พฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ คือมีการฮั้วกันในการกดราคารับซื้อมังคุด

จากชาวสวนที่ต่ำมากจนผิดปกติ ซึ่งเป็นการสร้างความปั่นป่วนด้านราคา จึงขอให้หยุดการกระทำดังกล่าว เพราะขณะนี้เป็นมังคุดต้นฤดูซึ่งผลผลิตยังไม่ล้นตลาด ราคาไม่น่าจะต่ำ โดยพบว่าราคาตลาดสัปดาห์ก่อน ราคาหน้าสวนเฉลี่ยที่ 80-100 บาท ต่อกิโลกรัม” นายบุณยฤทธิ์ กล่าว

ทั้งนี้ ข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า ปี 2560 มีข้อมูลผู้ประกอบการล้งผลไม้ซึ่งจดทะเบียนผู้ส่งออกผักและผลไม้กับกรมวิชาการเกษตร 391 ราย แบ่งออกเป็น 1. ล้งบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย 236 ราย 2. ล้งนิติบุคคลที่คนไทยถือหุ้น 100% จำนวน 116 ราย 3. ล้งที่เป็นวิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์ 7 ราย 4. ล้งที่ร่วมลงทุนระหว่างคนไทยกับชาวต่างชาติ จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคล โดยคนไทยถือหุ้นมากกว่าหรือเท่ากับ 51% ในกรณีนี้ถือว่าเป็นนิติบุคคลไทย 32 ราย ซึ่งเป็นการร่วมทุนจากจีน 26 ราย อินเดีย 2 ราย ฝรั่งเศส 2 ราย ลักเซมเบิร์ก 1 ราย และฮ่องกง 1 ราย

นายยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการสูงสุด ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (อีไอซี) ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า อีไอซีได้ปรับประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทย ปี 2561 ขยายตัว 4.3% จากเดิม 4.0% จากการเติบโตเศรษฐกิจทั่วถึงมากขึ้น ตามแรงส่งของการส่งออกและการท่องเที่ยวขยายตัวระดับสูง ปีนี้คาดส่งออกขยายตัว 8.5% จำนวนนักท่องเที่ยวขยายตัว 8% หรือจำนวน 38.2 ล้านคน ส่งผลให้อุปสงค์ของภาคเอกชนภายในประเทศเริ่มฟื้น คาดการบริโภคขยายตัว 3.5% รายได้ประชาชนมีแนวโน้มดีขึ้นทั้งนอกเกษตรและในภาคเกษตร การลงทุนเอกชนโต 3.5% ลงทุนภาครัฐโต 10.7% การบริโภครัฐโต 2.3%

นายยรรยงกล่าวว่า อีไอซีคาดว่าจีดีพีครึ่งปีแรก 2561 ขยายตัว 4.4% ครึ่งปีหลังขยายตัว 4.2% การขยายตัวเศรษฐกิจครึ่งปีหลังมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นมากกว่าช่วงครึ่งปีแรกจากผลกระทบของมาตรการกีดกันทางการค้าที่มีออกมามากขึ้นจากฝั่งสหรัฐ และการตอบโต้ของประเทศผู้ได้รับผลกระทบ ประเมินระยะสั้นแต่กระทบส่งออกไทยยังจำกัด เนื่องจากสัดส่วนส่งออกสินค้าที่ได้รับผลกระทบเทียบส่งออกรวมของไทยไม่สูง แต่ต้องตามความเสี่ยงสงครามการค้ามีโอกาสทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งผู้ส่งออกควรให้ความสำคัญเพิ่มขึ้น เร่งหาตลาดใหม่หรือการเตรียมความพร้อมกับการแข่งขันอาจเพิ่มขึ้นในบางตลาด

“เชียงใหม่ไบโอเวกกี้” รุกอุตฯ แปรรูปเกษตร ดันผักอัดเม็ดเข้าโมเดิร์นเทรด-โกอินเตอร์ ต่อยอดอาหารควบคุมน้ำหนัก-ผงผัก-ข้าวป็อป ส่งน้ำมะนาวแช่แข็งเจาะตลาดร้านอาหาร เล็ง ปี’61 เติบโต 50%

