รักษาการแทนอธิการดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กล่าวปุ๋ยสั่งตัด

เป็นเทคโนโลยีคำแนะนำปุ๋ยที่แม่นยำ เป็นงานวิจัยครั้งแรกของประเทศไทยที่นำหลักคิด“การเกษตรแม่นยำ” มาปรับใช้ในการวิจัยและพัฒนา โดยคณะนักวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนันสนุนการวิจัย (สกว.) ในช่วงปี 2540-2551 ดังนั้น ปุ๋ยสั่งตัด จึงเป็นเทคโนโลยีที่สามารถเพิ่มการแข่งขันทางการตลาดภาคเกษตร ซึ่งไม่ใช่ยี่ห้อปุ๋ยสั่งตัด หรือเป็นปุ๋ยสำเร็จรูปแต่อย่างใด”

“ ผมขอแสดงความชื่นชมในนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิตโดยใช้ปุ๋ยสั่งตัด แต่มีความคลาดเคลื่อนในการใช้เทคโนโลยีนี้ โดยระบุให้สถาบันเกษตรกรผลิตหรือจัดหาปุ๋ยสั่งตัด ซึ่งไม่ใช่เทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัด ”

“ ปัจจุบัน เกษตรกรมีต้นทุนในการผลิตพืชสูงมาก ถ้ารัฐบาลนำเทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัดให้เกษตรกรใช้อย่างกว้างขวาง ก็จะเป็นประโยชน์ในการลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ผลผลิตมีคุณภาพ สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ และยังช่วยลดภาวะสิ่งแวดล้อม เมื่อเกษตรกรมีการปรับปรุงบำรุงดินอย่างต่อเนื่องก็จะทำให้ดินเป็นแหล่งผลิตทางเกษตรต่อไปอย่างยั่งยืน “

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในฐานะเจ้าของเทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัด ขออาสาเข้าไปช่วยโครงการขับเคลื่อนปุ๋ยสั่งตัดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้นโยบายนี้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเหลือเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิตตามเจตนารมณ์ของกระทรวง ฯ ที่ได้ตั้งไว้ โดยมีข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้

สหกรณ์การเกษตร สนับสนุนการจัดตั้งคลินิกดินเพื่อให้บริการตรวจดิน แนะนำการใช้ปุ๋ย และขายแม่ปุ๋ย
กรมพัฒนาที่ดิน ทำ application ค้นหาชุดดิน บน smart phone เพื่อให้เกษตรกรใช้ได้อย่างสะดวก
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำ application ค้นหาคำแนะนำปุ๋ยสั่งตัด บน smart phone เพื่อให้เกษตรกรใช้ได้อย่างสะดวก
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ให้เกษตรกรกู้เงินดอกเบี้ยต่ำ ตั้งกองทุน ซื้อแม่ปุ๋ยจำหน่ายแก่สมาชิกที่ใช้ปุ๋ยสั่งตัด
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และกรมส่งเสริมการเกษตร รับผิดชอบการยกระดับความรู้ดินและปุ๋ยของเกษตรกร

ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ทัศนีย์ อัตตะนันทน์ ภาควิชาปฐพีวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นักวิจัยเจ้าของผลงาน “ปุ๋ยสั่งตัด” งานวิจัยครั้งแรกของประเทศไทยที่นำหลักคิด “การเกษตรแม่นยำ” “ระบบสารสนเทศ” และ “ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ” มาใช้ กล่าวว่า “ปุ๋ยสั่งตัด” สามารถลดต้นทุนการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีขั้นตอนการใช้เทคโนโลยี “ปุ๋ยสั่งตัด” 3 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 ตรวจสอบข้อมูลชุดดิน โดยสอบถามข้อมูลชุดดินได้ที่สถานีพัฒนาที่ดินในทุกจังหวัด หรือตรวจสอบข้อมูลชุดดินได้ที่เว็บไซต์http://oss101.ldd.go.th/web_th_soilseries/INDEX_th_series.htm ขั้นที่ 2 วิเคราะห์ N-P-K ในดิน โดยใช้ชุดตรวจสอบ N-P-K ในดินแบบรวดเร็ว ขั้นที่ 3 ใช้ปุ๋ยตามคำแนะนำ ศึกษาได้จากคู่มือคำแนะนำ “ปุ๋ยสั่งตัด” หรือโปรแกรมคำแนะนำ “ปุ๋ยสั่งตัด” ดาวน์โหลดฟรีได้ที่ www.ssnm.info หรือแอปพลิเคชั่นของ NECTEC FCS: คำนวณปุ๋ยสั่งตัด

