อ คือ 1.อย่าซื้อยามารับประทานเอง 2.ไม่แนะนำให้ใช้สมุนไพรกับผู้ป่วยโรคไต เพราะผลการวิจัยส่วนใหญ่จะส่งผลดีกับคนปกติ แต่สำหรับผู้ป่วยยังไม่มีงานวิจัยที่รองรับการรักษา 3.งดรับประทานเค็ม และอาหารที่ใส่ผงชูรสมาก 4.ควบคุมน้ำหนักอย่าให้อ้วน เพราะคนอ้วนจะเสี่ยงกับโรคไตสูงกว่าคนผอม 5.หยุดสูบบุหรี่ และ 6.ควบคุมเบาหวานและความดันŽ พญ.สุภินดากล่าว และว่า หากสามารถทำได้ทั้ง 6 ข้อ โอกาสที่จะเป็นโรคไตเป็นไปได้ยาก

ด้าน ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว หัวหน้าศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า การจัดเสวนาวันนี้อยากชวนคิดว่ามีระบบอะไรที่จะช่วยประชาชนในการใช้สมุนไพรอย่างปลอดภัย และใช้ภูมิปัญญาปู่ย่าตายายมาต่อยอด สำหรับสมุนไพรหนานเฉาเหว่ยนั้น มีชื่อเรียกหลายอย่าง ทั้ง ป่าเฮ่วหมองŽ ที่หมอไทยใหญ่เรียกขาน หรือ ป่าช้าเหงาŽ ป่าช้าร้างŽ ป่าช้าหมองŽ ทั้งนี้ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้เก็บข้อมูลและศึกษาร่วมกับแพทย์พื้นบ้านมานานนับสิบปี ซึ่งพบว่ามีการกิน ใช้ กันมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในชนกลุ่มน้อยไทยใหญ่ที่ยังมีภาวะสงครามอยู่ก็ใช้กันอยู่แต่ไม่ได้แพร่หลาย

ภญ.ผกากรอง กล่าวว่า สำหรับข้อบ่งใช้สมุนไพรหนานเฉาเหว่ยให้ปลอดภัย คือ ไม่ควรรับประทานเกิน 1-3 ใบ และไม่ควรรับประทานทุกวัน โดยอาจจะลวกก่อนเพื่อลดความขม ทั้งนี้ สาเหตุหรือปัจจัยที่หนานเฉาเหว่ยมีผลเสียต่อร่างกายคือ ใช้ขนาดสูงต่อเนื่อง ผู้ใช้มีค่าไตไม่ดีก่อนใช้สมุนไพร รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น การหยุดใช้ยาแผนปัจจุบันกับโรคที่เป็นอยู่ และที่พบบ่อยคือกินผิดชนิด เนื่องจากสมุนไพรหลายชนิดลักษณะที่เหมือนกันจนแยกไม่ออก

ผู้ป่วยที่รับประทานหนานเฉาเหว่ยเชื่อว่า ช่วยรักษาโรคเรื้อรัง เบาหวาน ความดัน ไขมัน และสามารถทำให้โรคหายขาด ช่วยคุมโรคได้ดีขึ้น ไม่ต้องกินยาแผนปัจจุบันมาก ในบางรายลดยาและหยุดยาเอง นอกจากนี้ เรามักเจอคำว่า เขาเล่าว่าสมุนไพรนี้รักษาได้สารพัดโรค เช่น แก้ปวด รักษามะเร็ง ฯลฯ รวมทั้งรับประทานเพื่อบำรุงร่างกายให้แข็งแรง ไม่มีโรคไม่มีอาการ แต่ต้องการใช้ โดยหวังผลให้เป็นยาอายุวัฒนะŽ ภญ.ผกากรองกล่าว และว่า นอกจากนี้ยังพบการใช้สมุนไพรหนานเฉาเหว่ยในต่างประเทศ เช่น แอฟริกา เพื่อรักษาหลายโรค อาทิ โรคมาลาเรีย โรคกระเพาะ โรคดีซ่าน ภาวะมีบุตรยาก โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ริดสีดวง เป็นต้น

ด้าน นายพีรพล อนุตรโสตถิ์ พิธีกรรายการชัวร์ก่อนแชร์ กล่าวว่า จากการดำเนินรายการชัวร์ก่อนแชร์ มาเป็นพันตอน ได้รับข้อมูลที่ผ่านการแชร์มาก แต่เมื่อได้สืบค้นข้อมูลย้อนกลับไปยังต้นตอ ส่วนใหญ่ก็จะไม่เป็นความจริง และยิ่งในสังคมยุคปัจจุบัน การส่งต่อข้อมูลเป็นไปได้ง่ายและรวดเร็ว การทำข้อมูลเท็จ ทำได้ง่ายทั้งแบบภาพนิ่งและวิดีโอ จึงอยากให้ประชาชนช่วยกันตรวจสอบและทวนข้อมูลที่แท้จริงก่อนจะแชร์ต่อ เพราะบางครั้งการแชร์กันจนถูกเชื่อและนำไปใช้กันแบบผิดๆ ไปแล้ว เกิดผลเสียหาย นอกจากนี้ ยังพบว่าหลายครั้งมีการแชร์เพื่อหวังผลกับสินค้า เช่น ต้องการขายอาหารเสริม สมุนไพรของตัวเอง

ขณะที่ นางอำมร บรรจง ผู้จัดการส่วนผลิตรายการ FM 96.5 ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ได้แชร์ประสบการณ์ที่คลุกคลีกับผู้ฟังที่ใช้สมุนไพรว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะศัพท์ทางการแพทย์ และข้อบ่งใช้ของสมุนไพร สื่อสารด้วยภาษาที่ยากในทางวิชาการ โอกาสในการเข้าถึงข้อมูลจากการบอกต่อ เมื่อได้รับข้อมูลการแชร์ในภาษาง่าย อาจทำให้หลงเชื่อและใช้กันอย่างผิดๆ ทั้งที่สมุนไพรมีประโยชน์ถ้าใช้เป็น และส่วนตัวแล้วสามีก็รับประทานหนานเฉาเหว่ยในการควบคุมน้ำตาลวันละ 1 ใบเท่านั้น และจะมีการตรวจร่างกายเพื่อติดตามผลอย่างเป็นระบบเช่นกัน

สำหรับผู้สนใจ สามารถร่วมเรียนรู้การใช้สมุนไพรอย่างถูกต้องกันต่อได้ที่ งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 16 ระหว่างวันที่ 6-10 มีนาคม 2562 ที่ศูนย์การแสดงสินค้า อิมแพค เมืองทองธานี ฮอลล์ 10-12