สีสันสุรินทร์! ชมทุ่งดอกหญ้าคาขาวโพลนเต็มทุ่ง

เมื่อวันที่ 10 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเวลาประมาณ 16.00-18.00 น. ของทุกวันในระยะนี้ ซึ่งเป็นช่วงแดดร่มลมตก มีประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาว ต่างพากันเดินทางไปชมความงามของทุ่งดอกหญ้าคาที่ขาวโพลนเต็มท้องทุ่ง บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ ซึ่งเป็นดอกหญ้าคาที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้ง ที่ต่างออกดอกขาวโพลน คล้ายทุ่งหิมะ ที่บริเวณริมน้ำด้านทิศใต้สุดของอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง บ.ปราสาท ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลตัวเมืองเพียง 7 กม. เท่านั้น ทั้งนี้จะออกดอกให้ชมเพียงปีละครั้ง ราวเดือนมีนาคม-เมษายน เท่านั้น

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการดำเนินโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2561 ตามมติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ซึ่งเป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากโครงการปีการผลิต 2560 วงเงิน 1,841 ล้านบาท พื้นที่เป้าหมาย 30 ล้านไร่ มีระยะเวลาตั้งแต่เริ่มฤดูกาลเพาะปลูก ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2561 ยกเว้นภาคใต้ ถึง วันที่ 15 ธ.ค. 2561 มีวงเงินคุ้มครอง 2 ประเภท ประเภทแรกคุ้มครอง 1,260 บาท ต่อไร่ สำหรับภัยธรรมชาติ 6 ภัย คือ น้ำท่วมหรือฝนตกหนัก ภัยแล้ง ฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วง ลมพายุหรือพายุไต้ฝุ่น ภัยอากาศหนาวหรือน้ำค้างแข็ง ลูกเห็บ และไฟไหม้ ส่วนอีกประเภท วงเงิน 630 บาท ต่อไร่ สำหรับภัยศัตรูพืชหรือโรคระบาด โดยเบี้ยประกันคิดที่ 97.37 บาท ต่อไร่

ทั้งนี้ ที่ประชุม ครม. ยังมอบหมายให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ขายกรมธรรม์ประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2561 ให้ได้ตามเป้าหมาย โดยเกษตรกรผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกใช้บริการพร้อมเพย์ ในการรับ-โอน ค่าเบี้ยประกันภัยและค่าสินไหมทดแทน พร้อมทั้งให้ ธ.ก.ส. บริหารจัดการความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่ให้สอดคล้องกับหลักการประกันภัย และร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์โครงการ รวมทั้งให้ความรู้ด้านการประกันภัยแก่เกษตรกรและบุคคลที่เกี่ยวข้องรู้ถึงความสำคัญของการประกันภัย

นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ปรับปรุงกรมธรรม์ประกันภัยข้าวนาปีให้เป็นไปตามรูปแบบและหลักเกณฑ์ของการรับประกันภัยของโครงการ ปีการผลิต 2561 รวมทั้งอนุมัติกรมธรรม์และอัตราเบี้ยประกันให้เสร็จและสามารถเริ่มรับประกันภัยในปีการผลิต 2561 ได้ทันทีภายหลังจาก ครม. มีมติให้ความเห็นชอบโครงการ ปีการผลิต 2561 อีกทั้งมอบหมายให้ ธ.ก.ส. เตรียมการเพื่อให้เกษตรกรกลุ่มที่ได้รับการอุดหนุนเบี้ยประกันภัยจากธ.ก.ส. ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการรับภาระโดยจ่ายเบี้ยประกันส่วนหนึ่งในการดำเนินโครงการ ปีการผลิต 2562 เป็นต้นไป

เมื่อวันที่ 11 เม.ย. กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศว่า ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมง ข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป โดยมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ในบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง และบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออก สำหรับภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง อนึ่ง ในช่วง วันที่ 15-17 เมษายน 2561 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีฟ้าผ่าและลูกเห็บตกบางพื้นที่

