ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติทางการเกษตรจากการ

คำนวณเบื้องต้นN/A หมายถึง อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายและความสูญเสียและไม่สามารถคาดการณ์ได้
การคาดการณ์พื้นที่เสียหายสิ้นเชิง 20% อ้างอิงจากความน่าจะเป็นในอดีต
ทั้งนี้ เมื่อคราวประชุมคณะรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเนื่องจากพายุตาลัส และพายุเซนกา สำหรับการให้ความช่วยเหลือที่ผ่านมาแบ่งเป็นการช่วยเหลือฟื้นฟูและการให้ความช่วยเหลือระยะเร่งด่วน เพื่อการบรรเทาความเดือดร้อนโดยการชดเชยความเสียหายในช่วงแรกของการเกษตรภัย และการฟื้นฟื้นที่การเกษตรให้สามารถผลิตสินค้าเกษตรได้หลังน้ำลดและบริหารจัดการในรูปแบบกลุ่ม (ข้อมูล ณ 6 พ.ย. 60) ดังนี้

การให้ความช่วยเหลือระยะเร่งด่วน แจกจ่ายพืชอาหารสัตว์ 70,815 กิโลกรัม แร่ธาตุและเวชภัณฑ์ 1,758 ชุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดได้แก่ พิษณุโลก กาฬสินธุ์ พิจิตร ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 168 เครื่อง ในพื้นที่ 12 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์(8) ขอนแก่น(18) มหาสารคาม(19) นครสวรรค์(11) สุพรรณบุรี(10) อ่างทอง(4) ชัยนาท(9) สิงห์บุรี(28) อุทัยธานี(1) พระนครศรีอยุธยา(14) ปทุมธานี(14) และนนทบุรี(32) ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 30 เครื่อง ในพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด(18) อุบลราชธานี(12) และแจกจ่ายพืชอาหารสัตว์ 240,190 กิโลกรัม แร่ธาตุและเวชภัณฑ์ 22,492 ชุด รวมทั้งดูแลสุขภาพสัตว์ 6,948 ตัว ในพื้นที่ 12 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย สุโขทัย อุทัยธานี กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา และร้อยเอ็ด
การให้ความช่วยเหลือฟื้นฟู เป็นการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556 งบทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด และปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกษตรกรรวม 232,192 ราย วงเงินรวม 2,149.66 ล้านบาท แบ่งเป็น ด้านพืช เกษตรกร 220,205 ราย พื้นที่ 1.88 ล้านไร่ วงเงิน 2,105.86 ล้านบาท (55%) ด้านประมง เกษตรกร 10,581 ราย พื้นที่ 9,562 ไร่ กระชัง 1,736 ตรม. วงเงิน 41.32 ล้านบาท (77%) และด้านปศุสัตว์ เกษตรกร 1,406 ราย สัตว์ตายหรือสูญหาย 52,497 ตัว แปลงหญ้า 23 ไร่ วงเงิน 2.48 ล้านบาท
ตามมติ ครม. ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2560 เห็นชอบและอนุมัติเรื่อง การช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเนื่องจากพายุตาลัส และพายุเซินกา โดยมีความก้าวหน้าการดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาฯ ครัวเรือนละ 3,000 บาท จำนวน 43 จังหวัด แบ่งเป็น
Ÿ เกษตรกรยื่นแบบความจำนงแล้ว 1,864,965 ครัวเรือน

Ÿ ผ่านการพิจารณาคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดแล้ว เกษตรกร 1,759,038 ครัวเรือน วงเงิน 5,363.74 ล้านบาท (94%)

Ÿ กสก. ปม. ปศ. ได้รับเอกสารเพื่อตรวจความซ้ำซ้อนแล้ว เกษตรกร 1,480,318 ครัวเรือน วงเงิน 4,463.83 ล้านบาท (80%) สป.กษ. ได้รับเอกสารเพื่อตรวจความซ้ำซ้อนแล้ว เกษตรกร 964,230 ครัวเรือน วงเงิน 2,892.69 ล้านบาท (52%)

Ÿ สงป. ได้รับเอกสารเพื่อพิจารณาแล้ว เกษตรกร 561,485 ครัวเรือน วงเงิน 1,684.46 ล้านบาท (30%)

