รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งรับผิดชอบงานยกระดับ

เศรษฐกิจฐานชุมชน (Local Economy) ก็ได้ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับคณะผู้แทนสภาเกษตรกรจังหวัดพิษณุโลกเพื่อหารือแนวทางพัฒนาผู้ประกอบการเกษตรแปรรูป (SMEs เกษตร) และร่วมประชุมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ภาคเหนือเพื่อรับฟังปัญหาอุปสรรคการดำเนินงานตลอดจนการหาแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังได้ตรวจความพร้อมของศูนย์ ITC ซึ่งตั้งอยู่ภายในศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก โดยได้เริ่มเปิดให้บริการด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ครบวงจร บริการเครื่องมืออุปกรณ์เพื่อผลิตสินค้าต้นแบบ มีที่ปรึกษาจากสถาบันการศึกษาในพื้นที่ ซึ่งมีผลงานวิจัยและองค์ความรู้ด้านอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป และมีเครื่องจักรกลางไว้บริการ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับงานออกแบบพร้อมซอฟแวร์ เครื่องพิมพ์สามมิติ เครื่องเจาะผิวชิ้นงานด้วยเลเซอร์ เครื่องตัดต้นแบบบรรจุภัณฑ์ เครื่องพิมพ์สติ๊กเกอร์/ไวนิลระบบอิงค์เจ็ท และเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับโรงงานต้นแบบ

นอกจากนี้ยังได้เดินทางไปเยี่ยมชมและหารือผู้บริหารบริษัทเครื่องจักรกลเกษตรไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องจักรกลการเกษตร ประเภทรถเกี่ยวนวดข้าว ซึ่งเป็นบริษัทในโครงการ Big Brothers เป็นการนำอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มาช่วยยกระดับ SME เตรียมความพร้อมรับความต้องการของตลาดโลก และเยี่ยมชมกิจการของบริษัท เอ-วัน ฟู้ดโปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ แปรรูปจากเนื้อสัตว์ อาทิ เบคอนแฮม หมูยอ ซึ่งบริษัทดังกล่าวถือเป็นสถานประกอบการ ที่ได้รับสินเชื่อกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐในพื้นที่ เพื่อลงทุนเครื่องจักรให้มีความทันสมัย และมีเทคโนโลยีที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ นายสมชาย ยังได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและหารือผู้นำชุมชนโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry Village: CIV) ชุมชนบ้านนาต้นจั่น ต.บ้านตึก อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีการอนุรักษ์การทอผ้าแบบดั่งเดิม โดยใช้กี่พื้นเมืองทอเป็นผ้ายกดอก ซึ่งกระทรวงฯ ได้เข้าไปช่วยในการให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกกับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ และต้นแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ (Prototype Products) พัฒนาตราสินค้าให้เป็นที่รู้จักในตลาดเป้าหมาย พัฒนาการดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรม และการจัดกิจกรรมแสดงผลงานและทดสอบตลาดตามแนวคิดการพัฒนาหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เชื่อมโยงกิจกรรมการให้บริการการท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก คาดการณ์ว่า ในปี 2020 โรคซึมเศร้าจะเป็นสาเหตุการสูญเสียปีสุขภาวะสูงเป็นอันดับ 2 รองจากโรคหัวใจหลอดเลือด โดยวัดจากปีสุขภาวะที่สูญเสียไปจากโรคและการบาดเจ็บของประชากร (Disability-Adjusted Life Years-DALYs) จากปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม สำหรับประเทศไทยถือเป็นปัญหาที่เฝ้าจับตามองอันดับ 4 เป็นเรื่องที่สังคมต้องให้ความสำคัญ เพราะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างมาก

เนื่องจากผู้ป่วยโรคนี้หากมีอาการรุนแรงจะเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย หรือมีชีวิตคล้ายคนพิการทางสมอง ไม่สามารถทำงานได้ กระทรวงสาธารณสุข ได้เร่งแก้ไขปัญหานี้มาโดยตลอด โดยกรมสุขภาพจิตได้ให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับโรคนี้แก่ประชาชน และเพิ่มการเข้าถึงบริการต่าง ๆ ทำให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าสามารถเข้าถึงบริการได้เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 20 เป็นร้อยละ 50 อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้เจ้าสาธารณสุขและอาสาสมัครสาธารณสุข เร่งให้ความรู้ประชาชน ครอบครัว เพื่อให้สามารถสังเกตอาการและเฝ้าระวังความผิดปกติของตนเองหรือผู้ใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้สูงอายุ วัยรุ่น ผู้มีโรคประจำตัว และส่งเข้ารับคำปรึกษากับเจ้าหน้าที่ นักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน

