ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติ

คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในฐานะกรรมการปฏิรูประบบสาธารณสุข กล่าวว่า จะไม่มีการรวบรวมข้อมูลด้านสุขภาพส่งไปยังคณะกรรมการเฉพาะกิจ เพราะได้ส่งข้อมูลให้กรมวิชาการเกษตรแล้ว

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับองค์กรพันธมิตร e-Commerce จัดงาน Smart Online SMEs Plus (S.O.S+) เพื่อเร่งผลักดันภาคการส่งออกผ่านช่องทางออนไลน์ระหว่างประเทศ โดยได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากผู้ประกอบการไทยจากทั้งส่วนกลางและภูมิภาคเข้าร่วมงานกว่า 1,296 ราย คาดการณ์มูลค่าการซื้อขายกว่า 193.7 ล้านบาท

นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า งานนี้ได้รับเกียรติจากพันธมิตร e-Marketplace จากต่างประเทศ ที่เดินทางมาเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อคัดเลือกสินค้าไทยคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น Amazon (สหรัฐอเมริกา) Tmall (จีน) eBay (สหรัฐอเมริกา) BaganTrade (เมียนมา) Shop JJ (สิงคโปร์) และ Gosoko (แอฟริกา) โดยมีจำนวนจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ภายในงาน ทั้งที่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และขอนแก่น รวม 351 คู่ คาดการณ์มูลค่าซื้อขายกว่า 193.7 ล้านบาท โดยสินค้าที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ผลไม้สด ผลไม้แช่แข็ง ผลไม้แปรรูป อาหาร ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและความงาม เสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรกล ของตกแต่งบ้าน หมอนยางพารา รวมถึงเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและอุปกรณ์ในครัวเรือน เป็นต้น

นอกจากกิจกรรมการเจรจาจับคู่ธุรกิจแล้ว กิจกรรมไฮไลท์ที่ได้รับความนิยมจากผู้เข้าร่วมงานคือการรับบริการถ่ายภาพสินค้าจากบริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง ประเทศไทย จำกัด และรับบริการเขียนรายละเอียดสินค้าเป็นภาษาอังกฤษ โดย Copy Writer เจ้าของภาษา รวมทั้งเข้าคลินิกเพื่อขอคำปรึกษาด้านการค้าออนไลน์อย่างครบวงจรกับ Thaitrade.com’s Clinic นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมงานยังได้เข้ารับฟังเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นภายใต้หัวข้อ “เตรียมความพร้อมการค้าออนไลน์เพื่อส่งออก” ระหว่างผู้แทนการค้าจาก e-Marketplace และผู้เชี่ยวชาญด้าน e-Commerce อาทิ บริษัท ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ที่มาให้ความรู้ในการทำการตลาดออนไลน์รวมทั้งการส่งออกสินค้าเพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ

คุณวีรวัต เจริญดี จากห้างหุ้นส่วนจำกัด บ้านหอมหวาน จากจังหวัดลำพูน หนึ่งในสมาชิก Thaitrade.com ผู้ผลิตสินค้า “สารให้ความหวานธรรมชาติจากหญ้าหวาน” กล่าวว่า “ทราบข่าวมาจากเฟซบุ๊กแฟนเพจกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

ตอนแรกสมัครเข้ามาไม่ได้คาดหวังอะไร แต่เมื่อมาที่งานจริงๆ มีอะไรมากกว่าที่คิด เราได้รู้ว่ามีประเทศต่างๆ มากมายสนใจในสินค้าของประเทศไทย ถ้าไม่ได้มางานวันนี้คงเสียดาย วันนี้ได้รับบริการถ่ายรูปสินค้า รวมไปถึงขอรับคำปรึกษาว่าสินค้าของเราควรไปจับตลาดประเทศไหนดี ”

