ราคาเมล็ดพันธุ์ที่เจ้าของจำหน่ายอยู่ เมล็ดละ 1 บาท

ต้นที่เพาะในถาด 5 บาท หากแยกลงถุงดำต้นละ 10 บาทดินที่ปลูก เจ้าของบอกว่า ระดับน้ำควรห่างจากสันแปลงไม่น้อยกว่า 1 เมตร หากน้ำใกล้รากมะละกอเกินไป อาจเหี่ยวเฉาได้ มะละกอต้องการความชื้น แต่ไม่ชอบดินแฉะ วิธีเตรียมดิน ใช้รถตีดิน เป็นการพรวนดินนั่นเอง

เกษตรกรรายนี้ ปลูกมะละกอโดยใช้ระยะระหว่างต้นระหว่างแถว 2 เมตร ใน 1 หลุม ปลูกมะละกอ 2 ต้น เมื่อมีดอกก็คัดเพศดอกที่มีลักษณะรูปขวดเรียวๆ เหมือนขวดเหล้า เป็นดอกกระเทย ผลออกมายาว เป็นที่ต้องการของผู้ปลูก

ต้นที่ดอกเหมือนดอกบัวตูม เป็นต้นตัวเมีย ผลที่ออกมาอ้วนป้อม ขายไม่ได้ เจ้าของจะตัดทิ้ง

ใน 1 หลุม มี 2 ต้น เมื่อพบว่ามีดอกกระเทยทั้งสองต้น ตัดทิ้งต้นหนึ่ง หากพบว่ามีดอกกระเทยและดอกตัวเมีย ตัดต้นตัวเมียทิ้ง แต่หากพบว่า มีเป็นต้นตัวเมียทั้งคู่ ตัดทิ้งทั้งคู่แล้วปลูกใหม่ ในระยะเวลา 3 เดือน เจ้าของบอกว่า เร่งให้ทันกันได้ แต่หากช้ากว่านั้น เจ้าของบอกว่าไม่ทัน

เรื่องการดูแลรักษา หน้าแล้งเจ้าของรดน้ำให้วันเว้นวันปุ๋ย ต้นเล้กๆใส่สูตร 25-7-7 ปริมาณขนาด 1 ช้อนกาแฟทุกๆ 7 วัน เมื่อมีผลใส่สูตร 8-24-24 เดือนละครั้ง ต้นละ 1 ช้อนโต๊ะ เมื่อเก็บผลผลิตใส่สูตร 13-13-21 จำนวน 2 ครั้งต่อเดือน ส่วนปุ๋ยคอก ใส่ขี้ไก่ ช่วงที่ยังไม่เก็บผลผลิต เมื่อมีผลผลิตใส่ขี้ค้างคาว ช่วยให้เนื้อมีคุณภาพดี รสชาติหวาน ข้อควรพิจารณาในการใส่ปุ๋ย หากต้นมะละกอใบยังเขียวเข้มอยู่ แสดงว่าอาหารยังมีมาก อาจจะลดปริมาณปุ๋ยลง หากผลผลิตดก ใบไม่สมบูรณ์ อาจจะเพิ่มปุ๋ยให้มากขึ้น

โรคมะละกอที่น่ากลัวมาก คือโรคใบด่างวงแหวน ไม่มีทางรักษา เพียงแต่ป้องกัน โดยป้องกันแมลงที่เป็นพาหะ หากพบว่ามะละกอเป็นโรคต้องรีบตัดทิ้ง ห้ามเสียดายเป็นอันขาด

คุณปรุงและลูกชาย ปลูกมะละกอแล้วห่มผ้าให้ที่ผลมะละกอ โดยใช้ผ้าซับในกระโปรง สีขาว (ยังไม่เคยใช้ ซื้อมาใหม่) ห่อรอบบริเวณที่ติดผล ผ้าที่ห่อหรือห่มให้ ช่วยป้องกันแมลงได้ส่วนหนึ่ง ทำให้คุณภาพของผลผลิตดีขึ้น ป้องกันแสงแดดที่ร้อนจัดทำลายผิวผล

หลังปลูก 8 เดือน เริ่มเก็บผลผลิตได้ เจ้าของเก็บอยู่ได้นาน 14 เดือน เท่ากับว่าตั้งแต่ปลูกจนตัดต้นทิ้งแล้วปลูกใหม่ ใช้เวลา 22 เดือน ระยะเวลาที่เก็บผลผลิตอยู่ 14 เดือน เจ้าของบอกว่า น้ำหนักผลผลิตที่สมบูรณ์จำหน่ายได้ราคาดี มีราว 100 กิโลกรัมต่อ 14 เดือนต่อต้น

