สำหรับวันที่ไปนั้นเนื่องจากเวลากระชั้นชิดมากไม่มีโอกาสสัมผัสหาด

ทรายบนเกาะเลย จึงไม่สามารถบรรยายบรรยากาศหาดทรายบนเกาะคอเขาให้ฟังได้ แต่วันหลังมีโอกาสจะไปหาเรื่องมาเล่าให้ฟังอีกโดยเฉพาะเรื่องประวัติศาสตร์ของเกาะคอเขาที่เป็นท่าเรือในสมัยโบราณ และหวังว่าการเขียนเรื่องนี้คงไม่ได้ชี้เป้าให้นักทำลายทรัพยากรธรรมชาติไปเสาะแสวงหาหม้อข้าวหม้อแกงลิงจากธรรมชาติมาเป็นของส่วนตัว เพราะปัจจุบันเราสามารถขยายพันธุ์ในโรงเรือนได้แล้วและมีการผสมข้ามชนิดเป็นต้นใหม่ๆ ได้แล้ว

สำหรับท่านที่สนใจเรื่องการปลูกเลี้ยงหม้อข้าวหม้อแกงลิงและการปรับปรุงพันธุ์ สามารถติดต่อ คุณณรงค์ ครองชนม์ ได้ทางเฟซบุ๊กชื่อเดียวกันนี้ และโทรศัพท์ (084) 101-1385

การยางแห่งประเทศไทย ชี้แจงมาตรการหยุดกรีดยาง 2 ล้านไร่ ช่วงเดือน พ.ค.-ก.ค. ยังเป็นเพียงแนวคิดเท่านั้น เปิดรับฟังทุกภาคส่วนเสนอความเห็นร่วมกันเพื่อวิเคราะห์ความเหมาะสมและเป็นไปได้ของมาตรการหยุดกรีดนี้ ว่าจะเกิดผลดีผลเสียเช่นไรต่อสถานการณ์ยางพาราในประเทศไทย ก่อนนำมาตรการดังกล่าวนี้มาใช้

ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การหยุดกรีดยางในพื้นที่สวนยางของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่นั้น เป็นส่วนหนึ่งของโครงการควบคุมปริมาณผลผลิต ภายใต้มาตรการการรักษาเสถียรภาพราคายางที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำมาใช้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางควบคู่ไปกับมาตรการต่างๆ โดยเน้นเฉพาะในช่วงเดือน ม.ค. – มี.ค. 61 ต่อมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีแนวคิดขยายการหยุดกรีดยางเพิ่มเติมออกไปในพื้นที่ของประชาชนทั่วไปที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง จำนวน 2 ล้านไร่ ในช่วงเวลา 3 เดือน คือ เดือน พฤษภาคม-กรกฎาคม 2561 อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ปริมาณผลผลิตในตลาดลดลง(supply) ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ราคายางเพิ่มสูงขึ้นตามกลไกตลาด

“ขอย้ำว่าการขยายโครงการหยุดการกรีดยาง (tapping holiday) ยังคงเป็นเพียงแนวคิดเพื่อนำเสนอให้สาธารณชนไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐ ภาคเกษตรกร และสถาบันเกษตรกร รวมไปถึงผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับยางพาราได้หารือระดมความคิดร่วมกัน และนำมาวิเคราะห์ความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของมาตรการหยุดกรีดนี้ ว่าจะเกิดผลดีผลเสียเช่นไรต่อสถานการณ์ยางพาราในประเทศไทย รวมทั้งควรมีขั้นตอนการปฏิบัติอย่างไรในการชะลอหรือหยุดกรีดยางเพื่อให้มีประสิทธิภาพโดยไม่เสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์”

ดังนั้น การหยุดกรีดยางจำนวน 2 ล้านไร่ จึงยังมิได้เป็นมาตรการที่จะดำเนินการทันทีอย่างที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนกันอยู่ เพราะกระทรวงฯ ยังคงมีมาตรการอื่นๆ ในการผลักดันให้สถานการณ์ของยางพาราไปในทิศทางที่ดีขึ้น อีกหลายมาตรการ เช่น โครงการสนับสนุนสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยาง (ยางแห้ง) วงเงิน 20,000 ล้านบาท โครงการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง วงเงิน 15,000 ล้านบาท เป็นต้น