นางสาวนพสรณ์ พรทวีวัฒน์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท เชียงใหม่ไบโอเวกกี้ จำกัด อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าแปรรูปผักและผลไม้ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบัน บริษัทมีสินค้าทั้งหมด 16 เอสเคยู สินค้าหลักคือ ผักอัดเม็ด ประกอบด้วยผัก 12 ชนิด เช่น บีทรูต กะหล่ำปลีม่วง พาร์สเลย์ ปวยเล้ง ขึ้นฉ่ายฝรั่ง ฟักทองญี่ปุ่น แครอต ผักชีล้อม มะเขือเทศเชอรี่ บร็อกโคลี่ พริกหวาน และต้นหอมญี่ปุ่น โดยเจาะกลุ่มลูกค้าที่ไม่กินผัก ผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องของการบดเคี้ยวและการย่อยอาหาร และแอร์โฮสเตส

ปัจจุบัน บริษัทมีสัดส่วนตลาดในประเทศอยู่ที่ 70% และต่างประเทศ 30% ซึ่งปี 2561 ตั้งเป้าการเติบโตประมาณ 50% แต่ทั้งนี้ต้องดูศักยภาพของบริษัทด้วย เนื่องจากยังคงเป็นเพียง เอสเอ็มอี เท่านั้น ด้านของกลยุทธ์การตลาดนั้นจะใช้การบอกต่อจากฐานลูกค้าเดิม และตลาดออนไลน์

ปัจจุบัน กำลังการผลิตผักอัดเม็ด อยู่ที่ 100,000 เม็ด/วัน โดยวางจำหน่ายที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น, วัตสัน, เลมอนฟาร์ม, โกลเด้นเพลส, ลอว์สัน 108 ช็อป และแฟมิลี่มาร์ท รวมถึงส่งออกดูไบ โปแลนด์ และเตรียมส่งออกไปเกาหลีและตะวันออกกลาง ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคตะวันออกกลางและแอฟริกา ที่มีปัญหาเรื่องของทรัพยากรทางการเกษตร โดยผักอัดเม็ด จำหน่ายราคา ซองละ 20 บาท เทียบเท่ากับการกินผัก 150 กรัม โดยได้รับรางวัลนวัตกรรมจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ

ทั้งนี้ ผลผลิตที่นำแปรรูป เป็นการคอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่งจากโครงการหลวงในภาคเหนือทั้งหมด เนื่องจากโครงการมีมาตรฐานในการจัดการด้านการเกษตร การเก็บเกี่ยว และการปลูกผักปลอดสารพิษมาตรฐาน (good agricultural practice : GAP) ซึ่งเฉลี่ยรับซื้อผลผลิตจากโครงการ ประมาณ 50 ตัน/เดือน เมื่อรับซื้อผลผลิตแล้วจะนำเข้าสู่โรงงานแปรรูป ที่ตั้งอยู่ที่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ทันที เพื่อไม่ให้ผักเสียคุณค่าทางอาหาร ขณะที่การแข่งขันในปัจจุบันค่อนข้างสูง มีผู้ประกอบการรายใหม่ๆ ผลิตสินค้าลักษณะคล้ายๆ กัน เนื่องจากการทำธุรกิจในปัจจุบันสามารถทำได้ง่าย แต่นวัตกรรมในการผลิตแตกต่างกัน โดยทางบริษัทใช้เทคโนโลยีที่ผลิตโดยคนไทย

