สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2561 จำนวน 7 สหกรณ์

คือ 1) สหกรณ์การเกษตร ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรขามสะแกแสง จำกัด จังหวัดนครราชสีมา 2) สหกรณ์โคนม ได้แก่ สหกรณ์โคนมไทย – เดนมาร์ค (ลำพญากลาง) จำกัด จังหวัดสระบุรี 3) สหกรณ์นิคม ได้แก่ สหกรณ์นิคมคลองสวนหมาก จำกัด จังหวัดกำแพงเพชร 4) สหกรณ์ผู้ผลิตยางพารา ได้แก่ สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านเสม็ดจวนพัฒนา จำกัด จังหวัดนครศรีธรรมราช 5) สหกรณ์ออมทรัพย์ ได้แก่ สหกรณ์ออมทรัพย์โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ จำกัด จังหวัดกาฬสินธุ์ 6) สหกรณ์ร้านค้า ได้แก่ ร้านสหกรณ์โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี จำกัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี และ 7) สหกรณ์บริการ ได้แก่ สหกรณ์สี่ล้อเล็กภูเก็ต จำกัด จังหวัดภูเก็ต

ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปี 2561 จำนวน 3 สาขา คือ 1) สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ นายสุธรรม จันทร์อ่อน 2) สาขาปราชญ์เกษตรดีเด่น ได้แก่ นายเสถียร มาเจริญรุ่งเรือง และ 3) สาขาปราชญ์เกษตรผู้นำชุมชนและเครือข่าย ได้แก่ นายกฤตกร แซ่เอี๊ยบ

ตราด – นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานในการประชุมแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในชุมชนได้รับความเดือดร้อนจากการเลี้ยงนกนางแอ่น เผยว่า มีชาวบ้าน ได้รับความเดือดร้อนจากการเปิดเสียงเรียกนกนางแอ่นของอาคารพาณิชย์ในเขตเทศบาลเมืองตราด ดังจนเกิดความรำคาญและกระทบกับชีวิตความ เป็นอยู่ จึงต้องการแก้ปัญหานี้ให้ผู้ได้รับความเดือดร้อน

ด้าน นายมงคล รัตตนาวิน รักษาราชการแทนปลัดเทศบาลเมืองตราด กล่าวว่ามีการขออนุญาตก่อสร้างต่อเติมเพื่อเลี้ยงนกนางแอ่นจำนวนมาก ทางเทศบาลเข้ามาดูแล ตรวจสอบ และแก้ปัญหาเรื่องเสียงดังอยู่บ่อยครั้ง พบว่าส่วนใหญ่เปิดเสียงไม่ดังกว่าที่กฎหมายกำหนด

ขณะที่ นายมนัส ปรุงทำนุ ตัวแทนโยธาธิการและผังเมืองตราดชี้แจงว่า มีกฎหมายตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคารดูและและควบคุมการก่อสร้างอยู่ แต่เมื่อเวลาขออนุญาตจะขออนุญาตเป็นที่อยู่อาศัย ต่อมา ดัดแปลงมาเป็นอาคารเลี้ยงนกนางแอ่นผิดวัตถุประสงค์ ผิดกฎหมาย แต่ที่ผ่านมาไม่มีการดำเนินการ อย่างจริงจัง

นายก นก ใจรักษ์ นายก อบต.วังกระแจะ กล่าวว่า พื้นที่ตำบลวังกระแจะ ที่ติดอยู่กับเทศบาลเมืองตราดมีการก่อสร้างอาคารและเลี้ยงนกนางแอ่นจำนวนมากเช่นกัน หลายพื้นที่อยู่นอกชุมชน แต่ที่อยู่ในพื้นที่ชุมชนเมืองและมีการขออนุญาตจะมองที่เจตนาว่าเลี้ยงนกนางแอ่นหรือไม่ หากเลี้ยงจะไม่อนุญาต แต่หากจะอนุญาตจะต้องให้บ้านเรือนข้างเคียงยินยอม

นายประเสริฐ กล่าวทิ้งท้ายว่า เมื่อออกระเบียบของ ท้องถิ่นมาแล้ว ต้องปฏิบัติตามคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนในเรื่องอนามัย กลิ่นมูลนก รวมทั้งเสียง ดูกฎหมายเรื่องสัตว์ป่าคุ้มครอง มองให้รอบด้านเป็นเรื่องสะสมมานาน ออกระเบียบครั้งนี้ไม่ได้ต้องการกลั่นแกล้ง ผู้เลี้ยงนกนางแอ่น แต่เพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้ ทำธุรกิจกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนต้องยอมรับกับกติกา

