ภายในศูนย์มีแปลงปลูกพืชหลากหลายชนิดแปลงมีถนนเชื่อมต่อ

รวมแล้วระยะทางไม่ต่ำกว่า 10 กิโลเมตร ลักษณะของถนนสูงต่ำ แต่ราบเรียบ ถูกซ่อมบำรุงอย่างต่อเนื่อง จึงเหมาะมากสำหรับการนำจักรยานเข้าไปปั่น ระหว่างทางมีต้นไม้ใบหญ้าให้ศึกษา มีศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่

หากต้องการชมให้ครบตามที่จัดไว้ ต้องนั่งรถ เพราะระยะทางไกลอ่างเก็บน้ำ เป็นสถานที่ที่พัฒนาขึ้นเพื่อนำน้ำมาใช้ทางการเกษตร บางช่วงได้เผื่อแผ่เกษตรกรข้างเคียง ผลจากการปรับปรุง เกิดภูมิทัศน์สวยงาม ด้านทิศตะวันตกมีเทือกเขาอันอุดมสมบูรณ์เป็นฉากหลัง

ผู้คนนิยมนำรถมาจอด พักผ่อนริมอ่างเก็บน้ำ ที่ไม่พลาดคือถ่ายภาพส่งให้คนรู้จักได้เห็นสิ่งสวยๆ งามด้วย

ที่พักสะดวกสบาย

อยู่ริมลำธาร มีน้ำไหลผ่าน

ผู้เข้ามาท่องเที่ยว แล้วอยากพักค้างคืน ทางศูนย์มีที่พัก 4 หลัง

หากคิดเหมาทั้งหลัง ราคาอยู่ที่ 3,000-4,500 บาท บางหลังพักได้ 20 คน หากคิดเป็นรายหัว 300 บาท เฉพาะค่าที่พัก ส่วนอาหารสามารถสั่งจากร้านใกล้ๆกลุ่มไหนที่ประสงค์จะทำอาหาร เขามีครัวให้ โดยเฉพาะเตาปิ้งย่าง มีพร้อม

พิเศษมากสำหรับที่พัก ที่ตั้งอยู่ริมลำธาร หน้าร้อนลงเล่นน้ำได้อย่างสบาย ลำธารมีต้นกำเนิดมาจากขุนเขาคิชฌกูฏ จึงรับประกันว่าไม่มีแห้ง

เรื่องอาหารการกิน ถึงแม้ทางศูนย์วิจัยฯ ไม่มีบริการ แต่รอบๆ มีร้านอาหารอร่อย โดยเฉพาะอาหารที่ปรุงจากเครื่องเทศท้องถิ่น อย่าง กระวาน ได้รับความสนใจจากผู้เข้าพักเป็นอย่างมาก อาทิ ไก่บ้านต้มกระวาน ไก่บ้านต้มระกำ และอื่นๆ

สำหรับระเบียบการเข้าพัก ก็เป็นไปตามที่กรมวิชาการเกษตรระบุไว้ เช่น ห้ามล่าสัตว์ ห้ามส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น เป็นต้น

ใครเคยไปสถานที่แห่งนี้ช่วงหนาว จะทราบดีว่า อิทธิพลเขาคิชฌกูฏแผ่ลงมาทำให้อากาศเย็น บางช่วงถึงกับยะเยือกเลยทีเดียว อากาศเย็นช่วยให้ต้นไม้ใบหญ้าเปลี่ยนสีไป อย่างยางพาราเดิมเคยใบเขียว กลายเป็นเหลืองแดง สวยไปอีกแบบ

หน้าฝน มีเสน่ห์ต่างออกไป เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า ตำบลฉมัน และบริเวณใกล้เคียง เป็นแหล่งผลิตผลไม้คุณภาพดี อย่าง เงาะ ทุเรียน มังคุด หลังสงกรานต์ เริ่มมีชาวสวนนำผลผลิตมาจำหน่าย

หน้าศูนย์วิจัยฯ มีร้านค้าที่ทางศูนย์จัดพื้นที่ไว้ให้ ผลผลิตจากที่นี่รับประกันว่ามีคุณภาพ ทุเรียนแก่จัด สะละรสหวานฉ่ำ ราคายุติธรรม ด้วยเหตุนี้ นักท่องเที่ยวจึงนิยมซื้อกลับบ้าน

สำหรับคอกาแฟ ไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด ร้านกาแฟ “ง่ามไม้” เขายกกาแฟดี จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเชียงรายมาให้ได้ลิ้มรสกัน ไม่ต้องขับรถไปไกลถึงถิ่นเหนือ

