พร้อมเปิดโรงทานแจกอาหารเจที่ปรุงด้วยกุ๊กระดับภัตตาคารให้

รับประทานฟรีตลอดทั้ง 10 วันในช่วงเทศกาลกินเจปีนี้ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆได้ทุกวัน ณ มูลนิธิโพธิภาวนาสงเคราะห์ (โรงเจสะพานใหม่) ลานจอดรถที่ 1 ตลาดยิ่งเจริญ

เมื่อเวลา 17.09 น. วันที่ 18 ตุลาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ถึงยังพระที่นั่งทรงธรรม พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยเสด็จด้วย

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศงานพระราชพิธี นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร และคณะกรรมการ เฝ้าฯ รับเสด็จ

การนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับพระราชอาสน์ที่หน้ามุขพระที่นั่งทรงธรรม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการอำนวยการ กราบบังคมทูลรายงาน และเบิกกรรมการสร้างพระเมรุมาศ

จากนั้นเสด็จฯ ไปยังที่ประดิษฐานนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมนพปฎลมหาเศวตฉัตร ต่อมานายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ถวายสายสูตรยกนพปฎลมหาเศวตฉัตร

เวลา 17.17 น. ทรงเริ่มยกนพปฎลมหาเศวตฉัตร ระหว่างนั้น โหรหลวงลั่นฆ้องชัย ชาวพนักงานประโคม สังข์ แตร และดุริยางค์ กระทั่งเวลา 17.19 น. นพปฎลมหาเศวตฉัตรขึ้นสู่ยอดพระเมรุมาศ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานสายสูตรคืนอธิบดีกรมศิลปากร รับไปผูกไว้ที่เสาบัว ก่อนเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรพระที่นั่งทรงธรรมและพระเมรุมาศ ตามพระราชอัธยาศัย และเสด็จฯ กลับ

นางสุจิตรา ตั้งคำ อายุ 55 ปี ชาวตรัง และเพื่อน เผยว่า ทราบข่าวจากทีวี และสื่อออนไลน์ว่าจะมีพิธีจึงเดินทางมากรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม เพราะตั้งใจมาชมพิธียกนพปฎลมหาเศวตฉัตร และชมการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศในวันที่ 21 ตุลาคม วันนี้เดินทางจากย่านพุทธมณฑลสาย 3 มาที่สนามหลวงตั้งแต่เวลา 09.00 น. เพื่อมาร่วมถวายพวงมาลัยหน้าซุ้มประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ เมื่อถึงเวลาจึงมารอชมพิธียกฉัตร รู้สึกปลื้มใจอย่างมากที่ได้เห็นในหลวง รัชกาลที่ 10 ทรงประกอบพิธีให้ในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งทรงเป็นพระราชบิดา ส่วนประชาชนทุกคนร่วมใจนั่งเฝ้าฯรับเสด็จอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ตนติดตามการสร้างพระเมรุมาศมาตลอด เห็นความงดงามและฝีมือคนไทย วันนี้ ถือว่าเสร็จสิ้นครบถ้วนแล้วแล้วแต่แม้จะสวยงามแต่ก็มีความเศร้าแฝงอยู่ จากนี้ก็จะอยู่รอถ่ายภาพยามค่ำต่อไป

“ก่อนหน้านี้ตนมากราบพระบรมศพ 4 ครั้ง เนื่องจากเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาโครงการทูบี นัมเบอร์วัน ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ส่วนวันที่ 26 ตุลาคม เพราะเป็นจิตอาสาดอกไม้จันทน์ที่ จ.ตรัง จึงไม่ได้เดินทางร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิง แต่ก็รักผูกพันและประทับใจในหลวง รัชกาลที่ 9 ทุกด้าน ซึ่งพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากผู้นำกว่า 30 ประเทศ ถือได้ว่าพระองค์ทรงเป็นคิง ออฟ คิงอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังน้อมนำพระราชจริยวัตรในด้านความอดทน มีวินัย เมตตา และรู้จักคิดถึงคนอื่น มาเป็นหลักธรรมนำชีวิตด้วย” นางสุจิตรา กล่าว

