มะพร้าว ถือเป็นพืชมหัศจรรย์ของโลกมีพืชไม่กี่ชนิดในโลก

ที่จะสามารถนำมาแปรรูปได้หลากหลาย หากปลูกมะพร้าวเป็นลูกไม่มีคนซื้อ เราสามารถเปลี่ยนเป็นน้ำตาลมะพร้าวได้ภายใน 5 วัน น้ำตาลมะพร้าวตอนนี้ราคากิโลกรัมละ 30 บาท ถ้ามะพร้าวที่สวน 15 ไร่ เราสามารถที่จะเคี่ยวน้ำตาลได้ 15 ปีบ ต่อวัน 1 ปีบ บรรจุ 20 กิโลกรัม ราคาอย่างน้อยก็ปีบละ 700 บาท แต่ต้องแลกกับค่าแรงงานที่ค่อนข้างเยอะ ถือว่าดีกว่าปล่อยให้ผลผลิตไร้ประโยชน์ หรือถ้าไม่อยากทำเป็นน้ำตาล ก็นำมาหมักทำน้ำส้มสายชู ดังนั้น เกษตรกรที่ปลูกมะพร้าวคุณสามารถไปได้หลายทางมาก

แนะช่องทางการตลาด ให้เกษตรกร ยุค 4.0
พี่แดง ให้แง่คิดว่า มะพร้าว ทางการแพทย์ถือว่ามีประโยชน์มาก แต่ปัจจุบันคนที่จะรับประทานมะพร้าวได้จริงๆ มีเพียงไม่กี่กลุ่ม เพราะระบบการส่งมะพร้าวถึงผู้บริโภคยังขาดอยู่ เกษตรกรต้องพัฒนามะพร้าวเข้าสู่ ยุค 4.0 คือทำให้สินค้าส่งถึงมือผู้บริโภคได้ทั่วถึงลูกค้าทุกกลุ่ม ต้องสะดวกและรวดเร็ว เช่น ถ้าผู้บริโภคอยากจะรับประทานมะพร้าวสัก 2 ลูก สามารถสั่งได้ทันที

จะกดสั่งทางแอปพลิเคชั่นก็ง่าย และมองว่าหากทำได้ มะพร้าวจะประสบผลสำเร็จที่สุด เพราะมะพร้าว เกษตรกรเจ้าของสวนสามารถสต๊อกออเดอร์ได้นานถึง 6 เดือน เพราะเราสามารถดูผลผลิตจากจั่นได้ และรู้ละว่ามีมะพร้าวออกเท่าไร แล้วส่งได้ รับออเดอร์ได้ภายใน 4 เดือน ดังนั้น ตรงนี้ก็ต้องมาบริหารจัดการว่าคนสวนคิด 10 บาท คนที่มาตัดไปควั่นคิดเท่าไร เช่น คนควั่น คิด 3 บาท คนส่ง คิดอีก 2 บาท คิดดูว่าผู้บริโภคจะสามารถรับประทานมะพร้าวสดๆ จากสวนได้ ในราคา 15 บาท ถูกกว่าและสะดวกกว่า ไม่ต้องออกไปไหนด้วย

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการอยากเข้าไปขอคำปรึกษาที่สวน คุณแดง มาประกอบ ยินดี โทร. (086) 311-6857

ในวันที่ 19 ตุลาคม 2562 นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ได้จัดเสวนาเชิงปฏิบัติการ โดยนำผู้สนใจเข้าชมสวนมะพร้าวน้ำหอม ยุคดิจิตอล พร้อมทั้งการแปรรูปมะพร้าวเพื่อการค้า ณ จังหวัดราชบุรีเพื่อให้ผู้เข้าอบรมนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสร้างเป็นอาชีพต่อไป สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-580-0021 ต่อ 2335 , 2339, 2342 และ 2343

โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช เชิญชวนพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูก ระหว่างอายุ 2-12 ปี ร่วมงานเสวนาหาทางออกวิกฤตความบกพร่องทางอารมณ์ของบุตรหลาน เพื่อรวมพลัง #สร้างเกราะให้ใจแกร่ง กับ 6 เทคนิค ที่จะทำให้เด็กๆ แข็งแกร่ง โดยมี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์ Samitivej Parenting Center อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นจากสหราชอาณาจักร ที่จะมาถอดบทเรียนปัญหาของเด็กไทยและแนวทางแก้ไขปัญหา ที่ BBC ได้ตีแผ่ไปทั่วโลกแ ละเปิดเผยทางแก้ไข วิกฤตเด็กไทยมีปัญหา RQ เสี่ยงฆ่าตัวตายสูง ปรับตัวเข้าสังคมยาก มีปัญหาทางอารมณ์ของบุตรหลาน

“สุขภาพจิตของเด็กเป็นปัญหาสำคัญ เด็กบางคนเริ่มตั้งแต่ ขี้กลัว อ่อนไหว ดื้อ และลุกลามไปจนถึงการฆ่าตัวตาย นั่นแสดงให้เห็นถึงความสามารถของเด็กในการปรับตัวต่อสภาวะที่ยากลำบาก หรือความยืดหยุ่นในการปรับตัวลดลง ดังนั้น เรามีความประสงค์จะเป็นผู้นำในการดูแลพัฒนาสุขภาพจิตเด็กไทย” นายแพทย์ธีระเกียรติ กล่าว

สำหรับผู้ที่สนใจมาร่วมกันซักถามและหาทางออกให้กับวิกฤตนี้ร่วมกันได้ในงาน เปิด Samitivej Parenting Center เพื่อการเรียนรู้ด้านอารมณ์ RQ ย่อมาจาก Resilience Quotient #สร้างเกราะให้ใจแกร่ง วันเสาร์ที่ 21 กันยายน 2562 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้องประชุมออดิทอเรียม ชั้น 7 โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ (จำกัดแค่ 100 ท่าน เท่านั้น) สำรองที่นั่งได้ที่ 0-2022-2222 ไม่เสียค่าใช้จ่าย

กินหวานแล้วดี! ถ้าเป็นความหวานจากผลไม้ หมอแนะผลไม้ไทย 8 อย่าง หวานชะลอวัย แถมช่วยชาวสวน
นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ กล่าวว่า หลายคนคงเคยได้ยินมาว่า กินหวานแล้วไม่ดีต่อสุขภาพ เราจึงเห็นภาพการสั่งอาหารและเครื่องดื่มของคนในยุคนี้ที่มักต้องขอต่อด้วยว่า “ขอไม่หวาน” เพราะไม่ว่าจะรับประทานกาแฟ, น้ำปั่น, ชาไข่มุก ไปจนถึงก๋วยเตี๋ยว-ข้าวแกง ก็อาจมีเสียงกำชับนี้ตามมา แต่ความจริงหวานแบบดีก็มีมาก อย่างหวานจาก “ผลไม้สด” เป็นต้น การกินผลไม้สดๆ ที่หวานทั้งลูกนั้นแม้จะได้น้ำตาลก็จริง แต่ก็มีสิ่งที่มีประโยชน์แถมช่วยไม่ให้น้ำตาลหวาน “เข้าเลือด” เร็วเกินไปนัก โดยเฉพาะผลไม้แบบไทยๆ

นายแพทย์กฤษดา กล่าวต่อว่า สิ่งที่ผลไม้ไทยมีในเรื่องช่วยสุขภาพนั้นมีอยู่หลักๆ ดังนี้ ได้แก่ 1. น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวอย่างกลูโคสและฟรุกโตส 2. วิตามิน เช่น วิตามินเอ, แคโรทีนอยด์, วิตามินซี, กรดโฟลิกและสารต้านสนิมแก่ทั้งหลาย 3.แร่ธาตุ อย่างแมกนีเซียม, แคลเซียม, เซลีเนียม และแมงกานีส 4. น้ำ เป็นส่วนประกอบหลักในผลไม้ไทยหลายชนิด 5. ไฟเบอร์ มีทั้งเส้นใยแบบละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ

“ผลไม้ไทยหลายชนิดกินแล้วอิ่มออกชื่นใจเหมาะกับคนที่ควบคุมน้ำหนักด้วย เพราะมีอิทธิฤทธิ์ชวนให้อิ่มเต็มกระเพาะเร็วแบบไม่ทำให้อ้วนเกิน ยกตัวอย่าง ฝรั่ง หรือสับปะรด หรือแม้แต่ผลไม้ที่ดูหวานจนหลายท่านกลัว เช่น ทุเรียน หรือกล้วยนั้น ถ้ารู้วิธีกินให้เหมาะก็จะไม่อ้วนเลย แถมยังช่วยลดไขมันเสียด้วยซ้ำ” ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ กล่าว

สำหรับผลไม้ไทยที่ช่วยเรือ่งชะลอวัยนั้น นายแพทย์กฤษดา ได้ยกตัวอย่างไว้ 8 ชนิด ได้แก่ 1. ลองกอง เนื้อใสเป็นแก้ว กินแล้วสบาย เพราะมีทั้งน้ำตาลให้พลังงาน, วิตามิน และเส้นใยอาหารครบ การรับประทานลองกองนั้นจะกินสักช่อหนึ่งงามๆ แล้วตามด้วยสับปะรดก็ช่วยเพิ่มเส้นใยอาหารอีกทั้งช่วยควบคุมน้ำตาลที่ห่วงว่าจะเกินได้ด้วย

2. เงาะ รับประทานเงาะงามๆ จากบ้านเรา กินเงาะให้อร่อยชื่นใจขอให้ลองแช่เย็นแล้วค่อยรับประทานสำหรับท่านที่กลัวน้ำตาลจากเงาะจะกระทบสุขภาพ ขอให้ลดปริมาณข้าวหรือแป้งที่กินเป็นมื้อหลักลง เลี่ยงรับประทานเงาะกระป๋อง เพราะน้ำตาลสูงและให้รับประทานเงาะในปริมาณที่เหมาะสม

3. มังคุด ของดีอยู่ที่เปลือกด้วย อย่างน้ำมังคุดนี้ทำให้เราได้รับประทานของดีสีม่วงคือ Anthocyanins จากเปลือกมังคุด ช่วยหยุดความชรา พาให้อนุมูลอิสระลด เพราะมังคุดมีของดีที่ช่วยทั้งลดการอักเสบแล้วยังมีฤทธิ์เย็นที่ช่วยดับร้อนให้ร่างกายด้วย

4. สะละ ผลไม้รสหวานหอมมีกลิ่นชื่นใจ ให้วิตามินซีและเอดีมากๆ ถ้าอยากรับประทานสะละให้อร่อยลองค่อยๆ คว้านเม็ดออกให้รับประทานง่ายหรือเอามาปั่นดูกับน้ำผึ้งก็จะเป็นเครื่องดื่มที่ชุ่มคอแก้เหนื่อยได้ดี

5. เสาวรส ถ้าพอสะดวกหาเสาวรสสดๆ มากินได้ ขอแนะนำให้บรรจุไว้ในมื้ออาหารประจำวันด้วย เพราะเสาวรสมีเส้นใยอาหารช่วยระบายท้องและวิตามินซีที่เหมาะกับการสร้างคอลลาเจน ถ้าใครมีอาการเจ็บคอเริ่มเป็นหวัด ขอให้จัดเสาวรสสดผ่าครึ่งไว้ตักรับประทานด้วย

6. ฝรั่งสด ผลไม้ไทยที่หาได้ง่ายในบางฤดูกาลราคาถูกแสนถูก อุดมไปด้วยวิตามินซี, เส้นใย, โฟเลต, วิตามินเอ, โพแทสเซียม, ทองแดง และแมงกานีส สารต้านอนุมูลอิสระในฝรั่งช่วยปกป้องเซลล์ร่างกายจากการทำลายของอนุมูลอิสระ นอกจากนั้น เส้นใย “เพ็กติน” ของฝรั่งที่เหมือนกับในแอปเปิลยังช่วยปกป้องลำไส้ใหญ่จากความเสี่ยงมะเร็งด้วย