“จุดเด่น หากสมบูรณ์ดีเนื้อสีแดงเข้ม รสชาติหวานมีเค็มนิดๆ เนื้อกรอบเมื่อไม่สุกจัด เนื้อไม่นิ่มไม่เละเมื่อสุกมาก เมื่อก่อนการขาย คัดเล็ก กลาง ใหญ่ ผลขนาดเล็กขายได้ราคาดีกว่า ทุกวันนี้ บางครั้งขายคละกันไป ราคาเคยขายจากสวนสูงสุด 30-35 บาท เฉลี่ยอยู่ที่ 25 บาทต่อกิโลกรัม ตลาดห้างเดอะมอลล์มาซื้อ แม่ค้าที่อตก.ซื้อไปขาย เขาได้ชิม จึงมาติดต่อซื้อ ที่อื่นมีศาลายา ตลาดน้ำดอนหวาย นครชัยศรี”

คุณสมจินต์บอก และให้แนวคิดอีกว่า

“มะละกอคนหนึ่งดูแลได้ 5 ไร่ 2 คน 10 ไร่ คนนำออกไปปลูกนอกเขต รสชาติไม่ดีนัก รายได้ดีกว่าที่เคยทำงานอยู่ คนอยู่ถิ่นอื่น อย่างนครสวรรค์ ลพบุรี อยากปลูก เมื่อมีผลผลิตต้องนำออกเผยแพร่ ให้เขาชิม ต้องทำผลผลิตให้มีคุณภาพ การรักษาคุณภาพต้องดูผิวผล เก็บอย่างนุ่มนวล ใช้จำปาสอย ผลผลิตห่อด้วยโฟม”

คุณขันนาค ดวงสร้อยทอง แม่ค้าขายผลไม้อยู่ที่ตลาดนครชัยศรี ขายมะละกอของคุณปรุงมากว่า 10 ปีแล้ว

“มะละกอของนายปรุงเนื้อแน่น หวาน ซื้อมาอาทิตย์ละ 2 ครั้ง จันทร์และพฤหัสฯ ครั้งละ 100 กิโลกรัม ขายหมด คนนิยมมาก”คุณขันนาคบอก

ดูราคามะละกอที่เกษตรกรรายนี้ขายได้แล้ว น่าสนใจมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะปลูกได้ง่ายๆ ปัจจัยการผลิต โดยเฉพาะเรื่องปุ๋ยต้องใส่ให้มาก สวนคุณปรุงและลูกชายได้เปรียบถิ่นอื่น เพราะดินเหนียว มีธาตุอาหาร โดยเฉพาะโปแตสเซี่ยมสูง ช่วยเพิ่มความหวาน

สวนเหยิมเหยิมได้ต้อนรับหญิงสาวคนหนึ่งยามค่ำคืน เธอเป็นคนปลูกสตรอเบอรี่ ที่เชียงราย เราคุยกันตามประสาคนสวนที่อยากมีชีวิตอยู่กับการทำสวนอย่างจริงจังและมีความสุขกับงาน การมีความสุขกับงานฉันถือว่าเป็นความสำคัญยิ่ง เพราะในชีวิตเรานั้นเราอยู่กับการงานมากกว่าอื่นใด และการงานที่เป็นสุขจะช่วยเราได้ในหลายๆ อย่าง เช่น ช่วยให้เราหายเศร้า หายเหงา ช่วยให้เรามั่นคงในจิตใจ

เธอเล่าเรื่องการปลูกสตรอเบอรี่ ในเนื้อที่หนึ่งไร่ เธอบอกว่าไม่ยากแต่ต้องเอาใจใส่ในรายละเอียดมาก

“การเอาใจใส่ในรายละเอียดมาก นั่นแหละยากละ” ฉันว่า

ส่วนรายได้นั้นเธอบอกว่า พอใช้จ่ายและเหลือสำหรับปลูกในปีต่อไป โชคดีที่เธอเลือกที่จะทำในสิ่งที่รักตั้งแต่วัยเยาว์ ไม่รอจนแก่เฒ่าและไม่มีแรง เพราะหากว่ารอไปจนถึงวัยเกษียณมันก็จะช้าไป

“ยังรู้สึกว่าช้าไปเหมือนกันเพราะเริ่มสูงวัยแล้วกว่าจะออกจากงานออกจากเมืองหลวงได้” ฉันบอกเธอ