เมื่อวันที่18 ตุลาคม 2560 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ อธิบดีกรมชลประทาน ตรวจสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา โดยขึ้น เฮลิคอปเตอร์บินสำรวจสถานการณ์น้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา – อ.เมือง จ.นครสวรรค์ จากนั้นได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงสถานการณ์น้ำ การบริหารจัดการน้ำ พื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วม และการให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ก่อนเดินทางไปยังพื้นที่คันกั้นน้ำ ต.ตลุก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เพื่อมอบถุงยังชีพให้ประชาชนในพื้นที่ 3 ตำบลของจ.ชัยนาท ได้แก่ ต.ตลุก ต.หาดอาษา และ ต.โพนางดำก่อนพบปะให้กำลังใจประชาชน และชี้แจงแนวทางภาครัฐในการลดผลกระทบกับเกษตรกร และประชาชนให้เหลือน้อยที่สุด

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในปี 2560 มีปริมาณฝนมากกว่าค่าเฉลี่ย 30% ทำให้มีน้ำในเขื่อน และ ลำน้ำ มากกว่าปกติ แต่สถานการณ์ความรุนแรงน้อยกว่าปี 2554 มาก ทั้งนี้ได้บริหารจัดการน้ำตามแผนที่วางไว้ ในส่วนพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้งดการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ ผันน้ำออกฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ผันน้ำเข้าแก้มลิงที่เตรียมไว้ และผันน้ำเข้าทุ่งรับน้ำหลาก แบ่งเป็น พื้นที่เหนือ จ.นครสวรรค์ – อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก พื้นที่ 265,000 ไร่ เก็บเกี่ยวแล้วเสร็จปลายเดือนสิงหาคม 2560 รับน้ำได้ 400 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) รับน้ำแล้ว 450 ล้าน ลบ.ม. และพื้นที่ใต้ จ.นครสวรรค์ 12 ทุ่ง พื้นที่ 1,149,898 ไร่ เก็บเกี่ยวแล้วเสร็จกลางเดือนกันยายน 2560 รับน้ำได้ 1,514 ล้าน ลบ.ม. รับน้ำแล้ว 1,183 ล้าน ลบ.ม.

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ทั้งนี้ มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่นอกคันกั้นน้ำเมื่อเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบาย ตั้งแต่ คลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา วัดสิงห์ อ.อินทร์บุรี อ.พรหมบุรี อ.เมือง จ.สิงห์บุรี วัดไชโย อ.ไชโย จ.อ่างทอง วัดเสือข้าม อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ต.โพนางดำ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ต.เทวราช อ.ไชโย จ.อ่างทอง ต.อินทร์บุรี อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี และ บ้านท่าทราย อ.สรรพยา จ.ชัยนาท

ซึ่งกระทรวงเกษตรฯได้เร่งช่วยเหลือ และเร่งผลักดันน้ำหากไม่มีฝนมาเพิ่ม โดยได้สั่งการให้ลดการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาลงภายใน 7 วันหากไม่มีฝนตกเพิ่ม และจะสามารถลดปริมาณน้ำให้อยู่ในระดับปกติภายในระยะเวลา 1 เดือนตามลำดับ แบ่งเป็น ในอีก 10 วัน เขื่อนเจ้าพระยาปรับลดการระบายน้ำลงไม่เกิน 2,400 ลบ.ม./วินาที15 วัน เขื่อนเจ้าพระยา ปรับลดการระบายน้ำลงไม่เกิน 2,200 ลบ.ม./วินาที 20 วัน เขื่อนเจ้าพระยา ปรับลดการระบายน้ำลงไม่เกิน 2,000 ลบ.ม./วินาที และ 30 วัน เขื่อนเจ้าพระยา ปรับลดการระบายน้ำลงไม่เกิน 700 ลบ.ม./วินาที ในระหว่างนี้ ส่วนที่เกี่ยวต้องให้ความช่วยเหลือประชาชนและลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด

“กระทรวงเกษตรฯ ได้วางแผนบริหารจัดการน้ำล่วงหน้าตั้งแต่ปี 2559 โดยเฉพาะการเตรียมพื้นที่แก้มลิงไว้รองรับน้ำทั้งบริเวณเหนือเขื่อนจ้าพระยา และใต้เขื่อนเจ้าพระยาทั้งที่บางระกำ และทุ่งแก้มลิงใต้เขื่อนเจ้าพระยา 12 แห่งสามารถรองรับมวลน้ำจากลำน้ำปิง วัง และน่าน ไม่ให้ลงมาส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านล่างโดยเฉพาะที่บางไทร ซึ่งปัจจุบัน 12 ทุ่งแก้มลิงที่อยู่ใต้เขื่อนเจ้าพระยารับน้ำแล้ว 80% ยังสามารถรับน้ำได้อีก 20% ที่สามารถรองรับน้ำได้เพิ่มเติม โดยจะมีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้งในวันอังคารหน้า 24 ตุลาคม

ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ กรมชลประทานสามเสน ทั้งการพยากรณ์อากาศในช่วงระยะ 10 วันจากนี้ไม่น่าจะมีพายุเข้ามา เป็นเพียงร่องความกดอากาศเท่านั้น และแผนการใช้ทุ่งแก้มลิงในลุ่มน้ำยมที่เตรียมไว้ 16 แห่ง ที่ขณะนี้ยังมีการเพาะปลูกไม่ได้เก็บเกี่ยวกรณีหากมีปริมาณฝนเพิ่มเติมก็ต้องมีการวางแผนล่วงหน้าด้วยเช่นกัน รวมถึงแผนบริหารจัดการน้ำในปี 2561 ล่วงหน้าด้วย” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า สำหรับการรายงานสถานการณ์พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายนั้น ทางจิสด้าได้รายงานว่าจากพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมมีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายเพียง 3% จากพื้นที่การเกษตรทั้งหมด และไม่ใช่เสียหายสิ้นเชิงหากระดับน้ำท่วมขังไม่นานก็ไม่น่าจะมีความเสียหายมากนัก แต่ก็ได้สั่งการหน่วยงานในพื้นที่ตามแนวลุ่มเจ้าพระยาที่ได้รับผลกระทบวิเคราะห์และคาดการณ์ความเสียหายเบื้องต้นเพื่อวางแผนทางการให้ความช่วยเหลือเยียวยาให้ทันสถานการณ์ต่อไป

หวั่นไทยซ้ำรอยอิสราเอล เจอเชื้อไวรัสสายพันธุ์รุนแรงในปลานิล เร่งไทยวิจัยสายพันธุ์โรคใหม่ TiLV เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดหนักและกระทบการส่งออก เผยประเทศเพื่อนบ้านเริ่มปิดประตูไม่นำเข้าจากไทย ด้านกรมประมงเริ่มตรวจเข้ม พร้อมตั้งห้องปฏิบัติการตรวจโรคอย่างน้อย 8 แห่ง

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” เปิดเผยว่า ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สมาคมนิสิตเก่าสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับมูลนิธิศาสตราจารย์ ดร.จักร พิชัยรณรงค์สงคราม และคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้จัดงานสัมมนาวิชาการ “สถานการณ์ TiLV ของปลานิลในประเทศไทยเป็นแพะ หรือไม่” ขึ้น หลังจากที่องค์การโรคระบาดสัตว์ (OIE ) ขึ้นบัญชีเฝ้าระวังโรค (Tilapia Lake Virus : TiLV) ซึ่งเป็นกลุ่มอาการปลานิลตายในเดือนแรกที่ปล่อยลงเลี้ยงเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา ร่วมกับประเทศอิสราเอล เอกวาดอร์ โคลอมเบีย อียิปต์ ว่า ในส่วนของไทยหลังจากที่ตรวจพบโรคนี้ในฟาร์มเลี้ยงปลานิลที่จังหวัดเชียงราย กำแพงเพชร กาฬสินธุ์ ปทุมธานี ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา กรมประมงได้ประกาศชนิดโรคเพิ่มเติมแล้ว เพื่อควบคุมโรคตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 แต่หากมีการระบาดของโรคอย่างรุนแรงและเป็นวงกว้าง กรมจะประกาศควบคุมโรคแบบฉุกเฉินได้ทันที

นอกจากนี้ กรมได้กำหนดให้มีใบรับรองสุขภาพสัตว์น้ำว่า ไม่มี TiLV ในสินค้าที่นำเข้าในประเทศ รวมทั้งกักกันปลานิลและผลิตภัณฑ์ที่จะนำเข้ามาในประเทศในสถานกักกันที่ขึ้นทะเบียนกับกรมประมงแล้ว เพื่อสุ่มตรวจหาเชื้อ TiLV ทางด้านการส่งออก ฟาร์มส่งออกจะต้องขึ้นทะเบียนฟาร์มเพื่อการส่งออก และมีการเฝ้าระวังโรคด้วยการตรวจหาเชื้อ TiLV จะต้องไม่พบเชื้อนี้เป็นเวลา 2 ปีติดต่อกัน เพื่อแสดงสถานะปลอดโรค และจัดตั้งห้องปฏิบัติการที่สามารถตรวจเชื้อไวรัสได้อย่างน้อย 8 แห่ง