นางสาวนพสรณ์ กล่าวว่า บริษัทยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้แก่ กัมมี่ วี ซึ่งเป็นเยลลี่ กัมมี่รสชาติรวมผลไม้ 5 ชนิด ประกอบด้วย แครอต ฟักทอง มะเขือเทศเซเลอรี่ และบีทรูต มุ่งเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าเด็ก รวมถึงเครื่องดื่มสมุนไพร 100% มีทั้งหมด 3 แบบ คือ ตรีผลา มะขามป้อม และผักเชียงดา รวมถึงเมื่อเร็วๆ นี้ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่อีก 3 ชนิด ได้แก่ แป้งข้าว เป็นลักษณะแป้งที่ย่อยช้า เหมาะกับการควบคุมน้ำหนัก เช่น ลูกค้ากลุ่มที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ผู้สูงอายุที่ต้องควบคุมน้ำตาลในเลือด และผู้ป่วยเบาหวาน ผลิตภัณฑ์ผงผัก และผลิตภัณฑ์ข้าวป็อป ผลิตจากข้าว 2 ชนิด ได้แก่ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวกล้องหอมมะลิ ซึ่งรับซื้อจากเกษตรกรในกลุ่มภาคเหนือ

ขณะเดียวกันบริษัทยังได้แตกไลน์ธุรกิจ ออกผลิตภัณฑ์น้ำมะนาวคั้นสด 100% แช่แข็ง ภายใต้แบรนด์ “มะนีมะนาว” โดยรับซื้อมะนาวไร้เมล็ดจากเกษตรกรในพื้นที่ภาคกลาง เช่น จ.ราชบุรี และ จ.นครสวรรค์ รวมถึงมีสวนมะนาวเองด้วยที่จังหวัดราชบุรี โดยจะรับซื้อตามราคาในฤดูกาล ซึ่งหากไม่นำออกละลายสามารถเก็บได้นานถึง 2 ปี และหากละลายแล้วสามารถเก็บได้ประมาณ 3 เดือน โดยกลุ่มลูกค้าหลักคือ กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร เช่น ร้านอาหาร เชฟ โรงแรม ซึ่งปัจจุบันมีวางจำหน่ายที่แม็คโคร และแนวโน้มมีลูกค้าสนใจค่อนข้างมาก

บอร์ดแข่งขันทางการค้ามีมติดำเนินคดีกับล้งผลไม้เป็นรายแรก หลังพบพฤติกรรมเอาเปรียบเกษตรกรกดราคารับซื้อจากเกษตรกรในจ.จันทบุรี โทษหนักปรับ 6 ล้าน และปรับวันละ 3 แสน เตือนพ่อค้ากดราคามังคุดชาวสวนที่นครศรีฯ ให้หยุดพฤติกรรมก่อนจะถูกดำเนินคดี โทษจำคุก 7 ปี

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าที่มีรมว.พาณิชย์(พณ.) เป็นประธานว่า ที่ประชุมเห็นชอบส่งหนังสือทางปกครองแจ้งให้นิติบุคคลที่ทำธุรกิจรับซื้อผลไม้ของโรงคัดแยกและบรรจุผลไม้ (ล้ง) รายหนึ่งในจ.จันทบุรี หยุดการทำพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายแข่งขันทางการค้า ตามมาตรา 60 มีพฤติกรรมมีอำนาจเหนือตลาด และยังมีพฤติกรรมกดราคารับซื้อ และใช้อำนาจต่อรองอย่างไม่เป็นธรรม เป็นความผิดตามมาตรา 57(2) เกิดผลเสียต่อผู้ประกอบการธุรกิจอื่น ซึ่งนิติบุคคลรายดังกล่าวต้องมารายงานตัวภายใน 5 วัน

หนังสือทางปกครองจะออกได้ภายในสัปดาห์นี้ กรณีดังกล่าวถือว่าเป็นการลงโทษเป็นกรณีแรกนับจากที่มีการบังคับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าฉบับใหม่ ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อปลายปีที่ผ่านมา โทษกระทำความผิด มาตรา 60 ประกอบด้วยโทษปรับไม่เกิน 6 ล้านบาท และ จะปรับอีกไม่เกิน 3 แสนบาทต่อวัน ตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

