สำหรับ สินค้าหลายตัวที่ คาดว่าจากนี้ต่อไปจะสถานการณ์ดีขึ้น

อาทิ ปาล์มน้ำมัน รัฐบาลได้หาแนวทางในการสนับสนุนเพื่อให้ผู้ประกอบการส่งออกได้มากขึ้นในการลดปัญหา สต๊อก เพื่อรองรับผลผลิตที่จะออกตลาดมากขึ้นในช่วงปลายปี โดยในช่วงเดือนก.ค.-ส.ค. ได้ส่งออกแล้ว 52,629 ตัน และคาดว่าส่งออกทั้งปีจะได้มากกว่า 100,000 ตัน จะส่งผลให้ราคาปาล์มน้ำมันที่เกษตรกรขายได้ขยับตัวสูงขึ้น เฉลี่ยปี 2560 กิโลกรัมละ 4.20 บาท, มันสำปะหลัง ครม. มีมติเมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2560 อนุมัติในหลักการแนวทางการบริหารจัดการมันสำปะหลังปี 2560/61 จำนวน 14 โครงการ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และสหกรณ์ภาคการเกษตร ในการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ลดต้นทุนการผลิต และแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า

รวมถึงมีการดูแลด้านการตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีแนวทางบริหารจัดการการนำเข้าวัตถุดิบอื่นทดแทนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และได้ประสานให้สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยรับซื้อจากเกษตรกรไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 8.00 บาท ที่ความชื้น 14.5% (ราคา ณ กรุงเทพฯ และปริมณฑล) รวมทั้ง ครม. มีมติเมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2560 อนุมัติการดำเนินโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้งหลังนา ปี 2560/61 เป้าหมาย 31 จังหวัด พื้นที่ 0.7 ล้านไร่ เกษตรกร 47,000 ราย เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้เพียงพอกับความต้องการใช้ภายในประเทศ และกระจายผลผลิตให้ออกสู่ตลาดสม่ำเสมอไม่กระจุกตัว

กล้วย เป็นผลไม้ที่ให้พลังงานแก่ร่างกายได้ทันที ถ้ากินกล้วยมื้อเช้าจะทำให้ร่างกายตื่นตัวและพร้อมทำงาน และการกินกล้วยควรเคี้ยวให้ละเอียด ไม่งั้นท่านอาจท้องเฟ้อได้ หากเราได้รู้ถึงสรรพคุณของกล้วยน้ำว้าที่มีมากมายขนาดนี้ จะกินกล้วยน้ำว้า วันละ 1-2 ผล ก็คงจะได้ประโยชน์กับสุขภาพของเราไม่น้อยเลยใช่ไหม

มีตั้งแต่ร้านในตรอก ซอก ซอย กระทั่ง เป็นหนึ่งในเมนู ของโรงแรมห้าดาว

ด้วยลักษณะพิเศษ ของรสชาติ คุณค่าทางอาหาร ทำให้คนกินส้มตำกันได้เรื่อยๆ

ทั้งนี้ วัตถุดิบหลักของส้มตำก็คือ มะละกอ ดังนั้น มะละกอ จึงเป็นพืชที่มีตลาดใหญ่รองรับแน่ๆ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ลงพื้นที่สำรวจตลาดเทศบาลเมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี

พบร้านค้าที่ขายมะละกอสับ อย่างเป็นล่ำเป็นสันถึง 2 ร้าน ในตลาดเดียวกัน และเมื่อได้เข้าไปพูดคุย ก็ทำเอาอึ้งกันเลยทีเดียว ด้วยยอดขายที่สูงถึงวันละ 800 กิโลกรัมต่อวัน ที่สำคัญ เป็น 800 กิโลกรัม ที่หมุนเวียนอยู่เฉพาะที่อำเภอเมือง เท่านั้นเอง

มะละกอสับ สำเร็จรูป เป็นอีกหนึ่งสินค้า ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับพ่อค้าแม่ค้าได้เป็นอย่างดี ด้วยว่า ซื้อแล้ว นำไปลงครก ทำส้มตำขายได้เลย ไม่ต้องมานั่งปอกเปลือก และสับ ให้เสียเวลา