เช่นเดียวกับ คุณศนันทต์ฉัตร ศรีสนธิยากุล จาก บริษัท เทนเดนชา อินเตอร์เทรด จำกัด ซึ่งผลิตสินค้า สเปรย์เย็น แบรนด์เลอนิวซ์ เล่าว่า “ปกติเราเป็นสมาชิกผู้ขายกับ Thaitrade.com อยู่แล้ว แต่กำลังอยู่ในขั้นเตรียมตัวโพสต์สินค้าลงหน้าเว็บไซต์ เพราะเรามีเป้าหมายในการส่งออก หลังจากที่ปีก่อนเราเคยเข้าร่วมงาน S.O.S แล้วรู้สึกอยากพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น วันนี้นอกจากมีฟังสัมมนาแล้วยังได้แวะมาใช้บริการถ่ายภาพสินค้า เลยอยากจะขอบคุณที่มีการจัดงานดีๆ แบบนี้ขึ้นมา เนื่องจากเราเป็นผู้ประกอบการรายเล็ก การมีกิจกรรมแบบนี้ช่วยให้เราสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นค่ะ”

จากความรู้สึกของผู้เข้าร่วมงานทั้งสองท่านเป็นแค่ส่วนหนึ่งของความประทับใจในงาน Smart Online SMEs Plus (S.O.S+) ในปีนี้เท่านั้น สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจพัฒนาศักยภาพการค้าขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมโอกาสในการเข้าร่วมกิจกรรมที่ช่วยผลักดันธุรกิจของท่านให้ประสบความสำเร็จ มาร่วมสมัครเป็นสมาชิกผู้ขายได้ที่เว็บไซต์ Thaitrade.com เพื่อที่ท่านจะได้ไม่พลาดโอกาสในการเข้าร่วมกิจกรรมดีๆ เหล่านี้ ติดตามกิจกรรมเพิ่มเติมเช่นนี้ได้

ผู้ส่งออก-ล้งผลไม้ภาคตะวันออกป่วน ชะลอรับออร์เดอร์ หยุดเหมาซื้อยกสวน เหตุราคา “ทุเรียน-มังคุด-เงาะ” แกว่งตัวหนักในรอบ 10 ปี หลังปริมาณผลผลิตลดฮวบ เฉพาะ “มังคุด” หายไป 60-70% กำลังซื้อตก ทำราคาดิ่งลงสวนทาง แถมมีคู่แข่งอินโดฯ-มาเลย์เตรียมนำผลไม้ราคาถูกขย่มซ้ำ แนะผลิตสินค้าคุณภาพ ดึงราคาตลาดขึ้น
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานสถานการณ์ปริมาณไม้ผลภาคตะวันออก 4 ชนิด คือ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง ในจังหวัดจันทบุรี ระยอง และตราด ปี 2561 ของสำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ณ เดือนเมษายน 2561 ว่า มีปริมาณรวมลดลงทุกตัว (ดูตาราง)

นายสุชาติ จันทร์เหลือง หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า ช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายนนี้ ผลผลิตผลไม้หลัก 4 ชนิดกำลังออกสู่ตลาด ประมาณการผลผลิตปี 2561 คาดว่าจะมีปริมาณรวม 412,907 ตัน หรือลดลง 18.68% เมื่อเทียบกับปี 2560 มีผลผลิตรวม 507,772 ตัน โดยทุเรียนลดลง 2.03% มังคุด มีผลผลิต 36,356 ตัน ลดลง 67.62% เทียบกับปี 2560 ที่มีปริมาณ 112,309 ตัน ส่วนเงาะ ลดลง 8.91% และลองกอง ลดลง 28.92% ทั้งนี้ ในช่วงต้นฤดูทุเรียนมีราคาขายส่ง 150 บาท/กก. มังคุด 190 บาท/กก. มังคุด 140 บาท/กก. ส่วนช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ผลผลิตจะออกสู่ตลาดจำนวนมาก ราคาจะปรับลงอีก แต่คาดว่าจะสูงกว่าปี 2560 โดยเฉพาะทุเรียน มังคุด ตลาดต่างประเทศยังต้องการรับซื้อ