โดยจะเริ่มมีผลกระทบบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ในวันที่ 15 เมษายน 2561 ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในวันถัดไป (วันที่ 16 เมษายน 2561) จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า

สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมบริเวณภาคเหนือ ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงกำลังอ่อนได้เคลื่อนออกไปปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามและทะเลจีนใต้ ทำให้มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป และบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง และบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองได้บางพื้นที่ สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย ตั้งแต่เวลา 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดตาก และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อน อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี และนครสวรรค์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 21-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อน อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี หรือ GIZ ร่วมกับ CalCEF (California Clean Energy Fund) ผสานความร่วมมือระดับภูมิภาค เปิดตัวโครงการพัฒนาระบบนิเวศด้านพลังงานที่ยั่งยืนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Nexus SEA) ซึ่งเป็นโครงการสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพด้าน “พลังงานอัจฉริยะ” ที่มุ่งลงทุนและเชื่อมต่อกับหน่วยงานผู้บ่มเพาะ (incubator) ให้เกิดธุรกิจสตาร์ทอัพด้านพลังงานอัจฉริยะทั่วทั้งภูมิภาค โดยได้รับการสนับสนุนเงินทุนจาก GIZ และมูลนิธิ The David and Lucile Packard

“ด้วยการรวบรวมความคิด ธุรกิจสตาร์ทอัพ พันธมิตรด้านการดำเนินงาน และผู้ให้ทุนสนับสนุนเข้าสู่แพลตฟอร์มหนึ่งเดียวในระดับภูมิภาค โครงการ Nexus SEA จึงกำลังก้าวสู่การสร้างระบบนิเวศด้านพลังงานอัจฉริยะให้เกิดขึ้นจริง” Hendrik Tiesinga ผู้จัดการโครงการ Nexus SEA จาก CalCEF กล่าว

จากข้อมูลขององค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดการณ์ว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีความต้องการใช้พลังงานเพิ่มสูงขึ้นอีกสองในสามส่วนนับจากนี้ไปจนถึง พ.ศ. 2583 เมื่อความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้น การบริโภคเชื้อเพลิงจากฟอสซิลก็จะยังคงเพิ่มขึ้นต่อไป เว้นแต่จะมีการหันมาใช้โซลูชั่นพลังงานอัจฉริยะอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งโครงการ Nexus SEA เองจะเข้ามาเร่งผลักดันให้เกิดการนำเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดมาใช้และบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการสนับสนุนผู้ประกอบการด้านพลังงานอัจฉริยะรุ่นใหม่

แม้ว่าเทคโนโลยีด้านพลังงานอัจฉริยะจะได้รับการทดสอบและใช้งานมาแล้วทั่วโลก แต่ตลาดการใช้งานเทคโนโลยีเหล่านี้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น นวัตกรรมใหม่ที่สร้างสรรค์ อาทิ รูปแบบการตอบสนองความต้องการทางไฟฟ้า การซื้อขายพลังงานที่มีฐานข้อมูลแบบบล็อกเชน ซอฟต์แวร์การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานแสงอาทิตย์ สมาร์ทกริด เทคโนโลยียานพาหนะไฟฟ้าสู่ระบบกริด จะเข้ามากระตุ้นให้มีการใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาดและมีประสิทธิภาพในวงกว้าง

ด้วยการร่วมมือกับหน่วยงานผู้บ่มเพาะท้องถิ่นในประเทศไทย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ประกอบกับการนำองค์ความรู้ ประโยชน์ และประสบการณ์ในการสร้างระบบนิเวศพลังงานอัจฉริยะจากเครือข่ายผู้มีบทบาทด้านพลังงานทั่วโลกมาปรับใช้ โครงการ Nexus SEA จะสามารถช่วยกระตุ้นการเติบโตของภาคธุรกิจสตาร์ทอัพด้าน “พลังงานอัจฉริยะ” ผ่านการให้บริการธุรกิจ เทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญด้านพลังงาน และการสนับสนุนทางการเงินแก่องค์กรท้องถิ่นในทุกระดับของภาคพลังงาน

