สสก.1 โชว์ผลความสำเร็จพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่เผยสามารถพัฒนา

YSF ผ่านการเทคโนโลยีเป็นผลสำเร็จ นายไพศาล สังข์มงคล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท กล่าวว่า การดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลในเรื่องการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ด้วยการพัฒนาและสร้างคนรุ่นใหม่เข้าสู่ภาคการเกษตรนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่ สสก.1 มีการดำเนินงานมาอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ที่เน้นใช้องค์ความรู้ในเรื่องของเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการประกอบอาชีพนั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยยกระดับพัฒนาการทำเกษตรในยุคปัจจุบันให้ก้าวไปสู่การทำเกษตรยุค 4.0 ได้อย่างแท้จริง ประกอบการส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการและขับเคลื่อนชุมชนโดยคนในชุมชนเองนั้น ส่งผลให้เกิดการพัฒนาเป็นไปตามความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง

สำหรับการดำเนินการทั้งหมดนี้ก็มุ่งหวังให้คนรุ่นใหม่มีความรู้ความสามารถในการทำการเกษตร ก่อให้เกิดความยั่งยืนในการประกอบอาชีพการเกษตร การพึ่งพาตนเอง และการแข่งขันทางการค้าในอนาคต โดยการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น Young Smart Farmer เพื่อนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาตนเอง เชื่อมโยงจนเกิดเครือข่าย Young Smart Farmer ทุกภาคของประเทศต่อไป

โดยในส่วนของ สสก.เขต 1 ซึ่งรับผิดชอบ 9 จังหวัดในภาคกลาง ซึ่งได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่อย่างเต็มรูปแบบ มาตั้งแต่ปี 2557 ตามนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตร โดยมุ่งเน้นให้เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการสร้างเครือข่าย โดยให้เกษตรกรเป็น “ศูนย์กลางการเรียนรู้และออกแบบการเรียนรู้ด้วยตนเอง” โดยมีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเป็น “ผู้จัดการเรียนรู้” เพื่อพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้สามารถทดแทนเกษตรกรที่สูงอายุ สร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่มาประกอบอาชีพด้านการเกษตรมากขึ้น ผ่านการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การตลาด และการบริหารจัดการ

โดยในปี 2557 มีเกษตรกรรุ่นใหม่ในพื้นที่ภาคกลางจำนวน 236 คน และได้ขยายเครือข่ายเพิ่มขึ้นในปี 2560 เป็น 910 คน สามารถเกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายอย่างเป็นรูปธรรม เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ สินค้ามีการพัฒนาคุณภาพมาตรฐาน มีตลาดรองรับแน่นอนหลากหลายช่องทาง เช่น องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ตลาดเกษตรกร ตลาดค้าส่ง ตลาดค้าปลีกชุมชน และตลาดออนไลน์ ในปีงบประมาณ 2561 ได้ดำเนินการรับสมัครเกษตรกรรุ่นใหม่เข้าร่วมโครงการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น Young Smart Farmer จำนวน 315 ราย

ซึ่งอยู่ระหว่างสำนักงานเกษตรจังหวัดดำเนินการ พร้อมกนนั้น สสก.1 และ สำนักงานเกษตรจังหวัดลพบุรี และหน่วยงานภาคี ยังได้ร่วมขับเคลื่อนงานพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ โดยใช้เครือข่าย Young Smart Farmer เป็นกลไกในการขับเคลื่อน ผ่านการสร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเชื่อมโยงปัจจัยการผลิต องค์ความรู้ พัฒนาเข้าสู่ภาคธุรกิจเกษตร โดยการพิจารณาพื้นที่ที่มีศักยภาพเป็นศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ในพื้นที่ภาคกลางให้ครบทั้ง 9 จุด เพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้บ่มเพาะเยาวชนเกษตร ยุวเกษตรกร และเกษตรกรรุ่นใหม่ในพื้นที่ให้สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในกิจกรรมการเกษตรและสามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่ผู้ประกอบการเกษตรต่อไป