ยะลา – นายเดช ศักดิ์สองเมือง เกษตรกรชาวสวนยาง เผยว่า ปลูกสับปะรดแซมในสวนยางพาราในเนื้อที่ 40 ไร่ เนื่องจากที่ผ่านมายางจะโตจนกรีดได้ใช้ระยะเวลาถึง 8 ปี ช่วงปลูกสับปะรดเป็นรายได้เสริม เป็นช่วงราคายางเริ่มตกต่ำ ตอนนี้รายได้จากการจำหน่ายสับปะรด วันละ 100 กิโลกรัม รายได้ 1 พันบาทถึงหนึ่งพันห้าร้อยบาท ปลูกในเนื้อที่ 40 ไร่ ที่ผ่านมาช่วงที่ผลผลิตออกมามาก รายได้วันละ 6 พันบาท มีพ่อค้ามารับถึงสวน และส่งขายตามหน่วยงาน โรงเรียน โดยลูกเล็ก ในราคา 15 บาท สำหรับ ลูกใหญ่ ราคา 18-20 บาท

ปลูกสับปะรดสำคัญที่การดูแล รักษา ต้นที่สมบูรณ์หยอดสารเร่งดอกบังคับไม่ให้ออกลูก เพื่อที่จะให้ออกลูกสม่ำเสมอ ตัดผลผลิตพร้อมกัน ช่วงนี้ใกล้เข้าเดือนถือศีลอดของพี่น้องชาวไทยมุสลิม สับปะรดก็จะได้ราคา

นครราชสีมา – นายสมศักดิ์ กาญจนะคช หัวหน้าเขตจัดการอุทยานแห่งชาติทับลานที่ 3 อำเภอครบุรี เผยถึงการปรับภูมิทัศน์และพัฒนาแนวกันไฟป่า เส้นทางส่งกำลังลาดตระเวนเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายในเขตจัดการอุทยานฯ การปรับปรุง ภูมิทัศน์ในครั้งนี้เป็นเส้นทางหลักในการลำเลียงกำลังเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน และตรวจตราพื้นที่ของทางอุทยานโดยเฉพาะการลักลอบตัดไม้พะยูง ซึ่งเป็นปัญหาที่ยังเกิดขึ้นในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันเส้นทางสายนี้ยังใช้เป็นเส้นทางการศึกษาระบบนิเวศทางธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติ ทับลาน ใช้เป็นแนวกันไฟป่าเพื่อลดความสูญเสียของทรัพยากรธรรมชาติในกรณีที่เกิดไฟป่าขึ้นด้วย ก่อนหน้าที่จะมีการพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ เส้นทางสายดังกล่าวถูกน้ำกัดเซาะจนได้รับความเสียหาย เดินทางไม่สะดวก ประกอบกับมีไม้เลื้อยปกคลุมเส้นทางทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นต่ำ ซึ่งจะปรับปรุงให้ใช้งานได้สะดวก

สวนลุงอ้วน ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 บ้านซับป่าพลูใหม่ ตำบลป่าอ้อ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี แหล่ง ท่องเที่ยวเชิงเกษตรผลไม้แบบผสมผสานปลอดสารพิษ บนพื้นที่ 24 ไร่ ที่ปลูกผลไม้หลากหลายชนิด ทั้ง ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง มะขามหวาน และมะไฟ เน้นว่าเป็นผลไม้ปลอดสารพิษ สดสะอาด รสชาติอร่อย ซึ่งเปิดให้เที่ยวชมสวนและเลือกชิมผลไม้ พร้อมหิ้วเป็นของฝากสดๆ จากสวนเป็นประจำ ทุกปี

สวนลุงอ้วน ตั้งชื่อตามเจ้าของสวน “ธวัช พลฉกรรจ์” ปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว แต่มี “ชลธิชา พลฉกรรจ์” ลูกสาว เป็นผู้สืบทอดกิจการต่อจากลุงอ้วนมาประมาณ 2 ปี โดยยังทำทุกอย่างตามแนวทางของลุงอ้วนคือ เปิดสวน “บุฟเฟต์ 100 เดียว” ให้ประชาชนเข้ามาเที่ยวชมสวนแบบธรรมชาติ ชิมผลไม้สดๆ จากต้น