ส่งออก-ล้งชะลอรับออร์เดอร์

นายมณฑล ปริวัฒน์ รองนายกสมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุด และเจ้าของล้ง “อรษา” อ.เมือง จ.จันทบุรี กล่าวว่า มังคุดปีนี้มีปริมาณผลผลิตน้อยกว่าปีก่อน 30-50% มีผลกระทบต่อผู้ส่งออกทั้งรายใหญ่และรายย่อยยังไม่กล้าตัดสินใจเหมาซื้อ ขณะที่ล้งยังไม่กล้ารับออร์เดอร์ โดยทุกฝ่ายรอดูราคาวันต่อวัน ปลายเดือนมีนาคมถือเป็นช่วงต้นฤดูราคาประมาณ 140-170 บาท/กก. ถือว่าไม่ใช่ราคาที่แท้จริง และยังต้องรอดูสถานการณ์ตลาดต่างประเทศ ที่มีคู่แข่งจากอินโดนีเซีย และมาเลเซียส่งสินค้าเข้ามาง่ายขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าราคาผลไม้ปีนี้ไม่น่าสูงขึ้นมาก นอกจากนี้ได้ร่วมกับกรมการค้าภายในขยายตลาดไปหนานหนิง กุ้ยโจว เซี่ยงไฮ้ และอีกหลายเมืองของจีน รวมถึงตลาดใหม่อย่างอินเดีย ขณะเดียวกันได้เสนอให้มีการจดทะเบียน “ล้ง” เพื่อสร้างมาตรฐานให้ผู้ประกอบการและคุณภาพของผลไม้ ซึ่งท้ายที่สุดราคาจะนิ่งถ้าผลิตสินค้ามีคุณภาพ

นายโอภาส ชอบรส หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ปีนี้ผลผลิตลดลงทั้ง 4 ชนิด ในส่วนของตลาดทุเรียนไม่น่าห่วง เพราะราคาดี และตลาดจีนยังรองรับได้มาก มีการทำตลาดพรีเมี่ยม เพียงแต่ควบคุมคุณภาพ ส่วนเงาะคาดว่าจะมีปัญหาเล็กน้อย สำหรับมังคุดน่าเป็นห่วง เพราะราคาปรับตัวลงเร็วมากจาก 150-160 บาท/กก. เหลือ 120-130 บาท/กก. สาเหตุจากสภาพเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคไม่มีกำลังซื้อ และเดือนเมษายน-พฤษภาคมมีมังคุดจากอินโดนีเซียราคาถูกกว่าออกมาแข่งขันจะทำให้ราคาดิ่งลง

“ค้าภายใน” หนุนซื้อนำตลาด 1 บาท

นายวิโรจน์ พิเภก พาณิชย์จังหวัดตราด กล่าวว่า ได้จัดหาตลาดรองรับผลผลิตทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เช่น ทำข้อตกลงให้ผู้ผลิตผลไม้แปลงใหญ่ร่วมมือกันซื้อขายผ่านสหกรณ์ 4 แห่ง คือ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการแปรรูปและส่งออก จำกัด สหกรณ์การเกษตรเขาสมิง จำกัด สหกรณ์การเกษตรบ่อไร่ จำกัด และสหกรณ์ส่งเสริมธุรกิจภาคเกษตรจังหวัดตราด ทั้งผลไม้สดและทุเรียนแช่แข็งส่งออกจีน การยกระดับทุเรียนชะนีเกาะช้าง เป็นสินค้าพรีเมี่ยม มีใบรับรอง GAP ตรวจสอบได้ระบบ QR code และสหกรณ์ส่งเสริมธุรกิจภาคเกษตรจังหวัดตราด วิสาหกิจชุมชนเพื่อนเกษตรมังคุดบ่อไร่ จัดทำข้อตกลงกับบริษัท เซ็นทรัลฟูดส์ รีเทล จำกัด บริษัท ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เกต ส่วนเงาะ ทางกรมการค้าภายในให้สหกรณ์การเกษตรกร 3 แห่ง รวบรวมด้วยราคานำตลาดกิโลกรัมละ 1 บาท กระจายผลผลิตไปยังห้างโมเดิร์นเทรดในประเทศและต่างประเทศ

