รองผู้ว่าฯอุทัยธานี ลงพื้นที่แก้ปัญหาความแออัด หลังผู้มีรายได้น้อย

แห่ใช้บัตรรูดซื้อสินค้าจนแน่นร้านค้าใหญ่รองผู้ว่าฯอุทัยธานี ลงพื้นที่แก้ปัญหาความแออัด หลังผู้มีรายได้น้อยกลัวเงินในบัตรถูกตัด แห่ใช้บัตรรูดซื้อสินค้าจนแน่นร้านค้าใหญ่ สั่งพาณิชย์จังหวัดเร่งติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ร้านที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมสร้างความเข้าใจการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐแก่ผู้มีรายได้น้อย

วันที่ 3 ต.ค.60 เวลา 08.00 น. ที่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี นายไมตรี ไตรติลานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พร้อมด้วย นายวีระพงษ์ สืบค้า พาณิชย์จังหวัดอุทัยธานี การค้าภายในจังหวัดอุทัยธานี และส่วนที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจร้านสร้างวงศ์ ซึ่งเป็นร้านค้าใหญ่ในตัวอำเภอเมืองที่เข้าร่วมโครงการติดตั้งเครื่องรูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ของผู้มีรายได้น้อย ในเขตพื้นที่อำเภอเมือง หลังจากที่มีการโอนเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา พบว่าในวันนี้ถือเป็นวันที่ 3 ของการเปิดให้มีการจับจ่ายซื้อของด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ประชาชนที่มารอรูดบัตรมีเป็นจำนวนมาก จนต่อแถวยาวออกไปนอกร้าน ทำให้ร้านค้าต้องแจกบัตรคิวเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและลดความแออัด เนื่องจากประชาชนนั้นไม่ทราบว่ามีร้านค้าใดบ้างที่เข้าร่วมโครงการ อีกทั้งยังกังวลเรื่องเงินในบัตรจะถูกตัดจึงพากันรีบออกมาใช้เงินในบัตรซื้อสินค้า จนแน่นร้านดังกล่าว

โดย นายไมตรี ไตรติลานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เปิดเผยว่า วันนี้มีผู้มีรายได้น้อยที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นำบัตรมาใช้บริการรูดซื้อสินค้าที่ร้านค้าใหญ่ในตัวอำเมืองเป็นจำนวนมาก จนทางร้านต้องอำนวยความสะดวกในการแจกบัตรคิวเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและลดความแออัด ซึ่งสาเหตุเกิดจาก ผู้มีรายได้น้อยที่มีบัตรนั้น ไม่ทราบว่าในพื้นที่ของตัวเองนั้นมีร้านค้าไหนบ้างที่เข้าร่วมโครงการฯ จึงพากันเดินทางมาที่ร้านสร้างวงค์ ซึ่งเป็นร้านค้าใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการและเป็นร้านที่ประชาชนทราบจุดการใช้บัตรมากที่สุด

ซึ่งในพื้นที่อำเภอเมืองอุทัยธานีนั้น มีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 14 แห่ง แต่ชาวบ้านไม่ทราบก็เลยพากันมาที่ร้านแห่งนี้กันเป็นจำนวนมากเนื่องจากมีความสะดวกสบาย แต่จริงๆแล้วนั้นในบริเวณนี้ มีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ อีก 3- 4 แห่ง อีกทั้งจากการพูดคุยกับประชาชนในครั้งนี้พบว่า ยังมีผู้ใช้บัตรอีกจำนวนมากที่ไม่ทราบกติกาการใช้บัตร โดยผู้มีรายได้น้อยส่วนใหญ่ ยังไม่เข้าใจว่าบัตรดังกล่าวนั้น สามารถทยอยใช้ได้ตลอดทั้งเดือน โดยไม่ต้องเร่งรีบ ซึ่งจะมีสิทธิ์ได้ตามสิทธิ์ของตนเองที่ได้รับ