Ÿ สงป. อนุมัติเงินแล้ว เกษตรกร 561,485 ครัวเรือน วงเงิน 1,684.46 ล้านบาท (30%)

Ÿ ธ.ก.ส. โอนเงินให้เกษตรกรแล้ว เกษตรกร 538,011 ครัวเรือน วงเงิน 1,614.03 ล้านบาท (29%)

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ระยะสั้น ควรปรับปรุงและตกแต่งสภาพลำน้ำ การเร่งสำรวจท่อระบายน้ำ คู คลอง หนองบึง และระบบระบายน้ำที่มีอยู่ว่ามีประสิทธิภาพดีเพียงใด การก่อสร้างคันกั้นน้ำขนาดที่เหมาะสม ก่อสร้างทางผันน้ำ เพื่อผันน้ำทั้งหมดหรือบางส่วนที่ล้นตลิ่งออกไป ในชุมชนควรปรับปรุงระบบระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับอัตราการไหลได้อย่างเหมาะสม ระยะยาว ศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างเขื่อนหรือพนังกั้นน้ำ และอ่างเก็บน้ำ เพื่อทำหน้าที่ควบคุมไม่ให้น้ำเข้าท่วมพื้นที่ที่ต้องการป้องกัน

และสร้างฝายยกระดับเพื่อผันน้ำเข้าพื้นที่เก็บน้ำ การสร้างอ่างเก็บน้ำ เพื่อบรรเทาน้ำท่วมกระจายให้ครอบคลุมพื้นที่เพื่อเก็บน้ำใช้ในฤดูแล้งและยังสามารถช่วยควบคุมการไหลของน้ำไม่ให้ไหลลงสู่พื้นที่ท้ายน้ำมากเกินไป การปรับปรุงผังเมืองให้สอดคลองกับแนวทางการระบายน้ำในสภาพปัจจุบันและแผนในอนาคต ควรนำมาตรการทางด้านกฎหมายผังเมืองรวมมาบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ควรส่งเสริมการทำเกษตรแบบผสมผสาน เพื่อลดความสูญเสีย โดยการปลูกพืชอายุสั้นทันเก็บเกี่ยวก่อนน้ำมา และส่งเสริมการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงในการทำการเกษตร

เมื่อเวลา 08.30 น. พ.ต.อ.ชัยรัตน์ บัวขม ผกก. สภ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ได้รับแจ้งว่ามีคนขโมยปลาที่แปรรูปใช้ทำปลาร้าไป จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.วัฒนา แก้วเจริญ รอง.ผกก.สอบสวน ไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 59/1 ม.3 ต.มะขามล้ม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี พบนางโฉม เหรา อายุ 57 ปี ให้การว่าที่บ้านของตนเปิดเป็นโรงงานแปรรูปปลาน้ำจืด และนำไปส่งกับแม่ค้าที่รับทำปลาร้าอีกที่ ขายได้กิโลกรัมละ 17 บาททำมากว่า 10 ปี แล้ว เมื่อช่วงเช้าตนเองได้เข้ามาทำงานและพบปลาของตนเองตกตามถนน จึงขับรถตามไปดู จนพบ 2 คนร้ายนำปลาของตนใส่กระสอบเพื่อที่จะนำไปขายต่อ ที่บริเวณถนนสาย เก้าห้อง – มะขามล้ม จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ ทราบชื่อคือ 1. นาย วันเฉลิม เขียววิราช อายุ 31 ปี ชาวต.เนินมะปรางค์ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี 2.นาย คสูต โพธิ์มณี อายุ 41 ปี ชาวต.มะขามล้ม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี พร้อมของกลางเป็นปลาแปรรูป 3 กระสอบ ประมาณ 100 กิโลกรัม จักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ดรีมสีเขียวพ่วงข้าง ทะเบียน นทน 212 กทม. จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน

ด้านนางโฉมกล่าวว่า รู้ว่ามีคนมาขโมยปลาของตนเองหลายครั้งแล้ว และรู้ว่าเป็นใครตนเองก็เคยบอกว่าอย่าทำอย่างนี้อีก จนมาครั้งนี้ตนได้มาเห็นปลาของตนเองตกตามถนนจึงขับรถตามไปดูจนพบ 2 คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์นำปลาจะไปขาย 2 ผู้ต้องหายังไม่ยอมรับกลับบอกว่าไม่รู้ว่าปลาของใครอีก ตนจึงแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบ

ด้านผู้ต้องหา นายวันเฉลิม กล่าวว่า ตนเองเข้ามาขโมยปลาไปขายหลายครั้งแล้ว ขายได้กิโลละ 10 บาท
ส่วนนายคสูตได้ว่าจ้างให้นำรถจักรยานยนต์พ่วงข้างมาขนปลาเพื่อนำไปขาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันลักทรัพย์และรับของโจรในเคหะสถานโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำผิด เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 9 พ.ย. พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม ผกก.สภ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา รับแจ้งจากชาวบ้านพบสัตว์ป่าถูกยิงตาย ในไร่มันสำปะหลัง เขตพื้นที่บ้านคลองสะท้อน หมู่ 5 ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จึงประสานเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขญ.23 (วังหมี) และนายสัตวแพทย์ประจำ อ.วังน้ำเขียว ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่ในเขตรอยต่อผืนป่ามรดกโลกแหล่งที่ 5 ดงพญาเย็น-ทับลาน ห่างจากหมู่บ้าน ประมาณ 3 กิโลเมตร พบซากกระทิงป่าเพศผู้ อายุประมาณ 15 ปี น้ำหนักประมาณ 900-1,000 กิโลกรัม มีบาดแผลถูกอาวุธปืนไม่ทราบชนิด ยิงเข้าบริเวณซี่โครงซ้าย มีรอยกระสุน 5 รู ตายมาไม่ต่ำกว่า 3-4 วัน

ด้าน นายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่า สาเหตุการถูกยิงสันนิษฐานเบื้องต้นคือความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับสัตว์ป่า กระทิงตัวนี้ได้ออกไปหากินนอกฝูง อาจไปเหยียบหรือกินพืชไร่ของชาวบ้าน ทำให้ไม่พอใจใช้ปืนยิงขู่ในลักษณะวิถีกระสุนยิงใส่ตัวกระทิง และมีนายพรานฆ่า ต้องการนำชิ้นส่วนเขาและเนื้อกระทิงไปขายให้นายทุน เมื่อประมาณ 3-4 เดือน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ป่าไม้สนธิกำลังร่วมทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง ร่วมตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในเขต อ.วังน้ำเขียว พบซากเขาและเนื้อกระทิง ซึ่งลักลอบล่าสัตว์ เนื่องจากมีออเดอร์จากผู้ที่ไร้จิตสำนึก อยากเปิบพิสดารกินเนื้อสัตว์ป่า อย่างไรก็ตาม ตนได้แลกเปลี่ยนข้อมูลทางลับกับตำรวจและผู้นำชุมชน เพื่อเร่งรวบรวมพยานหลักฐานในการออกจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว

คน.ย้ำตลาดกลางออนไลน์ เป็นอีกช่องทางในการกระจายสินค้าจากเกษตรกรชาวเขารายย่อยสู่ผู้บริโภค แถมยังเป็นแหล่งรับซื้อผลผลิตที่ใกล้ที่สุด ทำให้ผู้บริโภคได้ของสดใหม่ มีคุณภาพ จากแหล่งผลิตโดยตรง ยันมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้คนสนใจไม่มากนัก เหตุพื้นที่ปลูกน้อย ขนส่งลงดอยไม่คุ้ม สู้รอคนมารับโดยตรงไม่ได้

