ประธานกลุ่มทอผ้านาหมื่นศรี กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้

ได้มีลูกค้าแวะเวียนกันมาสั่งซื้อร่มทอลายผ้าขาวม้า กันเป็นจำนวนมาก ประเดิมโดย นายศิริพัฒ พัฒกุล ผวจ.ตรัง เพื่อนำไปเป็นของฝากให้กับญาติมิตร หลังจากนั้น ก็มีหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน เข้ามาสั่งซื้อสินค้าเรื่อยๆ จนถึง 500 คันแล้ว นอกจากนั้น ก็ยังมีแนวโน้มว่าจะมีคิวยาวไปจนถึงเดือนเมษายนปีหน้า เพื่อใช้เป็นของขวัญในงานวันผู้สูงอายุ หรือวันสงกรานต์ด้วย จนสร้างรายได้ให้กับทางกลุ่มวันละเกือบ 10,000 บาท

นางเพ็ญศรี รักบ้าน สมาชิกกลุ่มทอผ้านาหมื่นศรี ผู้คิดค้นร่มทอลายผ้าขาวม้าเป็นรายแรก กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่สามารถเจาะกลุ่มลูกค้าได้กว้างมากขึ้น เนื่องจากปกติผู้ซื้อมักจะเป็นผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ แต่หลังจากนำมาทำเป็นร่มที่สดใสแปลกตาไม่เหมือนใคร ทำให้กลุ่มคนหนุ่มสาว หรือคนทำงาน รวมทั้งนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ หันมาสนใจผลิตภัณฑ์จากผ้าทอพื้นเมือง ซึ่งในอนาคตกำลังมีการออกแบบเพื่อทำสินค้าในรูปแบบอื่นๆ เพิ่มขึ้น เช่น กระเป๋า เพื่อขยายตลาดออกไปมากกว่านี้

ปลื้ม! สองผัวเมียหนุ่มขาย “ถังทอง-เบื้องกรอบ” เดือนละ 6-7 หมื่น ส่งลูกเรียน-ใช้หนี้ ธ.ก.ส. สามีเผยเบื่อชีวิตลูกจ้างเมืองนอกกว่า 10 ปี ขอกลับบ้านอยู่กับครอบครัวลูกสาวรู้งานปิดเทอมช่วยพ่อแม่ค้าขายส่งน้องเรียน

เมื่อวันที่ 5 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีสองสามีภรรยาคนขยันสู้ชีวิตทำขนมถังทองและเบื้องกรอบขายหน้าตลาดสดสบบง อ.ภูซาง จ.พะเยา ทุกวัน เพื่อหารายได้ส่งลูกสาวกำลังเรียนมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ชั้นปีที่ 1 ลูกชายวัย 12 ปี เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และเลี้ยงดูแลแม่วัย 62 ปี รวมทั้งนำรายได้จากการขายขนมถังทองและเบื้องกรอบส่วนหนึ่งออมเพื่อชำระหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) โดยเฉลี่ยมีรายได้จากการขายขนมทั้งสองชนิดวันละ 2,000-2,500 บาท

