วิธีป้องกันกำจัด กรณีที่ปลูกต้นมะนาวไว้ใกล้บ้าน

แนะนำให้ใช้สารกำจัดแมลงหมอเกษตร ทองกวาว ให้แช่ยาเส้น หรือยาฉุนครึ่งถุง ปัจจุบันราคาถุงละ 20 บาท มีจำหน่ายตามร้านขายของชำทั่วไป ในน้ำสะอาด 1 ลิตร อย่างน้อยเป็นเวลา 3 ชั่วโมง หากแช่ค้างคืนได้จะยิ่งดี ได้เวลาตามกำหนดใช้มือบีบคั้นให้ได้น้ำสีชา กรองด้วยผ้าขาวบาง เอาเส้นยาออกใส่น้ำลงในอุปกรณ์ฉีดพ่นขนาดเล็ก หรือฟ็อกกี้ ใช้สเปรย์น้ำรีดเสื้อผ้าก็ใช้ได้ เติมเหล้าขาว หรือเหล้าโรง 2 ช้อนโต๊ะ และเสริมด้วยน้ำสบู่เจือจางเล็กน้อย เขย่าให้เข้ากัน แล้วฉีดพ่นที่ใบอ่อนผลิออกมาตั้งแต่วันแรก อย่าให้พลาดและพ่นต่อให้ทั่วทรงพุ่ม ผสมครั้งเดียวใช้ให้หมด สารผสมสูตรนี้ฉีดพ่นมะนาวที่ปลูกในกระถาง หรือปลูกในวงบ่อซีเมนต์ได้ 5-7 ต้น ฉีด 3 ครั้ง ทุกๆ วัน จนใบอ่อนมีอายุครบ 9-12 วัน จึงจะปลอดภัยจากหนอนชอนใบ

ในกรณีที่ปลูกมะนาวไว้เป็นสวนขนาดใหญ่ ให้ใช้ปิโตรเลียมสเปรย์ออยล์ อัตรา 40 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ 1 ปี๊บ ผสมให้เข้ากันดีก่อนฉีดพ่น และให้ฉีดพ่น 2 ครั้ง ห่างกัน 5 วัน และควรทิ้งระยะไว้ 1 สัปดาห์ ก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต

รมช.มนัญญา ร่วมแสดงความยินดีโอกาสครบรอบ 47 ปี กรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมผลักดันนโยบายสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ สนับสนุนให้สหกรณ์ดึงลูกหลานสมาชิกสหกรณ์กลับสู่ถิ่นฐานบ้านเกิด เพื่อสานต่ออาชีพการเกษตร เน้นการทำเกษตรอินทรีย์ ลดใช้สารเคมี ทำเกษตรแนวใหม่ ทำน้อยแต่ได้มาก ใช้เทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพและขยายช่องทางตลาดให้เข้าถึงผู้บริโภค

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 47 ปี วันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ ณ บริเวณลานหน้าพระอนุสาวรีย์กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพฯ ในการนี้ ได้อ่านสารรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ ครบรอบ 47 ปี และเชิญเครื่องราชอิสริยาภรณ์เพื่อมอบให้กับข้าราชการ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงาน พร้อมทั้งยังให้นโยบายการปฏิบัติงานแก่ข้าราชการ ลูกจ้างและบุคลากรของกรมส่งเสริมสหกรณ์

“กรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นหน่วยงานที่ทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกรและประชาชนทุกพื้นที่ ขอให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ร่วมกับกรมตรวจบัญชีสสหกรณ์ พัฒนาสหกรณ์ให้ได้มาตรฐาน จัดเกรดสหกรณ์ระดับ A B และ C และเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานของสหกรณ์ให้สูงขึ้น เพราะสหกรณ์เป็นองค์กรที่มีความสำคัญที่จะช่วยดูแลเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง รวมทั้งเน้นให้สหกรณ์ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค และกำลังประสานความร่วมมือกับหลายหน่วยงานเพื่อหาช่องทางตลาดให้กับสหกรณ์ เพราะหากสามารถทำให้สหกรณ์มีรายได้เพิ่มจากการค้าขายและการทำธุรกิจ จะส่งผลที่ดีกลับไปยังเกษตรกรที่เป็นสมาชิกด้วย” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายสนับสนุนให้สหกรณ์มีส่วนช่วยเหลือการสร้างอาชีพรายได้แก่เกษตรกรอย่างมั่นคง ช่วยให้คนรุ่นใหม่ที่รักอาชีพทำการเกษตรไม่ทิ้งถิ่นฐาน โดยการดึงลูกหลานสมาชิกสหกรณ์กลับสู่บ้านเกิด เนื่องจากขณะนี้ในจังหวัดต่างๆ มีแต่คนแก่เลี้ยงหลานจำนวนมาก เพราะพ่อแม่ต้องไปงานในเมืองใหญ่ จึงมีแนวคิดที่จะดึงคนเหล่านี้ให้กลับบ้านมาดูแลและอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัว ซึ่งกำลังคิดหาโครงการที่จะดำเนินการผ่านสหกรณ์ เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ มาสานต่ออาชีพการเกษตรจากพ่อแม่ เน้นการทำเกษตรสมัยใหม่ ใช้เทคโนโลยีมาพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพ ทำน้อยแต่ได้มาก และขอให้เน้นทำเกษตรอินทรีย์ลดการใช้สารเคมี ควบคู่กับการใช้หลักการตลาดนำผลิต เพื่อสร้างอาชีพที่มั่นคง และได้สั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ไปศึกษาแนวทางเพื่อดำเนินการในทันที

ด้าน นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า โครงการส่งเสริมอาชีพให้ลูกหลานสมาชิกสหกรณ์นั้น กรมฯ จะประสานไปยังสหกรณ์ทุกพื้นที่ เพื่อเปิดรับสมัครผู้สนใจมาร่วมโครงการ ซึ่งเกษตรกรรุ่นพ่อรุ่นแม่ ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตร จากนี้ไปต้องดึงรุ่นลูกซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่เข้ามาสานต่อ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์พร้อมให้การสนับสนุนทั้งด้านองค์ความรู้การประกอบอาชีพ และทั้งนี้ มีตัวอย่างให้เห็นในหลายจังหวัด มีผู้ที่มาทำงาน ในกรุงเทพฯ แต่ยิ่งนานไปกลับมีแต่หนี้สินเพิ่มมากขึ้น จึงต้องการกลับไปอยู่บ้านเกิดและทำการเกษตร ทางสหกรณ์จึงได้แนะนำให้ปลูกผักอินทรีย์เพื่อจำหน่าย จนสามารถปลดหนี้สินได้หมด เชื่อมั่นว่าคนรุ่นใหม่นั้น ถ้าตั้งใจทำเกษตรกรรมจริงจะทำได้สำเร็จ เพราะมีมุมมองเรื่องการตลาด สามารถขายผลผลิตผ่านออนไลน์ และเข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน เมื่อเห็นโอกาสและช่องทางในการขายสินค้าแล้ว จึงจะมาวางแผนการผลิตได้ตรงตามที่ตลาดต้องการ”อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นหน่วยงานสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2515 มีอำนาจหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุน แนะนำ กำกับ และดูแลระบบสหกรณ์ของประเทศไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ “การสหกรณ์มั่นคง สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรเข้มแข็ง เศรษฐกิจและสังคมของชุมชนยั่งยืน” ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนสหกรณ์ 7 ประเภท ได้แก่ สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์นิคม สหกรณ์ประมง สหกรณ์ร้านค้า สหกรณ์บริการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนและสหกรณ์ออมทรัพย์ รวมกันกว่า 8,097 แห่ง เป็นสหกรณ์ภาคเกษตร 4,547 แห่ง สหกรณ์นอกภาคเกษตร 3,550 แห่ง สมาชิกสหกรณ์ทั่วประเทศกว่า 11.6 ล้านคน เป็นสมาชิกสหกรณ์ภาคการเกษตร 6.7 ล้านคน สมาชิกสหกรณ์นอกภาคเกษตร 4.9 ล้านคน มีทุนดำเนินการ 3.1 ล้านล้านบาท และปริมาณธุรกิจ 2.5 ล้านล้านบาท

ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (PCMC) กำหนดจัดงานงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 12 ปี ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในวันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม 2562 เวลา 09.00-11.00 น. ณ ห้องประชุมนันทปัญญา ชั้น 1 อาคารเรียนและปฏิบัติการ ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มีแสดงปาฐกถาธรรม โดย หลวงพ่อปัญญานันทมุนี (เจ้าอาวาสวัดชลประทาน รังสฤษดิ์ พระอารามหลวง) หัวข้อเรื่อง โรงพยาบาลคุณธรรม ยิ่งให้ ยิ่งได้

12 ปี PCMC Go Forward มุ่งสู่การเป็นโรงพยาบาลคุณธรรม บริการวิชาการสู่สังคม ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส น้อมนำคำสอน “ยิ่งให้ ยิ่งได้” ของหลวงพ่อปัญญานันทะภิกขุ มาเป็นแนวทางปฏิบัติงาน

นายจักริน แต้ไพสิฐพงษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สำนักกิจการเพื่อสังคม เครือ เบทาโกร (ที่ 2 จากซ้าย) นายณัฐ หาวารี รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลพบุรี (ที่ 2 จากขวา) นางสาวไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี (ซ้ายสุด) นาง สิริพร พุทธิพรโอภาส ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 4 ปทุมธานี (ขวาสุด) ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคพนักงานในสถานประกอบการของบริษัทในเครือเบทาโกร จังหวัดลพบุรี ซึ่งมุ่งเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับโรค NCDs โดยมีผู้บริหารและผู้แทนส่วนราชการ ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นสักขีพยานและให้การสนับสนุนการดำเนินงาน รวมทั้งผู้มีเกียรติเข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุม บริษัท เพ็ท โฟกัส อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เมื่อเร็วๆ นี้

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในการเปิดสัมมนาวิชาการเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ ครบรอบ 47 ปี พร้อมบรรยายพิเศษ “นโยบายด้านการเกษตรภายใต้ภารกิจของหน่วยงานที่กำกับดูแล” โดยมี นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผู้บริหารฯ และข้าราชการ ให้การต้อนรับ ณ ห้องปรินซ์บอลรูม โรงแรมปรินซ์พาเลซ กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 กันยายน 2562 โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วย ผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ สหกรณ์จังหวัด ข้าราชการ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมทั้งสิ้น 600 คน เพื่อรับทราบนโยบาย รวมถึงแนวทางปฏิบัติงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 และเพิ่มพูนความรู้ ศักยภาพการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน ตลอดจนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ในโครงการ “การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคการศึกษาระดับอาชีวศึกษาในการพัฒนาอุปกรณ์พ่วงต่อปรับรถเข็นทั่วไปเป็นรถเข็นไฟฟ้า M2E 1.2” ผลิตอุปกรณ์พ่วงต่อเพื่อปรับเปลี่ยนรถเข็นทั่วไปให้เป็นรถเข็นไฟฟ้า ส่งมอบให้แก่น้องๆ นักเรียนผู้พิการวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา เพิ่มโอกาสให้ผู้พิการที่มีร่างกายท่อนบนที่ดี ให้มีความอิสระและดํารงชีวิตขั้นพื้นฐานได้ดีขึ้น โดยจัดส่งมอบเมื่อเร็วๆ นี้ (27 ก.ย. 62) ที่ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา จังหวัดชลบุรี

ดร. ดนุ พรหมมินทร์ หัวหน้าทีมวิจัยชีวกลศาสตร์ กลุ่มวิจัยวัสดุและอุปกรณ์เฉพาะทางชีวภาพ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. กล่าวว่า ทีมวิจัยเอ็มเทค สวทช. ได้พัฒนาต้นแบบอุปกรณ์พ่วงต่อปรับรถเข็นทั่วไปให้เป็นรถเข็นไฟฟ้า M2E 1.2 ในราคาประมาณ 7,000 บาท เพื่อรองรับการใช้งานรถเข็นของผู้สูงอายุและผู้พิการด้านการเคลื่อนไหวทางร่างกายที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยรถเข็นรุ่นนี้ผ่านการประเมินผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ทางไฟฟ้า ด้วยการทดสอบความปลอดภัยทางไฟฟ้า การป้องกันสัญญาณรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า