“หลังจากสำรวจพื้นที่และวิเคราะห์ธุรกิจมาตลอด 3 เดือน เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะผนึกกำลังความร่วมมือกับหน่วยงานผู้บ่มเพาะชั้นนำ 2 ราย ในประเทศไทยและอินโดนีเซียที่กำลังดำเนินโครงการสตาร์ทอัพอยู่ ณ ขณะนี้ และมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพด้านพลังงานอัจฉริยะ” Thomas Chrometzka ผู้อำนวยการด้านพลังงานทดแทนจาก GIZ ประเทศไทยกล่าว

ในประเทศไทย องค์กร KX Made ได้รับเลือกให้เป็นหน่วยงานพันธมิตรผู้บ่มเพาะของโครงการ Nexus SEA เนื่องจากเป็นองค์กรที่มีแนวทางการดำเนินงานที่มุ่งผลักดันผู้ประกอบการ รัฐบาล ผู้นำธุรกิจ และมหาวิทยาลัยให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม KX Made ตั้งอยู่ที่อาคารเคเอกซ์ (Knowledge Exchange for Innovation Center) สูง 20 ชั้นในกรุงเทพฯ มีพื้นที่ทำงานและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่กว่า 28,000 ตารางเมตร โดยได้รับเงินสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)

“การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี นโยบาย และรูปแบบธุรกิจถือเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่สำหรับผู้ประกอบการ ธุรกิจสตาร์ทอัพ และนักลงทุนในสาขาพลังงานอัจฉริยะและเทคโนโลยีสะอาด โครงการ Nexus SEA จะกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวและเริ่มปฏิวัติพลังงานนี้ในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “- Kris Chinosorn ประธานบริหารของ KX Made

ในอินโดนีเซีย Digitaraya ได้รับเลือกให้เป็นหน่วยงานพันธมิตรผู้บ่มเพาะของโครงการ Nexus SEA เนื่องจากเป็นองค์กรที่มีโปรแกรมสตาร์ทอัพและประสบการณ์ในการสร้างระบบนิเวศที่หลากหลาย Digitaraya เป็นผู้ดำเนินโครงการต่างๆ เช่น 1000 Digital Startups Google Development Group (GDG) และ FemaleDev ทั้งยังทำงานใกล้ชิดกับ Google มหาวิทยาลัย Gadjah Mada ธนาคาร Bukopin Telkomsel และกระทรวงสารสนเทศและเทคโนโลยี

“Digitaraya มุ่งเน้นการสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของอินโดนีเซีย ผู้หลงใหลในการสร้างโซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรมใหม่เพื่อตอบสนองความท้าทายเร่งด่วนที่สุดของอินโดนีเซีย ในฐานะที่เป็นแหล่งตลาดพลังงานที่ใหญ่ที่สุดและมีความหลากหลายมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินโดนีเซียอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับการเป็นผู้นำด้านโซลูชั่นพลังงานอัจฉริยะในระดับภูมิภาค” – Nicole Yap รองประธานฝ่ายยุทธศาสตร์และการพัฒนาธุรกิจของ Digitaraya

หน่วยงานพันธมิตรผู้บ่มเพาะของโครงการ Nexus SEA จะดำเนินการตามแนวทางที่มี 3 ระยะ โดยรวบรวมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักจากชุมชนธุรกิจสตาร์ทอัพ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ผู้สนับสนุนองค์กร และรัฐบาล มาสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพด้านพลังงานอัจฉริยะที่จะแก้ไขปัญหาด้านพลังงานในภูมิภาคร่วมกัน

ก้าวต่อไป

โครงการ Nexus SEA เป็นโครงการที่มีระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี ถูกออกแบบมาเพื่อให้หน่วยงานพันธมิตรผู้บ่มเพาะในภูมิภาคสามารถสร้างและปรับขนาดของธุรกิจสตาร์ทอัพด้านพลังงานอัจฉริยะได้ ใน พ.ศ. 2563 โครงการ Nexus SEA มีเป้าหมายสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการ จำนวน 1,000 ราย บ่มเพาะทีมผู้ประกอบการ 100 ทีม เป็นพันธมิตรกับหน่วยงานผู้บ่มเพาะ 10 ราย และทำให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคผู้นำของโลก ผู้ประกอบการและหน่วยงานผู้บ่มเพาะที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.nexusea.co

