ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง

ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อน ส่วนมากทางด้านตะวันตกของภาค โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุพรรณบุรี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) อากาศร้อนส่วนมากทางตอนล่างของภาค กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 19-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 27 มีนาคม กระทรวงเกษตร อาหาร และกิจการชนบทของเกาหลีใต้ออกมายืนยันการตรวจพบเชื้อปากและเท้าเปื่อยภายในฟาร์มสุกรแห่งหนึ่ง ที่เมืองกิมโป ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงโซล เกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็นการพบเชื้อนี้เป็นครั้งแรกในเกาหลีใต้นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีที่ผ่านมา โดยมีการรายงานพบการติดเชื้อ เมื่อ วันที่ 26 มีนาคม และได้มีการสั่งฆ่าสุกรราว 900 ตัว ในฟาร์มดังกล่าวแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีการประกาศแจ้งเตือนโรคปากและเท้าเปื่อยทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนรับทราบและควบคุมไม่ให้เกิดการระบาด อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ เกาหลีใต้ ระบุว่า ไม่น่าจะเกิดการระบาดขึ้น เนื่องจากมีการฉีดวัคซีนป้องกันทั้งในสุกรและปศุสัตว์อื่นๆ ทั่วประเทศแล้ว

เมื่อวันที่ 27 มี.ค. เชียงใหม่นิวส์ รายงานข่าวเรื่องรถพุ่มพวง โดยในข่าวระบุว่า ผู้ค้าเร่แบบรถเร่ไม่ได้ขายดีเหมือนก่อน ถ้ามีรถมินิมาร์ทเคลื่อนที่มาเร่ขายด้วยก็คงยิ่งเดือดร้อน

นางแก้ว เนินกระโทก วัย 52 ปี กล่าวว่า การนำรถกระบะมาบรรทุกสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันเร่ขายตามชุมชน ซึ่งชาวบ้านเรียกว่ารถพุ่มพวงนั้น นับวันยิ่งลดน้อยลง เพราะมีการเปิดตลาดนัดชุมชนแทบทุกที่ จึงไม่มีความจำเป็นที่ชาวบ้านจะออกมาซื้อหาสินค้า ถ้ามีรถมินิมาร์ทเคลื่อนที่ของผู้ค้ารายใหญ่เร่ไปตามชุมชนแบบนั้นก็คงแย่เหมือนกัน

ด้าน นายชัย (นามสมมติ) ผู้ค้าเร่รายหนึ่งกล่าวว่า การค้าขายแบบรถเร่ ทำมากว่า 20 ปี พอกินพอใช้เหลือวันละพันกว่า ไม่ได้ขายดีเหมือนก่อน ที่หักต้นทุนค่าน้ำมันรถ ค่าซื้อของ ซึ่งก่อนนั้น 2,000-3,000 บาท สบายๆ น่าจะแบ่งให้คนจนมีที่ค้าขายบ้าง แค่เปิดมินิมาร์ท บรรดาร้านโชห่วยก็ย่ำแย่กันหนัก

“ที่ยึดอาชีพรถเร่ขายของ จนส่งลูกเรียนจบได้ ก็พอมีลูกค้าประจำ รถพุ่มพวงแบบรถยนต์เร่ก็อีกกลุ่ม รถมอเตอร์ไซค์ รถพ่วงก็เร่ขายตามชุมชนอีกแบบ ถ้ามีรถมินิมาร์ทเร่ตามชุมชนก็คงเดือดร้อนกัน แต่สินค้าน่าจะคนละแบบ คนละกลุ่มตลาดมั้ง”

นายเอก วันชาติ วัย 26 ปี ซึ่งลงทุนซื้อรถกระบะมาเปิดขายเครื่องดื่ม ย่าน ม.แม่โจ้ กล่าวว่า ปกติจะเร่ไปตามแหล่งที่มีนักท่องเที่ยว เช่น ย่านนิมมานเหมินทร์ ย่านหลัง มช. หรือแถวๆ ม.ราชภัฏฯ ซึ่งรูปแบบรถที่ดัดแปลงเพื่อค้าขายที่เรียกว่า ฟู้ดทรัคนั้นกำลังอยู่ในกระแส จึงไม่แปลกใจที่ธุรกิจรายใหญ่จะลงมาเปิดตลาดในชุมชน แต่ไม่คิดว่ารถมินิมาร์ทเคลื่อนที่จะมาเร็วขนาดนี้