คุณพัชรพล โพธิ์พันธุ์ เจ้าของฟาร์มเห็ดอัจฉริยะ ตั้งอยู่ที่ 60/7 หมู่ที่ 8 ตำบลแพรกศรีราชาอำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท ทำความโดดเด่นด้านนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ด้านการตลาดเพื่อการยกระดับฟาร์มเห็ดธรรมดาให้เป็นสมาร์ทฟาร์ม (Smart farm) โดยการใช้นวัตกรรมด้านการเกษตรมากขึ้น เพื่อนำไปสู่การเพิ่มผลผลิตและพัฒนาภาคการเกษตรให้ยั่งยืนในอนาคต ทั้งเรื่องการผลิตก้อนเชื้อ การสืบค้นย้อนกลับได้(Tracing) การทำก้อนเชื้อแบบประณีต ลดการสูญเสีย การทำโรงเรือนแบบปิดปรับสภาพแวดล้อมอัตโนมัติ สามารถติดตามได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านระบบอินเตอร์เน็ต(Iot) และนำการตลาดแบบออนไลน์ มาเป็นส่วนช่วยในการเพิ่มการตลาด

เกษตรกรยุคใหม่ ต้องทำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ด้านการเกษตร ตามแนวคิดต้องเปลี่ยนสู่ยุค Thailand 4.0 เพื่อให้ประเทศไทยให้กลายเป็นกลุ่มประเทศที่มีรายได้สูงจึงต้องการปรับเปลี่ยนเป็น “ทำน้อย ได้มาก” ก็จะต้องเปลี่ยนจากการผลิตสินค้า “โภคภัณฑ์”ควรเป็นการผลิตที่ลดแรงงาน แต่เพิ่มคุณภาพและจำนวนของผลผลิตที่ได้ ใช้แนวคิดที่ว่าต้องทำงานน้อยลง แต่ได้ผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพมาตรฐานมากขึ้น ต้องมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาไม่ยึดติดกับองค์ความรู้เดิมและพร้อมที่จะเปิดใจทดลองใช้เทคโนโลยีพร้อมองค์ความรู้ใหม่ๆ ด้วยการแปรรูปและออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆอยู่เสมอเพื่อเพิ่มมูลค่า ต้องสร้างกลุ่มเป็นเครือข่ายในการประสานงานแลกเปลี่ยนความรู้ใหม่ๆ พร้อมทั้งเรียนรู้ประสบการณ์ด้านการเกษตรจากสมาชิกเพิ่มเติมอีกด้วยทั้งยังเป็นเครือข่ายในการขยายตลาด โดยมีความเข้มแข็งสามารถต่อรองกับตลาดคนกลาง หรือสามารถเป็นลู่ทางในการส่งตรงผลผลิตสู่ผู้บริโภคได้

ในการปฏิบัติงานของทางฟาร์มนั้น มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีเข้าไปช่วยในทุกๆ ส่วนของงานเพื่อเพิ่มคุณภาพ และลดแรงงานจากเจ้าของกิจการ ทั้งลดการจ้างงาน

การผลิตก้อนเชื้อมีการยกระดับ ตั้งแต่การผสมโดยชั่งตวงวัตถุดิบทุกชนิด การปรับความชื้นโดยการคำนวณระบบดิจิตอล ซึ่งการผลิตก้อนเชื้อโดยทั่วไปใช้ความเคยชินและประสบการณ์ในการทำงาน การอัดก้อนเชื้อด้วยเครื่องจักร ใช้ระบบการนึ่งฆ่าเชื้อควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติ การบ่มก้อนเชื้อในโรงเรือนปรับอากาศ การใช้ระบบBarcode เข้ามาช่วยในการสืบค้นข้อมูลย้อนกลับได้

การเปิดดอกเห็ดทำในโรงเรือนระบบปิด และปรับอากาศภายในโรงเรือนด้วยระบบEvap ซึ่งควบคุมด้วยเซนเซอร์วัดอุณหภูมิและความชื้น ให้ความชื้นผ่านระบบพ่นหมอกและCoolingPad ทำให้สามารถควบคุมสภาวะแวดล้อมให้เหมาะสมกับเห็ดที่เปิดดอกได้ ช่วยให้สามรถทำผลผลิตได้ใกล้เคียงกันตลอดทั้งปี อีกทั้งสามารถคอนโทรล มอนิเตอร์ ผ่านอินเตอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือได้ตลอดเวลา