รวมทั้งผ่านการประเมินความเสี่ยงของอุปกรณ์การแพทย์ โดยศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC สวทช.) ส่วนการต่อยอดผลิตรถเข็นไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น เอ็มเทค สวทช. ได้ริเริ่มโครงการการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคการศึกษาระดับอาชีวศึกษาในการพัฒนาอุปกรณ์การแพทย์ ด้วยวิธีการประกอบและติดตั้งอุปกรณ์พ่วงต่อปรับรถเข็นทั่วไปเป็นรถเข็นไฟฟ้า โดยลงนามความร่วมมือกับวิทยาลัยเทคนิค 3 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ และวิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ นำร่องผลิตอุปกรณ์พ่วงต่อปรับรถเข็นทั่วไปเป็นรถเข็นไฟฟ้า รวมจำนวน 30 ชุด มอบให้อาสาสมัครผู้พิการและผู้สูงอายุในพื้นที่ใกล้เคียง

นายวิชัย หาญพลาชัย ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ กล่าวว่า หลังจากวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ ได้รับการถ่ายทอดวิธีการผลิต และฝึกสอนการประกอบรถเข็นไฟฟ้า M2E 1.2 จากเอ็มเทค สวทช. ทำให้วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบสามารถผลิตรถเข็นไฟฟ้า M2E 1.2 ให้แก่ผู้พิการและ ผู้สูงอายุ รวมทั้งสามารถให้บริการซ่อมบำรุงหากเกิดความผิดปกติของอุปกรณ์ ในการต่อยอด อุปกรณ์นวัตกรรมนี้ วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบจะหารือร่วมกับเอ็มเทค สวทช. เพื่อผลิตชิ้นส่วนของอุปกรณ์พ่วงต่อเป็นรถเข็นไฟฟ้าเพิ่มเติมมากขึ้น เพื่อเป็นการฝึกทักษะการผลิตให้กับนักศึกษา รวมถึงนำผลการถ่ายทอดขยายผลไปยังโรงพยาบาล เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้พิการและผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ถือเป็นการช่วยเหลือสังคมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อีกส่วนหนึ่ง

ด้าน นายอุดมโชค ชูรัตน์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา กล่าวว่า วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ เป็นสถานศึกษาที่ฝึกอาชีพให้กับคนพิการทางด้านการเคลื่อนไหวแขน ขา และลำตัว จากทั่วประเทศ ซึ่งเปิดสอนระดับ ปวช. และ ปวส. โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแก่คนพิการที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ปัจจุบันมีนักเรียนผู้พิการจำนวนกว่า 170 คน และมีนักเรียนหลายคนจำเป็นต้องใช้รถเข็นไฟฟ้าเนื่องจากแขนขาอ่อนแรง ในช่วงการถ่ายทอดวิธีการผลิตและฝึกสอนการประกอบรถเข็นไฟฟ้า M2E 1.2 จากเอ็มเทค สวทช. ที่ผ่านมา วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ได้ส่งอาจารย์เข้าร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกันในการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีทางด้านอุปกรณ์การแพทย์ เพื่อให้ผู้พิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และได้ดำเนินการจัดหารถเข็นทั่วไปสำหรับการติดตั้งชุดอุปกรณ์พ่วงต่อปรับเป็นรถเข็นไฟฟ้า จำนวน 10 คัน ซึ่งหลังจากนี้จะนำไปใช้งานจริง โดยมอบให้กับน้องๆ นักเรียนผู้พิการและส่วนหนึ่งจะส่งมอบให้ผู้สูงอายุที่มีความต้องการใช้งานเพื่อสร้างอิสระและลดการพึ่งพาคนในครอบครัวได้

บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเชี่ยวชาญในธุรกิจอาหาร ผสานออฟไลน์ – ออนไลน์ เปิดตัว แม็คโคร โฮเรก้า อคาเดมี หรือ MHA ศูนย์รวมความรู้ช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารครบวงจร พร้อมดึงกูรูชื่อดังเสริมแกร่ง จุดไอเดียสร้างสรรค์ปั้นธุรกิจพิชิตเศรษฐกิจยุคดิจิทัล

นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม็คโคร เป็นผู้นำในธุรกิจค้าส่งระบบสมาชิก ที่มีกลุ่มลูกค้าเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อย และผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม ธุรกิจจัดเลี้ยง หรือที่เรียกว่า กลุ่มโฮเรก้า ซึ่งล้วนมีส่วนสำคัญกับในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ แม็คโคร ร่วมเดินเคียงข้างผู้ประกอบการไทยและฟันผ่าวิกฤตการณ์เศรษฐกิจด้วยกันมายาวนานตลอด 30 ปี ทำให้เราเรียนรู้ถึงความต้องการของผู้ประกอบการ ในวันนี้แม็คโครจึงเปิดตัว แม็คโคร โฮเรก้า อคาเดมี หรือ MHA ศูนย์รวมความรู้เพื่อผู้ประกอบธุรกิจอาหารครบวงจร ที่มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายเข้มแข็งผ่านระบบออฟไลน์และออนไลน์ ช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา เป็นเพื่อนคู่คิดให้ผ่านพ้นวิกฤติต่างๆ ไปด้วยกัน

“กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร ร้านอาหาร โรงแรม ธุรกิจจัดเลี้ยง หรือโฮเรก้า เป็นธุรกิจ ที่มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 1 ล้านล้านบาท มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องปีละ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ ขณะที่แม็คโคร มีลูกค้ากลุ่มนี้จำนวนมากกว่า 7แสนราย เราใกล้ชิดกับลูกค้ามานาน จนรับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็น การบริหารต้นทุน การบริหารจัดการต่างๆ การจัดเก็บสต็อก ไม่รู้จะสร้างสรรค์เมนูอย่างไร ฯลฯ แม็คโครจึงพัฒนาองค์ความรู้ และสร้างทางเลือกใหม่ๆ ในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ซึ่งนำมาสู่การเปิดตัว แม็คโคร โฮเรก้า อคาเดมี หรือ MHA ครั้งนี้”

ด้าน นางซันนี่ ซีดิค ผู้อำนวยการอาวุโส-ฝ่ายบริหารสินค้าธุรกิจประกอบอาหาร และประธานโครงการแม็คโคร โฮเรก้า อคาเดมี บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “พันธกิจหลักของ แม็คโคร โฮเรก้า อคาเดมี หรือ MHA มุ่งเน้นการเป็นแหล่งรวมความรู้แบบครบวงจรให้กับผู้ประกอบธุรกิจอาหารมืออาชีพ ผ่านระบบออฟไลน์และออนไลน์ ใน 5 องค์ประกอบคือ การเป็นสื่อกลางในการให้ความรู้ (Knowledge Media), แหล่งการจัดสัมนาและเวิร์คช้อป (Seminar & Workshop), ออนไลน์เลิร์นนิ่ง (Online Learning), ที่ปรึกษาทางธุรกิจ (Business Advisor) และ เป็นเครือข่ายสังคมของผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร (Business Networking)”

“แม็คโครรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากกลุ่มลูกค้าโฮเรก้าสมาชิกของแม็คโคร มาพัฒนาเพื่อแก้ข้อจำกัด เพิ่มจุดแข็ง และสร้างจุดขาย เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการผ่านพ้นปัญหาไปได้ เนื่องจาก เราเข้าใจในทุกความท้าทายที่ผู้ประกอบธุรกิจอาหารต้องเผชิญในแต่ละวัน และคาดหวังว่า แม็คโคร โฮเรก้า อคาเดมี หรือ MHA จะเป็นเครือข่ายในการให้ความรู้สำหรับมืออาชีพในทุกมิติ เป็นมิตรแท้ที่พร้อมให้คำปรึกษา ตลอดจนจะเป็นผู้ช่วยในการจุดประกายไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ๆ ให้พร้อมสำหรับการแข่งขันในธุรกิจ รองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในทุกยุคสมัย”

สำหรับแม็คโคร โฮเรก้า อคาเดมี หรือ MHA เปิดรับสมาชิกที่สนใจประกอบธุรกิจอาหารแบบมืออาชีพ มาร่วมอัพเดทแนวโน้มของวงการธุรกิจ ตลอดจนนำเสนอคอร์สเรียนออนไลน์ (ฟรี) หรือคอร์ส เวิร์คช้อปสร้างสรรค์เมนูจากวัตถุดิบชั้นเลิศที่เปิดตัวใหม่ พร้อมเปิด แม็คโคร โฮเรก้า อคาเดมี คลินิก ให้กับผู้สนใจรับความรู้แบบใกล้ชิดในสาขาต่างๆ ของแม็คโครตลอดทั้งปี ติดตามความเคลื่อนไหวดีๆ ผ่านเว็บไซต์ www.makrohordcaacademy.com หรือร่วมสมัครเป็นสมาชิก เพียงมีบัตรสมาชิกแม็คโคร ได้ที่ https://makrohorecaacademy.com/membership-account/membership-checkout/