ผอ. ชลธี บอกว่า นอกจากวิจัยและทดลองเกี่ยวกับไม้ผลแล้ว ที่ลุ่มบางส่วนได้ทดลองปลูกข้าวพื้นเมือง ด้วยเหตุนี้เอง จึงมีงานประจำปี คือ “เดิน วิ่ง ปั่น การกุศล กิจกรรมเกี่ยวข้าวเผาปลา เสวนาเกษตรอินทรีย์” ที่ผ่านมา จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 19-20 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม

กิจกรรมที่มีขึ้น ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี เพราะนอกจากสนุก ได้กุศลแล้วยังได้ความรู้ทางการเกษตร

แหล่งท่องเที่ยวข้างเคียงล้วนเด็ดๆใครที่มีโอกาสแวะเข้าไปแถบนั้น จะทราบกันดีว่า เป็นชุมชนน่าเที่ยว หากมีเวลาเพียง 1 วัน อาจจะน้อยไป

แหล่งท่องเที่ยวที่ไปต่อได้คือ วัดเขาบรรจบ มีพระอุโบสถที่สวยงามมาก น่าแวะทำบุญให้จิตใจผ่องใส

น้ำตกเขาบรรจบ น้ำตกอ่าวเบง ก็อยู่ไม่ไกลผาหินกูบ ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม

ข้ามมาทางอำเภอเขาคิชฌกูฏ มีพระบาทพลวง เดิมสถานที่แห่งนี้ขึ้นกับอำเภอมะขาม แสดงว่าอยู่ไม่ไกลกัน“ที่ศูนย์เรามีแหล่งท่องเที่ยวสมบูรณ์แบบ มีน้ำตก ที่พัก ที่ประชุมสัมมนา มีสวนป่า มีศูนย์เรียนรู้การผลิตพืช บริเวณป่าแถบนี้มีช้างอยู่ 3-4 ตัว แต่ก็มีคนคอยติดตามและแจ้งระวัง รับรองปลอดภัย มีช้างแสดงว่า ป่าอุดมสมบูรณ์ อยากเชิญชวนมาเที่ยวกันครับ” ผอ. ชลธี บอก

จังหวัดจันทบุรี เป็นจังหวัดน่าเที่ยว มีครบทั้งทะเล ภูเขา แหล่งอารยธรรม รวมทั้งขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น อาหารการกิน ผัก ผลไม้

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจันทบุรี เป็นอีกสถานที่หนึ่ง ที่น่าแวะเวียนไปเที่ยวกัน สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ (039) 609-886, (081) 945-3326 หรือติดตาม FB:ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจันทบุรี

มะกรูด ถือเป็นพืชที่มีคุณประโยชน์มากมาย ส่วนต่างของมะกรูดสามารถใช้ประโยชน์ได้หมด ไม่ว่า ใบมะกรูดมีน้ำมันหอมระเหย และใช้เป็นเครื่องเทศประกอบอาหาร ผลมะกรูดใช้แต่งกลิ่น สระผม ผิวจากลูก บำรุงเป็นยาขับลมในลำไส้ แก้แน่น เป็นต้น

สายพันธุ์มะกรูดแบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์หลัก คือสายพันธุ์ที่ให้ผลมะกรูดดกตลอดปี ผิวผลค่อนข้างเรียบ และผลมีขนาดเล็ก อีกสายพันธุ์หนึ่งเป็นพันธุ์ผลใหญ่ และติดผลเป็นพวง

ในการปลูกนั้น ควรเลือกสภาพพื้นที่ต้องมีการระบายน้ำดี น้ำไม่ท่วมขัง มีระดับ pH 5.5-7.0 ดินมีอินทรียวัตถุสูง หรือปรับแต่งได้ด้วยการใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยพืชสดได้ ควรมีการไถพรวนก่อนเพื่อช่วยไม่ให้ดินแน่นแข็งเกินไป

ในการปลูกมะกรูดเพื่อเป็นการค้านั้น ส่วนใหญ่จะนิยมปลูกโดยการยกร่อง มีความกว้างของแปลง 1 เมตร ยกระดับความสูงของแปลง ประมาณ 20-25 เซนติเมตร ความห่างระหว่างจุดกึ่งกลางของแปลง 1.5 เมตร ระยะห่างระหว่างต้น 50 เซนติเมตร ดดยใช้วิธีปลูกแบบสลับฟันปลา การใช้ระยะปลูกที่ห่างกว่านี้ไม่มีความจำเป็น เนื่องจากการผลิตใบมะกรูดต้องอาศัยกรรมวิธีในการตัดแต่ง ซึ่งเท่ากับเป็นการควบคุมขนาดพุ่มต้นพร้อมกันด้วย