และเล่าให้ฟังว่า ที่นี่ก่อนหน้านี้มีน้องคนหนึ่งมาปลูกเสาวรสอยู่ใกล้ๆ ในวันที่เธอเริ่มต้นมาเช่าที่ปลูก เธอพูดกับฉันว่า ถ้ามันได้ผลเธอจะได้ลาออกจากงานประจำ หนึ่งปีผ่านไปสวนเสาวรสของเธอไม่ได้ผลและเธอหยุดทำ ฉันรู้สึกเสียใจกับเธอเงียบๆ ที่เธอไม่สามารถออกจากงานประจำได้ สำหรับฉันคนทำงานประจำมายาวนานถึงยี่สิบปี ย่อมเข้าใจและรู้ถึงความรู้สึกของคนที่อยากจะออกจากงาน

ฉันก็เช่นกัน อยากจะออกจากงานประจำมานานแล้วแต่ไปติดตรงที่คิดว่าตัวเองสำคัญถ้าออกจากงานจะกระทบกระเทือนต่อหน่วยงาน อีกทั้งต้องผ่อนคอนโดฯ ที่เพิ่งซื้อใหม่ด้วย เหมือนติดกับดัก กว่าจะออกมาได้ รอจนถึงช่วงค่าเงินบาทลดตกงานนั่นแหละ

เมื่อถามหญิงสาวว่า ทำไมถึงเลือกทำสตรอเบอรี่ เธอบอกว่าเพราะมันโรแมนติก อีกทั้งพื้นที่ของเราก็สามารถปลูกสตรอเบอรี่ได้ด้วย

ดีเลย เราจะปลูกสตรอเบอรี่กับกุหลาบ ด้านหน้าเป็นกุหลาบด้านหลังเป็นสตรอเบอรี่ ความฝันบรรเจิดมาก

สวนเหยิมเหยิมก็จะมีสตรอเบอรี่กับกุหลาบ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ไปกันได้ดี เริ่มจากต้องเอากล้วยออกก่อน เพราะกล้วยเริ่มทรุดโทรมขาดการดูแลเอาใจใส่ เรียกว่าปลูกแบบทิ้งขว้าง

เธอบอกว่า เริ่มจากเตรียมผืนดินก่อนโดยการปลูกถั่ว ปอเทือง และเริ่มปลูกในฤดูกาลถัดไปคือเดือนกันยายนปีหน้า

ชาวเหยิมเหยิมตื่นเต้นตั้งแต่ยังไม่ลงมือปลูก เริ่มจากการเก็บฟางในนาข้าวมาไว้ก่อน คราวนี้มาถึงตอนปรับไถพื้นที่ ปรากฏว่าค่าไถหมื่นห้าพันบาท โอ!…งบประมาณสูงทีเดียว แค่ไถปรับห้าพันบาท คงต้องคิดใหม่ หันไปดูกล้วยน้ำว้า หรือจะอยู่กับกล้วยน้ำว้ากันต่อไป ว่าไปกล้วยน้ำว้าก็ยังให้ผลผลิตอยู่ ถ้าแยกหน่อมาปลูก ตัดต้นเก่าทิ้งเราก็ยังได้ผลผลิตของกล้วยน้ำแม้ว่ามันจะราคาถูกแค่หวีละสามบาทแต่อย่างไรก็ยังมีคุณค่า บางทีคุณค่ากับราคาเราต้องแยกออกจากกัน ความพิเศษของมนุษย์เช่นเราคือการปรับตัวและหาความดีเพื่ออยู่รอด แต่ถ้ากล้วยรู้คงเสียใจ ว่าแล้วก็ตัดใบกล้วยมาทำห่อหมกปลอบใจไปก่อน

ช่วงนี้ใครๆ ก็พูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมการกำจัดขยะ เรามีใบกล้วยเป็นของตัวเองก็ดีแล้ว

เป็นการทำห่อหมกเพื่อปลอบใจกล้วยก็ว่าได้ ตัดใบกล้วยมาตากให้พอเหี่ยวๆ เหลาไม้กลัดให้พอเหมาะ มาช่วยกันทำกระทง สำหรับใส่ห่อหมก การเย็บกระทงให้สวยเป็นเรื่องไม่ง่ายสำหรับคนไม่ฝึกหัดทำ

เริ่มจากปลานิลมาเลยหนึ่งตัว ตำพริกแกง ประกอบด้วย พริกแห้ง ผิวมะกรูด หอม กระเทียม เกลือ ตะไคร้ กะปินิดหนึ่ง เป็นสูตรแบบกลาง ของหนุ่มช่าง ประจำห้องสมุดเหยิมเหยิม