การตลาด เนื่องจากทางฟาร์มจะมีการเก็บข้อมูลทั้งหมดไว้ ข้อมูลการผลิตก้อนเชื้อ การเปิดดอก สภาพอากาศ ผลผลิต ทำให้สามารถคำนวณและคาดการณ์ผลผลิตได้แน่นอน มีผลทำให้สามารถเจรจากับผู้ค้าได้ง่ายขึ้น อีกทั้งการผลิตของดอกเห็ดในระบบปิด จะทำให้การปนเปื้อนของผลผลิตน้อยลงกว่าโรงเรือนธรรมดามาก มีผลให้ดอกเห็ดจากทางฟาร์มสามารถยืดอายุการเก็บรักษาได้นานขึ้น ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่พอใจ และกำลังเริ่มใช้วิธีโฆษณาผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อเพิ่มขอบเขตการตลาดอีกด้วย

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ในเบื้องต้นทางฟาร์มกำลังเริ่มทดลองการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเห็ด เช่น น้ำพริกเห็ดกรอบ เห็ดสวรรค์ แหนมเห็ด ข้าวเกรียบเห็ด และได้มีการทดลองการปลูกพืชในระบบโรงเรือนและไฮโดรโพนิคเพิ่มขึ้น โดยมีแผนจะเปิดเป็นแปลงท่องเที่ยวการเกษตร และร้านค้าผลิตภัณฑ์จากฟาร์ม ในพื้นที่ฟาร์มของตน

ความภูมิใจในอาชีพเกษตรกร

คุณพัชรพล บอกว่า สามารถลืมแนวคิดและความเชื่อเก่าๆ ในสังคม ที่ว่าเกษตรกรต้องใช้แรงงานแรกเงินไปวันๆ หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน เป็นกลุ่มคนระดับล่าง รายได้ต่ำ เข้ามาสู่อาชีพด้านการเกษตรที่มีความมั่นคงยั่งยืน มีอิสระในการทำงาน สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ มีการตลาดแบบเครือข่าย ส่งเสริมการจ้างงานในชุมชน อีกทั่งยังสามารถถ่ายทอด เทคโนโลยี ให้กับเกษตรกรรายอื่นๆ ได้ไม่เฉพาะแค่เห็ด อีกด้วย

นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงรายยังมีปัญหาช่วงฤดูการท่องเที่ยวสั้น โดยมีฤดูการท่องเที่ยวปีละ 5 เดือน ระหว่างเดือนธันวาคม ถึงเดือนเมษายน จึงได้จัดกิจกรรม Chiang Rai Adventure ภายใต้โครงการปิดตาเปิดใจ สัมผัสเชียงรายเมืองน่าเที่ยว จุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อน ปั่นจักรยาน “Hug Chiangrai BIKE Adventure in the city : ปั่นเส้นทางเดียวเที่ยวได้รอบเมืองเชียงราย” เมื่อเร็วๆนี้

นายเสริฐกล่าวว่า มีผู้สนใจสมัครลงทะเบียนเข้ามามากถึง 613 คน ขณะที่ตั้งเป้าไว้แค่ 300 คนเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าคนไทยเริ่มหันมาใส่ใจและรักในสุขภาพ อีกอย่างเส้นทางการปั่นก็น่าสนใจได้ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญต่างๆ ทั้งยังได้ร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมในแต่ละจุดอีกด้วย

สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมดังกล่าวคือ 1.เพื่อส่งเสริมให้จังหวัดเชียงรายกลายเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยว 2.เพื่อส่งเสริมให้จังหวัดเชียงรายสามารถมีฤดูกาลท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี 3.เพื่อนำเสนอกิจกรรมการท่องเที่ยวทางเลือกสู่กลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น และ 4.เพื่อเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