อีกทั้งยังได้กำชับให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ทำการประชาสัมพันธ์ติดป้ายไว้ที่ร้านค้าทุกแห่ง แจ้งจำนวนร้านค้าใกล้คียง ที่เข้าร่วมโครงการ และบอกกล่าวให้ผู้มีรายได้น้อยได้กระจายไปใช้บริการร้านอื่นในบริเวณใกล้เคียง เพื่อเป็นการกระจายรายได้ ลดความแออัด นอกจากนี้จะให้พาณิชย์จังหวัดทำการเข้าประชาสัมพันธ์หลักเกณฑ์การใช้บัตรของผู้มีรายได้น้อยตามสิทธิ์การใช้บัตรของแต่ละคน โดยที่ไม่ต้องรีบมาใช้บัตรเต็มจำนวน ให้ทยอยใช้ได้ตลอดเดือนอีกด้วย นายไมตรี กล่าว

รองผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี เร่งตรวจสอบเหตุน้ำป่าไหลหลากเกิดเหตุคันกั้นน้ำบ่อบำบัดน้ำเสียโรงงานเอทานอลพังครืน น้ำเสียเต็มหมู่บ้านกว่า3อำเภอ

จากสถานการณ์ฝนตกหนัก ในพื้นที่อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ เมื่อวันที่ 1 ตค.ที่ผ่านมา และส่งผลให้คันกั้นดินบ่อบำบัดน้ำเสียของโรงงานอุตสาหกรรม ผลิตเอทานอลของบริษัท ไทยอะโกรเอ็นเนอร์ยี่จำกัดเกิดพังครืนลงมา ทำให้มีน้ำเน่าเสียไหลออกมาจากบ่อดังกล่าว ส่งผลกระทบ ต่อชาวบ้านในพื้นที่ บ้านสระบัวก่ำ ต.หนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี จำนวน 2 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 7 และ หมู่ที่ 15 ทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบกว่า 200 หลังคาเรือน และ ล่าสุด ชาวบ้านในพื้นที่ อ.เดิมบางนางบวช และ อ.หนองหญ้าไซ ตำบลแจงงาม ต.ทัพหลวง ได้รับผลกระทบอีก กว่าหลายร้อยหลังคาเรือน และมีน้ำเน่าเสีย ปลาตายเป็นจำนวนมาก ไร่นาเกษตรกรได้รับความเสียหาย ชาวบ้านยังหวั่นวิตกว่ามีสารเคมีตกค้าง หวั่นเกิดอันตราย

ล่าสุดวันนี้ นายพิภพ บุญธรรม รองผู้ว่าราชการ จ.สุพรรณบุรี พร้อมกับ นายชุ้น ณัฐเดชกังสกุล นายอำเภอด่านช้าง นายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายกอบจ.สุพรรณบุรี และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ของจังหวัด ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ บริเวณบ่อบำบัดน้ำเสียของโรงงานดังกล่าวพร้อมร่วมประชุมหาแนวทางแก้ไข ซึ่งเบื้องต้นได้ส่งจนท.ลงไปเก็บตัวอย่างน้ำ และ แก้ไขปัญหาเบื้องต้นในการปล่อยน้ำในเขื่อนกระเสียวออกมาเจือจาง เนื่องจากขณะนี้น้ำเสียได้ไหลหระจายไปอีกหลายพื้นที่ ทำให้ท่วมบ้านเรือนประชาชน พืชไร่ การประมง ซึ่งน้ำที่ไหลมาจากโรงงานเป็นน้ำเสียจากโรงงานผลิตเอทานอล ขณะนี้ชาวบ้านจึงหวั่นส่งผลกระทบต่อร่างกาย และหวั่นกระทบต่อแม่น้ำท่าจีน หากควบคุมไม่ได้

ล่าสุดหลังประชุมหารือแล้ว เบื้องต้น ได้ทำการสั่งปิดโรงงาน 45 วัน เพื่อให้โรงงานได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว พร้อมทางจังหวัดเตรียมประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ เพื่อหาแนวทางในการเยียวยาผุ้ประสบภัยต่อไป

