“บัญชี 3 มิติ” บันไดขั้นแรกสู่ความพอเพียงการเปลี่ยนแปลงของ

สภาพเศรษฐกิจสังคม เทคโนโลยี รวมไปถึงสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติที่มีความผันผวนมากขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตในภาคเกษตร ซึ่งเกษตรกรจำเป็นต้องมีการปรับตัวให้พร้อมรับกับสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อีกหนึ่งปัญหาสำคัญของเกษตรกรส่วนใหญ่คือ ปัญหาหนี้สินในครัวเรือนและในการประกอบอาชีพ ซึ่งมาจากขาดการวิเคราะห์วางแผนทางการเงินและไม่มีการบริหารจัดการชีวิตที่ถูกต้อง

“บัญชี” จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่เปรียบเป็นภูมิคุ้มกันและเป็นคู่มือชีวิตในการสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นกับเกษตรกรและประชาชนได้ใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้ แต่หากพูดถึงการทำ “บัญชี” อาจทำให้นึกถึงภาพของตัวเลขมากมาย ที่ดูจะเป็นเรื่องยุ่งยากชวนปวดหัว บางคนรู้แค่ว่ารับเงินมาเท่าไรก็ใช้ไปเท่านั้น ก็คงเพียงพอแล้ว แต่ไม่รู้ว่าในแต่ละวัน เราอาจสูญเสียเงินไปกับเรื่องที่ไม่จำเป็นมากมาย เพราะความไม่รู้ข้อมูลการใช้จ่ายเงินของตนเอง ซึ่งอาจนำไปสู่การสร้างหนี้สินตามมา รู้ตัวอีกทีก็ไม่เหลือเงินเก็บออมไว้ใช้ยามฉุกเฉิน

แล้วการทำบัญชีมีประโยชน์อย่างไร…ทำอย่างไรเกษตรกรไทยถึงจะรวย…หรือถ้าเห็นรายจ่ายแล้วหมดกำลังใจจะทำอย่างไร? คำตอบของข้อสงสัยเหล่านี้ก็คือ ต้องรู้จักการทำบัญชีแบบ 3 มิติ ซึ่งจะเป็นหนทางไปสู่ความสำเร็จ เปรียบเป็นบันไดก้าวไปสู่ความพอเพียงได้อย่างแท้จริง

มากันที่มิติแรก คือ “รู้ตนเอง” รู้ถึงการใช้จ่ายเงินในแต่ละวัน รู้รายได้ รู้รายจ่าย รู้หนี้สิน เปรียบเทียบรายได้ รายจ่าย ฝึกนิสัยการใช้เงิน เริ่มต้นจากลงมือทำบัญชีประจำวัน โดยคิดวิเคราะห์ถึงรายรับ รายจ่าย สิ่งที่ไม่จำเป็นก็ตัดออกไป อาชีพใดทำรายได้ดีก็เดินหน้าต่อ ซึ่งไม่เพียงทำให้ทราบรายรับ-รายจ่าย และข้อมูลทางการเงินเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาเป็นข้อมูลในการตัดสินใจและการพัฒนาในด้านต่างๆ ให้ผู้ทำบัญชีสามารถดำรงชีวิตได้อย่างประสบความสำเร็จ มีภูมิคุ้มกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงในการดำรงชีวิต ช่วยให้เกิดการจัดระเบียบวินัยในการใช้จ่ายและมองเห็นช่องทางในการออมและเพิ่มรายได้ ซึ่งเป็นบันไดของความอยู่รอด ผลิตเพื่อตนเองและครอบครัวเป็นอันดับแรก พึ่งพาเงินให้น้อยที่สุด

มิติที่สอง คือ “รู้สภาพแวดล้อม” รู้ถึงภูมิสังคม สภาพแวดล้อม ภูมิปัญญาพื้นถิ่น ภูมิอากาศ และการตลาด สร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วมในชุมชน ไม่ต่างคนต่างอยู่ ซึ่งจะทำให้เกิดการผลิตมุ่งสู่เศรษฐกิจในชุมชน มีการจัดสรรด้านรายจ่าย ลงทุน และเงินออมอย่างเหมาะสม สร้างนิสัยรักการออม และนำไปสู่ความพอเพียง