“สำหรับประเด็นการขโมยกรีดยางในสวนยางของภาครัฐ โครงการควบคุมปริมาณผลผลิตโดยให้หยุดกรีดยางในช่วง ม.ค. – มี.ค. นั้น หากมีการตรวจสอบพบว่ามีลูกจ้างกรีดยาง กยท.รายใดที่กระทำความผิด จะต้องถูกลงโทษ เป็นไปตามการดำเนินการความผิดทางวินัยตามข้อบังคับคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย ว่าด้วยวินัยและการลงโทษพนักงานและลูกจ้างประจำ และอาจถูกดำเนินคดีอาญาฐานลักทรัพย์นายจ้างด้วย ในกรณีที่มีการลักลอบกรีดยางและรับซื้อยางพาราอันเกิดจากการกระทำของบุคคลภายนอก ให้หัวหน้าส่วนงานที่รับผิดชอบดำเนินการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในพื้นที่ที่รับผิดชอบเพื่อดำเนินคดีอาญาต่อไป” ดร.ธีธัช กล่าวทิ้งท้าย

นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และโฆษก สธ.ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปี 2561 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 พบผู้ป่วยเป็นไข้เลือดออกแล้ว 2,526 ราย มีผู้เสียชีวิต 7 ราย ผู้ป่วยร้อยละ 42 เป็นเด็กนักเรียน แม้จำนวนผู้ป่วยจะน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปี 2560 แต่ปีนี้มีฝนตกประปรายต่อเนื่อง จึงไม่อาจนิ่งนอนใจ

“นพ. เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัด สธ.จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ประสานความร่วมมือกับชุมชนและท้องถิ่น ในการรณรงค์กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย เพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก และขอให้ทุกคนช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายอย่างต่อเนื่อง อาทิ ในภาชนะต่างๆ ต้นไม้ ในบริเวณบ้าน โรงเรียน ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ลดการป่วยจาก 3 โรค คือโรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย” นพ. โอภาส กล่าว และว่า ยังคงให้ใช้มาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” ประกอบด้วย 1. เก็บบ้านให้สะอาด โล่ง ไม่ให้มีมุมอับทึบ เป็นที่เกาะพักของยุง 2. เก็บขยะเศษภาชนะรอบบ้าน ทำต่อเนื่องสัปดาห์ละครั้ง ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง 3. เก็บน้ำ สำรวจภาชนะใส่น้ำ ต้องปิดฝาให้มิดชิด ป้องกันยุงลายไปวางไข่ รวมทั้งการกำจัดและควบคุมยุงตัวแก่ เช่น การพ่นสารเคมีกำจัดยุงลาย และการป้องกันไม่ให้ยุงลายกัด เช่น ทายากันยุง นอนในมุ้งหรือห้องที่มีมุ้งลวด กำจัดยุงโดยใช้ไม้ช็อตไฟฟ้า จุดสมุนไพรหรือยาจุดไล่ยุง เป็นต้น

นพ. โอภาส กล่าวต่อไปว่า อาการสำคัญของโรคไข้เลือดออก คือไข้สูงลอยเกิน 38.5 องศาเซลเซียส 2 วัน แล้วไม่ดีขึ้น เบื่ออาหาร อาเจียน กินยาลดไข้แล้วไข้ไม่ลด หรือลดชั่วคราวแล้วกลับมาสูงอีก ให้ไปพบแพทย์ทันทีเพื่อวินิจฉัยและรักษา ในการดูแลผู้ป่วยเมื่อมีไข้ ให้เช็ดตัวผู้ป่วยไม่ให้ตัวร้อนจัด กินยาตามแพทย์สั่ง กินอาหารอ่อนและที่ทำให้สดชื่น เช่น น้ำเกลือ น้ำผลไม้ พักผ่อนมากๆ และหมั่นสังเกตอาการที่เปลี่ยนแปลงของผู้ป่วย โดยเฉพาะช่วงที่ไข้ลดประมาณตั้งแต่ 3-5 วันหลังป่วย จะเป็นช่วงอันตรายที่สุด หากมีอาการซึมลง อ่อนเพลีย กินอาหารและดื่มน้ำไม่ได้ กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ปวดท้องกะทันหัน หรืออาเจียนเป็นเลือด แสดงว่าเข้าสู่ภาวะช็อก ให้ไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด และควรให้ข้อมูลเรื่องอาการ ไม่ควรเปลี่ยนแพทย์หรือสถานที่รักษาบ่อยๆ และไม่ควรกินยาแอสไพริน กับยากลุ่มไอบูโปรเฟน