ตำน้ำพริก ขูดมะพร้าว บ้านสวนของเรามีมะพร้าวมากมายแต่ลูกเล็กๆ จึงใช้สองลูก เก็บใบยอมาพร้อม

พริกแกงพร้อม เอามาคลุกกับหัวกะทิใส่ไข่เป็ดลงไปหนึ่งลูกเพิ่มความเข้ม ตามด้วยใบยอ แล้วก็เอาปลาลงไปใส่รวมไว้ คราวนี้ก็ถึงเวลาของกล้วย เอากระทงใบกล้วยมาใส่ตัดใบยอรองก่อนแล้วจึงใส่ชิ้นปลาลงไปโป๊ะกะทิพริกแกงนิดหนึ่ง เอาไปนึ่งจนสุกแล้วเอากะทิหยอดลงไปอีกแล้วนึ่งต่อ

เพื่อนอีกคนบอกว่า พรุ่งนี้เราจะทำลาบหัวปลีกินกัน แหม…เอาอกเอาใจกล้วยกันใหญ่ แกงกล้วยดิบอีกสักหม้อก็ได้ ใครสักคนพูดว่า แม้เราจะปลูกอะไร เราก็จะไม่ลืมกล้วยเพราะกล้วยช่วยให้ดินดี สวนกุหลาบก็ต้องพึ่งกล้วย ยามหน้าแล้ง เอาต้นกล้วยมาสับๆ ล้อมรอบต้นกุหลาบ และกล้วยยังช่วยเป็นปราการซับสารเคมีโดยเฉพาะยาฆ่าหญ้าซึ่งรุนแรงมาก

จากสตรอเบอรี่หวาน กลับมาที่กล้วยเช่นเดิมของชาวสวนเหยิมเหยิม…

สรุปว่า ไม่เป็นไร เราอาจจะไม่ต้องเลือกอะไรเลยเอาสิ่งที่มีอยู่แล้วกว่า 50 ปี ของการทำธุรกิจฟาร์มไก่ แม้ว่าจะเริ่มต้นจากฟาร์มไก่เนื้อ ขยับเติบโตเป็นธุรกิจฟาร์มไก่ไข่ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฟาร์ม จากกรมปศุสัตว์ ทั้งยังเป็นไก่ไข่ออร์แกนิกที่เพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจฟาร์มไก่ นั่นเป็นตัวชี้ว่า “อุดมชัยฟาร์ม” ประสบความสำเร็จ

คุณธนเดช แสงวัฒนกุล เป็นทายาทรุ่นที่ 2 ที่สานต่อการทำงานในรูปแบบฟาร์มไก่ จากรุ่นคุณพ่อที่เริ่มต้นทำฟาร์มไก่มาตั้งแต่ พ.ศ.2503

“เราเริ่มจากการเลี้ยงไก่หลังบ้าน คุณพ่อสนใจเรื่องการเลี้ยงไก่ จึงหาความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงไก่มาโดยตลอด กระทั่งได้ร่วมอบรมการเลี้ยงไก่ ผนวกกับประสบการณ์ที่เลี้ยงหลังบ้านมา ทำให้ฟาร์มไก่ที่อยากทำเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา”

ยุคที่ทำฟาร์มไก่เนื้อ ก็ทำพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ไปด้วย เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่จากประเทศญี่ปุ่น ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างดี เพราะสามารถบริหารจัดการฟาร์มจนเป็นที่รู้จัก กระทั่งรับไก่ไข่จากเพื่อนในวงการฟาร์มไก่มาช่วยเลี้ยง ก็เริ่มมองเห็นช่องทางว่า การขายไข่ไก่มีความคล่องตัวสูง ตลาดไปได้ดี เพราะเป็นสินค้าบริโภคที่ซื้อง่ายขายคล่อง

คุณธนเดช เล่าย้อนให้ฟังว่า ไม่เฉพาะไก่เนื้อที่เริ่มเลี้ยง หมูก็เริ่มเลี้ยงไปพร้อมๆ กันด้วย แต่ด้วยวิกฤตทางเศรษฐกิจหลายอย่าง ทำให้ยกเลิกการเลี้ยงหมูไป และยกเลิกการเลี้ยงไก่เนื้อตามมา เหลือเพียงไก่ไข่อย่างเดียว