กิ่งพันธุ์ ที่นำมาปลูก สามารถใช้ต้นพันธุ์ที่ขยายพันธุ์จากการเพาะเมล็ด กิ่งปักชำ หรือกิ่งตอนทั้งนี้ในการนำต้นพันธุ์มะกรูดลงปลูกมีข้อแนะนำว่า ควรหันหน้าใบทางทิศตะวันออก เพื่อให้สามารถรับแสงอาทิตย์ได้เต็มที่ และอีกจุดที่สำคัญของการปลูกมะกรูดเพื่อตัดใบขายนั้นจะต้องมีสภาพแหล่งน้ำที่สมบูรณ์ เมื่อต้นมะกรูดมีอายุเข้าปีที่ 3 เริ่มตัดใบมะกรูดขายได้ทุกๆ 3 เดือน

ส่วนฤดูกาลปลูก มีข้อแนะนำให้ปลูกในช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาวจะดีที่สุด ถ้าปลูกในช่วงฤดูฝนมักจะพบปัญหาเรื่องโรคราเนื่องจากมีความชื้นสูงในกรณีของเกษตรกรที่ปลูกมะกรูดเพื่อเก็บใบขายเป็นอาชีพ ในพื้นที่ 1 ไร่ จะปลูกมะกรูดได้ 400 ต้น โดยใช้พื้นที่ปลูก 2×2 เมตร

หลังการปลูกต้นมะกรูดจะตั้งตัวหลังจากปลูกไปได้ประมาณ 1 เดือน มีข้อแนะนำว่า ให้ใช้ปุ๋ยยูเรียผสมกับปุ๋ยคอกเก่า ใส่ให้กับต้นมะกรูด แต่ให้ใส่ห่างจากโคนต้นสัก 1 คืบ ถ้าเป็นช่วงฤดูแล้งให้ทำเปลือกถั่วเขียวมาคลุมโคนต้น อย่าให้ติดโคนต้นเช่นกัน ปุ๋ยที่ใส่ไปจะกระตุ้นการแตกยอดให้เร็วขึ้น

อายุที่เริ่มให้ผลผลิต สามารถเริ่มตัดแต่งกิ่งเพื่อจำหน่ายได้หลังจากปลูกประมาณ 4-6 เดือน จะเริ่มตัดแต่งกิ่งโดยตัดให้อยู่ในระดับความสูง 60-80 เซนติเมตร จากผิวดิน กำจัดกิ่งที่อยู่ในแนวนอนออกไป ภายหลังการตัดแต่ง ตาจะเริ่มผลิ ผลจากการศึกษา

ซึ่งไม่แน่ว่าจากมะกรูดเพียง 1 ต้นในบ้าน อาจพัฒนาไปสู่การเป็นเจ้าของสวนมะกรูดรายใหญ่ก็เป็นไปได้ไม่ยากมีโอกาสได้คุยกับคุณหนึ่ง – เกรียงไกร ที่ใครๆ ก็รู้จักดีในนามของผู้ดูแลคุณเล็กฟาร์ม (Kunlekfarm) ฟาร์มที่นำเข้าและเพาะพันธุ์แมวบริติช ชอร์ทแฮร์ จากต่างประเทศ ที่การันตีคุณภาพคับแก้ว ได้รับการยอมรับจากกลุ่มคนรักแมวบริติช ชอร์ทแฮร์ ในอันดับต้นๆ ของประเทศ

คุณเล็กฟาร์ม ตั้งอยู่ที่ หมู่ 8 ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรีคุณหนึ่ง บอกเราว่า ชื่อฟาร์มมาจากชื่อของคุณแม่ ที่ก่อนก่อตั้งอยู่ในวัยใกล้เกษียณ ต้องการให้คุณแม่มีอะไรทำหลังเกษียณ แต่ในท้ายที่สุดผู้ที่สัมผัสกับฟาร์มจริงๆ ก็คือตัวของคุณหนึ่งเอง

