พร้อมร่วมกับเครือข่ายอีก 360 แห่ง ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นโรงเรียน

ที่ได้รับมอบกล้องโทรทรรศน์ จาก สดร. ในโครงการกระจายโอกาสเรียนรู้ดาราศาสตร์ฯ ตั้งกล้องโทรทรรศน์ให้นักเรียนและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงร่วมสังเกตการณ์ 3 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามในคืนดังกล่าว เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนไทยเรียนรู้ดาราศาสตร์จากประสบการณ์จริง ทั้งนี้ ตรวจสอบรายชื่อโรงเรียนเครือข่ายทั้งหมดได้ที่ www.NARIT.or.th

นอกจากนี้ สดร. ยังจัดถ่ายทอดสดปรากฏการณ์ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ตั้งแต่ เวลา 00.14 น. เป็นต้นไป กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรฯ สืบสานพระราชปณิธานอนุรักษ์ไหมไทย เตรียมจัดงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ครั้งที่ 13” วันที่ 31 ก.ค.-4 ส.ค. 61 ณ อิมแพค เมืองทองธานี

กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมจัดงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ครั้งที่ 13” ประจำปี 2561 อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “สืบสานตำนานไหมไทย สายใยแห่งแผ่นดิน” ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม-4 สิงหาคม 2561 ณ ฮอลล์ 2-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี พบกับ นิทรรศการความรู้สัญลักษณ์ตรานกยูงพระราชทาน 4 ชนิด ชมผ้าไหม เส้นไหม และผลิตภัณฑ์ที่ชนะการประกวด ประจำปี 2561 ผลงานทายาทหม่อนไหมดีเด่น เกษตรกรดีเด่น การออกแบบสิ่งทอจากมุมมองและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ การจัดแสดงเอกลักษณ์จาก 10 จังหวัดของไทย นิทรรศการความรู้ด้านหม่อนไหม และร้านจำหน่ายผ้าไหมจากทั่วประเทศ

(24 ก.ค. 2561) นายสัตวแพทย์ธนิตย์ เอนกวิทย์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ครั้งที่ 13” ประจำปี 2561 ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า จากพระปรีชาสามารถและพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีต่อวงการหม่อนไหมของประเทศไทย ทำให้เกษตรกรผู้ประกอบอาชีพด้านหม่อนไหม มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตลอดจนไหมไทยเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งที่ทรงเป็นองค์อุปถัมภกต่อวงการหม่อนไหมไทย ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมหม่อนไหม จึงจัดงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย” ขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงให้ความสำคัญกับอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และมีพระราชปณิธานในการอนุรักษ์งานด้านหม่อนไหมให้คงอยู่กับประเทศไทย นอกจากนี้ ยังเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เครื่องหมายรับรองผ้าไหม “สัญลักษณ์ตรานกยูงพระราชทาน” ทั้ง 4 ชนิด ให้เป็นที่รู้จักแก่สาธารณชน ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคมากขึ้นอีกด้วย

สำหรับงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ครั้งที่ 13” ประจำปี 2561 กำหนดจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สืบสานตำนานไหมไทย สายใยแห่งแผ่นดิน” ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม-4 สิงหาคม 2561 ณ อาคาร 2-3 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ซึ่งปีนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงเปิดงาน ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 เวลา 17.30 น.

รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวต่อไปว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดงาน ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ในครั้งนี้ จะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งกับเกษตรกรผู้ผลิต ผู้บริโภค และประชาชนทั่วไป นั่นคือ ผู้ผลิตได้ทราบข้อมูลการขอรับใบรับรองการใช้สัญลักษณ์นกยูงในการรับรองผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยทราบความต้องการของตลาดเพื่อจะผลิตสินค้าได้ตรงความต้องการของตลาด ส่วนผู้บริโภคสินค้าผ้าไหมทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมีความเชื่อมั่นในผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน นอกจากนี้ ยังเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สัญลักษณ์ตรานกยูงพระราชทาน ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ตลอดจนเป็นการปลูกฝังให้คนไทยทั้งชาติได้เกิดความภูมิใจและร่วมมือกันรักษาชื่อเสียงผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยไว้ ให้มีคุณภาพมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยั้งเป็นการสนองพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในการอนุรักษ์ไหมไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ

นางสุดารัตน์ วัชรคุปต์ เหล่าวิชยา อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ครั้งที่ 13” ประจำปี 2561 มีนิทรรศการและกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น

– นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 10 และนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในการส่งเสริม เผยแพร่ การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และการทอผ้าไหม โดยทรงนำหัตถกรรมพื้นบ้านหลากหลายชนิด โดยเฉพาะการนำผ้าไหมมาส่งเสริมและพัฒนาเป็นอาชีพเสริม ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มมากขึ้นนอกจากการทำอาชีพเกษตรกรรม

– นิทรรศการความรู้เกี่ยวกับตราสัญลักษณ์นกยูงพระราชทาน 4 ชนิด ซึ่งประกอบด้วยตรานกยูงพระราชทาน สีทอง สีเงิน สีน้ำเงิน และสีเขียว ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานให้เป็นสัญลักษณ์เพื่อรับรองคุณภาพผ้าไหมไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งปัจจุบันได้จดทะเบียนแล้ว 35 ประเทศทั่วโลก

– การจัดแสดงผลงานที่ชนะจากการประกวดเส้นไหม ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน และผลิตภัณฑ์หม่อนไหม ประจำปี 2561 ผลงานทายาทหม่อนไหมดีเด่นในโรงเรียน และทายาทหม่อนไหมดีเด่นในชุมชน ระดับประเทศ ประจำปี 2561

ผลงานนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการประกวดออกแบบชุดเครื่องแต่งกายสิ่งทอผ้าไหมเชิงสร้างสรรค์ “ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานในมุมมองและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (Creative ready to wear)” โดยใช้ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานเป็นวัตถุดิบหลักในการออกแบบตัดเย็บ ผ่านการคิดและออกแบบจากเยาวชน จากสถาบันการศึกษาที่มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับการออกแบบผลิตภัณฑ์และแฟชั่นที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 15 มหาวิทยาลัย ซึ่งผู้ชนะเลิศในทุกประเภทจะได้เข้ารับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2561

– นิทรรศการความรู้ “กว่าจะเป็นไหมไทย” การจัดแสดงผ้าไหมประจำจังหวัด 10 ลวดลายเอกลักษณ์ นิทรรศการเกษตรกรดีเด่นด้านหม่อนไหม ผลงานวิจัยด้านหม่อนไหม เช่น นวัตกรรมเลี้ยงไหมบนจ่อกงล้อทรงกระบอกไหม งานออกแบบผ้าไหมบาติก สารสกัดรากหม่อนในการผลิตเวชสำอาง เป็นต้น

– การจัดแสดงผลงานการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรมหม่อนไหม และหน่วยงานอื่นๆ เช่น การส่งเสริมอาชีพหม่อนไหมให้แก่ผู้สูงอายุ (กรมกิจการผู้สูงอายุ) งานหม่อนไหมในเรือนจำ คืนคนดีสู่สังคม (กรมราชทัณฑ์) เป็นต้น

– การแสดงและกิจกรรมสาธิตที่น่าสนใจ เช่น การเดินแบบผ้าไหมประจำถิ่น การเพ้นต์สีบนผ้าไหม การแปรรูปผลิตภัณฑ์หม่อนไหม เช่น ดักแด้ไหมอีรี่ทอด น้ำหม่อน เมี่ยงใบหม่อน เป็นต้น นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแจกพันธุ์หม่อนฟรีแก่ผู้ร่วมงาน และมีการออกร้านจำหน่ายผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ 201 ร้านจากทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการรวมสุดยอดผ้าไหมมาไว้ในงานนี้ และที่ผู้เข้าชมงานสามารถร่วมสนุกถ่ายภาพและ Check In พร้อมรับของที่ระลึกภายในงานอีกด้วย

กรมหม่อนไหม ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมชมงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ครั้งที่ 13 ประจำปี 2561” ซึ่งจะจัดในระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม 2561-4 สิงหาคม 2561 เวลา 10.00-20.00 น. ณ อาคาร 2-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี เพื่อร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์อาชีพ ด้านหม่อนไหมช่วยสนับสนุนส่งเสริมผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมีอาชีพ และรายได้ที่ยั่งยืน สามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ต่อไป