“ ซึ่งการพัฒนาคำแนะนำปุ๋ยสั่งตัดได้นำปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตพืช ชนิดของดิน ธาตุอาหารในดินปัจจุบันมาร่วมคำนวณคำแนะนำปุ๋ย โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ดังนั้นจึงเป็นคำแนะนำปุ๋ยที่แม่นยำ แตกต่างจากคำแนะนำการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ซึ่งใช้เฉพาะค่าการวิเคราะห์ดินเท่านั้น “

“ ที่ผ่านมาด้วยการสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน การขยายผลได้ทำสำเร็จอย่างชัดเจน เช่น ศูนย์ข้าวชุมชนห้วยขมิ้น อ. หนองแค จ. สระบุรี มีสมาชิกกว่า 80 ราย พื้นที่ประมาณ 2,000 ไร่ เมื่อชาวนาใช้ปุ๋ยสั่งตัด ในปี 2551 ค่าปุ๋ยเคมีลดลงมาจากที่เคยใช้ 1.7 ล้านบาท ลดลงเหลือ 7 แสนเศษ (ลดลง 54%) ในปี

2560 และผลผลิตเพิ่ม 10-20% ดังนั้น ถ้าชาวนาในเขตชลประทานภาคกลางใช้ปุ๋ยสั่งตัดในพื้นที่ 15 ล้านไร่ ชาวนาจะลดต้นทุนและมีรายได้เพิ่มขึ้น ประมาณ 15,000 ล้านบาทต่อ 1 ฤดูปลูก ส่งผลให้สุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภคดีขึ้น ลดการปนเปื้อนของสารพิษในผลผลิต ลดปัญหาการปนเปื้อนของธาตุอาหารในแหล่งน้ำ ลดภาวะโลกร้อน และรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดินให้เป็นแหล่งปลูกพืชต่อไปในระยะยาว”

ดร.รุ่งโรจน์ พิทักษ์ด่านธรรม อาจารย์ประจำภาควิชาปฐพีวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ผู้ลงพื้นที่ขยายผลปุ๋ยสั่งตัด กล่าวว่า การทดสอบการใช้เทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัดเปรียบเทียบกับการใช้ปุ๋ยแบบเกษตรกรในข้าวนาปรังในทุ่งรังสิตในปี 2559-2560 พบว่า การใช้เทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัดให้ผลผลิตข้าวเฉลี่ย 927 กิโลกรัมต่อไร่ และมีต้นทุนค่าปุ๋ยเคมีเฉลี่ย 307 บาทต่อไร่

ในขณะที่การใช้ปุ๋ยแบบเกษตรกรให้ผลผลิตข้าวเฉลี่ย 826 กิโลกรัมต่อไร่ และมีต้นทุนค่าปุ๋ยเคมีเฉลี่ย 642 บาทต่อไร่ การใช้เทคโนโลยีเพิ่มกำไรในการผลิตข้าว ทำให้ต้นข้าวแข็งแรง ไม่ล้มเมื่อใกล้วันเก็บเกี่ยว มีโรคทางใบน้อย ข้าวเปลือกมีความชื้นต่ำ และมีเมล็ดลีบน้อย เมื่อเกษตรกรผู้นำขยายผลการใช้เทคโนโลยีในช่วงเวลาต่อมา พบว่า เกษตรกรมีความพอใจในเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มผลผลิตทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ ช่วยลดต้นทุนได้จริงและสามารถทำได้ด้วยตนเอง แต่เกษตรกรต้องการให้มีการตรวจวิเคราะห์ดินใกล้บ้าน มีเจ้าหน้าที่คอยติดตาม

ทบทวนและเพิ่มพูนความรู้ เกษตรกรที่มีจิตอาสาช่วยกันให้ความรู้เพื่อนบ้านและร่วมกันจัดตั้งเป็นคลินิกดินให้บริการตรวจวิเคราะห์ดิน และให้คำแนะนำปุ๋ยที่ถูกต้องแก่กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียง เกษตรกรบางรายอาจจำเป็นต้องเพิ่มค่าปุ๋ยเนื่องจากดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำหรือธาตุอาหารหลักในดินขาดความสมดุลเพราะมีการใช้ปุ๋ยไม่ถูกต้องมาก่อน บางแปลงแม้เป็นที่นาเจ้าของเดียว ชุดดินเดียวกัน มีการจัดการปุ๋ยเหมือนกันมาก่อน แต่ละแปลงย่อยอาจได้รับคำแนะนำการใช้ปุ๋ยที่แตกต่างกันได้