ด้าน นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวถึงภาพรวมและสถานการณ์การท่องเที่ยวว่า รายได้การท่องเที่ยวด้านการปั่นจักรยานปี 2560 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 1,500 ล้านบาท ซึ่งแต่ละปีมีอัตราการเติบโตที่ 10% และเฉพาะในปี 2561 คาดว่าตัวเลขจะเติบโตถึง 1,700 ล้านบาท ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาปั่นจักรยานในประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 10% มูลค่ากว่า 280

กยท. จัดกิจกรรม CSR พัฒนาแหล่งน้ำผิวดินขนาดเล็กบนที่สูง จ.น่าน ปูพื้นบ่อน้ำด้วยยางพารา มุ่งประโยชน์แก่คนในชุมชน พร้อมสนองนโยบายส่งเสริมใช้ยางในประเทศ

เมื่อเร็วๆนี้ กยท.ร่วมวางระบบเครือข่ายและพัฒนาแหล่งน้ำผิวดินขนาดเล็กบนที่สูง นำร่องใช้ยางพาราปูพื้นบ่อน้ำ ให้แก่ชุมชนในพื้นที่ ต.เมืองจัง อ.ภูเพียง จ. น่าน เพื่อเป็นแหล่งเก็บน้ำให้แก่เกษตรกรและผู้อาศัยในชุมชน ควบคู่การสนองนโยบายส่งเสริมการแปรรูปและใช้ยางพาราในประเทศ

นายสาย อิ่นคำ กรรมการการยางแห่งประเทศไทย ในฐานะอนุกรรมการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมของ กยท. เผยว่า การสร้างต้นแบบการจัดวางระบบเครือข่ายและพัฒนาแหล่งน้ำผิวดินขนาดเล็กบนที่สูง ในพื้นที่ อ.ภูเพียง จ.น่าน เป็นการเพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำให้แก่คนในชุมชนได้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง โดยการสร้างบ่อเก็บน้ำ ด้วยการขุดดินตามขนาดแล้วขึ้นโครงโดยการใช้ผ้าดิบปูพื้นบ่อ จากนั้นเคลือบด้วยน้ำยาง สดผสมสารเคมี ตามวิธีของ ผศ.ดร.อดิศัย รุ่งวิชานิวัฒน์ นักวิจัย สวก. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งสามารถเก็บกักน้ำโดยไม่รั่วซึมได้มากกว่า 10 ปีโครงการนำร่องการใช้ยางพาราเคลือบผ้าดิบปูพื้นบ่อ จะมีประโยชน์กับเกษตรกรและชุมชนอย่างแท้จริง และเป็นกิจกรรมที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้อาศัยในชุมชนที่เข้ามาบูรณาการร่วมกัน

“การยางแห่งประเทศไทย ได้สนับสนุนน้ำยางข้น โดยแปรรูปมาจากน้ำยางสดซึ่งอาจมีน้ำยางจากในพื้นที่รวมอยู่ด้วย และผ้าดิบ เป็นเงิน 316,650 บาท ซึ่งเป็นวัตถุดิบและส่วนประกอบในการทำโครงและพื้นบ่อเก็บน้ำ ถือเป็นโอกาสที่ดีและเหมาะสมในการประชาสัมพันธ์โครงการฯ เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องรับรู้การใช้ประโยชน์จากน้ำยางพารา เพื่อสนองนโยบายการใช้ยางพาราในหน่วยงานภาครัฐ ให้เกิดการใช้ยางในหน่วยงานและจังหวัดอื่นๆ ต่อไป” นายสาย กล่าวทิ้งท้าย

กลับไปเป็น 18 อีกครั้ง สองหนุ่ม จ๊อบ – นิธิ สมุทรโคจร และท็อป – จรณ โสรัตน์ พาตะลุย Universal Studios Singapore ระเบิดความมันส์กับเครื่องเล่นสุดเสียว ในรายการ สมุดโคจร On The Way