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พล.ท. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานว่า มีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่แสดงความประสงค์จะเข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อย ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 จำนวน 5,601,345 คน คิดเป็นร้อยละ 48.8 ของผู้มีบัตรทั้งหมดทั่วประเทศ 11.4 ล้านคน หรือมีผู้ไปขึ้นทะเบียนเฉลี่ยวันละ 329,491 คน จังหวัดที่มีประชาชนเข้าร่วมโครงการมากที่สุดเมื่อเทียบกับจำนวนผู้มีบัตรฯ คือ จ.กาฬสินธุ์ ศรีสะเกษ เลย ร้อยเอ็ด นครพนม ตามลำดับ นายกฯจึงเชิญชวนให้ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เพื่อรับเงินในบัตรฯ

เพิ่มขึ้นอีกเดือนละ 100-200 บาท ภายในเดือนมีนาคม และได้รับโอกาสในการมีงานทำ มีความรู้และทักษะอาชีพ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบและสิ่งจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต ภายในเดือนเมษายนเป็นต้นไป โดยขอให้นำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไปยื่นแสดงความจำนงได้ที่ ณ สาขาของ ธ.ออมสิน ธ.ก.ส. หรือสถานที่ที่ผู้อำนวยการเขต (กทม.) หรือนายอำเภอ (จังหวัดอื่นๆ) กำหนด เป็นเขตหรืออำเภอของที่อยู่ปัจจุบันที่เคยแจ้งไว้เมื่อตอนลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 นอกจากนี้ นายกฯเน้นย้ำถึงโครงการไทยนิยมยั่งยืน

ที่ขณะนี้ทีมขับเคลื่อนการพัฒนาฯ ระดับตำบล ประกอบด้วย ข้าราชการ หน่วยงานความมั่นคง ปราชญ์ชาวบ้าน และจิตอาสา ได้เริ่มลงพื้นที่สำรวจข้อมูลตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ว่า จะต้องสะท้อนความต้องการของประชาชน และดำเนินการอย่างโปร่งใส ทั้งนี้ เมื่อรวบรวมข้อมูลจากประชาชนแล้วจะจัดเตรียมแผนงาน โครงการ และงบประมาณต่อไป โดยจะครอบคลุมการพัฒนากลุ่มผู้มีรายได้น้อย หรือเศรษฐกิจฐานราก 3.5 หมื่นล้านบาท การพัฒนาเชิงพื้นที่ชุมชน การท่องเที่ยว กองทุนหมู่บ้าน 3.45 หมื่นล้านบาทและการปฏิรูปโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตร 3 หมื่นล้านบาท รวมทั้งสิ้น 9.95 หมื่นล้านบาท

“นายกฯ อยากให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า รัฐบาลมีความจริงใจที่จะช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและยกระดับเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรม การค้า การลงทุน ที่มีแนวโน้มดีขึ้น พร้อมทั้งตระหนักดีว่าจะต้องไม่เกิดปัญหาซ้ำรอยโครงการที่เคยมีมาในอดีต และไม่ใช่การตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับทำงานอย่างมุ่งมั่น มีอุดมการณ์ และซื่อสัตย์ และขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบความไม่โปร่งใสขอให้แจ้งไปยังนายกฯ ได้ทุกกรณี” พล.ท. สรรเสริญ กล่าว

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิจัยนวัตกรรมยางพารา ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) สาธิตโครงการจัดสร้างต้นแบบถนนยางพาราดินซีเมนต์ แห่งแรกในพื้นที่ภาคเหนือ ที่โรงเรียนบ้านดอนปิน หมู่ 5 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลที่ใช้ยางพารามาสร้างถนน และยกระดับราคายางพาราให้สูงขึ้น โดยสร้างถนนความยาว 100 เมตร กว้าง 4 เมตร มูลค่า 130,000 บาท ก่อนส่งมอบถนนให้กับสถานศึกษา เพื่อใช้สัญจรภายในโรงเรียน