แรกเริ่มจากการเลี้ยงแมวพันธุ์เปอร์เซียมาก่อน แต่พฤติกรรมของแมวเปอร์เซียตัวนั้นมีความเป็นตัวเองสูงมาก จับเมื่อไหร่จะถูกกัด ทำให้เกิดความรู้สึกว่า หากเลี้ยงแมวอีกจะต้องเป็นแมวที่เชื่องที่สุด และแมวอยู่กับคนได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ทำอย่างไรให้แมวติดคน เรียกอีกแบบว่า เลี้ยงแมวให้เหมือนหมา ตบโต๊ะก็มา เรียกชื่อก็รู้ และไม่กลัวน้ำ

คุณหนึ่งบอกกับเราว่า ราว 7-8 ปีที่แล้ว แมวบริติช ชอร์ทแฮร์ ขายในราคาเริ่มต้นที่ 80,000 บาท ถือว่าแพงมาก เราจึงอยากเพาะโดยการนำเข้าแมวจากต่างประเทศ ซึ่งขณะนั้นนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ในราคาคู่ละ 300,000 บาท แม้จะถูกมองว่าเสี่ยง แต่เพราะความตั้งใจจริงให้ได้ลูกแมวที่มีคุณภาพ เลือดแท้ จึงลงทุนแม้จะต้องเสี่ยงก็ตาม

“จากประสบการณ์ การนำเข้าแมวบริติช ชอร์ทแฮร์ จากต่างประเทศ แม้จะได้ของดีของแท้ แต่อัตราความเสี่ยงสูงมาก เมื่อแมวมาถึงเมืองไทย ทุกตัวที่เป็นแมวนำเข้าจะมีปัญหา เพราะแมวปรับตัวไม่ได้ จะมีอาการเครียด ไม่กินอาหาร ไม่สบายตัว ยิ่งแมวอายุมากเท่าไหร่ การปรับตัวของแมวจะยิ่งยาก แล้วสุขภาพของแมวจะเกิดปัญหา ซึ่งประเด็นนี้ ทำให้คนไทยหลายคนที่เคยนิยมการออเดอร์แมวนำเข้าจากต่างประเทศมาเลี้ยง หันกลับมานิยมลูกแมวที่เกิดในประเทศจากพ่อแม่พันธุ์ที่นำเข้ามากกว่า”

คุณหนึ่ง มีประสบการณ์การเรียนรู้การดูแลแมวบริติช ชอร์ทแฮร์ มาจากผู้ดูแลความสะอาดของสัตว์เลี้ยง (Grooming) ระดับโลก ซึ่งทำให้คุณเล็กฟาร์มให้ความสำคัญกับความสะอาดของแมวเป็นอันดับแรก

ในการอาบน้ำแมว ควรทำสัปดาห์ละครั้ง หลังอาบน้ำควรเป่าด้วยไดร์ให้แห้งสนิท ป้องกันการเกิดเชื้อราที่ผิวหนัง สำหรับความเข้าใจว่า การอาบน้ำเมื่อผิวหนังชื้นไม่แห้งสนิท โอกาสเกิดเชื้อรามากกว่าการไม่อาบน้ำนั้นเป็นเรื่องที่ผิด เพราะทุกวันแมวจะเลียขนตัวเอง น้ำลายหรือสิ่งสกปรกทั้งหลายที่ติดอยู่ที่ขนแมว จะทำให้แมวเป็นเชื้อราได้ง่ายกว่าการอาบน้ำแล้วเป่าขนไม่แห้ง

ความพิเศษของการดูแลแมวที่คุณเล็กฟาร์ม การใส่ใจเรื่องอาหารสำหรับแมว ถือเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าความสะอาดของแมวการหลีกเลี่ยงอาหารที่มีการเจือปนของสารบางชนิด ซึ่งหากแมวได้รับเข้าไปมาก อาจเกิดการสะสมในร่างกาย และส่งผลต่อสุขภาพของแมวในที่สุด โดยเฉพาะอาหารเม็ดสำเร็จรูป แต่ถึงอย่างไรคุณหนึ่งก็เห็นว่า อาหารเม็ดสำเร็จรูปไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะเป็นอาหารชนิดที่มีส่วนผสมของสารอาหารครบถ้วนสมบูรณ์อยู่แล้ว ดังนั้น อาหารเม็ดสำเร็จรูปจึงเป็นอาหารที่มีจำเป็นต้องให้ แต่ควบคุมปริมาณให้น้อยที่สุด

อาหารสำหรับแมว เป็นอาหารเม็ดสำเร็จรูปในอัตรา 20-30 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเป็นอาหารที่คุณเล็กฟาร์มทำขึ้นเอง