ทั้งนี้ ดร.รุ่งโรจน์ พิทักษ์ด่านธรรม ทิ้งท้ายให้ข้อคิดว่า การใช้ปุ๋ยเคมีตามคำแนะนำ “ปุ๋ยสั่งตัด” แทนคำแนะนำทั่วไปที่ใส่ปุ๋ยโดยไม่ต้องวิเคราะห์ดินนั้น ควรให้เจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่ได้ฝึกฝนเรียนรู้วิธีการ จากนั้นจึงถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกร และควรแก้ปัญหาการจัดหาแม่ปุ๋ยได้ยาก ส่วนการเพิ่มอินทรียวัตถุในดินควรเน้นการปลูกพืชตระกูลถั่วหมุนเวียน และลดการเผาเศษซากพืชโดยใช้การไถกลบเศษพืชลงดิน ซึ่งจะช่วยลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีตามคำแนะนำ “ปุ๋ยสั่งตัด” ได้ด้วย

กรมส่งเสริมสหกรณ์เผยแผนรวบรวมผลไม้ของสหกรณ์ปีนี้กว่า 40,000 ตัน เตรียมเสนอครม.ขอสินเชื่อธกส.สนับสนุนธุรกิจรวบรวมผลไม้สหกรณ์ ปีละ 1,500 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี

กรมส่งเสริมสหกรณ์เผยแผนบริหารจัดการผลไม้ของสหกรณ์การเกษตรปีนี้ ตั้งเป้ารวบรวมผลผลิตจากสมาชิก ไม่น้อยว่า 40,000 ตัน คาดปริมาณผลผลิตลดลงจากปีที่ผ่านมา ขณะนี้ผลไม้ภาคตะวันออกเริ่มทยอยออกสู่ตลาด ทั้งมังคุด ทุเรียน เงาะและลองกอง เตรียมเสนอครม.ขออนุมัติสินเชื่อจากธกส. เพื่อสนับสนุนการรวบรวมผลไม้ของสถาบันเกษตรกรปีละ 1,500 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี และกลางเดือนพ.ค.จะเปิดสวนผลไม้สมาชิกสหกรณ์จันทบุรี ระยอง ตราด ให้ตัวแทนอาลีบาบา กรุ๊ป เยี่ยมชมการผลิตผลไม้คุณภาพเพื่อสร้างความมั่นใจก่อนทำข้อตกลงซื้อขายสินค้าส่งไปจีน คาดว่าจะเริ่มในฤดูกาลปีหน้า

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในฤดูกาลผลไม้ปีนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์มีนโยบายในการสนับสนุนให้สหกรณ์ดำเนินธุรกิจผลไม้ตามกลไกตลาดปกติ แต่จะเน้นให้สหกรณ์สนับสนุนสมาชิกผลิตผลไม้ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน GAP เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพสินค้าของสหกรณ์ให้เป็นที่ยอมรับ และสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภค ปัจจุบัน สหกรณ์การเกษตรที่ดำเนินธุรกิจผลไม้ทั่วประเทศมีจำนวน 92 แห่ง ใน 19 จังหวัด และตั้งเป้ารวบรวมผลผลิตจากเกษตรกรกว่า 40,000 ตัน ซึ่งคาดว่าปริมาณผลผลิตในปีนี้ลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

โดยแบ่งเป็นผลไม้จากภาคตะวันออก ทั้งมังคุด เงาะ ทุเรียน ลองกอง และมะม่วงน้ำดอกไม้ ปริมาณ 19,000 ตัน ผลไม้จากภาคเหนือ ได้แก่ ลิ้นจี่ ลำไยสดและแปรรูป สตอเบอรี่และสับปะรด 14,000 ตัน ผลไม้ภาคใต้ ได้แก่ มังคุด เงาะ ลองกองและทุเรียน จำนวน 5,000 ตัน และผลไม้ภาคกลางได้แก่ กล้วยหอมทองของสหกรณ์ในจังหวัดเพชรบุรี จำนวน 2,000 ตัน ซึ่งตลาดรองรับผลไม้ของสหกรณ์ส่วนใหญ่ เป็นการส่งจำหน่ายให้กับห้างโมเดินเทรด บริษัทผู้ส่งออก และเครือข่ายสหกรณ์ในจังหวัดต่าง ๆ ส่งผลทำให้การกระจายผลผลิตของสหกรณ์เป็นไปด้วยความรวดเร็วและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ทันเวลา

