สธ.ห่วงเชื่อผิดๆ โรคพิษสุนัขบ้า ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

กล่าวถึงสถานการณ์การติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าในปี 2558 ว่า มีแนวโน้มพบมากขึ้น จากปัญหาการฉีดวัคซีนในสัตว์ครอบคลุมต่ำกว่าร้อยละ 80 ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่มขึ้นเป็น 14 ราย ดังนั้นในปี 2559 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันแก้ไข ทำให้ในปี 2560 ตั้งแต่มกราคม-พฤศจิกายน จำนวนผู้เสียชีวิตลดลงเหลือ 8 ราย ทั้งนี้ เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างยั่งยืน เตรียมนำเรื่องการป้องกันควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าบูรณาการการทำงาน ในคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพระดับอำเภอ (District Health Board : DHB)

ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงความเชื่อของประชาชนบางกลุ่มในจังหวัดร้อยเอ็ดว่า หากถูกสุนัขกัดแล้วทำพิธีกรรมเผาหลอก จะไม่เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้านั้น กรมควบคุมโรคขอให้ข้อมูลว่าเรื่องนี้เป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง เพราะโรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคนที่มีความรุนแรง หากปฏิบัติตนไม่ถูกวิธีอาจได้รับเชื้อและเสียชีวิตได้โดยจากการสำรวจพบว่าประชาชนยังมีความรู้และความเชื่อเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้าที่ผิดๆ เช่น โรคพิษสุนัขบ้าสามารถรักษาให้หายได้ ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่มขึ้น หากประชาชนมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

หลายคนคงได้ยินข่าวดีที่คณะนักวิทยาศาสตร์นานาชาติประกาศการค้นพบ “อุรังดุตังตาปานุลิ” (Tapanuli orangutan) อุรังอุตังสายพันธุ์ใหม่บนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนเซีย เมื่อสัปดาห์ก่อน

วันนี้เลยอาสาพาน้องๆ มาทำความรู้จักกับเจ้าจ๋อตาปานุลิให้มากขึ้นดีกว่า เป็นการค้นพบลิงเอปสายพันธุ์ใหม่ในรอบเกือบ 100 ปี ส่งผลให้ลิงเอปเพิ่มขึ้นเป็น 7 สายพันธุ์ แน่นอนว่ามีอุรังอุตังตาปานุลิ อุรังอุตังสุมาตรา อุรังอุตังบอร์เนียว กอริลลาตะวันตก กอริลลาตะวันออก ลิงชิมแปนซี และ โบโนโบ

หลายคนคงได้ยินข่าวดีที่คณะนักวิทยาศาสตร์นานาชาติประกาศการค้นพบ “อุรังดุตังตาปานุลิ” (Tapanuli orangutan) อุรังอุตังสายพันธุ์ใหม่บนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนเซีย เมื่อสัปดาห์ก่อน

วันนี้เลยอาสาพาน้องๆ มาทำความรู้จักกับเจ้าจ๋อตาปานุลิให้มากขึ้นดีกว่า เป็นการค้นพบลิงเอปสายพันธุ์ใหม่ในรอบเกือบ 100 ปี ส่งผลให้ลิงเอปเพิ่มขึ้นเป็น 7 สายพันธุ์ แน่นอนว่ามีอุรังอุตังตาปานุลิ อุรังอุตังสุมาตรา อุรังอุตังบอร์เนียว กอริลลาตะวันตก กอริลลาตะวันออก ลิงชิมแปนซี และ โบโนโบ

อุรังอุตังตาปานุลิเริ่มมีวิวัฒนาการแยกจากอุรังอุตังสุมาตราเมื่อกว่า 3.4 ล้านปีที่ผ่านมา ซึ่งจากการศึกษาโครงกระดูกของลิงอุรังอุตังปานุลิโตเต็มวัย เมื่อปี 2556 ทำให้พบว่าฟันและกะโหลกของตาปานุลิมีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนกับอุรังอุตังสายพันธุ์อื่นๆ ทั้งยังพบว่าเจ้าจ๋อสายพันธุ์ล่าสุดนี้อาจปรากฏขึ้นตั้งแต่ประมาณ 10,000-20,000 ปีก่อน และนั่นทำให้พวกมันกลายเป็นอุรังอุตังสายพันธุ์ที่มีวิวัฒนาการเก่าแก่ที่สุดในเกาะสุมาตรา