ส่วนคดีความเดิมที่เคยสอบสวนมาในช่วงของการใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าฉบับเก่าจะโอนมาตัดสินภายใต้กฎหมายแข่งขันทางการค้าฉบับใหม่ ขณะนี้ยังไม่มีคดีใดที่จะหมดอายุความ โดยคดี ที่น่าจะหมดอายุความเร็วสุดคืออีก 4 ปีข้างหน้า มั่นใจว่าพิจารณาได้ทัน

กรมการค้าภายในยังได้ออกมาประกาศเตือน ผู้ประกอบการที่รับซื้อมังคุดในจ.นครศรีธรรมราช ที่มีการกดราคารับซื้อมังคุดจากเกษตรกรชาวสวนในราคาที่ต่ำมาก ได้รับรายงานแล้ว อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบ อาจจะมีความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ มาตรา 29 ในการทำให้เกิดความปั่นป่วนด้านราคาสินค้า โทษจำคุก ไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หากพบว่ามีการรวมหัวกันกดราคารับซื้อ ก็จะใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้า มาตรา 54 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน ร้อยละ 10 ของยอดขายในปีที่กระทำผิด

“พฤติกรรมของคนกลุ่มนี้คือ มีการฮั้วกันในการกดราคารับซื้อมังคุดจากชาวสวนที่ต่ำมากจนผิดปกติ สร้างความปั่นป่วนด้านราคา ให้หยุดการกระทำดังกล่าว ขณะนี้เป็นมังคุดต้นฤดู ผลผลิตยังไม่ล้นตลาด ราคาไม่น่าจะต่ำ ราคาตลาดสัปดาห์ก่อนหน้าสวนเฉลี่ยที่ 80-100 บาทต่อก.ก.” นายบุณยฤทธิ์ กล่าว

ปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการล้งผลไม้ซึ่งจดทะเบียนผู้ส่งออกผักและผลไม้รวม 391 ราย แบ่งออกเป็น 1. ล้งบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย 236 ราย 2. ล้งนิติบุคคลที่คนไทยถือหุ้น 100% 116 ราย 3. ล้งที่เป็นวิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์ 7 ราย 4. ล้งที่ร่วมลงทุนระหว่างคนไทย 51% กับชาวต่างชาติ 32 ราย เป็นการร่วมทุนจากจีน 26 ราย ฯลฯ

“ร้านบะหมี่เกี๊ยวรถไฟโกใจ๋ เจ้าเก่า (สูตรเบตง)” เป็นร้านเก่าแก่สมชื่อ เพราะขายอยู่คู่กับเมืองลำปางมา 40 กว่าปีแล้ว รู้จักกันไปทั่ว จนกลายเป็นตำนานแห่งความอร่อยหนึ่งเดียวในลำปาง

นายสุวรรณ แซ่เจา หรือ โกใจ๋ อายุ 60 ปี เจ้าของร้าน เล่าความเป็นมาว่า ครอบครัวเป็นคนจีน อพยพหนีจากสงครามโลกครั้งที่ 2 มาอาศัยอยู่ที่ อ.เบตง จ.ยะลา พออายุได้ 19 ปี ก็เดินทางเข้ามาหางานทำที่กรุงเทพฯ ได้พบรักกับสาวสวยชาวลำปาง จึงได้แต่งงานมีครอบครัวตั้งรกรากประกอบอาชีพอยู่ที่ จ.ลำปาง บ้านเกิดภรรยา

เนื่องจากชอบทำบะหมี่กินเองในครอบครัว และตอนนั้นเห็นว่า จ.ลำปาง ยังไม่มีบะหมี่อร่อยให้กิน จึงได้นำสูตรบะหมี่จากอาก๋ง จากเมืองจีนมาเปิดร้านขายบะหมี่ในลำปางมากว่า 40 ปีแล้ว โดยใช้ชื่อเมนู “บะหมี่ก้อนโล่วหมิ่น”

