ยังนึกถึงสมัยหนุ่มๆ ที่ไปอเมริกาครั้งแรก มีโรงหนังกลางแปลง

คือขับรถเข้าไปจอดเรียงแถวเป็นล็อกๆ แล้ว เจ้าหน้าที่เอาไมโครโฟนมาให้ที่รถ ส่วนใหญ่เป็นความนิยมของวัยรุ่นสมัยนั้น ถ้าอากาศเย็นๆ แห้งๆ และไม่มียุง อย่างอเมริกาก็จัดได้ แต่ของเรา คงยุงเยอะและฝนอาจตกได้ อย่างไรก็ตาม ที่บ้านเราในสมัยก่อน ผู้ที่เป็นเด็กและเติบโตในชนบท ก็ได้สัมผัสกับหนังกลางแปลงที่เป็นของเซลล์มาขายสินค้า กว่าหนังจะฉาย เราก็กลับบ้านก่อนเพราะเบื่อโฆษณา

ในวันนี้ ลูกคงเอารถไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและตรวจสอบตามระยะเวลา ที่ mall ใกล้บ้าน อีกแล้ว ไม่มีอะไรก็ไปเดิน mall นั่งเล่นๆ รับแอร์ฟรี อาหารที่ food terrace ก็ราคาพอจะกินได้ เช่น California Pizza กรอบ อร่อย ในชีวิตเยี่ยมเยียนลูกหลานคงจะวนเวียนอยู่แถวนี้ ซึ่งถ้าคุ้นเคย ก็เหมือนเป็นคนแถวนี้ เหมือนกัน

ขณะที่มองไปทางไหน ก็เห็นแต่เด็กก้มหน้า ก้มตาดูโทรศัพท์มือถือ พอมาเห็นภาพเด็กๆ กำลังอ่านหนังสือ นี่จึงเป็นภาพที่เห็นแล้ว “ดีต่อใจ” จริงๆ ทั้งภาพบรรยากาศความร่มรื่นของสวนสาธารณะชาพูลเตเพก ในกรุงเม็กซิโก ซิตี้ ประเทศเม็กซิโก และภาพของเด็กๆ ที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ในมุมออดิโอรามา ของสวนสาธารณะแห่งนี้ ที่ยังมีการเปิดเพลงคลาสสิกออกอากาศผ่านลำโพงที่ติดไว้ตามต้นไม้ คอยขับกล่อมผู้คนที่เข้ามาพักผ่อนในสวนด้วย

ประเทศไทยรับเป็นเจ้าภาพ RoboCup Asia-Pacific 2017 เวทีการแข่งขันวิชาการหุ่นยนต์ระดับนานาชาติ ครั้งแรกของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค พร้อมจัด Thailand Robotics Week 2017 รับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เปิดเวทีปั้นสตาร์ทอัพไทยสายหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเข้าพิชชิ่งกับเหล่านักลงทุนและธุรกิจร่วมลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ และเข้าฟังสัมมนาจากผู้เชี่ยวชาญชื่อดัง ระหว่าง 14 – 17 ธันวาคมนี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค และ 18 ธันวาคมนี้ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ ประธานจัดงาน เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้รับความเชื่อมั่นจาก International RoboCup Federation ให้เป็นเจ้าภาพจัด RoboCup Asia-Pacific 2017 หรือ RCAP 2017 การแข่งขันวิชาการหุ่นยนต์นานาชาติครั้งแรกของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค เพื่อกระตุ้นการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ รวมถึงสร้างบุคลากรและเครือข่ายนักประดิษฐ์หุ่นยนต์ พร้อมยกระดับมาตรฐานวงการหุ่นยนต์ในกลุ่มประเทศสมาชิกในเอเชียแปซิฟิค ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของ Thailand Robotics Week 2017 ระหว่าง 14 – 17 ธันวาคมนี้ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค” และ 18 ธันวาคม ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