จับตาราคาทุเรียนหลัง เม.ย.ขึ้น

ทางด้านนายสว่าง ชื่นอารมณ์ ประธานสภาเกษตรกร จังหวัดตราด และประธาน บริษัท ไทยอะกริเน็ตเวิร์ค จำกัด ผู้รวบรวมผลผลิตจากเกษตรกร กล่าวว่า ราคาผลไม้ปีนี้ต้องจับตามอง คือ ทุเรียนราคาต้นฤดูส่งออกไป 140-150 บาท/กก. หลังกลางเดือนเมษายนน่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 15% โดยตลาดปลายทางเมื่อรับผลผลิตแล้วจึงตีราคา ทั้งนี้ ราคาที่รับซื้อจากเกษตรกรถือเป็นราคาล่วงหน้า 7 วัน จึงเป็นเรื่องที่อ่อนไหวมาก ส่วนมังคุด ผลผลิตลดลงถึง 70% พ่อค้าจะแย่งกันซื้อ แต่ราคาจะเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วไม่มากนัก เพราะตลาดจีนรู้ต้นทุนราคาที่เหมาะสม ผลไม้ที่ราคากลาง ๆ จะขายดี ถ้าราคาสูงเกินไป คนซื้อน้อย ทางออก คือ เกษตรกรต้องผลิตสินค้าคุณภาพ ต้องรวมตัวกันเพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับพ่อค้า และนายหน้า ไม่ใช่ให้พ่อค้าเข้าไปซื้อถึงสวนและกำหนดราคาซื้อ

แนะทำสินค้าพรี่เมี่ยมดึงราคา

นายธนภัทร จาวินิจ ผู้จัดการสหกรณ์ส่งเสริมธุรกิจภาคเกษตรกร จ.ตราด จำกัด กล่าวว่า สหกรณ์รับซื้อเงาะมาประมาณ 10 ปี ตั้งข้อสังเกตว่า ปีนี้ราคาเงาะลงเร็วที่สุด จากเงาะสีทองที่ออกสู่ตลาดรุ่นแรกราคา 100 บาท/กก. ผ่านมาเพียง 4-5 วัน ราคาลงมาเหลือ 40-50 บาท/กก. คาดการณ์ว่าถ้าผลผลิตเงาะโรงเรียนทยอยออกช่วงปลายเดือนเมษายน ราคาเปิดตลาดจะลดลงต่ำกว่า 60 บาท/กก. สาเหตุที่ราคาเงาะลดลงอย่างรวดเร็ว เพราะเร่งเก็บเงาะผิวเขียว ผิวเหลือง ไม่มีคุณภาพ ตลาดขายไม่ได้ รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจทั่วไปไม่ดี ผู้บริโภคไม่มีกำลังซื้อ อย่างไรก็ตาม หากเกษตรกรทำเงาะคุณภาพเกรดพรีเมี่ยม ราคาจะไม่แกว่ง และจะขายได้สูงกว่าตลาดทั่วไป 3-5 บาท/กก. สามารถส่งห้างโมเดิร์นเทรด และส่งออกไปตลาดเวียดนาม จีนได้