พร้อมนำสูตรเครื่องปรุงและซอสจาก อ.เบตง จ.ยะลา มาปรุงขาย ถือว่ามีแห่งเดียวที่มีเมนูนี้ และขณะนี้กำลังให้ลูกขยายออกเป็น 2 สาขา เคล็ดลับอยู่ที่เส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม ที่ทำเองกับมือ ตั้งแต่การผสมแป้ง นวดแป้ง ออกมาเป็นเส้นบะหมี่สีเหลืองสวย เหนียวนุ่มอร่อยชนิดที่หากินที่ไหนไม่ได้ ด้วยวิธีการปรุงอย่างสะอาดพิถีพิถัน ขายวันต่อวัน ไม่มีของค้าง

วิธีการปรุงบะหมี่ก้อนโล่วหมิ่น การลวกเส้นบะหมี่จะมีเคล็ดลับพิเศษเพื่อให้ได้เส้นที่เหนียวนุ่มตามสูตร จากนั้นใส่เครื่องปรุง น้ำมันเจียวกระเทียมหอม น้ำมันงามาเลเซีย ซีอิ๊วขาว และซีอิ๊วดำ สูตรสั่งตรงจาก อ.เบตง โดยเฉพาะ ราดด้วยน้ำซุปกระดูกหมู แล้วใส่หมูแดงที่หมักข้ามคืนและวิธีการย่างแบบเตาถ่านสมัยโบราณ พร้อมหมูสับที่ปรุงแบบสูตรลับเฉพาะที่นุ่มและหอมมาก

ตามด้วยกระเทียมเจียวที่เจียวจากมันหมูชิ้นเล็กๆ หอมกรุ่นชวนชิม

หรือใครชอบเกี๊ยว ก็สั่งเพิ่มในชามบะหมี่ หรือจะแยกเฉพาะเกี๊ยวอย่างเดียวก็อร่อยไม่แพ้กัน มีทั้งเกี๊ยวหมู และเกี๊ยวกุ้งตัวโตคำใหญ่ที่หมักด้วยน้ำมันงาจากมาเลเซียในน้ำซุปกระดูกหมูที่หอมอร่อยได้อย่างลงตัว

สำหรับการทำน้ำซุปกระดูกหมูให้อร่อย เคล็ดลับอยู่ที่การเลือกกระดูกหมูที่ดี ตั้งน้ำใส่เกลือและกระเทียมในหม้อต้มจนน้ำเดือดปุดๆ ก่อน จึงใส่กระดูกหมูตามลงไป ใช้ไฟกลางเคี่ยวนานกว่า 4 ชั่วโมง จึงได้น้ำซุปที่หวานจากกระดูกหมูและหอมเครื่องปรุง เจ้าของร้านจึงการันตีในความอร่อย ชามใหญ่จุใจ ราคาเพียง 40 บาท

เส้นทางมาร้านบะหมี่ ถ้ามาจากในเมืองตามถนนสุเรนทร์ ถึงวงเวียนเข้าไปตรงสถานีรถไฟนครลำปาง จะมีป้ายบอกทางไปร้านด้านขวามือ หรือถ้ามาจากถนนประสานไมตรี ถึงวงเวียนสถานีรถไฟนครลำปาง ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสถานีรถไฟจะมีป้ายบอกทางไปร้านบะหมี่ทางขวามือเช่นกัน ร้านเป็นตึกแถว ที่จอดรถสะดวกสบายตรงลานจอดรถหน้าสถานีรถไฟนครลำปาง

เปิดขายทุกวัน ตั้งแต่ เวลา 08.00-17.00 น. หรือสอบถาม โทร. 08-9179-4099 อายัดขยะ อิเล็กทรอนิกส์ “ก. อุตสาหกรรม” ลงตรวจพื้นที่ พร้อมเตรียมแจ้งความดำเนินคดี รง.ทำผิดกฎหมาย

นายวีระกิตติ์ รันทกิจธนวัชร์ อุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย นายจุลพงษ์ ทวีศรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นางเบญจมาพร เอกฉัตร์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบ บริษัท ดับบลิว เอ็ม ดี ไทย รีไซคลิ้ง จำกัด จังหวัดฉะเชิงเทรา ประกอบกิจการรีไซเคิลชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

โทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า พลาสติก เพื่อจำหน่าย (โรงงาน 105,106) ซึ่งภายในโรงงานดังกล่าว ได้มีขยะอิเล็กทรอนิกส์ ปริมาณ 7,000 ตัน ที่กระทรวงอุตสาหกรรมต้องยึดอายัดไว้ หลังจากที่มีการตรวจสอบ พบว่า โรงงานดังกล่าวมีวัตถุอันตรายในครอบครอง เนื่องจากได้รับขยะอิเล็กทรอนิกส์มาจาก 3 โรงงาน ที่ได้รับสิทธิ์นำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ตามอนุสัญญาบาเซล คือ บริษัท เจ.พี.เอส เมทัลกรุ๊ป อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท โอ.จี.ไอ จำกัด และบริษัท ไวโรกรีน (ประเทศไทย) จำกัด

โดยของกลางทั้งหมดที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้ยึดอายัดไว้ ต้องห้ามเคลื่อนย้าย/จำหน่าย หรือจ่ายแจก จนกว่าคดีจะสิ้นสุด หากพบว่ามีการเคลื่อนย้ายขยะอิเล็กทรอนิกส์จะถือว่าผิดประมวลกฎหมายอาญา และโรงงานต้องดูแลของกลางทั้งหมด ทั้งในอาคารและที่กองอยู่นอกอาคาร โดยเฉพาะที่กองนอกอาคารให้หาผ้าใบคลุม ไม่ให้มีการปนเปื้อน และห้ามเคลื่อนย้ายออกนอกบริเวณโรงงานด้วย

ทั้งนี้ การลงพื้นที่อายัดของกลางในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการ หลังจากนี้ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรมลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานที่มีขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องสงสัยว่าผิดกฎหมายให้ดำเนินการอายัดไว้เป็นของกลางทันที และอุตสาหกรรมจังหวัดในพื้นที่ต้องแจ้งความดำเนินคดีกับโรงงานที่กระทำความผิดต่อไป

ที่สำนักงานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่าเชียด สำนักงานชลประทานที่ 16 กรมชลประทาน อ.บางแก้ว จ.พัทลุง นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เดินทางศึกษาดูงานการบริหารจัดการน้ำท่าเชียด อ.บางแก้ว จ.พัทลุง และการแก้ไขปัญหาคาบสมุทรสทิงพระ จ.สงขลา

โดย นายเฉลิมเกียรติ กล่าวว่า สำหรับ จ.พัทลุง มีการปรับปรุงฝายท่าเชียดสูงขึ้น 3 เมตร เพื่อให้มีระดับ และควบคุมเพื่อการส่งน้ำที่ดีขึ้น เก็บน้ำได้เพิ่มขึ้นถึง 300,000 ลบ.ม.

ส่วนจุดระบายน้ำ มีการปรับปรุงคลองระบายน้ำเทศบาลตำบลแม่ขรี จะช่วยลดปัญหาน้ำท่วม แต่ถึงอย่างไร ก็ต้องเตรียมการป้องกันรับน้ำท่วมเอาไว้ที่ จ.พัทลุง โดยมีการใช้เทคโนโลยี ผ่านการนำป้าย QR Code (คิวอาร์โคด) มาประยุกต์ใช้ โดยประชาชนสามารถสแกนผ่านสมาร์ทโฟนและเข้าถึงข้อมูลต่างๆ เช่น ข้อมูลการส่งน้ำ และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อของผู้ที่เกี่ยวข้อง

นายเฉลิมเกียรติ กล่าวอีกว่า ทางด้านคาบสมุทรสทิงพระ จ.สงขลา ครอบคลุม อ.ระโนด อ.สทิงพระ อ.กระแสสินธุ์ และ อ.สิงหนคร มีพื้นลุ่มต่ำ ถูกน้ำท่วมเป็นประจำ และขาดแคลนน้ำ จึงได้แก้ไขเพิ่มปริมาณน้ำ ในการเพาะปลูกในฤดูแล้ง ประมาณ 16,000 ไร่ และสามารถเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกในฤดูแล้งได้ถึงประมาณ 8,700 ไร่