สัมผัสธรรมชาติสุดเก๋ไก๋ใน “ใชเหมี่ยง เชียงใหม่” โดยจุดหมายปลายทางในการเดินทางของฝรั่งหัวใจไทย “แดเนียล เฟรเซอร์” ในครั้งนี้ คือ โครงการหลวงขุนแปะ ชมนาข้าวขั้นบันได และความสวยงามของทุ่งดอกไฮเดรนเยีย สัมผัสความเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตชาวม้ง ที่บ้านแม่จร แวะสันป่าตองเช็คอินแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต เก๊าไม้ล้านนา

เชียงใหม่ แหล่งเศรษฐกิจแห่งภาคเหนือ มากี่ครั้งก็ไม่เบื่อ เพราะมีความหลากหลายในเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งการเดินทางของพิธีกร “แดเนียล” ในครั้งนี้ มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะ สัมผัสวิถีเกษตรกรรม การทำนาข้าวขั้นบันได เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่ทำการเกษตร และไฮไลต์อันสวยงามที่พลาดไม่ได้อย่าง ทุ่งดอกไฮเดรนเยีย ถิ่นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น จากนั้นไปสัมผัสความเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตชาวม้ง ที่พึ่งมีไฟฟ้าใช้ ในหมู่บ้านแม่จร วิถีชีวิตเรียบง่ายที่พร้อมเปิดรับไฟฟ้า

โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เข้ามาช่วยลดปัญหาการบุกรุกป่า เพราะชาวบ้านเปลี่ยนจากการใช้ฟืน มาใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้าแทน นอกจากนี้ การเรียนการสอนก็สะดวกสบายขึ้น มีคอมพิวเตอร์ที่ทำให้เด็กๆ ชาวม้ง ได้สัมผัสโลกกว้างมากยิ่งขึ้น และสถานที่ที่ต้องมาเช็คอิน แหล่งท่องเที่ยวใหม่เก๋ไก๋สไตล์วัยรุ่น เก๊าไม้ล้านนา บรรยากาศที่พักเป็นตึกมีไม้เลื้อยปกคลุมเขียวขจี เดิมทีเป็นโรงบ่มยาสูบ ซึ่งยังถูกอนุรักษ์ไว้เป็นศูนย์การเรียนรู้ให้คนรุ่นหลังได้มาสัมผัสวิถีชีวิตของคนบ่มยาสูบในสมัยก่อน นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหาร สปา และคาเฟ่ เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวให้มาแชะชิมชิลอีกด้วย

ท่องเที่ยวเชียงใหม่ สัมผัสธรรมชาติอันบริสุทธิ์ วิถีชีวิตน่ารักๆ และจุดเช็คอินสุดเก๋ กับฝรั่งยิ้มกว้าง “แดเนียล เฟรเซอร์” ในรายการหลงรักยิ้ม วันเสาร์ ที่ 28 กรกฎาคม 2561 เวลา 16.30 น. ทางช่อง 28 (3SD) Facebook: https://www.facebook.com/longrukyim/

กรมฝนหลวงและการบินเกษตร บูรณาการร่วมกับ 11 หน่วยงาน ร่วมสืบสานศาสตร์พระราชาของในหลวงรัชกาลที่ 9 และเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันพระราชสมภพในหลวงรัชกาลที่ 10 จัดโครงการปลูกป่าและไม้ยืนต้นสร้างความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการฝนหลวงฯ

นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการปลูกป่าและไม้ยืนต้นสร้างความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการฝนหลวง สืบสาน “ศาสตร์พระราชา” ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ณ เขื่อนวชิราลงกรณ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ว่า โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติวันพระราชสมภพในหลวงรัชกาลที่ 10 และเป็นการน้อมนำแนวคิด

“สร้างความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ สืบสานศาสตร์พระราชา” ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในการสร้างความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศให้มากขึ้น เพื่อช่วยในการเพิ่มโอกาสให้เกิดฝน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการปฏิบัติการฝนหลวงให้ประสบผลสำเร็จเพิ่มขึ้น และมีการฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรมให้สามารถกลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ พร้อมกับการสร้างผืนป่าให้เกิดความชุ่มชื้นเพื่อเป็นการเพิ่มป่าต้นน้ำ เพิ่มพื้นที่ป่าชุมชน ตลอดจนการปลูกป่าไม้ ป่าเศรษฐกิจ ป่าชุมชน และไม้ยืนต้น บริเวณหัวไร่ปลายนา และยังเป็นแหล่งอาหารสัตว์ป่าในการดำรงชีวิต การใช้ประโยชน์สำหรับชุมชน ที่สำคัญโครงการนี้เป็นการฟื้นฟูทำให้ทรัพยากรป่าไม้ในประเทศได้กลับมาสมบูรณ์เหมือนเดิม