ทั้งนี้ กองทุนพัฒนาสหกรณ์จัดสรรเงินกู้ ดอกเบี้ย 1% จำนวน 230 ล้านบาท เพื่อใช้ดำเนินธุรกิจรวบรวมผลไม้ของสหกรณ์ และเตรียมจะเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ปีละ 1,500 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี รวมวงเงิน 4,500 ล้านบาท สนับสนุนการรวบรวมผลไม้ให้สถาบันเกษตรกรได้กู้ยืมไปเป็นทุนหมุนเวียนในการรวบรวมผลไม้ในช่วงต้นฤดูเก็บเกี่ยวและระบายออกนอกแหล่งผลิต คาดว่าจะนำเสนอครม. ในวันที่ 8 พ.ค.นี้

สำหรับการผลักดันให้สหกรณ์ส่งออกผลไม้ไปจำหน่ายยังต่างประเทศ หลังจากที่บริษัท Wind Chain Supply Management ซึ่งเป็นตัวแทนในการจัดซื้อสินค้าของบริษัทอาลีบาบา กรุ๊ป ของจีน ได้เดินทางมาเจรจาธุรกิจกับสหกรณ์ในจังหวัดจันทบุรี ระยอง และตราด เมื่อวันที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา เพื่อสั่งซื้อทุเรียนจากสหกรณ์โดยตรง โดยทางบริษัทจะนำไปโปรโมทผ่านเวปไซต์ทีมอลล์ และประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคชาวจีนรู้จักผลไม้ของไทย โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งคนจีนยอมรับว่าทุเรียนไทยเป็นทุเรียนที่ดีที่สุดในโลก ทั้งนี้ ในปีนี้ผลผลิตอาจจะยังไม่สามารถส่งจำหน่ายให้อาลีบาบาได้ทุกสหกรณ์ เนื่องจากสหกรณ์ส่วนใหญ่ได้วางแผนตลาดตั้งแต่ก่อนฤดูกาลผลิตแล้ว และคาดว่าการทำธุรกิจซื้อขายผลไม้กับทางอาลีบาบาจะสามารถดำเนินการได้อย่างเต็มตัวในปี 2562 เป็นต้นไป

“เบื้องต้นทางบริษัทอาลีบาบา กรุ๊ป จะส่งตัวแทนเข้ามาดูสวนผลไม้ของเกษตรกร จุดรวบรวมและกระบวนการคัดคุณภาพผลไม้ของสหกรณ์ในจังหวัดจันทบุรี ระยอง ตราด ประมาณกลางเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อให้เขามั่นใจในคุณภาพของสินค้าของสหกรณ์ จากนั้นจะดูเรื่องปริมาณผลผลิตในแต่ละปีว่าสามารถรวบรวมและส่งขายให้ได้เท่าไหร่ แล้วจึงทำข้อตกลงธุรกิจซื้อขายผลไม้ร่วมกัน โดยกรมฯจะเป็นผู้สนับสนุนความพร้อมในด้านต่าง ๆ ให้สหกรณ์ได้ค้าขายผลไม้กับทางอาลีบาบา ซึ่งทางตัวแทนของอาลีบาบาได้เสนอว่าจะร่วมมือในการพัฒนาธุรกิจผลไม้ของสหกรณ์ให้ก้าวหน้าและสร้างโอกาสใหม่ๆให้กับสหกรณ์ไทยในการขยายช่องทางการตลาดผ่านการจำหน่ายทางออนไลน์ของประเทศจีน

ซึ่งกรมฯ คาดหวังว่าสหกรณ์จะสามารถส่งออกผลไม้ได้เพิ่มมากขึ้นในอนาคต และนับว่าเป็นโอกาสดีที่ อาลีบาบาให้ความสนใจและเดินทางมาเจรจาซื้อผลไม้กับสหกรณ์ของไทย เพราะจะเป็นการกระตุ้นสมาชิกสหกรณ์ให้เห็นความสำคัญในการพัฒนาการผลิตผลไม้ให้มีคุณภาพ เนื่องจากเป็นที่ต้องการของตลาดและสามารถส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศได้ ซึ่งการสนับสนุนสหกรณ์ให้มีศักยภาพในการออกสินค้าไปต่างประเทศ สหกรณ์ต้องเรียนรู้กระบวนการขั้นตอนการส่งออกสักระยะ เรื่องการทำพิธีการนำเข้าส่งออกสินค้าไปต่างประเทศได้เอง และคาดหวังว่าในอนาคตสหกรณ์จะมีศักยภาพในการส่งออกสินค้าการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว ผลไม้และยางพารา” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว

หลงรักความเป็นไทยในอยุธยา สัมผัสเสน่ห์แห่งอาหารการกิน แรงบันดาลใจจากละครฮิตบุพเพสันนิวาส โดยฝรั่งหัวใจไทย “แดเนียล เฟรเซอร์” พาบุกชุมชนเกาะเกิด ชุมชนน่ารักริมแม่น้ำเจ้าพระยา

เกาะเกิด ชุมชนเล็กๆ ริมแม่น้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อยๆ มากมาย โดยฝรั่งหัวใจไทย “แดเนียล” พาชาวรายการหลงรักยิ้มไปสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนเกาะเกิด เรียนรู้อาชีพประมง อย่างการตกกุ้งแม่น้ำ วิถีชีวิตแห่งความภูมิใจของชาวเกาะเกิด เที่ยวโฮมสเตย์เกาะเกิด ทำอาหารว่างสุดแซ่บมะม่วงน้ำปลาหวาน ตามด้วยขนมสอดไส้ และหมี่กรอบโบราณ เอกลักษณ์วิถีไทยที่ไม่ควรจางหายไป

เรียกได้ว่าเป็นการเติมประสบการณ์ของฝรั่งหัวใจไทยคนนี้ เอกลักษณ์อันทรงคุณค่าแบบไทยๆ ที่ทำให้เขาหลงรักและประทับใจเมืองไทยมานาน ร่วมเดินทางสัมผัสความเป็นไทยในอยุธยาไปพร้อม “แดเนียล เฟรเซอร์” ในรายการหลงรักยิ้ม วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤษภาคม 2561 เวลา 16.30 น. ทางช่อง 28 (3SD)

จากเหตุการณ์ก่อความไม่สงบ การวางระเบิดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ชุดกู้และทำลายวัตถุระเบิดที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ มีความเสี่ยงอันตรายสูงในการเก็บวัตถุระเบิด อาจทำให้เสียชีวิตได้ทุกกรณี ทำให้หน่วยงานหรือองค์กรต่างๆได้จัดหาอุปกรณ์ที่สามารถปฏิบัติภารกิจแทนคนได้ เพื่อลดความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่ในขณะปฏิบัติภารกิจ

นางสาวกมลศรี กอเจริญ นายยศพล หาญพิชานันท์ และนายอภิสิทธิ์ กลิ่นจันทร์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 หลักสูตรสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช ไสใหญ่ ร่วมกับกองกำกับการ 8 กองบังคับ การฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวรชายแดน อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช คิดค้นสร้างหุ่นยนต์เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด เพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่และสนับสนุนให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ทำหน้าที่เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดภายใต้งบประมาณที่จำกัด แต่มีประสิทธิภาพและความสามารถเทียบเท่าหุ่นยนต์จากต่างประเทศ

การสร้างหุ่นยนต์เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด มีระบบควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์เก็บกู้ และทำลายวัตถุระเบิด โดยหุ่นยนต์มีระบบขับเคลื่อนชุดแขนกล และปืนยิงแรงดันน้ำ ซึ่งมีต้นทุน ในการผลิตประมาณ 20,000 บาท สามารถทำงานโดยการควบคุมด้วยรีโมทคอลโทรล จะใช้รีโมทคอนโทรล แบบมีสายและไร้สาย ที่สามารถควบคุมระบบขับเคลื่อนชุดแขนกลและปืนยิงแรงดันน้ำ เมื่อผู้ควบคุมต้องการสั่งการทำงานต่างๆของระบบ หุ่นยนต์สามารถสั่งงานงานผ่านรีโมทคอนโทรลได้ในระยะที่ปลอดภัย ระบบจะมีไฟสัญญาณเพื่อแสดงสถานะพร้อมทำงานของปืนยิงแรงดันน้ำ และจะมีสัญญาณภาพส่งมายังผู้ควบคุมในบริเวณที่ปลอดภัย

อาจารย์สราญพงศ์ หนูยิ้มซ้าย กล่าวว่า ในอนาคตจะมีการพัฒนาหุ่นยนต์เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดเพิ่มจำนวนมากขึ้นและมีการพัฒนาระบบในการควบคุมการทำงานของเครื่องให้มีคุณภาพประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

หุ่นยนต์เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด สามารถช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานหรือเจ้าหน้าที่ในการเก็บกู้ และทำลายวัตถุระเบิด ให้มีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัยพ์สินได้มากยิ่งขึ้น และยังลดต้นทุนในการนำเข้าหุ่นยนต์ราคาแพงจากต่างประเทศ เพื่อนำมาใช้ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และในพื้นที่อื่นๆ