นายชัยยุทธ์ เขียวเล็ก หน. ฝ่ายตรวจสภาพรถ สนง.ขนส่ง จ.เชียงใหม่ กล่าวภายหลังร่วมชี้แจงสื่อฯ ในแผนขับขี่ปลอดภัยช่วงสงกรานต์ปีนี้ กับทีมข่าวว่า กรณีการนำรถยนต์ หรือยานพาหนะมาใช้ประกอบการรถเร่ขายสินค้า ตามชุมชนนั้น สามารถทำได้หากไม่มีการดัดแปลงสภาพรถ ตามที่จดแจ้ง หรือฝ่าฝืน พ.ร.บ. ขนส่ง, พ.ร.บ. จราจร

อย่างไรก็ตาม จากกระแสสื่อสังคมนำเสนอ การรุกเข้ามาของธุรกิจรายใหญ่ ในการนำรถมาเร่จำหน่ายสินค้าแบบมินิมาร์ทเคลื่อนที่นั้น ไม่มีความคิดเห็น เพราะไม่ทราบรายละเอียดการขออนุญาต แต่ถ้าเป็นรถบรรทุก รถขนส่งต่างๆ มีเงื่อนไขหลักเกณฑ์ให้ปฏิบัติตามกฎหมายชัดเจน คงไม่มีผู้ประกอบการรายใดอยากฝ่าฝืนกฎหมาย

ศรีสะเกษ – นายวิทยา วิรารัตน์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า การจัดงานเทศกาลดอกลำดวนบานสืบสานประเพณี วัฒนธรรมของชน 4 เผ่าไทศรีสะเกษ (เขมร ส่วย ลาว และเยอ) ว่า การจัดงานมหกรรมครั้งนี้เพื่อเป็นเวทีให้ทุกอำเภอนำเอารากวัฒนธรรมของแต่ละอำเภอมาแสดงให้ประชาชนชาวศรีสะเกษและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศที่มาเที่ยวชมงานได้ชม เป็นการดึงเอาวัฒนธรรมที่แท้จริงมาแสดง เช่น งานประเพณีแซนโดนตา การรำแม่มด ประเพณีข้าวพันก้อน การแข่งขันการจักสานไม้ไผ่ทำเป็นตะกร้าและอุปกรณ์ในการจับปลา เนื่องจากว่า ขณะนี้การจักสานเริ่มที่จะเลือนหายไปแล้ว จะเห็นว่าบางอำเภอหาคนมาแข่งขันการจักสานไม่มีเลย และแต่ละคนที่เข้ามาร่วมการแข่งขันมีแต่รุ่นคุณตา คุณปู่ สภาวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ จึงจัดแข่งขันการจักสานขึ้นเพื่อเป็นการเผยแพร่ให้ประชาชนได้ชมและขอให้มีการฝึกสอนลูกหลานเพื่อให้รู้จักการจักสานด้วย จะได้เป็นการช่วยกันอนุรักษ์การจักสานเอาไว้ด้วย

นายวิทยา กล่าวอีกว่า ฝากถึงประชาชนชาวศรีสะเกษทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารโรงเรียนทุกโรงเรียนว่าอยากขอให้เชิญผู้ที่มีความรู้ในด้านการจักสานหรือว่าความรู้ต่างๆ ที่มีอยู่ในท้องถิ่น ซึ่งส่วนมากแล้วจะเป็นผู้สูงอายุทั้งสิ้น เพื่อให้เข้าไปสอนภูมิปัญญาท้องถิ่นในโรงเรียน ทั้งนี้ เพื่อให้เด็กนักเรียนได้มีความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น จะเป็นการช่วยกันอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่ให้สูญหายไป ขอวอนให้ประชาชนชาวศรีสะเกษทุกคนช่วยกันอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นที่ดีงามเอาไว้ไม่ให้สูญหายไปในรุ่นของเรา เพราะว่าลูกหลานจะถามหาว่าเอาวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามต่างๆ ไปไว้ที่ไหน ทำไมไม่เห็นในรุ่นของเขาเลย ดังนั้น จึงขอให้ช่วยกันอนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีงามเอาไว้ให้คงอยู่ตลอดไป