นพ.เจษฎา กล่าวต่อว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ขอให้ประชาชนใช้เวลากับครอบครัวอย่างมีอบอุ่น สร้างความสัมพันธ์ ความผูกพันในครอบครัว กลับไปอยู่กับพ่อแม่ ผู้สูงอายุ อย่าให้ท่านรู้สึกโดดเดี่ยวหรือถูกทอดทิ้ง นอกจากนี้ อาจใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นตัวช่วยสร้างความเข้มแข็งของสายใยครอบครัว เช่น ไลน์กลุ่มครอบครัว ซึ่งจะทำให้ผู้สูงอายุ ได้เห็นข้อมูลข่าวสารของลูกหลาน และข้อมูลอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ด้วย

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในผู้ที่เริ่มมีอาการจะสามารถสังเกตตนเองได้ แต่หากมีอาการรุนแรง ครอบครัว ผู้ใกล้ชิด จะต้องช่วยกันสังเกตว่า มีอาการดังต่อไปนี้ 1.มีอารณ์ซึมเศร้า 2.ความสนใจในกิจกรรมต่าง ๆ แทบทั้งหมดลดลงอย่างมาก 3.น้ำหนักลดลงหรือเพิ่มขึ้นมาก เบื่ออาหารหรือเจริญอาหารมาก 4.นอนไม่หลับหรือหลับมากเกินไป 5.กระวนกระวายอยู่ไม่สุขหรือเชื่องช้าลง 6.อ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง 7.รู้สึกตนเองไร้ค่า 8.สมาธิลดลง ใจลอย หรือลังเลใจไปหมด 9.คิดเรื่องการตายหรือคิดอยากตาย หากพบอาการในข้อ 1 หรือ 2 อย่างน้อย 1 ข้อ หรือมีอาการ 5 ข้อหรือมากกว่า เป็นอยู่อยู่นาน 2 สัปดาห์ขึ้นไป และมีอาการตลอดเวลา แทบทุกวัน หมายถึงมีภาวะซึมเศร้า ควรได้รับบริการปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ หรือพบแพทย์เพื่อการบำบัดรักษา

ทั้งนี้ โรคนี้ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ส่วนใหญ่มาจากปัญหา “กาย จิต สังคม” ทางกาย เช่น ผู้ป่วยมีความผิดปกติของระดับสารเคมีที่เซลล์สมองสร้างขึ้นเพื่อรักษาสมดุลของอารมณ์ มีประวัติโรคซึมเศร้าในครอบครัว ซึ่งการรักษาจะใช้ยาช่วยปรับระดับสารเคมีในสมอง ทางจิตใจ ผู้ป่วยจะมีความคิดด้านลบกับทุกสิ่ง ในการแก้ไขจะใช้พฤติกรรมบำบัดโดยนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ และทางสังคม จากปัญหาครอบครัว การทำงาน การเรียน ยาเสพติด เป็นต้น ประชาชนสามารถประเมินตนเองด้วยแบบประเมินโรคซึมเศร้าได้ ทางเว็บไซต์กรมสุขภาพจิต http://www.dmh.com/ และแอปพลิเคชั่น smilehub หรือปรึกษาสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง

วันที่ 25 ธ.ค. หลังจากที่ผู้สื่อข่าวได้นำเสนอข่าวของคุณตาปรีชา ธนะวัฒน์ อายุ 79 ปี ใช้ชีวิตลำพังอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ ในพื้นที่หมู่ 6 ต.ต้นโพธิ์ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ไม่มีไฟฟ้าใช้ มีเพียงตะเกียงน้ำมันอันเล็กที่ใช้เป็นแสงไฟส่องในเวลากลางคืน ไม่มีน้ำประปาแต่ใช้น้ำคลองข้างๆ บ้านมาทดแทน ซึ่งคุณตาปรีชา ก็แก่มากแล้ว มีฐานะยากจน มีอาชีพเผาถ่านขาย และเนื่องจากบ้านที่คุณตาปรีชา อยู่ในขณะนี้นั้นอยู่ในพื้นที่สาธารณะ ทางการไฟฟ้าจึงไม่สามารถมาติดตั้งไฟฟ้าให้ได้ แต่สามารถติดไฟฟ้าชั่วคราวได้แต่เนื่องจากไฟฟ้าชั่วคราวนั้นมีค่าใช้จ่ายในอนาคต เกรงว่าจะทำให้คุณตามีภาระ จึงได้ขอยกเลิกในการติดตั้งไฟฟ้าชั่วคราวในครั้งนี้ไป