ร้านแรก เป็นร้านของ คุณลอน หาเนาสุข โดยมีคุณตั้ม หนึ่งในทีมงาน ให้ข้อมูลกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า ขายมานานนับสิบปีแล้ว ในแต่ละวัน ใช้มะละกอ มากถึง 800 กิโลกรัม (มะละกอก่อนสับ) โดยเทียบให้ฟังว่า มะละกอ 10 กก. เมื่อปอกแล้ว นำมาสับ ทิ้งไส้กลาง จะเหลือเป็นเส้นมะละกอ 8 กก. (มะละกอลูก 10 กก สับได้มะละกอเส้น 8 กก) ขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าส้มตำในพื้นที่ ส่วนมะละกอ ส่วนใหญ่มาจากสวน ที่อ.ดำเนินสะดวก สมุทรสาคร มีพ่อค้าแม่ค้ารวบรวมมะละกอ มาส่งให้ทุกวัน

ข้อดีของการทำมะละกอสับ ก็คือ ไม่ต้องสนใจเรื่องขนาดมะละกอ เล็ก ใหญ่ ใช้ได้หมด ขอเพียงอย่าให้สุกจนเกินไป โดยขายได้กิโลกรัมละ 20-30 บาท และใช้แรงงานในครอบครัว 3 คน

ร้านที่สอง เป็นร้านของ คุณวีระศักดิ์ ถิระพัฒน์ อายุ 60 ปี เจ้านี้ก็ขายมานาน 30 ปีแล้ว

คุณวีระศักดิ์ บอกกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า วันหนึ่งขายได้ราว 300 กิโลกรัม แต่ถ้าช่วงไหนมีงานประเพณี ก็จะได้ถึง 400 กิโลกรัม

โดยรับซื้อมะละกอ จากทางอำเภอดำเนินสะดวก จ.สมุทรสาคร มีพ่อค้า มาส่งให้ทุกวัน

“ผมว่าเป็นอาชีพที่ดีนะ เพราะคนกินส้มตำกันเยอะ เป็นอาหารประจำถิ่น ยังไงร้านค้าก็ต้องใช้มะละกอสับ ซึ่งแบบนี้ก็สะดวกดี” คุณวีระศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย กรณี นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ข้อมูลในการอนุรักษ์พะยูนและอนุรักษ์แหล่งหญ้าทะเลระดับประเทศ ถึงสถานการณ์พะยูนในประเทศไทยจัดอยู่ในภาวะวิกฤต เนื่องจากถูกคุกคามอย่างหนักในเรื่องที่อยู่อาศัยและการทำลายแหล่งหญ้าทะเล ซึ่งคาดว่าในน่านน้ำไทยมีพะยูนไม่เกิน 200 ตัว และมีอยู่ในเขตห้ามล่าหมู่เกาะลิบง จ.ตรัง ประมาณ 130-150 ตัว โดยกลุ่มผู้ล่าพะยูนมีความเชื่อว่า กระดูกพะยูน สามารถนำไปทำยาโด๊ป เขี้ยวน้ำไปทำของขลัง ส่วนเนื้อนำไปปรุงอาหารเป็นเมนูพะยูนผัดเผ็ด

รวมทั้งเสนอข่าวย้ำกล่าวอ้างว่าเป็นแหล่งข่าวจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)ว่าเรื่องขบวนการล่าพะยูนและนำเนื้อ อวัยวะมาขายมีอยู่จริง พร้อมอ้างว่าแหล่งที่มีการซื้อ-ขายกันนั้นคือพื้นที่เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง โดยชาวประมงบางกลุ่มในพื้นที่ ทั้งล่า และนำซากพะยูนที่ติดเครื่องมือประมงขึ้นฝั่งโดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ แล้วนำไปแหลเนื้อออกเป็นส่วนๆ ทั้งกระดูกและเขี้ยว แยกออกซึ่งเป็นอวัยวะที่แพงที่สุด เป็นที่ต้องการของตลาด ขายกันในกิโลกรัมละถึง 10,000 บาท เพราะเชื่อว่ากระดูกสามารถนำมาผสมเป็นยารักษาโรคมะเร็งได้ ส่วนเนื้อนั้นขายในกิโลกรัมละ 150 บาท นำไปประกอบเมนูพื้นบ้านแกงคั่วที่มีรสชาดเผ็ดจัด และกำลังเป็นที่นิยม โดยแหล่งข่าวคนดังกล่าว อ้างว่าหลังจากมีการล่อซื้อได้มีการส่งชิ้นเนื้อไปพิสูจน์ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน จ.ภูเก็ต และได้รับการยืนยันว่าเนื้อดังกล่าวเป็นเนื้อพะยูนจริงๆ