ในขณะที่ในส่วนภาคอีสานได้มีการเสนอการสร้างฝายเพิ่มมากขึ้น เมื่อน้ำสมบูรณ์ในพื้นที่ก็สามารถทำการผลิตได้ แต่ในการผลิตก็ต้องศึกษาความเหมาะสม และดูเรื่องการตลาดเป็นสำคัญ เพราะขณะนี้มีการเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นกันมาก เช่น ทุเรียน เป็นต้น

ด้าน นายเอิบ ยางสูง กำนันตำบลเขาชัยสน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง กล่าวว่า เกษตรกร ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากการทำสวนยางพารา หันมาทำสวนผสมกันเพิ่มขึ้น โดยการโค่นยางพารา ดังนั้น น้ำ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยส่วนตัวแล้วตนรู้สึกพอใจและชื่นชมการทำงานของกรมชลประทาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาประทับช้าง สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 ( บ้านโป่ง ) ราชบุรี กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอเมือง และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลหลุมดิน สนธิกำลังออกปฏิบัติการนำอุปกรณ์ กรงจับสัตว์ รถยนต์ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ เข้ามาดำเนินการจับหมูป่าที่อาศัยอยู่บริเวณป่าละเมาะและโดยรอบของกำแพงภายในอุโบสถวัดท่าโขลง หมู่ที่ 2 ต.หลุมดิน อ.เมือง จ.ราชบุรี ส่งผลกระทบต่อชุมชน

ได้รับความเดือดร้อนด้านสิ่งแวดล้อม ขุดคุ้ย รื้อถังขยะ ทั้งถ่ายมูล ส่งกลิ่นเหม็น สร้างความสกปรก อีกทั้งชาวบ้านเกรงว่าหมูป่าจะทำอันตรายลูกหลานที่ออกมาวิ่งเล่น ทางเทศบาลตำบลหลุมดินจึงประสานปศุสัตว์จังหวัดและเจ้าหน้าที่จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เข้ามาช่วยเหลือแก้ไขปัญหานำหมูป่ากลับคืนบ้าน หรือมอบให้ประชาชนที่สนใจจะนำไปเลี้ยงดูแลต่อไป

ดังนั้น ชุดปฏิบัติการจึงได้ไล่ต้อนฝูงหมูป่าที่เข้ามาหลบอาศัยอยู่ภายในอุโบสถวัดท่าโขลง จำนวน 24 ตัวก่อน ส่วนที่อยู่ตามป่าละเมาะที่มีอีกจำนวนมากนั้น จะดำเนินอีกครั้งในระยะต่อไป ทั้งนี้ มีการนำอาหารและน้ำมาวางดักล่อฝูงหมูป่าไว้ หมูป่ามีทั้งตัวขนาดเล็ก ใหญ่ ตั้งแต่ 30 กิโลกรัม ไปจนถึง 100 กิโลกรัม ทั้งกำลังท้องแก่เกิดอาการหิวก็จะเดินเข้ามาภายในกำแพงวัด จากนั้นเจ้าหน้าที่รีบปิดประตูทางเข้าออก และนำกรงตาข่ายเหล็กมาขวางกั้น และใช้กรงดักสัตว์ต่อกันเป็นแถวยาวบริเวณปากประตูทางเข้า

แล้วใช้แผ่นเหล็กกั้นให้เป็นพื้นที่แคบลง จากนั้นเจ้าหน้าที่หลายคนช่วยกันเป่านกหวีดแล้วเดินต้อนฝูงหมูป่าเข้ามาใกล้ๆ ปากประตู ซึ่งมีกรงเปิดดักไว้ แต่เจ้าหมูป่าแสนฉลาด พอเห็นคนจำนวนมากมามุงดูก็พากันวิ่งหนี ส่งเสียงดัง ปี๊ดๆๆ ไม่ยอมเข้าใกล้ประตู เจ้าหน้าที่จึงไล่ต้อนพร้อมใช้แผงเหล็กบีบเข้ามาอยู่ในวงแคบ และต้อนเข้ากรงละ 2-3 ตัว ใช้เวลาประมาณ 40 นาที สามารถต้อนหมูป่าเข้ากรงได้สำเร็จ ส่วนหมูป่าตัวที่ท้องแก่ให้อยู่ในกรงตัวเดียว เพื่อลดการกระทบกระเทือนในระหว่างเดินทาง