แต่ปีนี้สภาพอากาศแปรปรวนบ่อยครั้ง ทำให้ผลออกช้า ไม่ตรงฤดูกาลเท่าที่ควร จึงไม่เปิดสวนบุฟเฟต์ 100 เดียวเหมือนทุกปี แต่เปิดให้เข้าชมสวนฟรีๆ ไฮไลต์ของสวนคือ ทุเรียน 6 ไร่ มีสายพันธุ์ต่างๆ ถึง 6 สายพันธุ์ เช่น หลิน-หลงลับแล, พวงมณี, หมอนทอง, ชะนี และกระดุม ซึ่งเปิดชิมและขายในราคาไม่แพง โดย หลิน-หลงลับแล, พวงมณี, หมอนทอง, ชะนี ขายราคากิโลกรัมละ 100 บาท ส่วนพันธุ์กระดุม กิโลกรัมละ 80 บาท ปรากฏว่าได้รับความนิยมไม่น้อย ทำให้มีรายได้ประมาณวันละ 10,000 บาท

“ราคานี้จะขายให้นักท่องเที่ยวทุกคน ไม่มีการชาร์จ และไม่ขายส่งให้พ่อค้า-แม่ค้า โดยเฉพาะทุเรียน เพราะอยากให้ประชาชนได้รับประทานของสวนเราในราคาประหยัด เพราะเป็นผลไม้ที่พ่อตั้งใจปลูก ดูแลเพื่อรอวันออกผลให้ลูกค้าได้รับประทาน ตั้งใจทำตามแนวทางที่พ่อสอนไว้ โดยเฉพาะเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมกับปรับปรุงพัฒนาสวนของพ่อให้คงอยู่ต่อไป” ชลธิชากล่าว

ไร่บัวสาย สวนทุเรียนปลอดสารอีกแห่ง ที่ ตำบลสำนักแต้ว อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา กำลังได้รับความนิยมอย่างมากจากกลุ่มลูกค้าที่เคยลิ้มรสชาติ ปีนี้มีลูกค้าสั่งจองกันทางเฟซบุ๊กจำนวนมาก แม้ขณะนี้ทุเรียนเพิ่งออกผล ซึ่งต้องรอไปอีก 3 เดือน สวนจึงจะตัดทุเรียนส่งลูกค้าก็ตาม

“สุเชาว์ บัวสาย” เจ้าของไร่บัวสายรุ่นที่ 2 บอกว่า ปีนี้มีผลผลิตออกมาจำนวนมาก เนื่องจากการดูแลรักษาที่ดี ทั้งการให้น้ำ ให้ปุ๋ย ที่สำคัญ ไม่ใช้สารเคมีใดๆ มีให้เลือกหลายสายพันธุ์ ทั้งหมอนทอง ชะนีไข่ พวงมณี สำหรับหมอนทองและชะนีไข่ต้องรอแก่จัดก่อนตัด ส่วนพวงมณีต้องรอให้หล่นจากต้นโดยธรรมชาติจึงเก็บส่งขายให้ลูกค้า

“ปีที่ผ่านมาๆ มาทุเรียนของไร่บัวสายจะเปิดให้สั่งซื้อทางออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊ก แต่จำกัดเฉพาะคนที่อยู่ในจังหวัดสงขลา แต่ปีนี้จะเปิดตลาดให้ไกลขึ้นไปทั่วประเทศด้วยระบบส่งสินค้าเคอร์รี่ ซึ่งทดลองแล้ว ใช้เวลาประมาณ 2 วันจะถึงมือลูกค้าใน กทม.หรือภาคเหนือ ทำให้สามารถเปิดรับออเดอร์จากลูกค้าได้ทั่วประเทศ เราขายทุเรียนแบบแกะเปลือก ชั่งน้ำหนักเนื้อทุเรียน ขายราคากิโลกรัมละ 500 บาท จะทำให้ลูกค้ารวมถึงเจ้าของไร่ได้เห็นเนื้อทุเรียน จึงหมดปัญหาเรื่องทุเรียนไม่ได้คุณภาพ และรสชาติอร่อยแน่นอน