“เราใช้ อกไก่ เครื่องในไก่ ปกติต่อมื้อใช้เครื่องใน 2 ขีด อกไก่ 8 ขีด เนื้อวัวสัน ประมาณ 2 ขีด นำไปหั่นเล็กๆ แล้วทำให้สุก ใส่น้ำต้มปริมาณไม่มาก จากนั้นปั่นให้ละเอียด จะได้น้ำหรืออาหารเปียก”

การให้อาหารแมวในแต่ละวัน คุณหนึ่งจะแยกอาหารเปียกที่ทำเองใส่จานต่างหากไว้ให้กับแมวแต่ละตัว ส่วนอาหารเม็ดสำเร็จรูปจะเติมไว้ให้เต็มตลอดวัน

ส่วนแม่แมวหลังคลอด จำเป็นต้องบำรุงเสริมเป็นวิตามิน และ นม รวมถึงปลาแซลมอนที่ทำสุกปั่นรวมเพิ่มไปกับอาหารที่ให้ประจำ และยังเพิ่มฟักทอง แครอท ซึ่งการให้อาหารไทยในลักษณะนี้ เพราะเราต้องการให้แมวบริติช ชอร์ทแฮร์ เหมือนแมวไทยที่กินง่าย อยู่ง่าย และเลี้ยงง่าย

ในการผสมพันธุ์แมวบริติช ชอร์ทแฮร์ คุณหนึ่ง ระบุว่า แมวควรมีอายุ 1 ปีขึ้นไป เพื่อความเหมาะสม แม้ว่าตามกติกาของสมาคมที่เกี่ยวข้องกับแมวระดับโลก จะระบุให้แมวสามารถผสมพันธุ์ได้ตั้งแต่อายุ 8 เดือน แต่เพื่อความเหมาะสมและความพร้อมของสุขภาพแมว ฟาร์มเราจึงตั้งใจให้พ่อแม่พันธุ์จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 1 ปี จึงให้ผสมได้

การคลอดในแมวบริติช ชอร์ทแฮร์ ของคุณเล็กฟาร์ม จะปล่อยให้แมวคลอดเองตามธรรมชาติ เพราะเชื่อว่าธรรมชาติจะช่วยประคับประคองการคลอดของสัตว์แต่ละชนิดให้ปลอดภัย

หลังลูกแมวคลอด จะให้ลูกแมวกินนมแม่เพียง 20-30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น อีก 70-80 เปอร์เซ็นต์ จะนำนมแพะมาป้อนให้กับลูกแมวเอง การทำเช่นนี้ก็เพื่อให้ลูกแมวมีความคุ้นชินกับคน จับได้ เล่นได้

คุณหนึ่งเล่าว่า กรณีลูกแมวที่เกิดในฟาร์ม สามารถฝึกได้ตามใจที่ต้องการ แต่หากเป็นลูกแมวนำเข้าจากต่างประเทศ อาจไม่สามารถฝึกได้ตามที่ต้องการ เนื่องจากลูกแมวที่จะสั่งนำเข้ามาได้ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 4 เดือน จึงจะส่งออกนอกประเทศได้ และลูกแมวในวัย 4 เดือนขึ้นไป ไม่สามารถฝึกได้ทุกอย่างที่ต้องการ

“ฟาร์มของผม ขึ้นทะเบียนกับ WCF (World Cat Federation) และ CFA (Cat Fanciers Association) มีกฎที่ต้องปฏิบัติตาม คือ ห้ามไม่ให้แม่แมวและลูกแมวแยกกันก่อน 12 สัปดาห์ ฉะนั้น การย้ายแมวของฟาร์มเรา ก็จะต้องให้แมวอยู่ด้วยกันจริงๆ ตามกฎ แม้ว่าลูกค้าจะจ่ายเงินแล้ว ก็ต้องรอให้ลูกแมวครบ 12 สัปดาห์ก่อน”

คุณหนึ่ง แนะนำว่า ก่อนส่งแมวออกจากบ้าน อยากให้ลูกค้าพิจารณาด้วยว่า เมื่อลูกแมวอายุเกือบ 3 เดือน ควรได้รับวัคซีนอย่างน้อย 2 เข็ม จึงถือว่าได้รับภูมิคุ้มกันในระดับที่ลูกแมวจะไม่ป่วย