ดร.จิราพร เกษรจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคสัตว์น้ำ กรมประมง กล่าวว่า ล่าสุดประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย งดการนำเข้าลูกปลานิลจากไทยไปเลี้ยงแล้ว จีนเริ่มเฝ้าระวัง ในขณะที่มาเลเซีย ห้ามนำเข้าปลานิลจากไทยเป็นเวลา6 เดือนแล้ว ดังนั้นแม้ว่าผลผลิตปลานิลในไทยจะไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ไทยจำเป็นต้องมีการเร่งวิจัยด้านการระบาดวิทยาของโรคนี้ถึงปัจจัยที่เอื้อต่อการเกิดโรค ตรวจหาคุณสมบัติของเชื้อไวรัส TiLV ทางกายภาพ การจำแนกสายพันธุ์ TiLV ซึ่งการตรวจพบโรคนี้ในอิสราเอล เป็นสายพันธุ์ที่ค่อนข้างรุนแรง ทำให้ปลานิลตายถึง 80% การหาวิธีการป้องกันและรักษา วิธีการกำจัดเชื้อ ทางกายภาพและสารเคมี ศึกษาความรุนแรงและความสามารถในการก่อโรคของเชื้อไวรัส TiLV ในแต่ละระดับ เพื่อหามาตรการป้องกันการเกิดโรคโดยเร็ว มิเช่นนั้นจะส่งผลกระทบต่อไทยที่ส่งออกปลานิลแช่แข็งในแต่ละปีจำนวนมาก

“ผลผลิตปลานิลของไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อยู่ในระดับเกิน 2 แสนตัน/ปี มีปี 2551 ที่ผลผลิตลดลงบ้างจากปัญหาโรคปลา จากการตรวจสอบเป็นเชื้อไวรัส Steptococcus agalactiae ที่เหลือมีสารพัดโรค ปี 2554 จากปัญหาน้ำท่วมใหญ่ในภาคกลางที่เป็นแหล่งเลี้ยงใหญ่เสียหาย 100% และในปี 2558-2559 ผลผลิตลดลงจากปัญหาแล้งจัด ไม่มีน้ำเลี้ยงปลาและความร้อนสูง”

ในขณะที่นักวิชาการหลายรายให้ความเห็นว่า โดยภาพรวมการเลี้ยงปลานิลให้รอดและเกิดโรคระบาดน้อย ต้องเลี้ยงปลาไม่หนาแน่น ต้องบริหารจัดการเลี้ยงปลาให้ดีช่วงร้อนเกิน 32 องศาเซลเซียส ช่วงฝนตกขณะมีความร้อนสูง น้ำหลาก ออกซิเจนในน้ำต่ำ สารอินทรีย์สะสมในแหล่งเพาะเลี้ยงมากเกินไป เพราะเป็นปัจจัยให้ปลาเกิดโรคแทรกซ้อนได้ง่ายหลายชนิด นอกจากนี้ ผู้เลี้ยงต้องใช้ไข่และพ่อแม่พันธุ์ปลอดโรค ใช้ PCR ตรวจคัดกรองพ่อแม่พันธุ์ ลูกปลา การตรวจภูมิคุ้มกันและพัฒนาวัคซีน การเลี้ยงปลาอายุเดียวกัน เพื่อลดการแพร่เชื้อและควบคุมเชื้อในแหล่งน้ำ โดยเฉพาะการเลี้ยงในกระชังที่ป้องกันเชื้อโรคได้ยาก รายงานข่าวกล่าว

วันที่ 18 ตุลาคม 2560 เวลา 09.30 น. พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางลงพื้นที่ เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ชัยนาทและ จังหวัดภาคกลาง ซึ่งกรมชลประทานรายงานว่าจากการติดตามสภาพอากาศล่าสุดของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าพายุดีเปรสชั่นขนุนได้อ่อนแรงลงโดยจะไม่ส่งผลกระทบกับประเทศไทยโดยตรง ประกอบกับร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคกลางจะเริ่มสลายตัวไปในคืนนี้