สำหรับปีนี้มีลูกค้าสั่งจองมาทางเฟซบุ๊กแล้วจำนวนไม่น้อย ขณะเดียวกันก็มีล้งเริ่มติดต่อถามซื้อ คาดว่าราคาทุเรียนปีนี้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน เชื่อว่าจะมีผลผลิตไม่น้อยกว่า 26,000 ลูก นอกจากนั้นยังเตรียมเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียเข้ามาเที่ยวชมและชิมทุเรียนในสวน เพื่อประชาสัมพันธ์ทุเรียนของไร่บัวสาย”

สวนจิตรนิยม ที่ จังหวัดปราจีนบุรี มีทุเรียนออร์แกนิก มีทุเรียนพันธุ์พื้นเมือง “กบชายน้ำ” ต้นเก่าแก่อายุ 120 ปี ขนาดต้นใหญ่ 2 คนโอบ สวนจิตรนิยม ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ถนนบ้านโคกขวาง-บ้านระเบาะไผ่ ตำบลหนองโพรง อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี เรียกว่าพิกัดแถบกลางเมืองอุตสาหกรรมเลยทีเดียว

ทุเรียนที่นี่เป็นที่รู้จักกันดีในโฮมช้อปปิ้ง เพราะเปิดให้สั่งจองผ่านเว็บไซต์ 24catalog.com ด้วย มีให้เลือก 2 แบบ 2 ราคา แบบแรก 1 ลูก ราคา 11,000 บาท น้ำหนักไม่รวมกล่องประมาณ 1.5-2 กิโลกรัม และแบบที่ 2 จำนวน 2-3 ลูก ราคา 32,000 บาท น้ำหนักไม่รวมกล่องประมาณ 4.5-6 กิโลกรัม เปิดรับจองตั้งแต่วันที่ 8-18 พฤษภาคม ระยะเวลาการส่งสินค้า 25 พฤษภาคม

“เกรียงศักดิ์ อุดมสิน” อายุ 50 ปี เจ้าของสวน กล่าวว่า สวนจิตรนิยมมีเนื้อที่รวม 520 ไร่ ปลูกไม้ผลแบบออร์แกนิกคือไม่ใช้ยาฆ่าแมลง เน้นการดูแลแบบธรรมชาติ ให้น้ำโดยวางท่อน้ำเปิด-ปิดตามเวลา ที่ผ่านมาเคยได้รับรางวัลจากกรมส่งเสริมการเกษตร ปลูกไม้ผลแบบหมุนเวียนหลายชนิด ขายได้ตลอดทั้งปี อาทิ ทุเรียน, เงาะ, มะม่วง, ส้มโอ, มะไฟ, ลองกอง, มังคุด, ขนุน, สับปะรด, มะปรางยักษ์

“จุดขายของสวนคือทุเรียนพันธุ์ดั้งเดิม “พันธุ์กบชายน้ำ” ซึ่งอากงผมนำสายพันธุ์ขึ้นมาพร้อมเรือเมล์แดง ล่องมาจาก จังหวัดนนทบุรี มาตามแม่น้ำปราจีนบุรี มาขึ้นท่าเรือที่ท่าประชุม อำเภอศรีมหาโพธิ นำมาปลูกเมื่อประมาณ 120 ปีแล้ว ในสมัยที่ยังไม่มีถนนตัดผ่านสวน ต่างจากปัจุบัน ซึ่ง อำเภอศรีมหาโพธิ เป็นเขตนิคมอุตสาหกรรมไปแล้ว สำหรับทุเรียนพันธุ์กบชายน้ำเป็นพันธุ์เนื้อเนียน อร่อย ทั้งหอมหวาน มัน นุ่มละมุน รสชาติสุดยอดของทุเรียน ซึ่งที่สวนจิตรนิยมมีอายุเยอะ อนุรักษ์กันไว้โดยคนรุ่นต่อรุ่นมา 3 รุ่น มีรวมประมาณ 20 ต้น ให้ผล 200-300 ผล/ต้น งวดนี้ผลผลิตทุเรียนพันธุ์กบชายน้ำรวมประมาณ 3,000-4,000 ลูก เนื่องจากมีฝนตกทำให้ผลทุเรียนร่วงหล่นเสียหาย และจากสัตว์ธรรมชาติกัดกินทำลาย ต้นละประมาณ 20-30 ลูก จึงนำมาเป็นจุดขายให้คนรุ่นใหม่ได้ชวนชิม ซึ่งมีลูกค้าจองเต็มหมดทุกปี