การเป็นเจ้าภาพจัดงาน RoboCup Asia-Pacific 2017 ในครั้งนี้ เป็นการกระตุ้นการวิจัยและพัฒนาวิทยาการหุ่นยนต์ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ตอบรับนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” ที่ว่าด้วยการขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรม โดยมีอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเป็น 1 ใน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดย Thailand Robotics Week 2017 จะขยายขอบเขตของงานให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น นอกเหนือจากนักศึกษา สถาบันการศึกษาและหน่วยงานรัฐบาล โดยต้องการที่จะเข้าถึงกลุ่มสตาร์ทอัพ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ System Integrator ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่างๆ ไปจนถึงสถาบันการเงิน นักลงทุน และธุรกิจร่วมลงทุน ทั้งยังจะเป็นก้าวแรกของประเทศไทยสู่การเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก อย่าง World RoboCup 2021 อีกด้วย
ภายใน Thailand Robotics Week 2017 จะประกอบไปด้วยงาน 4 ส่วน ได้แก่ การจัดนิทรรศการแสดงผลงานและผลิตภัณฑ์ด้านหุ่นยนต์ระดับนานาชาติ,การจัดงานส่งเสริมด้าน Robotics Start Up & Pitching Forum การแข่งขันหุ่นยนต์ระดับนานาชาติ RoboCup Asia-Pacific 2017
และการประชุมวิชาการด้านหุ่นยนต์ระดับประเทศและนานาชาติ เพื่อการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนผลงานทางวิชาการหุ่นยนต์นั่นเอง

ในอดีต หรือแม้แต่ปัจจุบัน คนไทยเห็นชาวยุโรปหรืออเมริกา ที่มีรูปร่างใหญ่โต ผิวขาว จมูกโด่ง จะเรียกว่าฝรั่งรวมกันไปหมด ดังนั้น ชาวยุโรปชาติโปรตุเกส เป็นผู้นำต้นไม้ชนิดนี้เข้ามาปลูกในประเทศไทยตั้งแต่รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยนำมาจากอเมริกากลาง ที่ประเทศเม็กซิโก

กัวเตมาลาไปจนถึงเปรู คนไทยจึงเรียกว่าต้นฝรั่งมาจนถึงปัจจุบัน ต้นฝรั่ง จัดอยู่ในวงศ์เดียวกับชมพู่ และยูคาลิปตัส ฝรั่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เปลือกลำต้นสีเขียวอมน้ำตาล กิ่งก้านเหนียว ผลมีรูปร่างทั้งกลมไปจนถึงกลมรีเหมือนรูปไข่ ฝรั่งต้องการแสงแดดจ้า ชาวสวนฝรั่งในที่ลุ่มภาคกลางนิยมยกเป็นร่องสวน เป็นวิธีป้องกันน้ำท่วมขัง ขณะเดียวกันยังสะดวกในการจัดการน้ำ และการขนส่งด้วยเรือลำเล็กๆ วิ่งไปตามร่องสวนนั่นเอง ตัวอย่างพันธุ์ฝรั่งที่พบเห็นกัน เช่น พันธุ์สาลี่สีทอง

ลักษณะผิวของผลแก่ สีเขียวอมเหลือง เนื้อผลมีรสหวาน น้ำหนัก 350-500 กรัม ต่อผล พันธุ์กลมสาลี่ หรือฝรั่งเวียดนาม เป็นพันธุ์ที่ให้ผลดก รสหวานกรอบ รสหวานอมเปรี้ยว มีฝาดบ้างเล็กน้อย น้ำหนักผลอยู่ระหว่าง 300-350 กรัม พันธุ์แอปเปิ้ล ใบและผลมีขนาดใหญ่ น้ำหนักผลอยู่ระหว่าง 0.80-1.10 กิโลกรัม เนื้อหนา ไม่มีเมล็ด ข้อเสียคือติดผลน้อย และ พันธุ์แป้นสีทอง ผลกลมใหญ่ ส่วนหัวบุ๋มลงไปมาก ผลแก่มีผิวสีเหลืองอมเขียว เนื้อหนาละเอียด รสชาติดี มีน้ำหนักเฉลี่ย 1 กิโลกรัม ต่อผล ปัจจุบันมีพันธุ์นำเข้ามาปลูกในบ้านเรา แต่ละช่วงมีหลากหลายพันธุ์เป็นที่ทราบกันดี

มะขามป้อม มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปแอฟริกา ต่อมาชาวตะวันตกนำเข้ามาปลูกที่ประเทศอินเดีย แล้วกระจายไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มะขามป้อมอยู่ในสกุลเดียวกับมะยม และผักหวาน มะขามป้อมเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ที่เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เปลือกลำต้นสีเขียวอ่อนปนเทา กิ่งห้อยลู่ลงต่ำ ดอกมีขนาดเล็ก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.0-2.5 เซนติเมตร ผิวเกลี้ยง สีเขียวใส เนื้อแข็ง กรอบ อมเปรี้ยวอมฝาด อมแล้วชุ่มคอชื่นใจ

ในประเทศไทยพบมากในป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง แถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปัจจุบัน มีผู้นำพันธุ์ที่มีผลขนาดใหญ่จากอินเดีย และเป็นที่นิยมของผู้บริโภค การขยายพันธุ์มะขามป้อมทำได้ทั้งวิธีเพาะเมล็ด การตอนกิ่ง และการเสียบยอด