นอกจากข้อมูลทางวิชาการแล้ว สิ่งที่ช่วยให้แยกอุรังอุตังตาปานุลิจากอุรังอุตังทั่วไปบนเกาะสุมาตรา คือ ส่วนหัวที่มีขนาดเล็กกว่า และที่สำคัญคือพวกมันมีขนหยิกเป็นลอนๆ ดูแล้วน่ารักแบบเฉพาะตัว

แต่น่าเศร้าที่อุรังอุตังปานุลิเสี่ยงสูญพันธุ์อย่างน่าตกใจ เพราะมีจำนวนน้อยมากราว 800 ตัวเท่านั้น ถ้าอยากให้เจ้าจ๋อขนหยิกเหล่านี้อยู่คู่โลกไปนานๆ ก็ต้องช่วยกันอนุรักษ์นะเจี๊ยก…กก

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สาคร ชลสาคร อาจารย์ประจำในสาขาวิชาสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และคณะผู้วิจัยขอสืบสานความทรงจำในหลวงรัชกาลที่9 จากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในเรื่องของ เกษตรพอเพียงในประเทศไทย มีการเปลี่ยนแปลงของระบบเกษตรกรรมตามยุคสมัย การเปลี่ยนผ่าน ของระบบเกษตรกรรม ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติอาจแบ่งได้เป็น 3 ยุค คือ ยุคระบบเกษตรกรรมแบบยังชีพ (Subsistence Agriculture) ยุคระบบ เกษตรกรรมเชิงพาณิชย์ (Commercial Agriculture) ยุคระบบเกษตรกรรมเชิงทวิลักษณ์ (Dualistic Agriculture) ซึ่งหมายถึงระบบเกษตรกรรมที่มีทั้งการเกษตรเชิงแข่งขันและการเกษตรแบบยั่งยืน ผักตบชวา ถือเป็นพืชที่สร้างปัญหาทางน้ำให้แก่เกษตรกรรมมาเป็นระยะเวลานาน ปัญหาที่เกิดจากผักตบชวา ผักตบชวา ก่อให้เกิดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำ เช่น การชลประทาน การคมนาคมทางน้ำ เพื่อเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาวัชพืชในแหล่งน้ำ จึงได้ทำการวิจัยและพัฒนาผักตบชวาสู่ผลิตภัณฑ์แฟชั่น

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สาคร ชลสาคร เปิดเผยว่า นำต้นผักตบชวามาพัฒนาเป็นเส้นใย เส้นด้าย และผืนผ้า ภายใต้โครงการวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าผักตบชวาสู่อุตสาหกรรมแฟชั่น ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2560 การพัฒนางานวิจัยครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากคุณวิลาสินี ชูรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามรุ่งเรือง จำกัด ที่มีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการ Modern Thai Silk กับทางสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ และมีการให้คำปรึกษาเรื่องเส้นใยธรรมชาติ

ซึ่งสนใจผักตบชวาเป็นพิเศษ และเคยติดตามผลงานการวิจัย งานวิจัยการพัฒนาเส้นใยจากผักตบชวาสู่ผลิตภัณฑ์สิ่งทอสร้างสรรค์ (The Development of Water Hyacinth fiber to Creative Textile Products) ที่ได้รับงบประมาณอุดหนุนการวิจัยจากสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ประจำปี 2558 ซึ่ง “ตอนนั้นพัฒนาออกมาเป็นผ้าผืนแต่ยังติดปัญหาเรื่องต้นทุนสูงมาก เฉลี่ยผ้าหนึ่งหลาราคาเกือบหนึ่งพันบาท ซึ่งเป็นราคาที่ลูกค้ายังไม่ยอมรับจึงหยุดไป เพิ่งมาเริ่มใหม่อีกครั้งปีที่แล้ว เนื่องจากต้องการให้บริษัทมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เป็นนวัตกรรมนอกเหนือจากการผลิตชุดเด็กและสตรี และต้องการช่วยลดมลภาวะสิ่งแวดล้อม ในปีนี้จึงได้โดยร่วมมือกันเพื่อปรับปรุงพัฒนาผักตบชวาออกมาเป็นเส้นด้าย ผ้าผืน เสื้อผ้าสตรีที่มีรูปแบบเรียบง่าย ผสมผสานความทันสมัย ด้วยสมบัติของผักตบชวาทำให้สวมใส่สบายระบายอากาศได้ดี นั่นคือ “เส้นใยแห่งสายน้ำ”