ทางด้านนายพิเชษฐ์ มูลชอบ พ่อค้าผู้รวบรวมมังคุดให้บริษัทส่งออก ต.สะตอ อ.เขาสมิง จ.ตราด กล่าวว่า ผลผลิตมังคุดปีนี้มีการกระจายตัวดี แต่มีปริมาณน้อยมากไม่เกิน 30% เกษตรกรส่วนใหญ่คาดว่าปริมาณมังคุดที่มีน้อยจะส่งผลให้ราคาสูงขึ้น แต่หากราคาสูงเกินไป ตลาดปลายทางไม่สามารถรับซื้อได้ เพราะผู้บริโภคไม่มีกำลังซื้อ เพราะภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ดังนั้น เกษตรกรต้องวางแผนการผลิต ทำคุณภาพให้ได้มาตรฐาน และวางแผนการตลาด เพราะแต่ละตลาดมีมาตรฐานต่างกันและราคาต่างกัน เช่น เวียดนาม 40-45 บาท/กก. จีน 50-60 บาท/กก.

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ รวบรวมจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ปี 2560 ไทยมีประชากร 66,188,503 คน และผู้มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป 10,225,322 คน หรือคิดเป็น 15.4% ของประชากรทั้งหมด

ขณะที่สหประชาชาติกำหนดว่าประเทศที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเกินกว่า 20% เป็นสังคมผู้สูงอายุ แสดงให้เห็นว่าไทยเข้าใกล้สังคมผู้สูงอายุเข้าไปทุกขณะ

จากข้อมูลดังกล่าว พบว่าจังหวัดที่มีผู้สูงอายุมากเป็นอันดับหนึ่งคือ กรุงเทพฯ จำนวน 978,455 คน รองลงมาคือ จ.นครราชสีมา 417,303 คน และ จ.เชียงใหม่ที่ 300,490 คน ตามลำดับ

ขณะเดียวกันภาคธุรกิจมีการรับมือสังคมผู้สูงอายุได้แก่ การทำเอ็มโอยู (MOU) ความร่วมมือกันระหว่างหอการค้าทั้ง 5 ภาค และสถาบันการอาชีวศึกษาภาคเหนือ โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท และสมาคมส่งเสริมธุรกิจบริการผู้สูงอายุไทย เพื่อเปิดสอนหลักสูตรสร้างอาชีพการดูแลผู้สูงอายุแห่งแรกในภาคเหนือ ในช่วงปลายปี 2560 ที่ผ่านมา นอกเหนือจากนี้ยังมีการลงทุนในธุรกิจลองสเตย์ที่หาดกมลาจังหวัดภูเก็ต จำนวน 8,000 ล้านบาท โดยการร่วมทุนกันของ ช.การช่าง แอลพีเอ็น และกลุ่มโรจนเสถียร มีกลุ่มเป้าหมายคือคนต่างชาติที่ทำงานอยู่ในทวีปเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นฮ่องกง สิงคโปร์ หรือในประเทศไทย และอินโดนีเซีย เป็นต้น

กล่าวได้ว่ากลุ่มผู้สูงวัยเป็นกลุ่มลูกค้าที่น่าจับตา ในการหาทิศทางการลงทุนเพื่อรองรับความต้องการในอนาคต กลายเป็นธุรกิจฮิตติดตลาดสำหรับ “เทศกาลทัวร์ผลไม้” ภาคตะวันออก ระยอง จันทบุรี ตราด ความร่วมมือระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเกษตรจังหวัด เกษตรกรเจ้าของสวน สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัด สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และชมรมธุรกิจการท่องเที่ยว

ตั้งแต่เดือนเมษายนไปจนถึงกรกฎาคมนี้ เจ้าของสวนภาคตะวันออกเตรียมเปิดสวนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวถึง 63 แห่ง นอกจากจะได้รับประทานผลไม้สด ๆ ในสวน หรือจะซื้อกลับบ้านได้ในราคาถูกกว่าท้องตลาดแล้ว ยังจะได้สัมผัสและเก็บเกี่ยวบรรยากาศวิถีชีวิตของชาวสวนควบคู่กันไปด้วย