ต้นอากาเว่ นั้นบ้านเราปลูกเป็นไม้ประดับ เป็นไม้ทนแดด ไม่ต้องการน้ำมาก คือเป็นพืชทะเลทรายนั่นแหละ ต้นตอเขามาจากเม็กซิโกกับบางรัฐร้อนๆ ของอเมริกา ตอนนี้ปลูกกันไปทั่วโลก

หลายสิบปีก่อนเมืองไทยเคยฮิตอากาเว่กันหนักหนา ปั่นราคากันขึ้นไปต้นละเป็นหมื่นเป็นแสน รองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง ถูกเรียกชื่อว่า “ชู อากาเว่” เพราะแกเลี้ยงอากาเว่เป็นเรื่องเป็นราว แกเป็นคนรวย เรื่องราวการเลี้ยงอากาเว่ของแกจึงเป็นเรื่องของเล่นคนรวยให้คนลือกันยาว

คนเม็กซิโกเขาหัวเราะกลิ้ง เพราะอากาเว่บ้านเขาขึ้นตามหัวไร่ปลายนา ขึ้นทิ้งขึ้นขว้าง หาได้มีค่าดั่งทองแต่ประการใด

อากาเว่ หน้าตาเหมือนต้นว่านหางจระเข้แหละคุณ ทั้งต้นทั้งใบทั้งเยื่อเหนียวๆ ในใบล้วนถอดแบบกันมา คือเขาเป็นสกุลเดียวกัน พี่น้องกัน แต่ว่านหางจระเข้เล็กกว่าเท่านั้น อย่างที่บอกว่าบ้านเราปลูกอากาเว่ไว้เป็นไม้ประดับ ส่วนว่านหางจระเข้แม้จะเอามาทำเครื่องดื่มกันบ้าง ก็ไม่ได้เป็นที่นิยมอะไร

แต่ที่เม็กซิโก กับอเมริกา อากาเว่เป็นวัตถุดิบสำคัญยิ่งในการผลิตเตกีล่า และน้ำตาล เส้นใยก็เอามาใช้ได้ แต่เขาเอามาผลิตเตกีล่าเป็นล่ำเป็นสันกว่าทำอย่างอื่น

เตกีล่า (tequila) เป็นเหล้าประจำชาติเม็กซิโก น้ำใสแหนวแต่ดีกรีสูง ฤทธิ์แรงแบบเตะม้ากระเด็น รสขมฉุน เหมือนเหล้าขาวบ้านเรา หรือเหมือนวอดก้าของรัสเซีย ราคาไม่แพง เน้นเมาเข้าว่า ทำเอานอกจากคนเม็กซิโกแล้ว หลายๆชาติตอนนี้ก็เมาเตกีล่าหัวราน้ำ

ที่ฉันเคยเห็นมาว่า เมากับเขาเอามากก็คืออเมริกัน คือคนอเมริกันนี่ใครเขามีอะไรพี่แกขอชิมหมด ชิมแล้วติดใจหมด วอดก้านี่พี่กันก็กินกันมากมายหลายไห ส่วนเตกีล่าก็หาได้เมากันน้อยหน้าไม่

ล่าสุดนี่เขาว่าคนรัสเซีย ซึ่งมีวอดก้าของตัวเองแล้ว และติดอับดับขี้เหล้าโลกกับเขาอีกประเทศหนึ่ง ก็หันมาตำจอกเตกีล่ากับเขาด้วย เตกีล่าเลยขายดีระเบิด เป็นเช่นนี้มากว่ายี่สิบปีแล้ว เมื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตเหล้าขายดีทั่วโลกเช่นนี้ อากาเว่ก็ขายดีไปด้วย เขาต้องปลูกอากาเว่กันเป็นอุตสาหกรรม เพื่อป้อนโรงงานผลิตเตกีล่า

แต่บอกก่อนว่า จากอากาเว่นับร้อยชนิด ชนิดที่เขาเอามาทำเตกีล่านี่เขาเรียกว่า อากาเว่สีน้ำเงิน (blue agave) ซึ่งพบในเม็กซิโกเท่านั้น

แต่ปัญหาของอากาเว่สีน้ำเงิน และสีอื่นอีกทั่วไปก็ดี ก็เหมือนพืชทะเลทรายทั่วไป คือทนก็จริง แต่โตช้ามาก เป็นพวกพิรี้พิไรร่ำไรอ้อยอิ่ง ออกดอกช้ามาก เจริญพันธุ์ช้ามาก ชื่อเรียกเล่นๆ ของต้นอากาเว่ คือ “ต้นร้อยปี” คือเรียกประชดประชันว่ากว่าจะออกดอกแต่ละทีต้องรอกันเป็นร้อยปี