ล่าสุดได้มีผู้ใจบุญจากที่ต่างๆ ที่ทราบข่าวต่างพากันซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่มมาช่วยเหลือ คุณตาปรีชา และกลุ่มออฟโรด ปันรอยยิ้ม Give For Life ซึ่งได้ทราบข่าวในเรื่องนี้จึงได้รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ที่นอนหมอนมุ้งและแผงโซลาร์เซลล์มามอบให้คุณตาปรีชา

นายบรรพต ดีปฐมทอง อายุ 35 ปี ตัวแทนของกลุ่มออฟโรด ปันรอยยิ้ม Give For Life กล่าวว่า ทางกลุ่มปันรอยยิ้มได้ทราบข่าวคุณตาปรีชา จึงได้ปรึกษากับสมาชิกในกลุ่มว่าอยากมาช่วยเหลือ และเป็นที่มาในวันนี้ในการมามอบและติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งปกติแล้วทางกลุ่มปันรอยยิ้มจะไปช่วยเหลือสร้างโรงเรียนและห้องน้ำให้กับผู้ที่ลำบากอยู่แล้ว สำหรับชีวิตคนเราก็มีเพียงคนสบายกับคนลำบากเท่านั้น เราจึงรวบรวมเงินจากคนที่สบายมาช่วยคนที่ลำบากกว่า เราไม่ได้มาเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ แต่เรามาเป็นกำลังใจให้กันและกันให้รู้ว่าคนไทยไม่ทิ้งกัน สำหรับใครที่ได้รับความเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งมาใน เพจ ปัน..รอยยิ้ม friendly club ได้

ด้านคุณตาปรีชา ซึ่งดีใจจนน้ำตาคลอตลอดเวลาได้บอกว่า ดีใจที่สุดในชีวิตที่ทุกคนมาช่วยเหลือในวันนี้ คืนนี้บ้านของตนจะสว่างไสวไปทั่วบริเวณแล้ว และดีใจที่มีคนใจบุญมากมายมาช่วยเหลือมอบสิ่งของต่างๆ ตนขอขอบคุณทุกท่านที่เป็นผู้ใจบุญในครั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวได้ถามต่อว่า อยากได้อะไรเพิ่มเติมไหม คุณตาปรีชา ตอบว่า อยากได้ห้องน้ำอีกซักอย่าง เพราะที่มีอยู่มันเก่าผุพังมาก ขออีกเพียงอย่างเดียวก็จะไม่ขอสิ่งใดอีกแล้ว ซึ่งทาง กลุ่มออฟโรด ปันรอยยิ้ม Give For Life ได้รับปากว่าจะมาสร้างห้องน้ำใหม่ให้อีกในคราวหน้า

พาณิชย์จังหวัดหนองคาย จัดงานจัดจำหน่ายกระเช้าของขวัญเทศกาลปีใหม่-ชุดของขวัญข้าวดีเมืองหนองคาย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดให้ดียิ่งขึ้น

ที่ศูนย์การค้าอัศวรรณช็อปปิ้งคอมเพล็กซ์ นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานเปิดงานจัดจำหน่ายกระเช้าของขวัญเทศกาลปีใหม่ และชุดของขวัญข้าวดีเมืองหนองคาย

ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดหนองคาย โดยการกระตุ้นการค้าให้คึกคัก ให้มีการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจดีขึ้น ซึ่งจะมีจุดจำหน่ายจำนวน 4 จุด คือศูนย์การค้าอัศวรรณ 1 ศูนย์การค้าอัศวรรณ 2 ห้างเมก้าโฮมสาขาหนองคาย ร้านประชารัฐบริเวณปั๊ม ปตท.สาขาถนนมิตรภาพ หนองคาย-อุดร สำหรับสินค้าที่จัดกระเช้า ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ ข้าว 3 สี กล้วยทอด กล้วยตาก มะนาวน้ำผึ้ง น้ำมัลเบอร์รี่ เป็นต้น ทั้งนี้มีระยะเวลาการจัดจำหน่ายตั้งแต่ธันวาคม 2560-มกราคม 2561

