มีการจัดการที่อยู่อาศัย แหล่งน้ำ โรงเรือนเก็บวัสดุอุปกรณ์การเกษตร

ชั้นเก็บสารเคมี อาคารเก็บผลผลิตหลังเก็บเกี่ยวอย่างเป็นสัดส่วน ดำรงชีวิตด้วยความพอเพียงปลูกผักสวนครัวไว้บริเวณบ้าน และเลี้ยงไก่ไว้กินไข่ วันที่ 3 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเริ่มย่างเข้าสู่ฤดูฝนจะมีอาหารป่าหลากหลายชนิดถูกนำมาวางขายตลาดสดทั่วไป โดยเฉพาะของจากป่าที่สามารถนำมาเป็นอาหารพื้นบ้านทางภาคเหนือได้จำนวนมาก เช่น เห็ดที่มีราคาแพงกว่าเนื้อหมู 1 กก. นอกจากเห็ดเผาะเปิดตัวรับต้นฤดูกาลที่ ถังละ 5,000-6,000 บาท หรือ กก.ละ 600-650 บาท แพงกว่าเนื้อหมู 6 เท่า เห็ดห้า หรือเห็ดตับเต่า กก.ละ 250 แพงกว่าเนื้อหมู 2.5 เท่า แต่ก็ยังเป็นที่นิยมของผู้บริโภค เนื่องจากหนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ทั้งเห็ดเผาะและเห็ดตับเต่าจะเริ่มออกเมื่อย่างเข้าฤดูฝนช่วงต้นเดือนพฤษภาคม

นางอูปแก้ว ใจคำลือ แม่ค้าขายเห็ดห้า ในตลาดสดสบบง อ.ภูซาง จ.พะเยา กล่าวว่า เห็ดห้า คือชื่อของเห็ดพื้นถิ่นของภาคเหนือ หรือ เห็ดตับเต่า มีลักษณะสีน้ำตาลเข้ม ดอกใหญ่ หนา โคนเห็ดใหญ่ เนื้อนุ่ม ผิวดอกเห็ดจะเกลี้ยงเป็นมัน ประชาชนนิยมนำไปทำอาหารประเภทแกงแบบพื้นบ้านภาคเหนือ รสชาติที่นิยมรับประทานแกงเห็ดห้าจะให้รสออกเปรี้ยวเล็กน้อย โดยรสเปรี้ยวจะได้จากยอดส้มป่อยที่ใส่ในแกงเห็ด ซึ่งจะเป็นอาหารประเภทที่รับประทานแล้วไม่อ้วน แต่เนื่องจากหนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียวที่เห็ดดังกล่าวจะขึ้นมาจากใต้ดิน ส่วนใหญ่จะขึ้นตามใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีความชุ่มชื้นและจะต้องมีเชื้อเห็ดชนิดนี้อยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นจึงทำให้เห็ดห้ามีราคาแพงกว่าเนื้อหมู แต่ถูกกว่าเห็ดเผาะ ตนยังคิดว่าจะทดลองเพาะเห็ดห้า เพราะเป็นอาหารที่นิยมของประชาชนทั่วไปด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันเห็ดเผาะที่เริ่มมีการนำมาขายตามตลาดสดหลายแห่งของจังหวัดพะเยานั้น เป็นเห็ดเผาะจากนอกพื้นที่ ราคาเริ่มต้นฤดูกาล กก.ละ 600-650 บาท หรือ ลิตร (8 ขีด) 400-500 บาท ราคาส่งต้นทางถัง (20 ลิตร) ละ 4,800-6,000 บาท ขึ้นอยู่กับอายุของเห็ด ถ้าเห็ดหนุ่มอายุน้อยในสีขาว-น้ำตาลอ่อน ราคาจะแพงกว่าเห็ดที่อายุมากจะมีเปลือกหนาและแก่ในสีดำ กลุ่มผู้ค้าเห็ดเผาะคาดการว่าแนวโน้มปีนี้เห็ดเผาะจะมีมากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่องอีกทั้งมีลูกเห็บตกในหลายพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ ขอให้ประชาชนในบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้แล้ว ประกอบกับจะมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคเหนือ ในขณะที่มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น โดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้.
ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา และกาฬสินธุ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ดร.นพ. สุวิช ธรรมปาโร ผอ.สำนักงานป้องกันควบคุมโรค (สคร.) 12 จ.สงขลา เปิดเผยสถานการณ์โรคไข้เลือดในพื้นที่ สคร.12 ตั้งแต่ วันที่ 1 ม.ค.-24 เม.ย. 61 พบผู้ป่วย 698 ราย แยกรายจังหวัด จ.สงขลา 290 ราย 20.51 ต่อประชากรแสนคน จ.ตรัง 97 ราย จ.นราธิวาส 94 ราย จ.ปัตตานี 75 ราย จ.พัทลุง 73 ราย จ.ยะลา 47 ราย และ จ.สตูล 22 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต

รายงานข่าวว่า ภาคใต้ มีอัตราผู้ป่วยสูงที่สุด เท่ากับ 22.81 ต่อประชากรแสนคน จำนวนผู้ป่วย 2,125 ราย รองลงมา ภาคกลาง อัตราป่วย 18.62 ต่อประชากรแสนคน จำนวนผู้ป่วย 4,130 ราย ภาคเหนืออัตราป่วย 6.33 ต่อประชากรแสนคน จำนวนผู้ป่วย 785 ราย และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อัตราป่วย 2.26 ต่อประชากรแสนคน จำนวนผู้ป่วย 496 ราย

รายงานข่าวว่า การกระจายการเกิดโรคไข้เลือดออกตามกลุ่มอายุ ส่วนใหญ่พบในกลุ่มอายุ 0-4 ปี มีอัตราป่วยสูงสุด คือ 48.74 ต่อประชากรแสนคน รองลงมา ได้แก่ กลุ่มอายุ 5-9 ปี อัตราป่วย 30.54 อายุ 10-14 ปี อัตราป่วย 28.48 อายุ 15-24 ปี อัตราป่วย 16.02 และ อายุ 25-34 ปี อัตราป่วย 8.52 อาชีพที่พบผู้ป่วยสูงสุดคือ นักเรียน ร้อยละ 40.34

นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ และได้มีแนวทางแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ โดยมีแนวทางดังนี้ กำจัดปลาหมอสีคางดำในแหล่งน้ำที่มีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง และให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสงค์กำจัดปลาหมอสีคางดำในบ่อเลี้ยง ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำพื้นเมืองที่เป็นผู้ล่าในแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น ปลากะพงขาว และปลาอีกง เพื่อควบคุมประชากรปลาหมอสีคางดำ อีกทั้งหาแนวทางในการกำจัดปลาหมอสีคางดำให้เกิดประโยชน์ เช่น การนำมาทำปุ๋ย หรือทำเป็นอาหารสัตว์น้ำ ฯลฯ

ทั้งนี้ ปัญหาปลาหมอสีคางดำ เป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข เพราะคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับข้อร้องเรียนว่าเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำใน จ.สมุทรสงคราม และ จ.เพชรบุรี หลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ขยายพันธุ์ของปลาหมอสีคางดำ สร้างความเดือดร้อนแก่เกษตรกร จึงแจ้งมายังกรมประมง ถึงปัญหานี้ โดยกรมประมงได้ดำเนินการตรวจสอบหาแหล่งที่มาการหลุดรอดของปลาหมอสีคางดำ และได้ดำเนินการกำหนดมาตรการในการป้องกันแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ออกคำสั่งที่ 223/2561 ลงวันที่ 28 ก.พ. 2561 แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำโดยเฉพาะ

นายวันชัย อัศวพันธุ์นิมิต กรรมการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากภาวะราคาหมูตกต่ำสะสมมากว่า 10 เดือน นับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2560 ที่ผ่านมา ทำให้มีเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูที่ไม่สามารถแบกรับภาระขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง ต้องเลิกเลี้ยงไปแล้วประมาณ 20% จากจำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูทั้งประเทศรวม 195,000 ราย ทำให้สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของเกษตรกรทั่วประเทศ ต้องประกาศปรับขึ้นราคาขายหมูหน้าฟาร์มประจำสัปดาห์ เพื่อสะท้อนต้นทุนการผลิต