สำหรับปีนี้ตัดไปให้บริษัทซีพี หวังให้เกษตรกรมองเรื่องคุณภาพสินค้า สื่อสารเรื่องผลผลิตพันธุ์ดีๆ สามารถอัพราคาผลไม้คุณภาพ สินค้าราคาดีขึ้น โดยได้รับการอนุเคราะห์จากซีพีช็อปสนับสนุนพัฒนาช่วยให้เกษตรกรลืมตาอ้าปาก เช่น ผมปลูกทุเรียนพันธุ์กบชายน้ำโบราณเพียง 20 ต้น แต่สามารถทำเงินเทียบเท่า 200-300 ไร่ ถ้าเราสามารถดูแลมัน เก็บรักษา รู้คุณค่า

แนวคิดการนำทุเรียนมาสื่อสารการตลาดนั้น ผมทำตลาดปิดมานานแล้ว เมื่อมาทำธุรกิจ ได้พบเพื่อนธุรกิจที่หมุนเวียนสินค้า เริ่มจากนำทุเรียนไปฝากเพื่อนๆ เมื่อเพื่อนติดใจก็มาขอซื้อ จึงเริ่มต้นขายในราคาที่เหมาะสม โดยแบ่งกลุ่มผู้บริโภค กลุ่มที่ 1 ผู้สามารถมีกำลังเลือกบริโภคได้ กลุ่มที่ 2 คือผู้ร่วมกันเลือกซื้อ โดยเลือกผู้บริโภคกลุ่มที่ 1 ที่สามารถเลือกซื้อสินค้าได้ด้วยความอยาก ความมีเสน่ห์-ความอร่อยที่ได้รับประทานทุเรียนออแกนิคสายพันธุ์ดี หากเกษตรกรมีผลผลิตแล้วทำการตลาดสินค้าได้เองจะสามารถสร้างคุณค่าทางจิตใจในการทำธุรกิจแก่เกษตรกร ที่เน้นคุณภาพสินค้า วางการตลาดได้ถูกต้อง” เจ้าของสวนจิตรนิยมกล่าวทิ้งท้าย

นายมานะ เพิ่มพูล หัวหน้าพื้นที่อนุรักษ์แบบบูรณาการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้พบโขลงช้างป่าขนาดใหญ่ 7 ตัว เดินบนตามเส้นทางสายพุไทร ไทรเอน ตำบล ห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ใกล้หน่วยพิทักษ์อุทยานเขาหุบเต่า เพื่อหาอาหาร ซึ่งตามปกติช้างออกเดินในช่วงเย็นถึงค่ำ แต่ล่าสุดสภาพอากาศร้อนทำให้ช้างเปลี่ยนพฤติกรรม โดยเฉพาะพลายบุญช่วยออกเดินบนถนนเป็นประจำทุกวัน เจ้าหน้าที่ต้องขับไล่ให้เข้าไปหากินในป่าละเมาะ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน นอกจากนั้นบริเวณใกล้เคียงพบช้างโขลง 9 ตัวหากิน ที่ กม.15 มีช้างใหญ่ไปจนถึงช้างเด็ก มีแฟนคลับติดตามพฤติกรรมนำไปเผยแพร่ผ่านสังคมโซเชียล

“อุทยานได้ร่วมกับคณบดี ทีมนักวิชาการและนักศึกษาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี นำโดรนทดสอบการบิน และติดตั้งลำโพงเสียงผึ้งและแสงไฟประเมินประสิทธิภาพการไล่ช้างป่า เพื่อให้เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนมีความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ บริเวณเส้นทางพุไทร ไทรเอน และพื้นที่เกษตรของชาวบ้านรอบโรงเรียนอานันท์ ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ ผลการทดสอบผลเป็นที่น่าพอใจ”