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีช้างสีดอเพศผู้ หรือ “เจ้างาเล็กจอมซ่าส์” อายุประมาณ 8 ปี อาศัยอยู่ในเขตสวนป่าทองผาภูมิ ต.ห้วยเขย่ง อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ได้แยกตัวออกจากโขลงมาหากินตามลำพัง และปรากฏตัวให้ชาวบ้านเห็นบ่อยครั้งในช่วงประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา กระทั่้งหลังจากวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ช้างป่าตัวดังกล่าวได้หายเข้าไปในป่าไม่ออกมาอีกเลย

ล่าสุดเมื่อเวลา18.22น. ที่ผ่านมา นายเสด็จ ฮุยอวน หัวหน้าสวนป่าทองผาภูมิ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวัง พบเจ้างาเล็กจอมซ่าส์ เดินข้ามถนนบริเวณถนนหลวงหมายเลข 3272 ทองผาภูมิ-บ้านไร่ หลัก กม.ที่ 25-26 หมู่ที่ 8 ต.ห้วยเขย่ง ทางเข้าสวนป่าทองผาภูมิอีกครั้ง เชื่อว่าเนื่องจากยังมีพืชเกษตรของชาวบ้านคงเหลืออยู่ โดยเฉพาะมันสำปะหลัง ทั้งนี้เจ้างาเล็กจะหลบพักในเขตสวนป่าทองผาภูมิ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ในช่วงกลางวันบริเวณแปลงปลูกป่าปี 2523 ใกล้ๆหมอนไม้สัก และจะข้ามถนนออกไปหากินพืชไร่ของชาวบ้านในช่วงค่ำ ก่อนข้ามกลับเข้าไปในสวนป่าฯในช่วงเช้าของวันถัดไป

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับ ชาวบ้านกลุ่มจิตอาสา ช่วยกันเฝ้าระวังและติดตามคอยเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนบริเวณดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับคนและช้าง พร้อมฝากเตือนผู้ใช้ถนนให้ระมัดระวังช้างป่าข้ามถนนบริเวณดังกล่าวเป็นพิเศษ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ ซึ่งคาดว่าเจ้างาเล็กจะข้ามถนนอีกหลายวัน

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยา “พายุ “เท็มบิน” (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 26-28 ธ.ค. 2560)” ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 26 ธ.ค. 2560 ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ (26 ธ.ค. 2560) พายุโซนร้อน “เท็มบิน” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 8.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 105.3 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนตัวผ่านทางตอนใต้ของประเทศเวียดนามในวันนี้

และมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ตามลำดับ (ทั้งนี้เนื่องจากพายุเคลื่อนที่มาปะทะกับอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยจึงทำให้อ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว) ก่อนจะเคลื่อนตัวลงสู่อ่าวไทยและภาคใต้ของประเทศไทย ในช่วงวันที่ 26-27 ธ.ค. 2560

ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเกิดขึ้นได้ สำหรับภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ในบริเวณจ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม

สำหรับคลื่นลมในบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ในช่วงวันที่ 26-27 ธ.ค. 2560 ไว้ด้วย

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้ และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศหนาวเย็นต่อเนื่องและอุณหภูมิลดลง 1-2 องศาเซลเซียส โดยมีฝนเกิดขึ้นบางพื้นที่ในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกและภาคกลางตอนล่าง ส่วนบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวจัด ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

สำหรับภาคใต้มีฝนเล็กน้อย และคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระวัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ ทางตอนบนของภาคอากาศหนาว กับมีหมอกบางพื้นที่ อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 11-15 องศาเซลเซียส ส่วนทางตอนล่างอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 17-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-30 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 1-6 องศาเซลเซียส กับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลงอีกเล็กน้อย โดยมีฝน ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 11-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-28 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส โดยมีฝน ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส โดยมีฝน ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จ.สุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ตั้งแต่จ.นครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-45 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็น กับมีหมอกบางพื้นที่ อุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย โดยมีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

