มหาวิทยาลัย ในนามกลุ่ม STEPS ภายใต้การดูแลของสำนักบริหาร

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และการสนับสนุนจากเครือเบทาโกร เข้ามาดำเนินงานเชื่อมโยงระหว่าง 3 ภาคส่วน ให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม ผลักดันให้นิสิตนักศึกษาได้พัฒนาทักษะของตนเองผ่านการทำกิจกรรมเพื่อสังคม โดยบริหารจัดการงบประมาณด้านซีเอสอาร์ของบริษัทเอกชน ให้ตอบโจทย์ความต้องการจริงของชุมชน เพื่อให้เกิดเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ซึ่งลักษณะการดำเนินงานร่วมกันแบบ U-I-G มีลักษณะดังนี้ University: ใช้พลังและสติปัญญาของนิสิตในการดำเนินกิจกรรมพัฒนาชุมชน เพื่อกระจายองค์ความรู้ภายในมหาวิทยาลัยให้เกิดประโยชน์ในวงกว้าง นำไปสู่การพัฒนาทักษะในการทำงานของนิสิตรวมไปถึงจิตสำนึกต่อสังคม Industry: จัดสรรงบประมาณซีเอสอาร์ภายในบริษัทให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมมากยิ่งขึ้น นำไปสู่ความยั่งยืนของชุมชนพื้นที่และความยั่งยืนขององค์กร และ Government: เปิดรับความร่วมมือจากองค์กรภายนอกเข้ามาร่วมพัฒนาอย่างมีทิศทาง โดยอาศัยโจทย์จากความต้องการจริงของชุมชน ดำเนินการโดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนอยู่เสมอ

สำหรับ Social Shaker Season 1 ในปีพ.ศ.2561 นี้ จะดำเนินโครงการพัฒนาสังคม ด้วยกัน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการพัฒนานักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ในอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ให้เกิดการพัฒนาจุดแข็ง มีการวางแผนชีวิต และเกิดความตระหนักถึงสังคมส่วนรวม ผ่านกิจกรรมนอกห้องเรียน โครงการพัฒนาร้านอาหารให้มีคุณภาพ ทั้งในมิติของ ความปลอดภัยและคุณภาพ (Safety & Quality) ประสิทธิภาพ (Efficiency) ประสบการณ์ร่วมของลูกค้า (Customer Experience) เพื่อแก้ไขปัญหาของร้านอาหารในสังคมเมือง และโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community-based Tourism) ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ และออกแบบเส้นทางการท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริมการกระจายรายได้สู่ชุมชน

กรณีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดตัวเลขปริมาณผลผลิตข้าวหอมมะลิของประเทศไทย พบว่าปีนี้มีผลผลิตข้าวหอมมะลิที่เกษตรกรทั่วประเทศเก็บเกี่ยวได้เพียงประมาณ 7 ล้านตันเท่านั้น น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าปีนี้จะผลิตได้เกือบ 10 ล้านตัน ส่งผลให้ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิปีนี้ปรับตัวสูงขึ้นถึงตันละกว่า 17,000 บาท จากปีที่ผ่านมา 10,000 บาทนั้น

วันนี้ 7 มีนาคม ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจเกษตรกรในพื้นที่ อ.สีดา จ.นครราชสีมา พบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ต่างรู้สึกดีใจ ที่ปีนี้จะสามารถขายข้าวเปลือกหอมมะลิได้ในราคาสูงขึ้น แต่หลายคนยังคงเก็บข้าวหอมมะลิไว้ในยุ้งฉาง เพื่อรอคอยให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นกว่านี้อีก เนื่องจากมั่นใจว่าข้าวหอมมะลิจะขาดตลาดในอนาคตแน่นอน

นายขุนแผน ออกช่อ อายุ 67 ปี เกษตรกรรายหนึ่งในต.โพนทอง อ.สีดา กล่าวว่า ภายหลังจากราคาข้าวเปลือกหอมมะลิปรับราคาสูงขึ้น ตนจึงได้เตรียมเก็บข้าวเปลือกจำนวนกว่า 3 ตันไว้ในยุ้งข้าว โดยรอดูท่าทีราคาข้าวที่อาจจะปรับราคาสูงขึ้นถึงตันละ 18,000 บาทก่อนจึงขาย ซึ่งปัจจุบันตนได้นำเอาข้าวเปลือกหอมมะลิบางส่วนมาสีเป็นข้าวสาร และนำมาใส่ถุงวางจำหน่ายข้างทาง ในราคากิโลกรัมละ 30 บาท เนื่องจากขายได้กำไรดีกว่าการขายเป็นตัน ถึงแม้จะขายออกช้า แต่ก็สามารถขายได้ทุกวัน โดยผลจากราคาข้าวหอมมะลิที่ปรับสูงขึ้น ตนจะเก็บข้าวเปลือกบางส่วนไว้เผื่อราคาข้าวเปลือกจะปรับสูงขึ้นอีก