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 18 ต.ค. ที่มูลนิธิอันดามัน อ.เมือง จ.ตรัง นายอะเหร็น พระคง ประธานเครือข่ายชมรมชาวประมงพื้นบ้าน จ.ตรัง และ นายสะมาแอล เบญสะอาด เลขานุการชมรม สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียใจและเสียกำลังใจมากที่สุด ตลอดเวลาเกือบ 30 ปี ชมรมประมงพื้นบ้านร่วมกับชาวบ้านโดยเฉพาะชาวเกาะลิบง อ.กันตัง ทุกครัวเรือน ร่วมมือกันทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องพะยูนให้อยู่รอดปลอดภัย แทบจะเรียกได้ว่าพะยูนคือชีวิตของชาวเล จ.ตรัง ก็ว่าได้ ขบวนการล่าพะยูน ยอมรับว่ามีอยู่จริง แต่เกือบ 30 ปีมาแล้ว และเป็นกลุ่มที่อยู่นอกพื้นที่ ปัจจุบันไม่มีใครกล้าทำแบบนั้นแล้วเพราะชาวบ้านมีการรณรงค์ มีจิตสำนึก และมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มแข็ง มีการทำงานร่วมกับหลายหน่วยงาน และขอวิงวอนว่าท่านอธิบดีฯอย่างพูดโคมลอยไร้หลักฐาน เพราะจะเป็นการบั่นทอนความตั้งใจของคนทำงานในพื้นที่

ประธานเครือข่ายชมรมชาวประมงพื้นบ้าน จ.ตรัง กล่าวว่า เมื่อ 10 ปีที่แล้ว พะยูนในท้องทะเลไทยมี 120 ตัว แต่จากการบินสำรวจข้อมูลเมื่อ เม.ย.2559 พบพะยูนเพิ่มขึ้นเป็น 169 ตัว และยังพบคู่แม่ลูกอีก 10 คู่ อีกทั้งหญ้าทะเลก็เพิ่มขึ้นจาก 20,000 ไร่ เป็น กว่า 30,000 ไร่ ซึ่งส่วนใหญ่ก็อยู่ในพื้นที่ ต.เกาะลิบง สิ่งที่ท่านอธิบดีฯ พูดให้ข่าวนั้นเป็นข้อมูลเก่า แต่เครือข่ายประมงพื้นบ้าน จ.ตรัง คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน เพราะหากมีข้อมูลแล้ว ขอให้กรมอุทยานฯ หาวิธีการดูแลพะยูนอย่างจริงจัง อย่าแค่พูดเพื่อให้รู้ปัญหาแล้วไม่หาทางแก้ เพราะจะเป็นการสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ โดยหลังจากนี้เครือข่ายประมงพื้นบ้านฯจะหารือร่วมกันเพื่อกำหนดท่าที เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแสดงความรับผิดชอบ

“ที่ผ่านมาต้องบอกว่ากระบวนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐหละหลวม ไม่มีความเด็ดขาด มีกฎหมายอยู่ในมือแต่ไม่เคยใช้ให้มีประสิทธิภาพ เครือข่ายประมงพื้นบ้านและชาวบ้าน ทำได้แค่ทีมเสริม ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือ ไม่มีกฎหมาย ฯลฯ มีแค่ใจที่ต้องการจะช่วยให้ดูแลให้ดีที่สุด ซึ่งหลังจากนี้คงได้มีการคุยกัน โดยอาจจะมีการเชิญท่านอธิบดีฯ ลงมาพื้นที่เพื่อได้เห็นข้อมูลข้อเท็จจริง ว่าคนพื้นที่เขาทำงานกันอย่างไร เพื่อที่จะได้ข้อมูลที่ถูกต้องตรงกัน”นายอะเหร็น กล่าว