ในขณะที่ ทางโรงงานดังกล่าว ได้มีตัวแทนเข้าร่วมประชุม พร้อม ได้แจ้งว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสุดวิสัย เนื่องจากมีปริมาณฝนตกหนัก 180 มล/ชม. เลยทำให้น้ำป่าเกิดไหลหลากเข้าท่วมบ่อบำบัดน้ำเสียที่กำลังทำการปรับปรุง และเอ่อล้นไหลเข้าท่วมสู่บ้านเรือนชุมชน ขณะนี้ทางโรงงานได้กำลังเร่งดำเนินการแก้ไขโดยการนำรถแมคโคร มาทำคันกั้นน้ำ ให้แข็งแรงมากขึ้น พร้อมจะรับผิดชอบเยียวยาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ในครั้งนี้

ส่วนชาวบ้านในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบ นายปราโมทย์ กาฬภักดี ผช.ผญบ.ม.15 กล่าวว่า ขณะนี้ ชาวบ้านได้เร่งเก็บของขึ้นที่สูง เพราะหวั่นฝนตกหนักจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันอีก ตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก น้ำก็เสีย มีสีดำ ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง ทำให้ไร่นาเสียหาย จำนวนมาก บ้านเรือนได้รับผลกระทบ มึนหัวไปหมด บางคนก็มีผื่นขึ้นตามตัว ซึ่งทางชาวบ้านก็รู้สึกระอากับโรงงานดังกล่าว เคยไปร้องเรียนหลายครั้ง แต่ก็ไม่เป็นผล เป็นปัญหาซ้ำซากอยู่แบบนี้ แต่ชาวบ้านก็ไม่รู้จะทำไง คงต้องทนต่อไป เพราะมีบ้านเกิดที่นี่ เพียงได้แต่หวัง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถที่จะให้โรงงานแห่งนี้เร่งแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ไม่เกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นอีก

การสาธารณสุขเพื่อรักษาสุขภาพอนามัยของประชาชนเป็นภาระหน้าที่ของรัฐในแทบทุกประเทศทั่วโลก นโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ “30 บาท รักษาทุกโรค” ของไทย ซึ่งมีที่มาจากแนวคิดของ นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ และนำมาใช้งานได้ในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี พ.ศ. 2545 (ค.ศ. 2002) นับเป็นความสำเร็จของนโยบายด้านสุขภาพที่ได้รับการยอมรับทั้งสหประชาชาติและธนาคารโลก นับถือว่าเป็นต้นแบบตัวอย่างนโยบายด้านสุขภาพของรัฐที่ทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ลดค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาล สร้างโอกาสในชีวิต

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แม้ว่าจะเป็นประเทศสังคมนิยมที่ใช้หลักมาร์กซ์-เลนิน ในการบริหารประเทศ แต่ระบบการสาธารณสุขและการรักษาพยาบาลนั้นแตกต่างจากประเทศสังคมนิยมเข้มข้นอย่างคิวบาที่ให้รักษาฟรี โดยเฉพาะหลังการปฏิรูปเศรษฐกิจแบบ “จินตนาการใหม่” ทำให้การสาธารณสุขของลาวจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายสูง โดยโรงพยาบาลของรัฐนั้น แม้จะไม่คิดค่าบริการของแพทย์หรือพยาบาล แต่ก็ยังมีค่ายา ค่าอุปกรณ์การแพทย์ ค่าผ่าตัด รวมถึงค่าล่วงเวลาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการรักษา รวมถึงการขาดแคลนบุคลากรและอุปกรณ์ต่างๆ ทำให้การสาธารณสุขและการแพทย์ของลาวอยู่ในภาวะย่ำแย่ ชาวลาวที่มีเงินเพียงพอก็จะข้ามมารักษายังโรงพยาบาลของฝั่งไทย ทั้งโรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชน เพราะเชื่อในคุณภาพการรักษาที่สูงกว่า