สรรพสามิตเร่งรีดภาษีน้ำมัน-มอเตอร์ไซค์ ใช้ฐานปล่อยคาร์บอนฯ เหมือนรถยนต์ ยันไม่เป็นภาระประชาชน ภาษีเพิ่มขึ้นแค่ 150-200 บาท ต่อคัน เท่านั้น พร้อมทำบันทึกข้อตกลง สมาคมผู้ค้าปลีกไทย-ห้าง สำรวจราคาขายปลีกสินค้า ส่งข้อมูลทางออนไลน์ เพื่อหาราคาฐานนิยมที่ใช้ในการจัดเก็บภาษี

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมศึกษาการเก็บภาษีจากฐานจากการปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (ซีโอทู) สินค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้น จากเดิมที่เริ่มเก็บกับภาษีรถยนต์ จะเก็บเพิ่มกับรถ มอเตอร์ไซค์ และน้ำมัน เพื่อเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่ได้หวังการเก็บภาษีให้ได้มากขึ้น เพราะไม่ต้องการให้เป็นภาระกับผู้บริโภค

สำหรับการเก็บภาษีน้ำมันจากการปล่อยซีโอทู จะมีการหารือกับกระทรวงพลังงาน เพื่อให้ลดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันลดลง ในช่วงเก็บภาษีซีโอทู เพื่อให้ราคาขายปลีกอยู่ในระดับเดิม โดยปัจจุบันการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันเก็บตามการปล่อยค่าความร้อน หลังจากเก็บตามซีโอทูก็จะลดเก็บตามค่าความร้อน เพื่อในอนาคต จะได้เก็บได้ตามซีโอทูเพียงอย่างเดียว

นายกฤษฎา กล่าวว่า ในส่วนของการเก็บภาษีรถมอเตอร์ไซค์ตามการปล่อยซีโอทู จะทำให้ภาระภาษีเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น โดยรถมอเตอร์ไซค์คันละ 5 หมื่นบาท จะมีภาระภาษีเพิ่มขึ้น 150-200 บาทต่อคัน เท่านั้น

“หลักการของกฎหมายภาษีสรรพสามิตใหม่ ที่เริ่มใช้ตั้งแต่ 16 ก.ย. 2560 การเก็บรายได้ต้องได้เท่าเดิมไม่ เพิ่มขึ้น เพราะไม่ต้องการให้เป็นภาระมากกับผู้บริโภค ส่วนการเก็บภาษีในรอบ 5 เดือนของปี งบประมาณ 2561 ที่กรมเก็บภาษีได้เกินเป้าหมายส่วนหนึ่งมาจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวดีขึ้น” นายกฤษฎา กล่าว

นายกฤษฎา กล่าวว่า กรมได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการสำรวจราคาขายปลีกสินค้าสรรพสามิต เพื่อแสดงความร่วมมือในการแจ้งข้อมูลราคาขายปลีกสินค้าสรรพสามิตแก่กรมสรรพสามิต ระหว่างกรมสรรพสามิต และสมาคมผู้ค้าปลีกไทย และผู้ประกอบการค้าปลีก ทำให้การจัดเก็บภาษีมีความโปร่งใส ได้มาตรฐาน และทันสมัย โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อให้การบริหารการจัดเก็บภาษีเป็นไปตามเป้าหมายอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

สำหรับการส่งข้อมูลจะให้ผู้ประกอบการส่งให้กรมสรรพสามิตอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง โดยผู้ประกอบการที่มาเสียภาษีจะมีบาร์โค้ดสินค้า ทางกรมสรรพสามิตก็จะส่งบาร์โค้ดดังกล่าวให้ผู้ประกอบการผู้ค้าปลีก-ส่งข้อมูลทางออนไลน์ เพื่อกรมสรรพสามิตจะได้รวบรวมข้อมูลราคาขายปลีกเพื่อหาราคาฐานนิยมที่ใช้ในการจัดเก็บภาษี

“สรรพสามิต” ลงนามผู้ค้าปลีก 18 ราย แจ้งข้อมูลราคาปลีกบุหรี่ เบียร์ สุรา เครื่องดื่ม ทุกไตรมาส ใช้เป็นฐานเก็บภาษี เผยอยู่ระหว่างศึกษาเก็บภาษีมลพิษน้ำมัน-มอเตอร์ไซค์ หารือพลังงานใช้กองทุนน้ำมันช่วย