“การที่สมาคมฯ ประกาศราคาขายหมูเป็นหน้าฟาร์มเพิ่มขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยประคับประคองและดูแลผู้เลี้ยงขนาดกลางและขนาดเล็ก เนื่องจากการซื้อขายจริงของกลุ่มผู้เลี้ยงหมูทั้งสองกลุ่มยังซื้อขายในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนอยู่มาก ทำให้ต้องประสบปัญหาขาดทุนสะสมมายาวนาน โดยตลอดช่วง 4 เดือน ของปี 2561 นี้ เกษตรกรขาดทุนเฉลี่ย 1,500-2,000 บาท ต่อตัว ซึ่งสามารถประเมินได้เป็นตัวเลขความเสียหายทั้งระบบ ประมาณ 8,400-11,200 ล้านบาท ทั้งจากตัวเลขขาดทุนและหนี้สินเกษตรกรผู้เลี้ยงที่เพิ่มขึ้น”

นายวันชัย กล่าวว่า การขยับราคาประกาศขึ้นมากว่า 1 เดือนแล้ว แต่ราคาขายจริงของเกษตรกรกลับไม่ได้เป็นไปตามที่ประกาศไว้ เนื่องจากพ่อค้าคนกลาง หรือโบรกเกอร์ที่มารับซื้อหมูจากเกษตรกร ยังคงกดราคารับซื้อ โดยอ้างปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดมีปริมาณมาก ทั้งๆ ที่ผ่านมาเกษตรกรทั่วประเทศต่างร่วมมือกันดำเนินการมาตรการลดปริมาณหมูในระบบเพื่อแก้ไขปัญหาราคาหมูตกต่ำ

ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาหมูและผลิตภัณฑ์ หรือพิกบอร์ด และมาตรการที่กรมปศุสัตว์ได้มีการผลักดันและสนับสนุนให้ตัดวงจรการผลิต ทั้งการนำลูกหมูไปทำหมูหัน การปลดระวางแม่พันธุ์หมูเป้าหมาย รวมถึงการจำหน่ายเนื้อหมูราคาถูก มาตั้งแต่ พ.ย. 2560 ถึงปัจจุบัน

บัวบก สมุนไพรระดับห้าดาวต้นแบบ ที่มีสรรพคุณลดการอักเสบ ช่วยให้แผลหายเร็ว ลดรอยแผลเป็น มีสรรพคุณช่วยชะลอวัยได้ด้วย บัวบกจึงได้รับการพัฒนาเป็นเครื่องสำอางหลากหลาย ผศ.ภก.ดร. พิสิฐ เขมาวุฆฒ์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า จากการวิจัย บัวบก มีศักยภาพและสามารถพัฒนาเป็นยาได้ เนื่องจากมีฤทธิ์รักษาแผล เช่น แผลกดทับ แผลเบาหวาน แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก และฤทธิ์รักษาภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้และความจำ โดยเฉพาะความจำเสื่อม หรืออัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุ

การทำการเกษตรนั้นต้องมีความรอบรู้หรือองค์ความรู้ที่หลากหลาย เพื่อนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะการเกษตรนั้นไม่มีสูตรตายตัว ต้องทดลอง ทดสอบ ฝึกฝนตลอดชีวิต และที่สำคัญต้องยึดหลักความพอเพียงตามคำสอนของพ่อ (รัชกาลที่ 9) ซึ่งตนเองเป็นช่างซ่อมรถและรักการเกษตร จึงมีคติประจำใจว่า “นายช่างยุคใหม่ หัวใจพอเพียง” ใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิต

เดิมประกอบอาชีพเปิดอู่ซ่อมรถ ทำนา และทำสวนยางพารา ต่อมาเริ่มศึกษาดูงานจากโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ (ในรัชกาลที่ 9) ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง และแปลงเศรษฐกิจพอเพียงของ นายวิเชียร ชูสีดำ เกษตรกรดีเด่นโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง

ปี 2534 มีวิสัยทัศน์ในการปรับเปลี่ยนพื้นที่จากสวนยางพารามาทำไร่นาสวนผสมในช่วงที่ยางพารามีราคาสูง ซึ่งเป็นการทำการเกษตรแบบสวนกระแสในเวลานั้น แต่ด้วยความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว ประกอบกับราคาข้าวตกต่ำ โดยใช้หลักความพอประมาณ ความมีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันที่ดีในการประกอบอาชีพ และมีความเอื้ออาทรต่อกัน นำไปสู่สังคมและชุมชน เป็นเหมือนรากฐานของชีวิต

