วิเคราะห์รายภาคพบว่า ภาคใต้ขยายตัวมากสุด 3.6-4.6%

มีรายได้เงินสดการเกษตร 222,622 บาท ต่อครัวเรือน ภาคอีสาน 2.4-3.4% มีรายได้ 107,007 บาท ต่อครัวเรือน ภาคกลาง 2.2-3.2% มีรายได้ 264,395 บาท ต่อครัวเรือน ภาคเหนือ 1.6-2.6% มีรายได้ 167,854 บาท ต่อครัวเรือน

นายไพโรจน์ อินทรศรี ปศุสัตว์จังหวัดตรัง กล่าวถึงกรณีผู้ประกอบการหมูย่างรับผลกระทบจาก พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าสัตว์การจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2559 ว่าเมื่อมีการออกกฎหมาย ทุกฝ่ายก็ต้องปฏิบัติตาม โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ ละเว้นก็จะมีความผิดตามมาตรา 157 หากพบผู้กระทำความผิดก็ดำเนินการตามกฎหมายทันที อย่าลืมว่าผู้บริโภคมีสิทธิที่จะรับการคุ้มครองเช่นกัน เคยประชุมร่วมกับผู้ประกอบการโรงฆ่า 2 ครั้งยังหาข้อสรุปไม่ได้ โรงฆ่าที่ถูกต้องมีอยู่จำนวน 7 แห่งตรวจเพื่อรักษามาตรฐานอยู่เสมอ แต่ละวันจะมีการฆ่าสัตว์ทุกชนิด การจะแยกส่วนว่าโรงฆ่าสัตว์ใดฆ่าเฉพาะหมูที่จะไปทำหมูย่าง คงยาก

ผู้ประกอบการเอกชนที่สนใจลงทุนสร้างโรงฆ่า ขึ้นเพื่อรับเฉพาะโรงฆ่าหมูย่าง ก็อาจเป็นไปได้ อีกทั้งหมูย่างตรังก็มีการแข่งขันกันสูง ผู้ประกอบการแต่ละคนก็มีสูตรไม่เหมือนกัน ทำให้มีการรวมตัวกันยากอีก ซึ่งก็เป็นปัญหาของผู้ประกอบการหมูย่างที่ต้องหาทางแก้ไข

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศ ประจำวันที่ 20 มิถุนายน 2560 ดังนี้

ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีฝนใกล้เคียงกับเมื่อวาน และมีฝนตกหนักบางแห่งในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะนี้ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันจะมีกำลังปานกลาง
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น.วันนี้ ถึง 06.00 น.วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ
สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ
บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท
สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก
ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ
อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. เปิดเบื้องลึก “ที พี เค เอทานอล” วิ่งโร่ร้องนายกฯ ตู่ พลาดเป้าประมูลข้าวสารเสื่อมรัฐ เหตุหวังตุนสต๊อกป้อนโรงงานที่ขยายกำลังการผลิตรวม 1 ล้านตัน จ่อขึ้นแท่นเบอร์ 1 ผู้ผลิตเอทานอลจากมันเส้นไทย

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัท ที พี เค เอทานอล จำกัด ได้เข้ายื่นร้องเรียนว่าประมูลข้าวสารในสต๊อกของรัฐเข้าสู่อุตสาหกรรมและเป็นผู้เสนอราคาซื้อข้าวในสต๊อกครบทุกคลังสินค้า จำนวน 157 คลัง โดยเป็นผู้เสนอราคาซื้อสูงสุด จำนวน 74 คลัง ปริมาณ 5.25 แสนตัน ราคาเฉลี่ยตันละ 2,332 บาท แต่ไม่ได้รับการพิจารณาอนุมัติจำหน่าย พร้อมทั้งขอให้ภาครัฐตรวจสอบบริษัทที่ชนะการประมูลว่าสามารถนำข้าวไปใช้ตามวัตถุประสงค์ได้หรือไม่

นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าวเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลของคณะทำงานร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมโรงงาน พบว่า บริษัท ที พี เค เอทานอล ถือเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้เสนอซื้อมาตั้งแต่ต้น เพราะกรรมการของบริษัท ที พี เค เอทานอล จำกัด เคยเป็นกรรมการในนิติบุคคล 2 ราย ซึ่งเป็นจำเลยที่กระทำผิดสัญญาตามโครงการยกระดับราคาหัวมันสำปะหลัง โดยผ่านกลไกการผลิตและการตลาดปี 2536/37 ซึ่งศาลฎีกามีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน พร้อมดอกเบี้ยคืนแก่กรมการค้าต่างประเทศ แต่จนบัดนี้ทั้ง 2 รายยังไม่ชำระหนี้ ซึ่งขัดต่อหลักเกณฑ์ตามประกาศคณะทำงานดำเนินการระบายข้าวในสต๊อกของรัฐเรื่องการรจำหน่ายข้าวในสต๊อกของรัฐเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคนและสัตว์ ครั้งที่ 1/2560 ลงวันที่ 12 เมษายน 2560 ข้อ 2. คุณสมบัติผู้เสนอซื้อ ระบุไว้ชัดเจนว่าผู้เสนอซื้อจะถูกพิจารณาให้เป็นผู้ขาดคุณสมบัติ หากเคยมีหรือมีพฤติกรรมที่เป็นผลเสียหายแก่ทางราชการหรือการค้าระหว่างประเทศ หรือโครงการแทรกแซงสินค้าเกษตรภายใต้นโยบายของรัฐบาล

“วัตถุประสงค์ต้องการให้การระบายข้าวในสต๊อกของรัฐเป็นไปด้วยความโปร่งใส รัดกุม และป้องกันความเสียหายที่จะเกิดจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่เคยกระทำความเสียหายแก่ทางราชการ กรมได้ดำเนินการตามประกาศอย่างเคร่งครัด โดยนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อคณะทำงานดำเนินการระบายข้าวและคณะอนุกรรมาการพิจารณาระบายข้าว พิจารณาตามขั้นตอน รวมทั้งได้เสนอให้ประธานกรรมการ นบข. ให้ความเห็นชอบแล้ว และกรมในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว ได้มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้บริษัท ที พี เค เอทานอล จำกัด ทราบแล้ว ซึ่งบริษัทมีสิทธิจะชี้แจงหรือโต้แย้งได้ตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป”

ในส่วนประเด็นที่บริษัท ที พี เค เอทานอล จำกัด ขอให้ภาครัฐตรวจสอบการนำข้าวไปใช้ของผู้ชนะการประมูลแต่ละรายนั้น เป็นเรื่องอยู่ในกระบวนการที่ นบข. ได้กำหนดให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จัดมาตรการและดำเนินการตรวจสอบและติดตามการนำข้าวไปใช้อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันข้าวดังกล่าวรั่วไหลเข้าสู่ตลาดปกติ หากพบว่ามีผู้ซื้อรายใดนำข้าวไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ตามประกาศ จะต้องถูกดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา และหากผู้ใดมีเบาะแสการกระทำผิด สามารถแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจติดตามอย่างใกล้ชิดอีกทางด้วย

แหล่งข่าวจากวงการเอทานอล เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัท ที พี เค เอทานอล ไม่ใช่ผู้ประกอบการหน้าใหม่ในวงการ เดิมเป็นผู้ผลิตและส่งออกมันสำปะหลัง และเป็นโรงงานที่ผลิตเอทานอลจากมันเส้นรายใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ ตั้งอยู่อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา มีกำลังการผลิต 3.4 แสนตัน รองจากบริษัท อุบลไบโอเอทานอล จำกัด

“ตั้งข้อสังเกตว่าการเสนอซื้อข้าวสารปริมาณมาก เพราะบริษัทกำลังขยายกำลังการผลิตทั้ง 2 เฟส เฟสละ 3.4 แสนตัน จากเดิมที่มี 3.4 แสนตัน หากก่อสร้างแล้วเสร็จบริษัทนี้จะมีกำลังการผลิต 1 ล้านตัน และกลายเป็นผู้ผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลังอันดับ 1 ของประเทศทันที”