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะนำหมูป่าชุดแรกนี้ไปเลี้ยงชั่วคราว ที่โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริบ้านบ่อหวี ต.นาวศรี อ.สวนผึ้ง ส่วนชุดต่อไป ทางเจ้าหน้าที่ได้วางแผนให้ชาวบ้านนำอาหารมาวางเพื่อดักล่อบริเวณกำแพงอุโบสถวัด และที่อยู่บริเวณป่าละเมาะ ซึ่งใช้วิธีล่ออาหารเป็นวิธีที่ดีที่สุด เนื่องจากจะใช้เวลาปฏิบัติการจับที่ค่อนเร็ว เพราะมีรั้วกำแพงวัดกั้น หมูป่าไม่สามารถวิ่งออกไปด้านนอกได้ ซึ่งหากเป็นวิธีอื่นจะใช้เวลานานในการออกติดตามค้นหา โดยหมูป่าจะมีลักษณะปราดเปรียว วิ่งเร็ว สามารถวิ่งชนคนจนล้มได้เมื่อถึงเวลาต่อสู้ทำร้าย อาจจะได้รับอันตรายได้หากไม่มีความชำนาญในการจับ

อย่างไรก็ตาม สำหรับปฏิบัติการจับหมูป่าที่ยังคงเหลืออีกเกือบ 100 ตัว ทางเทศบาลตำบลหลุมดินจะได้กำหนดจุดวางดักกรงล่อไว้เป็นจุดๆ เมื่อได้หมูป่ามาแล้วก็จะนำมาพักเลี้ยงดูแลไว้ชั่วคราว และประกาศประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ หากประชาชนท่านใดสนใจอยากเลี้ยงเป็นบุญทาน ไม่เอาไปฆ่า สามารถติดต่อลงทะเบียน และขอรับหมูป่าได้ที่เทศบาลหลุมดิน เบอร์ติดต่อ โทร. 032-741-756-7

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา จังหวัดกระบี่ ประชาชน นักเรียน ต้องเดินลุยน้ำข้ามคลองน้ำตาย ตำบลทับปริก อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ เข้าออกจากพื้นที่ด้วยความลำบากหลังจากทางเบี่ยงชั่วคราวถูกน้ำป่าจากเทือกเขาพนมเบญจา พัดเสียหาย
นายศุภชัย เกิดสุข กำนันตำบลทับปริก อำเภอเมืองกระบี่ เรียกร้อง ให้ทางผู้เกี่ยวข้อง เร่งรัดผู้รับเหมาที่รับงานสร้างสะพานให้ทำทางเบี่ยงที่แข็งแรง เนื่องจากที่ผ่านมาถูกกระแสน้ำพัดขาดหลายครั้งแล้ว และให้เร่งรัดทำสะพานใหม่ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากขณะนี้สัญญาจ้างได้หมดระยะเวลาเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้าน กว่า 30 ครอบครัว โดยเฉพาะนักเรียน ที่ต้องใช้เส้นทางนี้เดินทางไปโรงเรียน ขนส่งผลผลิตทางการเกษตรออกขาย

ขณะที่จังหวัดกระบี่ยังคงประกาศแจ้งเตือนประชาชน ที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยทั้ง 8 อำเภอ ให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม จากฝนตกสะสม ทะเลมีคลื่นลมแรง เรือขนาดเล็กงดออกจากฝั่ง จากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรง ถึงวันที่ 12 กรกฎาคมนี้