วันที่ 7 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ อ.เมือง จ.เชียงราย นำกำลังเจ้าหน้าที่และวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขไปฉีดให้กับสุนัขและแมวภายในวัดดอยพระบาท ต.รอบเวียง เขตเทศบาลนครเชียงราย ตลอดจนสุนัขและแมวของชาวบ้านในชุมชนที่มีการเลี้ยงไว้เป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าในช่วงฤดูร้อน หลังพบว่าก่อนหน้านี้มีการแพร่ระบาดในพื้นที่อย่างน้อย 4 หมู่บ้าน มีสุนัขติดเชื้อสุนัขบ้าจำนวนหลายตัว ทำให้ทางกรมปศุสัตว์ประกาศให้เชียงรายเป็นหนึ่ง ใน 13 จังหวัด ที่เป็นพื้นที่สีแดงเสี่ยงต่อการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า ต้องควบคุมอย่างจริงจัง

นายนพพร มหากันธา ปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย ระบุว่าการฉีควัคซีนให้แก่สัตว์ทุกตัวเป็นมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคที่ได้ผลที่สุด แต่ที่ผ่านมาประชาชนหลายพื้นที่ปล่อยปะละเลยไม่ยอมนำสัตว์เลี้ยงมาฉีดจนเกิดการแพร่ระบาด ซึ่งระยะนี้จะมีการลงพื้นที่ฉีดให้กับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะสุนัขและแมวทุกตัว โดยร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดอาสาสมัครปศุสัตว์ไปฉีดให้บ้านทุกหลัง

วันที่ 7 มีนาคม รายงานข่าวว่า สวนสัตว์สงขลาเปิดตัวสมาชิกใหม่”ลูกนิลกาย”เพศเมียชื่อน้องปีใหม่ ซึ่งเกิดเมื่อวันที่ 5 มกราคม อายุประมาณ 2 เดือน มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรง พร้อมกับเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมความน่ารัก โดยปัจจุบันสวนสัตว์สงขลา มีนิลกายทั้งหมด 5 ตัว เพศผู้ 2 ตัว เพศเมีย 3 ตัว รวมน้องปีใหม่ ซึ่งตลอดช่วงเดือนมีนาคม สวนสัตว์สงขลาเปิดให้นักท่องเที่ยวที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เข้าชมสวนสัตว์สงขลาฟรีถึงวันที่ 31 มีนาคม 2561

สำหรับ“นิลกาย”เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดหนึ่ง ในวงศ์วัวและควาย จัดเป็นสัตว์ชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสกุล Boselaphus มีรูปร่างลักษณะคล้ายวัวผสมกับม้า

‘แพทย์หู คอ จมูก’ รพ.ราชวิถี เผยโรคหูติดเชื้อ เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของปัญหาหู ที่ผู้ป่วยมาพบแพทย์มากที่สุด ควรเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่ทำให้เกิดโรค อาทิ การแคะ-ปั่นหู ที่รุนแรง สิ่งแปลกปลอมเข้าหู หรือการมีขี้หูอุดตัน โรคหูติดเชื้อมีโอกาสเกิดได้กับทุกคน แนะหากมีอาการผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ ป้องกันการติดเชื้อรุนแรง…

พญ. นภัสถ์ ธนะมัย นายแพทย์ชำนาญการ กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง ด้านโสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลราชวิถี เปิดเผยว่า โรคหูติดเชื้อ เป็นได้ทั้งหูชั้นนอก หูชั้นกลาง และหูชั้นใน โดยโรคหูชั้นกลางติดเชื้อ หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อ หูน้ำหนวก

ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีอาการเริ่มแรกคือ ปวดหูมาก บางคนมีไข้ร่วมด้วย ต่อมาอาจจะมีน้ำหนองหรือน้ำขุ่นๆ ไหลออกจากหู อาการปวดจะลดลง ซึ่งแสดงว่าแก้วหูทะลุแล้ว แก้วหูมีโอกาสปิดเองได้สนิท แต่ในบางคน เยื่อแก้วหูไม่ปิด ทำให้มีโอกาสน้ำไหลออกจากหูเป็นๆ หายๆ อีกได้ เมื่อมีน้ำเข้าหู สาเหตุของหูน้ำหนวกเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในหูชั้นกลาง มักเกิดร่วมกับการเป็นหวัด และการที่ท่อปรับความดันที่เชื่อมระหว่างหูชั้นกลางและโพรงจมูกด้านหลังทำงานผิดปกติ ทำให้เวลาเราเป็นหวัด เชื้อโรคสามารถผ่านเข้าท่อปรับความดันไปที่หูชั้นกลางได้

ความรุนแรงของหูน้ำหนวกนั้น อาจส่งผลให้มีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยิน หรืออาจสูญเสียการได้ยิน นอกจากนี้ หากเป็นหูน้ำหนวกเรื้อรังชนิดรุนแรง อาจมีการติดเชื้อเข้าไปสู่หูชั้นใน และเข้าสมองได้ ทำให้เกิดอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือฝีในสมอง ทำให้มีอาการปวดศีรษะรุนแรง จนนำไปสู่การเสียชีวิตได้

“อย่างไรก็ตาม โรคหูน้ำหนวกนั้น สามารถรักษาให้หายขาดได้ หากผู้ป่วยหมั่นสังเกตอาการ และมาพบแพทย์ โดยการรักษานั้นแพทย์จะสั่งจ่ายยาหยอดหู เพราะสามารถเข้าผ่านเยื่อแก้วหูที่ทะลุไปถึงหูชั้นกลางจุดที่มีปัญหาได้โดยตรง ทำให้หูแห้ง ไม่มีหนองไหลอีก ก่อนจะรักษาในขั้นต่อไป

โดยการรักษาให้น้ำหนองที่ไหลแห้งสนิทจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 เดือน หลังจากหูแห้งสนิทดีแล้ว แพทย์ก็จะสามารถผ่าตัดเพื่อปิดเยื่อแก้วหูทะลุได้ ซึ่งการผ่าตัดจะใช้กล้องขยายช่วยในการผ่าตัด” พญ. นภัสถ์ กล่าวและเสริมว่า

หลังผ่าตัดคนไข้จะยังได้ยินไม่ดีขึ้น เพราะมีผ้าและสำลีแพ็คอยู่ในหูชั้นนอกและหูชั้นกลาง ซึ่งแพทย์จะเอาออกให้หลังผ่าตัดประมาณ 2 อาทิตย์ ในระหว่างนี้ ผู้ป่วยต้องระวังไม่ให้น้ำเข้าหู และไม่แคะ หรือปั่นหู แพทย์จะนัดติดตามอาการเป็นระยะ เพื่อดูว่าเยื่อแก้วหูปิดสนิทหรือไม่ และการได้ยินดีขึ้นหรือไม่ เมื่อพบว่าเยื่อแก้วหูปิดสนิทดี ผู้ป่วยก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ทั้งนี้ การดูแลตนเองเพื่อป้องกันอาการหูติดเชื้อโดยรวมนั้น ทำได้โดยหลีกเลี่ยงการใช้ของแข็งแคะ หรือปั่นหูรุนแรง เพื่อลดอาการบาดเจ็บในรูหู ซึ่งอาจนำไปสู่การติดเชื้อของหูชั้นนอกได้ และเมื่อเป็นหวัดมีน้ำมูก ปวดหู ควรพบแพทย์เพื่อรักษาที่ถูกต้องเ พื่อป้องกันการเกิดหูน้ำหนวกต่อไป

ศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง ด้านโสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลราชวิถี ตรวจรักษาผู้ป่วยโรคหูเป็นเวลากว่า 60 ปี พบผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาโรคหูติดเชื้อกว่า 4,000 คน ต่อปี รวมทั้งเป็นศูนย์รับส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ ปัจจุบัน รพ. มีพื้นที่อำนวยความสะดวกค่อนข้างจำกัด จึงทำให้มีความแออัดที่ห้องตรวจ และปัจจุบันโรงพยาบาลกำลังสร้างอาคารศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลฯ เพื่อขยายพื้นที่ในการรองรับ และรักษาผู้ป่วยที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ในอนาคตเมื่ออาคารศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลฯ เสร็จก็จะสามารถเปิดรักษาผู้ป่วยได้มากขึ้น และลดระยะเวลาของการรอรับการรักษาของผู้ป่วยได้