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม นายมานะ เพิ่มพูล หัวหน้าพื้นที่อนุรักษ์แบบบูรณาการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า ได้นำเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ตัวแทนสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย ทหารหน่วยเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ และภาคเอกชน เดินทางไปที่ศูนย์ข้อมูลอนุรักษ์ช้างป่าละอู ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากนั้นได้เดินทางไปสร้างโป่งเทียมกว้าง 3 เมตร ยาว 10 เมตร และทาสีแนวรั้วกันช้าง ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำพัฒนาชนบท ห้วยตะเมาะน้อย หมู่ที่ 3 บ้านป่าแดง ตำบลป่าเด็ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี โดยใช้วัสดุแร่ธาตุประกอบด้วย เกลือ เปลือกหอยป่น รวม 1 ตัน เพื่อสร้างแหล่งอาหารให้ช้างป่าและสัตว์ป่าในเขตอุทยานฯ ไม่ให้ออกมาทำลายพืชไร่ของเกษตรกร ทั้งในพื้นที่แนวเขตติดต่อระหว่างบ้านป่าเด็งและป่าละอู ลดปัญหาความ ขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าในช่วงที่สัตว์ป่าประสบปัญหาภัยแล้ง

นายไพศาล สังข์มงคล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท กล่าวว่า การดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลในเรื่องการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ด้วยการพัฒนาและสร้างคนรุ่นใหม่เข้าสู่ภาคการเกษตรนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่ สสก.1 มีการดำเนินงานมาอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ที่เน้นใช้องค์ความรู้ในเรื่องของเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการประกอบอาชีพนั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยยกระดับพัฒนาการทำเกษตรในยุคปัจจุบันให้ก้าวไปสู่การทำเกษตรยุค 4.0 ได้อย่างแท้จริง ประกอบการส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการและขับเคลื่อนชุมชนโดยคนในชุมชนเองนั้น ส่งผลให้เกิดการพัฒนาเป็นไปตามความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง

สำหรับการดำเนินการทั้งหมดนี้ก็มุ่งหวังให้คนรุ่นใหม่มีความรู้ความสามารถในการทำการเกษตร ก่อให้เกิดความยั่งยืนในการประกอบอาชีพการเกษตร การพึ่งพาตนเอง และการแข่งขันทางการค้าในอนาคต โดยการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น Young Smart Farmer เพื่อนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาตนเอง เชื่อมโยงจนเกิดเครือข่าย Young Smart Farmer ทุกภาคของประเทศต่อไป โดยในส่วนของ สสก.เขต 1 ซึ่งรับผิดชอบ 9 จังหวัดในภาคกลาง ซึ่งได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่อย่างเต็มรูปแบบ มาตั้งแต่ ปี 2557 ตามนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตร โดยมุ่งเน้นให้เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการสร้างเครือข่าย โดยให้เกษตรกรเป็น “ศูนย์กลางการเรียนรู้และออกแบบการเรียนรู้ด้วยตนเอง” โดยมีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเป็น “ผู้จัดการเรียนรู้” เพื่อพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้สามารถทดแทนเกษตรกรที่สูงอายุ สร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่มาประกอบอาชีพด้านการเกษตรมากขึ้น ผ่านการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การตลาด และการบริหารจัดการ

โดยในปี 2557 มีเกษตรกรรุ่นใหม่ในพื้นที่ภาคกลางจำนวน 236 คน และได้ขยายเครือข่ายเพิ่มขึ้นใน ปี 2560 เป็น 910 คน สามารถเกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายอย่างเป็นรูปธรรม เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ สินค้ามีการพัฒนาคุณภาพมาตรฐาน มีตลาดรองรับแน่นอนหลากหลายช่องทาง เช่น องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ตลาดเกษตรกร ตลาดค้าส่ง ตลาดค้าปลีกชุมชน และตลาดออนไลน์ ในปีงบประมาณ 2561 ได้ดำเนินการรับสมัครเกษตรกรรุ่นใหม่เข้าร่วมโครงการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น Young Smart Farmer จำนวน 315 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างสำนักงานเกษตรจังหวัดดำเนินการ พร้อมกันนั้น สสก.1 และ สำนักงานเกษตรจังหวัดลพบุรี และหน่วยงานภาคี