เป็นแหล่งเรียนรู้ และศึกษาดูงานถนนยางพาราต้นแบบของภาคเหนือ มี นายระพีพันธ์ แดงตันกี อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลและกระบวนการ บัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย-เยอรมัน (TGGS) มจพ. นายบุญทา ชัยเลิศ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ นายพิรุณ พลฤทธิ์ กำนัน ตำบลแม่เหียะ นางพัชรา ชัยเลิศ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดอนปินพร้อมผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้นำชุมชนเข้าร่วมกว่า 100 คน

นายระพีพันธ์ กล่าวว่า มจพ.เป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมงานวิจัยยางพารารับเบอร์ซอยซีเมนต์ นำเทคโนโลยีด้านวัสดุศาสตร์เข้ามาเป็นส่วนผสม พร้อมผลิตสูตรทำถนนใช้น้ำยางพาราดัดแปลง โดยนำยางพาราแห้งไปใช้ในการผลิต และใช้น้ำยายางพาราผสมทำถนนดังกล่าว ซึ่งพื้นที่ถนน 1 ตารางเมตร ใช้น้ำยายางพารา 2 ลิตร หากสร้างถนนยาว 1 กิโลเมตร กว้าง 6 เมตร ใช้น้ำยายางพารารวม 12 ตัน เป็นการเพิ่มมูลค่ายางพารา

“น้ำยายางพาราดังกล่าว สามารถสร้างถนนได้ทุกพื้นที่ โดยใช้นำยางสด ไม่ต้องผ่านกระบวนการแปรรูปอีก ถ้าสร้างถนนระยะทาง 1 กิโลเมตร แบบลาดยางมะตอย หรือเทคอนกรีต เฉลี่ย 4 ล้านบาท/กิโลเมตร หากใช้น้ำยายางพารา ลดเหลือ 2 ล้านบาท/กิโลเมตร ทำให้ต้นทุนสร้างถนนลดลง 50% ส่วนราคาน้ำยางที่ซื้อจากเกษตรกรเฉลี่ยกิโลกรัมละ 80 บาท จากเดิมกิโลกรัมละ 40 บาท ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 1 เท่าตัว” นายระพีพันธ์ กล่าว

นายสมนึก ยิ้มปิ่น ผู้จัดการสมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เล่ย์ จังหวัดสุโขทัย เปิดเผยว่า หลังเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเมื่อวันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ทำให้จังหวัดสุโขทัยได้รับผลกระทบบ้านเรือนถูกลมพายุพัดหลังคาปลิวเสียหายหลายร้อยหลัง ต้นข้าวหักโค่น ส่วนที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด คือไร่ยาสูบที่ปลูกกันมากใน อำเภอศรีสำโรง และ อำเภอเมืองสุโขทัย ซึ่งอยู่ในช่วงกำลังโตและใกล้เก็บใบช่วงที่ 1 ทำให้ใบยาโค่นเอียงและใบยาได้รับน้ำฝนมากจนเกินไป ทำให้ต้นยาเริ่มเหี่ยวเฉา ใบเริ่มมีจุดดำ และ เน่าเสีย

“โดยเฉพาะ 3 ตำบลคือ ตำบลวังใหญ่ ตำบลวังทอง และ ตำบลทับผึ้ง อำเภอศรีสำโรง มีอายุการปลูก 3 เดือน และใกล้เก็บเกี่ยว มีสภาพเหี่ยวเฉาและยืนต้นตาย เนื่องจากพื้นที่ปลูกยาสูบมีปริมาณน้ำฝนตกเป็นจำนวนมากเกินกว่าต้นใบยาสูบเบอร์เล่ย์จะรับได้ จึงทำให้ต้นยาสูบเบอร์เล่ย์เหี่ยวเฉายืนต้นตายนับ 10,000 ไร่ เกษตรกรได้รับความเสียหายจากการลงทุนจำนวนมาก มีความเสียหายคิดเฉลี่ยตกไร่ละ 10,000 บาท จึงขอให้ส่วนราชการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบด้วย” นายสมนึก กล่าว