ต่อมา รมว.เกษตรได้เดินทางลงพื้นที่ วัดตะหลุก อ.สรรพยา เพื่อเยี่ยมมอบถุงยังชีพให้ประชาชนที่มารอรับ และเปิดเผยว่า หลังจากนี้หากไม่มีพายุดีเปรสชั่นเข้ามาเติมปริมาณน้ำเหนือเขื่อน คาดว่าจะสามารถผลักดันน้ำระบายลงทะเล และจะทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อนลดลงภายในห้วงเวลา 7 วัน และได้สั่งการให้ทุกส่วนระดมเครื่องมือเครื่องจักร ลงผลักดันน้ำทั้งในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ ซึ่งอยู่เหนือเขื่อน และพื้นที่ท้ายเขื่อนตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ลงไป จ.สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา

โดยให้ทุกจังหวัดผันน้ำเข้าพื้นที่แก้มลิงธรรมชาติที่ยังรับน้ำได้ และให้ทำแผนการระบายน้ำลงภาคกลางแบบขั้นบันได ซึ่งทุกจังหวัดจะสอดรับกันเป็นทอด ไม่สร้างผลกระทบหรือภาระให้จังหวัดที่อยู่ปากแม่น้ำ

โดยล่าสุดน้ำจากภาคเหนือไหลเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยา ผ่าน จ.นครสวรรค์ มีปริมาณทรงตัววัดได้ 2,854 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนระดับน้ำเหนือเขื่อนเพิ่มขึ้น 6 ซม.วัดได้ 16.99เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งต่ำกว่าตลิ่งเพียงเล็กน้อย โดยเขื่อนเจ้าพระยายังคงการระบายน้ำไว้ที่ 2,598ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนทรงตัวอยู่ที่ 15.81 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

หาดก้นอ่าว อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า คลื่นซัดซากหอยจ๊อกขาวโพลน นักท่องเที่ยวอุทาน โอ้มายก็อด

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ชาวประมงหาดก้นอ่าว หมู่ 1 ต.เพ อ.เมืองระยองแจ้งว่า เจอกองซากหอยจ๊อกหรือหอยกระโดดอีกแล้ว คราวนี้กองใหญ่ขาวโพลนถูกคลื่นซัดซากหอยกระจายเกลื่อนชายหาดยาวกว่า 2 กม.บางจุดปนเปื้อนเศษขยะ ไปตรวจสอบกองซากหอยจ๊อก หาดก้นอ่าว พื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ต.เพ

ชาวประมง เล่าว่าเมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา น้ำทะเลขึ้นสูงเต็มชายหาดก้นอ่าว พอตกดึกน้ำทะเลเริ่มลง พอรุ่งเช้าวันที่ 18 ตุลาคม เดินออกมาดูบริเวณชายหาดพบกองซากหอยจ๊อกหรือหอยกระโดด ขาวโพลนยาวตลอดแนวชายหาดกว่า 2 กม.ซากหอยบางจุดปนเปื้อนเศษขยะที่มาจากทะเล ไม่ทราบว่าสาเหตุการตายเกิดจากอะไร เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมาก็เกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกันแต่ครั้งนั้นมีทั้งซากหอยจ๊อกและหอยแมลงภู่ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา บริเวณชายหาดแม่รำพึง หมู่ 9 ต.ตะพง อ.เมืองระยอง พบซากหอยจ๊อกถูกคลื่นซัดเกลื่อนหาดแม่รำพึง เช่นเดียวกัน และในวันนี้ ก็มาเกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก ซากหอยจ๊อกถูกคลื่นซัดเกลื่อนหาดก้นอ่าวซ้ำอีก

เจ้าหน้าที่ประมง จ.ระยอง ลงพื้นที่ชายหาดเก็บตัวอย่างน้ำทะเลตรวจพิสูจน์และกล่าวว่าพื้นที่บริเวณหาดก้นอ่าวเป็นแหล่งกำเนิดหอยจ๊อก ซึ่งเป็นสัตว์น้ำวัยอ่อน ทนความต้านทานของคลื่นลมไม่ได้อาจเป็นสาเหตุของการตาย ส่วนการตายของหอยจ๊อกที่หาดแม่รำพึงนั้น เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงอ่าวไทยฝั่งตะวันออก(ระยอง) ลงพื้นที่ตรวจวัดค่าน้ำทะเล พบว่าค่าออกซิเจนอยู่ที่ 55.9 ปกติ ความเค็ม 27.9 ตามปกติ 32 คาดว่ามีน้ำฝนตกลงมาทำให้ค่าความเค็มต่ำกว่าปกติเล็กน้อย ความเป็นกรด – ด่างอยู่ที่ 85 ปกติ ซึ่งหอยจ๊อกเป็นหอยขนาดเล็ก เมื่อโดนน้ำจืดอาจทำให้ตายได้แต่ยังไม่ฟันธง