อากาเว่ ขยายพันธุ์โดยการผสมเกสรในดอกแล้วแพร่พันธุ์ไปเหมือนไม้ดอกอื่นๆ เมื่อผสมพันธุ์แล้วจะเกิดเป็นต้นเล็กๆ ใกล้ๆ ต้นแม่ เมื่อต้นเล็กแข็งแรงพอใช้ ต้นแม่ก็จะตาย เป็นเช่นนี้เรื่อยไป

แต่อากาเว่มีปัญหาตรงที่ต้องใช้เวลาหลายปีมากกว่าจะออกดอกแต่ละครั้ง นั่นหมายความว่า โอกาสในการกระจายพันธุ์ของมันก็น้อยไปด้วย อากาเว่ แพร่พันธุ์ยากขึ้นไปอีก เพราะเกสรในดอกจะผสมกันได้สำเร็จเฉพาะในตอนกลางคืนเท่านั้น ถ้าเป็นกลางวันถึงเกสรปลิวไปผสมกัน ก็ชกลม ไม่มีผล

การแพร่พันธุ์ของอากาเว่ แทนที่จะอาศัยผีเสื้อหรือแมลงอื่นก็หมดสิทธิ์ เพราะบรรดาท่านๆ เหล่านั้นหลับหมด

มันจึงตกเป็นหน้าที่ของค้างคาว

ในเม็กซิโก มีค้างคาวเฉพาะถิ่นที่ทำหน้าที่กระจายพันธุ์ให้อากาเว่มาเนิ่นนาน แต่เมื่อไม่นานนี้ นักอนุรักษ์พบว่าค้างคาวเหล่านี้ถูกล่า และเริ่มลดจำนวนลงเรื่อยๆ และล่าสุดให้อยู่ในตำแหน่งที่ใกล้สูญพันธุ์

ค้างคาวจมูกยาว จมูกสั้น ในเม็กซิโกที่เคยทำหน้าที่กระจายพันธุ์ให้อากาเว่สูญพันธุ์ไปแล้ว ตอนนี้ค้างคาวลิ้นยาวที่ยังทำหน้าที่อยู่อย่างอ่อนเปลี้ย ก็ใกล้จะสูญพันธุ์เต็มที หมดจากนี้ยังคิดไม่ออกว่าอากาเว่จะขยายพันธุ์อย่างไร

แต่คนไม่ค่อยสนใจค้างคาว ค้างคาวไม่น่ารักเหมือนแมวเหมือนหมา ไม่สวยเหมือนนกหรือผีเสื้อ คนจึงปล่อยให้ค้างคาวสูญพันธุ์ไปพันธุ์แล้วพันธุ์เล่า และเจ้าค้างคาวลิ้นยาวนี่ก็ท่าจะตามรอยไปติดๆ

การจะสูญพันธุ์หรือไม่ ไม่กระเทือนเจ้าของไร่อากาเว่ หรือเจ้าของโรงงานเตกีล่า เพราะพวกนี้หันไปใช้อากาเว่ที่ขยายพันธุ์โดยการโคลน หรือการตัดต่อพันธุกรรม คงเพราะเบื่อจะรอกับอาการเรื่องมากของอากาเว่ แถมมาซ้ำกับเรื่องค้างคาวจะสูญพันธุ์นี่เข้าอีก

อุตสาหกรรมเตกีล่า ขยายตัวพรวดพราดปีละ 60% ในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา พูดให้ชัดกว่านั้นคือ เราซดเตกีล่ากันเพิ่มขึ้นทุกปีอย่างน่าเสียวสยองยิ่ง คนมีปัญหาของคนจึงหันเข้าหาเหล้าราคาถูกอย่างเตกีล่า อากาเว่มีปัญหาของตัวเอง ที่ดันเป็นไม้พิสดาร มีลูกมีหลานยากกว่าใครอื่น แต่อากาเว่ไม่รู้จะหันหน้าไปหาใคร ค้างคาวที่กำลังจะสูญพันธุ์ก็เช่นกัน คงยากจะหันหน้าไปหาใครได้

เขาจึงรณรงค์ให้คนหันมาดื่มเตกีล่าอย่างสร้างสรรค์ คือดื่มจากการผลิตที่ไม่ใช้อากาเว่ตัดต่อพันธุกรรม และควรดื่มไปเรียกร้องให้ผู้ผลิตรับผิดชอบต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปด้วย