ข้อมูลเพิ่มเติมผู้ดำเนินการในระดับภูมิภาค:องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ)

GIZ เป็นองค์กรของรัฐบาลกลางที่สนับสนุนรัฐบาลเยอรมนีในการบรรลุวัตถุประสงค์ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน การสร้างระบบนิเวศพลังงานอัจฉริยะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าท้องถิ่นในภูมิภาค เป็นสิ่งที่สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของ GIZ

GIZ ริเริ่มให้ทุนสนับสนุนโครงการเชิงกลยุทธ์นี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสแก่องค์กรที่มีเป้าหมายร่วมกันในการเข้าเป็นพันธมิตรด้านเงินทุนและขยายโครงการต่อไป สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.giz.de/en

California Clean Energy Fund (CalCEF)

CalCEF ได้ลงทุนและเร่งรัดให้เกิดนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาดและระบบนิเวศของธุรกิจสตาร์อัพมานานกว่า 1 ทศวรรษ CalCEF เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายของสถาบันวิจัยพลังงานสะอาด ผู้เร่งรัดธุรกิจสตาร์ทอัพ (startup accelerator) และนักลงทุน องค์กร CalCEF ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการลงทุนในพลังงานสะอาดปัจจุบันกว่า 30 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และเข้าร่วมกับโครงการ New Energy Nexus เมื่อ พ.ศ. 2559 ในฐานะเครือข่ายหน่วยงานผู้บ่มเพาะและเร่งรัดธุรกิจระดับสากล เครือข่ายมีสมาชิก 74 ราย ทั่วโลก และมีองค์กรในสังกัดอีกมากมาย มุ่งเน้นด้านความรู้และการแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดระหว่างหน่วยงานผู้เร่งรัด นักลงทุน และธุรกิจสตาร์ทอัพผู้ร่วมสร้างระบบพลังงานแห่งอนาคต สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.calcef.org

ผู้สนับสนุนเงินทุน:

GIZ (โปรดดูรายละเอียดด้านบน)

มูลนิธิ The David and Lucile Packard

มูลนิธิ The David and Lucile Packard ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2507 ทำงานร่วมกับพันธมิตรทั่วโลกเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตเด็ก ครอบครัว และชุมชนต่างๆ และเพื่อฟื้นฟูและปกป้องโลกของเรา สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.packard.org

หน่วยงานพันธมิตรผู้บ่มเพาะ:

KX Made (ประเทศไทย)

KX Knowledge Exchange for Innovation เป็นศูนย์นวัตกรรมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดตั้งขึ้นสำหรับอำนวยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความสามารถด้านนวัตกรรมระหว่างพันธมิตรทางวิชาการ ธุรกิจสตาร์ทอัพ นักลงทุน ธุรกิจ SME และองค์กรภาครัฐ เพื่อยกระดับศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทย สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.ismade.org

Digitaraya (ประเทศอินโดนีเซีย)

Digitaraya เป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อผู้คน สถานที่ และโครงการเข้าด้วยกัน โดยมีพันธกิจที่จะทำให้อินโดนีเซียเป็นผู้นำในระบบนิเวศเทคโนโลยีระดับโลก Digitaraya พัฒนาความรู้เพื่ออำนวยความสะดวกและผลักดันให้เกิดความร่วมมือระหว่างการเคลื่อนไหวด้านเทคโนโลยีเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่างๆ ในประเทศอินโดนีเซีย Digitaraya ฟูมฟักผู้มีความสามารถด้านสารสนเทศที่มีคุณภาพให้เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของอินโดนีเซีย ตลอดจนช่วยผู้ประกอบการอินโดนีเซียสร้างแนวความคิดขึ้นมาให้เป็นจริงในธุรกิจต่างๆ ได้มากขึ้น สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.digitaraya.com