ด้าน นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า จากวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรป่าไม้ที่ถูกทำลายซึ่งทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทุกปี ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ ความแปรปรวนของสภาพอากาศ ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศที่ลดลง ส่งผลต่อกระบวนการเกิดฝนและปริมาณน้ำฝนตามธรรมชาติเกิดความผิดปกติ จึงมีความจำเป็นที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องบูรณาการร่วมกัน เพื่อให้การฟื้นฟูผืนป่าเกิดประสิทธิภาพและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ อีกทั้งเมื่อป่าเกิดความสมบูรณ์ก็จะทำให้ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศมีเพิ่มมากขึ้น

ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยการเพิ่มโอกาสสำหรับการขึ้นปฏิบัติการฝนหลวงให้ประสบความสำเร็จเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้ การดำเนินโครงการฯ แบ่งเป็น 3 กิจกรรมหลัก ประกอบด้วย 1) กิจกรรมพิธีเปิดโครงการ (19 กรกฎาคม 2561) ณ บริเวณเขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี 2) กิจกรรมการปลูกป่าและไม้ยืนต้น ดำเนินการตั้งแต่เริ่มเปิดปฏิบัติการฝนหลวง ประจำปี 2561 (วันที่ 1 มีนาคม – 30 กันยายน 2561) โดยร่วมกันระหว่างภาครัฐกับเอกชน อาทิ ศูนย์ปฏิบัติงานฝนหลวงทั่วประเทศ สถานศึกษา อาสาสมัครฝนหลวงภูมิภาคต่างๆ เป็นต้น และ 3) กิจกรรมโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศ ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงทั้ง 5 ภูมิภาค ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2561 โดยดำเนินการพร้อมกับการปฏิบัติการฝนหลวงในแต่ละวัน

“กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ยังได้จัดทำแอพพลิเคชั่นระบบติดตามการปลูกต้นไม้ “Collector for ArcGIS” เพื่อช่วยติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโครงการดังกล่าวด้วยตนเอง เพิ่มความสะดวกในการติดตามข้อมูลการปลูกต้นไม้ได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น อาทิ พื้นที่ปลูก ชื่อผู้ปลูก ชื่อต้นไม้ที่ปลูก การดูแลรักษา เป็นต้น ทั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ทางเว็บไซต์/เพจ Facebook กรมฝนหลวงและการบินเกษตร และการรายงานข่าวการปฏิบัติการฝนหลวงประจำวันทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย”นายสุรสีห์ กล่าวทิ้งท้าย

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เชิญชวนผู้ประกอบการโอท็อป 3-5 ดาว และ โอท็อป ซีเล็ค ในกลุ่มสุขภาพและความงาม เข้าร่วมอบรมบ่มเพาะความรู้ในการพัฒนาสินค้าโอท็อป ตามแนวทางโอท็อป นวัตวิถี ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพและยกระดับการตลาดผลิตภัณฑ์ฐานราก OTOP ปีงบประมาณ 2561 ด้วยการบรรยายในหัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมและการสร้างแบรนด์ในยุค 4.0, Thailandmall โอกาส SME ในออมนิ ชาเนล, การสร้างผลิตภัณฑ์เด่นแบรนด์ต้องดี บรรจุภัณฑ์ต้องโดน และการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรและเครื่องสำอางแบบได้มาตรฐาน โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาให้ความรู้หลากหลายท่าน ในวันพุธที่ 1 สิงหาคม 2561 เวลา 8.30-16.30 น. ณ โรงแรมบุศราคัม จังหวัดขอนแก่น โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกยังได้รับสิทธิขายสินค้าออนไลน์ในระบบ e-commerce ฟรี! ผู้ประกอบการโอท็อปที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ โทร. 06-1269-4119

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกาฬสินธุ์ จัดฝึกอบรมหลักสูตร “การจัดทำของฝากของที่ระลึกภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยนวัตกรรมบนเส้นทางไดโนโรด” ภายใต้การดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อเพิ่มมูลค่าและช่องทางการตลาด

