สับปะรดตราดสีทอง ได้ GI บุกตลาดพรีเมี่ยม-ต่างประเทศ

จากความพยายามร่วม 2 ปี ที่จังหวัดตราดขอขึ้นทะเบียน “สับปะรดตราดสีทอง” เป็นสินค้าเกษตรบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications : GI) กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ประกาศรับรองเมื่อเดือนกันยายน 2560 เป็นความภาคภูมิใจจังหวัดตราดและเกษตรกร ทันทีทันควัน ดร.ประธาน สุรกิจบวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ได้เปิดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ประกอบด้วย

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสำนักงานเกษตรจังหวัด เกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด สภาเกษตรกรจังหวัด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด หอการค้าจังหวัด วิสาหกิจชุมชนสับปะรดตราดสีทอง บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด บริษัท เอกชัยดิสทริบิวชั่น ซิทเทม จำกัด และตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดตราดสีทอง ร่วมหารือแนวทางการบริหารจัดการผลผลิตสับปะรดตราดสีทองหลังที่ได้รับ GI เพื่อหาทางยกระดับราคาสินค้าเพิ่มมูลค่าทั้งขายผลสดและแปรรูป ขายตลาดพรีเมี่ยมเพิ่มทั้งภายในและต่างประเทศ

ดร.ประธาน กล่าวว่า จังหวัดตราด ปี 2560 มีปริมาณสับปะรดออกสู่ตลาด เป็น 2 ส่วน คือ สับปะรดส่งโรงงานที่พันธุ์ปัตตาเวียปริมาณ 19,378 ตัน คิดเป็นอัตรา 30% และเป็นสับปะรดบริโภคพันธุ์ตราดสีทองปริมาณ 50,939 ตัน หรือ 70% ซึ่งสับปะรดตราดสีทองเพิ่งประกาศรับรอง GI เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา จังหวัดจึงเตรียมหาแนวทางการบริหารจัดการ การผลิต การจัดจำหน่าย การแปรรูป และตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ ทั้งภาครัฐและเอกชนเบื้องต้นต้องร่วมกันสร้างแบรนด์ของจังหวัดและติดสัญลักษณ์ GI รับรองคุณภาพและสร้างคุณภาพมาตรฐาน เช่น สำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานเกษตรจังหวัด เกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราดและวิสาหกิจชุมชนสับปะรดตราดสีทอง ห้างโมเดิร์นเทรด สยามแม็คโคร เทสโก้ โลตัส โรงแรม รีสอร์ต เร่งส่งเสริมด้านประชาสัมพันธ์

“การพัฒนาต่อไป มองว่าวิสาหกิจชุมชนสับปะรดตราดสีทอง ควรให้เกษตรกรรวมกลุ่มกัน ผลิตเป็นแปลงใหญ่ 20,000 ไร่ เพื่อกระจายและเพิ่มผลผลิต โดยเฉพาะช่วงปลายปีพฤศจิกายน ธันวาคมเป็นช่วงที่ผลผลิตออกมาแล้วได้ราคาดี เนื่องจากไม่มีผลไม้อื่นและมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ปีนี้มีปริมาณ 4,000-5,000 ตัน เป็นจังหวะที่ได้ GI ดังนั้น ต้องเร่งประชาสัมพันธ์ทั้งตลาดภายในและตลาดต่างประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ปัจจุบันมีสัญญาซื้อขายกับห้างโมเดิร์นเทรดอยู่แล้ว 2 แห่ง คือ ห้างแม็คโครและเทสโก้ โลตัส นอกจากได้ประสานกับภาคเอกชนและโรงแรม รีสอร์ตให้ช่วยกันจัดอีเว้นต์ จัดทำเครื่องดื่มเวลคัมดริงก์ เมนูผลไม้ และอาหาร รวมทั้งการแปรรูปผลิตภัณฑ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ทำมาบ้างแล้ว แต่เมื่อได้ GI มีการสร้างแบรนด์ที่ได้คุณภาพมาตรฐาน มีการติดคิวอาร์โค้ด ตรวจสอบย้อนกลับได้” รอง ผวจ.ตราด กล่าว