เมื่อเร็วๆ นี้ พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ขวาสุด) เยี่ยมชมนิทรรศการการเพาะฟักลูกปู ซึ่งเป็นการจำลององค์ความรู้ในการเพาะฟักลูกปู จาก “ศูนย์การเรียนรู้เพาะฟักลูกปูบ้านหัวเขา” ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา โดยมี นายประพนธ์ จารุไสลพงษ์ ผู้จัดการอาวุโส ฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียม บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. สผ. ให้การต้อนรับ ศูนย์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง ปตท. สผ. กลุ่มออมทรัพย์ประมงพื้นบ้าน ป.ทรัพย์อนันต์ สถาบันเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งสงขลา (NICA) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เพื่อเป็นแหล่งเพาะฟักพันธุ์และอนุบาลลูกปูก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับชาวประมงในระยะยาว โดยมีการปล่อยลูกปูไปแล้วกว่า 500 ล้านตัว นิทรรศการการเพาะฟักลูกปูครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค 2561” ซึ่งจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย จังหวัดสงขลา

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพการจราจร ช่วงที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาเทศกาลสงกรานต์ ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ขณะนี้บนถนนสายหลักของจังหวัดนครราชสีมา มีรถยนต์หนาแน่นหลายจุด โดยเฉพาะที่ถนนสาย 204 บายพาสนครราชสีมา บริเวณ ต.ปรุใหญ่ อ.เมืองนครราชสีมา มุ่งหน้าสู่ จ.ขอนแก่น มีรถสะสมหนาแน่น จนเกิดการจราจรติดขัดเป็นระยะทางยาวกว่า 2 กิโลเมตร ตั้งแต่สะพานต่างระดับแยกปักธงชัย ถึงบริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. บายพาสปรุใหญ่ ทั้งนี้เนื่องจากมีรถวิ่งสะสมมาจากถนนสาย 304 สมทบกับรถจากถนนมิตรภาพ ทำให้เกิดการกระจุกตัวเป็นคอขวด มีรถติดเป็นจำนวนมากตลอดช่วงเช้านี้

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.บุญเลิศ ว่องวัจนะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า เช้านี้บนถนนมิตรภาพ ได้มีการจราจรติดขัดอย่างหนัก บริเวณ อ.ปากช่อง ถึง อ.สีคิ้ว เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีการก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์ และเป็นเส้นทางหลักที่จะมุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงมีรถยนต์ที่จะเดินทางไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมด มากระจุกตัวอยู่บนถนนมิตรภาพจุดนี้เป็นจำนวนมาก

ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเปิดช่องทางการจราจรพิเศษ ให้รถวิ่งสวนเลนได้ 1 เลน เป็นระยะทางยาวกว่า 15 กิโลเมตร ตั้งแต่กิโลเมตรที่ 73 ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง ถึงหน้าเรือนจำคลองไผ่ ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว แต่หลังจากผ่านบริเวณ ต.คลองไผ่ ไปแล้ว รถยนต์ก็สามารถวิ่งได้อย่างคล่องตัว เนื่องจากมีทางเลี่ยงบริเวณสะพานต่างระดับ อ.สีคิ้ว ที่สามารถวิ่งไปฝั่ง อ.ด่านขุนทด ได้ ส่วนสภาพการจราจรบนถนนสาย 304 และบนถนนสายรองอื่นๆ ในจังหวัดนครราชสีมา เช้านี้รถยังสามารถวิ่งได้อย่างคล่องตัว

สยามคูโบต้า เปิดตัวรถดำนารุ่นใหม่ นั่งขับ 6 แถว รุ่น SPV-6CMD ดีไซน์ใหม่ล้ำสมัย ทำงานได้เต็มกำลัง ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 3 สูบ ขนาด 19.3 แรงม้า สร้างความมั่นใจในการลุยหล่มให้แก่เกษตรกร เพื่อการทำนาดำอย่างมืออาชีพ ปักดำได้ตรง และผลผลิตมีคุณภาพ พร้อมพิสูจน์แล้ววันนี้ ณ ร้านค้าผู้แทนจำหน่ายคูโบต้าทั่วประเทศ