อย่างไรก็ตาม ยังต้องประเมินว่าการประมูลข้าวเพื่อมาผลิตเอทานอลจะคุ้มค่าหรือไม่ เพราะ 1. บริษัทมีต้นทุนในการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรจากมันสำปะหลังเส้นมาเป็นข้าว หากวัตถุดิบมีไม่ต่อเนื่อง อาจจะไม่คุ้มค่า 2. เปอร์เซ็นต์แป้งในข้าวเสื่อมจะมากเท่ากับเปอร์เซ็นต์แป้งในมันเส้นหรือไม่ หากไม่เท่ากันจะต้องใช้วัตถุดิบในปริมาณมากขึ้น ทำให้ประเมินได้ยากว่าจะใช้ข้าวเท่าไร แป้งเท่าไร ส่วนเอทานอลที่ผลิตจากโมลาสจะมีกระบวนการที่แตกต่างจากข้าวและมันสำปะหลัง ทำให้ไม่มีผู้ผลิตเอทานอลโมลาสมาร่วมประมูล

กรมวิชาการเกษตร ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ยาง ส่งทีมเฉพาะกิจเช็คปริมาณยางให้สอดคล้องความเป็นจริง ดึงเจ้าหน้าที่ กยท. เสริมทีม หวังใช้เป็นข้อมูลแก้ปัญหาราคา ป้องกันการเก็งกำไรในตลาด ส่งผลกระทบราคาซื้อขายยางจริงของเกษตรกร

นายสุวิทย์ ขัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคายางที่ตกต่ำในขณะนี้ กรมวิชาการเกษตรในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ.2542 ได้รับข้อสั่งการจาก พล.อ ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับที่ 3 แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติควบคุมยางซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของการยางแห่งประเทศไทยเพิ่มเติม เพื่อร่วมกันออกตรวจสอบสต๊อกยางของโรงทำยางและ ผู้ค้ายางที่ขออนุญาตตาม

พ.ร.บ. ควบคุมยาง 2542 ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ โดยสั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีการซื้อยาง บัญชีการจำหน่ายยาง และปริมาณยางคงเหลือของสถานประกอบการเกี่ยวกับยาง เพื่อตรวจสอบว่ามีรายละเอียดสอดคล้องกับที่เคยแจ้งให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่ทราบในแต่ละเดือนตามที่ พ.ร.บ.ควบคุมยางฯ กำหนดหน้าที่ให้ผู้ค้ายางต้องทำบัญชีการซื้อยาง บัญชีการจำหน่ายยางและปริมาณยางคงเหลือทุกเดือน และจัดส่งให้เจ้าหน้าที่ทราบทุกเดือนหรือไม่ เพื่อเป็นการตรวจสอบสต๊อกยางของตลาดให้ถูกต้องตามความเป็นจริง เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้านราคาและการซื้อขายยางที่ไม่เป็นไปตามกลไกตลาดปกติ สร้างความโปร่งใสในการซื้อขาย

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า โดยปกติพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.บ.ควบคุมยางของกรมวิชาการเกษตรได้ออกตรวจสอบปริมาณยางในสต็อกของโรงทำยาง และผู้ค้ายาง ในพื้นที่รับผิดขอบทุกเดือน แต่การออกตรวจสอบในครั้งนี้จะเป็นการตรวจสอบเฉพาะกิจ โดยระดมเจ้าหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตรในส่วนภูมิภาคและเจ้าหน้าที่จาก กยท.ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ยางเพิ่มเติมร่วมตรวจสอบสต๊อกยางด้วย โดยมีพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบชุดเดิมทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมและเป็นพี่เลี้ยงนำเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งเพิ่มเติมดังกล่าวออกตรวจสอบสต๊อกยางด้วย โดยก่อนออกตรวจสอบพนักงานเจ้าหน้าที่จะทำหนังสือแจ้งล่วงหน้าและกำหนดวัน เวลา ที่จะเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งการออกตรวจสอบเฉพาะกิจในครั้งนี้เพื่อให้ทราบถึงปริมาณยางที่มีอยู่อย่างแท้จริงในตลาด สะท้อนข้อเท็จจริงและไม่ให้เกิดการบิดเบือนด้านราคาขาย ป้องกันการค้าที่ไม่เป็นธรรม ไม่ทำให้ราคายางผันผวน จากการเก็งกำไรในตลาดล่วงหน้า ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาซื้อขายยางจริงของเกษตรกร