7. แก้วมังกร เป็นผลไม้ที่ให้ความอิ่มสูงมาก จากการที่มีเส้นใยเยอะ เหมาะกับผู้ที่อยากคุมน้ำหนักเพราะแคลอรีต่ำแต่วิตามินสูง โดยเฉพาะสารดีๆ อย่าง แคโรทีนอยด์ และ เบตาเลนส์ (Betalains) ที่มีการศึกษาในหลอดทดลอง พบว่า ช่วยต้านอนุมูลอิสระที่ทำเสี่ยงมะเร็งกับยับยั้งเซลล์มะเร็งได้

8. มะละกอ มีสารสำคัญช่วยต่อมลูกหมากและลดเสี่ยงมะเร็งหลายจุดคือ “ไลโคปีน” เป็นสารเดียวกับที่มีในมะเขือเทศ แต่ถ้าไม่ชอบกินมะเขือเทศก็เลือกมะละกอ เพราะนอกจากสารที่ว่ายังมีวิตามินซี, โพแทสเซียม และโฟเลต ที่เหมาะกับคนเลือดจาง ส่วนมะละกอดิบในส้มตำแสนอร่อยยังมีเอนไซม์ “ปาเปน” ที่ช่วยย่อยได้

เกษตรฯ เดินหน้ายกระดับเยาวชนไทย สู่เกษตรกรรุ่นใหม่ ขับเคลื่อนระบบการเกษตรของประเทศ มุ่งสืบสานอาชีพเกษตรกรรม พร้อมผลิตสินค้าเกษตรของไทยสู่มาตรฐานสากล นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลและประกาศเกียรติคุณ แก่ผู้ชนะการประกวดฟาร์มมาตรฐานสินค้าเกษตร โครงการเกษตรเพื่อชีวิต “เกษตรกรรุ่นใหม่ ใส่ใจมาตรฐาน”รุ่นที่ 5 ประจำปี 2562 ณ โรงแรมไมด้า เดอ ซี หัวหิน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

โครงการเกษตรเพื่อชีวิต “เกษตรกรรุ่นใหม่ ใส่ใจมาตรฐาน” นับเป็นอีกก้าวในการส่งเสริม สนับสนุนเยาวชนไทย ซึ่งถือว่าเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) ให้มีความรู้ ความสามารถด้านการนำมาตรฐานสินค้าเกษตรไปใช้ในการยกระดับการผลิตและตระหนักถึงความสำคัญของภาคการเกษตร รวมถึงเป็นกำลังสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนการดำเนินงานในระบบการเกษตรของประเทศ และเป็นอีกก้าวในการพัฒนาสินค้าเกษตรของไทยสู่มาตรฐานสากล

“อาชีพเกษตรกรรม ถือเป็นกระดูกสันหลังของชาติ แต่ปัจจุบันอาชีพทางการเกษตรกลับถูกมองข้ามโดยบุตรหลานของเกษตรกรหรือเยาวชนรุ่นใหม่ได้ละทิ้งอาชีพดั้งเดิมของครอบครัวไปสู่ภาคอุตสาหกรรม บริการ และอื่นๆ ส่งผลให้เกษตรกรมีอายุเฉลี่ยสูงขึ้นทุกปี ซึ่งในอนาคตจะส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรเพิ่มยิ่งขึ้น ประเทศในฐานะเป็นครัวของโลกที่มีการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อบริโภคภายในประเทศและส่งออก จำเป็นต้องสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ให้อยู่ในภาคการเกษตรต่อไป” นายประภัตร กล่าว

รมช. เกษตรและสหกรณ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม หวังว่านักศึกษาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีที่เข้าร่วมโครงการ จะสามารถนำความรู้ ความเข้าใจ ระบบการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐาน ไปใช้เป็นแนวทางในการประกอบอาชีพ รวมทั้งเผยแพร่ความรู้สู่ชุมชนและสังคมได้ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนการดำเนินงานในระบบการเกษตรของประเทศ มีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพเกษตรกรรม ช่วยบรรเทาการขาดแคลนบุคลากรภาคการเกษตรในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมบุคลากรด้านการมาตรฐาน สอดรับนโยบายการถ่ายโอนภารกิจด้านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ด้าน ดร.จูอะดี พงศ์มณีรัตน์ เลขาธิการ มกอช. กล่าวเสริมว่า โครงการเกษตรเพื่อชีวิต “เกษตรกรรุ่นใหม่ ใส่ใจมาตรฐาน” มกอช. ได้บูรณาการร่วมกับ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว กรมประมง กรมปศุสัตว์ และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดขึ้นเพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านการมาตรฐาน ให้นักศึกษาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างบุคลากรและแรงงานที่มีคุณภาพด้านการเกษตร รวมทั้งเปิดโอกาสให้นักศึกษาวิทยาลัยเกษตรฯ