นายศรชาย กองมงคล อายุ 40 ปี จ.พะเยา กล่าวว่า ตนเองเป็นลูกชาวนาพ่อเสียชีวิตตั้งแต่เด็กอยู่กับแม่และน้องชาย จนกระทั่งแต่งงานมีครอบครัว พบว่าภาระที่ต้องรับผิดชอบมีมากขึ้น 10 ปี ที่ผ่านมาจึงได้ดิ้นรนไปทำงานรับจ้างที่เมืองนอก โดยไปเป็นลูกจ้างในโรงงานที่ไต้หวัน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น สุดท้ายเมื่อกลางปีที่ผ่านมาตนเบื่อชีวิตการเป็นลูกจ้างที่เมืองนอกและอยากกลับบ้านมาใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว ได้ดูแลแม่ที่อายุมากขึ้นทุกวัน จึงตัดสินใจกลับบ้าน พบว่าภรรยาของตนได้ทำขนมถังทองขาย ซึ่งถือว่าเป็นอาชีพที่ทำแล้วมีความสุขและมีรายได้พออยู่ได้ ภรรยาขายขนมถังทอง ตนจึงคิดว่าอยากขายเป็นคู่ภรรยาหนุนเสริมกัน จึงได้ไปศึกษาการขายขนมเบื้องกรอบจากคนใน อ.เชียงคำ ซึ่งได้ขายแป้งและสอนทำไส้ขนมให้ เริ่มขายขนมเบื้องกรอบได้ประมาณ 2-3 เดือน เฉลี่ยขายได้วันละ 50-60 ถุงๆ ละ 10 บาท ถือว่าช่วยกันสองแรงแข็งขัน

ด้านนางสุพรรณ กองมงคล อายุ 38 ปี ภรรยาของศรชาย เปิดเผยว่า ช่วงที่สามียังทำงานต่างประเทศก็ยอมรับว่ามีภาระค่าใช้จ่ายและดูแลลูกทั้งสองคนในวัยเรียนหนักพอสมควร เพราะลูกสาวเรียนราชภัฏ ปี 1 ค่าใช้จ่ายสูง เฉลี่ยเดือนละ 10,000 บาท รวมค่าหอพัก ค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่ากิจกรรม ค่าหน่วยกิต ปีละประมาณ 150,000 บาท นอกจากนี้ยังมีภาระหนี้ ธ.ก.ส.ที่กู้มาทำนาทุกปีๆ ประมาณ 100,000 บาท ดังนั้นตนจึงได้พยายามคิดหาทางทำการค้าขายเพื่อให้มีรายได้เสริมจากการทำนาปี ทดลองค้าขายมาหลายอย่างแต่ในที่สุดก็มาพบขนมถังทอง ได้ไปเรียนและซื้อสูตรมาจำนวน 15,000 บาท มีไส้มะพร้าว-น้ำตาล ใบเตย ฝอยทอง เม็ดขนุน ลูกเกด พริกเผา-หมูหย็อง ทองหยอด ข้าวโพด และครีม เปิดร้านขายหน้าตลาดสดสบบง ขายมาได้ประมาณ 5 เดือน ขายได้วันละ 150-170 ชิ้นๆ ละ 10 บาท ถือว่าเป็นจุดที่สามารถอยู่ได้ เลี้ยงลูก ช่วยเหลือดูแลคนในครอบครัวอย่างมีความสุข

ขณะที่ น.ส.ศิริญญาพร กองมงคล หรือ ฟิล์ม ลูกสาววัย 19 ปี กำลังเรียนคณะมนุษย์ศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เปิดเผยว่า กลับมาบ้านช่วงปิดภาคเรียนเห็นพ่อกับแม่ทั้งสองคนช่วยกันขนของออกไปทำขนมขายที่หน้าตลาดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 16.00 น. กว่าจะเลิกขายเมื่อแป้งและไส้ขนมหมดประมาณ 18.00-19.00 น. เมื่อปิดภาคเรียนมีโอกาสจึงได้ออกมาช่วยพ่อกับแม่ขายขนม แบ่งเบาภาระได้ก็รีบทำโดยที่ไม่ต้องให้พ่อกับแม่ได้ร้องขอ ซึ่งมาเห็นพ่อกับแม่ขายขนมแล้วรู้ว่ากว่าจะหาเงินได้เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย ดังนั้นการใช้จ่ายต้องรู้คุณค่าของเงิน จากการที่ได้มาช่วยพ่อกับแม่ขายของทำให้เห็นว่าคนเราขอเพียงขยันและสู้ชีวิต ค่อยๆ คิด เพราะทุกปัญหามีทางออกเสมอ