มิติสุดท้าย คือ “รู้อนาคต” เมื่อรู้ถึง 2 มิติที่กล่าวมาแล้ว ก็จะสามารถรู้ถึงอนาคตของตนเองได้ จากการคิดและวิเคราะห์ข้อมูลบัญชีอย่างเป็นระบบ นำข้อมูลทางบัญชีและหลักวิชาการมาใช้วางแผนการประกอบอาชีพทำให้รู้ทิศทางการตลาด รู้การวางแผนจัดการฟาร์มล่วงหน้า สร้างการเปลี่ยนแปลงสู่การเป็นเกษตรกรสมัยใหม่ที่คิด-วางแผน-ลงมือทำ-ทบทวน ซึ่งการบันทึกบัญชีทุกวัน จะทำให้รู้ความเหมาะสม รู้เวลา รู้ว่าเวลาใดผลิตผลจะขายได้ราคา เวลาใดจะเกิดภัยธรรมชาติบ่อยๆ ทำให้สามารถกำหนดแผนการประกอบอาชีพและแผนในการดำเนินชีวิตได้ นำไปสู่ความยั่งยืน

การทำบัญชีไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด หากแต่ทำแล้วต้องมีการคิด วิเคราะห์ วางแผนให้รอบด้าน รู้ตนเอง-รู้สภาพแวดล้อม-รู้อนาคต ให้ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ โดยน้อมนำแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพึ่งตนเอง รู้จักความพอประมาณ และไม่ประมาท มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต รู้จักความพอมีพอกิน พอมีพอใช้ คำนึงถึงหลักเหตุผล และการประมาณตนเอง เพียงเท่านี้ ชีวิตก็จะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

“ถ้ารู้จักแต่หากิน แต่ไม่รู้จักการทำบัญชีก็ยากที่จะประสบผลสำเร็จ” สนใจเริ่มต้นเรียนรู้การทำบัญชี ติดต่อได้ที่ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โทร. CALL CENTER 02-016-8888 หรือติดต่อได้ที่ สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ทุกจังหวัดและเครือข่ายครูบัญชีอาสาทั่วประเทศ

มะนาว ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีบทบาทสูง และเป็นที่ต้องการของตลาดตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้งประมาณเดือน มีนาคม-เมษายน มักมีผลผลิตเข้าสู่ตลาดในปริมาณน้อย ทำให้มะนาวช่วงหน้าแล้งมีราคาสูงกว่าปกติ หากใครมีพื้นที่อยู่แล้วแต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกปลูกมะนาวพันธุ์ใด ก็ขอแนะนำ “มะนาวแป้นสิรินนท์” เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในใจคุณ

“แป้นสิรินนท์” ถูกค้นพบด้วยความบังเอิญ อาจารย์แป๊ะ หรือ คุณบุญเกื้อ ชมฉ่ำ อดีตข้าราชการครู ในสังกัดโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งของจังหวัดนนทบุรี เล่าให้ฟังว่า “มะนาวแป้นสิรินนท์” ถูกค้นพบด้วยความบังเอิญ ในย่านนนทบุรี สวนแห่งหนึ่งถูกเลิกเช่าที่ มีต้นมะนาวพันธุ์ดี ลูกใหญ่มาก เจ้าของเดิมอนุญาตให้ขุดต้นมะนาวไปปลูก อาจารย์แป๊ะตัดกิ่งมะนาวไปเพียงแค่ 5 กิ่ง นำมาเสียบกิ่งบนตอส้มโอ ปรากฏว่า ต้นมะนาวให้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีมาก มะนาวพันธุ์นี้เจ้าของเดิมไม่เคยตั้งชื่อ ไม่เคยขายกิ่งพันธุ์นี้ให้ใครมาก่อน

อาจารย์แป๊ะ ถามพ่อค้าผู้จำหน่ายกิ่งพันธุ์มะนาวและเกษตรกรหลายราย ปรากฏว่า ไม่มีใครเคยรู้จักต้นมะนาวที่มีลักษณะแบบนี้มาก่อน อาจารย์แป๊ะจึงตั้งชื่อมะนาวพันธุ์ใหม่ที่ถูกค้นพบนี้ว่า แป้นสิรินนท์ ตามถิ่นกำเนิด คือ จังหวัดนนทบุรี