สัปดาห์นี้ยังคงพากันท่องเที่ยวแบบครบวงจรที่มีทั้ง ความหรูหรา ความสนุก และความสุขกันต่อที่ “Resorts World Sentosa Singapore“ เริ่มประเดิมด้วยความเสียวกับรถไฟเหาะที่สูงที่สุดในโลก ณ Universal Studios Singapore ที่ทำเอาสองหนุ่มขาสั่นเลยทีเดียว ต่อมาพาขึ้นยานท่องโลกทรานฟอร์เมอร์ พร้อมตื่นตาไปกับโลกแห่งเทพนิยาย และตื่นใจไปกับตัวละคร Hollywood ชื่อดังอย่าง “มาริลิน มอนโร” ต่อด้วยความมันส์ของสวนน้ำ ณ Adventure Cove พาเสียวไปกับเครื่องเล่นสไลเดอร์ที่เป็นอีก 1 สวนน้ำที่ดีที่สุดในเอเชีย หลังจากที่ปลดปล่อยความมันส์เต็มที่แล้วขอพาไปสัมผัสกับความน่ารักของปลาโลมาน้อยกันที่ “Dolphin Island” พร้อมลงไปใกล้ชิดแบบถึงเนื้อถึงตัวสุดๆ งานนี้สองหนุ่มก็ไม่รอช้าขอลงไปเล่นน้ำกับโลมาพร้อมกอดทักทายต้อนรับการมา Resorts World Sentosa Singapore กันสักหน่อย

ร่วมเดินทางท่องเที่ยวที่มีทั้งความหรูหรา ความสนุก และความสุขไปพร้อมๆ กัน วันเสาร์ ที่ 19 พฤษภาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 17:00 – 18:00 น. ทางช่อง 28 (3SD) เที่ยวเมืองไทยมุมใหม่ หลงใหลฟาร์มหลากสไตล์ กับฝรั่งหัวใจไทย “แดเนียล เฟรเซอร์” พาสัมผัสธรรมชาติแห่งราชบุรี เมืองที่ไม่ได้มีดีแค่โอ่งมังกร

ชวนจิบชา ทานขนมหวานท่ามกลางลำธารใส ที่ The Scenery Farm ฟาร์มแกะน่ารักๆ หลากหลายสายพันธุ์จากทั่วโลก มีกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารน้องแกะ ชมการแสดงของน้องแกะ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกบวกเลข การวิ่งแข่ง ลอดบ่วงไฟ จากนั้นไปชมโคโรฟีลฟาร์ม บรรยากาศสไตล์ญี่ปุ่นแห่งแรกของเมืองไทย ชมสวนเกษตร ปลูกต้นไม้ นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่บรรยากาศสุดชิล ต้อนรับนักท่องเที่ยว ความพิเศษอยู่ที่เมนูต่างๆ จะประกอบไปด้วยเมล่อนเป็นส่วนผสมหลักนั่นเอง จากนั้นไปสัมผัสฟาร์มตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง อย่าง ไร่สุขพ่วง เรียนรู้วิถีชีวิตคนทำเกษตรที่ประสบความสำเร็จ ให้อาหารไก่ไข่ เก็บไข่ รวมถึงการให้อาหารหมูป่า และคั้นน้ำอ้อยสดๆ จากต้น

ท่องเที่ยวราชบุรีมุมมองใหม่ แบบฉบับฟาร์ม… เดอะซีรี่ส์ กับฝรั่งยิ้มกว้าง “แดเนียล เฟรเซอร์” ในรายการหลงรักยิ้ม วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤษภาคม 2561 เวลา 16.30 น. ทางช่อง 28 (3SD) Facebook:

แม็คโคร เดินหน้าส่งเสริมภาคการเกษตรของประเทศไทย คัดสรรผักและผลไม้คุณภาพ ปลอดภัยไปจำหน่ายในแม็คโครทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมเปิดตัวโครงการ “แม็คโคร คัดสรรคุณภาพ เคียงข้างเกษตรกรไทย” เพื่อตอกย้ำการเป็นตัวจริงเรื่องสินค้าเกษตรคุณภาพ ปลอดภัย ร่วมลงนามกับกลุ่มสหกรณ์ 7 กลุ่มทั่วประเทศ สานพลังความร่วมมือสู่การพัฒนาเกษตรกรไทย สร้างงาน สร้างอาชีพ และรายได้ให้เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน

นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการตลาด บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 29 ปี ที่ลูกค้าผู้ประกอบการได้ให้ความไว้วางใจในสินค้ากลุ่มอาหารของแม็คโครมาโดยตลอด แม็คโครให้ความสำคัญอย่างสูงสุดในด้านคุณภาพ ความสด สะอาด และความปลอดภัย ตามมาตฐานของกฎหมาย และหลักปฏิบัติสากล

ทั้งนี้เพื่อที่จะบรรลุวิสัยทัศน์ “มุ่งเป็นที่หนึ่งเรื่องการจัดหาสินค้าเพื่อธุรกิจอาหารแบบครบวงจรสำหรับผู้ประกอบการมืออาชีพ” โดยแม็คโครได้ร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานราชการ เครือข่ายภาคเอกชน มหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ พัฒนาและให้ความรู้แก่เกษตรกรอย่างบูรณาการ ตั้งแต่แหล่งผลิต จนถึงแหล่งจำหน่าย เพื่อให้มั่นใจว่า สินค้ามีความปลอดภัย ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีการตรวจสอบย้อนกลับที่ทันสมัย คือ Makro i – Trace เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ตรวจสอบถึงแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ได้อย่างง่ายดายผ่านการสแกน QR Code ให้ผู้ประกอบการมั่นใจในวัตถุดิบสำหรับการปรุงอาหารที่มีคุณภาพให้แก่ผู้บริโภคต่อไป”

“ไม่เพียงแต่การคัดสรรคุณภาพอย่างเข้มข้นเท่านั้น แม็คโครยังเป็นช่องทางในการจำหน่ายและกระจายผลิตผลทางการเกษตรไปสู่ประชาชน และผู้บริโภคผ่านแม็คโคร 123 สาขาทั่วประเทศไทย โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ รับซื้อผักและผลไม้จากเกษตรกรและสหกรณ์ต่าง ๆ ทั่วประเทศกว่า 115,000 ตัน “ นางศิริพร กล่าวเสริม

ทั้งนี้ การเปิดตัวโครงการ “แม็คโคร คัดสรรคุณภาพ เคียงข้างเกษตรกรไทย” เป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการร่วมมือพัฒนาและยกระดับคุณภาพผลิตผลทางการเกษตร อันก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรกว่า 1,400 รายที่แม็คโครทำงานด้วยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ พิธีร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือกับกลุ่มสหกรณ์ 7 กลุ่ม ได้แก่

สหกรณ์ส่งเสริมเกษตรกร ป่าซาง จำกัด
สหกรณ์ผู้ปลูกสับปะรด ลำปาง จำกัด
สหกรณ์การเกษตร มะขาม จำกัด
สหกรณ์การเกษตร นายายอาม จำกัด
สหกรณ์การเกษตร เขาคิชฌกูฏ จำกัด
สหกรณ์การเกษตร เมืองขลุง จำกัด
สหกรณ์การเกษตร บ้านนาสาร จำกัด

มูลนิธิเอสซีจี ชวนน้อง ปวส. และ ป.ตรี “กล้า ลอง ดี” กับ “โครงการเยาวชนคนทำดี” ปี 6 รวมกลุ่มเสนอโครงการเพื่อสังคม ชิงเงินสนับสนุนสูงสุดโครงการละ 1 แสนบาท

มูลนิธิเอสซีจี เชื่อมั่นในคุณค่าของคน สานต่อ “โครงการเยาวชนคนทำดี” ปีที่ 6 ให้น้องๆ นิสิตนักศึกษาปริญญาตรีหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ได้มีโอกาสนำความรู้ ความสามารถจากการเรียน มาประยุกต์ใช้สร้างสรรค์โครงการที่เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม เพราะเชื่อว่าเยาวชนที่รับผิดชอบต่อสังคมในวันนี้ ย่อมจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ “เก่งและดี” ในวันหน้า