ได้พัฒนาองค์ความรู้ด้านมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practice : GAP) ในขอบข่ายพืชอาหาร ข้าว ประมง ปศุสัตว์ และเทคโนโลยีการผลิตที่เกี่ยวข้อง โดยโครงการดังกล่าวเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน มีวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี สนใจเข้าร่วมโครงการ จำนวน 18 แห่ง แบ่งเป็นเขตภาคใต้ 8 แห่ง ได้แก่ สงขลา ชุมพร สุาษฎร์ธานี พัทลุง สตูล กระบี่ ตรัง และนครศรีธรรมราช และเขตภาคกลาง 10 แห่ง ได้แก่ ราชบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท ลพบุรี สระแก้ว ชลบุรี สุพรรณบุรี และพระนครศรีอยุธยา

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว เป็นหนึ่งในโครงการที่ช่วยสร้างเยาวชนในสถาบันอาชีวศึกษา ซึ่งถือว่าเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) ที่จะรับช่วงต่อจากเกษตรกรรุ่นก่อน แต่ด้วยในปัจจุบัน มีการแข่งขันทางการตลาดค่อนข้างสูง การผลิตที่เน้นเฉพาะปริมาณอย่างเดียวอาจไม่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอีกต่อไป แต่การผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพปลอดภัยและผ่านการรับรองตามมาตรฐาน เป็นสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและสามารถแข่งขันกับผู้อื่นได้

“การจัดพิธีมอบรางวัลและประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ชนะการประกวดฟาร์มมาตรฐานสินค้าเกษตรครั้งนี้ เพื่อเป็นการยกย่องและให้กำลังใจแก่เยาวชนที่มีการนำมาตรฐานสินค้าเกษตรไปใช้ในแปลงของตนเอง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถของคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นอนาคตในการพัฒนาประเทศต่อไป”เลขาธิการ มกอช. กล่าว

กรมส่งเสริมการเกษตร เตรียมจัดงานใหญ่ “เกษตรสร้างชาติ ครั้งที่ 2” คัดสรรสุดยอดสินค้าเกษตรคุณภาพเกรดพรีเมี่ยม จากเกษตรกรตัวจริงทั่วประเทศ ส่งตรงถึงผู้บริโภคคนเมือง ตระการตากับอุโมงค์กล้วยไม้นานาพันธุ์ พร้อมชมและร่วมลุ้นกับการประกวดแข่งขัน อาทิ สวนผักคนเมือง การจัดช่อบูเก้กล้วยไม้ และยังมีเวิร์กช็อปฝึกอาชีพฟรี 28 หลักสูตร วันเดียวทำได้จริง!! เรียกว่ามางานเดียวได้ครบทั้งสุขภาพ สาระความรู้ ความบันเทิง และช่องทางสร้างรายได้

นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวภายหลังการแถลงข่าว จัดงาน “เกษตรสร้างชาติ ครั้งที่ 2” ภายใต้แนวคิด “Smart & Strong Together รวมพลังส่งเสริมเกษตรไทย ก้าวไกลมั่นคง” เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2562 ณ ห้องประชุมกรมส่งเสริมการเกษตร ว่าการจัดงานครั้งนี้ ถือเป็นมหกรรมเกษตรแห่งปี ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรจัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงานด้านการส่งเสริมการเกษตร ในรอบปีที่ผ่านมา ภายใต้นโยบายการทำงานที่ให้ความสำคัญกับการทำงานแบบมีส่วนร่วม