เตรียมขยายกลุ่มวิสาหกิจ ส่งออกยังมีปัญหา

คุณศราวุฒิ กองแก้ว ประธานวิสาหกิจชุมชนสับปะรดตราดสีทอง กล่าวว่า สับปะรดตราดสีทองส่วนใหญ่เป็นตลาดบริโภคผลสด เพราะคุณสมบัติเอกลักษณ์ “หวาน หอม กินได้ทั้งแกน” ปกติมีผลผลิตออก 2 ช่วง คือ ช่วงเกษตรกรใช้สารเร่งผลผลิตออก ธันวาคม-มกราคม ซึ่งจะเป็นช่วงที่ไม่มีผลไม้อื่นๆ ในจังหวัดตราดและเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว ตลาดจะไม่มีปัญหา รวมทั้งเรื่องราคา ราคาเบอร์ใหญ่อยู่ที่ลูกละ 12-13 บาท แต่ช่วงที่ 2 ออกตามธรรมชาติ เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน จะตรงฤดูกาลผลไม้ เงาะ ทุเรียน มังคุด ลองกอง ช่วงนี้จะมีปัญหาตลาดและราคาตกต่ำ ราคาเบอร์ใหญ่จะลดลงมาเหลือลูกละ 7-8 บาท ทางออกคือการทำผลผลิตไม่ให้กระจุกตัวช่วงผลไม้ แต่เกษตรกรต้องระวังไม่ทำเหมือนๆ กัน คือใช้สารเร่งผลผลิตให้ออกช่วงปลายปี ถ้าปริมาณมากจะมีปัญหาตลาดเช่นกัน

“สับปะรดตราดสีทองมีตลาดขายส่งกระจายทั่วไปทั้งในกรุงเทพมหานครและภูมิภาค รวมทั้งห้างโมเดิร์นเทรดที่ต้องคัดเกรดพรีเมี่ยมส่ง เช่น ห้างแม็คโคร ห้างเทสโก้ โลตัส การเพิ่มมูลค่าสับปะรดตราดสีทองที่ได้ GI ควรรวมตัวเป็นกลุ่มผลิตแปลงใหญ่ ทุกแปลงต้องผ่านการรับรอง GAP มีแบรนด์มาตรฐานของจังหวัดที่ระบุการได้ GI ติดคิวอาร์โค้ดตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับ เมื่อมีผลผลิตป้อนตลาดเพียงพอ ปัญหาเรื่องสับปะรดที่ไม่ได้คุณภาพมาตรฐานจากแผงข้างทางจะไม่มีเข้าไปในตลาด แต่ตลาดต่างประเทศยังไม่แน่ใจว่าจะพัฒนาได้อย่างไร เพราะที่ผ่านมาเคยมีการส่งออกไปจีนติดที่ปัญหาไส้ดำ และทางเกาหลีเคยมาสั่งไป 2 ตู้คอนเทรนเนอร์แล้วหายไป ตอนนี้มีดูไบสนใจแต่ยังไม่มีการตกลงซื้อขาย ด้านการแปรรูปทั้งตลาดภายใน ต่างประเทศขึ้นอยู่กับราคาวัตถุดิบ” คุณศราวุฒิ กล่าว