รัฐบาลลาวของ นายกฯ ทองลุน สีสุลิด รับทราบถึงปัญหาด้านการสาธารณสุขและการเข้าถึงแพทย์ของประชาชนลาว จึงได้ออกนโยบายใหม่ในปี 2016 คือนโยบายสามสิบพันกีบปิ้นปัวทุกพะยาด (หรือสามหมื่นกีบรักษาทุกโรค สามหมื่นกีบมีค่าประมาณ 120 บาท) โดยเริ่มต้นจากการทดองปฏิบัติใน 4 แขวง ได้แก่ หลวงน้ำทา เซกอง ไซสมบูน และอัดตะปือ ใช้งบประมาณ 66,000 ล้านกีบ (ประมาณ 2,640 ล้านบาท) ได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจ ในวันที่ 26 กันยายน 2017 จึงได้อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมอีก 180,000 ล้านกีบ (ประมาณ 720 ล้านบาท) เพื่อขยายโครงการเป็นทั่วประเทศให้ครอบคลุมทั่วถึงทั้งหมดภายในต้นปี 2018

การรักษาดังกล่าวครอบคลุมโรคเกือบทั้งหมด ยกเว้นโรคที่ต้องใช้การรักษาอย่างต่อเนื่องและใช้การรักษาขนาดใหญ่มีค่าใช้จ่ายสูง ได้แก่ โรคมะเร็ง การผ่าตัดกระดูกสันหลัง การฟอกไต โรคมาลาเรีย ซึ่งงบประมาณในระยะแรกยังไม่เพียงพอ จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติเพิ่มเติมจากสภาแห่งชาติ

ทำให้การเข้าถึงการรักษาพยาบาลของประชาชนลาวต่อจากนี้ทำได้โดยการนำเอาบัตรประชาชน สำเนาสำมะโนครัว (ทะเบียนบ้าน) หรือใบรับรองที่นายบ้านออกให้ไปเข้ารับการรักษาที่สุขศาลา หรือโรงพยาบาลในเขตที่ตนอาศัยเพื่อรับสิทธิการรักษาจากกองทุนประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยจ่ายเงินตามลำดับ ได้แก่ สุขศาลา 5,000 กีบ (20 บาท) โรงพยาบาลในฐานะผู้ป่วยนอก 20,000 กีบ (80 บาท) และโรงพยาบาลในฐานะผู้ป่วยใน 30,000 กีบ (120 บาท) ต่อครั้ง และหากสุขศาลาหรือโรงพยาบาลในท้องถิ่นขีดความสามารถในการรักษาไม่เพียงอ ก็จะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่ใหญ่กว่าโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ในกรณีเกิดเหตุป่วยฉุกเฉิน หรืออุบัติเหตุ สามารถเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลแห่งใดก็ได้ที่ใกล้สถานที่เกิดเหตุ แต่ต้องแจ้งเรื่องต่อสถานพยาบาลในเมือง หรือแขวงที่ตนอยู่อาศัยเพื่อรับรองและโอนย้ายข้อมูลมาให้โรงพยาบาลที่รักษาอยู่ภายใน 48 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาการเข้าถึงแพทย์ยังแยกออกจากปัญหาคุณภาพในการรักษา ระบบสาธารณสุขลาวยังต้องการงบประมาณและความใส่ใจด้านการศึกษาอีกมาก เพื่อปรับปรุงโครงสร้างการรักษาและคุณภาพในองค์รวม หากต้องการให้สุขภาพของประชาชนอยู่ในมือของผู้ปฏิบัติงานสาธารณสุขที่เชื่อถือได้และเป็นมิตรต่อประชาชนต่างจากเดิม

นโยบายรักษาพยาบาลสามหมื่นกีบรักษาทุกโรคนี้ นับว่าเป็นการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขขั้นพื้นฐานของลาว โดยรัฐบาลได้ใช้เงินทุนจากภาษีที่เก็บได้มากขึ้น เนื่องจากการกวดขันภาษีศุลกากรและภาษีถนนและรถยนต์นำมาจัดตั้งปฏิบัติให้ได้ผลในลำดับต่อไป โดยอาจเรียนรู้และแก้ไขปัญหาจากที่ประเทศไทยเคยประสบมาแล้วเพื่อจัดการระบบและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์แก่ประชาชนของสปป.ลาวอย่างยั่งยืน

นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า สะพานอุตตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญ อำเภอสังขละบุรี ซึ่งเป็นสะพานไม้ที่ยาวเป็น อันดับ 2 ของโลก เชื่อม หมู่ที่ 2 และ หมู่ที่ 3 ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของอุทยานฯ เขาแหลม ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวจำนวนมาก ที่ผ่านมาอุทยานฯ ได้จัดระเบียบ แพพัก แพล่อง และแพอาหารที่กระจัดกระจายเพื่อปรับภูมิทัศน์บริเวณสะพานมอญ และยกระดับเรือนำเที่ยว แพพัก แพท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐาน สร้างความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว

“ล่าสุด ได้เปิดจุดบริการนักท่องเที่ยวทางน้ำ เป็นแพจอดริมแม่น้ำซองกาเลียใกล้สะพานมอญ เพื่อบริการนักท่องเที่ยวในทุกๆ ด้านช่วงไฮซีซั่น ซึ่งนำไปสู่การป้องปรามการกระทำผิดทางน้ำ การบุกรุกพื้นที่ และลักลอกจับสัตว์น้ำด้วย”

นายมานพ เกิดแดง ปลัดเทศบาลตำบลวังกะ อำเภอสังขละบุรี กล่าวว่า “ในฤดูกาลท่องเที่ยวจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาในอำเภอสังขละบุรีจำนวนมาก ขอให้นักท่องเที่ยววางแผนให้รอบคอบก่อนเดินทาง โดยเฉพาะสถานที่พักอาจถูกจองเต็ม ขอแนะนำให้ผู้ยังไม่จองห้องพักนำเต็นท์พักแรมติดมาด้วย”

นครราชสีมา…เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของตนเอง ทั้งด้านวัฒนธรรม ประเพณี และมี “ภาษาโคราช” เป็นของตนเอง ซึ่งแตกต่างจากชาวภาคอีสานทั่วไป ขณะเดียวกันแต่ละอำเภอก็จะมีวัฒนธรรมประเพณีที่ไม่เหมือนกัน เนื่องจากชาวบ้านมีเชื้อสายต่างกันมาแต่โบราณ โดยเฉพาะที่ ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว ที่นี่จะมีวัฒนธรรมประเพณีคล้ายกับชาวภาคเหนือ สังเกตได้จากถาวรวัตถุภายในวัดใหญ่สีคิ้ว ซึ่งจะมีปรางค์เจดีย์ทรงคล้ายประเทศพม่า รวมทั้งพระประธานภายในวัดก็คล้ายศิลปะพม่า และที่สำคัญมีการสร้างบ้านทรงโบราณอนุรักษ์ไว้ภายในวัดด้วย 1 หลัง ซึ่งโดดเด่นสวยงามจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจแห่งหนึ่งของ อำเภอสีคิ้วไปแล้ว

“สุธัญญา สิทธิกูลเกียรติ” ครูโรงเรียนสีคิ้วสวัสดิ์ผดุงวิทยา วัย 56 ปี เปิดเผยว่า บ้านทรงโบราณนี้เรียกว่า “บ้านยวน” ซึ่งชาวชุมชนไท-ยวนได้ร่วมกับหลายหน่วยงาน อาทิ วัดใหญ่สีคิ้ว เทศบาลเมืองสีคิ้ว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลภาคตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และโรงเรียนสีคิ้วสวัสดิ์ผดุงวิทยา จัดสร้างขึ้นเมื่อปี 2558 เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมไท-ยวน นครจันทึก ทั้งนี้ เมื่อย้อนไปกว่า 200 ปีที่แล้ว ช่วงปลายสมัยรัชกาลที่ 1 บริเวณอำเภอสีคิ้วแห่งนี้มีชื่อว่า “นครจันทึก” มีชาวยวนฝ่ายกองเสบียงอพยพมาตั้งถิ่นอาศัยอยู่กันจำนวนมาก สังเกตได้จากรูปภาพเก่าๆ รุ่นปู่ย่าตายายจะมีการสวมใส่เสื้อผ้าที่มีลวดลายผ้าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จากการนำฝ้ายมาทอมือเป็นเสื้อผ้าสวมใส่เอง และศิลปวัฒนธรรมการทำบุญ การใช้ชีวิต การปลูกบ้านเรือน ก็แตกต่างจากที่อื่นๆ