โดยยึดหลักร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมแก้ไขปัญหา และร่วมรับประโยชน์ เพื่อให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพได้อย่าง “มั่นคง” และ “อยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืน” อันเป็นที่มาของการจัดงานในครั้งนี้ และได้รับเกียรติจาก นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาเป็นประธานพิธีเปิด ซึ่งมีความยิ่งใหญ่ตระการตา ในวันที่ 19 กันยายน 2562

สำหรับการจัดงานในแต่ละวัน จะมีความโดดเด่นในธีมที่ไม่ซ้ำกัน เริ่มจากวันที่ 20 กันยายน มาใน ธีม Food for Health “อาหารสุขภาพ” เต็มอิ่มกับอาหารสุดเฮลท์ตี้ ดีต่อสุขภาพ วันที่ 21 กันยายน Orchid Day อลังการกับอุโมงค์กล้วยไม้นานาพันธุ์ และวันสุดท้าย 22 กันยายน Thai Cloth for All พบกับผ้าไทยร่วมสมัย และแฟชั่นโชว์ผ้าไทยดีไซน์เก๋ จากกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร !!

นอกจากนี้ ยังมีส่วนของการนำสินค้าจากเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย โพดุล มาจำหน่ายเพื่อเป็นรายได้ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วย และมีนิทรรศการโชว์มหัศจรรย์พันธุ์พืชแปลก พืชหายากที่น่าสนใจ ได้แก่ ข้าวโพดแฟนซี กล้วย และสับปะรดสีชนิดต่างๆ มะพร้าวเปลือกหวาน มะพร้าวพวงร้อย มะเขือแฟนซี 1 ต้น มี 7 ชนิด ชาเลือด และพืชอื่นๆ ชมการสาธิตการทำอาหารเพื่อสุขภาพ ร่วมเสวนากับคนรักกล้วยไม้ ใน “คนดังนั่งคุย” การเจรจาธุรกิจ คลินิกเกษตร และอีกหนึ่งไฮไลท์เด็ดในงาน “เกษตรสร้างชาติ ครั้งที่ 2” คือ ถนนสายอาหาร 4 ภาค (Food Street) กว่า 100 ร้านค้า ทั้งเมนูคาว-หวาน เครื่องดื่มและของรับประทานเล่น ต่างพร้อมใจกันมาฝากฝีไม้ลายมือให้ได้ “แซ่บ หรอย หร่อย ลำ”

กันตลอดงาน อาทิ ถั่วคั่วทราย และหมี่อ่อนสอดไส้จากภาคอีสาน แกงไตปลา และข้าวยำสมุนไพรลูกเดือย จากภาคใต้ ยำหัวปลี และหมูชะมวง จากภาคกลาง กาแฟสด และไส้อั่วใบชา จากภาคเหนือ นอกจากนี้ ยังมีลูกชิ้นปลา และห่อหมกเห็ด ในโซนอาหารมุสลิมด้วย พร้อมกิจกรรมนาทีทอง ลด แลก แจก แถม การแสดงมินิคอนเสิร์ตและความบันเทิงตลอด 4 วันเต็ม 19-22 ก.ย. นี้ ณ ชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage “เกษตรสร้างชาติ” #มหกรรมเกษตรแห่งปี #งานดีที่ต้องมา #เกษตรสร้างชาติ ครั้งที่ 2

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2562 จากคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ โรงงานบริการนวัตกรรมอาหาร และโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งนวัตกรรมเกษตร

ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า วว. ได้รับรางวัลเลิศรัฐหรือรางวัลบริการภาครัฐ ระดับดี ประเภทพัฒนาการบริการ จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ 1. ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมอาหารสุขภาพ ได้แก่ โรงงานบริการนวัตกรรมอาหาร (Food Innovation Service Plant : FISP) และ 2. ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ ได้แก่ โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งนวัตกรรมเกษตร

ทั้งนี้ รางวัลเลิศรัฐเป็นรางวัลที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) พิจารณาตัดสินมอบให้กับหน่วยงานที่มีผลการดำเนินงานที่เป็นเลิศทั้งในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการภาครัฐ การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภายในองค์กรและเปิดระบบราชการให้ภาคส่วนอื่นเข้ามามีส่วนร่วม โดยจะมีการมอบรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2562 ให้แก่หน่วยงานที่ได้รับรางวัล ในวันที่ 4 ตุลาคม 2562 ณ อิมแพค เมืองทองธานี