สุวิมล จิวาลักษณ์ กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจี กล่าวว่า “ในปี 2561 นี้ โครงการเยาวชนคนทำดี โดยมูลนิธิเอสซีจี ได้เปิดรับสมัครต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 6 ภายใต้แนวคิด “กล้า ลอง ดี” เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้กล้าออกจาก Comfort zone แล้วลองกระโจนไปทำความดี ซึ่ง 5 ปีที่ผ่านมานิสิต นักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการจะได้ลงพื้นที่ทำโครงการจริงเพื่อฝึกการค้นคว้า การคิดวิเคราะห์ และการแก้ไขอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน นับว่าเป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่หาไม่ได้จากห้องเรียน ขณะเดียวกันการทำโครงการด้วยจิตอาสาจะทำให้น้องๆ รู้จักการทำงานเป็นทีม มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ในวันข้างหน้าน้องๆ จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ใช้ชีวิตเพื่อตนเองและผู้อื่นอย่างมีคุณค่า จึงขอเชิญชวนน้องๆ มารวมตัวกันเพื่อทำโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 15 มิถุนายน 2561 ซึ่งโครงการที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะได้รับงบประมาณดำเนินงานสูงสุดโครงการละ 100,000 บาท”

น้องนิค-นายกิตติพงษ์ บำรุงพงษ์ นักศึกษาชั้น ปวส.2 สาขาวิชาปิโตรเคมี วิทยาลัยเทคนิคระยอง เล่าประสบการณ์จากการทำโครงการกังหันน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ที่เขาและเพื่อนๆ ได้ร่วมกันแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียจากบ่อพักน้ำเสียของเรือนจำกลางระยองที่เอ่อล้นเข้าไปเจิ่งนองบ้านเรือนของชุมชนว่า “เมื่อปีที่แล้วผมและเพื่อนสมัครโครงการเยาวชนคนทำดี ปีที่ 5 เพื่อไปช่วยแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วเรือนจำและชุมชนโดยรอบ รวมทั้งยังไหลเอ่อเข้าไปในชุมชนด้วย สิ่งที่เราทำคือการประกอบกังหันโดยต่อวงจรไฟฟ้าเข้ากับแผงโซลาเซลล์เพื่อช่วยปรับคุณภาพน้ำให้ดีขึ้น ชาวบ้านก็ดีใจเพราะปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์หมดไป ตอนแรกผมไม่มั่นใจเท่าไหร่ว่าจะทำได้สำเร็จ แต่พอได้ลงมือทำแล้ว ผมภูมิใจและประทับใจกับโครงการนี้มากเพราะช่วยทำให้ผมมีความรับผิดชอบมากขึ้น และช่วงทำโครงการ ตัวผม เพื่อน รุ่นพี่ แม้แต่อาจารย์ก็ได้อยู่ด้วยกันบ่อยขึ้น ทำให้พวกเราสนิทและเปิดใจฟังกันมากขึ้น”

ด้าน น้องฟ้า-นางสาวนวลอนงค์ จรลี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะมนุษยศาสตร์และการจัดการการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ผู้สนใจวิถีชีวิตชาวมอญในหมู่บ้านตากแดด ต.บางเตย อ.สามโค จ.ปทุมธานี หนึ่งในผู้เสนอโครงการมอญเล่าเรื่อง เมืองสามโคก ได้รวมกลุ่มเพื่อนๆ จากคณะมนุษยศาสตร์ นิเทศศาสตร์ และบริหารธุรกิจ จัดทำ “เครื่องมือศึกษาชุมชน : แผนที่เดินดิน ปฏิทินประเพณี ทำเนียบภูมิปัญญา ไอดอลชุมชน” เพื่อให้สืบทอดไปยังรุ่นลูกหลานในชุมชน อีกทั้งยังสามารถเผยแพร่ต่อไปยังบุคคลภายนอกที่สนใจได้อีกด้วย โดยน้องฟ้าเล่าว่า “เราไปเก็บข้อมูลวัฒนธรรมประเพณีของคนในชุมชนเชื้อสายมอญ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนในชุมชนตั้งใจอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานอยู่แล้ว