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยถึงโครงการสร้างความร่วมมือระหว่าง สจล. กับมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน สหรัฐอเมริกา ว่าความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายสร้างบุคลากรและนักศึกษาในประเทศไทยให้มีคุณภาพมากขึ้น เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการปฏิรูปเศรษฐกิจไทยด้วยนวัตกรรมให้เป็นรูปธรรมและยั่งยืนภายใน 5 ปี ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยในระยะเริ่มต้นความร่วมมือระหว่าง 2 สถาบันจะเกิดขึ้นภายใต้กิจกรรม 4 ด้าน ได้แก่ ด้านที่ 1 การจัดตั้งหน่วยงานร่วมทั้งในสหรัฐอเมริกาและในประเทศไทย โดยสำนักงานทั้งสองแห่งจะช่วยให้ความร่วมมือเป็นไปอย่างใกล้ชิด ทั้งช่วยกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยไทย ภาคเอกชน และบริษัทนานาชาติ รวมถึงทำให้งานวิจัยและนวัตกรรมของไทยก้าวสู่ตลาดโลกได้มากขึ้น

อธิการบดี สจล. กล่าวต่อไปว่า ด้านที่ 2 การเปิดสอนหลักสูตรร่วมโดยใช้รูปแบบการบริหารจัดการและมาตรฐานเดียวกับที่สหรัฐอเมริกา ผู้เรียนจะได้รับปริญญาเหมือนกับเรียนที่สหรัฐอเมริกา แบ่งเป็นระดับปริญญาโท 2 ปี ในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ เรียนในไทย 1 ปี และสหรัฐอเมริกา 1 ปี และระดับปริญญาเอก 5 ปี ในสาขาเดียวกัน โดยเรียนในไทย 2 ปี และที่สหรัฐอเมริกา 3 ปี ด้านที่ 3 การจัดทำโครงการวิจัยร่วมเพื่อตอบปัญหาของประเทศ โดยโครงการวิจัยทุกโครงการจะใช้อาจารย์หรือนักวิจัยหลักจากมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก มหาวิทยาลัยในประเทศไทย และภาคเอกชน เป็นเครือข่ายนักวิจัยและถ่ายทอดความรู้การสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีโอกาสต่อยอดทางธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย

“ด้านที่ 4 คือการแลกเปลี่ยนอาจารย์และนักวิจัยเพื่อพัฒนาทักษะพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานงานวิจัยไทยให้อยู่ในระดับมาตรฐานโลก พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยขยับขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านการวิจัยและนวัตกรรมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและบริษัทข้ามชาติในการเข้ามาตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาหรือการผลิตขั้นสูงที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้ สจล. และมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอนได้ลงนามความร่วมมือระหว่างกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะเปิดการเรียนการสอนในช่วงเดือนสิงหาคม 2561” อธิการบดี สจล. กล่าว

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดให้ปี 2560 เป็นปีแห่งการยกระดับสินค้าเกษตรสู่ความมั่นคง มุ่งเน้นการทำงานแบบบูรณาการ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ทั้งนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการต่างๆ เพื่อสร้างความเข้มแข็งของสหกรณ์ด้วยการมุ่งเน้นการรวมกลุ่มของเกษตรกร โดยมีกรณีตัวอย่างของ 3 สหกรณ์ในภาคเหนือที่มีการรวมตัวกันอย่างเข้มแข็ง ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ มีตลาดรองรับชัดเจนโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง

“ดวงรัตน์ ญานะ” เจ้าหน้าที่สหกรณ์เกษตรอินทรีย์เชียงใหม่ จำกัด จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สหกรณ์ส่งเสริมให้สมาชิกทำเกษตรอินทรียฺผ่านมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (Participatory Guarantee Systems : PGS) ซึ่งสมาชิกจะกำหนดกฎกติกา บทลงโทษ รวมถึงตรวจสอบแปลงเกษตรของเพื่อนสมาชิกได้ ปัจจุบันมีสมาชิก 296 ราย ได้รับรองมาตรฐาน 57 ราย