ดังนั้น ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมแบ่งปันน้ำใจสมทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์ผ่านมูลนิธิ รพ.ราชวิถี บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา รพ.ราชวิถี ประเภทบัญชี ออมทรัพย์

ในยุคที่อะไรก็รีบเร่ง โดยเฉพาะการทำงานที่ทำให้หลายคนไม่มีเวลาออกกำลังกาย พาขวัญ สุพานิชรัตนา ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายจาก ฟิตเนส เฟิรส์ท ได้มาแนะนำวิธีการออกกำลังกายที่ได้ผลเร็วและใช้เวลาน้อย แถมหัวใจแข็งแรงสุดสุด นั่นคือ การออกกำลังกายแบบ HIIT หรือ (High Intensity Interval training) ซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่างการฝึกระดับหนัก สลับกับระดับเบา โดยเน้นความหนักอยู่ที่ 85-100% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด ทำตั้งแต่ 30 วินาที ถึง 4 นาที หรือนานจนถึง 30 นาที

โดยเริ่มจากการอบอุ่นร่างกาย และยืดเหยียดกล้ามเนื้อมัดหลัก อย่าง ต้นขา ก้น อก หลัง ลำตัว และข้อต่อต่างๆ ประมาณ 3-5 นาที หลังจากนั้น ออกกำลังกายแบบเป็นฐาน โดยแบ่งเป็น 4 ฐาน ง่ายๆ โดยทำแต่ละท่าอย่างต่อเนื่อง 1 นาที และพักน้อย 20-30 วินาที แล้วต่อโดยการทำในฐานที่ 2, 3, 4 เป็นเวลาเท่าๆ กัน และพัก 30 วินาที ทุกฐานเหมือนกัน ยกเว้นฐานสุดท้ายให้เพิ่มเป็น 2 นาที

โดยเมื่อครบทั้ง 4 ฐาน จะนับเป็น 1 รอบ สามารถทำได้ 2-3 รอบ แล้วคูลดาวน์ เพื่อลดอัตราการเต้นหัวใจลงกลับสู่สภาวะปกติและยืดเหยียดกล้ามเนื้อ

การออกกำลังกายแบบ 4 ฐานนี้ เน้นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ได้แก่
1. Squat & Jump forward ท่าย่อเข่าดันก้นไปด้านหลัง พร้อมทั้งกระโดดสูงขึ้น แล้วพัก 30 วินาที สำหรับท่านี้ จะเป็นการออกกำลังกายในส่วนก้นต้นขาโดยรวม รวมถึงฝึกการทรงตัวและแรงระเบิดขณะกระโดด

2. Push up & Burpee ท่าดันพื้น พร้อมทั้งกระโดดขาคู่มาหามือทั้งสองข้าง แล้วกระโดดขึ้นแนวดิ่งและยกมือเหนือศีรษะ แล้วกลับไปท่าเริ่มต้นใหม่ อย่างต่อเนื่อง 1 นาที แล้วพัก 30 วินาที สำหรับท่านี้จะเป็นการออกกำลังกายในส่วนของกล้ามอกรวม หัวไหล่ และกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว

3. Leg Lunge 1 นาที โดยการก้าวขาขวาไปด้านหน้า แล้วย่อตัวลงโดยเข่าไม่เลยปลายเท้าแล้วสลับขาซ้ายทำแบบเดียวกันอย่างต่อเนื่อง ต่อด้วยพัก 30 วินาที สำหรับท่านี้ จะเป็นการออกกำลังกายในส่วนก้นต้นขาโดยรวม

4. High Knee run วิ่งอยู่กับที่ เข่าสูง 1 นาที ต่อด้วยพัก 30 วินาที สำหรับท่านี้ จะเป็นการออกกำลังกายเพื่อฝึกความคล่องตัวโดยการวิ่งอยู่กับที่ แบบเข่าสูงอย่างรวดเร็ว ทำให้เพิ่มอัตราการเต้นหัวใจมากขึ้น