ด้านชาวประมง กล่าวว่าไม่เชื่อการตรวจพิสูจน์ของนักวิชาการสาเหตุการตายของหอยจ๊อกแต่อย่างใด เพราะชาวประมงหากินในทะเลมาช้านานแล้ว มีความเชื่อว่าสาเหตุการตายของหอยจ๊อกหรือหอยกระโดด น่าจะมาจากมลพิษในทะเล แต่นักวิชาการกลับมองข้ามเรื่องมลพิษ จึงไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าไหร่นัก ถ้าเป็นปลาพะยูนตาย เรื่องใหญ่แน่ชาวประมงกล่าว

อ่างทองชาวบ้านแห่จับปลาน็อกน้ำในคลองลำท่าแดง สร้างรายได้อย่างงาม

วันที่ 18 ต.ค. 60 ชาวบ้านแห่จับปลา โดยการหว่านแหในคลองลำท่าแดง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง หลังน้ำในคลองเริ่มเน่าเสีย ไร้ที่ระบายเนื่องจากระดับน้ำในคลอง อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำเจ้าพระยากว่า 1 เมตร ส่งผลกระทบปลาที่อาศัยอยู่ในคลองลำท่าแดง ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากเริ่มขาดออกซิเจนในน้ำ ขาดอากาศน็อกน้ำลอยหัว ขึ้นบนผิวน้ำเห็นเป็นฝูงปลาขนาดใหญ่ ชาวบ้านในพื้นที่ ได้ทำการพายเรือออกไปกลางคลอง พร้อมทำการหว่านแหจับได้แต่ละครั้งเป็นจำนวนมาก โดยมีประชาชนรอรับซื้อปลาที่หาได้อยู่ที่ริมตลิ่ง

ด้าน นายบุญชู สุขถนอม อายุ 40 ปี คนหาปลา กล่าวว่า pixelhunter.me ในช่วงนี้น้ำในคลองลำท่าแดง เริ่มเน่าเสียไร้ที่ระบาย ทำให้ปลาสร้อย ปลาซ่า ปลากระแหทอง และปลาแขยง เกิดการน็อกน้ำ ลอยหัวขึ้นมาสู่ผิวน้ำเป็นฝูงๆ ทำให้มองเห็นได้อย่างชัดเจน จึงจับปลาได้โดยง่าย ซึ่งการหว่านแหลงไปในคลองแต่ละครั้งนั้น ทำให้จับได้เป็นจำนวนมาก นำไปขายสร้างรายได้อย่างงาม โดยมีประชาชนมารอรับซื้อ ถึงที่ริมคลองเมื่อจับได้ปุ๊บก็นำปลาไปขายได้เลย โดยเมื่อแกะออกจากแห ก็จับใส่ถุงกระสอบปุ๋ยที่มีอยู่ ขายกันแบบเหมาไปเลย โดยไม่ต้องชั่งน้ำหนักให้เสียเวลาลูกค้าถูกใจ คนขายปลาสร้างรายได้หาเลี้ยงครอบครัวกันต่อไป

หวั่นไทยซ้ำรอยอิสราเอล เจอเชื้อไวรัสสายพันธุ์รุนแรงในปลานิล เร่งไทยวิจัยสายพันธุ์โรคใหม่ TiLV เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดหนักและกระทบการส่งออก เผยประเทศเพื่อนบ้านเริ่มปิดประตูไม่นำเข้าจากไทย ด้านกรมประมงเริ่มตรวจเข้ม พร้อมตั้งห้องปฏิบัติการตรวจโรคอย่างน้อย 8 แห่ง