สุธัญญา ระบุว่า เป็นหนึ่งในทายาทชาวไท-ยวน รุ่นที่ 4 จึงเป็นแกนนำลูกหลานชาวไท-ยวน สร้างบ้านยวนหลังนี้ขึ้นมา โดยบ้านยวนหลังนี้จะมีลักษณะเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น มีบันไดขึ้นทางเดียว ด้านหน้าจะเป็นระเบียง ด้านในจะมีห้องโถงรับแขก มีห้องพระ และห้องนอน มีการรวบรวมภาพถ่ายเก่าๆ มาติดผนังไว้ให้เห็นถึงการใช้ชีวิตของชาวไท-ยวนในอดีต อีกทั้งยังมีการรวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ จากคนเก่าแก่อายุตั้งแต่ 70-90 ปีมาใส่ตู้ไว้ด้วยเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ ส่วนด้านล่างจะมีแคร่ไม้สำหรับทอผ้าและเตียงนั่งสำหรับต้อนรับแขก มีการจัดทำป้ายอธิบายเรื่องราวต่างๆ ของชาวไท-ยวนไว้ให้ได้ศึกษาอย่างละเอียด ด้านข้างจะมีระหัดน้ำแบบโบราณ อันเป็นภูมิปัญญาชาวยวน ซึ่งปัจจุบันสามารถพบได้ทั่วไปในพื้นที่ อำเภอสีคิ้ว

“ปัจจุบันนี้ใน อำเภอสีคิ้ว มีคนที่มีเชื้อสายไท-ยวนอยู่ไม่ต่ำกว่า 1,000 ครัวเรือน ซึ่งถือว่าเป็นคนท้องถิ่นดั้งเดิมที่สืบกันมาตั้งแต่สมัยนครจันทึก โดยมีสิ่งที่ภาคภูมิใจมากคือวัฒนธรรมการทอผ้าสวมใส่เอง ซึ่งผ้าของชาวไท-ยวนนี้จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพราะชาวไท-ยวนดั้งเดิมนิยมปลูกฝ้าย ดังนั้น จึงนำผลผลิตฝ้ายมาทอเป็นผ้าสวมใส่ในครอบครัว ต่างจากผ้าทอมือที่อื่นที่เป็นผ้าไหม อีกทั้งลวดลายต่างๆ ก็มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วย”

ด้าน ดร. ธีรพงศ์ คณาศักดิ์ รองประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เสริมว่า เนื่องจากวัฒนธรรมไท-ยวน ชาวนครจันทึกนี้มีเรื่องราวที่น่าสนใจ และยังคงกลิ่นอายของความเป็นชาวท้องถิ่นดั้งเดิมอยู่จนถึงปัจจุบัน ดังนั้น การสร้างบ้านยวนหลังนี้ขึ้นมาอนุรักษ์ไว้ จึงเหมาะแก่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวและศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี และเพื่อที่จะต่อยอดให้ชาวชุมชนไท-ยวนได้รับประโยชน์จากแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ ทางหอการค้าจังหวัดนครราชสีมาจึงพยายามผลักดัน เพื่อส่งเสริมให้ผ้าทอมือของชาวไท-ยวน อำเภอสีคิ้ว ได้รับการยกให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่บ่งชี้ถึงลักษณะเฉพาะทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชนแห่งนี้ ซึ่งจะช่วยให้ชาวชุมชนไท-ยวนได้นำผ้าทอมือที่เย็บทำเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย อาทิ เสื้อยวน กางเกง ผ้าถุง กระเป๋า ผ้าขาวม้า และผ้าสไบเฉียงมาจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว สร้างรายได้เสริมให้กับชาวชุมชนในอนาคตต่อไป

สำหรับบ้านยวนนี้ ตั้งอยู่ภายในวัดใหญ่สีคิ้ว หมู่ที่ 4 ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เป็นศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมไท-ยวน นครจันทึก โดยทุกเย็นวันพฤหัสบดีจะมีการตั้งตลาดไท-ยวนที่บริเวณลานด้านข้างบ้านยวน เพื่อให้ชาวชุมชนได้นำสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้านมาค้าขายให้กับนักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อกลับไปบ้านเป็นที่ระลึกด้วย