ความข้อนี้ฉันเห็นด้วย แต่ฉันไม่คาดหวังอะไรมาก

คือถ้าคุณเคยเห็นคนเมาเตกีล่า คุณก็จะคิดเหมือนฉันว่า มันหวังอะไรไม่ได้ เปิดฉากภารกิจพิชิตหวานด้วยบรรยากาศอันเก๋ไก๋สไตล์เรอเนซองส์ ณ บุนโชคัง ที่สองพิธีกรสาว มิว ลักษณ์นารา และ อาย กมลเนตร พาชมสถาปัตยกรรมอันสวยงามที่ใช้ถ่ายทำซี่รีย์ ภาพยนตร์ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นสุดฮอตฮิตของจังหวัดยามากายะ ประเทศญี่ปุ่น จากนั้นพาไปลิ้มชิมรสกับขนมเค้กร้านดังขึ้นชื่อถึง 2 ร้าน พร้อมเทความสนุกสนาน น่ารักเบอร์ใหญ่ในการแข่งขันตกแต่งขนมเค้กด้วยผลไม้ประจำถิ่นอย่างลูกแพร์ให้ถูกใจเชฟประจำร้าน

มิวซัง และอายซัง สุดลัลล้ากับภารกิจใหม่ ที่ไม่เคยได้ลองที่ไหนมาก่อน กับการเรียนรู้เรื่องราวของทาร์ตผลไม้และสนุกกับการตกแต่งหน้าเค้กกับเชฟญี่ปุ่นประจำร้านดัง ตามโจทย์ที่ เชฟสึจิงุจิ ได้ให้ไว้กับสองสาวโดยทริปนี้ยังมี คุณคาโอริ มัตสึชิตะ พี่สาวสุดใจดี พาสองสาวไปเปิดประสบการณ์ใหม่ ที่แรกที่ไปคือ ร้าน Petit Fripon ร้านขนมเล็กๆ เพิ่มเติมคือความโด่งดังประจำจังหวัดยามากาตะที่เปิดมาแล้วกว่า 20 ปี มีเมนูขนมหลากหลายชนิดให้ได้เลือกชิมครบครัน งานนี้สองสาวยิ้มหวานเบาๆ เพราะมาถึงที่นี่ก็ต้องชิมกันหน่อย เลยเลือกขนมหวานมาชิมอย่าง

ซาโอะดับเบิ้ลชีส และ ชีบูสโตะ ส่งความหวานละลายหน้าจอกันเลยทีเดียว ตามด้วยการเรียนรู้วิธีทำ “ทาร์ตลูกแพร์”จาก เชฟคาซึยะ ยานากาว่า เชฟประจำร้าน สองสาวเลยต้องโชว์ฝีมือกันบ้างว่างานนี้ใครจะทำออกมาหน้าตาดีกว่ากัน จากนั้นไปต่อกันที่ ร้าน D.jole ร้านที่มี เชฟไดสุเกะ ทาเคดะ เป็นเชฟประจำร้าน ซึ่งสืบทอดร้านมาเป็นรุ่นที่ 4 สาวมิวและสาวอายเลยไม่พลาดที่จะชิมเมนูขึ้นชื่อของทางร้าน นั่นก็คือ เดโจว่ะ ขนมเค้กสุดอร่อยที่มีชื่อเหมือนชื่อร้าน แถมยังได้รับรางวัลการันตีว่าเป็นเค้กที่อร่อยที่สุดในจากการแข่งขัน…เมื่อปี 2008 พาเอาสองสาวสุดฟินด้วยความละมุนนุ่มลิ้นจนแทบละลายในปาก ต่อด้วยการเรียนรู้วิธีการทำ “ชอร์ตเค้กลูกแพร์” แบบมืออาชีพอันแสนปราณีตทุกขั้นตอนจาก เชฟทาเคดะ ปิดท้ายด้วยการโชว์ไอเดียสร้างสรรค์ของสาวมิวและสาวอายที่ต้องแข่งขันครีเอทแต่งหน้าเค้กให้สวยงามโดนใจเชฟนั่นเอง

เจาะลึกเรื่องราวของความหวาน และสนุกสนานไปกับสองสาวสุดคาวาอี้ มิวและอาย แห่งเมืองยามากาตะ ประเทศญี่ปุ่น ได้ใน “Japan Sweets ภารกิจพิชิตหวาน” เสาร์ที่ 9 ธันวาคมนี้ เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ทางช่อง 28 (3SD)