ยังได้ร่วมขับเคลื่อนงานพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ โดยใช้เครือข่าย Young Smart Farmer เป็นกลไกในการขับเคลื่อน ผ่านการสร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเชื่อมโยงปัจจัยการผลิต องค์ความรู้ พัฒนาเข้าสู่ภาคธุรกิจเกษตร โดยการพิจารณาพื้นที่ที่มีศักยภาพเป็นศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ในพื้นที่ภาคกลางให้ครบทั้ง 9 จุด เพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้บ่มเพาะเยาวชนเกษตร ยุวเกษตรกร และเกษตรกรรุ่นใหม่ในพื้นที่ให้สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในกิจกรรมการเกษตรและสามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่ผู้ประกอบการเกษตรต่อไป

พ.อ.ประสิทธิพงษ์ มูลดี รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) จ.อุตรดิตถ์ พ.อ.สมัย ขำพันธ์ ผอ.รพ.ค่ายพิชัยดาบหัก พร้อมด้วยกำลังพลในสังกัดมณฑลทหารบกที่ 35 หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ เดินทางลงพื้นที่ ม.6 บ้านสักลาย ต.ข่อยสูง อ.ตรอน เพื่อสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือ มอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบวาตภัย จากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักเมื่อวานนี้

นายณัทพงศ์ มงคลแก้ว ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 บ้านสักลาย กล่าวว่า มีราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากพายุฝนฟ้าคะนองทั้งสิ้น 16 ครัวเรือน เป็นบ้านเรือนที่พายุพัดหลังคาเปิด หรือต้นไม้โค่นทับพังเสียหาย จำนวน 7 หลัง และโรงรถอีก 9 หลัง ส่วนพื้นที่ทางการเกษตรไม่ได้รับผลกระทบ ซึ่งได้ประสานกับทาง อบต. ข่อยสูง เข้ามาสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือแล้ว นอกจากนี้ ได้ตั้งศูนย์อำนวยการรับแจ้งความเสียหายจากประชาชนเพิ่มเติมที่บริเวณอาคารเอนกประสงค์บ้านสักลายด้วย

ด้าน นางทองสุข คุ้มสุวรรณ อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นบ้านที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด กล่าวว่า มีพายุฝนรุนแรงตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. วานนี้ ตนซึ่งอาศัยอยู่กับลูกอายุ 18 ปี และหลานอายุ 6 ปี จึงรีบเข้าบ้านปิดประตู แต่เพียงไม่กี่นาทีลมก็พัดเอาหลังคาปลิวไปครึ่งหลัง จึงต้องพากันวิ่งหลบไปอยู่บ้านข้างๆ หลังจากมีประกาศเตือนว่าจะมีพายุฝนฟ้าคะนองก็ได้ซ่อมแซมหลังคาบ้าน โดยตอกตะปูให้มั่นคงแข็งแรงขึ้น แต่พายุมาแรงมาก แรงลมพัดไปทั้งโครงหลังคาที่เป็นไม้หลุดออกไปด้วย

พ.อ.สมัย กล่าวว่า ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 35 ได้สั่งการให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 โรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก ระดมกำลังกว่า 50 นาย ออกประเมินความเสียหายและให้การช่วยเหลือประชาชน โดยระยะเฉพาะหน้าจะต้องช่วยเหลือให้ประชาชนสามารถมีที่อยู่หลับนอนได้ และฉีดพ่นสารเคมีไล่ยุง แมลงและสัตว์มีพิษ ตัดต้นไม้ที่โค่นทับบ้านเรือน หรือโรงรถ พร้อมทั้งตรวจสุขภาพร่างกาย ภาวะความเครียดให้กับประชาชน

ส่วนที่ ม.7 บ้านทุ่งสวรรค์ ต.ไผ่ล้อม อ.ลับแล มีนาข้าวหลายแปลงถูกน้ำท่วมขัง โดย นายประสิทธิ์ สนอยู่ อายุ 67 ปี กล่าวว่า มีนาข้าว กข 49 จำนวนประมาณ 8 ไร่ ซึ่งอีก 1 สัปดาห์ ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวจำหน่ายได้ แต่มาถูกน้ำท่วมเมื่อวานนี้ จึงต้องเร่งสูบน้ำออกจากนาข้าวโดยด่วน ซึ่งขณะนี้ ที่นาที่อยู่ด้านบนสามารถระบายน้ำออกได้แล้ว แต่ที่อยู่ในที่ลุ่มยังเป็นห่วงว่าอาจจะได้รับความเสียหาย ซึ่งถ้าข้าวแห้งไม่ทัน ก็จะขายไม่ได้ราคา