นายวณิชย์ อ่วมศรี ประธานคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการพัฒนาช่างซ่อมบำรุงอากาศยาน กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ได้แต่งตั้งคณะอำนวยการขับเคลื่อนฯ และคณะทำงาน 3 คณะ โดยมีตนเป็นประธานนั้น ขณะนี้คณะทำงานทั้ง 3 คณะ คือ 1. ด้านหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน 2. ด้านครุภัณฑ์ และ 3. ด้านการพัฒนาครูช่างอากาศยาน ได้ปรับปรุงหลักสูตร กำหนดครุภัณฑ์ที่จำเป็น และกำหนดแนวทางการพัฒนาครูช่างอากาศยาน ให้เป็นไปตามข้อตกลง ข้อกำหนด และมาตรฐานของ ICAO Doc. 7192 สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (สคช.) เสร็จสิ้นแล้ว

“หลักสูตรที่ได้รับการพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เรียนมีศักยภาพในการสอบใบอนุญาต (license) เพื่อทำงานกับสายการบินได้ทั่วโลก จึงเพิ่มเติมสาขาวิชาด้านการบินอีก 3 สาขาวิชา พร้อมทั้งกำหนดให้ผู้เข้าเรียนต้องผ่านการทดสอบภาษาอังกฤษ และได้คะแนน TOEIC ไม่น้อยกว่า 350 คะแนน โดยการเรียนการสอนใช้รูปแบบทวิภาคี ระยะเวลา 2 ปี 1 ภาคฤดูร้อนในหนึ่งภาคเรียน รวม 3,200 ช.ม. แบ่งเป็นทฤษฎี 1,134 ชั่วโมง และปฏิบัติ 2,066 ชั่วโมง มากกว่าหลักสูตรระดับอนุปริญญา

สาขาวิชานายช่างบำรุงรักษาอากาศยานของสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) ที่มีชั่วโมงเรียน 2,676 ชั่วโมง รวมทั้งมีการวัดประเมินผล โดยแต่ละวิชาต้องผ่านเกณฑ์ 70 เปอร์เซ็นต์ และจัดข้อสอบกลางเพื่อประเมินผู้จบการศึกษา โดยเริ่มใช้ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560” นายวณิชย์ กล่าว
ขณะนี้มีสถานศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้รับการส่งเสริมให้จัดการเรียนการสอนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ประเภทช่างอุตสาหกรรม

สาขาช่างอากาศยาน ตามมาตรฐานและข้อกำหนดของ CAO Doc. 7192 กพท. และ สคช. 6 แห่งคือ วิทยาลัยเทคนิค (วท.) ถลาง วท.ดอนเมือง วท.สมุทรปราการ วท.อุบลราชธานี วท.สัตหีบ และวิทยาลัยการอาชีพ (วก.) ขอนแก่น โดย วท.ถลาง นำร่องเปิดสอน และมีนักศึกษาจบการศึกษารุ่นแรกแล้ว 22 คน ได้งานทำทุกคน และได้รับเงินเดือนแรกเริ่มสูงกว่าวุฒิปริญญาตรี เฉลี่ย 18,000-30,000 บาท

ดร. ราชรถ ปัญญาบุญ ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม topgoo.net มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เปิดเผยถึงการปรับปรุงศูนย์วัฒนธรรม จังหวัดภูเก็ต มรภ.ภูเก็ต เป็นศูนย์การเรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรมสร้างสรรค์ จังหวัดภูเก็ต ว่า จากการศึกษาค้นคว้าในบริบทที่เกี่ยวข้อง และการทำประชาพิจารณ์ เกิดเป็นแนวคิดจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรมสร้างสรรค์ จังหวัดภูเก็ต ที่เป็นหน่วยงานสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับมหาวิทยาลัย โดยมี 7 ประเด็นสำคัญที่ใช้ในการออกแบบ ได้แก่ 1. เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ทางด้านศิลปวัฒนธรรมภูเก็ต 2. เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นภูเก็ตโดยละเอียด นำเสนอความหลากหลายของวัฒนธรรมของทุกกลุ่มชาติพันธุ์ ได้แก่ ชาวไทยพุทธ ไทยมุสลิม ไทยจีน และชาวไทยใหม่ (ชาวเล)