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการสั่งงานผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ถึงผู้บริหารและเพื่อนข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าในช่วงวันหยุดนี้ ผมขอมีส่วนร่วมในการคิดแนวทางการทำงานเพื่อดูแลช่วยเหลือเกษตรกรไทยของเรา ดังนี้ ๑.ในช่วงนี้นอกจากสินค้าผลผลิตทางการเกษตรที่กำลังเป็นที่สนใจของคนทั่วประเทศ เช่น ยางพารา ข้าว พืชเกษตรและผลไม้ต่างๆ แล้ว สิ่งที่เป็นรากฐานสำคัญของการเกษตรบ้านเราคือ การจัดหาหรือพัฒนาแหล่งน้ำหรือการหาน้ำให้มีประจำพื้นที่แก่เกษตรกร คนไทยเราผูกพันกับแหล่งน้ำมาโดยตลอด จนมีคำกล่าวที่ว่าในน้ำมีปลาในนามีข้าวจึงขอให้ท่านอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ได้พิจารณารวบรวมข้อมูลแหล่งน้ำขนาดเล็กเช่น

บ่อหรือสระที่กรมฯได้ไปดำเนินการไว้ในพื้นที่ต่างๆว่า ครอบคลุมพื้นที่เกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยของ ปชช.มากน้อยเพียงใด ที่ไหนบ้างโดยแยกเป็นรายจังหวัดหรือรายภาคคร่าวๆก็ได้ เพื่อให้เห็นภาพว่าพื้นที่ใดมีแหล่งน้ำเพียงพอแล้วหรือไม่อย่างไป ขณะนี้ กษ.และ กยท.มีนโยบายให้ชาวสวนยางลดพื้นที่ปลูกยางหรือปลูกพืชอื่นๆแซมสวนยางหรือปรับเปลี่ยนไปประกอบอาชีพอื่นๆ ซึ่งเป็นนโยบายที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการไว้แล้วผมเห็นว่า ถ้าในพื้นที่สวนยางหรือใกล้เคียงนั้น หากไม่มีแหล่งน้ำแล้ว ชาวสวนก็ไม่ทราบจะไปปลูกพืชอะไรหรือทำอะไรที่ดีกว่าปลูกยาง แต่ถ้าเราสามารถหาแหล่งน้ำหรือหาทางพัฒนาพื้นที่ให้มีแหล่งน้ำไว้ด้วยก็จะทำให้เกษตรกรมีทางออกหรือทางเลือกในการทำการเกษตรที่ผสมผสาน หลากหลายได้มากขึ้นกว่าเดิม และจะช่วยให้นโยบายลดพื้นที่ปลูกยางพาราประสบความสำเร็จมากขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องทำให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็วตามสภาพของพื้นที่และเทคโนโลยีที่เอื้ออำนวย เพราะจะเป็นการช่วยถ่ายทอดตัวอย่างที่ดีและสร้างความมั่นใจให้พี่น้องเกษตรกรของเรา

๒.ดังนั้น ถ้าพวกเราท่านใดที่มีความรู้หรือเชี่ยวชาญการพัฒนาจัดหาแหล่งน้ำในสวนยางหรือพื้นที่ใกล้เคียงได้ก็ขอให้ช่วยเสนอแนะกรมพัฒนาที่ดินหรือพวกเราที่อยู่ในพื้นที่ด้วย หรือท่านใดมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาหาแหล่งน้ำตามพระราชดำริของ ร.๙ เช่น การทำหลุมขนมครกหรือแก้มลิงเก็บน้ำ/การชักน้ำลงคลองไส้ไก่หรือการสร้างเหมืองฝายชะลอน้ำหรือเก็บน้ำโดยใช้วัสดุธรรมชาติในพื้นที่มาทำแหล่งน้ำดังกล่าวโดยให้ชาวบ้านหรือชาวสวนยางได้ออกแรงงานแล้วส่วนราชการซื้อวัสดุให้ชาวบ้านมาร่วมกันทำก็ได้ หรือในบางแห่งอาจร่วมกันกับ

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำธนาคารน้ำใต้ดินได้ ผมทราบว่า เรื่องการพัฒนาแหล่งน้ำ ท่าน รมช.วิวัฒน์ฯมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว ก็ขอให้ท่านอธิบดีกรม พด.และกรม ชป.รวมทั้งพวกเราได้ปรึกษาท่านและร่วมกันดำเนินการทันทีได้เลยครับ๓.สำหรับงบประมาณดำเนินการนั้น หากมีงบประมาณประจำปีตามแผนงานอยู่แล้ว ก็ให้รีบดำเนินการหรือขอรับการสนับสนุนจากงบประมาณพัฒนาจังหวัดหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือต่อยอดขยายผลโครงการ ๙๑๐๑ หรือประสานงานภาคธุรกิจเอกชนในพื้นที่ที่มีงบประมาณดูแลสังคม(CSR)หรือทำโครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณกลางสำรองจ่ายมาที่กระทรวงก็ได้ ๔.ปัจจุบัน