นายสวัสดิ์ ไชยชนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกุดหว้า อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า โรงเรียนบ้านกุดหว้า เป็นโรงเรียนตามโครงการพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเป็นโรงเรียนในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเน้นการพัฒนาเด็กให้มีสุขภาพอนามัย มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดี และรู้จักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ทางโรงเรียนจึงได้เข้าร่วมโครงการสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา (สนก.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้เข้าร่วมการอบรมดำเนินงานวิจัยควบคู่กับการจัดการเรียนรู้ (R2R) ด้านการจัดการขยะ น้ำเสีย ใช้พลังงานอย่าง มีประสิทธิภาพ และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ก่อนที่จะกลับมาลงมือปฏิบัติ

โรงเรียนเริ่มทำกิจกรรมด้วยการทำโครงการปลูกหญ้าแฝกเพื่อพัฒนาดิน เพราะโรงเรียนอยู่ในเขตพื้นที่แห้งแล้งที่สุดของประเทศ จึงยึดศาสตร์พระราชาเป็นหลักในการเรียนรู้ โดยทำงานวิจัยร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งหลังจากทำโครงการแล้วทำให้ดินมีสภาพดีขึ้น เมื่อดินดีขึ้น ผลผลิตก็ดีขึ้น ส่งผลให้เด็กได้รับประทานอาหารกลางวันที่ดี เมื่อเด็กมีสุขภาพดี ผลที่ตามมา คือ การเรียนดีขึ้น ทำให้ในปีการศึกษา 2559 นักเรียนโรงเรียนบ้านกุดหว้ามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรวม 5 กลุ่มสาระสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยของประเทศ

ทั้งนี้ ต้องขอบคุณ สพฐ.ที่ให้โอกาสโรงเรียนได้มาร่วมแสดงผลงานในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2560 หรือ Thailand Research Expo 2017 โดยโรงเรียนบ้านกุดหว้า ได้รับรางวัลชนะเลิศผลงานทางวิชาการ “แนวปฏิบัติที่ดี” ด้านที่ 4 อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง “ปลูกหญ้าแฝกอุ้มน้ำโอบดินจากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” เป็นโรงเรียนต้นแบบการจัดการเรียนรู้สหกรณ์นักเรียน ปีการศึกษา 2559 โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รางวัลชนะเลิศการประกวดกลุ่มยุวเกษตรกรดีเด่น ระดับจังหวัด ปีการศึกษา 2558

ลำปาง – นางจุราพร จันทร์ขาว ผอ.สนง.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จ.ลำปาง เผยว่า ธ.ก.ส.ได้ลงนามความร่วมมือกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) “ปตท.-ธ.ก.ส. รวมพลัง ร่วมใจช่วยเกษตรกร” เปิดพื้นที่ในปั๊ม ปตท.ทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้า และผลผลิตให้เกษตรกรระบายผลผลิตตามฤดูกาล สร้างโอกาสให้ผู้ผลิตได้จำหน่ายสินค้าสู่ผู้บริโภคโดยตรง

นอกจากนี้ ธ.ก.ส.จะพัฒนาช่องทางในการชำระค่าสินค้า เพื่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ซื้อและผู้ขาย ผ่านแอพพลิเคชั่น ธ.ก.ส. A-Mobile และระบบคิวอาร์โค้ด ซึ่งผู้ขายมีคิวอาร์โค้ดของตนเอง ผู้ซื้อเพียงแต่มีเงินฝากในบัญชี เมื่อจ่ายชำระค่าสินค้า เพียงใช้สมาร์ตโฟนสแกนคิวอาร์โค้ด ของผู้ขายเท่านั้น ไม่ต้องพกพาเงินสดตอบรับสังคมยุคใหม่ ซึ่งความร่วมมือนี้จะส่งผลให้เกษตรกรและชุมชนในภาคชนบทมีช่องทางการตลาด สร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานราก และพัฒนาวงการเกษตร