ความพยายามฟันฝ่าอุปสรรค

นายใจ สุวรรณกิจ ประสบปัญหาน้ำท่วมฟาร์มทุกปี แต่ชีวิตไม่เคยย่อท้อ ตั้งใจประกอบอาชีพการเกษตรด้วยความอุตสาหะ อดทน โดยทำการเกษตรแบบผสมผสาน มีกิจกรรมที่เกื้อกูลการใช้ประโยชน์ร่วมกัน พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอก เน้นการใช้แรงงานในครัวเรือนเป็นหลัก ไม่จ้างแรงงานจากภายนอก และปี พ.ศ. 2538 เลิกใช้ปุ๋ยเคมีโดยเด็ดขาด ไม่เผาตอซังและไถกลบตอซังข้าวหลังฤดูการเก็บเกี่ยว เพื่อลดภาวะโลกร้อนและอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ ปลูกพืชตระกูลถั่ว ได้แก่ ถั่วลิสง/และปลูกปอเทือง ภายหลังฤดูทำนา เป็นปุ๋ยพืชสด ปลูกหญ้าแฝก บริเวณขอบสระน้ำ รวมน้ำในสวนและแปลงนา เพื่ออนุรักษ์ดินและน้ำ ป้องกันการพังทลายของดิน และปรับปรุงดิน ลดการสูญเสียธาตุอาหาร เพื่อสร้างสมดุลให้ระบบนิเวศ ปลูกพืชหมุนเวียน เพื่อลดการสะสมของโรคแมลง เป็นคนคิดนอกกรอบ ตั้งชื่อฟาร์มว่า “สวนลุงใจ” เพื่อสร้างจุดเด่นให้ตนเอง เป็นคนขยัน หัวไวใจสู้ ศึกษาหาความรู้ตลอดเวลา

การพัฒนาการเกษตร

มีการจัดระบบการปลูกพืช ข้าว+พืช+สัตว์+ประมง โดยแบ่งพื้นที่ทำการเกษตร จำนวน 12 ไร่ 1 งาน ดำเนินกิจกรรม ดังนี้

ปลูกข้าวสังข์หยด จำนวน 1 ไร่ 1 งาน (ไว้บริโภคในครัวเรือน)
ปลูกยางพารา จำนวน 4 ไร่
ปลูกไม้ผล จำนวน 5 ไร่ ได้แก่ มะนาว ส้มเขียวหวาน ส้มโอ ละมุด กระท้อน มะม่วง ลองกอง เงาะ ทุเรียน ฝรั่ง ทุเรียนเทศ มะกรูด หมาก กล้วย มะพร้าว ส้มจุก
ขุดสระเก็บกักน้ำไว้ใช้ จำนวน 2 ไร่ 700 ลูกบาศก์เมตร มีปริมาณน้ำ 3,000 คิว และขุดร่องน้ำในสวน จำนวน 7 ร่อง ขนาด 70 ลูกบาศก์เมตร มีปริมาณน้ำ 300 คิว ขุดคูรอบแปลงนา ขนาด 100 ลูกบาศก์เมตร มีปริมาณน้ำ 3,500 คิว เลี้ยงปลากินพืช ได้แก่ ปลากด ปลานิล ปลาตะเพียน
เลี้ยงสัตว์ ประกอบด้วย เลี้ยงผึ้งโพรงไทย จำนวน 15 รัง หอยขม และร่องสวน จำนวน 1 ร่อง เป็ดไข่ จำนวน 10 ตัว ไก่ไข่ จำนวน 10 ตัว ไก่พื้นบ้าน จำนวน 25 ตัว ปลูกหญ้าแฝกรอบสระน้ำและร่องสวน จำนวน 10,000 กอ

การนำเทคโนโลยีมาใช้เหมาะสมกับพื้นที่และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