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เผยว่า หลังจากได้พัฒนาต่อยอดเปิดเว็บไซต์ตลาดกลางออนไลน์ ที่เป็นแหล่งรวบรวมสินค้าในตลาดกลางสินค้าเกษตรที่อยู่ในความดูแลของกรมฯ กว่า 80 แห่ง ใน 38 จังหวัดทั่วภูมิภาค เพื่อลดขั้นตอนค่าใช้จ่ายทางการตลาดแบบเดิม ให้เกษตรกรมีช่องทางจำหน่ายผลผลิตได้โดยตรง ในราคาที่เป็นธรรม รวมถึงเป็นช่องทางรวบรวมข้อมูลข่าวสารประกอบการวางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ผู้ประกอบการตลาดกลาง ผู้ค้า ผู้รวบรวมผลผลิต ผู้แปรรูป และผู้ส่งออก ก็ได้รับความสะดวกในการจัดหาสินค้าคุณภาพ มีแหล่งข้อมูลที่สามารถนำไปพัฒนาธุรกิจให้เกิดประสิทธิภาพได้ยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในจำนวนตลาดทั้งหมด แม้จะสามารถเพิ่มช่องทางตลาดให้เกษตรกรได้อีกช่องทางหนึ่ง แต่บางพื้นที่ยังคงมีเกษตรกรรายย่อยเข้าไปขายผลิตผลในตลาดกลางจำนวนไม่มากนัก ด้วยเหตุผลหลายประการ ยกตัวอย่าง จังหวัดเชียงราย แม้จะมีตลาดกลางผักและผลไม้จังหวัดเชียงราย (ตลาดโชคเจริญพร) ที่มีศักยภาพในการเชื่อมโยงสินค้าจากทั่วภูมิภาค และอยู่ไม่ไกลจากสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 4 เชื่อมกับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว อันเชื่อมโยงต่อไปยังเส้นทาง R3A เชื่อมเส้นทางไทย ลาว ไปยังนครคุนหมิงของจีน จนกลายเป็นแหล่งสต๊อกสินค้าของทั้ง 3 ประเทศ แต่ก็ยังเจอปัญหาสำคัญคือเรื่องการขนส่ง โดยเฉพาะกับชาวเขาที่อาศัยบนพื้นที่สูง

“แม้ที่ผ่านมาจะมีปัญหาใหญ่เรื่องการขนส่ง ทำให้เกษตรกรชาวเขานำของมาขายโดยตรงน้อย ส่วนหนึ่งมีพื้นที่ปลูกน้อย ปลูกพืชผสมผสานหลายชนิด หากให้ขนส่งลงมาเองแต่ละครั้งคงไม่คุ้ม ที่สำคัญส่วนใหญ่มีคนมารับซื้อถึงบนดอยในราคายุติธรรม ทำให้เกษตรกรชาวเขาไม่นิยมนำผลผลิตมาขายเอง แต่จะเป็นที่รู้กันว่าช่วงไหนผลผลิตอะไรออกมา ผู้รับซื้อก็จะมารับของถึงที่เพื่อเอาไปขายยังตลาดโชคเจริญพรเอง ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดกลางสินค้าเกษตร ภายใต้การกำกับดูแลของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ หรือตลาดกลางอื่นๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง”

อย่างไรก็ดี แม้เกษตรกรรายย่อยแถบนี้ส่วนใหญ่จะไม่ได้มาขายกับตลาดกลางเอง แต่ได้ขอความร่วมมือในการเข้มงวดคุณภาพ ควบคุมปริมาณสารตกค้างให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค โดยตลาดฯ มีการสุ่มตรวจสินค้าทุกล๊อตที่เข้าสู่ตลาด กลายเป็นกลไกให้เกษตรกรเหล่านี้ต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้ตัวเองได้ราคาที่ดีขึ้น ส่วนผู้บริโภคก็ได้บริโภคสินค้าที่มีคุณภาพ สด ใหม่ ในราคาที่เป็นธรรมจากแหล่งผลิตโดยตรง

ตลาดกลางผักและผลไม้จังหวัดเชียงราย มีพื้นที่ 18 ไร่ เปิดขาย 24 ชม. แผงค้าผักผลไม้รวม 428 แผง
มีผู้ซื้อหมุนเวียนกว่าวันละ 300 ราย ปริมาณการซื้อขายวันละประมาณ 50-100 ตัน หรือกว่า 27,000 ตัน/ปี
เป็นแหล่งรวมสินค้าของทุกภาคในประเทศ รวมถึงสินค้าจากลาว พม่า และจีน