พาขวัญ ย้ำว่า สำหรับคนที่ไม่เคยออกกำลังกายให้ทำแต่ละฐานแบบเบาๆ ไม่ต้องเร่ง อาจเริ่มจากทำแต่ละท่าแบบไม่รู้สึกเหนื่อยมาก 1 นาที แล้วพัก 30 วินาที เมื่อแข็งแรงขึ้นสามารถออกกำลังกายให้หนักขึ้นและทำให้เต็มที่ขึ้น จะช่วยพัฒนาหัวใจเป็นอย่างดี และอย่าลืม วอร์มอัพ และคูลดาวน์ทุกครั้งเช่นกัน

ทั้งนี้ นักวิจัยพบว่า คนที่ออกกำลังกายแบบ HIIT ช่วยให้สามารถเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้น และต่อเนื่องไปอีก 12-24 ชั่วโมง แม้ไม่ได้ออกกำลังกายแล้วก็ตาม

เกณฑ์ใหม่ตั้งแต่บาทแรกดัดหลังแยกบิล

สรรพากรเดินหน้าเก็บภาษีธุรกิจออนไลน์ ชง ครม.ภายในมีนาคมนี้ เผยยอดคืนภาษีบุคคลธรรมดาแล้วกว่าหมื่นล้านบาท จับมือ พณ.เชื่อมโยงฐานข้อมูลงบฯ การเงินนิติบุคคล เพิ่มความสะดวก-ลดต้นทุนประเทศ

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ภายในเดือนมีนาคมนี้ กรมสรรพากรจะเสนอแนวทางแก้ไขประมวลรัษฎากรเพื่อให้กรมสรรพากรสามารถเก็บภาษีจากธุรกิจออนไลน์ หรือจากผู้ ประกอบการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (e-Business) ไปยังกระทรวงการคลัง เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป โดยจะดำเนินการใน 2 ส่วนก่อน คือ กำหนดให้เก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จากผู้ประกอบการค้าออนไลน์ และแก้ไขในเรื่องของสินค้าที่ส่งทางไปรษณีย์ เดิมได้รับการยกเว้นแวตหากมูลค่าของไม่เกิน 1,500 บาท เป็นเก็บตั้งแต่บาทแรก เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการทั่วไป เพราะขณะนี้พบว่ามีผู้ประกอบการบางรายที่ขายสินค้า พยายามแยกบิลในการขายของส่งทางไปรษณีย์ไม่ได้เกิน 1,500 บาท เพื่อไม่ต้องเสียภาษี

นายประสงค์ กล่าวว่า สำหรับกรณีการเก็บภาษีเงินได้จากผู้ประกอบการนั้น มีข้อเสนอให้หักภาษี ณ ที่จ่ายไม่เกิน 15% แล้วแต่ชนิดและประเภทของสินค้าและบริการนั้น ยังไม่เสนอในครั้งนี้ เพราะขณะนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กำลังพิจารณาอยู่ ทั้งนี้ เรื่องเก็บภาษีจากผู้ดำเนินธุรกิจ ออนไลน์นั้น เปิดรับฟังความ 2 รอบแล้ว ซึ่งผู้ดำเนินธุรกิจในต่างประเทศแสดงความคิดเห็นมาเป็นจำนวนมาก และกรมสรรพากรชี้แจงไปแล้ว โดยกฎหมายนี้ทำให้สามารถเก็บภาษีจากธุรกรรมที่เกิดขึ้นในไทย แม้จะมีโดเมน (ที่อยู่เว็บไซต์) อยู่ในต่างประเทศก็ตาม กรมจะดูจากการจ่ายเงินซื้อขายสินค้าและบริการ ถ้ามีการจ่ายเงินเกิดขึ้นในไทยต้องเสียภาษี นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ผู้ประกอบการมีรายได้จากสินค้าและบริการเกินกว่าปีละ 1.8 ล้านบาท ต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