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อาจารย์สราญพงศ์ หนูยิ้มซ้าย อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช ไสใหญ่ โทรศัพท์ 081 – 5374618

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักวิ่งสายแข็งหรือมือใหม่หัดวิ่ง สิ่งที่เป็นอุปสรรคสำหรับการวิ่งในช่วงนี้ก็คงหนีไม่พ้นสภาพอากาศที่ร้อนระอุจนอยากจะหยุดวิ่งกันดื้อ ๆ แล้วไปหลบแดดแช่แอร์ตั้งแต่ก้าวเท้าแรกที่ออกจากร่มเงา
การวิ่งในช่วงหน้าร้อนนั้น นอกจากจะต้องใช้พลังกายและพลังใจมากกว่าปกติแล้ว ยังต้องใช้ความเอาใจใส่มากเป็นพิเศษด้วย นั่นก็เพราะว่าแสงแดดและอุณหภูมิที่สูงนั้นจะทำให้ร่างกายทำงานหนักจนเหนื่อยล้าเร็วกว่าปกติ เช่น จากเดิมที่วิ่งเพซ 6 ได้สบาย ๆ กลับกลายเป็นว่าต้องใช้พลังงานและหยาดเหงื่อที่มากขึ้นกว่าเมื่อก่อน รวมถึงตัวเลข heart rate บนหน้าจอที่พุ่งสูงขึ้นจนน่าตกใจ

โค้ชเหรียง-ณัฐ ดำรงค์ทวีศักดิ์ โค้ชด้านการวิ่งจากอาดิดาส รันเนอร์ส แบงค็อก (adidas Runners Bangkok) ได้แชร์เคล็ดลับในการวิ่งหน้าร้อน เพื่อให้ทุกคนได้วิ่งผ่านพ้นสมรภูมิร้อนไปด้วยกัน ดังนี้

1.ดื่มน้ำจิบเกลือแร่ให้มากขึ้น : เริ่มจากการดื่มน้ำหรือเกลือแร่มากขึ้นและบ่อยขึ้น ทั้งในช่วงก่อนวิ่ง ขณะวิ่ง และหลังวิ่ง ยิ่งถ้าเป็นน้ำเย็น ๆ ก็จะช่วยระบายความร้อนในร่างกายได้ดีกว่าน้ำอุ่น

ส่วนใครที่โปรดปรานเกลือแร่ ก็ขอให้เปลี่ยนมาใช้แบบที่มีความเข้มข้นน้อย เพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้ง่ายขึ้น ส่วนปริมาณและการดื่มนั้นขึ้นอยู่กับระยะทางการซ้อมในวันนั้น ๆ และร่างกายที่มีอัตราการสูญเสียเหงื่อไม่เท่ากัน จึงอาจปรับเพิ่มจากปกติประมาณ 200-300 มิลลิลิตร ตามความเหมาะสม

2.ล้างหน้าล้างตัวด้วยน้ำเย็น : เทคนิคนี้เป็นวิธีเติมความสดชื่นแบบง่าย ๆ เพียงแค่เอาน้ำเย็นราดเบา ๆ ที่บริเวณใบหน้าและตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายก็จะช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายได้ทันที

3.เลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี : ถ้าปกติใส่เสื้อยืดไปวิ่ง ก็ให้ลองเปลี่ยนมาใช้เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีกว่า เพราะเสื้อยืดที่ชุ่มเหงื่อจะทำให้ระบายอากาศและอุณหภูมิในร่างกายไม่ดี ทำให้การขยับหรือเคลื่อนที่ไม่คล่องตัว จึงแนะนำให้ใส่เสื้อที่ระบายอากาศได้ดี หรือเลือกใส่เสื้อกล้ามที่สามารถระบายความร้อนได้ดีที่สุด

4.เตรียมของกันแดด และปรับเวลาวิ่ง : หากว่าซ้อมวิ่งในช่วงเช้าหรือช่วงที่มีแดดแรงก็ควรใช้ครีมกันแดด สวมหมวกกันแดด และใส่แว่นกันแดด เพื่อป้องกันไม่ให้แสงแดดทำร้ายผิวหนังและสายตามากจนเกินไป หรืออาจจะลองปรับช่วงเวลาวิ่งใหม่ เช่น ตื่นไปวิ่งตั้งแต่เช้ามืด หรือไม่ก็รอให้แดดหมดก่อน หรือหลบร้อนไปวิ่งในยิมแทนก็ถือเป็นไอเดียที่ไม่เลวเหมือนกัน