ในช่วงที่ผ่านมาคนกรุงคงได้สัมผัสกับภาพยามเช้าที่มองเผินๆ ดูแล้วสวยสบายตา คล้ายหมอกจางๆ กำลังปกคลุมกรุงเทพฯ อยู่ แต่ความจริงแล้วสิ่งที่เห็นคือฝุ่นละอองขนาดเล็ก ที่กระจายตัวอยู่ในกรุงเทพฯ ด้วยปริมาณหนาแน่น

จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษชี้ว่าในบางพื้นที่และบางช่วงเวลา ปริมาณฝุ่นขนาดเล็กมีค่าสูงเกินกว่ามาตรฐานกำหนด มีผลต่อระบบทางเดินหายใจและโรคอื่นๆ ได้

แล้วเราจะอยู่ร่วมกับฝุ่นเล็กๆ ที่ไม่ใช่เรื่องเล็กนี้อย่างไร

ในเมื่อยังแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือลดการเกิดฝุ่นไม่ได้ ก็ต้องรับมือที่ปลายเหตุโดยสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก ซึ่งหน้ากากที่มีขายในท้องตลาดมีมากมายหลายประเภท และมีวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกันไป 3 เอ็ม ผู้ผลิตหน้ากากประเภทต่างๆ ได้ให้ข้อมูล ดังนี้

หน้ากากอนามัย (surgical masks) ที่หลายคนคุ้นเคย ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของอนุภาคขนาดใหญ่จากผู้สวมใส่หน้ากาก (เช่น น้ำลาย น้ำมูก) ไปสู่บรรยากาศโดยรอบ หรือสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือในบริเวณปลอดเชื้อ รวมถึง อาจใช้เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการกระเด็นหรือละอองของเลือด (blood), ของเหลวในร่างกาย (body fluid), สารคัดหลั่ง (secretion) และของเสียจากการขับถ่าย (excretion) เข้าสู่ปากและจมูกของผู้สวมใส่ แต่ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการกรองฝุ่นขนาดเล็กได้ และไม่แนบกระชับใบหน้าพอสำหรับป้องกันระบบหายใจให้กับผู้สวมใส่ ดังนั้น ขณะสวมใส่ระหว่างหายใจจึงมีอากาศจำนวนมากไหลผ่านช่องว่างระหว่างใบหน้ากับหน้ากากอนามัยได้

หน้ากากกรองอากาศ (respirators) ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดการรับสัมผัสสารปนเปื้อนในอากาศ เช่น ฝุ่นละออง อนุภาค แก๊ส หรือไอระเหย หน้ากากที่ดีมีประสิทธิภาพต้องแนบกระชับกับใบหน้า เพื่อให้อากาศที่เราหายใจเข้าไปถูกกรองผ่านชั้นกรองของหน้ากากโดยไม่รั่วตามช่องว่างระหว่างหน้ากากกับใบหน้า

ผู้สวมใส่ เพื่อประสิทธิภาพในการกรองอากาศและลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยหรือเกิดโรคจากอนุภาคปนเปื้อนในอากาศชนิดต่างๆ

หน้ากากกรองอากาศที่จะช่วยรับมือกับฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5, PM 10 รวมถึงช่วยลดการรับสัมผัสเชื้อก่อโรคต่าง ๆ อาทิ เชื้อรา ไวรัสก่อโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (SARS) ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (influenza virus) ไวรัสไข้หวัดนก (avian flu) ไวรัสอีโบลา (ebola virus) แบคทีเรียก่อโรควัณโรค (mycobacterium tuberculosis) เป็นต้น จัดอยู่ในกลุ่มหน้ากากกรองอากาศสำหรับกรองอนุภาค (particulate respirator) การสวมใส่หน้ากากกรองอากาศชนิดกรองอนุภาค จึงช่วยลดการรับสัมผัสอนุภาคขนาดเล็กที่สามารถเข้าสู่ระบบหายใจได้เป็นอย่างดี

กรณีฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ปนเปื้อนในอากาศเป็นปริมาณสูงนั้น วิธีการที่ดีที่สุดก็คือ หลีกเลี่ยงการรับสัมผัสในช่วงเวลาที่มีปัญหามลพิษทางอากาศ ควรอยู่ในบ้านพัก อาคาร หรือในพื้นที่ที่มีอากาศสะอาด หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง แต่หากจำเป็นต้องออกไปทำกิจกรรมภายนอก ควรเลือกสวมหน้ากากกรองอากาศที่เหมาะสม แนบกระชับ มีรับรองมาตรฐานรับรอง และสวมใส่หน้ากากอย่างถูกต้องตามคำแนะนำของผู้ผลิต เพื่อช่วยลดการรับสัมผัสอนุภาคปนเปื้อนต่างๆ เข้าสู่ระบบหายใจ