นครรารชสีมา – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ทางกรมประมงออกกฎกระทรวงห้ามนำเข้ากุ้งเครย์ฟิช และห้ามปล่อยกุ้งเครย์ฟิชลงแหล่งน้ำธรรมชาติ หากฝ่าฝืนจะต้องโทษปรับสูงสุดถึง 2 ล้านบาทนั้น

ล่าสุดในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชส่วนหนึ่งมองว่า ประเด็นความเสี่ยงที่จะมีการลักลอบปล่อยกุ้งชนิดนี้ลงสู่ธรรมชาตินั้นคงเป็นไปได้ยาก เพราะกุ้งชนิดนี้ยังเป็นที่ต้องการของตลาด ถึงแม้ว่าราคาจะตกลงไปบ้างก็ตาม

ในสถานการณ์ปัจจุบันมีความเป็นไปได้สูงว่าเกษตรกรน่าจะนำบริโภคและจำหน่ายในราคาถูกมากกว่าที่จะนำไปทิ้งแหล่งน้ำสาธารณะ ส่วนการนำเข้ากุ้งชนิดนี้นั้นไม่มีความจำเป็นแล้วในเวลานี้ เพราะผู้เลี้ยงส่วนใหญ่สามารถเพาะเลี้ยงได้เองแล้ว

ด้านนายสายาห์ ศิริอาภากุล อายุ 50 ปี เจ้าของฟาร์ม โคราช เครย์ฟิชฟาร์ม อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา และเจ้าของเพจห้องกุ้งก้ามกามแดง เครย์ฟิช โคราช ให้ความเห็นว่า ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องยากมาก ที่จะมีคนนำกุ้งชนิดนี้ไปปล่อยลงแหล่งน้ำฟรีๆ เพราะตัวกุ้งชนิดนี้เองก็มีราคาอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างสูง ปัจจุบันราคากิโลกรัมละ 300-400 บาท เพราะกุ้งชนิดนี้มีรสชาติอร่อย สามารถนำไปทำอาหารบริโภค เพิ่มมูลค่าได้ อาทิ สเต๊ก ซูชิ กุ้งอบ กุ้งนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นเมนูที่สุดแสนอร่อย

ดังนั้น โอกาสที่จะมีคนนำกุ้งชนิดนี้ไปปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาตินั้นคงจะมีน้อยมากๆ จนแทบจะเป็นไปไม่ได้ ส่วนอาหารของกุ้งชนิดนี้นั้น มีให้เลือกหลากหลาย โดยเฉพาะในกรณีที่เลี้ยงในบ่อดินนั้นไม่ได้สิ้นเปลืองอะไรเลย ส่วนเรื่องของการนำเข้ากุ้งจากต่างประเทศนั้น ขณะนี้ในส่วนของตนเองไม่จำเป็นต้องซื้อกุ้งจากที่อื่นแล้ว เพราะภายในฟาร์มก็มีกุ้งหลายชนิดเพียงพอแล้วที่จะผลิตและขยายพันธุ์ได้เอง และสามารถจะจำหน่ายเป็นทั้งกุ้งเนื้อและกุ้งสวยงามแล้ว

สงขลา – ดร.นพ.สุวิช ธรรมปาโล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรค (สคร.) ที่ 12 จ.สงขลา กล่าวว่า โรคเมลิออยโดสิสเป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย พบได้ทั่วไปในดินและน้ำ และมักพบในช่วงหลังฝนตก 1-2 เดือน ในเขตพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. -27 มี.ค.60 พบผู้ป่วยแล้ว 13 ราย จ.สงขลา 5 ราย จ.ตรัง 4 ราย จ.พัทลุง 4 ราย และมีผู้เสียชีวิตที่ จ.สงขลา 3 ราย