นายประสงค์ กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2560 เปิดให้ยื่นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 มีนาคม 2561 นั้น พบว่ามีประชาชนมายื่นแบบแล้ว 3.3 ล้านราย น้อยกว่าปีที่แล้วช่วงนี้ยื่นมา 4 ล้านราย โดยมีการคืนภาษีไปแล้ว 8-9 แสนราย คิดเป็นเงิน 1 หมื่นล้านบาท คาดว่าปี 2561 ยอดคืนภาษีสูง 4 หมื่นล้านบาท มากกว่าปีที่ผ่านมามีการคืนภาษีรวม 3 หมื่นล้านบาท โดยการยื่นแบบปีนี้ล่าช้า เพราะมีบางส่วนรอใบเสร็จรับเงินจากบริษัทประกัน เพื่อนำมาลดหย่อนภาษี ขณะที่ปีนี้การยื่นภาษีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มีสัดส่วนถึง 90% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอยู่ที่ 84%

นายประสงค์ กล่าวว่า กรมสรรพากรได้ลงนามกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (พค.) เพื่อรับและนำส่งข้อมูลงบการเงินให้กรมสรรพากรสำหรับผู้ประกอบการที่ยื่นงบการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (DBD e-Filing) ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต (e-Filing) ของกรมสรรพากร เริ่มใช้ตั้งแต่การยื่นภาษีรอบเดือนพฤษภาคม 2561

นางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การลงนามนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการ ช่วยลดต้นทุนผู้ประกอบธุรกิจในประเทศ โดยต่อปีมีธุรกิจต้องส่งงบการเงินกับกรมประมาณ 6.8 แสนราย และเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับความยาก-ง่ายของการประกอบธุรกิจในไทย

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สภาหัตถศิลป์โลก (World Crafts Council) ได้ส่งทีมมาตรวจประเมินคุณสมบัติการผลิตผ้าย้อมครามที่สกลนครและที่ชุมชน ปรากฏว่าผ่านเกณฑ์คุณสมบัติที่ตั้งไว้ คือเป็นการทอผ้าที่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ ไม่มีเคมีภัณฑ์เจือปน และได้ประกาศรับรองให้จังหวัดสกลนครเป็น “นครหัตถศิลป์โลกเจ้าแห่งครามธรรมชาติ” (World Craft City for Natural Indigo) ถือเป็นจังหวัดแรกของประเทศไทย และเป็นหนึ่งในประเทศภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับการรับรองนี้ ซึ่งเป็นความสำเร็จของกองทุนเอฟทีเอที่ช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการหัตถกรรมสิ่งทอในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อรองรับการเปิดเสรีอาเซียน ผ่านกองทุนวงเงิน 12.5 ล้านบาท ปี 2557-58 เป็นงบฯ ดำเนินการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถให้กับสหกรณ์ จนพัฒนา การผลิต ตัวสินค้า เป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงได้การรับรองครั้งนี้

นายอดุลย์ กล่าวว่า ปี 2560 กรมได้อนุมัติโครงการภายใต้กองทุนเอฟทีเอ 7 โครงการ วงเงินรวม 16 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการดำเนินช่วยเหลือ ประกอบด้วย โครงการยกระดับการบริหารจัดการธุรกิจโรงแรม 3 ดาว ในจังหวัดนครพนม-สกลนคร-มุกดาหาร โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องสำอางสมุนไพรไทยสู่ต่างประเทศ โครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในธุรกิจผู้ให้บริการขนส่งระยะ 3 โครงการพัฒนาศักยภาพผลิตโคเนื้อสหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลางโพนยางคำ จำกัด โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ของสหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จำกัด โครงการพัฒนานวัตกรรมการบริหารคุณภาพผลิตภัณฑ์นม และโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการตลาดสินค้ากระเทียมไทย หอมแดงไทยและหอมหัวใหญ่ไทยปลอดโรค

ยโสธร – นายทวี วิลัยรัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 51 บ้านคำเกิด หมู่ที่ 4 ตำบลกระจาย อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร กล่าวว่า หลังเกี่ยวข้าวนาปีเสร็จสิ้น ครอบครัวได้หันมาปลูกแคนตาลูปพันธุ์สีทองในนาข้าว 2 ไร่ ใช้เวลาเพียง 60 วัน เท่านั้น สามารถตัดขายส่งให้กับพ่อค้าแม่ค้าได้ ส่วนราคาซื้อขายส่ง 18 บาท/กิโลกรัม ขายปลีก 23 บาท/กิโลกรัม ซึ่งมีรสหวาน กรอบ จึงมีพ่อค้าแม่ค้าขาประจำในพื้นที่มา รับซื้อถึงสวน น้ำหนักลูกละ 1 กิโลกรัม การดูแลรักษาก็ง่าย ต้นทุนต่ำ ให้น้ำทุกสองวันครั้ง เน้นให้ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยคอกมูลสัตว์ตามโคนต้น