โดยนำผลิตภัณฑ์ “เส้นใยแห่งสายน้ำ” มาเปิดตัวในงาน STYLE 2017 เพื่อทดลองตลาด ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดี มีลูกค้าต่างชาติให้ความสนใจ โดยทางบริษัทต่อยอดผักตบชวาสู่ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าสตรี ในเชิงพาณิชย์อีกต่อไป ผู้สนใจผลิตภัณฑ์เส้นใยแห่งสายน้ำ สอบถามรานละเอียดได้ที่ ผศ.ดร.สาคร ชลสาคร 086-6184639

สาเหตุสำคัญของโรคหัวใจมาจากโรควิถีชีวิตและพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้อง ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ความอ้วน และสูบบุหรี่ ทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจแข็งตัว หรือตีบตัน ดังนั้น ผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป จึงควรตรวจสุขภาพประจำทุกปี เพื่อติดตามประเมินภาวะสุขภาพ ซึ่งหากพบมีผิดปกติจะได้รับการส่งต่อเพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด หรือรับคำแนะนำในการปฏิบัติตนเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่อไป

นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลว่า ในการลดความเสี่ยงโรคหัวใจและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่เป็นปัจจัยหลักของภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ทำได้โดยรับประทานอาหารสุขภาพ เช่น ผัก ผลไม้ พืชเมล็ดถั่ว ปลารสไม่หวานไม่มันไม่เค็ม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็วประมาณ 30 นาทีอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม ไม่สูบบุหรี่ ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง รักษาอย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติตนตามคำแนะนำแพทย์

สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ แนะนำให้ออกกำลังกายระดับปานกลาง เช่น เต้นแอโรบิก เดินเร็ว ขี่จักรยาน วิ่งเหยาะๆ และว่ายน้ำ ที่สำคัญคือ ต้องปรึกษาแพทย์ผู้รักษาก่อน และออกกำลังแต่พอเหมาะ เริ่มเบาๆ ค่อยเป็นค่อยไป หยุดพักเมื่อเริ่มเหนื่อยหรือแน่นหน้าอก หลังจากที่เริ่มเคยชินก็ค่อยๆ เพิ่มเวลาของการออกกำลังกายจนสามารถทําได้อย่างต่อเนื่องนานอย่างน้อย 15 นาทีขึ้นไป ที่สำคัญต้องไม่ลืมเตรียมร่างกาย (Warming up and down) ก่อนและหลังการออกกำลังกายทุกครั้ง

ไทเชฟ ผู้นำด้านผงโรยอาหารและผงชงเครื่องดื่ม แนะนำผงมัทฉะต้นตำรับแท้ 100 % จากประเทศญี่ปุ่น ที่มีคุณประโยชน์สำหรับผู้รักสุขภาพ สร้างสีสันให้เมนูอาหารได้แบบไม่รู้จบ พร้อมเพิ่มรสชาติและมูลค่าอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเมนูเครื่องดื่ม เช่น น้ำชาเขียวมัทฉะ สมูทตี้มัทฉะ หรือเมนูเบเกอรี่ เช่น เค้กมัทฉะ ไอศกรีมชาเขียวมัทฉะ มัทฉะบราวนี่ คุกกี้มัทฉะ ในขนาด 100 กรัม หาซื้อได้ที่ร้านจำหน่ายอุปกรณ์เบเกอรี่ทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลได้ที่โทรศัพท์ 02-968-3723-6 หรือ FB:ThyChefFranchise, IDLine:0818228168 หรือจะสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ด้วยบริการใหม่

โรงงานชไนเดอร์ อิเล็คทริค รับรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ประจำปี 2560 ตอกย้ำการสร้างความยั่งยืนด้วยนโยบายสีเขียวทั้งองค์กร