จุดเด่นของมะนาวแป้นสิรินนท์ ให้ผลดก ตลอดทั้งปี
มะนาวแป้นสิรินนท์ เป็นพันธุ์มะนาวที่ให้ดอกออกผลได้ตลอดปี ผลมีขนาดใหญ่ ทรงผลแป้น เปลือกบาง มีกลิ่นหอม สามารถปลูกได้ดีในดินเกือบทุกชนิด โดยเฉพาะสภาพร่วนซุย มีการระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุผสม และมีแหล่งน้ำที่เหมาะสม มะนาวแป้นสิรินนท์ จะสามารถเจริญงอกงาม มีผลดก และคุณภาพดี

มะนาวสายพันธุ์ทั่วไป จะมีโครงสร้างใบ 2 ส่วน คือ แผนใบ และ ก้านใบ แต่แป้นสิรินนท์ มีส่วนประกอบของใบที่เพิ่มขึ้นมาอีก 1 ส่วน คือ หูใบ เป็นระยางค์คู่หนึ่งที่อยู่ตรงฐานของก้านใบ กล่าวได้ว่ามะนาวแป้นสิรินนท์ มีลักษณะใบสั้นและมีหูใบ เป็นลักษณะเด่นที่แตกต่างจากต้นมะนาวสายพันธุ์ทั่วไป

3. แป้นสิรินนท์ มีผิวมันเหมือนมีแว็กซ์เคลือบผิว

มะนาวแป้นสิรินนท์มีผิวสวยมาก ผิวมันเหมือนมีแว็กซ์เคลือบผิว หากซื้อผลมะนาวพันธุ์อื่นจากตลาดเก็บไว้ข้ามคืน ผิวมะนาวมักจะด้าน แต่ผลมะนาวแป้นสิรินนท์เก็บไว้ข้ามคืน ผิวก็ยังคงมันวาวเช่นเดิม

มะนาวแป้นสิรินนท์ผลแก่ ยังคงมีผิวสีเขียวสดตลอด ซึ่งแตกต่างจากมะนาวพันธุ์ทั่วไป หากเป็นมะนาวแก่จะมีผิวสีเหลือง ขายไม่ได้ราคา มะนาวทั่วไป ต้องปล่อยให้ผลมะนาวลืมต้น สัก 2-3 วัน เสียก่อน จึงค่อยนำมาใช้งาน จึงจะได้น้ำมะนาวในปริมาณมาก แต่มะนาวแป้นสิรินนท์ หลังเก็บผลจากต้นแล้ว ไม่ต้องรอให้ลืมต้น นำมาใช้งานได้ทันที เพราะแป้นสิรินนท์มีผิวบางเหมือนกับกลีบส้มเขียวหวานนั่นเอง

มะนาวแป้นสิรินนท์ มีปริมาณน้ำเยอะมาก เคยทดลองนำผลมะนาวแป้นสิรินนท์ไปลอยน้ำเปรียบเทียบกับมะนาวพันธุ์อื่นๆ ปรากฏว่า ผลมะนาวสายพันธุ์อื่นลอยน้ำหมด ยกเว้น แป้นสิรินนท์เพียงชนิดเดียวที่จมน้ำ บ่งบอกว่า มีปริมาณน้ำเยอะมากกว่ามะนาวสายพันธุ์อื่นๆ แม้นำมะนาวแป้นสิรินนท์ผลเล็กที่ยังไม่โตเต็ม 100% เคยทดลองนำมาลอยน้ำเปรียบเทียบ ปรากฏว่า ผลมะนาวจมน้ำเช่นกัน นี่เป็นเรื่องจริงที่ท้าพิสูจน์กันได้

ผู้บริโภคส่วนใหญ่เชื่อว่า มะนาวแท้คุณภาพดี ต้องมีน้ำมะนาวสีขาว ซึ่งตรงกับคุณสมบัติของมะนาวแป้นสิรินนท์ ซึ่งมีน้ำมะนาวสีขาว มีเมล็ดน้อยและเปลือกบาง ขณะที่มะนาวสายพันธุ์อื่น มีปริมาณเมล็ดมากกว่า แถมมีน้ำมะนาวสีเหลืองและเปลือกหนา

คนไทยส่วนใหญ่เชื่อว่า น้ำมะนาวคั้นจากผลสด ต้องมีรสเปรี้ยว ไม่ขม มีกลิ่นหอมของมะนาวสด และน้ำมะนาวต้องมีสีขาว ซึ่งน้ำมะนาวแป้นสิรินนท์มีคุณสมบัติครบถ้วน ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างครบถ้วน