ต่อยอดงานวิจัยผลิตภัณฑ์แปรรูป ตลาดต่างประเทศมีโอกาส

คุณชัยวัฒน์ ปริ่มผล ผู้จัดการบริษัท ผลอำไพฟรุตตี้ไทย จำกัด อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด กล่าวว่า การนำสับปะรดตราดสีทองมาแปรรูป โดยการอบแห้งฟรีซดรายนั้น จะได้รสชาติที่หวาน กรอบ อร่อยมาก เพราะมีคุณสมบัติพิเศษ สีเนื้อเหลืองทอง เนื้อแห้ง กรอบ รสชาติหวานอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอม ตลาดให้ความนิยมทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ จีน ญี่ปุ่น แต่ปัญหาระยะหลังสับปะรดมีราคาแพงทำให้ต้นทุนสูง ต้องผลิตให้น้อยลงโดยใช้วัตถุดิบที่ปลูกเอง และผลิตตามออเดอร์ส่งให้บริษัทจัดจำหน่ายรับไปขายต่อ ซึ่งนวัตกรรมแปรรูปนั้นสามารถทำเป็นแกงส้มสับปะรดกุ้งฟรีซดรายได้ โดยใช้สับปะรดชิ้นเล็กๆ จริงๆ แล้วตลาดสับปะรดแปรรูปใช้สับปะรดตราดสีทอง มีโอกาสเติบโตได้ทั้งตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ แต่การลงทุนยังเป็นเกษตรกรรายเล็กๆ จริงๆ แล้วจีนนิยมบริโภคผลสดที่ปอกแล้วแต่ยังมีปัญหาเรื่องของกำหนดอุณหภูมิที่เหมาะสมในการขนส่ง หากหน่วยงานภาครัฐมีงานวิจัยมาช่วยพัฒนาจะเพิ่มช่องทางการตลาดได้มาก

หนุนโรงแรมชูเมนูอาหารท้องถิ่น เพิ่มมูลค่า เพื่อการท่องเที่ยว

คุณวรรณประภา สุขสมบูรณ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด กล่าวว่า ปัจจุบันการท่องเที่ยวชุมชนได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น จากนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศ หากชุมชนได้ชู ”อาหารถิ่น” โดยมีสับปะรดตราดสีทองเป็นวัตถุดิบ ให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองรสชาติ ทั้งเครื่องดื่ม ผลสด วัตถุดิบในการปรุงอาหาร รวมทั้งใช้ตกแต่งอาหาร ขนม จะช่วยให้มูลค่าเพิ่มมากขึ้น เพราะจริงๆ แล้วมีเมนูของร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ต มีการใช้สับปะรดตราดสีทอง อยู่บ้างแล้ว เช่น เครื่องดื่มเวลคัมดริงก์ ผลไม้สด และเมนูอาหาร เช่น ยำกุ้งเสียบ แกงหอยขาวสับปะรด เพียงแต่นำมาปรุงรสชาติและตกแต่งให้สวยงาม หากโรงแรม รีสอร์ตนำไปเป็นเมนูอาหารเด่นจะช่วยเพิ่มมูลค่าได้มากทีเดียว ซึ่ง ททท.สำนักงานตราดพยายามผลักดันอาหารถิ่น ให้เป็นที่รู้จัก มีการกิจกรรมเสริมสร้างองค์ความรู้ให้ชุมชนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการท่องเที่ยว (Gastronomy@Trat) และกิจกรรมแพ็กเกจ “ตราดอร่อยสะหงาดสะเงย” ในช่วงเดือนมีนาคมปีหน้า เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในชุมชนชิมอาหารท้องถิ่น

คุณวาสนา นะเมตตาจิต ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า แนวทางที่จะทำคุณภาพมาตรฐานสับปะรดตราดสีทองที่ผ่านการรับรอง GI เพื่อเพิ่มมูลค่าดังกล่าว จะเร่งทำแบรนด์สินค้าที่ได้รับรอง GI ของจังหวัดตราด ออกแบบแพ็กเกจจิ้ง การประชาสัมพันธ์ตอกย้ำแบรนด์ทั้งภายในและต่างประเทศ รวมทั้งการหาตลาดใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ เป็นไปได้ว่า อนาคตสับปะรดตราดสีทองน่าจะสดใส สร้างความมั่งคั่ง ยั่งยืนให้เกษตรกรจังหวัดตราด

ประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ สับปะรดตราดสีทอง (Trat si thong Pineaple) ทะเบียนเลขที่ สช 60100094 มีผลตั้งแต่วันยื่นคำขอขึ้นทะเบียน 3 สิงหาคม 2558 ประกาศเมื่อ 28 กันยายน 2560