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตร่วมลงนามกับสมาคมผู้ค้าปลีกไทยและผู้ประกอบการค้าปลีกสินค้าสรรพสามิต รวม 18 ราย ให้ช่วยแจ้งข้อมูลราคาขายปลีกสินค้าต้องเสียภาษีสรรพสามิต เช่น บุหรี่ เบียร์ สุรา เครื่องดื่ม ในทุกไตรมาส เพื่อกรมสรรพสามิตรวบรวมข้อมูลราคาขายปลีกหาราคาฐานนิยมที่ใช้ในการจัดเก็บภาษีและการตรวจสอบภาษีต่อไป

นายกฤษฎา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้กรมสรรพสามิตเปลี่ยนวิธีคิดภาษีใช้ฐานของราคาขายปลีกแนะนำมาคิดภาษีแทนของเดิมที่ใช้ราคาหน้าโรงงาน และราคานำเข้า เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2560 โดยกรมต้องสำรวจราคาขายปลีกในท้องตลาดเพื่อทดสอบกับราคาที่ผู้ประกอบการแจ้งมา ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบการสามารถแจ้งต่ำกว่าหรือสูงกว่าในตลาดประมาณ 5% เพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการเก็บภาษี กรณีแจ้งมาต่ำกว่าราคาฐานนิยมมากกว่า 5% จะถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มพร้อมค่าปรับ

“การแจ้งราคาขายปลีก ใช้คิวอาร์โค้ดของสินค้าในการดำเนินการและแจ้งผ่านออนไลน์ โดยราคาฐานนิยมดูจากราคาขายกันมากที่สุด โดยสำรวจจากห้างสรรพสินค้า ค้าปลีกขนาดใหญ่ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ และร้านโชห่วย” นายกฤษฎา กล่าวและว่า สำหรับสมาคมผู้ค้าปลีกไทยและผู้ประกอบการค้าปลีกสินค้าสรรพสามิต 18 ราย ประกอบด้วย สมาคมผู้ค้าปลีกไทย, บริษัท ซันร้อยแปด จำกัด, บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีพีเอฟ เทรดดิ้ง จำกัด, บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด, บริษัท เซ็นทรัล

แฟมิลี่มาร์ท จำกัด, บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท. บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด, บริษัท ฟู้ดแลนด์ซุปเปอร์มาร์เก็ต จำกัด, บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน), บริษัท วิลล่า มาร์เก็ต เจพี จำกัด, บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด, บริษัท สห ลอว์สัน จำกัด, บริษัท อิเซตัน (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท อิออน (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด

นายกฤษฎา กล่าวถึงความคืบหน้าการเก็บภาษีค่ามลพิษ หรือจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ (CO2) ว่านอกเหนือจากการศึกษาเพื่อจัดเก็บภาษีจากรถจักรยานยนต์แล้ว กรมอยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงพลังงานในการจัดเก็บภาษีน้ำมันตามค่ามลพิษ ซึ่งยืนยันว่าแนวคิดการจัดเก็บภาษีดังกล่าวไม่ได้คำนึงถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยในเรื่องน้ำมันนั้นจะใช้กองทุนน้ำมันเข้ามาช่วย เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ใช้น้ำมัน

“ในเรื่องรถจักรยานยนต์นั้น หากเก็บภาษีตามค่ามลพิษ ส่งผลให้รถราคา 5 หมื่นบาท เสียภาษีเพิ่มคันละ 150-200 บาทเท่านั้น ถือว่าไม่มาก โดยที่ผ่านมาเชิญผู้ประกอบการมาหารือแล้ว เห็นด้วยกับแนวคิด ดังกล่าว ซึ่งกรมอยู่ระหว่างเร่งสรุปผลการศึกษาเพื่อเสนอไปยังฝ่ายนโยบายต่อไป” นายกฤษฎา กล่าว

ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ วันที่ 26 มีนาคม นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถาบันส่งเสริมสินค้าเกษตรนวัตกรรม (APi) กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้ปล่อยแคมเปญ “iLIKE” ปลุกกระแสสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยผ่านสื่อโซเชียล เน้นเข้าถึงผู้บริโภควงกว้าง ซึ่งแคมเปญนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ในคุณค่าสินค้าเกษตรนวัตกรรม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการรับรู้ของผู้บริโภคทั้งในด้านความหลากหลายของคุณภาพและ คุณประโยชน์ของสินค้าเกษตรนวัตกรรม