จากภาพ: นายศิริชัย จงจินตรักษา ผู้อำนวยการ โรงงานชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย รับรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ประจำปี 2560 (Green Industry หรือ GI) ระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับที่บ่งชี้ถึงความเป็นวัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture) จากนายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม โดยรางวัลดังกล่าวเป็นผลที่ได้จากความมุ่งมั่น ที่ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยึดถือมาโดยตลอด จากความร่วมมือของผู้บริหารและพนักงานทุกคน ในการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และต้องอยู่ร่วมกับสังคมและชุมชนได้อย่างยั่งยืน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร พร้อมกันนี้นายศิริชัย ยังร่วมงานสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้ Green Industry Forum ประจำปี 2560 อีกด้วย ณ สโมสรทหารบก (วิภาวดี) กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

สศก. แจงทิศทางอาชีพเกษตรกรมีแนวโน้มได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่มากขึ้น เผย มี Smart Farmer ทั่วประเทศ รวมกว่า 9 แสน 8 หมื่นราย และกลุ่ม Young Smart Farmer อีกกว่า 5 พันราย พร้อมเปิดผลศึกษาวิเคราะห์แก้ปัญหาแรงงานเกษตร แนะเทคโนโลยีและนวัตกรรมคือสิ่งสำคัญ พร้อมสร้างความตระหนักรู้ ความภาคภูมิใจในอาชีพเกษตร

นางสาวราตรี เม่นประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า การก้าวเข้าสู่เกษตรกร 4.0 ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 นั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยแรงงานที่มีทักษะ มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ทดแทนแรงงานคน การรวมกลุ่ม การบริหารจัดการทรัพยากร/ปัจจัยการผลิต และการบริหารจัดการด้านการตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

ข้อมูลภาวะเศรษฐกิจสังคมครัวเรือนเกษตรปีเพาะปลูก 58/59 พบว่ามีจำนวนครัวเรือนเกษตร 5.9 ล้านครัวเรือน มีสมาชิกเฉลี่ยครัวเรือนละ 4.04 คน ขนาดแรงงาน 2.88 คนต่อครัวเรือน อายุเฉลี่ยของแรงงานภาคเกษตร คือ 56 ปี และมีผู้สูงอายุสูง (อายุ 65 ปีขึ้นไป) ร้อยละ 12.48 ของประชากรภาคเกษตรทั้งหมด

ผลกระทบของการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุต่อผลิตภาพของภาคเกษตรนั้น สังคมผู้สูงอายุจะทำให้กิจกรรมการผลิต การออม และการลงทุนลดลง มีความเป็นไปได้สูงที่จะเปลี่ยนไปทำการเกษตรที่ใช้แรงงานน้อยกว่าแต่ต้องได้ผลิตภาพ มากขึ้น และนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิต

ด้านสัดส่วนของแรงงานภาคเกษตรมีระดับการศึกษาสูงขึ้น และปัจจุบันอาชีพเกษตรกรมีแนวโน้มได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่มากขึ้น ทั้งจากผู้ที่จบการศึกษาในสาขาเกษตร รวมถึงลูกหลานของเกษตรกร และผู้ที่ประกอบอาชีพอื่นแล้วผันตัวเองมาเป็นเกษตรกร โดยพบว่ามี Smart Farmer ทั้งประเทศ รวม 981,649 ราย และกลุ่ม Young Smart Farmer 5,477 ราย ซึ่งเป็นทิศทางที่ดี เพราะจะช่วยให้แรงงานภาคเกษตรสามารถเรียนรู้และนำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาและปรับปรุงเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบัน สินค้าเกษตรเข้ามามีบทบาทมากขึ้นทั้งในด้านพลังงานและอาหาร ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตของประเทศอุตสาหกรรมใหม่ และประชากรโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ความต้องการพืชพลังงานและพืชอาหารมากขึ้น โดยไทยก็ยังเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรรายสำคัญของโลก สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพความพร้อมของภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสม ซึ่งเป็นจุดแข็งในการที่จะสร้างโอกาสและพัฒนาภาคเกษตรได้อีกมาก ซึ่งหากแรงงานภาคเกษตรไทยปรับตัวได้ช้าเหมือนในอดีตที่ผ่านมา นอกจากจะเสียโอกาสด้านการตลาดแล้ว ปัญหาการขาดแคลนแรงงานก็จะยังคงอยู่ต่อไป ซึ่งในระยะยาวหากจะพึ่งพาแรงงานต่างด้าวคงเป็นไปได้ยาก เพราะความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านยังคงพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ทำให้แรงงานต่างด้าวมีโอกาสสูงที่จะเคลื่อนย้ายแรงงานกลับประเทศของตน