“…นับเป็นความภาคภูมิใจของ วว. อีกวาระหนึ่ง ที่ผลการดำเนินงานขององค์กรได้รับรางวัลในครั้งนี้ ซึ่งเป็นปีแรกที่หน่วยงานรัฐวิสาหกิจได้รับสิทธิ์ให้ส่งผลงานเข้าร่วมพิจารณาเข้ารับรางวัล วว.จะนำความสำเร็จนี้มาเป็นแรงพลังขับเคลื่อนองค์กรในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เข้าไปสร้างประโยชน์ สร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศชาติทุกห่วงโซ่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนของเศรษฐกิจต่อไป…” ผู้ว่าการ วว. กล่าว

โรงงานบริการนวัตกรรมอาหาร เป็นโรงงานอาหารมาตรฐาน ดำเนินงานโดย วว. ให้บริการผู้ประกอบการอย่างครบวงจร เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการด้วยการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตั้งแต่การพัฒนาแนวคิดผลิตภัณฑ์ การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตในระดับห้องปฏิบัติการและการบ่มเพาะเทคโนโลยีการผลิต เพื่อการผลิตอาหารในระดับอุตสาหกรรม เพื่อ “ลดความเสี่ยงและสร้างโอกาสในการทำธุรกิจ” นับเป็นอีกหนึ่งกลไกที่ช่วยสนับสนุนขับเคลื่อนวิสัยทัศน์เชิงนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย หรือ “ประเทศไทย 4.0”

โรงงานบริการนวัตกรรมอาหาร วว. ประกอบด้วย ระบบเครื่องจักรสายการผลิตเครื่องดื่มและเครื่องจักรสายการผลิตผลไม้อบแห้ง 2 ระบบ โดยเป็นระบบที่ถูกสุขลักษณะและได้มาตรฐานการผลิตอาหารตามหลักเกณฑ์และวิธีการผลิตอาหารที่ดี (Good Manufacture Practice, GMP) ได้แก่

– เครื่องจักรเพื่อการผลิตผลไม้แช่อิ่มและอบแห้ง 1,200 กิโลกรัม/ครั้ง

– เครื่องจักรเพื่อการผลิตผลิตภัณฑ์อาหาร Freeze dry 200 กิโลกรัม/ครั้ง – เครื่องทอดสุญญากาศ 15 กิโลกรัม/ครั้ง

– เครื่องจักรเพื่อการผลิตเครื่องดื่มบรรจุกล่อง UHT 1,000 ลิตร/ชั่วโมง

– เครื่องจักรเพื่อการผลิตเครื่องดื่มบรรจุขวดแก้ว 500 ลิตร/ชั่วโมง

ทั้งนี้ ในปี 2561 วว. ให้บริการโรงงานและห้องปฏิบัติการสำหรับผลิตและตรวจสอบคุณภาพ/การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่แก่ผู้ประกอบอาหารผ่านการใช้โครงสร้างพื้นฐานโรงงานบริการนวัตกรรมอาหาร จำนวน 97 ราย และให้การอบรมด้านแปรรูปอาหารแก่ผู้ประกอบการที่สนใจ จำนวน 827 ราย พัฒนาผลิตภัณฑ์สู่เชิงพาณิชย์ อาทิ เครื่องดื่มน้ำนมข้าว ผลิตมะม่วง Freeze Dried น้ำข้าวกล้องงอกเสริม GABA จากข้าวไรซ์เบอร์รี่บรรจุกล่อง UHT ผลิตภัณฑ์สตรอเบอรี่แช่อิ่มอบแห้ง เป็นต้น

โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งนวัตกรรมเกษตร วว. ได้รับมอบหมายจากกระทรวง อว. ให้เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินโครงการ ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร มุ่งดำเนินงานต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยใช้หลักการของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อก่อให้เกิดเป็นนวัตกรรมทางการเกษตร ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนการผลิต สร้างรายได้ สร้างความเข้มแข็ง และความยั่งยืนแก่อาชีพเกษตรกรรม