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (Economic Intelligence Center :EIC) ได้คาดการณ์แนวโน้มการเติบโตในธุรกิจบริการอาหารยังคงมีต่อเนื่องในช่วงปี 2562-2563 โดยปัจจัยสำคัญของการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่ครัวเรือนมีขนาดเล็กลงและต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น รวมถึงการขยายตัวของเมือง (Urbanization) การเติบโตของเทคโนโลยี และธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ที่เกิดขึ้นพร้อมกับการขยายตัวของศูนย์การค้าใหม่ๆ ส่งผลให้ผู้บริโภคมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาทานอาหารนอกบ้าน หรือซื้ออาหารสำเร็จรูปมารับประทานที่บ้านมากขึ้น

สำหรับ โฮเรก้า (HORECA) หมายถึงกลุ่มของผู้ประกอบธุรกิจ โรงแรม, ร้านอาหาร (Restaurant) แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ ร้านอาหารที่เป็นแบรนด์ชั้นนำที่มีสาขา และร้านอาหารทั่วไป, ธุรกิจกาแฟ เบเกอรี่ และไอศกรีม และธุรกิจจัดเลี้ยง (Cafe’ and Catering)

จากประสบการณ์ในการปลูกทับทิมในเชิงพาณิชย์ของ คุณไพรัตน์ ไชยนอก เจ้าของสวนเทพพิทักษ์ บ้านเลขที่ 130 หมู่ที่ 9 ตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ปัจจุบัน ปลูกทับทิมในพื้นที่ประมาณ 500 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ศรีปัญญา ในขณะที่เกษตรกรหลายรายปลูกทับทิมในเชิงพาณิชย์ไม่ประสบผลสำเร็จ หรือต้นทับทิมออกดอกติดผลไม่ดกเท่าที่ควร ประการสำคัญเกิดจากการได้รับแสงไม่ดี

คุณไพรัตน์ บอกว่า เริ่มแรกของการปลูกทับทิมจะต้องปลูกตามตะวัน ปลูกเป็นแถวยาวจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก ถ้าปลูกขวางตะวัน คือปลูกเป็นแถวยาวจากทิศเหนือไปทิศใต้จะส่งผลให้ต้นทับทิมออกดอกติดผลเพียงข้างเดียว หรือให้ผลผลิตไม่ดก

ในเรื่องของระยะปลูกสรุปได้จากคุณไพรัตน์ ใช้ระยะระหว่างต้น 4 เมตร และระยะระหว่างแถว 7 เมตร จะเหมาะที่สุด เนื่องจากเครื่องจักรหรือรถไถเข้าไปทำงานได้สะดวก และยังช่วยลดปัญหาการสะสมของเชื้อราที่เป็นปัญหาหลักของการปลูกทับทิม แปลงปลูกทับทิมในเชิงพาณิชย์จะต้องมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก แสงสว่างส่องได้ทั่วถึง

ลดต้นทุนปุ๋ยเคมี
ด้วยการใช้ปุ๋ยคอกเป็นหลัก
ในการปลูกทับทิมในพื้นที่ 500 ไร่ ของสวนเทพพิทักษ์ เรื่องการจัดการใช้ปุ๋ยเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก ปริมาณของการใช้ปุ๋ยทางดิน ประมาณ 80% ของปุ๋ยที่ใช้คือ ปุ๋ยคอก และปุ๋ยคอกที่เลือกใช้ คุณไพรัตน์จะใช้ “ขี้หมู” ซึ่งมีการเลี้ยงหมูไว้เอง และนำขี้หมูที่ได้จากการล้างคอกในแต่ละครั้งนำมาตักราดบริเวณทรงพุ่มต้นทับทิมได้เลย