“ระยอง-จันท์” กระหน่ำบุฟเฟต์

“อุทิศ ลิ่มสกุล” ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานระยอง (ดูแลพื้นที่ระยอง-จันทบุรี) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้จังหวัดระยองและจันทบุรีได้เตรียมความพร้อมที่จะเปิดสวนผลไม้ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส รวมมากถึง 56 สวน แบ่งเป็น ระยอง 31 สวน จันทบุรี 25 สวน กระจายไปตามอำเภอต่าง ๆ จากปีที่ผ่านมา ที่มีสวนผลไม้เข้าร่วมโครงการ 34 สวน แบ่งเป็น ระยอง 19 สวน จันทบุรี 15 สวน

สำหรับปีนี้ขายแพ็กเกจบุฟเฟต์เป็นรายหัวราคา 299-500 บาท และสามารถซื้อผลไม้หน้าสวนได้ในราคาถูกกว่าท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง สละ และมีการรับรองคุณภาพด้วย

แน่นอนว่านักท่องเที่ยวที่มาทัวร์สวนผลไม้ 95% ชื่นชอบ ทุเรียน มากเป็นอันดับ 1

นอกจากนี้ ททท.ระยองยังจัดแคมเปญ “เที่ยววันธรรมดา ตะลุยสวนระยอง-จันท์” ด้วยการมอบคูปองส่วนลดทัวร์สวนผลไม้ และร้านค้าประชารัฐ สุขใจ คนละ 100 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาพักค้างโรงแรมในวันธรรมดา วันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี ตลอดช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคมนี้
ขณะที่ “วณิชชา วัฒนพงศ์” นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การจัดทัวร์สวนผลไม้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวได้มาก คาดว่าน่าจะทำรายได้ด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น นอกจากทัวร์สวนผลไม้แล้ว ระหว่างวันที่ 19-27 พฤษภาคมนี้ จันทบุรียังมีการจัดงานประจำปี เทศกาลของดีเมืองจันท์ วันผลไม้ เสริมเข้ามาอีก เพื่อดึงนักท่องเที่ยวให้มาท่องเที่ยวและพักในจังหวัดจันทบุรี

กิจกรรมนี้จะทำให้นักท่องเที่ยวได้รับประทานผลไม้ที่สด แก่จัด รสชาติอร่อย ได้ชมวิถีชีวิตชาวสวน ได้รับรู้ภูมิปัญญา หรือบางสวนมีคุณลักษณะพิเศษ เช่น มังคุด 100 ปี ทุเรียนพันธุ์โบราณหายาก บางสวนมีฟาร์มพืชออร์แกนิก การเลี้ยงสัตว์ต่าง ๆ ให้เที่ยวชมด้วย

ล่าสุดเริ่มมียอดจองทัวร์ผลไม้เข้ามาเป็นระยะ ๆ แล้ว

“ชะนี เกาะช้าง” ไฮไลต์ตราด

“วรรณประภา สุขสมบูรณ์” ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด กล่าวว่า ขณะนี้ตราดได้เตรียมพร้อมสำหรับเทศกาลทัวร์สวนผลไม้ โดย ททท.ตราด ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัด สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัด ชมรมธุรกิจนำเที่ยวจังหวัดตราด และบริษัท บางกอกแอร์เวย์ส จำกัด ได้เข้ามาสนับสนุนแคมเปญ “อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน” เป็นปีที่ 3 โดยมีสวนผลไม้เข้าร่วม 7 สวน จากปีที่ผ่านมาที่เข้าร่วม 10 สวน เพราะปัญหาผลผลิตมีน้อย กำหนดเปิดเข้าชมสวน ตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายน และกำหนดราคาเข้าเที่ยวชมชิมผลไม้ แบบบุฟเฟต์ราคาเดียวกัน 200 บาท/คน