ขณะนี้ช่องทางการตลาด ได้แก่ ตลาดในโรงเรียนดาราวิทยาลัย โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ตลาดนัดเจเจมาร์เก็ต หมู่บ้านแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ตลาดจริงใจมาร์เก็ต ร้านค้าสหกรณ์อินทรีย์เชียงใหม่ จำกัด และเครือข่ายร้านค้าสหกรณ์ในและต่างจังหวัด ซึ่งเกษตรกรจะผลัดเปลี่ยนกันไปจำหน่ายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 แห่ง

นอกจากนี้ สหกรณ์ยังให้ความรู้และสนับสนุนสมาชิกให้มีการแปรรูปสินค้าทางการเกษตร รวมทั้งใช้ระบบคิวอาร์โค้ดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่าเกษตรอินทรีย์ปลอดภัย สร้างรายได้ประมาณ 20,000 บาท ต่อคน ต่อเดือน

ในกรณีของสหกรณ์การเกษตรประตูป่า จำกัด จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายลำไย “มาลี เปรมมณี” ผู้จัดการสหกรณ์ฯ บอกว่า สหกรณ์เน้นทำการตลาด โดยการ MOU กับโมเดิร์นเทรด เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด และไม่ให้ถูกเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง โดยปีนี้ร่วมกับ ม.แม่โจ้ พัฒนาตัดแต่งช่อเพื่อให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น มั่นใจว่าสามารถส่งผลผลิตให้คู่ค้าได้อย่างเพียงพอ

สำหรับปีนี้กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จับมือกับภาคเอกชน 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ชิสเทม จำกัด (เทสโก้ โลตัส) บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (แม็คโคร) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด บริษัท เนเชอรัล เบฟ จำกัด รวมถึงเครือข่ายสหกรณ์และเครือข่ายศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ ลงนามความร่วมมือซื้อขายผลผลิตลำไย 8 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อกระจายผลผลิตออกสู่ตลาดภายนอกในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ซึ่งปีนี้คาดการณ์ว่า ผลผลิตลำไยมีปริมาณ 609,770 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ถึง 44.60%

โดยเทสโก้ โลตัส ลงนามซื้อลำไยจากสหกรณ์การเกษตรประตูป่า 500 ตัน บริษัท เนเชอรัล เบฟ รับซื้อลำไยจากสหกรณ์การเกษตรประตูป่า 450 ตัน ขณะที่แม็คโครซื้อลำไยในฤดูกาลจากสหกรณ์เสริมป่าซาง จำกัด จังหวัดลำพูน 350 ตัน และลำไยนอกฤดูกาลอีก 150 ตัน สำหรับไปรษณีย์ไทยเป็นอีกช่องทางในการกระจายผลผลิต

นอกจากนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ยังเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาตลาดสินค้าเกษตรในภูมิภาค โดยมีเป้าหมายให้เป็นตลาดถาวร เปิดให้บริการทุกวัน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีสถานที่จำหน่ายสินค้า

ทั้งนี้ สหกรณ์การเกษตรเมืองลับแล จำกัด จังหวัดอุตรดิตถ์ ก็เป็นหนึ่งใน “ตลาดกลางสินค้าการเกษตรแบบถาวร” ที่เปิดให้บริการทุกวัน ซึ่งเกษตรกรได้ร่วมกันวางแผนการผลิตและการตลาดได้อย่างเป็นระบบ และสามารถจำหน่ายสินค้าโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง

“รังสรรค์ ดีณรงค์” ผู้จัดการใหญ่สหกรณ์เมืองลับแล จำกัด กล่าวว่า อำเภอลับแล มีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ ข้าว ทุเรียน ลางสาด ลองกอง และหอมแดง ปัจจุบันมีสมาชิก 71 กลุ่ม 8,271 คน โดยมีการส่งเสริมให้สมาชิกเข้าร่วมเกษตรแปลงใหญ่ ซึ่งฤดูกาลต่อไปในปี ’61 ตั้งเป้ามีสมาชิก 300 ราย พื้นที่ 6,000 ไร่ รวมถึงส่งเสริมให้ผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย GAP ผลไม้ท้องถิ่น และจัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้จำหน่ายสินค้าเกษตร เพื่อสร้างความเข้าใจการบริหารจัดการระบบการผลิตและการตลาดอย่างมีคุณภาพ