สาเหตุที่ภาคใต้พบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตสูงขึ้นอาจเป็นเพราะฝนตกหนักและมีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน น้ำจึงชะเอาเชื้อขึ้นมาอยู่ที่ผิวดิน เป็นการเพิ่มโอกาสการติดเชื้อได้ง่ายขึ้นผ่านทางบาดแผลที่ผิวหนัง หรือหายใจรับเอาฝุ่นจากดินหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อเจือปนอยู่เข้าไป อาการโดยทั่วไปผู้ป่วยจะมีไข้สูง หรือมีไข้เป็นเวลานานโดยไม่ทราบสาเหตุ หายใจไม่สะดวก หรือหอบเหนื่อย ซึมแบบไม่รู้ตัว บางรายมีอาการคล้ายโรคปอดบวมรุนแรง บางรายมีอาการคล้ายวัณโรค

บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับกรมประมง, สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน), ชมรมผู้นิยมปลาสวยงาม ประเทศไทย และบริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอมเมอร์เชียล จำกัด จัดงาน “เดอะมอลล์ วันปลาสวยงามแห่งชาติ ครั้งที่ 14” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อัศจรรย์พรรณปลา” ต้อนรับปิดเทอม โดยภายในงานจัดให้เยาวชนได้แข่งขันประกวดจัดตู้พรรณไม้น้ำเลียนแบบธรรมชาติ ประเภทนักเรียน” แบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมต้น และระดับมัธยมปลาย โดยโรงเรียนที่ชนะการประกวด และเข้ารับถ้วยประทานพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ จากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่ผ่านมา มีดังนี้

1.การจัดตู้พรรณไม้น้ำ เลียนแบบธรรมชาติ ระดับประถมศึกษา ได้แก่ โรงเรียนประชานิเวศน์

2.การจัดตู้พรรณไม้น้ำ เลียนแบบธรรมชาติ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ได้แก่ โรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์

3.การจัดตู้พรรณไม้น้ำ เลียนแบบธรรมชาติ penny-stock-social.com ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้แก่ โรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ น.ส.ณฤมล ธรรมวัฒนะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สุวพีร์ โฮลดิ้ง จำกัด (ตลาดยิ่งเจริญ) เปิดเผยว่า ตลาดยิ่งเจริญ ร่วมกับ มูลนิธิโพธิภาวนาสงเคราะห์ พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ สำนักงานเขตบางเขน เอกชน และชุมชนย่านสะพานใหม่ จัดงานเทศกาลถือศีลกินเจตลาดยิ่งเจริญ น้อมเกล้าถวายแด่…พ่อหลวงของปวงไทย ด้วยทานบารมี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 และส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณี พิธีกรรม อันดีงามให้คงอยู่สืบไป

โดยในปีนี้พิเศษจัดเป็น พื้นที่โปรโมชั่นเมนูอาหารเจ 4 ภาค กว่า 30 ร้านค้า ภายใต้แนวคิดอาหารปลอดภัยกว่า 100 เมนู อาทิ ส้มตำเจ , ส้มตำไหลบัว , คั่วกลิ้งเจ , น้ำพริกอ่องเจ, หมูทอดเจ เป็นต้น

ซึ่งได้สรรหาสินค้าของดี อาหารอร่อย เมนูสุขภาพ ในซุ้ม “ยิ่งเจริญ มุมอร่อย มุมสุขภาพ” มาให้เลือกสรร ทั้งอาหารคาว หวาน และผักผลไม้ปลอดสารพิษ นอกจากนี้ภายในงานตลาดยิ่งเจริญได้จัดเตรียมจุดบริการเครื่องล้างผักด้วยระบบโอโซน เพื่อให้พ่อค้า แม่ค้าและผู้บริโภคได้นำผักมาล้างได้ที่จุดบริการนี้ ซึ่งจะช่วย ชะล้างสารพิษที่ตกค้างได้เป็นอย่างดีโดยมีไว้บริการที่นี่ที่เดียว ณ ลานโปรโมชั่น 60 ปี ตลาดยิ่งเจริญ