สับปะรดตราดสีทอง เป็นสับปะรดสายพันธุ์ควีน ที่มีผลใหญ่รูปทรงกระบอก เปลือกบาง ผิวเปลือกสีเหลืองแกมเขียว เนื้อสีเหลืองทอง ไม่ฉ่ำน้ำ เยื่อใยน้อย รสชาติหวาน แกนกรอบรับประทานได้ มีปลูกในพื้นที่ 5 อำเภอ คือ อำเภอเมืองตราด อำเภอเขาสมิง อำเภอบ่อไร่ อำเภอแหลมงอบ และอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด

ประวัติ มีเกษตรกรนำเข้ามาปลูกแซมในสวนยางเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ด้วยจังหวัดตราดเป็นเมืองชายทะเล สภาพพื้นที่ลาดเอียงระบายน้ำได้ดี และมีฝนตกตกยาวนาน 7-8 เดือน/ปี ภูมิอากาศเหมาะสม สับปะรดตราดสีทอง คุณสมบัติพิเศษต่างไปจากที่อื่นๆ ขนาดผลใหญ่และมีคุณภาพดี ตลาดจึงมีความต้องการ ปี 2532 คุณสมพร หิรัญโรจน์ เจ้าหน้าที่การเกษตร เสนอให้ตั้งชื่อสับปะรดตราดสีทอง ตามลักษณะที่บ่งบอกแหล่งที่ปลูก และคุณลักษณะผิวเปลือกและเนื้อสีเหลืองเข้มเหมือนสีทอง จากนั้นจังหวัดมีการประชาสัมพันธ์จัดประกวดเป็นประจำทุกปี ส่งผลให้เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย

ลักษณะผลสับปะรดตราดสีทอง รูปทรง ทรงกระบอกสม่ำเสมอ ขนาดใหญ่น้ำหนัก 0.5-2 กิโลกรัม เปลือกผล เปลือกบางมีสีเขียว เมื่อสุกผลเป็นสีเหลืองทองทั้งผล ตาผลนูน โปนออกมาจากผลชัดเจน

เนื้อ เนื้อสีเหลืองเข้ม ละเอียดไม่ฉ่ำน้ำ เยื่อใยน้อย มีช่องว่างในเนื้อแกนกลางสม่ำเสมอ แกนกรอบรับประทานได้ รสชาติ หวานมีกลิ่นหอม ความหวาน 15-20 องศาบริกซ์ การเก็บเกี่ยว ใช้มีดคมตัดขั้วผล ติดก้านยาว 15-20 เซนติเมตร เก็บเกี่ยวเฉพาะผลที่แก่จัด สุกตามตลาดต้องการ ตลาดภายในประเทศการสุกของผลร้อยละ 20 ดูผิวเปลือกสีเขียวเปลี่ยนเป็นสีเหลือง 2-3 ตา ถ้าตลาดต่างประเทศการสุกของผลร้อยละ 10 ดูผิวเปลือกสีเขียวเปลี่ยนเป็นสีเหลือง 1 ตา

การคัดเกรด จะคัดตามน้ำหนักผล ขนาดใหญ่น้ำหนัก 1.4-2.0 กิโลกรัม ความยาวผล 14-18 เซนติเมตร ขนาดกลางน้ำหนัก 0.8-1.3 กิโลกรัม ความยาวผล 10-13 เซนติเมตร และขนาดเล็กน้ำหนัก 0.4-0.7 กิโลกรัม ความยาวผล 0.60-0.9 เซนติเมตร

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนัก จนทำให้เกิดน้ำท่วมที่ จ.ยะลา ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย.60 ที่ผ่านมา ซึ่งมีพื้นที่ประสบปัญหาทั้งหมด 8 อำเภอ โดยพื้นที่ทางการเกษตรจำนวนมาก ถูกน้ำท่วม เช่นเดียวกับ ที่สวนกล้วยหอมทอง ของนายปิยวัตร บุญช่วย เกษตรกรชาวสวน หมู่ 1 บ้านยุโป ต.ยุโป อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ซึ่งได้ลงทุนทำสวนกล้วยหอมทองในพื้นที่ 10 ไร่ ที่เป็นพื้นที่ปลูกยางพาราเก่า และเปลี่ยนแนวทางในการทำเกษตร มาปลูกกล้วยหอมทอง จำนวนกว่า 4,000 ต้น