สนใจเป็นส่วนหนึ่งของตลาดกลางสินค้าเกษตร หรือซื้อหาสินค้าเกษตรคุณภาพดีได้ทั่วทุกภาคของประเทศได้ง่าย ๆ ที่เว็บไซต์ ตลาดกลางออนไลน์ เมื่อวานนี้ (8 พ.ย.60) กยท. จัดประชุมบอร์ด วาระด่วน เพื่อแก้ไขสถานการณ์ยางพารา พร้อมมีมติ ปรับปรุงการเข้าตลาดของกองทุนรักษาเสถียรภาพราคายางต้องเป็นไปตามระเบียบตลาดกลางอย่างเคร่งครัด ให้ BU พิจารณารุกตลาดภาคอีสาน และเร่งปรับปรุงระเบียบ พร้อมดันสินเชื่อและสวัสดิการให้เข้าถึงพี่น้องเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง

นายสุนันท์ นวลพรหมสกุล รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยด้านบริหาร ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย วาระเร่งด่วน เพื่อแก้ไขสถานการณ์ยางพาราในขณะนี้ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาประเด็นที่จะเป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือเกษตรกร สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางอย่างเร่งด่วน ซึ่งมีข้อเสนอแนะของเครือข่ายเกษตรกรที่ยื่นข้อเสนอผ่านคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทยที่เป็นผู้แทนเกษตรกร โดยมีมติให้ทบทวนวิธีการเข้าตลาดของกองทุนรักษาเสถียรภาพราคายาง ให้สะท้อนความเป็นจริง ไม่สูงกว่าราคากลางมากเกินไป และให้ปฏิบัติตามระเบียบตลาดกลาง กยท. อย่างเคร่งครัด

โดยเฉพาะการรับมอบยางภายใน 2 วัน หากเกินกำหนดจะต้องจ่ายค่าปรับเป็นรายวัน รวมถึงให้หน่วยธุรกิจพิจารณาการเข้าซื้อยางก้อนถ้วยในพื้นที่จากเกษตรกรโดยตรงเพิ่มเติมผ่านทางตลาดของ กยท. ในภาคอีสาน และขยายเปิดจุดในแต่ละตลาดให้เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ให้ กยท. ทบทวนระเบียบการขอสนับสนุนสินเชื่อแก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนแปรรูปหรือการตลาด ให้มีความผ่อนปรนขึ้น หรือหาแนวทางเพื่อให้เกษตรกรหันมา แปรรูปมากขึ้นตามข้อเสนอแนะของเครือข่ายเกษตรกรภาคตะวันออกและผู้แทนเกษตรกรชาวสวนยาง และพิจารณาปรับปรุงสวัสดิการให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้รับความเดือดร้อนให้ได้รับสิทธิมากขึ้น

นายสุนันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมมีนโยบายให้เร่งผลักดันโครงการสินเชื่อเพื่อดูดซับปริมาณผลผลิตยางพาราของกลุ่มต่างๆ เช่น สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ผู้ประกอบการขั้นกลางและผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จากยางพารา เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรในด้านการรับซื้อผลผลิตตามโครงการต่างๆ ตามที่รัฐบาลให้การสนับสนุน

“ผลจากการประชุมประเด็นวาระเร่งด่วนเหล่านี้ กยท.จะเร่งดำเนินการพิจารณาและขับเคลื่อนให้เร็วที่สุด ซึ่งจะเกิดประโยชน์และสามารถช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางได้อย่างยั่งยืน ส่วนประเด็นเรียกร้องที่ไม่ส่งผลต่อการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง และสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ไม่ได้มีมติพิจารณา” นายสุนันท์ กล่าวย้ำ

ลือหึ่งผู้ผลิตอาหารสัตว์เล่นเกมซื้อขาย “ใบรับรองโควตารับซื้อข้าวโพด 3 ส่วน นำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน (มาตรการ 3 : 1) ต้นเหตุยอดนำเข้าข้าวสาลียังพุ่ง เดือนละ 2.4 แสนตัน “พาณิชย์” ยืนกรานไม่เลิกมาตรการ 3 : 1 ด้านโรงสีชี้ราคารำ-ปลายดิ่งเหลือตันละ 600 บาท ต่ำสุดในรอบ 3 ปี

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า หลังจากกรมการค้าภายในเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงการคลัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาให้ความเห็นประกอบการพิจารณาจะยกเลิกมาตรการบังคับให้ซื้อข้าวโพด 3 ส่วน เพื่อนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน หรือ (มาตรการ 3 ต่อ 1) และปรับขึ้นภาษีนำเข้าข้าวสาลี 27% แทน แต่ที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุป และมีแนวโน้มคงการใช้มาตรการ 3 : 1 ต่อไป เพราะเกรงว่าการขึ้นภาษีจะกระทบต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์และการผลิตอาหาร