ทุกคนจึงมีความยินดีบอกเล่าข้อมูลเพื่อให้เรานำไปจัดทำเป็นเครื่องมือศึกษาชุมชน ก่อนส่งมอบให้ชุมชนเก็บไว้ให้ลูกหลานศึกษา และเราก็ขออนุญาตนำมาเผยแพร่ให้คนที่สนใจด้วย ได้แก่ แผนที่เดินดิน ที่วาดลักษณะของหมู่บ้านเป็นแผนที่และปักหมุดไว้ว่าบ้านหลังไหนมีความถนัดหรือมีภูมิปัญญาท้องถิ่นเรื่องใด จากนั้นเมื่อได้แผนที่แล้ว เราก็เข้าไปพูดคุยกับบ้านที่ปักหมุดไว้เพื่อนำมาจัดเก็บเป็นทำเนียบภูมิปัญญาของชุมชน ขณะเดียวกัน เราก็มีความคิดว่าอยากที่จะปั้นลุง ป้า น้า อาในชุมชนซึ่งเป็นต้นตำรับขององค์ความรู้แต่ละเรื่องให้เป็นไอดอลของชุมชน

เพื่อเป็นมัคคุเทศน์ที่เชี่ยวชาญในการนำเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ เรายังพบว่าชาวมอญยึดถือปฏิบัติตามธรรมเนียมประเพณี เราจึงนำข้อมูลมาจัดทำปฏิทินประเพณี เพื่อจะได้เชิญชวนคนมาท่องเที่ยวเรียนรู้วัฒนธรรมที่น่าสนใจนี้ หนูมองว่าการทำกิจกรรมนอกเหนือจากการเรียนอย่างโครงการเยาวชนคนทำดีนี้ถือว่าได้ประสบการณ์หลายอย่างที่ไม่สามารถได้จากห้องเรียน เลยอยากให้น้องๆ ได้มาลองทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์เหมือนกับหนู และขอขอบคุณมูลนิธิเอสซีจีที่เชื่อมั่นและให้โอกาสพวกเราได้ทำโครงการจนสำเร็จด้วย”

ด้าน ป้าไก่-เบญจวรรณ สุทธิผล ชาวบ้านในชุมชนบ้านตากแดด ต.บางเตย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เล่าถึงความรู้สึกประทับใจต่อน้องๆ ที่ทำให้คนในชุมชนได้หันกลับมาหวงแหนความงดงามของวัฒนธรรมประเพณีโบราณว่า “ถ้านักศึกษาไม่เข้ามาสืบค้นเรื่องราววัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่นในครั้งนี้ คนในชุมชนก็อาจจะหลงลืมไปเพราะเห็นเป็นเรื่องเคยชิน แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นวิถีชีวิตที่ควรเก็บรักษาเพื่อสืบทอดให้ลูกหลานต่อไป เช่น การทำข้าวแช่ หรือการทำหางหงส์และแห่ไปแขวนไว้ที่วัดในวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ ป้าจึงอยากขอบคุณน้องๆ กลุ่มนี้มากที่เข้ามาบอกว่าบ้านมอญของเรามีดีและทำให้เราได้ช่วยกันรักษาไว้ ซึ่งป้าเชื่อว่าเด็กๆ ที่มีความคิดที่ดีและเก่งอย่างนี้จะโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ช่วยพัฒนาสังคมประเทศชาติได้อีกมากมาย”

น้องๆ ที่สนใจสมัครร่วมโครงการ “เยาวชนคนทำดี” สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.scgfoundation.org ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 มิถุนายน 2561 หรือติดตามข่าวสารโครงการได้ผ่าน Facebook Fanpage “เยาวชนคนทำดี” และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางโทรศัพท์ 02-586-5218 หรือ 02-586-5506

เปิดข้อมูล ดัชนีการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศทั่วโลก เผย ไทยอยู่อันดับ 78 จาก 176 ประเทศ เจาะกระแสซื้อขายทุเรียน ไทย กับ Alibaba เปิดประตูโอกาสผู้ประกอบการ SMEs เกษตรกรและองค์กรเกษตร เร่งปรับตัวด้านเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น แนะต้องควบคุมเข้มงวดให้เกษตรกรและผู้ประกอบการเกษตรรวมกลุ่มกัน ดำเนินการตามมาตรฐานเพื่อรักษาคุณภาพสินค้าเกษตร ตามความต้องการของตลาดด้วย