จากสภาพปัญหาดังกล่าว สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรจึงได้ทำการศึกษาแนวทางการสนับสนุนเยาวชนเข้าสู่ภาคเกษตร กรณีศึกษาเยาวชนที่กำลังศึกษาในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาสาขาเกษตร โดยใช้วิธีการศึกษาวิจัยทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยใช้แบบสอบถาม (Questioniare) สัมภาษณ์เชิงลึก (Indepth Interview) และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 437 คน ในจังหวัดที่เป็นศูนย์กลางของการศึกษาสาขาเกษตรในแต่ละภูมิภาค รวม 5 จังหวัด รวม 9 สถาบัน ได้แก่

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จังหวัดกรุงเทพมหานคร วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครศรีธรรมราช และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย จังหวัดนครศรีธรรมราช เกี่ยวกับแนวทางการสนับสนุนเยาวชนเข้าสู่ภาคเกษตร เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการสนับสนุนเยาวชนสู่ภาคเกษตร เพื่อให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้ในการสนับสนุนทั้งด้านการศึกษาและการประกอบอาชีพการเกษตรให้แก่เยาวชน

ผลการศึกษา พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเรียนด้านการเกษตร เป็นเพราะความชอบเรียนด้านการเกษตรและอยากประกอบอาชีพด้านการเกษตรหลังเรียนจบมากที่สุด เลือกที่จะประกอบอาชีพการเกษตรหลังสำเร็จการศึกษา เพราะงานในภาคเกษตรมีอิสระ ชอบทำงานในภาคเกษตร และได้กลับไปอยู่กับครอบครัวที่บ้านเกิด ส่วนเหตุผลที่นักศึกษาเลือกประกอบอาชีพนอกภาคเกษตร เพราะงานในภาคเกษตรไม่มีสวัสดิการ ขาดปัจจัยการผลิตหรือทุนในการผลิต และอาชีพในภาคเกษตรมีรายได้ต่ำ

ดังนั้น การแก้ปัญหาแบบยั่งยืนควรมีการกำหนดนโยบาย โดยเฉพาะแนวคิดเกษตร 4.0 ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยระยะสั้น ต้องให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลตอบแทนจากการผลิต โดยใช้ศาสตร์ของพระราชา และการบริหารจัดการสมัยใหม่ อาทิ แปลงใหญ่/ระบบสหกรณ์ เกษตรอุตสาหกรรม โดยภาครัฐร่วมมือกับภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ ตลอดจนห่วงโซ่การผลิต และสร้างมูลค่าเพิ่มในสินค้าเกษตรผ่านการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชและเทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสม ควบคู่กับการกำหนดพื้นที่สำหรับการทำเกษตร (Zoning) การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีชีวภาพ และเทคโนโลยีการเกษตรที่ทันสมัยต่างๆ เข้ากับเกษตรกรมแบบดั้งเดิม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก เพิ่มผลผลิต และเพิ่มคุณภาพของผลิตผล โดยใช้ข้อมูลของชนิดพืชหรือสัตว์ สภาพแวดล้อมของฟาร์ม และฐานข้อมูลด้านการเกษตร ที่เชื่อมโยงถึงกันเป็นเครือข่าย เพื่อช่วยเกษตรกรในการตัดสินใจในการปรับปัจจัยการผลิตและการดูแลรักษาพืชแต่ละชนิดอย่างพอเหมาะ

ทั้งนี้ จะต้องมีการดำเนินการสร้างภูมิคุ้มกัน/ลดความเสี่ยง weareorganizedchaos.com ด้วยการให้เกษตรกรทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ รวมทั้ง ควรมีการบรรจุหลักสูตรอาชีพการเกษตรตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษา เพื่อให้เด็กไทยมีความรู้และความรักในการประกอบอาชีพการเกษตร ซึ่งเป็นอาชีพฐานหลักของประเทศ มีการปรับปรุงวิธีการคัดเลือกนักศึกษาสาขาเกษตรทั้งในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาโดยให้ใช้หลักความรู้ความสามารถ ทักษะในการปฏิบัติงาน และความมุ่งมั่นในการประกอบอาชีพการเกษตร โดยสิ่งสำคัญที่ต้องเร่งสร้างให้เกิดขึ้น คือ การสร้างความตระหนักรู้ให้กับสังคมและชุมชนถึงความสำคัญของภาคเกษตรที่มีต่อประเทศไทย เพื่อให้อาชีพการเกษตรเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี

นอกจากนี้ ยังต้องมีการจัดการผลิตผลเกษตรหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อคงคุณภาพของผลผลิตเกษตร การส่งเสริมระบบประกันภัยพืชผลเพื่อให้เกษตรกรสามารถลดความเสี่ยงของผลผลิตจากภัยธรรมชาติ ส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งทุน และสนับสนุนกลุ่มแรงงานรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพให้มีความสนใจในการเข้ามาประกอบอาชีพการเกษตร เนื่องจากเป็นกลุ่มที่สามารถเรียนรู้และปรับตัวได้เร็วกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึงการผลักดันยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตร ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ให้เกิดผลในการรองรับการก้าวผ่านประเทศรายได้ปานกลาง สู่ประเทศที่มีรายได้สูง ให้แรงงานภาคเกษตรมีรายได้เพียงพอที่จะทำให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเฉพาะประชากรในภาคเกษตรที่เป็นผู้สูงอายุควรส่งเสริมการให้ความรู้และสนับสนุนการใช้เครื่องจักรกลช่วยผ่อนแรงสำหรับแรงงานภาคเกษตรสูงอายุที่ยังคงทำงานได้ เพื่อให้สามารถทำการเกษตรต่อไปได้ด้วยความมั่นคง และสามารถที่จะยืนหยัดอยู่ในภาคเกษตรอย่างพึ่งพาตนเองได้

ระยะยาว มีการจัดทำแผนพัฒนาสินค้าเกษตร การกำหนดความต้องการแรงงานภาคเกษตรในแต่ละชนิดการผลิตเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว มีการบริหารจัดการแรงงาน (Good Labor Practice : GLP) ที่ดีเพื่อจูงใจให้แรงงานรุ่นใหม่กลับเข้าสู่ภาคเกษตร กำหนดนโยบายการสนับสนุนให้เยาวชนเข้าสู่ภาคเกษตร ตลอดจนการพัฒนาภาคเกษตรและแรงงานภาคเกษตรของประเทศไทยให้เป็นวาระแห่งชาติ ส่งเสริมการทำงานของผู้สูงอายุ และผู้พิการในภาคเกษตร เพื่อลดการว่างงานตามฤดูกาล ทดแทนการใช้แรงงานต่างด้าว และการทำงานต่ำระดับที่ทำให้เกิดการว่างงานแฝง โดยการส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตในท้องถิ่น OTOP เพื่อให้มีงานทำตลอดปี ซึ่งจำเป็นต้องมีการรวมกลุ่มเกษตรกรในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการจัดหาตลาดให้แก่เกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง รวมทั้งการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร

ทั้งนี้ ในการดำเนินนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ปัจจุบันภาครัฐได้มีการดำเนินการแล้ว แต่อาจยังไม่ครอบคลุม ดังนั้น การดำเนินการระยะต่อไปจะต้องมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา เพื่อให้ภาคเกษตรเป็นฐานการผลิตที่มั่นคงและเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การยกระดับสินค้าเกษตรรวมถึงคุณภาพชีวิตและความมั่นคงในอาชีพของเกษตรกรไทยได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ฟาร์มผักและสมุนไพรในตู้คอนเทนเนอร์อย่างที่เห็นในภาพนี้เรียกว่า “ลีฟตี กรีน แมชีน” หรือ “แอลจีเอ็ม” เป็นผลงานของบริษัท เฟรทฟาร์มส์ ในนครบอสตัน สหรัฐอเมริกา ที่ต้องการคิดค้นวิธีการทำการเกษตรภายในพื้นที่จำกัดแต่ยังคงให้ผลผลิตสูง และสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี ไม่ต้องเป็นกังวลกับฤดูกาลแต่อย่างใด”แอลจีเอ็ม” ถูกบรรจุเข้าไว้ในตู้คอนเทนเนอร์สำหรับขนส่งสินค้าทั่วไป ความยาว 40 ฟุต (12.19 เมตร) กว้าง 8 ฟุต (2.44 เมตร) และสูง 9.5 ฟุต (2.9 เมตร) ใช้เทคโนโลยีการทำฟาร์มเกษตร ไฮโดรโปนิก