ผอ.สำนักศิลปะและวัฒนธรรม กล่าวต่อไปว่า 3. รวบรวมฐานข้อมูลของเครือข่ายวัฒนธรรมในกลุ่มจังหวัดอันดามัน และภาคใต้ 4. เป็นฐานข้อมูลในทุกมิติของ มรภ.ภูเก็ต ทั้งประวัติศาสตร์และผลงานให้บริการวิชาการด้านวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์โดดเด่น 5. เป็นฐานข้อมูลและเป็นแหล่งอ้างอิงทางวิชาการและงานวิจัยของนักวิชาการท้องถิ่นและภูมิปัญญาอันล้ำค่าของปราชญ์ชาวบ้าน 6.เป็นสถานที่ฝึกอบรมถ่ายทอดและสืบสานภูมิปัญญาและวัฒนธรรมจากผู้เชี่ยวชาญทุกแขนง และ 7.เป็นศูนย์กลางจัดประชุม สัมมนาและจัดแสดงผลงานทางศิลปะและวัฒนธรรมของอันดามัน

“ทั้ง 7 แนวคิดจะถูกหลอมรวมภายใต้กรอบนโยบายที่ทันสมัย ตอบโจทย์นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่มุ่งไปที่การยกระดับภูมิปัญญา ศิลปะและวัฒนธรรมของท้องถิ่นและภูมิภาค ผสมผสานการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเป็นฐานต่อยอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาของภูเก็ต-อันดามันสู่นวัตกรรมสร้างสรรค์ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึงศาสตร์พระราชา นำไปสู่การส่งเสริมและสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการท่องเที่ยว ยกระดับความเป็นวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในท้องถิ่นและประเทศ” ผอ.สำนักศิลปะและวัฒนธรรมกล่าว

ด้าน นายศิวพงศ์ ทองเจือ ผู้ช่วย ผอ.สำนักศิลปะและวัฒนธรรม กล่าวถึงแนวทางการออกแบบอาคารและภูมิสถาปัตยกรรมศูนย์การเรียนรู้ดังกล่าว ว่า หลักการออกแบบจะเน้นไปที่ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การออกแบบอัตลักษณ์องค์กร การนำภูมิปัญญาสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นภูเก็ตมาใช้เป็นแนวคิดในการออกแบบร่วมสมัย และการปรับปรุงอาคารด้วยวัสดุสมัยใหม่ ทั้งนี้จะมีลักษณะเหมาะสมที่ตอบสนองต่อการใช้งานตามความต้องการของผู้ใช้ในยุคสมัยใหม่ คำนึงถึงกลุ่มผู้ใช้งานที่มีความหลากหลายตามแนวคิดการสร้างมูลค่าเพิ่มจากรากฐานภูมิปัญญาและวัฒนธรรมในเชิงการสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

รศ.ดร. ชวลิต ถิ่นวงศ์พิทักษ์ ผอ.โครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำคณะลงพื้นที่ถ่ายทำรายการเดินหน้าประเทศไทยที่อุทยานวิทยาศาสตร์ ม.อุบลฯ ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยในภูมิภาคต่างๆ จัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ในแต่ละภูมิภาค เพื่อให้เป็นฐานสำหรับการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ ตามที่รัฐบาลได้กำหนดนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ทั้งนี้ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มอบหมายให้สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (สอว.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จัดตั้งขึ้น
ผอ.โครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ ม.อุบลฯ กล่าวด้วยว่า สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นการติดตามผลการดำเนินงานด้านนวัตกรรมโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ จำนวน 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการอากาศยานไร้คนขับเพื่อการเกษตร โครงการระบบควบคุมโรงเรือนอัจฉริยะผ่านสมาร์ตโฟน และโครงการหุ่นยนต์แขนกลอุตสาหกรรมสัญชาติไทย