มีเกษตรกรบางพื้นที่ได้รวมตัวกันในรูปกลุ่มเกษตรกรตามลักษณะอาชีพหรือจัดตั้งเป็นสหกรณ์การเกษตรหรือการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนอย่างได้ผลดีซึ่งกลุ่มเกษตรกรเหล่านี้จะมีความเข้มแข็งกว่าเกษตรกรรายบุคคลทั่วไป บางกลุ่มสามารถบริหารงานดูแลสมาชิกในกลุ่มได้ดี มีการใช้ความรู้ทางด้านการทำธุรกิจหรือเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการพัฒนาอาชีพการเกษตร ทำให้มีรายได้ครัวเรือนมากขึ้นเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายหรือค่าครองชีพ จึงขอให้พวกเราที่อยู่ในพื้นที่ได้ช่วยสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรเหล่านั้น ให้เป็นต้นแบบหรือขอมาเป็นวิทยากรขยายผลการรวมกลุ่มในพื้นที่ให้มากๆขึ้นด้วย

ซึ่งกิจการในแนวสหกรณ์ก็เป็นแนวพระราชดำริประการหนึ่งของในหลวง ร.๙ ต่อไป กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของเรา จะพยายามจัดสรรงบประมาณให้เกษตรกรที่สามารถรวมตัวเป็นกลุ่มที่เข้มแข็งแล้วได้มีงบประมาณหรือปัจจัยการผลิตด้านการเกษตรประจำกลุ่มเป็นกรณีพิเศษด้วยจึงขอให้ท่าน ปลัด กษ.ได้มอบหมายท่านรองปลัดกระทรวงและอธิบดีที่เกี่ยวข้องได้เร่งจัดทำข้อมูล (big data) กลุ่มเกษตรกรดังกล่าวไว้ให้เป็นระบบ

เพื่อให้เชื่อมโยงกับข้อมูลอื่นๆตามกรม กอง ของกษ.หรือให้กระทรวงอื่นๆนำไปจัดทำโครงการประสานเชื่อมโยงเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้กว้างขวางมากขึ้นด้วย และ๕.พวกเราอย่าลืมนะครับ ต่อไปนี้ชาวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่อยู่ในพื้นที่จังหวัด/อำเภอและตำบลหมู่บ้านจะต้องร่วมกันทำงานในพื้นที่เดียวกันตามความเชี่ยวชาญของแต่ละท่านไม่แยกส่วนไม่แยกกรมกองแต่ทุกคนจะมีเป้าหมายเดียวกันคือการทำงานเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรแบบครบวงจร อนึ่ง หากพวกเราโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศมีปัญหาอุปสรรคในการทำงานหรือมีข้อเสนอแนะหรือมีโครงการที่ประสบผลสำเร็จในการดำเนินงานแล้วก็ขอให้รายงานมายัง กษ.ด้วยเพื่อส่วนกลางจะได้นำมาขยายผลหรือปรับปรุงแก้ไขให้งานกษ.ของเราเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรให้มากที่สุด

น.สพ.วิวัฒน์ พงษ์วิวัฒนชัย อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และประธานสหกรณ์การเกษตรปศุสัตว์ราชบุรี จำกัด เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 ธันวาคมนี้ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ให้กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรเข้าพบ ซึ่งในการพบครั้งนี้ กลุ่มเกษตรกร จะทวงถามถึงนโยบายการเปิดนำเข้าหมูจากสหรัฐฯ และหารือแนวทางการควบคุมราคาสุกรตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางอย่างมีเหตุมีผลและเป็นธรรม

ทั้งนี้พบว่าหมูต้นทางราคาถูกมาก แต่หมูปลายทางหรือหมูเขียงถึงผู้บริโภคมีราคาแพง จะเสนอให้ปล่อยลอยตัวราคาเหมือนน้ำตาลทราย หรือ ทบทวนโครงสร้างการใช้คำนวณราคากลางใหม่ เช่น อาจใช้ราคาหมูต้นทางศูนย์ 2 และบวก 2 เป็นราคาขายปลายทาง อย่างขณะนี้ราคาหมูต้นทางกิโลกรัมละ 46 บาท คิดคำนวณตามโครงสร้างนี้ราคาจะไม่เกิน 100 บาท ไม่ใช่ขายกันราคา 130-160 บาทอย่างทุกวันนี้