ซึ่งให้สารอาหารแก่พืชผ่านน้ำโดยไม่ใช้ดินแบบแนวตั้ง เพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นที่สูงสุด สามารถปลูกพืชใบเขียว อาทิ กะหล่ำเคล, ผักกาดหอม, และกะหล่ำ รวมทั้งพืชสมุนไพรและเครื่องเทศ อาทิ เบซิล, มินต์ และออรีกาโน เป็นต้น อาศัยแสงสว่างจากภายในในการเจริญเติบโต สามารถเก็บเกี่ยวได้สัปดาห์ละครั้ง ตลอดทั้งปีเมื่อรวมผลผลิตทั้งปีแล้ว “แอลจีเอ็ม” อ้างว่าสามารถผลิตพืชผักได้รวมแล้วระหว่าง 2-4 ตันต่อปี โดยใช้น้ำเพียง 10 แกลลอน หรือราว 38 ลิตรต่อวัน ในการหล่อเลี้ยงพืชเหล่านี้ นอกจากนั้น ระดับน้ำ, สภาพอากาศและสารอาหารของพืชสามารถตรวจสอบ เฝ้าระวัง และควบคุมได้จากระยะไกลผ่านซอฟต์แวร์ “ฟาร์มแลนด์” ของบริษัทอีกด้วย”แอลจีเอ็ม” มีต้นทุนเริ่มต้นที่ 85,000 ดอลลาร์ (ราว 2.8 ล้านบาท) และต้องใช้เงินเพื่อดำเนินการอีกราว 13,000 ดอลลาร์ต่อปี (ราว 431,000 บาท)แต่เป็นระบบเกษตรกรรมที่คาดกันว่าจะเป็นที่นิยมกันในสภาพสังคมเมืองในอนาคตอันใกล้นี้

อ.ส.ค. จับมือ 56 สหกรณ์ ลงนาม MOU ซื้อขายน้ำนมดิบ ปี 2560/61 รวมกว่า 623.67 ตัน สร้างความเชื่อมั่นเกษตรกรสมาชิกในพื้นที่ส่งเสริม 4,332 ราย มีแหล่งรองรับผลผลิตน้ำนมดิบแน่นอน ได้ราคาเป็นธรรม 19-20 บาท/กก. ตัดปัญหานมล้นตลาด-ราคาตกต่ำ

นายณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า อ.ส.ค. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงหรือเอ็มโอยู (MOU) ซื้อขายน้ำนมดิบ ปี 2560/61 กับสหกรณ์โคนมและศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบในเขตพื้นที่ส่งเสริมของ อ.ส.ค. ทุกภูมิภาคจำนวน 56 แห่ง ปริมาณน้ำนมดิบรวม 623.67 ตัน/วัน แยกเป็น พื้นที่ภาคกลาง จำนวน 19 สหกรณ์ น้ำนมดิบ 313.251ตัน/วัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10 สหกรณ์ น้ำนมดิบ 126.093 ตัน/วัน ภาคใต้ 8 สหกรณ์ น้ำนมดิบ 76.515ตัน/วัน ภาคเหนือตอนบน (เชียงใหม่) 3 สหกรณ์ น้ำนมดิบ 16.58ตัน/วัน และภาคเหนือตอนล่าง (สุโขทัย) จำนวน 16 สหกรณ์ ปริมาณน้ำนมดิบที่ MOU 91.227 ตัน/วัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ประมาณ 6-7%
ทั้งนี้ เพื่อยกระดับคุณภาพน้ำนมดิบของเกษตรกรสมาชิกกว่า 4,332 ราย ให้ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยตามเกณฑ์ที่กำหนดป้อนเข้าสู่โรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับสหกรณ์โคนม ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ และผู้เลี้ยงโคนมในพื้นที่ส่งเสริมของ อ.ส.ค. ว่ามีแหล่งรองรับผลผลิตน้ำนมดิบที่แน่นอน ได้รับราคาที่เป็นธรรม และตัดปัญหานมดิบล้นตลาดและราคาตกต่ำด้วย