ระยะแรก การเลี้ยงไก่ไข่ของอุดมชัยฟาร์ม เลี้ยงกรงตับ ตามแบบฉบับการเลี้ยงของหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ แต่ด้วยแนวคิดที่แตกต่าง มองว่าการเลี้ยงไก่ไข่ด้วยการปล่อยอิสระภายในโรงเรือน จะทำให้ไก่มีสุขภาพดี ไข่ที่ได้ก็จะมีคุณภาพดีไปด้วย รวมถึงการบริหารจัดการภายในฟาร์มอื่นๆ ควรมองให้มีความแตกต่าง จึงศึกษาระบบการเลี้ยงไก่อินทรีย์และออร์แกนิกควบคู่ไปด้วย และนำเข้ามาปรับใช้ภายในฟาร์ม

“เมื่อก่อนเลี้ยงไก่ไข่มากถึง 600,000 ตัว การปรับมาให้เป็นออแกนิกก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความพยายาม เพราะทุกขั้นตอนมีความละเอียด ต้องยึดหลักการทำฟาร์มออแกนิกทุกประการ แต่เราก็ทำได้ ทำให้ไก่ไข่ที่ได้เป็นไก่ไข่ออร์แกนิก และได้รับการยอมรับเรื่อยมา”

คุณธนเดช ยอมรับว่า การดูแลฟาร์มไก่ไข่ให้ได้ไก่ไข่ออร์แกนิกไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเข้าใจไก่ และมีเทคนิคในการบริหารจัดการฟาร์ม ซึ่งการเลี้ยงไก่ไข่ให้เป็นไก่ไข่ออร์แกนิก ต้องเริ่มตั้งแต่การเป็นลูกไก่ ต้องเลี้ยงให้เสมือนธรรมชาติการใช้ชีวิตของไก่จริงๆ เพื่อให้ไก่คุ้นชิน อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาตามหลักการของการทำฟาร์มออร์แกนิก คุณธนเดช ก็ยอมรับว่า แท้จริงแล้วต้องเรียกว่า กึ่งออร์แกนิก เพราะสิ่งเดียวที่ไม่ได้มาตรฐานออร์แกนิก คือ อาหาร ที่ปัจจุบันวัตถุดิบที่ใช้สำหรับผลิตอาหารให้ไก่ไข่ที่เป็นออร์แกนิกหายาก

การทำฟาร์มออร์แกนิก ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพราะมีหลักการการทำฟาร์มออร์แกนิกอยู่แล้ว ปฏิบัติให้ได้ตามนั้นก็ถือว่า ออร์แกนิก แต่สำหรับเทคนิคที่บริหารจัดการฟาร์มแบบออร์แกนิก ก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้เลี้ยงที่ควรเข้าใจธรรมชาติของไก่ให้มากที่สุด

สำหรับเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้จากอุดมชัยฟาร์ม มีดังนี้

เลี้ยงไก่ไม่กักขัง มีพื้นที่อิสระ คิดเป็นพื้นที่เลี้ยงไก่ 1 ตัวต่อ 5 ตารางเมตร

การแต่ง (ตัด) ปากไก่ ควรแต่งจงอยปากไก่ เมื่อไก่อายุ 10-20 วัน โดยใช้ความร้อนผ่านใบมีดแต่งจงอยปากด้านบนออก 1 ใน 3 ของปาก เพราะหากปล่อยไว้จงอยปากบนจะยาวขึ้น และทำให้การกินอาหารทำได้ยากลำบาก ไก่เครียด ส่งผลให้จิกหรือตีไก่ด้วยกันเอง รวมถึงปัญหาไก่แตกไซซ์ และหากจะตัดตอนไก่โตจะทำให้ไก่เจ็บ จึงควรทำตั้งแต่อายุยังน้อย

การให้วัคซีน แม้ว่ากรมปศุสัตว์จะแสดงเปอร์เซ็นต์การให้วัคซีนนิวคลาสเวิลและหลอดลมอักเสบ (ชนิดเชื้อเป็น) ว่าการป้ายจมูกไก่จะให้เปอร์เซ็นต์ไก่ได้รับวัคซีนมากที่สุด แต่เทคนิคการให้วัคซีนด้วยการป้ายจมูก สำหรับอุดมชัยฟาร์ม ถือว่ายังให้เปอร์เซ็นต์ไก่ได้รับวัคซีนน้อยกว่า การละลายน้ำให้ไก่กิน

เทคนิคการให้ไก่กินวัคซีนที่ละลายน้ำให้ได้ผล ควรละลายวัคซีนในน้ำช่วงเช้าตามจำนวนไก่ จากนั้นให้ไก่อดน้ำนาน 1-2 ชั่วโมง แล้วนำไปให้ไก่กิน ถ้าไก่กินน้ำหมดภายใน 1-2 ชั่วโมง แสดงว่าได้ผล ซึ่งที่ผ่านมา กว่า 10 ปี อุดมชัยฟาร์ม ไม่เคยประสบปัญหาเลย ส่วนการฉีดวัคซีนเข้ากล้ามเนื้อ (ชนิดเชื้อตาย) ก็จำเป็นต้องทำตามข้อกำหนด แต่ทั้งนี้ก็เพื่อให้การสัมผัสไก่น้อยที่สุด ตามหลักออร์แกนิก