นอกจากนี้ เมื่อตลาดมีการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค hannaheloge.com อาจจะพัฒนาให้เป็นตลาดกลางขนาดใหญ่เพื่อรองรับการกระจายสินค้าในระดับจังหวัดและภูมิภาคต่อไป โดยตั้งเป้าเกษตรกรมีรายได้จากการนำสินค้ามาจำหน่ายปีละประมาณ 10 ล้านบาท

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สถานการณ์ผลผลิตปาล์มที่ล้นตลาดทำให้ราคาตกต่ำ บริษัทฯ มีนโยบายให้บริษัท บางจากไบโอฟูเอล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือและเป็นผู้ผลิตไบโอดีเซล บี100 เพิ่มสำรองน้ำมันปาล์มดิบ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรในภาวะที่ราคาผลปาล์มตกต่ำ และจะได้ช่วยกระตุ้นราคาผลผลิตปาล์มให้ดีขึ้น ตามนโยบายของกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน
นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัท บางจากไบโอฟูเอล จำกัด มีกำลังการผลิต 810,000 ลิตรต่อวัน มีปริมาณการใช้น้ำมันปาล์มดิบ 20,000 ตันต่อเดือน และจะเพิ่มปริมาณสำรองอีก 10,000 ตัน ทั้งนี้ได้เริ่มดำเนินการรับซื้อมาแล้วตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม คาดว่าจะสามารถรับซื้อได้ครบตามเป้าหมายภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้

สำหรับปัจจุบันสต็อคน้ำมันปาล์มดิบในตลาดมีมากกว่า 4 แสนตัน จากปกติมี 2 แสนตัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันปาล์มดิบปรับตัวลดลง จากต้นเดือนพฤษภาคมราคาอยู่ที่ 27 บาทต่อกิโลกรัม(กก.) ราคา ณ วันที่ 19 มิถุนายน 2560 ปรับตัวลดลงเหลือ 23 บาทต่อกก.

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) เผย 21 มิถุนายนนี้ กลางวันยาวนานที่สุดในรอบปีทางซีกโลกเหนือ หรือ “ครีษมายัน” (ครีด-สะ-มา-ยัน) ดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุดและตกทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด ทำให้กลางวันยาวนานที่สุดในรอบปีเกือบ 13 ชั่วโมง

นายศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยว่าเดือนมิถุนายนเป็นเดือนที่ประเทศทางซีกโลกเหนือได้รับปริมาณแสงจากดวงอาทิตย์นานที่สุดในรอบปี โดยในวันที่ 21 มิถุนายน นี้ ดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุดและตกทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด ทำให้เป็นวันที่กลางวันยาวที่สุดในรอบปีของประเทศทางซีกโลกเหนือ ภาษาสันสกฤตเรียกว่า “วันครีษมายัน” (ครี-ษะ-มา-ยัน) หรือSummer Solstice สำหรับประเทศไทยในวันที่ 21 มิถุนายน 2557 ดวงอาทิตย์จะขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเวลาประมาณ 05:51 น. และตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเวลาประมาณ 18:47 น. ดวงอาทิตย์ปรากฏอยู่บนท้องฟ้าเป็นเวลารวมเกือบ 13 ชั่วโมง

คำว่า “Solstice” เป็นภาษาอินโดยูโรเปียน Stice หมายถึง สถิต หรือ หยุด ดังนั้น Summer Solstice หมายถึงวันที่ดวงอาทิตย์ไม่เคลื่อนที่ เพราะดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ไปทางเหนือเรื่อยๆ ตั้งแต่เดือนมีนาคมและหยุดที่จุดเหนือสุดในวันที่21 มิถุนายน หลังจากนั้นจะค่อยๆ เคลื่อนที่ลงมาทางใต้ ในทางฤดูกาลนับเป็นวันเริ่มต้นฤดูร้อนในซีกโลกเหนือ และเริ่มต้นฤดูหนาวในซีกโลกใต้