ให้กับกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ชุมชนผู้สูงอายุ และนักเรียน จำนวน 60 คน ในเขตพื้นที่อำเภอสหัสขันธ์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวไดโนโรด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอาชีพ พัฒนาผลิตภัณฑ์ของฝากและของที่ระลึกสำหรับแหล่งท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน กิจกรรมการอบรมประกอบด้วย การออกแบบ การขึ้นรูปโดยการกดแม่พิมพ์และหล่อน้ำดิน การตกแต่งด้วยสีอะคริลิก และการประกอบตกแต่งเป็นของที่ระลึก อาทิ ระฆังบุญ มาสคอตไดโนเสาร์…พี่ภูพานและน้องแพรวา พวงกุญแจ และโมบาย เป็นต้น ระหว่างวันที่ 23-25 กรกฎาคม 2561 ณ ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์

รศ.นพ. อภิชาติ จิระวุฒิพงษ์ ผอ.โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นประธานเปิดงานวันตับอักเสบโลก ปีที่ 9 ครั้งที่ 78 “รู้ทันภัยร้ายห่างไกลโรคตับ” ของมูลนิธิรักษ์ตับ ร่วมกับภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น และโรงพยาบาลเครือข่ายในภาคอีสาน 20 จังหวัด โดย รศ.พญ. วัฒนา สุขีไพศาลเจริญ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบทางเดินอาหารและตับ ร.พ. ศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น พญ. ธนิตา สุทธิชัยมงคล แพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ ร่วมเป็นวิทยากร มีประชาชนกว่า 1,000 คน ร่วมตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี และซี

รศ.พญ. วัฒนา กล่าวว่า เป็นที่น่าตกใจว่าประชาชนทั่วโลกมีอัตราการตายจากไวรัสตับเป็นอันดับ 7 คร่าชีวิตไปปีละกว่า 1.4 ล้าน พบการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีในทุกๆ 12 คน ในประเทศไทยพบความชุกการติดเชื้อไวรัสตับ บี 62.29% ไวรัสตับอักเสบ ซี 4.56% หมายความว่าในภาคอีสานประชาชนทุก 10 คนจะตรวจพบว่าเป็นไวรัสตับอักเสบ 1 คน โดยพบว่ามีอัตราการติดเชื้อจากโรคตับอักเสบสูงกว่าโรคติดเชื้อชนิดอื่นที่อันตราย แต่กลับพบว่าประชาชนกลับตื่นกลัวและให้ความสนใจเพื่อป้องกันและรักษาโรคตับอักเสบน้อยมาก

ด้าน รศ.นพ. อภิชาติ กล่าวว่า การจัดโครงการให้ความรู้เนื่องในวันตับอักเสบโลก “เรื่องรู้ทันภัยร้ายห่างไกลโรคตับ” ปีที่ 9 ครั้งที่ 78 เพื่อให้ความรู้ของโรคไวรัสตับอักเสบชนิดบีและซี เป็นโรคที่เรื้อรังและทำให้เกิดความสูญเสียต่อครอบครัวและประเทศชาติ หากไม่รู้จักการป้องกันและการรักษา จึงเป็นสิ่งที่ดีและมีประโยชน์ไปด้วยเนื้อหาสาระทั้งด้านวิชาการ โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รู้ถึงการป้องกันและการดูแลรักษาตัวเองให้ปลอดภัยจากโรคไวรัสตับอักเสบ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ

กรมหม่อนไหม ขยายผลโครงการสร้างทายาทหม่อนไหมในโรงเรียนเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปี’61 จัดประกวดทายาทหม่อนไหมระดับโรงเรียนและชุมชน หวังเป็นต้นแบบสร้างแรงบันดาลใจสู่การสืบทอดอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอย่างมั่นคง

นางสุดารัตน์ วัชรคุปต์ เหล่าวิชยา อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า สำหรับโครงการสร้างทายาทหม่อนไหมในโรงเรียนเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เกิดขึ้นจากพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชน ประชาชนในถิ่นทุรกันดาร และผู้ด้อยโอกาส ซึ่งทรงให้ยึดการดำเนินงานโดยให้คนเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้การพัฒนา และใช้โรงเรียนเป็นฐานของการพัฒนาให้ครอบคลุมมิติต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาและยังประโยชน์สุขแก่ประชาชนอย่างสมดุล ทั้งทางด้านอาหารโภชนาการสุขอนามัย การศึกษา การงานอาชีพ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมท้องถิ่น