อาหารไก่ ใช้ข้าวโพด 60 เปอร์เซ็นต์ กากถั่วเหลือง 8-15 เปอร์เซ็นต์ ปลาป่น 7-15 เปอร์เซ็นต์ รำ 10-15 เปอร์เซ็นต์ เกลือแร่ และ วิตามิน 1-2 เปอร์เซ็นต์

การให้อาหารไก่ ให้ในตอนเช้า เวลาประมาณ 05.00 น. เพื่อทยอยเก็บไข่ได้ตั้งแต่ช่วงสายของวัน โดยช่วงสายจะเก็บไข่ได้มากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 20 เปอร์เซ็นต์ จะทอยเก็บในช่วงบ่าย และในทุกวันให้อาหารไก่เพียงครั้งเดียว ไก่แต่ละตัวต้องการอาหารในปริมาณ 135-150 กรัมต่อวันเท่านั้น

คุณธนเดช ให้เทคนิคการดูไข่ไก่ที่มีคุณภาพ ว่า ไข่แดงควรเป็นสีเหลือง เพราะได้รับคาร์โบไฮเดรทที่ให้สารสีจากข้าวโพด ซึ่งเป็นสารสีเหลือง ถ้าพบว่าไข่แดงเป็นสีแดง ให้แน่ใจว่าเป็นสารเร่งสี ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ในทุกๆ วัน จะเก็บไข่ไก่ได้ 80-90 เปอร์เซ็นต์ของไก่ทั้งหมด

อุดมชัยฟาร์ม มีโรงเก็บวัตถุดิบอาหารสัตว์ และโรงผสมอาหารเอง สามารถเก็บวัตถุดิบได้มากถึง 5,000 ตัน

มีการใช้น้ำหมักชีวภาพแทนยาปฏิชีวนะและวิตามินผสมน้ำ น้ำหมักได้จากการหมักลูกยอ กระท้อน มะนาว และอื่นๆ ที่เป็นสมุนไพรที่หาได้จากท้องถิ่น เช่น ฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน กระเพรา ใช้วิธีธรรมชาติสกัด เมื่อนำไปใช้ให้ใช้ปริมาณ 1 ลิตรต่อน้ำ 200 ลิตร วัดค่า pH ให้ได้ค่า pH 3 แม้ว่าน้ำหมักชีวภาพจะมีแบคทีเรีย แต่ก็เป็นแบคทีเรียกลุ่มไบโอติค ที่ช่วยลดความเครียด เพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบการบ่อยและดูดซึมอาหาร เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันโรคให้กับแม่ไก่ อีกทั้งยังช่วยลดและดับกลิ่นภายในโรงเรียน ซึ่งน้ำหมักชีวภาพนี้ นำไปให้ไก่กินในตอนเช้าของทุกวัน

บริเวณโรงเรือน ทำให้โปร่ง อากาศถ่ายเทได้ ตั้งวางที่ให้น้ำไว้ริมโรงเรือน ป้องกันไม่ให้น้ำหกลงพื้นภายในโรงเรือน ซึ่งอาจจะทำให้น้ำปะปนไปกับมูลไก่ และเกิดเชื้อโรคภายในโรงเรือนได้

อายุไก่ไข่ ตามหลักวิชาการแล้ว สามารถให้ไข่นาน 70-80 สัปดาห์ แล้วควรปลดออก แต่สำหรับอุดมชัยฟาร์ม ไก่ไข่ที่นี่สามารถให้ไข่ได้นานกว่านั้น ซึ่งที่ผ่านมา ไก่ไข่สามารถให้ไข่ได้นานถึง 110 สัปดาห์ แม้ว่าเปอร์เซ็นต์การให้ไข่จะลดน้อยลง แต่คุณภาพไข่ก็ไม่ได้ด้อยลงไปด้วย