ปัจจุบันพบว่า มีสินค้าเกษตรนวัตกรรมจากผลผลิตทางการเกษตรไทยมากมาย ทั้งที่เป็นอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง เช่น ลิปสติกจากข้าว แป้งคุชชั่น-แป้งอัดแข็งจากข้าว เซรั่มบำรุงผิว เป็นต้น แต่การรับรู้ของผู้บริโภคเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ยังอยู่ในวงจำกัด สถาบัน APi จึงจัดแคมเปญ “iLIKE” เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนได้มีความตระหนักรู้เกี่ยวกับคุณค่า คุณประโยชน์ ของสินค้ามากขึ้น” น.ส.ชุติมากล่าว และว่า สามารถติดตามข้อมูลดีๆ และกิจกรรมร่วมสนุกได้ทั้งทางไลน์ Line@app “iLIKE” และเฟซบุ๊กแฟนเพจ

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงาน ไทยแลนด์ อินดัสทรี เอ็กซ์โป 2018 ที่กระทรวงอุตสาหกรรม มีผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เข้าร่วม ว่ากระทรวงเตรียมจัดงานไทยแลนด์ อินดัสทรี เอ็กซ์โป 2018 ระหว่างวันที่ 2-5 สิงหาคมนี้ ที่เมืองทองธานี ซึ่งครั้งนี้ได้ดึงหน่วยงานภาคเอกชน คือ ส.อ.ท.ร่วมจัดงานด้วย โดยได้ยกเลิกงานครบรอบ 50 ปี ของ ส.อ.ท.เพื่อมาร่วมจัดงานครั้งนี้แทน

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการการจัดงาน กล่าวว่า แนวคิดการจัดงานครั้งนี้จะนำเสนอวิสัยทัศน์ของกระทรวงอุตสาหกรรมในการขับเคลื่อนสู่ไทยแลนด์ 4.0 แบ่งโซนเป็น 3 ส่วน คือ 1. โซนภาคเกษตรและนวัตกรรม โดยมีพื้นที่แสดงนวัตกรรมที่สอดรับกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย 2. โซนภาคผลิต เน้นการแสดงศักยภาพอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังขับเคลื่อนสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) และ 3. โซนภาคบริการ จะมีการจัดพื้นที่สำหรับผู้ผลิตและผู้ใช้ไอโอที (อินเตอร์เน็ตในทุกขั้นตอนการจัดการ) มีการโชว์ผลงานของผู้ประกอบการสตาร์ตอัพในรายสาขาที่เติบโตสูงของภาคอุตสาหกรรม และจะมีการจัดพื้นที่เวิร์กช็อปให้กับผู้ประกอบการเริ่มต้น หรือผู้สนใจทั้ง นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ขณะเดียวกันจะมีสถาบันการเงินนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงิน สินเชื่อเพื่อสนับสนุนเอสเอ็มอี “มีเอกชนร่วมนำเทคโนโลยีมาจัดแสดงด้วยกว่า 1,000 ราย อาทิ ซีพี โตโยต้า ฮอนด้า ปตท. เอสซีจี และคาดว่าจะมีผู้เข้างานหลายแสนคนแน่นอน” นายกอบชัย กล่าว

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานกิตติมศักดิ์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ถือเป็นครั้งแรกที่ภาคเอกชนร่วมประชุมวางแผนการดำเนินการจัดงาน ครั้งนี้จะนำกลุ่มสตาร์ตอัพที่มีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับ 3 แกนหลักของงานเข้าร่วมจัดแสดงด้วย ได้แก่ กลุ่มเกษตร กลุ่มภาคการผลิตที่เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมาย และธุรกิจบริการ

ปศุสัตว์เขต3 ยันสวนสัตว์โคราชปลอดเชื้อไข้หวัดนก 100% ระบุสัตว์ที่ป่วยตายปี 60 ไม่เกี่ยวกับไวรัส N5N1 ขอให้นักท่องเที่ยวสบายใจได้

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม เวลา 12.00 น. นายสัตวแพทย์เอกภพ ทองสวัสดิ์วงศ์ ปศุสัตว์ เขต 3 พร้อมด้วยนายพศวีร์ สมใจ ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา ได้ลงพื้นที่ตรวจระบบการดูแลสัตว์ป่านานาชนิด ภายในสวนสัตว์นครราชสีมา โดยมีนายเทวินทร์ รัตนะวงศะวัต ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา นำเดินตรวจสอบกรงสัตว์ชนิดต่างๆ ทั่วพื้นที่ ภายหลังจากที่มีข่าวลือการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดนก ซึ่งทำให้สัตว์หลายชนิด อาทิ อีเห็น ชะมด พังพอน และเสือปลา ภายในสวนสัตว์นครราชสีมา ตายไปเป็นจำนวนมาก เมื่อปี 2560 แต่สวนสัตว์กลับปิดข่าวเงียบ กระทั่งมีผู้อ้างว่าเป็นแหล่งข่าวในกระทรวงสาธารณสุข ออกมาตีแผ่เรื่องนี้ จนกลายเป็นกระแสข่าววิพากษ์วิจารอย่างมากในขณะนี้