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่าไม่มีแนวคิดจะยกเลิกมาตรการดังกล่าวอย่างแน่นอน ขอให้ผู้รับซื้อ และเกษตรกรอย่าวิตกกังวล

“นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงเกษตรกรอย่างมากจึงเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหาวิธีอื่นเข้ามาดูแลชาวไร่ข้าวโพดเพิ่มเติม กรมการค้าภายใน ในฐานะฝ่ายเลขาฯคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประชุมกำหนดมาตรการรักษาเสถียรภาพราคารองรับผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในฤดูการผลิต 2560/2561 ที่กำลังจะออกสู่ตลาดเพิ่มเติมจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบไปก่อนหน้านี้”
พร้อมกันนี้ กรมมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์รับซื้อ ให้ได้ระดับราคาที่เหมาะสมตามระดับความชื้น เพื่อไม่ให้เกษตรกรถูกเอารัดเอาเปรียบ และดูแลมาตรฐานเครื่องชั่งถูกต้อง ทั้งนี้ หากพบพฤติกรรมไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งที่สายด่วน 1569 ได้

ด้านแหล่งข่าวจากวงการพืชไร่ตั้งข้อสังเกตว่า ในปี 2557 ไทยนำเข้าสาลี 1.5 ล้านตัน แต่ในปี 2558 และ 2559 มีการนำเข้าปีละกว่า 4.5 ล้านตัน สูงกว่าปกติ ปี 2554-2557 ถึง 300%

และแม้ว่าในปี 2560 จะมีมาตรการกำหนดสัดส่วน 3 ต่อ 1 ยังมีการนำเข้าในช่วง 9 เดือนสูงเฉลี่ยเดือนละ 2.4 แสนตัน หากรัฐบาลปล่อยต่อไป คาดว่าทั้งปี 2560 จะมีการนำเข้า 3 ล้านตัน โดยล่าสุดทางสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยแจ้งนำเข้าในเดือนพฤศจิกายนอีก 2 ลอต ปริมาณรวม 139,000 ตัน

“มีกระแสข่าวในวงการว่าเหตุที่มียอดนำเข้าข้าวสาลีเพิ่มมากขึ้น loquegustes.com เพราะมีการซื้อขายใบรับรองโควตารับซื้อข้าวโพด 3 : 1 โดยผู้ประกอบการอาหารสัตว์บางราย เพื่อจะนำเอกสารนี้ไปใช้แสดงการขอนำเข้าข้าวสาลี ทำให้เกษตรกรไม่สามารถจำหน่ายข้าวโพดได้ในราคาที่รัฐตั้งไว้ กก.ละ 8 บาท ในส่วนของเกษตรกรที่จะได้ราคานี้เฉพาะข้าวโพด เกรด A+ ที่ผู้ซื้อล็อกสเป็กไว้ ซึ่งมีสัดส่วนน้อยมาก”

ด้านแหล่งข่าวกลุ่มโรงสี กล่าวว่า การให้นำเข้าข้าวสาลีส่งผลกระทบต่อราคารำข้าวและปลายข้าว ลดลงเหลือตันละ 600-700 บาท ต่ำสุดในรอบ3 ปี หรือ กก.ละ 6-7 บาทจากที่เคยสูงกก.ละ 9-11 บาท โดยปกติข้าวเปลือก 1,000 กิโลกรัมจะสีได้รำข้าว 90 กิโลกรัม หากขึ้นภาษีนำเข้าข้าวสาลีจะช่วยทำให้ราคารำและปลายข้าวปรับเพิ่มขึ้น หากราคารำและปลายขึ้นอีก กก.ละ 1 บาท จะช่วยยกระดับราคาข้าวเปลือกสูงขึ้นตันละ 300 บาทขึ้นไป

อีกด้านหนึ่งการนำเข้าข้าวสาลีทำให้ราคาเบเกอรี่ถูกลง คนรุ่นใหม่จะยิ่งหันไปบริโภคเบเกอรี่มากขึ้นลดการบริโภคข้าวลง จะกระทบต่อราคาข้าวสารด้วย