กรมหม่อนไหม ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร เกี่ยวกับการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และเส้นใยธรรมชาติ จึงมีนโยบายที่จะดำเนินการถ่ายทอดความรู้และส่งเสริมอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ให้แก่เด็กและเยาวชนในโรงเรียน ทั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการสนองพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทำให้เกิดการสร้างอาชีพทางด้านหม่อนไหม อันจะเป็นพื้นฐานในการประกอบอาชีพ การสร้างความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่เด็กและเยาวชนในอนาคต เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการผลิตและสร้างมูลค่าภาคการเกษตร ส่งเสริมให้มีการผลิตสินค้าหม่อนไหมที่มีคุณภาพมาตรฐานจากการส่งเสริมและพัฒนา

อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวอีกว่า ในปี 2561 กรมหม่อนไหม ได้ส่งเสริมอาชีพและสร้างทายาทหม่อนไหมในโรงเรียน จำนวนทั้งสิ้น 50 โรงเรียน พร้อมกันนั้นก็จัดให้มีการประกวดทายาทหม่อนไหมดีเด่นประจำปี 2561 ขึ้น จำนวน 2 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลเยาวชนในโรงเรียน และโรงเรียนที่ให้การสนับสนุน จำนวน 1 ราย และรางวัลเยาวชนในชุมชน และชุมชนที่ให้การสนับสนุน จำนวน 1 ราย โดยผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ รางวัลเยาวชนในโรงเรียน และโรงเรียนที่ให้การสนับสนุน ได้แก่ เด็กหญิงศศินา ลองจำนง

โรงเรียนอนุบาลลืออำนาจ (ชุมชนเปือยหัวดง) ต. เปือย อ. ลืออำนาจ จ. อำนาจเจริญ ที่มีแรงบันดาลใจที่อยากจะสานต่ออาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเพื่อช่วยเหลือแม่และครอบครัว สำหรับรางวัลชนะเลิศ เยาวชนในชุมชนและชุมชนที่ให้การสนับสนุน ได้แก่ นายมนตรี ดาราแสน ชุมชนบ้านลานไผ่ ต. ห้วยยั้ง อ. พรานกระต่าย จ. กำแพงเพชร ที่มีแรงบันดาลใจอยากเป็นผู้สืบทอดอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมจากการที่ตนเองได้เรียนรู้และหารายได้จากการสาวเส้นไหมเพื่อขายตั้งแต่อายุ 7 ขวบ จนทำให้ปัจจุบันสามารถสร้างผลงานด้านหม่อนไหม ในฐานะทายาทหม่อนไหม ด้วยการออกแบบลวดลายผ้าเป็นรูปทรงเลขาคณิตใช้สำหรับเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทเคหะสิ่งทอ

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวนับเป็นการปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ และสืบทอดภูมิปัญญาด้านหม่อนไหมให้คงอยู่คู่ประเทศไทย ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอาชีพด้านการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมให้แก่เด็กและเยาวชนในโรงเรียน พร้อมกับส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนในโรงเรียน มีรายได้ระหว่างเรียน มีอาชีพที่มั่นคงหลังจากจบการศึกษา และสามารถพึ่งพาตนเองได้ต่อไป

กระบี่ – นายบริรักษ์ ชูสิทธิ์ พาณิชย์จังหวัดกระบี่ นางพรทิพย์ กิตติธรกุล ประธานกรรมการบริหารอ่าวนางแลนด์มาร์ค จำกัด พร้อมด้วย นายธนพัฒน์ พัฒศรีเมือง กก.ผจก.บริษัท อ่าวนางแลนด์มาร์ค จำกัด ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือในการส่งเสริมธุรกิจของชุมชนมุ่งสู่ยุค 4.0 ตลาดไร้เงินสด ที่โรงแรมกระบี่รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ โดยมีผู้มาร่วมงาน ประมาณ 200 คน

นายบริรักษ์ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนที่มีศักยภาพจะทำให้นโยบายการส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยในจังหวัดกระบี่ มีประสิทธิภาพและมีความต่อเนื่อง ถือเป็นส่วนหนึ่งในแนวทางการขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ที่มุ่งยกระดับเศรษฐกิจฐานราก โดยใช้พื้นที่ของโครงการ อ่าวนางแลนด์มาร์ค ซึ่งเป็นทำเลการค้าขายที่ดีอยู่ติดชายทะเลหาดนพรัตน์ธารา เป็นแหล่งท่องเที่ยวสัญจรของนักท่องเที่ยวที่สำคัญของกระบี่