ในการผสมเพื่อขาย คุณหนึ่งจะเลือกผสมคอกต่อคอก มีลูกแมวประมาณ 5 ตัวต่อการขาย เพื่อให้ลูกค้าได้เลือก ซึ่งราคาลูกแมวคุณหนึ่งตั้งไว้เท่ากับทุกตัว ขึ้นอยู่กับลูกค้าหากลูกค้าพร้อมก่อน ก็สามารถมาเลือกลูกแมวได้ก่อนลูกค้าท่านอื่น

ส่วนการรับออเดอร์นำเข้าแมวจากต่างประเทศ กรณีนี้ คุณหนึ่งไม่อยากให้ลูกค้ากังวล เพราะคุณเล็กฟาร์มรับประกันการนำเข้า กรณีส่งแมวมาไม่ตรงกับตัวที่สั่งไป จะคืนเงินลูกค้า 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ทั้งนี้ กรณีการออเดอร์นำเข้าจากต่างประเทศ และการซื้อลูกแมวที่เกิดในประเทศไทย ลูกค้าต้องชำระเงิน 100 เปอร์เซ็นต์ หากลูกค้าเห็นว่าเป็นความเสี่ยง ทางฟาร์มเองก็อยู่ในฐานะเสี่ยงเช่นเดียวกัน จึงอยากให้ไว้ใจซึ่งกันและกันจะดีที่สุด

“พ่อแม่พันธุ์แมวทุกตัวที่ผมสั่งนำเข้ามา เป็นสายเลือดแชมป์โลกทั้งหมด เพราะแมวทุกตัวที่ผมซื้อมา จะต้องมีตัวใดตัวหนึ่งใน 5 เจนเนอเรชั่นที่เป็นเวิร์ลแชมป์”

สำหรับการขอผสมกับแมวภายในฟาร์ม คุณหนึ่ง ยินดี แต่มีข้อตกลง ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยมีแมวมาผสมเลยสักครั้ง เนื่องจากไม่มีคนสู้ราคา เพราะค่าผสมแมวของฟาร์มตั้งไว้เท่ากับราคาลูกแมว 1 ตัว ทั้งคนขอผสมจะต้องจ่ายค่าตรวจสุขภาพแมวที่คลินิกที่กำหนด แต่ก็ให้ผสมซ้ำจนกว่าจะติด หากไม่ชำระเป็นเงินก็ต้องชำระด้วยลูกแมว 1 ตัว ซึ่งคุณหนึ่งขอเลือกก่อน

สิ่งหนึ่งที่คุณหนึ่งบอกกับเรา และเป็นข้อมูลที่น่าสนใจคือ กรุ๊ปเลือดของแมว

“การผสมของฟาร์มผม ไม่ต้องกังวลเรื่องเลือดชิด เพราะพ่อแม่พันธุ์สั่งนำเข้ามาจากคนละฟาร์มและคนละโซนของโลก และกรุ๊ปเลือดแมวมี 2 กรุ๊ป คือ เอ และ บี หากพ่อแม่พันธุ์มีกรุ๊ปเลือดคนละกรุ๊ป เมื่อลูกแมวเกิดมา มีกรุ๊ปเลือดตรงข้ามกับแม่แมว ลูกแมวกินนมแม่แมวแล้วจะตายได้ และวิธีตรวจกรุ๊ปเลือดแมวในประเทศไทย ตอนนี้มีที่โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพียงแห่งเดียว ดังนั้นวิธีป้องกันไม่ให้มีปัญหาเรื่องเลือด จึงเลือกแมวที่ตรวจกรุ๊ปเลือดมาแล้ว นอกจากนี้ พ่อแม่พันธุ์ของเรายังต้องได้รับการพิสูจน์ว่าไม่มีเคยมีประวัติขนยาวมาก่อน เพราะเราเป็นบริติช ชอร์ทแฮร์ ต้องชัดเจนมาตั้งแต่ต้น”

สำหรับคุณเล็กฟาร์ม มีจุดเด่นที่บริติช ชอร์ทแฮร์ สีบลู

ราคาลูกแมวหรือการออเดอร์แมวนำเข้าจากต่างประเทศ คุณหนึ่ง บอกว่า สามารถผ่อนชำระได้รวมราคาส่งแล้ว และหากต้องการแมวที่เหมือนหมา ต้องที่คุณเล็กฟาร์ม เท่านั้น