นอกจากนี้ ยังเสนอทางเลือกใหม่ เพื่อความสะดวกกับลูกค้า สามารถใช้บริการ ส่งความสดใหม่ ของอาหารเจทุกมื้อ ส่งถึงหน้าบ้านทุกวันซึ่งคาดว่าบริการ “ส่งสด” อาหารเจจะเป็นส่วนสนับสนุนให้ยอดขายอาหารเจของตลาดเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากอำนวยความสะดวกและไม่สร้างความจำเจกับให้ผู้ที่ทานอาหารเจ สามารถเลือกเมนูใหม่ๆ ทานได้ทุกวันผ่านช่องทาง http://www.songsod.com /messenger inbox : http://bit.ly/2ubzuqm /Line@ : @songsod

“เทศกาลถือศีลกินเจปีนี้คาดว่าจะคึกคัก เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่พร้อมใจกันร่วมทำบุญเพื่อพ่อหลวง นอกจากนี้ตลาดยังมีบริการส่งอาหารเจผ่าน “ส่งสด” ส่วนราคาพืชผักในช่วงเทศกาลกินเจปีนี้มีปรับขึ้นบ้างจากช่วงปกติ เพราะความต้องการมีมากขึ้น หากเปรียบเทียบราคาในเทศกาลเดียวกันจากปีที่ผ่านมายังคงราคาใกล้เคียงกันซึ่งในส่วนของตลาดยิ่งเจริญเป็นตลาดค้าส่ง มีจำนวนของผู้ค้าจำนวนมาก จึงเกิดการแข่งขันทำให้สินค้าราคายุติธรรมตามกลไกการตลาด และในภาพรวมของสินค้ากลุ่มผัก มีการบริโภคมากขึ้น ทำให้ยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 40-50% ในขณะเดียวกัน ส่วนราคาเนื้อสัตว์ ไข่ไก่ ราคาได้เริ่มปรับลดลงเมื่อเข้าสู่ช่วงเทศกาลกินเจ” น.ส.ณฤมล กล่าว

ทางด้านนางกัญจนิดา ตันติสุนทร กรรมการบริหาร บริษัท สุวพีร์ โฮลดิ้ง จำกัด (ตลาดยิ่งเจริญ) กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดยิ่งเจริญมีโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย ซื้อคูปอง 1,900 บาท ได้รับกระเป๋าผ้าคุณภาพดี “ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์” ของร้านจิตรลดา มูลค่า 160 บาท ซึ่งจะมีการนำรายได้จำนวน 10 บาท นำไปสมทบทุนร่วมทำบุญสร้างอาคารนวมินทรบพิตร โรงพยาบาลศิริราช และรับน้ำดื่ม 3 ขวด พร้อมบัตรที่ระลึก “คำสอนของพ่อ” สามารถนำคูปองมาซื้ออาหารเจที่ตลาดได้ทุกวันตั้งแต่วันที่ 18-29 ต.ค.นี้

นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่น ทุกยอดซื้อ 100 บาท ได้รับสติ๊กเกอร์ 1 ดวง เพื่อสะสมในสมุดเพื่อสะสมยอดซื้อ นำมาแลกรับของสมนาคุณ อาทิ กระบอกน้ำ , เสื้อ , ร่ม UV และกระเป๋าผ้า ตั้งเป้าเงินสะพัดส่วนสะสมยอดซื้อ วันละ 300,000 บาท ตลอดเทศกาล 10 วัน คาดว่าไม่ต่ำกว่า 3,300,000 บาท

นอกจากนี้ ตลาดยิ่งเจริญยังได้ร่วมกับมูลนิธิโพธิภาวนาสงเคราะห์ (จิบเสียงเซี่ยงตึ๊ง) (โรงเจสะพานใหม่ ตลาดยิ่งเจริญ) จัดกิจกรรมเพื่อให้ประชาชนร่วมทำบุญสร้างกุศล พร้อมร่วมพิธีสักการะองค์เทพเจ้าดาวเคราะห์ทั้ง 9 พระองค์ สวดมนต์เวียนธูป และเข้าร่วมพิธีบูชาเทพเจ้าธรรมบาล เพื่อสะเดาะเคราะห์และเสริมบารมี