“ตอนนี้ราคาหมูต้นทางตกต่ำมาก UFABET เป็นผลจากผลผลิตออกสู่ตลาดมาก สวนทางการส่งออกไปจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่ลดลง และการบริโภคลดลงจากกำลังซื้อคนไทยลดลง บางพื้นที่ราคาเหลือ 40 บาทต่อกิโลกรัม ก็พยายามจะพยุงให้ไม่ต่ำกว่า 50 บาท ถึงจะเหมาะสมกับต้นทุนเลี้ยง ที่แบกรับในเรื่องอาหารสัตว์และแรงงานที่สูงขึ้น ที่ผ่านมาสหกรณ์ก็ปรับตัวโดยหาพื้นที่จำหน่ายเอง ในราคาต้นทาง สามารถระบายหมูส่วนเกินได้บางส่วน จากนี้ก็จะหารือหน่วยงานราชการและเอกชน ขอพื้นที่นำเนื้อหมูไปจำหน่ายในราคาถูกต่อไป” น.สพ.วิวัฒน์ กล่าว
สำหรับกรณีเรื่องการยื่นฟ้องศาลคุ้มครองไม่ให้เปิดเสรีนำเข้าหมูชำแหละจากสหรัฐฯ จนกระทบต่อผู้เลี้ยงและอุตสาหกรรมหมูของไทย ยังเดินหน้า พร้อมกับตรวจสอบข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้อง ถึงข้อตกลงในการเจรจาระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ว่ามีอะไรบ้าง พร้อมกันนี้กำลังตรวจสอบรายละเอียดในการยกร่าง พ.ร.บ.

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สั่งการไปยังอธิบดีกรมการค้าภายใน และพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ให้ติดตามดูแลร้านค้าทุกร้านที่ร่วมโครงการร้านธงฟ้าประชารัฐ และเป็นร้านที่รับบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย ขายสินค้าเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาต่ำกว่าท้องตลาด 15-20% เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชน ซื้อสินค้าราคาถูก โดยต้องมีการจัดมุมภายในร้านให้มีสินค้าธงฟ้าประชารัฐราคาถูก ขณะเดียวกันกรมการค้าภายในได้หารือกับผู้ผลิตสินค้า (ซัพพลายเออร์) ขอความร่วมมือขายสินค้าราคาพิเศษยังร้านที่ร่วมรายการ เพื่อป้องกันการอ้างว่าไม่มีคนส่งของให้

“กรมการค้าภายในและพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศนอกจากจะตรวจสอบภาวะราคาสินค้าว่ามีการฉวยโอกาสขึ้นราคาหรือไม่แล้ว ยังต้องตรวจสอบอีกว่าร้านธงฟ้าประชารัฐขายสินค้าแพงกว่าร้านอื่นๆ ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกันหรือไม่ หากพบว่าแพงกว่า ต้องแจ้งเหตุผลอันสมควร หากร้านธงฟ้าประชารัฐทำตามเงื่อนไขกระทรวงพาณิชย์ไม่ได้ ต้องพิจารณาทบทวนการเข้าร่วมโครงการ” นายสนธิรัตน์กล่าว

นายสนธิรัตน์กล่าวว่า หากมีการร้องเรียนเข้ามายังกรมการค้าภายใน ให้ตรวจสอบทันที อย่างไรก็ตามเมื่อมีการตรวจสอบตามที่ได้รับรายงานก็พบว่าไม่เป็นความจริง เป็นการร้องเรียนเพื่อกลั่นแกล้งก็มี ประชาชนไม่ต้องกังวล หากพบร้านค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา สามารถร้องเรียนเข้ามาได้ที่สายด่วน 1569 จะมีสายตรวจลงพื้นที่ตรวจสอบทันที
นายสนธิรัตน์กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการติดตั้งเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีซี) ขณะนี้ติดตั้งไปแล้ว 18,000 กว่าแห่ง สำหรับเฟส 1 ถือว่าทำได้ตามเป้าหมาย ส่วนจะติดตั้งเฟส 2 ต้องหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันภายในวนอุทยานสวนลิงดอนเจ้าปู่ อำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งมีลิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก กว่า 3,000 ตัวซึ่งในปัจจุบันนั้น จำนวนประชากรลิงได้มีการขยายพันธุ์ทำให้มีประชากรลิงเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เนื้อที่ ของวนอุทยานสวนลิงดอนเจ้าปู่นั้น มีเนื้อที่เท่าเดิม จึงทำให้ที่อยู่อาศัยของ ลิง ไม่เพียงพอ และจากจำนวนที่เพิ่มขึ้นอาจสร้างความเดือดร้อนกับบ้านเรือนประชาชน รวมทั้งสถานที่ราชการ ในบริเวณใกล้เคียง นอกจากนี้ลิงยังเป็นพาหนะนำโรคต่างๆ เช่น โรควัณโรค โรคเมอร์ริออยด์ เป็นต้น