คุณไพรัตน์ได้เฝ้าสังเกตจากการใช้ขี้หมูพบว่า ต้นทับทิมแตกใบใหญ่และเขียวเป็นมัน เหตุผลที่ต้องเลี้ยงหมูเอง เนื่องจากถ้าซื้อขี้หมูจากฟาร์มที่ชาวบ้านหรือบริษัทเอกชนเลี้ยงมักจะมีการใช้ยาฆ่าเชื้อเพื่อดับกลิ่นเหม็นหรือฆ่าเชื้อราซึ่งมีสารโซดาไฟ เมื่อนำมาใส่ให้กับต้นทับทิมอาจจะเป็นพิษกับต้นทับทิมได้ จะต้องระวังเป็นพิเศษ สำหรับปุ๋ยเคมีที่ใช้จะเน้นสูตร 8-24-24 โดยใช้ในปริมาณ 20% ของการใช้ปุ๋ยทั้งหมดจะใส่ในช่วงเตรียมต้นก่อนออกดอก และมีการฉีดพ่นปุ๋ยทางใบเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์และปรับปรุงคุณภาพของผลบ้าง

การเลือกใช้ ‘สารปราบศัตรูพืช’
ในการปลูกทับทิม
คุณไพรัตน์ บอกว่า สารฆ่าแมลงในกลุ่มของสารโปรฟีโนฟอส ซึ่งเป็นสารป้องกันและกำจัดแมลงชนิดครอบจักรวาลและเป็นที่นิยมใช้ในการปลูกไม้ผลหลากหลายชนิด แต่สำหรับต้นทับทิมแล้วไม่ควรใช้อย่างเด็ดขาด ผลคือ จะทำให้ใบทับทิมไหม้และร่วงจนหมดต้น “เพลี้ยหอย” นับเป็นแมลงศัตรูที่สำคัญชนิดหนึ่งในการทำผลทับทิม

ถ้าจะเลือกใช้สารในกลุ่ม “คลอไพรีฟอส” จะต้องใช้ในอัตราต่ำกว่าปกติ ถ้าใช้ในอัตราสูงจะทำให้ใบทับทิมร่วงเช่นกัน ทางเลือกในการป้องกันและกำจัดเพลี้ยหอยของสวนเทพพิทักษ์ จะใช้สารไวท์ออยล์ผสมกับสารเมโทมิล (เช่น แบนโจ) จะดีกว่า

สำหรับปัญหาเรื่อง “เพลี้ยไฟ” ที่นับเป็นแมลงศัตรูที่สำคัญของการปลูกทับทิม คุณไพรัตน์ แนะนำให้เลือกใช้สารโปรวาโด ซึ่งเป็นสารที่มีความปลอดภัยและใช้ในอัตราต่ำมาก โดยใช้โปรวาโด อัตรา 1-3 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร สามารถป้องกันและกำจัดเพลี้ยไฟได้ผลดี

ในขณะที่ในการป้องกันและกำจัดวัชพืชในสวนทับทิม คุณไพรัตน์ บอกว่า ใช้สารป้องกันและกำจัดวัชพืชได้ทั้งกลุ่มไกลไฟเสตและพาราควอต แต่ที่สวนเทพพิทักษ์จะประหยัดต้นทุนในการป้องกันและกำจัดวัชพืชด้วยการใช้เกลือแกงผสมร่วมกับสารพาราควอต โดยยกตัวอย่าง ถ้าใช้สารพาราควอต 7 ลิตร ที่สวนเทพพิทักษ์จะลดการใช้สารพาราควอตเหลือเพียง 5 ลิตร และผสมเกลือแกงลงไป อัตรา 2 กิโลกรัม เมื่อนำมาฉีดพ่นเพื่อฆ่าหญ้าได้ผลไม่แพ้กัน

เทคนิคในการแก้ปัญหา
‘ทับทิมผลแตก’
จากประสบการณ์ในการปลูกทับทิมมานานนับสิบปีของคุณไพรัตน์ได้สรุปปัญหาของทับทิมผลแตกจะเกิดจากสาเหตุใหญ่ๆ 2 ประการ คือ ผลถูกทำลายด้วยโรคแอนแทรกโนส ในช่วงระยะการเจริญเติบโตของผลทับทิมและมีเชื้อแอนแทรกโนสเข้าทำลายที่ผลอ่อนจนเกิดแผล ทำให้ผลไม่ขยายและแตกในที่สุด