วันที่ 5 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บ้านเลขที่ 34 หมู่ที่ 2 ต.ท่าโรงช้าง อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี นายทวีศักดิ์ จันทรณะ อายุ 69 ปี และนายสีหรักษ์ ขุนเสถียร อายุ 43 ปี เจ้าของบ้านพาไปดูต้นมะพร้าวแปลกที่มีลำต้นโค่นล้มลงมาทั้งต้น และผุพัง แต่ยังมีลูกมะพร้าวออกผลอยู่ตลอด และน้ำยังมีรสชาติหวานหอมให้ได้รับประทาน

นายสีหรักษ์ เล่าว่า ต้นมะพร้าวดังกล่าวปลูกมากนานกว่า 20 ปี โค่นล้มตั้งแต่ปี 2554 ช่วงที่มีน้ำท่วมใหญ่จนลำต้นเน่าและผุทั้งต้น เพราะแช่อยู่ในน้ำนาน แต่ยังมีรากติดอยู่บางส่วน ตอนแรกคิดว่าคงจะเน่าตายแล้ว ก็ปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้ตัดต้นทิ้ง แต่อยู่มาช่วงปลายของลำต้นค่อยๆโค้งขึ้นมาลักษณะเหมือนต้นไม้ และเริ่มออกใบเขียวอีกครั้ง ออกผลมาเรื่อยๆจนสามารเก็บกินได้ ผลของมะพร้าวก็สมบูรณ์ดีเหมือนมะพร้าวทั่วไป น้ำและเนื้อมะพร้าว มีรสชาติหวานสามารถเก็บกินได้โดยไม่ต้องปีนต้น ถือว่าเป็นเรื่องแปลกดี และจะปล่อยไว้อย่างนี้จนต้นจะผุพังและเน่าตายไปเองตามธรรมชาติต่อไป

สศก. แจงข้อมูลไม้ผลเอกภาพรอบที่ 1 ปี 61 ของไม้ผล 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน เงาะ มังคุด และลองกอง ใน 3 จังหวัดตะวันออก จันทบุรี ระยอง และตราด คาด ผลผลิตรวม 802,973 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 60 ร้อยละ 1.37

เผย ผลผลิตรวมทั้ง 4 สินค้าเพิ่มขึ้นทุกชนิด โดยเฉพาะ เงาะ เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวยปริมาณน้ำเพียงพอ พร้อมติดตามสถานการณ์อีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการบูรณาการจัดทำข้อมูลปริมาณการผลิตไม้ผลเอกภาพรอบที่ 1 ปี 2561 ซึ่ง สศก. โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 จังหวัดชลบุรี (สศท.6) และศูนย์สารสนเทศการเกษตร (ศสส.) ร่วมมือกับคณะทำงานสำรวจข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคตะวันออก ประกอบด้วย สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 (สสก.3) จังหวัดระยอง และสำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ซึ่งคณะทำงานฯ ได้พยากรณ์ผลผลิตไม้ผลภาคตะวันออก ครั้งที่ 1 ของสินค้า 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ระยอง และตราด เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการวางแผนบริหารจัดการผลไม้ตั้งแต่ต้นฤดู

สำหรับผลพยากรณ์ ปี 2561 ครั้งที่ 1 (ข้อมูล ณ 4 ธันวาคม 2560) พบว่า เนื้อที่ให้ผลของไม้ผลทั้ง 4 ชนิด มีจำนวน 622,126 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่มีจำนวน 605,481 ไร่ (เพิ่มขึ้น 16,645 ไร่ หรือ ร้อยละ 2.75) โดยทุเรียน เพิ่มขึ้นประมาณ ร้อยละ 5.42 มังคุด เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.76 และเงาะ เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.97 ส่วนลองกอง ลดลงร้อยละ 3.73