ปี 2555 ได้นำดินมาตรวจวิเคราะห์ วัดค่า pH หาค่าเป็นกรด-ด่าง ของดิน และพบว่าในแปลงมีค่าความเป็นกรด-ด่าง 2 โซน คือ โซนแปลงไม้ผล มีค่าเท่ากับ 6.7 และโซนแปลงนาข้าว ค่าเท่ากับ 5.6 โดยได้รับคำแนะนำจากสำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดพัทลุง ให้ใส่โดโลไมต์ และปูนขาว เพื่อปรับสภาพดินให้ดินมีความเป็นกลางมากขึ้น และเหมาะสมในการทำการเกษตร โดยปลูกหญ้าแฝก ทำปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ ปลูกพืชหมุนเวียน ปลูกถั่วเป็นพืชปุ๋ยสด ไถกลบตอซัง
คิดค้นเครื่องมือต่างๆ มาช่วยในการทำการเกษตร ได้แก่ ทำคันไถแบบเหล็ก (ผาล) แทนไม้ ทำให้มีความสะดวกในการเตรียมดิน ผลิตหัวไถที่ใช้กับเครื่องยนต์ โดยการปรับให้เหมาะสมกับพื้นที่ ใช้ง่าย รวดเร็ว ผลิตเครื่องนวดข้าว ซึ่งประยุกต์มาจากเครื่องยนต์ซึ่งลดเวลาในการนวดข้าว ประดิษฐ์อุปกรณ์ในการห่อผลกระท้อน เพื่อป้องกัน แมลงวันทอง จากวัสดุเหลือใช้ ผลิตกับดักแมลงวันผลไม้ จากวัสดุเหลือใช้

มีความคิดริเริ่มเสริมรากยางพารา 2 ต้น เป็นต้นเดียวกัน โดยส่วนของต้นตอที่นำมาทาบจะทำหน้าที่เป็นระบบรากอาหารให้กับต้นพันธุ์ดี ทำให้โตเร็วไม่มีปัญหาการโค่นล้ม
ใช้หลักฟิสิกส์วางท่อระบายน้ำเข้า-ออก พื้นที่ปลูกข้าวเพื่อเก็บกักน้ำ โดยไม่ต้องใช้เครื่องปั๊มน้ำ
มีการจัดระบบการเลี้ยงปลาในกระชังที่สามารถหลีกเลี่ยงความเสียหายที่เกิดจากอุทกภัยได้อย่างดีมีประสิทธิภาพ

ศึกษาหาความรู้ตลอดเวลา และรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นแล้วนำมาปรับปรุงตนเองเสมอ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี เป็นที่รักของครอบครัวและชุมชน
ปี 2558 ได้รวมกลุ่มสมาชิกในบ้านควนพระ หมู่ที่ 2 ตำบลฝาละมี อำเภอปากพะยูน จำนวน 30 คน ที่มีแนวคิดลดต้นทุนการผลิต และลดการใช้ปุ๋ยเคมี
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร ได้ออกใบรับรองให้ นายใจ สุวรรณกิจ ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช (GAP พืช) พ.ศ. 2555 จำนวน 3 ชนิด คือ ลองกอง มะนาว และกระท้อน (ปีที่รับรอง 2560-ปีที่หมดอายุ 2563)

พื้นที่ 5 ไร่ ปลูกไม้ผล และขุดร่องน้ำ สำหรับเก็บน้ำไว้ใช้ในแปลง และเลี้ยงปลา เลี้ยงหอยขม เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เลี้ยงผึ้งโพรงไทย เพื่อช่วยผสมเกสร และสามารถนำน้ำผึ้งมาจำหน่ายในชุมชนสร้างรายได้ให้ครอบครัว

ส่วนที่ 2 พื้นที่ 2 ไร่ ขุดเป็นสระเพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง และเลี้ยงปลา ประกอบด้วยปลากด ปลานิล ปลาตะเพียน และขุดร่องน้ำ สำหรับเก็บน้ำไว้ใช้ในแปลง รอบๆ ขอบสระ และร่องน้ำปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดิน เลี้ยงปลาธรรมชาติ ปลูกพืชสมุนไพร ปลูกผักสวนครัวไว้บริโภคและจำหน่าย

พื้นที่ 1 ไร่ 1 งาน ปลูกข้าวพันธุ์สังข์หยดพัทลุงเพื่อไว้บริโภคในครัวเรือน (ทำนา 2 ครั้ง) หลังฤดูการทำนาจะปลูกถั่วลิสง ส่วนที่ 4 พื้นที่จำนวน 4 ไร่ ปลูกยางพารา พันธุ์ ARRIM 600 อายุ 5 ปี (ปลูกปี 2556)