คุณเล็ก หรือ คุณฉัตราพร สิงหราช น้องสาวอาจารย์แป๊ะ เล่าเพิ่มเติมว่า น้ำมะนาวแป้นสิรินนท์ มีรสชาติความเปรี้ยวสูงแล้ว ยังมีความหอมของรสมะนาว หากนำผลมะนาวแป้นสิรินนท์ที่เด็ดจากต้นมาบีบเค้นจะได้กลิ่นหอมของมะนาวติดจมูก ลูกค้าส่วนใหญ่มีความพึงพอใจ และพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่เป็นกลิ่นมะนาวที่ทุกคนต้องการ มะนาวต้องเป็นกลิ่นนี้แหละ

การปลูกดูแล

มะนาวแป้นสิรินนท์ เหมาะสำหรับปลูกเชิงการค้า เพราะปลูกดูแลง่ายให้ผลตอบแทนต่อไร่สูง ยิ่งปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ จะทำให้ต้นมะนาวไม่สูงมาก ดูแลจัดการง่าย ตั้งแต่การควบคุมปัญหาโรคและศัตรูพืช การเก็บเกี่ยวผลผลิต ตัดแต่งกิ่งได้ง่ายและบังคับให้ต้นมะนาวมีผลผลิตนอกฤดูได้ง่ายและให้ผลผลิตที่ดี

การปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ควรใช้วงบ่อซีเมนต์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 80-100 เซนติเมตร สูงประมาณ 50 เซนติเมตร มีฝาท่อปิดก้นวงบ่อ ใช้วัสดุปลูก สูตร “ไฮโดรโปนิกส์” (hydroponics) แบบแห้ง ที่อาจารย์แป๊ะได้แนวคิดจากหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน เล่มที่ 27 หน้าที่ 161-163 โดยประยุกต์ใช้วัสดุในท้องถิ่นที่หาได้ง่าย คือเปลือกมะพร้าวขนาดกระสอบใหญ่ ดินที่บรรจุถุงขาย จำนวน 1 ถุง ขี้วัว 1 ถุง ดินประมาณ 10%

การปลูกต้นมะนาวในวงบ่อซีเมนต์โดยทั่วไป มักจะมีปัญหาเรื่องการทรุดตัว อาจารย์แป๊ะแนะนำให้แก้ไขปัญหาโดยนำกิ่งพันธุ์มะนาวใส่กระถางดำ เจาะรูรอบกระถาง นำกระถางตั้งไว้กลางบ่อซีเมนต์ และใส่วัสดุปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์แบบแห้งไว้รอบกระถาง

ในปีแรกควรนำไม้พร้อมเชือกฟาง ผูกมัดกับต้นมะนาวไม่ให้ล้มหรือเอียง พอเข้าปีที่สอง รากต้นมะนาวแข็งแรงก็ไม่จำเป็นต้องค้ำยันต้นอีก หลังจากนั้น ค่อยเติมเปลือกมะพร้าวเพียงปีละ 1 ครั้ง หากสวนมะนาวตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ลำคลอง มักมีสภาพดินอ่อน บ่อซีเมนต์ที่วางไว้บนพื้นอาจจะทรุดจมดินได้ในที่สุด ควรแก้ไขปัญหาได้โดยนำยางล้อรถยนต์เก่ามารองใต้ถังปูนอีกชั้นหนึ่ง วิธีนี้อาจารย์แป๊ะทดลองมาแล้วได้ผลดีเต็ม 100%

มะนาวพันธุ์แป้นสิรินนท์ สามารถเจริญเติบโตได้ดีได้ทุกแห่ง เพียงนำต้นมะนาวพันธุ์นี้ไปเสียบกับตอส้มโอ แต่ไม่แนะนำปลูกกับตอมะขวิด เนื่องจากตอมะขวิดเติบโตไม่ดี เพราะมีรากฝอยน้อย

การดูแลมะนาวแป้นสิรินนท์ใช้หลักการเดียวกับมะนาวพันธุ์ทั่วไป เพียงใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยชีวภาพ เปลือกมะพร้าว และสารปรับสภาพ และให้น้ำผ่านระบบสปริงเกลอร์ หัวดอกเห็ด 100 ลิตร วันละประมาณ 10 นาที ไม่ต้องให้น้ำมาก แค่ให้เปลือกมะพร้าวมีความชื้นอยู่ตลอดเวลาก็เพียงพอแล้ว และให้ปุ๋ยเคมี สูตร 16-16-16 ใส่โรยรอบต้นมะนาวที่มีขนาดใหญ่ ใส่ปุ๋ยต้นละประมาณ 3 ช้อน ทุกๆ 15 วัน