“หากอากาศร้อน ไก่จะกินอาหารน้อยลง กินน้ำมากขึ้น อาจทำให้ขนาดของไข่ไก่เล็กลง แต่ถ้าอากาศเย็นหรือหนาว ไก่จะกินอาหารได้ดี สุขภาพสมบูรณ์ ขนาดของไข่ไก่ก็จะใหญ่ตามไปด้วย นอกจากนี้อุณหภูมิในการเก็บรักษาไข่ให้มีความสดก็จำเป็น ดังนั้น ห้องคัดแยกขนาดไข่และรถส่งไข่ จะปรับอุณหภูมิไว้ที่ 26 องศาเซลเซียส เพื่อไม่ให้มีความต่างกับสภาพอากาศปกติมากนัก”

ไข่ไก่ หลังเก็บมาแล้วจะนำเข้าไปห้องคัดไข่ ซึ่งเป็นห้องปรับอากาศ มีแรงงานควบคุมการคัดแยกไข่ด้วยเครื่องคัดขนาดไข่ จากนั้นบรรจุลงบรรจุภัณฑ์ แล้วนำไปส่งให้กับลูกค้า ระยะเวลาหลังจากเก็บไข่จากโรงเรือนมาวางจำหน่าย ไม่เกิน 2 วัน

ขนาดไข่ “อุดมชัยฟาร์ม” มี 3 ขนาด กำหนดไว้ตามนี้

น้ำหนักต่อฟองต่ำกว่า 50 กรัม จัดเป็นไซซ์เล็ก

น้ำหนักต่อฟอง ระหว่าง 50-55 กรัม จัดเป็นไซซ์กลาง

น้ำหนักต่อฟองมากกว่า 55 กรัม จัดเป็นไซซ์ใหญ่

สำหรับราคาจำหน่าย คุณธนเดช บอกว่า สภาพเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคาจำหน่ายไข่ไก่ออร์แกนิกนี้เลย เพราะสามารถกำหนดราคาเองได้ ซึ่งราคาไข่ไก่ต่อฟองจะสูงกว่าไข่ไก่ทั่วไปเท่าตัว และแม้จะมีข้อดีก็มีข้อเสีย ตรงที่ วัตถุดิบในการผลิตอาหารออร์แกนิกยังมีน้อย และตลาดผู้บริโภคยังไม่กว้าง แม้ว่าผลผลิตที่ได้จะยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคก็ตาม

ปัจจุบัน อุดมชัยฟาร์ม เหลือไก่ไข่ประมาณ 30,000 ตัว ลดจำนวนการเลี้ยงลงจากเดิมที่มีอยู่ 600,000 ตัว เพราะประสบปัญหาแรงงาน แต่จำนวนไข่ไก่ที่ออกสู่ตลาดในแต่ละวันก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพ มากถึง 20,000 ฟองต่อวัน ภายใต้แบรนด์ “ปล่อยไก่ อุดมชัยฟาร์ม” ไข่ไก่ชีวภาพ จากแม่ไก่อารมณ์ดี Organic Free Range Egg

คุณธนเดช ยังคงทำหน้าที่เป็นผู้บริหารจัดการฟาร์มที่ดี เปิดโอกาสให้ผู้สนใจในการเลี้ยงไก่ด้วยระบบอินทรีย์หรือออร์แกนิกเข้าถึง ซึ่งอุดมชัยฟาร์ม จัดเป็นฟาร์มต้นแบบปศุสัตว์อินทรีย์ ตามโครงการพัฒนาปศุสัตว์อินทรีย์ กรมปศุสัตว์ ผู้สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ หจก.อุดมชัยฟาร์ม อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี โทรศัพท์ 081-319-5690 และ 086-570-3070

นอกจากอาณาบริเวณสวยงามแล้ว รอบๆ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจันทบุรี น่าสนใจเที่ยวชม แต่ละฤดูกาลมีเสน่ห์แตกต่างกันไป สถานที่แห่งนี้ อยู่ติดกับเทือกเขาคิชฌกูฏ มีแหล่งน้ำใสไหลเย็นทั้งปี ช่วงหน้าหนาว อากาศเย็นสบาย

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจันทบุรี ตั้งอยู่ตำบลฉมัน อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี เดิมเป็นสถานีทดลองยางจังหวัดจันทบุรี สังกัดกรมวิชาการเกษตร พื้นที่กว้างขวางถึง 2,600 ไร่

ยุคเริ่มต้นของสถานี ที่นี่เฟื่องฟูเรื่องยางพารามาก แปลงปลูกยางพารากว้างใหญ่ มองไกลสุดลูกหูลูกตา ปัจจุบันยังหลงเหลือ มีร่องรอยของความเจริญรุ่งเรืองอยู่