ผลผลิตรวมทั้ง 4 สินค้า คาดว่าจะมีประมาณ 802,973 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่มีจำนวน 792,113 ตัน (เพิ่มขึ้น 10,860 ตัน หรือ ร้อยละ 1.37) โดยผลผลิตจะออกมากช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ต่อเนื่องถึงกลางเดือนมิถุนายน คาดการณ์ว่าผลผลิตรวมของทั้ง 4 สินค้าจะเพิ่มขึ้นทุกชนิด โดยเงาะ จะเพิ่มขึ้นมากที่สุดอยู่ที่ร้อยละ 3.48 เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวยปริมาณน้ำเพียงพอ รองลงมาได้แก่ มังคุด เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.23 ทุเรียน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.54 และลองกอง เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.04

ผลผลิตต่อไร่ เงาะ และ ลองกอง คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย ประกอบกับในปีที่ผ่านมาไม้ผลบางต้นไม่ติดผลหรือให้ผลผลิตน้อยทำให้มีเวลาในการพักต้นสะสมอาหารต้นสมบูรณ์ขึ้นส่วนหนึ่ง ในขณะที่ผลผลิตต่อไร่ทุเรียน และ มังคุด มีแนวโน้มลดลงเนื่องจากในปีที่ผ่านมาติดดอกออกผลมากจึงคาดว่าต้นมังคุดจะพักสะสมอาหาร อีกทั้งปีที่ผ่านมา ต้นทุเรียนประสบปัญหาเชื้อราไฟทอปเธอราที่ระบาด ทำให้ทุเรียนรากโคนเน่ายืนต้นตาย ขยายเป็นพื้นที่กว้างทั้งจังหวัดจันทบุรีและตราด โดยเฉพาะแหล่งผลิตใหญ่ในจังหวัดจันทบุรีได้รับผลกระทบมากทำให้จำนวนต้นต่อไร่ที่ให้ผลผลิตได้ลดลง

ด้านนายสุชัย กิตตินันทะศิลป์ ผู้อำนวยการ สศท.6 กล่าวเสริมถึงสถานการณ์ในขณะนี้ว่า ทุเรียน ออกดอกแล้วประมาณร้อยละ 60 ผลผลิตที่ติดผลในช่วงแรกเป็นทุเรียนพันธุ์เบาและทุเรียนที่ใช้สารกระตุ้นการออกดอก โดยจะเป็นพันธุ์กระดุมและหมอนทองบางส่วน เงาะ ออกดอกแล้วประมาณร้อยละ 2 ด้าน มังคุด ออกดอกแล้วประมาณร้อยละ 3 ขณะที่ ลองกองยังไม่ออกดอก ซึ่งลองกองสามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี ถ้าหากสภาพต้นที่สลดขาดแคลนน้ำ เนื่องจากในช่วงปลายปี 2560 มีฝนตกอย่างสม่ำเสมอ ต้นลองกองยังไม่สลดจึงยังไม่มีพัฒนาการการออกดอก

สำหรับแนวทางบริหารจัดการผลไม้ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2561 ยังคงเน้นเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยเป็นสำคัญ โดยให้จังหวัดคำนึงถึงการบริหารจัดการผลไม้ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพซึ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของผลไม้ ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มของผลไม้ตลอดฤดูกาลผลิต ด้านเชิงคุณภาพ เช่น การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพผลผลิตสู่มาตรฐาน (GAP) และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ส่งเสริมเกษตรกรรายย่อยให้รวมกลุ่มเพื่อผลิตไม้ผลในลักษณะแปลงใหญ่ อบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาคุณภาพการผลิต เป็นต้น ส่วนในเชิงปริมาณ เช่น การเชื่อมโยงตลาดล่วงหน้า การจัดทำแผนบริหารจัดการผลผลิตส่วนเกิน เป็นต้น ทั้งนี้จังหวัดจะจัดทำรายละเอียดของแผนบริหารจัดการผลไม้ในพื้นที่ โดยมี คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) เป็นแกนหลักในการกลั่นกรอง เชื่อมโยง บูรณาการ แผนงานหรือโครงการต่อไป