นายปิยวัตร บุญช่วย เจ้าของสวน เปิดเผยว่า ได้ทำการปลูกกล้วยหอมทองมาเป็นระยะเวลา 6 เดือนแล้ว โดยมีจำนวน 2,000 ต้นที่กำลังจะให้ผลผลิต และอีก 2,000 ต้นที่ เพิ่งปลูกได้ไม่นาน ในส่วนของต้นที่กำลังให้ผลผลิตจะออกสู่ท้องตลาด ในช่วงตรุษจีนของปีหน้า แต่ก็ต้องมาประสบปัญหา สวนกล้วยหอมทองถูกน้ำเข้าท่วม มาเป็นเวลาเกือบ 1 สัปดาห์แล้ว ซึ่งขณะนี้ ทำได้เพียง รอให้ระดับน้ำในสวนลดลง เนื่องจากพื้นที่โดยรอบ ติดกับแม่น้ำปัตตานี ที่ปีนี้มีน้ำมากกว่าทุกปีทีผ่านมา ทำให้เกิดปัญหาน้ำเข้าท่วมสวนกล้วย

“ตอนนี้ กำลังหาวิธีการนำน้ำออกจากสวน จะใช้เครื่องสูบน้ำ เพื่อทำการสูบน้ำออกจากในสวนก็เกรงว่า จะไปทำให้เกิดปัญหาเข้าท่วมในพื้นที่สวนใกล้เคียง ซึ่งหากระดับน้ำยังไม่ลดลง หรือ ลดลงช้า อาจจะทำให้ต้นกล้วยเกิดปัญหารากเน่า และส่งผลกระทบจากผลของกล้วยหอม ที่กำลังได้รับผลผลิต ที่จะออกสู่ตลาดในช่วงของเทศกาลตรุษจีนในปีหน้า” นายปิยวัตร บุญช่วย กล่าว

นายปิยวัตร บุญช่วย เจ้าของสวนกล้วยหอมทอง ยังกล่าวอีกว่า หากเกิดผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมในครั้งนี้ ก็จะได้รับความเสียหายเป็นมูลค่าหลายแสนบาท ซึ่งก็ต้องหาวิธีการดำเนินการต่อไป เนื่องจาก สวนกล้วยหอมทอง ที่ได้ลงทุนลงแรงปลูกนั้น เป็นการทำเกษตรภายในครอบครัว และ ทำตามแนวทางการเกษตรพระราชดำริ ให้เป็นสวนกล้วยปลอดสารพิษ

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 16 อำเภอของจังหวัดสงขลา ในขณะนี้ภาพรวมนั้นเริ่มลดระดับลง เนื่องจากไม่มีฝนตกหนักในพื้นที่ ทำให้น้ำสามารถระบายน้ำลงสู่ลำคลองธรรมชาติและทะเลได้ดีขึ้น จะมีเฉพาะพื้นที่ 5 อำเภอ ริมทะเลสาบสงขลา ได้แก่ ควนเนียง สิงหนคร กระแสสินธุ์ สทิงพระและระโนด ที่สถานการณ์ยังคงวิกฤติ เนื่องจากทะเลสาบสงขลากลายเป็นพื้นที่รองรับน้ำที่มาจากการระบายน้ำ ทั้งในส่วนของจังหวัดสงขลา พัทลุงและนครศรีธรรมราช ทำให้พื้นที่นี้มีระดับน้ำที่ท่วมเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง นอกจากจะประชาชนจะเดือดร้อนแล้ว ยังมีควายน้ำ ในตำบลบ้านขาว อำเภอระโนด กว่า 2,500 ตัว ที่ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากแหล่งหญ้าสดถูกน้ำในทะเลสาบสงขลาเอ่อเข้าท่วมจนจมมิด ไม่สามารถดำลงไปกินหญ้าใต้น้ำได้ โดยเจ้าของควายน้ำต้องต้อนควายขึ้นมาอยู่บนถนน เพื่อไม่ให้ควายต้องล้มตาย นอกจากขาดแคลนหญ้า มาไม่น้อยกว่า 5 วันแล้ว ขณะนี้ยังพบว่าควายน้ำหลายตัว เริ่มมีบาดแผลที่เท้า ซึ่งเกรงว่าจะเกิดโรคปากเท้าเปื่อยระบาด ทั้งยังพบว่าควายเริ่มมีอาการอ่อนเพลียและตายลงบ้างแล้ว เกษตรกรเจ้าของควายน้ำที่มีอยู่ 90 ราย ขอให้เจ้าหน้าที่เร่งเข้าไปช่วยเหลือเป็นการด่วน

นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ประธานสมาพันธ์เกษตรกรจังหวัดสงขลา กล่าวว่า elhogarprovegan.org เกษตรกรผู้เลี้ยงควายน้ำกำลังกังวลอย่างมากเพราะน้ำที่ท่วมในครั้งนี้นั้นรุนแรงกว่าครั้งที่ผ่านมาเมื่อปลายปี 2559 เชื่อมต่อกับต้นปี 2560 ซึ่งในช่วงนั้นมีควายน้ำตายไปหลายตัว จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลควายน้ำอย่างเร่งด่วน เพราะขณะนี้ไม่มีหญ้าแห้งเข้ามาช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อน ขณะนี้ควายน้ำสุขภาพอ่อนแอลงมาก เกรงจะล้มตายลงในช่วงนี้อีก เพราะแนวโน้มน้ำที่ท่วมริมทะเลสาบสงขลาจะเพิ่มสูงขึ้นอีก

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก จังหวัดสงขลา รายงานว่ามรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ มีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงมีฝนตกหนักได้บางแห่ง บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยของจังหวัดดังกล่าว ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ปริมาณน้ำฝนสะสม น้ำล้นตลิ่ง อ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งทะเลระมัดระวังอันตรายที่เกิดจากลมแรงและคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

10 สหกรณ์ปลูกกล้วยหอมเดือดร้อนหนัก ผลผลิตล้นทำราคาดิ่ง เหตุ “บริษัท ทีเค ประชารัฐ” ไม่สามารถส่งออกได้ตามเป้าหมายที่เคยบอกไว้ อ้างเกษตรกรปลูกไม่ได้ตามมาตรฐานส่งออก

นายวิเชียร จังก๋า ประธานสหกรณ์การเกษตรพบพระ จำกัด จ.ตาก เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสหกรณ์ผู้ปลูกกล้วยหอมประสบปัญหาด้านราคากล้วยตกต่ำทั่วประเทศ และผลผลิตล้นตลาด เพราะไม่สามารถส่งออกไปต่างประเทศได้ จากที่ก่อนหน้านี้สหกรณ์ได้ร่วมกับบริษัท ทีเค ประชารัฐ ทำตลาดส่งออกประมาณ 20 ตันต่อสัปดาห์ แต่ปัจจุบันบริษัท ทีเคฯ ไม่สามารถส่งออกได้ตามที่ตกลงไว้ ล่าสุดสหกรณ์จึงได้ส่งหนังสือเรียกร้องไปยังบริษัท ทีเคฯ และสภาอุตสาหกรรมจังหวัด ให้ช่วยเหลือกระจายผลผลิตสำหรับตลาดภายในประเทศด้วย แต่ไม่สามารถดำเนินการได้มากนัก เพราะตามห้างสรรพสินค้ามีโควตาเต็มหมดแล้ว ทั้งนี้ โครงการประชารัฐเป็นโครงการที่ดี แต่ต่อไปต้องพิจารณาเรื่องการหาตลาดด้วย