หากย้อนไปยังจุดเริ่มต้น ต้องชมวิสัยทัศน์ของผู้เลือกสถานที่ นอกจากสภาพแวดล้อมเหมาะสม ผืนดินยังอุดมสมบูรณ์ เหมาะต่อการวิจัยและทดลอง ที่นี่มีความแตกต่างจากถิ่นอื่น คือต้นทุนทางธรรมชาติ ซึ่งงดงามมีเอกลักษณ์ น่าค้นหา

คุณชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจันทบุรี ให้ข้อมูลว่า หน้าที่ของศูนย์วิจัยฯ คือการวิจัยและให้บริการ

การวิจัยที่ทำกันอยู่ คือวิจัยพืชท้องถิ่น น่าสนใจมากนั้น มีปลูกพืชตระกูลขิง ข่า ซึ่งรวมไปถึงกระวาน พืชทรงคุณค่าของจันทบุรี นอกจากนี้ ยังทำแปลงทดสอบ เช่น ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี ผสมพันธุ์ทุเรียนได้พันธุ์ใหม่ ก็นำมาปลูกทดสอบเก็บตัวเลขที่นี่…เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น ยังมีงานอื่นๆ อีกมาก

ส่วนงานให้บริการ ก็เช่นการตรวจสอบแปลงจีเอพี ตรวจสอบร้านปัจจัยการผลิตทางการเกษตร อย่างนี้เป็นต้น นอกจากวิจัย ยังมีแปลงเกษตรที่เป็นตัวอย่าง…บางพื้นที่มีปลูกข้าว ทำสวนผัก เลี้ยงเป็ด เลี้ยงปลา เกษตรกรที่คุ้นเคยเฉพาะงานปลูกพืช 2-3 ชนิด หากเข้าไปดูงาน ไปขอรับบริการ จะได้แนวคิดนำไปปรับใช้ ลดความเสี่ยง มีรายได้หมุนเวียน

กรมวิชาการเกษตร มีหน่วยงานวิจัยกระจายอยู่ทุกภูมิภาคของไทย ส่วนใหญ่อยู่ห่างไกลพื้นที่มาก จัดภูมิทัศน์ได้สวยงาม ทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้านบางคน ที่อายุงาน 30 ปีขึ้นไป ได้ตระเวนไปพักตามศูนย์ต่างๆ เกือบทุกแห่ง โดยมีค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เป็นค่าบำรุงหอพัก เดิม 30 บาท ขยับมาเป็น 100 บาท เช้าๆ ตื่นขึ้นมา ผู้อำนวยการศูนย์ยังเลี้ยงกาแฟสดๆ อีกด้วย เช่นที่สถานีทดลองเกษตรที่สูงเขาค้อ ที่สูงดอยมูเซอ บางแห่งมีน้ำแร่อาบ คือสถานีทดลองพืชสวนฝาง จังหวัดเชียงใหม่ สถานที่ที่เอ่ยนามมา ได้เปลี่ยนแปลงฐานะไปแล้ว

ผอ. ชลธี บอกว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจันทบุรี อยู่ในโครงการท่องเที่ยวฯ ของกรมวิชาการเกษตร จุดเด่นอยู่ที่ธรรมชาติสวยงาม ทิวทัศน์โดดเด่น ลำธารมีน้ำไหลทั้งปี บรรยากาศโดยรอบร่มรื่น มีแปลงยางพารา แปลงไม้ผล สมุนไพร ปลูกอยู่อย่างหนาแน่น

ศูนย์วิจัยแห่งนี้ไปไม่ยาก เริ่มต้นที่ตัวเมืองจันท์ ใช้ถนนสายจันทบุรี-สระแก้ว เป็นถนน 4 เลน เลยพื้นที่ตัวอำเภอมะขาม (ไม่ผ่านตลาด) ตรงนั้นเป็นสามแยก รู้จักกันดีว่าแยกเข้า “ทุ่งเพล” เลี้ยวเข้าไปอีก 10 กิโลเมตร ก็ถึง เขามีป้ายบอกชัดเจน รวมระยะทางจากตัวเมืองจันท์ ราว 30 กิโลเมตรเศษๆ

ตรงปากประตูเข้าไปยังศูนย์ซ้ายมือ มีต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นอยู่เป็นดง บางต้นขนาดหลายคนโอบ หากอยากรู้ว่า เมื่อ 100-200 ปีมาแล้ว สภาพทั่วไปบริเวณนั้นเป็นอย่างไรให้ดูตรงนี้ เขากันไว้เป็นป่าอนุรักษ์ ผู้มอบให้คือ นายอำเภอเผียน อยู่รอด อดีตนายอำเภอมะขาม ถือว่ามีคุณค่าอย่างมาก