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” เปิดเผยว่า ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สมาคมนิสิตเก่าสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับมูลนิธิศาสตราจารย์ ดร.จักร พิชัยรณรงค์สงคราม และคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้จัดงานสัมมนาวิชาการ “สถานการณ์ TiLV ของปลานิลในประเทศไทยเป็นแพะ หรือไม่” ขึ้น หลังจากที่องค์การโรคระบาดสัตว์ (OIE ) ขึ้นบัญชีเฝ้าระวังโรค (Tilapia Lake Virus : TiLV) ซึ่งเป็นกลุ่มอาการปลานิลตายในเดือนแรกที่ปล่อยลงเลี้ยงเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา ร่วมกับประเทศอิสราเอล เอกวาดอร์ โคลอมเบีย อียิปต์ ว่า ในส่วนของไทยหลังจากที่ตรวจพบโรคนี้ในฟาร์มเลี้ยงปลานิลที่จังหวัดเชียงราย กำแพงเพชร กาฬสินธุ์ ปทุมธานี ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา กรมประมงได้ประกาศชนิดโรคเพิ่มเติมแล้ว เพื่อควบคุมโรคตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 แต่หากมีการระบาดของโรคอย่างรุนแรงและเป็นวงกว้าง กรมจะประกาศควบคุมโรคแบบฉุกเฉินได้ทันที

นอกจากนี้ กรมได้กำหนดให้มีใบรับรองสุขภาพสัตว์น้ำว่า ไม่มี TiLV ในสินค้าที่นำเข้าในประเทศ รวมทั้งกักกันปลานิลและผลิตภัณฑ์ที่จะนำเข้ามาในประเทศในสถานกักกันที่ขึ้นทะเบียนกับกรมประมงแล้ว เพื่อสุ่มตรวจหาเชื้อ TiLV ทางด้านการส่งออก ฟาร์มส่งออกจะต้องขึ้นทะเบียนฟาร์มเพื่อการส่งออก และมีการเฝ้าระวังโรคด้วยการตรวจหาเชื้อ TiLV จะต้องไม่พบเชื้อนี้เป็นเวลา 2 ปีติดต่อกัน เพื่อแสดงสถานะปลอดโรค และจัดตั้งห้องปฏิบัติการที่สามารถตรวจเชื้อไวรัสได้อย่างน้อย 8 แห่ง

ดร.จิราพร เกษรจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคสัตว์น้ำ กรมประมง กล่าวว่า ล่าสุดประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย งดการนำเข้าลูกปลานิลจากไทยไปเลี้ยงแล้ว จีนเริ่มเฝ้าระวัง ในขณะที่มาเลเซีย ห้ามนำเข้าปลานิลจากไทยเป็นเวลา6 เดือนแล้ว ดังนั้นแม้ว่าผลผลิตปลานิลในไทยจะไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ไทยจำเป็นต้องมีการเร่งวิจัยด้านการระบาดวิทยาของโรคนี้ถึงปัจจัยที่เอื้อต่อการเกิดโรค ตรวจหาคุณสมบัติของเชื้อไวรัส TiLV ทางกายภาพ การจำแนกสายพันธุ์ TiLV ซึ่งการตรวจพบโรคนี้ในอิสราเอล เป็นสายพันธุ์ที่ค่อนข้างรุนแรง ทำให้ปลานิลตายถึง 80% การหาวิธีการป้องกันและรักษา วิธีการกำจัดเชื้อ ทางกายภาพและสารเคมี ศึกษาความรุนแรงและความสามารถในการก่อโรคของเชื้อไวรัส TiLV ในแต่ละระดับ เพื่อหามาตรการป้องกันการเกิดโรคโดยเร็ว มิเช่นนั้นจะส่งผลกระทบต่อไทยที่ส่งออกปลานิลแช่แข็งในแต่ละปีจำนวนมาก

“ผลผลิตปลานิลของไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อยู่ในระดับเกิน 2 แสนตัน/ปี มีปี 2551 ที่ผลผลิตลดลงบ้างจากปัญหาโรคปลา จากการตรวจสอบเป็นเชื้อไวรัส Steptococcus agalactiae ที่เหลือมีสารพัดโรค ปี 2554 จากปัญหาน้ำท่วมใหญ่ในภาคกลางที่เป็นแหล่งเลี้ยงใหญ่เสียหาย 100% และในปี 2558-2559 ผลผลิตลดลงจากปัญหาแล้งจัด ไม่มีน้ำเลี้ยงปลาและความร้อนสูง”