ปีนี้ผลผลิตผลไม้ของตราดออกมาค่อนข้างน้อยและผลผลิตออกไม่ตรงตามฤดูกาล เนื่องจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ แต่สวนที่ร่วมแคมเปญทั้ง 7 สวน รับรองว่าจะมีผลไม้ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวตลอดฤดู เพียงแต่ขอให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะเข้าชมสวน ติดต่อประสานงานกับเจ้าของสวน หรือประสานผ่านชมรมธุรกิจนำเที่ยวจังหวัดตราด ล่วงหน้า

“ไฮไลต์ตราดอยู่ที่ทุเรียนชะนี เกาะช้าง ทุเรียนพรีเมี่ยม มีอัตลักษณ์ที่โดดเด่น อุดมด้วยวิตามินอีและธาตุไอโอดีน มีพื้นที่ดินเป็นดินภูเขาไฟ แหล่งน้ำที่มาจากน้ำตก ซึ่งปีนี้คาดว่ามีผลผลิตออกมาเพียง 300 ตันเศษเท่านั้น ซึ่งกลุ่มเกษตรกรเกาะช้างกำหนดราคาที่กิโลกรัมละ 200 บาท

“ไพฑูรย์ วานิชศรี” เจ้าของสวนทุเรียน “สวนไพฑูรย์” ที่ได้รับการรับรองคุณภาพ GAP (good agriculture practice) กล่าวว่า ปีนี้ผลผลิตผลไม้หลัก ๆ ของภาคตะวันออกมีปริมาณลดลง 20-30% และผลผลิตออกล่าช้า ราคาผลไม้มีการปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย สำหรับที่สวนเอง ปกติสวนจะเปิดรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนถึงมิถุนายน แต่ปีนี้ผลผลิตล่าช้า จากปกติที่ผลผลิตจะเริ่มออกในช่วงปลายเดือนมีนาคม ขณะนี้ทุเรียนหลายพันธุ์เริ่มทยอยออกแล้ว เช่น พวงมณี ชะนี หมอนทอง

การจัดทัวร์ผลไม้นอกจากนักท่องเที่ยวชาวไทย ระยะหลังมีเพื่อนบ้านกัมพูชา และนักท่องเที่ยวจีนสนใจและติดต่อเข้ามาทัวร์สวนมากขึ้น

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ประชาชนส่วนใหญ่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือไปเที่ยวต่างจังหวัด ซึ่งระหว่างการเดินทางผู้ขับรถอาจเหนื่อยล้า อ่อนเพลียระหว่างขับขี่คลายความเมื่อยล้าด้วยการเลือกกินผลไม้ที่เป็นแหล่งวิตามินซี เช่น ส้ม ฝรั่ง ฯลฯ เพราะวิตามินซีจะช่วยต้านความเหนื่อยล้าที่มาจากความเครียดและกังวลขณะขับรถ แต่การกินฝรั่งต้องระวังในเรื่องท้องอืด อาจจะเลือกกินแอปเปิ้ลมะม่วงดิบ สับปะรด ส้ม จะบรรเทาความง่วงได้อย่างดีอาหารประเภทกลุ่มโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ต่างๆ ถั่วเหลือง อาหารทะเล ไข่ จะช่วยให้มีพลังกระฉับกระเฉง ตื่นตัวควรเลี่ยงกินอาหารประเภทข้าวแป้ง-น้ำตาล เช่น ข้าวขาว ขนมปังขาว และข้าวเหนียวในปริมาณมากเกินไป เพราะการกินข้าว-แป้งในปริมาณมาก จะทำให้ร่างกายหลั่งสารซีโรโทนินออกมาในสมอง นอกจากอาหารประเภทกลุ่มข้าว-แป้งแล้วก็ยังมีผลไม้จำพวกกล้วยหอม จะทำให้อารมณ์ของบุคคลรู้สึกสงบเยือกเย็น ลดภาวะวิตกกังวล และบางคนก็มีปฏิกิริยามากถึงขั้นง่วงซึมได้