มาตรฐานรับรองของหน้ากาก เป็นตัวช่วยบอกประสิทธิภาพในการกรองอากาศ เป็นสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงเมื่อจะเลือกซื้อหน้ากาก โดยดูได้จากมาตรฐานรับรองประสิทธิภาพการกรองระดับนานาประเทศที่ได้รับการยอมรับ อาทิ มาตรฐานอเมริกา (NIOSH Standard, NIOSH 42 CFR 84) ที่มีประสิทธิภาพการกรองอนุภาค ตั้งแต่ 95% 99% และ 99.97% ตามลำดับมาตรฐานยุโรป (European Standard, EN 149) และมาตรฐานออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ (Australia/New Zealand Standard, AS/NZS 1761) มีประสิทธิภาพการกรองอนุภาค ตั้งแต่ 80% 94% และ 99% ตามลำดับ

รู้จักประเภทการใช้งานและวิธีการเลือกหน้ากากกันแล้ว คงจะพอช่วยให้รับมือฝุ่นเล็กๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะลดปริมาณลงเมื่อไหร่ รวมถึงข้อมูลในการเลือกใช้หน้ากากเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ ได้ตรงกับคุณสมบัติของหน้ากากแต่ละประเภทด้วย

กระแสออกกำลังกายแนวใหม่ วิ่งไปด้วยเก็บขยะไปด้วย ออกแบบมาเพื่อช่วยทั้งเพื่อนมนุษย์และโลก

ต้นกำเนิดเทรนด์มาจากสวีเดน แน่นอนว่าช่วยเผาไหม้แคลอรีดีกว่าแค่การวิ่งเหยาะๆ อย่างเดียว บึงกาฬ – นายวิลัย พรมพิมพ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 บ้านซำบอน ตำบลบุ่งคล้า อำเภอบุ่งคล้า จังหวัด บึงกาฬ เผยว่า ช่วงนี้มีช้างป่าโขลงใหญ่ลงมาจากภูวัว เข้ามาทำลายกินหยวกกล้วยที่ปลูกแซมเอาไว้ในสวนยางพาราเสียหาย ที่ผ่านมาสวนยางพารามีต้นกล้วยน้ำว้าปลูกแซมในสวนยางพารา ล้มหักโค่นเสียหายบริเวณกว้าง กล้วยบางต้นกำลังออกเครือใกล้ที่จะได้ผลผลิต ถูกช้างป่าใช้งวงดึงหักโค่นเอาหยวกกล้วยมากิน ยังมีต้นยางพาราที่ปลูกไว้อายุ 2-3 ปี หักโค่นเสียหายอีกหลายต้น เจ้าของสวนต้องตัดต้นกล้วยที่เหลืออยู่ในสวนทิ้ง เพื่อไม่ให้เป็นที่ล่อตาล่อใจช้างป่าโขลงนี้อีก

เบื้องต้นมีชาวบ้านรับความเดือดร้อนกว่า 20 ครอบครัว รวมทั้งชาวสวนยางบ้านโนนไพศาล ที่มีพื้นที่ติดกันรับผลกระทบจากช้างป่าทำให้ชาวบ้านผวาไม่กล้าที่จะออกมากรีดยางในเวลากลางคืน เกรงจะได้รับอันตราย ต้องรอให้ช้างกลับเข้าป่าในช่วงรุ่งสาง

เชียงใหม่ – นายสมศักดิ์ เขื่อนแก้ว เลขาธิการกลุ่ม ผู้ใช้น้ำตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ แจ้งว่า มีเจ้าหน้าที่ DSI ประกอบมาประชุมและสอบปากคำ แกนนำชาวนา ตำบลแม่สาว ที่ไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษภาค 5 ไว้เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา มี นายอนันต์ สุนทร ประธานผู้ใช้น้ำแม่สาวและแกนนำชาวนาสิบกว่าคนเข้าให้ปากคำต่อ DSI ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ DSI ขอให้ชาวนาพาลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบปัญหาและเก็บข้อมูลลงพื้นที่ทั้งห้วยแม่สาวและห้วยแม่กืม ห้วยท้าวพรหม พบท่อน้ำของสวนส้มที่เกินจำนวน ที่ยังไม่ได้นำออกอีกมากมาย