นอกจากนี้ สถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร (สสนก.) bndindia.com กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ยังได้เผยแบบจำลองสภาพอากาศ หรือวาฟ-รอม โดยพบว่าจากอิทธิพลของ พายุเท็มบินทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตก ในวันที่ 26-27 ธ.ค.นี้ เป็นฝนตกปรอยๆแต่ตกต่อเนื่องยาวๆ โดยระหว่างวันที่ 27-28 ธ.ค.นี้ มีบริเวณความกดอากาศสูงแผ่ลงมาทางตอนเหนือของไทย ทำให้อุณหภูมิลดลง พร้อมทั้งมีฝนตกเกิดขึ้นเกือบทุกภาค ซึ่งเรียกว่าภาวะฝนควบหนาว โดยในวันที่ 26 ธ.ค.นี้ กทม.จะมีฝนตกตั้งแต่ช่วงกลางคืนถึงเช้าวันที่ 27 ธ.ค.นี้ และตกเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่จะตกต่อเนื่องได้ตลอดทั้งวัน ซึ่งในช่วงเช้าวันที่ 27 คาดว่า กทม.จะมีอุณหภูมิประมาณ 20 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่านั้น และมีฝนตกควบคู่กัน

เกษตรฯ หนุนเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยาง แปรรูปหมอนยางพาราส่งขายในจีน เผยยอดสั่งซื้อ 2.4 แสนใบต่อปี เล็งขยายความร่วมมือไปยังประเทศอื่น พร้อมสั่งการยางฯ เร่งวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์หมอนยางพาราให้มีคุณภาพสูงตรงตามความต้องการของผู้ใช้

นายสุพัฒน์ เอี้ยวฉาย ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาซื้อ-ขาย หมอนยางพาราเพื่อจำหน่ายในสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่าง เครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง หมอนยางพารา “สิรี” ในฐานะผู้แทนจำหน่ายในไทย และบริษัท Sichuan Kennan Trading Co,.LTD. ผู้จัดจำหน่ายในสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า ยางพาราเป็นสินค้าเกษตรที่มีราคาผันผวน ส่งผลกระทบต่อรายได้เกษตรกรเป็นอย่างมาก กลุ่มสหกรณ์และวิสาหกิจชาวสวนยางพารา จึงได้นำน้ำยางพารามาแปรรูปเป็นสินค้าต่าง ๆ โดยเฉพาะหมอนยางพารา ซึ่งได้มีการผลิตมาระยะหนึ่ง แต่หลายแห่งมีปัญหาด้านการตลาด

สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจของเกษตรกรชาวสวนยาง และเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง โดยมีนายธีระชัย แสนแก้ว ประธานคณะกรรมการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางพารา และ นายบัวสอน ประชามอญ ประธานที่ปรึกษาเครือข่ายผลิตหมอนยางพารา “สิรี” มีความตั้งใจที่จะดูแลเกษตรกรชาวสวนยางให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในผลิตภัณฑ์จากยางพาราโดยเฉพาะน้ำยางสด จึงได้ตกลงร่วมกันผลิตหมอนยางพารา ส่งให้กับแบรนด์ “สิรี” ซึ่งจะรับผิดชอบในการรวบรวม รับซื้อหมอนยางพาราจากกลุ่มสหกรณ์และวิสาหกิจเครือข่าย

ไปจำหน่ายยังประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่ ภายใต้แบรนด์ “สิรี” ในการผลิตหมอนยางพาราแท้ 100% ซึ่งเป็นที่ต้องการสูงมากในประเทศจีน และมีการซื้อขายกันมาเกือบ 2 ปีแล้ว โดยขณะนี้มียอดสั่งซื้อเบื้องต้น 2 หมื่นใบต่อเดือน หรือ 2.4 แสนใบต่อปี ซึ่งเป็นปริมาณใกล้เคียงกับกำลังการผลิตเบื้องต้นของกลุ่มสหกรณ์และวิสาหกิจชุมชน หากอนาคตมียอดสั่งซื้อมากขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องสนับสนุนเพื่อขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับตลาดเพิ่ม อย่างไรก็ตาม พบว่าในประเทศจีนมีทั้งหมอนจำหน่ายที่มีคุณภาพ และไม่มีคุณภาพ แต่ภายใต้ความร่วมมือนี้จะทำให้ผู้ใช้เกิดความมั่นใจได้ว่า การผลิตหมอนยางพาราภายใต้แบรนด์ “สิรี”ของไทย จะสามารถควบคุมคุณภาพที่ผู้ใช้จะได้รับประโยชน์อย่างคุ้มค่าแน่นอน