หากต้องการให้ต้นมะนาวออกดอกในช่วงใด ต้องปล่อยให้ต้นมะนาวอดน้ำสัก 2-3 วัน ต้นมะนาวจะเริ่มออกดอกสีขาวพราวเต็มต้น หลังจากต้นมะนาวออกดอก สามารถให้น้ำวันเว้นวันได้ ระวังอย่าให้น้ำเยอะ เมื่อกลีบร่วงเห็นเป็นผลชัดเจน จึงค่อยให้น้ำอย่างเต็มที่ หากต้องการให้ต้นมะนาวมีผลผลิตเรื่อยๆ ควรให้น้ำเป็นงวดๆ ขึ้นอยู่กับเราต้องการให้มีปริมาณผลผลิตมากน้อยแค่ไหน

หากตัดแต่งกิ่งต้นมะนาวอยู่เสมอ จะทำให้ต้นมะนาวแตกกิ่งออกมาใหม่ ให้ตัดแต่งกิ่งลักษณะนี้สัก 3 ครั้ง แต่กิ่งฝอยข้างใน ไม่ต้องตัดทิ้งเพราะเป็นกิ่งที่ต้นมะนาวออกลูก หากตัดออกก็เท่ากับตัดเงินทองทิ้งหมดเลย อาจารย์แป๊ะได้เรียนรู้เทคนิคการตัดแต่งทรงพุ่มลักษณะนี้มาจากสวนเจริญวีรวัฒน์ จ.ระยอง ที่ใช้วิธีตัดปลายกิ่งภายนอกพุ่มทิ้งหมดเลย แต่ข้างในต้น จะไม่ตัดเพราะเป็นกิ่งออกลูก

ปัญหาโรคแมลง

ช่วงที่ต้นมะนาวแตกใบอ่อนใหม่ มักเจอปัญหาเรื่องหนอนผีเสื้อ หากปลูกต้นมะนาวจำนวนน้อย ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีกำจัดแมลง แค่จับไข่ผีเสื้อทิ้งไปก็ใช้ได้ หากสวนใดปลูกต้นมะนาวจำนวนมาก ก็ควรฉีดสารเคมีกำจัดแมลง ชื่อ อะบาเม็กติน (abamectin) ประมาณ 30-40 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร

อาจารย์แป๊ะ ยอมรับว่า มะนาวแป้นสิรินนท์ ก็เจอโรคแคงเกอร์รบกวนบริเวณลำต้นเหมือนกับต้นมะนาวพันธุ์ทั่วไป แต่สามารถหยุดการแพร่ระบาดของโรค โดยใช้น้ำหมักชีวภาพ ที่ผลิตจากไพล จำนวน 15 ก.ก. หนอนตายหยาก 5 ก.ก. ใบสะเดาแก่ 2-3 ก.ก. รวมทั้งหญ้าสาบเสือ กากน้ำตาล 5 ก.ก. ใส่น้ำจนท่วมถังหมักขนาด 50 ลิตร ร่วมกับสารเร่ง พงด. 2 ของกรมพัฒนาที่ดิน จำนวน 1 ซอง หมักเป็นระยะเวลา 1 เดือน จะได้น้ำหมักชีวภาพที่มีคุณภาพสูงในการกำจัดโรคและแมลง

เมื่อต้องการนำไปใช้งาน เพียงผสมน้ำ ในอัตราส่วน 1: 150 นำไปใช้ฉีดพ่นต้นมะนาวที่มีปัญหาโรคแคงเกอร์ ปรากฏว่า ได้ผลดี แผลแห้งสนิทในระยะเวลาอันสั้น ก่อนหน้านี้ได้ทดลองนำน้ำหมักสูตรนี้ไปทดลองใช้กับต้นลีลาวดีที่มีปัญหาโรคสนิมเหลือง ก็ได้ผลดีเช่นเดียวกัน

ให้ผลผลิตสูงกว่าแป้นพิจิตร 10%

อาจารย์แป๊ะ กล่าวว่า แป้นสิรินนท์ ออกเป็นพวงน้อยกว่าแป้นพิจิตร สิรินนท์จะออกผลกระจายรอบต้น หากคำนวณผลผลิตแล้ว มะนาวแป้นสิรินนท์จะให้ผลผลิตมากกว่าแป้นพิจิตร ประมาณ 10%