อย่างไรก็ตาม หากสภาพดินฟ้าอากาศแปรปรวนอาจทำให้ปริมาณผลผลิตไม้ผลเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลง ได้อีก เนื่องจากปีนี้สภาพอากาศในช่วงแรกของภาคตะวันออกมีฝนตกค่อนข้างมากในเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ส่งผลต่อการติดดอกออกผลของผลไม้โดยเฉพาะมังคุด เงาะ และลองกองที่ออกดอกล่าช้า จึงยังไม่เห็นพัฒนาการที่ชัดเจน โดยดอกมังคุด และเงาะจะเห็นผลได้ชัดเจนอีกครั้งหลังกลางเดือนธันวาคมเป็นต้นไป ซึ่ง สศท.6 จะได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและลงพื้นที่สำรวจในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 จังหวัดชลบุรี โทร. 038 352 435 หรืออีเมล zone6@oae.go.th

วันที่ 5 มกราคม 2561 นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ และโฆษกกรมการแพทย์ กล่าวว่า ร่างกายมีหลอดเลือดแดงใหญ่ เป็นหลอดเลือดแดงหลักที่ลำเลียงเลือดจากหัวใจไปสู่อวัยวะต่างๆ โดยความผิดปกติที่มักเกิดขึ้นกับหลอดเลือดแดงใหญ่คือ การขยายตัว (โป่งพอง) ของหลอดเลือดจนกลายเป็นถุงขังเลือดไว้ และเมื่อหลอดเลือดมีสภาวะโป่งพองมากขึ้น จะมีความเสี่ยงที่หลอดเลือดจะแตกออก ที่เรียกว่าเส้นเลือดแดงโป่งพองแตกเซาะ ถือเป็นภาวะที่ต้องรักษาอย่างเร่งด่วน เพราะมีโอกาสทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ ผู้ป่วยบางรายอาจเสียชีวิตที่บ้านหรือเสียชีวิตในขณะเดินทางมาโรงพยาบาล รวมถึงในบางครั้งอาจได้รับการวินิจฉัยผิดว่าเป็นโรคอื่น ทำให้ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

นพ.ณรงค์กล่าวอีกว่า เส้นเลือดแดงใหญ่แตกเซาะ เกิดจากการปริแตกของเส้นเลือดหรือภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น ภาวะกดเบียดของน้ำหรือเลือดในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ ภาวะที่อวัยวะต่างๆ ขาดเลือดไปเลี้ยง ซึ่งเป็นผลจากการแตกเซาะ การฉีกขาดของผนังด้านในของเส้นเลือดแดงใหญ่บางส่วน ทำให้เลือดไหลเซาะเข้าไปในผนังของเส้นเลือด ภาวะเส้นเลือดแดงใหญ่แตกเซาะพบในผู้ป่วยที่มีอายุเฉลี่ย 50 ถึง 60 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันพบในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอายุน้อยลง โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือ ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน สูบบุหรี่ น้ำหนักเกิน และพันธุกรรม

พญ.วิพรรณ สังคหะพงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวว่า ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกอย่างรุนแรงทันที เหนื่อย หายใจไม่ทัน บางรายอาจมีอาการปวดหลังหรือปวดท้องขึ้นอยู่กับตำแหน่งของเส้นเลือดที่มีการแตกเซาะ นอกจากนี้ อาจหมดสติหรือมีภาวะเส้นเลือดหัวใจขาดเลือด แนวทางการวินิจฉัยที่ดีและแม่นยำที่สุดคือการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ซึ่งต่างจากการเอกซเรย์ปอดทั่วไป เพื่อค้นหาตำแหน่งของเส้นเลือดที่มีการแตกเซาะ รวมถึงภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น การปริแตกหรือ การแตกเซาะเข้าไปในเส้นเลือดของอวัยวะต่างๆ สำหรับการรักษาเส้นเลือดแดงใหญ่แตกเซาะควรได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วโดยการผ่าตัด มิฉะนั้น ผู้ป่วยอาจได้รับอันตรายถึงเสียชีวิต โดยแพทย์จะคำนึงถึงตำแหน่ง ขนาดของเส้นเลือด รวมถึงภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อนำไปสู่แนวทางการรักษาที่ถูกวิธีและรักษาชีวิตผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัย

ผู้ผลิตสินค้าเกษตรที่ได้มาตรฐาน กับ ร้าน Q Restaurant ตลาดเกษตรกร (Farmer Market) กับ โมเดิร์นเทรด นายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า จังหวัดระนอง ได้อนุมัติให้สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระนอง ดำเนินโครงการส่งเสริมการผลิตพืชผักปลอดภัยเชื่อมโยงวิถีตลาดและรองรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ตามแผนปฏิบัติการของจังหวัดในปีงบประมาณ 2561 ภายใต้แผนการบูรณาการเสริมสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ

ซึ่งจะเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยขยายฐานการผลิต และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอาหารให้กับผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้มุ่งเน้นและเน้นย้ำงานด้านความปลอดภัยอาหารผ่านโครงการเกี่ยวกับมาตรฐานสินค้าเกษตร อาทิเช่น โครงการร้านอาหารวัตถุดิบปลอดภัยเลือกใช้สินค้า Q และโครงการส่งเสริมการบริโภคและใช้วัตถุดิบสินค้าQ เพื่อยกระดับสินค้าเกษตรที่ผลิตในพื้นที่จังหวัดระนองให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ด้านนายเกียรติศักดิ์ นารีเลิศ เกษตรและสหกรณ์ จังหวัดระนอง กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ได้มีการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการและลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ( MOU)”มาตรฐานสินค้าเกษตร สู่เกษตรกรรมยั่งยืน”

ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตพืชผักปลอดภัยเชื่อมโยงวิถีตลาดและรองรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการผลิตพืชผักปลอดภัยรองรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของจังหวัด รณรงค์ประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรที่มีมาตรฐานให้เป็นที่รู้จัก ส่งเสริมการรวมกลุ่มเชื่อมโยงตลาด ตลอดจนเพิ่มองค์ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานสินค้าเกษตร ซึ่งมีผู้เข้าร่วมสัมมนา ประกอบด้วยภาคราชการ เอกชน เกษตรกร แผงร้านค้า Q และร้านอาหาร Q Restaurant รวม 100 คน ประกอบด้วย 4 กิจกรรม ดังนี้

มีการจัดแสดงนิทรรศการ จำนวน 6 ฐานการเรียนรู้ steelexcel.com มาตรฐานสินค้าเกษตรสู่เกษตรกรรมยั่งยืน ความมั่นคงด้านอาหาร ด้วย Food Safety เกษตรปลอดภัย วิถีพอเพียง สด ปลอดภัย มั่นใจ Q Market อิ่ม อร่อย ปลอดภัย ไป Q Restaurant สินค้าเกษตรคุณภาพสู่ตลาดเกษตรกร (Farmer Market) ขณะเดียวกันยังมีการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง ผู้ผลิตสินค้าเกษตรที่ได้มาตรฐาน กับ ร้าน Q Restaurant ตลาดเกษตรกร (Farmer Market) กับ โมเดิร์นเทรด ​นอกจากนี้ยังมีการเสวนา“การขับเคลื่อนความปลอดภัยด้านอาหารของจังหวัดระนอง

ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม” โดยวิทยากรจากหลายภาคส่วน ประกอบด้วย เกษตรกรผู้ผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐาน GAP หรือ สินค้า Q เกษตรกรผู้ผลิตสินค้าที่มุ่งมั่นทำเกษตรอินทรีย์ ผู้ประกอบการร้านอาหารที่ร่วมโครงการ Q Restaurant ผู้แทนจากบริษัทสยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน)​ ผู้แทนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ผู้แทนจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) อย่างไรก็ตามยังได้มีการบรรยายให้ความรู้“มาตรฐานสินค้าเกษตรกับความปลอดภัยด้านอาหาร” โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)อีกด้วย

นายฮิโรชิ โอโนเดระ ประธานและซีอีโอ ของบริษัท แอลอีโอซี เจ้าของเครือข่ายร้านซูชิชื่อดัง ชนะการประมูลซื้อทูน่าครีบน้ำเงินพรีเมียม น้ำหนัก 405 กิโลกรัม ที่ประมูลไปได้ด้วยเงิน 36.45 ล้านเยน หรือราว 10.37 ล้านบาท (REUTERS/Toru Hanai)

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การประมูลทูน่าครีบน้ำเงิน ที่ตลาดปลาสึกิจิ ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 5 มกราคม ซึ่งเป็นวันแรกของการประมูลในปีนี้ ปรากฏว่า นายฮิโรชิ โอโนเดระ ประธานและซีอีโอ ของบริษัท แอลอีโอซี เจ้าของเครือข่ายร้านซูชิชื่อดัง ชนะการประมูลซื้อทูน่าครีบน้ำเงินพรีเมียม น้ำหนัก 405 กิโลกรัม ที่ประมูลไปได้ด้วยเงิน 36.45 ล้านเยน หรือราว 10.37 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ราคาทูน่าครีบน้ำเงินที่ประมูลไปในปีนี้ น้อยกว่าราคาที่ประมูลได้เมื่อปีก่อนถึงกว่าครึ่ง โดยปี 2017 การประมูลทูน่าครีบน้ำเงินที่ตลาดปลาสึกิจิ สามารถประมูลได้สูงถึง 72 ล้านเยน ส่วนราคาประมูลทูน่าครีบน้ำเงินที่สูงที่สุดของตลาดนี้ อยู่ที่ปี 2013 ที่ประมูลขายได้ถึง 155 ล้านเยน

ทั้งนี้ ตลาดปลาสึกิจิ เป็นตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของกรุงโตเกียว แต่เตรียมที่จะย้ายไปอยู่ที่อื่นในปลายปีนี้ เพื่อใช้ตลาดแห่งเดิมสร้างเป็นถนนเตรียมรับการจัดงานมหกรรมโอลิมปิกที่กรุงโตเกียวจะเป็นเจ้าภาพในปี 2020

รายงานชิ้นใหม่ขององค์การอนามัยโลก ซึ่งเป็นผลมาจากการทบทวนงานวิจัยเดิมที่มีอยู่แล้วโดยนักวิชาการที่ได้รับมอบหมายจากองค์การอนามัยโลก พบว่าสารประกอบตัวหนึ่งในกัญชา ที่เรียกว่าแคนนาบิดิโอล หรือซีบีดีนั้น “โดยทั่วไปแล้วอยู่ในกรอบความปลอดภัยที่ดี” โดยจากการทบทวนข้อมูลเบื้องต้นดังกล่าวยังพบด้วยว่าสารประกอบซีบีดีนี้ “ไม่มีผลกระทบในเชิงเสพติดหรือก่อให้เกิดการบิดเบือนหรือมีศักยภาพในเชิงต้องพึ่งพิง” แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม แม้รายงานดังกล่าวจะสรุปว่า “พบว่าซีบีดีมีพิษสภาพในระดับค่อนข้างต่ำ…แต่ยังไม่ได้มีการสำรวจผลกระทบที่เป็นไปได้ในทุกๆ ด้าน ดังนั้น การตรวจสอบทบทวนเพิ่มเติมในเชิงลึกมากกว่าเดิมเกี่ยวกับสารประกอบนี้จะมีขึ้นอีกครั้งในปี 2018”