5.หมั่นสังเกตสัญญาณเตือนจากร่างกาย : ควรเตรียมร่างกายให้พร้อม พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอก่อนออกไปวิ่ง และคอยตรวจเช็กอาการผิดปกติขณะวิ่งเสมอ เช่น หน้ามืด คลื่นไส้ หัวใจเต้นเร็วและรัว ถ้ารู้สึกว่าฝืนร่างกายจนเกินไปหรือใกล้เป็นลมหมดสติให้ค่อย ๆ ผ่อนแรงลง อย่าหยุดวิ่งทันที เพราะอาจเกิดอันตรายจากภาวะ heat exhaustion หรือ heat stroke เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

นพ.โสภณ เมฆธน ประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม(อภ.) และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า หลังจากนพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ได้ลงนามแต่งตั้งตนเป็นประธานคณะกรรมการพิจารณาการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ล่าสุดได้นัดประชุมครั้งแรกขึ้น ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2561 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) โดยจะหารือในกรอบ 5 ขั้น เริ่มจาก 1. ศึกษาสายพันธุ์ในการนำมาใช้สกัดสารเพื่อใช้ทางการแพทย์ โดยอาจเป็นสายพันธุ์ไทย หรือสายพันธุ์ที่พัฒนาจากไทยขึ้นมาอีกหรือไม่ 2.ต้องหาวิธีว่าจะสกัดสารอย่างไรให้ได้คุณภาพ 3. จัดหารูปแบบการผลิตออกเป็นผลิตภัณฑ์ว่าจะเป็นรูปแบบใด 4.ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์แบบใดบ้าง เบื้องต้นเป็นความหวังรักษาอาการทางสมอง เช่น โรคลมชัก พาร์กินสัน รวมทั้งบรรเทาความเจ็บปวดจากโรคมะเร็ง และ 5. แนวทางการควบคุม มาตรการทางกฎหมาย

“โดยจะเริ่มจากระดับห้องทดลอง เพื่อให้เป็นแผนงานนำร่อง หรือเป็นต้นแบบ ( Pilot Plant) ซึ่งจุดนี้จะทำงานควบคู่ไปกับการปรับแก้กฎหมายยาเสพติด ซึ่งคาดว่าเมื่อทดลองได้ในระดับหนึ่ง กฎหมายก็จะมีการปรับแก้แล้วเสร็จ ก็สามารถนำมาใช้ศึกษาวิจัยในมนุษย์ได้ เพราะทราบว่าขณะนี้ประมวลกฎหมายยาเสพติดได้ผ่านคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว คาดว่าขั้นตอนน่าจะประกาศใช้ไม่กี่เดือน” นพ.โสภณ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับประกาศดังกล่าว นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงนามในคำสั่งกระทรวงสาธารณสุข ที่ 530/2561 วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ โดยระบุว่า มีข้อมูลการนำกัญชาซึ่งปัจจุบันจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์อย่างอย่างหลากหลายในต่างประเทศ ขณะเดียวกันตอนนี้ก็อยู่ระหว่างปรับปรุงแก้ไขพ.ร.บ.ดังกล่าวให้ใช้ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 เพื่อการรักษาโรคหรือเพื่อการศึกษาวิจัยได้ ดังนั้นเพื่อรองรับการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์และการศึกษาวิจัยในประเทศอย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ มีความเหมาะสมรัดกุม เพื่อให้การใช้ประโยชน์จากกัญชาในทางการแพทย์เกิดประโยชน์สูงสุดเป็นไปตามหลักวิชาการและกฎหมาย ป้องกันมิให้มีการรั่วไหลไปใช้ในทางที่ผิด

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการ นายโสภณ เมฆธน เป็นประธานฯ ส่วนคณะกรรมการประกอบด้วย 1. ผอ.สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข 2.ผอ.องค์การเภสัชกรรม 3. ผอ.สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 4. นายธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข 5.อธิบดีกรมการแพทย์ 6.อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 7. อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 8. อธิบดีกรมสุขภาพจิต 9. เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) 10. เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด 11. ศ.นพ. ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา 12. คณบดีคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยรังสิต 13. ผศ.วรัญญู พูลเจริญ 14.ผศ.วิเชียร กีรติณิชกานต์ 15. นางสริตา ปิ่นมณี 16.นายอนันต์ชัย อัศวเมฆิน 17.รองเลขาธิการ ที่เลขาธิการ อย. มอบหมาย เป็นกรรมการและเลขานุการ 18. ผอ.กองควบคุมวัตถุเสพติด อย. เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ 19. ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนา อภ.เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