สนใจ แวะชมที่เว็บไซด์ www.kunlekfarm.com หรือไลน์ neaungst-2525 โทรศัพท์สอบถามก็ไม่เป็นการรบกวน ได้ที่ คุณเกรียงไกร หรือ คุณหนึ่ง โทรศัพท์ผลไม้ที่เป็นไม้ยืนต้นอีกชนิด พบว่าปลูกทั่วประเทศไทย แต่ไม่ค่อยได้พบเห็นกันบ่อยนัก คือ ละมุด ทั้งที่ว่ากันว่า ละมุด เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่นิยมรับประทาน เพราะเป็นผลไม้ที่มีรสหวาน มีกลิ่นหอม มีน้ำตาลสูง แต่อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี ธาตุแคลเซียม และ ธาตุฟอสฟอรัส

ในตลาดผลไม้เมืองไทย แม้จะเดินเข้าออกในทุกวัน ทุกฤดูกาล ก็อาจไม่ได้เห็นผลไม้ชนิดนี้วางอยู่บนแผง จนเกือบลืมไปแล้วว่ายังมีอยู่อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา เป็นอำเภอหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่า มีละมุดอร่อยที่สุดของประเทศ เรียกติดปากกันว่า ละมุดบางกล่ำ (ภาคใต้เรียกละมุด ว่า ลูกสวา)

แต่ปัจจุบันมีผลไม้อีกมากมายหลายชนิด ขึ้นแท่นผลไม้ชื่อดังของจังหวัดไปแล้ว ทำให้ล่าสุด ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา อนุมัติงบประมาณส่งเสริมการปลูกละมุดในพื้นที่อำเภอบางกล่ำอย่างจริงจัง เพื่อให้ชื่อเสียงละมุดบางกล่ำ กลับมารุ่งเรืองเช่นอดีต

สวนที่ได้ชื่อว่า เป็นสวนที่มีละมุดผลใหญ่ รสชาติดี กว่าละมุดในละแวกใกล้เคียงทั้งหมด คือ สวนของคุณจู้ฮ่อง เจริญแสง และคุณจำเนียน เจริญแสง สองสามีภรรยา

คุณจู้ฮ่อง ฟื้นความทรงจำเกี่ยวกับการปลูกละมุดให้ฟังว่า เขาเติบโตมากับสวนละมุด ตั้งแต่จำความได้ก็เห็นต้นละมุดปลูกอยู่รอบบ้าน พ่อของคุณจู้ฮ่องบอกกับคุณจู้ฮ่องว่า นำพันธุ์ละมุดนี้มาจากเมืองกลันตัน (สมัยนั้น เมืองไทรบุรี กลันตัน ตั้งอยู่ในเขตประเทศไทย แต่ปัจจุบันเป็นรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย) เป็นพันธุ์ยักษ์ ผลใหญ่ ผลยาว ผิวสวย เนื้อเนียน กลิ่นหอม หวาน รสชาติดี และเมล็ดน้อย

และสวนละมุดที่คุณจู้ฮ่องเห็นมาตั้งแต่เด็ก ก็ตกเป็นสมบัติจากบรรพบุรุษสู่คุณจู้ฮ่องให้ได้ดูแลต่อเนื่อง

ไม่ต้องถามว่านานแค่ไหน เพราะต้นละมุดที่ปลูกอยู่หลังบ้าน มีต้นที่อายุมากที่สุดอยู่ 1 ต้น อายุประมาณ 130 ปี ลำต้นเจริญเติบโต แข็งแรง และให้ผลดกอย่างสม่ำเสมอ

พื้นที่รอบบ้านราว 2 ไร่ อยู่ติดคลองบางกล่ำ ที่อดีตใช้สัญจรทางน้ำ เชื่อมต่อกับทะเลสาบสงขลา ซึ่งการค้าขายก็ใช้เส้นทางคลองบางกล่ำ จนมีถนนตัดผ่าน การสัญจรและค้าขายทางน้ำก็ยุติลง

“คลองบางกล่ำ เป็นคลองที่เป็นเสมือนคลองสายหลักของอำเภอ ยาวไปเชื่อมต่อกับทะเลสาบสงขลา มีช่วงเวลาน้ำขึ้นน้ำลง มีความเค็มของน้ำทะเลเจือจางเป็นน้ำกร่อยผ่านคลองเข้ามา เมื่อก่อนทุกครั้งที่มีการขุดลอกคลอง ดินจากการขุดคลองก็นำขึ้นมาถมไว้ภายในสวน และดินนั้นเป็นดินเหนียวสีดำที่ดีมาก มีแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์อยู่ในดิน”