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสหกรณ์ผู้ปลูกกล้วยหอมกว่า 10 แห่ง ประสบปัญหาด้านราคา และปลูกแล้วไม่มีตลาดหรือหาตลาดไปไม่ได้ เพราะปลูกไม่ได้คุณภาพตรงตามเกรดมาตรฐานส่งออกที่ตั้งไว้ ดังนั้นสหกรณ์การเกษตรพบพระอาจต้องพัฒนาการเพาะปลูก ซึ่งทางกรมจะขอความร่วมมือไปยังสหกรณ์บ้านลาด และสหกรณ์ท่ายาง จ.เพชรบุรี ที่ส่งออกกล้วยหอมไปตลาดญี่ปุ่นเป็นหลัก เข้ามาช่วยเหลือถ่ายทอดความรู้เบื้องต้น เพื่อให้สามารถปลูกกล้วยได้ตามมาตรฐานที่ตลาดส่งออกต้องการได้ในอนาคต ทั้งนี้ ปัจจุบันเกษตรกรมีพื้นที่ปลูกกล้วยรวมกันประมาณ 300 ไร่ มีปริมาณผลผลิต 2,000 ตัน มีต้นทุนการปลูกที่ กก.ละ 6-7 บาท หากปลูกได้คุณภาพมาตรฐานส่งออกจะขายได้ 12 บาทต่อ กก. แต่ตอนนี้มีเกษตรกรปลูกได้เกรดตามมาตรฐานส่งออกเพียงไม่กี่กิโลกรัม

รายงานข่าวจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ระบุว่า ผลผลิตและศักยภาพกล้วยไทย สร้างรายได้ทั้งตลาดภายในประเทศ และต่างประเทศรวมปีละไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท โดยเฉพาะกล้วยหอม มีความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ญี่ปุ่นได้ให้โควตากล้วยหอมทองจากไทยปีละ 8,000 ตัน แต่ที่ผ่านยังไม่เคยส่งออกได้เต็มโควตา โดยส่งออกได้เพียงปีละ 4,000 ตันเท่านั้น ดังนั้น ไทยยังมีโอกาสขยายมูลค่าการส่งออกกล้วยได้อีกมาก และสามารถส่งออกไปยังประเทศจีน เกาหลี ฮ่องกง สิงคโปร์ และประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สปป.ลาว กัมพูชา มาเลเซีย

สถานการณ์การผลิตและการตลาดกล้วย หอม มีศักยภาพในการส่งออก โดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่นมีความต้องการสูง โดยปี 2559 ไทยมีจำนวนเนื้อที่เก็บเกี่ยว 37,020 ไร่ ผลผลิต 117,427 ตัน ผลผลิตต่อไร่ 3,172 กิโลกรัม ต้นทุนการผลิต 4,823 บาท/ตัน ราคาที่เกษตรกรขายได้ 12,777 บาท/ตัน ผลตอบแทนสุทธิ 7,954 บาท/ตัน มีจำนวนใช้ในประเทศ 113,703 ตัน ส่งออกกล้วยหอมสด ปริมาณ 3,725 ตัน มูลค่า 81.40 ล้านบาท ราคาส่งออก 21,855 บาท/ตัน คู่ค้าที่สำคัญ คือ ญี่ปุ่น จีน ลาว และคู่แข่งที่สำคัญ คือ ฟิลิปปินส์ เอกวาดอร์ เบลเยียม และคอสตาริกา

สภาวะ อากาศผันผวนหนัก ฝนตกชุกสารพัดโรครุม ทั้งโรคปากเท้าเปื่อย เต้านมอักเสบและปอดบวมเฉียบพลันกระหน่ำโคนมตาย 10-20% ส่งผลผลิตนมดิบ 3 ไตรมาสแรกปีนี้วูบ 17% โฟร์โมสต์ปรับแผนเร่งส่งเสริมเกษตรกรหน้าใหม่-เก่าผลิตเพิ่มในปีหน้า รับมือผลผลิตทรงตัว จับมือ อ.ส.ค.-มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ผลิตหลักสูตรโคนมแห่งชาติแก้วิกฤตทั้งระยะ สั้น-ยาว