โดยใมีอำนาจหน้าที่เสนอแนะนโยบายและแผนการพัฒนา การนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และการศึกษาวิจัยภายในประเทศต่อกระทรวงสาธารณสุขพัฒนาและวางระบบการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ให้ครบวงจรตั้งแต่การปลูก การปรับปรุงสายพันธุ์ การผลิตสาระสำคัญที่ได้จากกัญชา การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการนำไปใช้ประโยชน์รวมถึงการวางระบบการควบคุม พัฒนาและวางระบบการศึกษาวิจัยเพื่อนำกัญชามาใช้ในทางการแพทย์ในประเทศพร้อมทั้งเสนอความเห็นและคำแนะนำที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการหาปลาช่วงฝนตกติดต่อหลายวันส่งผลให้ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยสำนักไม้เต็ง ต.น้ำพุ อ.เมือง จ.ราชบุรี วันนี้มีชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงต่างนำอุปกรณ์ดักจับปลาทั้งแห ตะคัด มาจับปลากันบริเวณสปิลเวย์น้ำล้นกันอย่างคึกคัก โดยมีนักจับปลาทั้งมือสมัครเล่น และมืออาชีพนำอุปกรณ์กันมาจับได้ปลาหลากหลายชนิด ทั้ง ปลาตะเพียน ปลาสร้อยขาว ปลาตะกับ มีพ่อค้า แม่ค้านำถังใส่น้ำแข็งเข้ามารับซื้อถึงที่นำไปจำหน่ายอีกต่อหนึ่ง ทำให้แต่ละคนมีรายได้ในการจับปลาขายวันนี้ไม่ต่ำกว่าคนละ 300-500 บาท บางคนก็ยังแบ่งส่วนหนึ่งนำไปทำอาหารมื้อเย็นได้ปลาสด ๆ จากอ่างเก็บน้ำ

ขณะที่จากการฝนตกหนักจนน้ำล้นสปิลเวย์อ่างเก็บน้ำ ทำให้เกิดปัญหากับประชาชนที่อยู่ใต้น้ำในหลายตำบลเช่นกัน โดยนายปรีชา เริ่มภักดิ์ นายกเทศมนตรีตำบลห้วยชินสีห์ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่เขตเทศบาลห้วยชินสีห์ ขณะนี้หลังจากที่อ่างเก็บน้ำห้วยสำนักไม้เต็งได้ล้นสปิลเวย์ลงพื้นที่ด้านล่าง ส่งผลอาจทำให้หลายตำบลในเขตอำเภอเมืองเริ่มได้รับผลกระทบเรื่องของน้ำล้นตลิ่ง จะเป็นการส่งผลต่อบ้านเรือนประชาชนที่ปลูกบ้านเรือนอยู่ใกล้ริมคลองอ่างทอง 1 ทั้งสองฝั่งครอง จึงได้ออกสำรวจติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ตามบริเวณลำห้วย เส้นทางการระบายน้ำ พร้อมแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พนักงานเทศบาลช่วยกันกำจัดผักตบชวา วัชพืชที่กีดขวางทางน้ำตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา

โดยวันนี้ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อ่างเก็บน้ำห้วยสำนักไม้เต็ง ต.น้ำพุ ว่า มีน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยสำนักไม้เต็งที่เกิดจากฝนตกหนักหลายวันทำให้มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 36 ล้านลูกบาศก์เมตรแล้ว ส่งผลทำให้ล้นสปิลเวย์ และได้ลงสู่ลำห้วยผ่านลงไปที่ลำห้วยนาคอก ลำห้วยดอนแร่ มีผลกระทบในเขตเทศบาลห้วยชินสีห์ที่บริเวณลำห้วยอ่างทอง 1 ขณะนี้ได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่ในพื้นที่ให้ช่วยประชาสัมพันธ์ผ่านหอกระจายข่าวของหมู่บ้าน เช่น หมู่ 3 หมู่ 5 หมู่ หมู่ 1 หมู่ 2 มีผลกระทบโดยตรงกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณริมลำห้วยให้เก็บข้าวของที่จำเป็นขึ้นที่สูง เพื่อเตรียมการรองรับสถานการณ์น้ำท่วมที่จะเอ่อล้นลำห้วยท่วมที่อยู่อาศัย และพืชผลการเกษตรของชาวบ้านเป็นการป้องกันก่อนในเบื้องต้น