นายสัตว์แพทย์เอกภพ ทองสวัสดิ์วงศ์ ปศุสัตว์ เขต 3 เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบระบบการดูแลสัตว์ป่าชนิดต่างๆ ในสวนสัตว์นครราชสีมา ถือว่ามีระบบการดูแลเรื่องความสะอาดดีเยี่ยม ตั้งแต่การเปลี่ยนยูนิฟอร์มของเจ้าหน้าที่ ซึ่งชุดทั้งหมดต้องมีการฉีดสเปรย์ฆ่าเชื้อแล้วเท่านั้น รวมทั้งกรงนกต่างๆ เช่นกรงเพาะพันธุ์นกกระเรียนพันธุ์ไทย ก็ได้มีการทำตาข่ายปิดอย่างแน่นหนา เพื่อไม่ให้นกจากภายนอกเข้าไปได้ อีกทั้งยังมีการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ ล้างเท้า มีการเปลี่ยนชุดฆ่าเชื้ออย่างรัดกุมให้กับเจ้าหน้าที่ที่เข้า-ออกทุกคน ซึ่งทั้งหมดเป็นมาตรฐานการดูแลที่ได้รับ ISO 9001 จึงถือว่ามีมาตรฐานสูงระดับโลก ดังนั้นข่าวที่ออกมาว่ามีเชื้อไข้หวัดนก H5N1 ระบาดในสวนสัตว์นครราชสีมา จึงไม่ใช่ความจริงแน่นอน

แต่ทั้งนี้ก็ยอมรับว่าเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2560 ภายในสวนสัตว์นครราชสีมา ก็ได้มีสัตว์หลายชนิดตายจริง โดยทางสวนสัตว์นครราชสีมา ก็ได้นำสัตว์ที่ตาย อาทิ อีเห็น เสือปลา ชะมด และพังพอน เป็นต้น ไปให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง หรือ ศวพ.จังหวัดสุรินทร์ ตรวจสอบเชื้อในห้องแล็บอย่างละเอียด และได้รับการยืนยันจาก ศพว.จังหวัดสุรินทร์เป็นที่แน่ชัดว่าสัตว์เหล่านั้นตายด้วยเชื้อชนิดอื่น ที่ไม่ใช่เชื้อไวรัสไข้หวัดนก N5N1 ซึ่งทางสำนักงานปศุสัตว์เขต 3 ก็ได้รายงานให้กรมปศุสัตว์ทราบไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงมีคนนำเรื่องการตายของสัตว์ในครั้งนั้น มาประโคมข่าวว่าเป็นการตายด้วยเชื้อไข้หวัดนก N5N1 ซึ่งเรื่องนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศมาก ทำให้การส่งออกสัตว์ปีกของไทยขาดความเชื่อมั่นจากต่างประเทศแน่นอน

ดังนั้นตนจึงขอยืนยันว่าในสวนสัตว์นครราชสีมา ไม่มีการระบาดของเชื้อไข้หวัดนก 100% และประเทศไทยก็ไม่มีการตรวจพบเชื้อไข้หวัดนกมานานกว่า 9 ปีแล้ว จึงขอให้ประชาชน นักท่องเที่ยวสบายใจได้ โดยวันนี้จากการลงพื้นที่ตรวจสอบกรงสัตว์ต่างๆ ในสวนสัตว์นครราชสีมา ก็ไม่พบการตายของสัตว์แม่แต่ตัวเดียว และพบว่ามีนักท่องเที่ยวยังคงเชื่อมั่นพาครอบครัวเดินทางมาเที่ยวชมสวนสัตว์กันอย่างคึกคักเหมือนปกติ’

ที่ห้องประชุมโต๊ะพญาวัง ศาลากลางจังหวัดสตูล นายภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการอุทยานธรณีสตูล คณะอนุกรรมการอุทยานธรณีสตูล โดยมีนายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา รองผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านอุทยานธรณีสตูล สู่ความเป็นอุทยานธรณีโลกจากยูเนสโก