ร.ต.อ. ดำรง สินสวาท เจ้าหน้าที่สอบสวนคดีพิเศษ ชี้แจงกับแกนนำชาวนา ว่าทาง DSI รับเรื่องร้องเรียนจากชาวนา จึงมาเก็บข้อมูลเบื้องต้นก่อน ทราบว่ากลุ่มผู้ใช้น้ำร้องเรียนไปหลายหน่วยงาน แต่ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ในส่วนไหนที่ DSI รับผิดชอบก็จะดำเนินการไป แต่ส่วนที่นอกเหนือความรับผิดชอบ ก็จะต้องเก็บข้อมูลรวบรวมเพื่อส่งต่อให้ทาง ปปท., ป.ป.ช. ทั้งเรื่องของการรุกป่าและการละเว้นหน้าที่ เพื่อเป็นการบูรณาการร่วมกันคงจะต้องมีการประชุมร่วมกันอีกครั้ง

ด้าน นายอาทิตย์ ไวเจริญ รองประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำ กล่าวว่าออกตรวจกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ในเขตห้วยท้าวพรหม พบกับกลุ่มผู้ประกอบการสวนส้ม แต่ก็ยังตกลงกันไม่ได้เพราะยังมีท่อเกิน 2 นิ้ว ยังมีอีกมากทางสวนส้มก็บอกว่าถ้าให้ใช้ท่อเพียง 2 นิ้วไม่ได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ ป่าไม้แจ้งให้ทางสวนส้มต้องใช้ท่อเพียง 2 นิ้วเท่านั้น และต้องเท่ากันหมดเพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งนี้ทาง นายสิทธิศักดิ์ อภิกุลชัยสุทธิ์ มี คำสั่งให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ดำเนินการ

ทั้งนี้ ปัญหาการแย่งน้ำในพื้นที่ ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างเจ้าของสวนส้มกับทางชาวนายืดเยื้อมาเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว

เมื่อเร็วๆ นี้ รศ.ดร. ปริญญา มาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้คิดสิ่งประดิษฐ์เครื่องดิจิตอลอิมเมจคัลเลอร์มิเตอร์ตรวจวัดสีของครีมในเครื่องสำอาง และได้รับการจดอนุสิทธิบัตรแล้ว มีชื่อว่า “เครื่องตรวจสอบวัดสีที่อาศัยการถ่ายภาพดิจิตอล” โดยได้ต่อยอดเครื่องแรกที่ได้คิดค้นตั้งแต่ต้นปี 2560

เครื่องเวอร์ชั่น 2 นี้จะถ่ายภาพผ่านแอพพลิเคชั่นที่เขียนให้ปฏิบัติการในระบบไอโอเอส ลงไว้ในเครื่อง ไอพอด เครื่องนี้จะมีความสามารถคือ ตัวแอพฯ จะเก็บภาพสีของสารที่จะตรวจวัด พอมีตัวอย่างที่อยากจะทดสอบว่าตรงไหม ก็นำมาจับคู่ให้เลยว่ามันตรงกับรอบการผลิตที่เท่าไหร่ ถูกไหม มีค่าสีเพี้ยนไปไหม

รศ.ดร. ปริญญา กล่าวว่า ในอนาคตกำลังพัฒนาเครื่องให้วัดค่าในอุตสาหกรรมในครัวเรือนได้ เพื่อที่ประชาชนได้นำไปต่อยอดในวิสาหกิจในครัวเรือน เพิ่มมูลค่าทางผลิตภัณฑ์ได้ โดยจะพัฒนาให้ทดสอบสีได้พร้อมกันกว่า 20 สี

ผลงานเครื่องตรวจสอบวัดสีที่อาศัยการถ่ายภาพดิจิตอลนี้ได้รับรางวัลเหรียญเงินจากกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในงานผลงานประดิษฐ์นานาชาติ เมื่อปี 2560 และได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศไทย ในการประกวดนวัตกรรมบัณฑิตศึกษา