ต้นละมุดเก่าแก่ราว 130 ปี มีเพียงต้นเดียว ในพื้นที่ 2 ไร่ รวมที่พักอาศัยด้วยแล้ว ยังมีละมุดอายุประมาณ 70 ปี อีกหลายต้น รวมทั้งสวนพื้นที่ 2 ไร่ มีละมุดประมาณ 45 ต้น ระยะปลูก 10X10 เมตร

คุณจู้ฮ่อง บอกว่า ละมุด เป็นพืชที่ดูแลง่าย ที่ผ่านมาเคยเกิดกรณีน้ำท่วม มีภาวะแล้ง ละมุดก็ยังไม่ตาย แค่ชะลอการเจริญเติบโตไปบ้างเท่านั้น แต่เมื่อกลับสู่สภาพปกติ ละมุดก็เจริญเติบโตดี ซึ่งนอกจากดินดีแล้ว เชื่อว่าเป็นเพราะสายพันธุ์ที่นำมาปลูกเป็นสายพันธุ์ที่ดีด้วย

การให้น้ำ หากสภาพอากาศปกติ ไม่จำเป็นต้องให้ ยกเว้นเกิดสภาวะแล้งต่อเนื่องนานมาก จึงให้น้ำ เพราะละมุดเป็นพืชที่มีเปลือกหนา และเก็บน้ำไว้ที่เปลือก ซึ่งเป็นธรรมชาติของต้นละมุดเอง

การให้ปุ๋ย ภายในสวนปราศจากสารเคมีปะปน เพราะทุกครั้งที่ให้ปุ๋ย คุณจำเนียน จะให้ปุ๋ยรอบโคนต้น และไม่กำหนดระยะเวลาการให้ ขึ้นกับความสะดวกของผู้ปลูก โดยทั่วไปประมาณ 2-3 เดือนต่อครั้ง และใช้ปุ๋ยขี้วัวหรือปุ๋ยขี้ไก่ ตามความสะดวกที่หาได้ในละแวกใกล้เคียงเช่นกัน

หลังลงปลูก ประมาณ 5 ปี ละมุดจะเริ่มให้ผลผลิต

ผลผลิตจะออกเต็มต้น เก็บไปจำหน่ายได้ในช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน และอีกช่วงในเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม

“ผลผลิตละมุดจะมากที่สุดในช่วงเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน แต่หลังจากนั้นอาจเก็บได้เรื่อยๆ เพียงแต่ไม่มากเหมือนในฤดู หรือในบางปีที่สภาพอากาศดี น้ำดี มีผลผลิตให้เก็บขายได้ต่อเนื่องมาอีกหลายเดือน บางปีเก็บผลผลิตครั้งละมากๆ ได้ถึง 2 รอบ”

เมื่อถามถึงโรคและแมลงศัตรูพืช คุณจู้ฮ่อง ยืนยันว่า ละมุดเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีด้วยตนเองในธรรมชาติอยู่แล้ว ดังนั้น โรคและแมลงศัตรูพืชจึงพบน้อย ที่ผ่านมาพบด้วงกัดยอด ทำให้เจริญเติบโต้ช้า และกินผล เมื่อผลมีขนาดใหญ่ แต่ด้วยการจัดการภายในสวนไม่ได้ใช้สารเคมี จึงใช้วิธีกำจัดแบบธรรมชาติ เมื่อพบด้วงกัดยอดและฝังตัวเข้าไปในลำต้น จะใช้ยาเส้นใส่เข้าไปในรูที่พบ อัดให้แน่น ก็เป็นการทำลายด้วงหรือแมลงที่เข้ามาทำลายละมุดได้อย่างดี

คุณจู้ฮ่อง เปรียบเทียบขนาดของละมุดภายในสวนที่เก็บได้ ว่ามีขนาดใหญ่กว่าสวนอื่น น้ำหนักที่เคยเก็บได้อยู่ที่จำนวน 4-5 ผลต่อกิโลกรัม หรือให้เห็นภาพชัดๆ ก็ขนาดเกือบเท่าผลส้มโชกุน ซึ่งขนาดผลมีผลต่อราคาซื้อขาย เช่น ขนาดใหญ่ 4-5 ผลต่อกิโลกรัม ขายหน้าสวนราคากิโลกรัมละ 100 บาท แต่ถ้าขนาดเล็กลงตามลำดับ ก็ขายในราคาหน้าสวน 40 บาทต่อกิโลกรัม และ 60 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งนอกเหนือจากน้ำหนักผลที่มากแล้ว เนื้อละมุดมีความเนียนมาก ทั้งยังหวานหอมอีกด้วย