“การปรับขึ้นภาษีนำเข้า 27% จะส่งผลดีกับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลังโดยตรง ซึ่งการเก็บภาษีนำเข้ามีการใช้กันทุกประเทศ ไม่กระทบต่อผู้ผลิต เพราะถึงแม้ว่าจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่ผู้ผลิตอาหารสัตว์และผู้เลี้ยงสัตว์เป็นกลุ่มในห่วงโซ่การผลิตเดียวกันสามารถยื่นขอภาษีคืนได้ นอกจากนี้ ไทยยังไม่มีระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สินค้าขาเข้า เหมือนบางประเทศที่มี VAT 10-25% ขึ้นไป”

เอกชนจี้ พพ.เดินหน้าโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในหน่วยงานรัฐ หลังค้างกว่า 100 แห่ง เพราะรอแก้ไข พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯใหม่เปิดทางให้บริษัทจัดการพลังงานเข้ามาดำเนินการแทน พพ. ที่ต้องตั้งของบประมาณทุกปี คาดการลงทุนไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท ประหยัดพลังงานได้ 3,000 ล้านบาท

แหล่งข่าวจากภาคเอกชนเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตามที่กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้ดำเนินการโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ เช่น การปรับเปลี่ยนอุปกรณ์หรือติดตั้งเครื่องมืออื่น ๆ โดยใช้งบประมาณจากกองทุนอนุรักษ์พลังงานในรูปแบบเงินให้เปล่านั้น ขณะนี้โครงการดังกล่าวได้หยุดดำเนินการชั่วคราว เนื่องจากการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้างเดิม ทำให้ดำเนินการได้ล่าช้าเพราะติดขัดในเรื่องของกฎระเบียบต่าง ๆ
โดยเฉพาะขั้นตอนการตั้งของบประมาณ ส่งผลให้มีโครงการค้างกว่า 100 แห่ง จากปัญหาดังกล่าว พพ.จึงว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อหาแนวทางแก้ไขให้โครงการเดินหน้าเร็ว ๆ ขึ้น ซึ่งแนวทางที่ได้มีการนำเสนอคือ ให้ภาคเอกชนอย่างเช่น บริษัทจัดการพลังงาน หรือ ESCO เข้ามาดำเนินการลงทุนแทน พพ.ตามแนวทางดังกล่าวได้นำเข้าหารือกับกรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้วนั้น มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ ควรให้บริษัทจัดการพลังงานเข้ามาดำเนินการแทนกรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ หรือเข้ามาลงทุนให้ก่อน

และหน่วยงานรัฐนำเงินที่ประหยัดพลังงานได้มาจ่ายคืนทีหลัง เพราะ 1) เพื่อลดการใช้งบประมาณจากภาครัฐ โดย ESCO จะเป็นผู้ลงทุนเพื่อปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ให้ก่อน และสามารถจ่ายเงินคืนจากส่วนต่างราคาที่ได้จากการประหยัดพลังงาน ซึ่งคาดว่าจะคืนทุนใน 4 ปี โดย พพ.อาจจะตั้งงบประมาณเพื่อการบริหารหรือการติดตามการดำเนินงานเพียง 3-5% เท่านั้น 2) การให้ ESCO ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดระบบด้านพลังงาน สามารถรับรองผลได้ชัดเจน และ 3) การใช้ ESCO ทำให้โครงการมีความยืดหยุ่น สามารถออกแบบระบบให้สอดคล้องกับการใช้งาน และยังสามารถดูแลระบบให้สำนักงานรัฐภายใต้สัญญาระยะยาวได้อีกด้วย ซึ่งขณะนี้พระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้างได้มีการปรับปรุงใหม่พร้อมประกาศใช้แล้ว แต่จนถึงขณะนี้ พพ.ยังไม่ดำเนินการต่อ เมื่อพิจารณาจากโครงการที่ค้างอยู่นั้นจะทำให้เกิดการลงทุนช่วง 3-5 ปีต่อเนื่อง รวม 8,000-10,000 ล้านบาท และคาดว่าจะประหยัดการใช้พลังงานได้ 2,500-3,000 ล้านบาท/ปี