แคนตาลูปพันธุ์นี้ให้ลูกดก จะตัดขายกันเป็นระยะทุก 4 วัน เฉลี่ยตัดขายได้ครั้งละ 2 ตัน/ไร่ ซึ่งตอนนี้ต้องเร่งมือช่วยกันตัดส่งให้กับลูกค้าเจ้าประจำที่นำเงินมาจ่ายล่วงหน้า คาดว่าแคนตาลูปสายพันธุ์สีทองที่ปลูก 2 ไร่ จะได้ผลผลิตประมาณ 4 ตัน และน่าจะขายได้เงินประมาณ 8-9 หมื่นบาท

นายราชิต สุดพุ่ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า จังหวัดสงขลากำลังประสบปัญหามลพิษในเขตควบคุม ทั้งขยะกลิ่นเหม็น น้ำเสีย และมลพิษทางเสียง ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ล้วนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงต้องเร่งกำหนดมาตรการเพื่อลดและขจัดมลพิษในเขตควบคุม แต่งตั้งคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและติดตามผลการดำเนินงานพื้นที่เขตควบคุมมลพิษ จังหวัดสงขลา พิจารณาให้ความเห็นและข้อเสนอแนะต่อแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษ กำกับการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษ ทั้งนี้ มีการร้องเรียนปัญหาที่เกี่ยวข้องกับมลพิษมายังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลาด้วย โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองเศรษฐกิจต่างๆ ซึ่งคณะอนุกรรมการจะช่วยกำหนดมาตรการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่จังหวัดสงขลาได้

ด้าน นายนิพนธ์ บุญญามณี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา กล่าวว่า ยอมรับว่าปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะขยะในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 124 แห่ง มีปริมาณเพิ่มขึ้น แต่ที่กำจัดขยะมี 4 แห่ง ไม่เพียงพอ ทำให้ อปท.บางแห่งเก็บไปกองทิ้งในที่สาธารณะ ทำใหเกิดมลพิษตามมาไม่จบ รัฐบาลต้องมีนโยบายที่ชัดเจนในการแก้ปัญหา

“นอกจากนี้ยังได้รับการร้องเรียนจากผู้นำท้องที่ใน 6 อำเภอรอบทะเลสาบสงขลา ประกอบด้วย อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธ์ อำเภอสทิงพระ อำเภอสิงหนคร อำเภอบางกล่ำ และ อำเภอควนเนียง ในเวที อบจ.สัญจรว่ากำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดบริโภค-อุปโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูร้อนนี้ เนื่องจากน้ำประปาของ อบต.และเทศบาลหลายแห่ง ซึ่งเป็นประปาขนาดเล็ก มีงบประมาณใช้ในการก่อสร้างจำกัด ผลิตน้ำสีแดงขุ่นซึ่งคล้ายกับน้ำสนิม ไม่สามารถนำมาบริโภคและใช้ในครัวเรือนได้ บางแห่งมีสารปนเปื้อน ต้องซื้อน้ำบริโภคเดือนละหลายร้อยบาท”

นายนิพนธ์ กล่าวด้วยว่า การขาดแคลนน้ำสะอาดดื่มเป็นปัญหาเร่งด่วนของ อบจ.ที่ต้องแก้ไขให้กับประชาชน จึงจ้างให้บริษัทศึกษาออกแบบโครงการก่อสร้างประปาขนาดใหญ่ ที่คาดว่าต้องใช้งบลงทุนประมาณ 800 ล้านบาท ในพื้นที่ ตำบลบ้านขาว อำเภอระโนด เพื่อผลิตน้ำประปาหล่อเลี้ยงประชาชนหลายหมื่นครอบครัว โดยใช้น้ำในทะเลสาบสงขลา หรือทางเลือกที่ 2 คือดึงน้ำจากคลอง ร.1 ซึ่งมีปริมาณน้ำจืดเพียงพอในการผลิตน้ำประปา วางท่อเมนประปาขนาดใหญ่ ฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของถนนสายระโนด-สงขลา และสายเลียบทะเลสาบสงขลา ความยาวประมาณ 100 กิโลเมตร ครอบคลุมทั้ง 6 อำเภอ 40 ตำบล 120 หมู่บ้าน