เทคนิคปลูกมะนาวนอกฤดู

การปลูกมะนาวแป้นสิรินนท์แบบนอกฤดู แค่ใช้วิธีอดน้ำอย่างเดียวก็ได้ผลแล้ว หากปลูกใส่วงบ่อซีเมนต์ใช้วิธีบังคับให้ต้นมะนาวออกลูกได้ง่ายมาก โดยใช้วิธีนับถอยหลังไป 6 เดือน ช่วงก่อนเดือนกันยายน ดูแลให้ปุ๋ยและน้ำจนต้นมะนาวเติบโตงามเต็มที่ ใบเริ่มแก่ ควรเริ่มอดน้ำสัก 5 วัน สำหรับต้นมะนาวที่ปลูกในระบบไฮโดรโปนิกส์แบบแห้ง หากหยุดให้น้ำ 5 วัน ต้นมะนาวก็เหี่ยวหมดแล้ว เพราะต้นมะนาวสุขสบายมีความชื้นตลอด หากใช้วิธีนี้ ก็จะมีผลผลิตออกมาในช่วงฤดูแล้ง

กล่าวได้ว่า มะนาวแป้นสิรินนท์ ให้ผลผลิตคุณภาพดีเหมาะสำหรับปลูกเชิงการค้า สู้กับมะนาวสายพันธุ์อื่นๆ ได้อย่างสบาย ปัจจุบันจุดเด่นในเรื่องกลิ่นหอมและรสชาติความเปรี้ยวของมะนาวแป้นสิรินนท์ โดนใจกลุ่มผู้บริโภค โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร พ่อครัวนิยมใช้มะนาวแป้นสิรินนท์ไปปรุงรสในหม้อต้มยำและผัดไทย เพราะทำให้อาหารทุกจานมีกลิ่นหอมของมะนาว มีรสชาติอร่อยจัดจ้านจนลืมไม่ลงทีเดียว

การันตีคุณภาพทุกต้น

มะนาวแป้นสิรินนท์ มีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากมะนาวในท้องตลาดทั่วไปก็คือ ไม่ต้องดูแลมาก สำหรับผู้สนใจที่ไม่มีความรู้เรื่องการเกษตรมาก่อนเลยก็ตาม ก็สามารถปลูกดูแลมะนาวพันธุ์นี้ได้อย่างสบาย เพราะคุณเล็กได้ทำแผ่นพับเพื่อแนะนำขั้นตอนการดูแลต้นมะนาวให้กับลูกค้าทุกรายอยู่แล้ว หากใครซื้อกิ่งพันธุ์มะนาวแป้นสิรินนท์ไป บำรุงรักษาตามคำแนะนำ มั่นใจได้เลยว่า ภายในระยะเวลา 8-12 เดือน จะเห็นผลผลิตเต็มต้นอย่างแน่นอน

มะนาวแป้นสิรินนท์มีคุณภาพดี ตรงตามความต้องการตลาด เพราะผลิตกิ่งพันธุ์โดยใช้วิธีการเสียบยอดแบบปลอดเชื้อ บนตอส้มโอเพาะเมล็ด ทำให้ต้นมะนาวมีรากที่แข็งแรงทนทาน โตไว หลังจากเสียบกิ่งเสร็จแล้ว นำไปคลุมถุงพลาสติก เพื่อรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในสภาพคงที่ ยอดจะได้ไม่เหี่ยว ซึ่งการขยายพันธุ์แบบวิธีนี้ อัตราการติด จะอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากเกือบ 100% กิ่งที่เสียบจะติดยอดภายในระยะเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ และเลี้ยงกิ่งพันธุ์ต่อไปอีก 2 เดือน เพื่อดูแลให้ต้นมะนาวมีระบบรากที่แข็งแรง ใบแตกยอดก่อน จึงค่อยนำกิ่งพันธุ์ออกจำหน่ายให้แก่ผู้ที่สนใจ

หากใครมีข้อสงสัย หรือสนใจอยากได้มะนาวแป้นสิรินนท์ไปทดลองปลูก สามารถติดต่อสั่งซื้อได้โดยตรงกับ คุณเล็ก โทร. 086-569-6225 หรือ คุณกัลยารัตน์ (คุณแดง) ชมฉ่ำ โทร. 084-656-1174 ได้ทุกวัน หรือเยี่ยมชมแปลงปลูกมะนาวแป้นสิรินนท์ได้ที่ สวนบางไผ่พันธุ์ไม้ เลขที่ 113/4 หมู่ที่ 4 ซอยวัดสังฆทาน ถนนนครอินทร์ พระราม 5 ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี

“ผมยึดอาชีพปลูกผักมานาน แต่ไม่เคยพบการปลูกที่ทำให้รายได้เพิ่มเท่านี้ เพิ่งรู้ว่าการปลูกผักเพื่อทำธุรกิจ กับการปลูกผักเพื่อขาย มันไม่เหมือนกัน ตอนที่ เทสโก้ โลตัส เข้ามารับซื้อผักจากชาวบ้านทั้งหมด 110 คน ในหมู่บ้านโนนเขวา เป็นครั้งแรกที่พวกเราได้เรียนรู้เรื่องการวางแผนการเพาะปลูกตามยอดสั่งซื้อ ได้มีการตกลงราคาผลผลิตล่วงหน้า เรียนรู้เรื่องการไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิต และปลอดภัยกับทั้งเกษตรกรเองและคนกินผัก”

“ตอนเจ้าหน้าที่ของ เทสโก้ โลตัส เข้ามา เขาถามผมว่า ก่อนจะคุยกันเรื่องราคารับซื้อ พ่อคำปั่นรู้มั้ยว่า ผักกำหนึ่งของพ่อ มีต้นทุนเท่าไร ตอนนั้น ผมก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่เคยทำบัญชีต้นทุน ไม่รู้ว่าต้นทุนหรือกำไรสินค้าของตนเองคือเท่าไร นั่นคือ สเต็ปแรกที่ เทสโก้ โลตัส บอกกับผมว่า นี่เป็นเรื่องที่เกษตรกรทุกคนควรจะเรียนรู้ และผมก็พร้อมเรียนรู้ไปกับเขา”

ลุงคำปั่น พร้อมเปิดใจเรียนรู้การเกษตรรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยพบเจอ และยังชักชวนเพื่อนเกษตรกรในหมู่บ้าน นำโดยผู้ใหญ่บ้าน มาเรียนรู้ร่วมกัน โดยสิ่งที่ทำให้เขาตื่นเต้นก็คือ การรวมกลุ่มกันทำเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อกระจายยอดสั่งซื้อสู่เพื่อนชาวสวน สร้างผลผลิตที่มีคุณภาพร่วมกัน

“แรกๆ ชาวบ้านก็ไม่เข้าใจหรอก ว่าทำไมต้องปลูกผักประเภทนี้จำนวนเท่านี้ อะไรคือสเป๊ก หรือมาตรฐานที่ เทสโก้ โลตัส ต้องการ บางคนจะปลูกแบบเดิมหวังปลูกเยอะ แต่สเป๊กไม่ได้ เขาก็ไม่รับ จึงต้องบอกเขาว่า ถ้าอยากส่ง เทสโก้ โลตัส ก็ต้องรับผิดชอบในยอดสั่งซื้อที่เขาให้เรามา เราคนเดียว รับยอดสั่งซื้อผักจำนวนเยอะๆ ไม่ไหว ก็ต้องแบ่งกันไป อย่างออเดอร์ผักชนิดหนึ่งมา 300 กิโลกรัม เราก็ชวนเพื่อนชาวสวนมารับด้วยกัน 10 คน ผักชนิดอื่นมีออเดอร์ก็นำยอดมาแบ่งกันปลูก เพื่อให้ได้คุณภาพ หมุนเวียนกันไป ทำให้มีผลผลิตส่งขายตลอด มีรถจากศูนย์กระจายสินค้ามารับทุกวันจันทร์ พุธ พฤหัส เสาร์ ส่วนตัวผมเอง ปลูกผักบนพื้นที่ 4 ไร่ มีรายได้ตกวันละ 2,000 บาท ในการขายผักให้กับ เทสโก้ โลตัส”

ทุกวันนี้กลุ่มเกษตรกรบ้านโนนเขวาส่งผัก 9 ชนิด ขายยัง เทสโก้ โลตัส ทั่วภาคอีสาน ประมาณ 11 ตัน ต่ออาทิตย์ เรียนรู้การทำงานอย่างเป็นระบบ รับผิดชอบในยอดการสั่งซื้อ และรักษามาตรฐานคุณภาพผักปลอดภัย ซึ่งชาวโนนเขวาได้ผ่านการอบรมการตรวจสอบสารเคมีหลังเก็บเกี่ยวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จนตรวจสอบในเบื้องต้นได้

นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานกรรมการบริหาร เทสโก้ โลตัส กล่าวชื่นชมลุงคำปั่นและเกษตรกรบ้านโนนเขวา ว่า “เราโชคดีที่ชาวบ้านโนนเขวามีผู้นำที่เข้มแข็ง และพร้อมที่จะปรับทัศนคติของตนเองและสร้างทัศนคติใหม่ให้กับลูกบ้าน ซึ่งโนนเขวาโมเดล ได้กลายเป็นต้นแบบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมของนโยบายเกษตรแปลงใหญ่ของภาครัฐ และการทำงานในแบบประชารัฐร่วมกับภาคเอกชน อย่าง เทสโก้ โลตัส ที่เข้ามาเติมเต็มห่วงโซ่อุปทานด้วยการรับซื้อผักทั้งหมด ซึ่งได้มาตรฐาน GAP เพื่อจำหน่ายในร้านค้าของ เทสโก้ โลตัส 98 สาขา ทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ลูกค้าสามารถซื้อผักสดคุณภาพดี ปลอดภัย ในราคาที่เอื้อมถึงได้ทุกวัน”

ในระยะเริ่มต้นของโครงการ เทสโก้ โลตัส ได้มอบงบประมาณสนับสนุน จำนวน 1 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับจัดซื้อปัจจัยการผลิต อาทิ เมล็ดพันธุ์ผัก และปุ๋ย หลังจากนั้นได้มีการก่อสร้างโรงคัดบรรจุพืชผักผลไม้สด (packing house)

โดยกลุ่มเกษตรกรได้รับงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ และ เทสโก้ โลตัส สนับสนุนงบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์ภายในโรงคัดบรรจุเพิ่มเติม ทำให้เกษตรกรบ้านโนนเขวาสามารถใช้โรงคัดบรรจุแห่งนี้เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมผลผลิต นอกจากนั้น เกษตรกรในละแวกใกล้เคียงทั้งในจังหวัดขอนแก่นและมหาสารคาม ก็รวบรวมผักมาส่ง ณ โรงคัดบรรจุแห่งนี้ด้วย

ก่อนที่รถขนส่งควบคุมอุณหภูมิของ เทสโก้ โลตัส จะมารับผักเพื่อส่งเข้าศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาค จังหวัดขอนแก่น เพื่อกระจายไปยังสาขาทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งมอบผักสดคุณภาพสูงให้กับลูกค้าต่อไป

ไม่เพียงเท่านั้น เทสโก้ โลตัส ยังมีแนวคิดนำโนนเขวาโมเดลไปใช้กับกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดอื่นๆ อาทิ อ.พุนพินท์ จ.สุราษฎร์ธานี และอำเภอผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นลำดับต่อไป โดยเป็นพื้นที่ที่ เทสโก้ โลตัส มีศูนย์กระจายสินค้าตั้งอยู่ สามารถให้รถเข้าไปรับผักได้ถึงแหล่ง ก่อนกระจายสู่สาขาภายใน 1 วันเท่านั้น

จะแปลกอย่างไร หากใครๆ ต่างก็อยากยิ้มได้อย่างภูมิใจ และมีรายได้มั่นคง เช่น ลุงคำปั่น อีกหนึ่งต้นแบบเกษตรกรในฝันของคนไทย ก. เกษตรฯ เดินหน้ายกระดับผลผลิต-บริหารจัดการน้ำ ประกาศเพิ่มสินค้าเป้าหมาย 5 ชนิด ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา สานต่อนโยบายตลาดนำการผลิต ภายใต้งบประมาณ ปี 2562 เริ่ม ต.ค. นี้

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปีงบประมาณ 2562 ที่จะเริ่มต้นในเดือนตุลาคมนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้รับการจัดสรร จำนวน 111,762 ล้านบาท จำแนกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มงบประมาณรายจ่ายบุคลากรภาครัฐ จำนวน 25,492 ล้านบาท 2) กลุ่มงบประมาณรายจ่ายของกระทรวง/หน่วยงาน (Function) จำนวน 25,021 ล้านบาท 3) กลุ่มงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ (Agenda) จำนวน 53,366 ล้านบาท และ 4) กลุ่มงบประมาณรายจ่ายพื้นที่ (Area) จำนวน 7,882 ล้านบาท