ส่วนสถาบันเกษตรกรจะต้องรับภาระดอกเบี้ยเองในอัตรา MLR

บวกตามชั้นความเสี่ยงของสถาบันเกษตรกรแต่ละแห่ง (ปัจจุบัน MLR เท่ากับ 5% ต่อปี) มีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2560 – 31 มี.ค. 2562 ระยะเวลาในการจ่ายเงินกู้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2560-31 มี.ค. 2561 และกำหนดระยะเวลาในการคืนเงินกู้ไม่เกิน 12 เดือน นับตั้งแต่วันที่รับเงินกู้ และให้ชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นไม่เกินวันที่ 28 ก.พ. 2562

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี แถลงผลสำเร็จการดำเนินกิจกรรมคลัสเตอร์สมุนไพร ภายใต้โครงการสนับสนุนเครือข่าย SMEs ในกลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย ปี 2560 ในการสร้างเครือข่ายและพัฒนาสมุนไพรไทย สู่ความมั่งคั่ง ยั่งยืน โดยเริ่มตั้งแต่ผู้ปลูกผู้แปรรูปและผู้ขาย สร้างเครือข่ายคลัสเตอร์สมุนไพร 4 ภูมิภาค 9 จังหวัด ขยายตัวทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 21 ล้านบาท ณ บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้าบางซื่อ จังชั่น เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มทร.ธัญบุรี เปิดเผยว่า ในการดำเนินกิจกรรมโครงการคลัสเตอร์สมุนไพรทั่วประเทศไทยทั้งหมด 4 ภูมิภาค โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 700 ราย แต่มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ 940 ราย ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการสมุนไพรเข้าร่วมโครงการ เนื่องจากในการดำเนินกิจกรรมเป็นการยกระดับและการแปรรูปต่างๆ ร่วมไปจนถึงการ Road Show สองประเทศ ได้แก่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนลาว และฮ่องกง ในอนาคตทาง มทร.ธัญบุรี และสสว. ดำเนินโครงการภายใต้การบูรณาการยกระดับสมุนไพรให้สูงขึ้น อีกทั้ง 8 มทร.ทั่วประเทศ ยินดีบริการองค์ความรู้ ผลงานวิจัยที่สามารถช่วยเหลือกลุ่มคลัสเตอร์สมุนไพร นอกจากนี้ทาง มทร.ธัญบุรียังได้ทำ e-market place นำผลิตภัณฑ์ในกลุ่มคลัสเตอร์สมุนไพรเข้าร่วม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันต่อไป

ทางด้าน นางสาวพรทิพย์ ตันติวงศ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยการแพทย์แผนไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการดำเนินกิจกรรมสร้างเครือข่ายและพัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย ตั้งแต่ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ เกิดการรวมตัวของกลุ่มจำนวน 9 คลัสเตอร์ ใน 9 จังหวัด 4 ภูมิภาค และมีสมาชิกทั้งหมด 940 ราย ได้แก่ ภาคเหนือ คลัสเตอร์ไพรล้านนา จ.เชียงใหม่ คลัสเตอร์ไพรสองแคว จ.พิษณุโลก ภาคกลาง คลัสเตอร์ภูมิพรรณไพร จ.สระบุรี คลัสเตอร์จันท์พันไพร จ.จันทบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คลัสเตอร์ไพรร้อยแก่นสารสินธุ์ จ.ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ คลัสเตอร์ไพรไทสกล จ.สกลนคร คลัสเตอร์ไพรเมืองย่า จ.นครราชสีมา ภาคใต้ คลัสเตอร์นวไพร จ.พังงา คลัสเตอร์นักษัตรนครไพร จ.นครศรีธรรมราช ได้แผนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาคลัสเตอร์ทั้ง 9 แห่ง ได้พัฒนาศักยภาพของประชาชนและผู้ประกอบการคลัสเตอร์ โดยอบรมสัมมนาให้ความรู้ เรื่อง การทำแผน ,กลยุทธิ์ทางการตลาด ,การสร้างแบรนด์ และการสร้างเครือข่าย เพื่อยกระดับผู้ประกอบการจำนวน 30 คน ตลอดการสร้างช่องทางการตลาดทั้ง offline และ online รวมทั้งการจัดกิจกรรม Business Matching ในประเทศและต่างประเทศ นำนวัตกรรม ผลงานวิจัยมาปรับปรุงผลิตผลและผลิตภัณฑ์จำนวน 5 ราย มีการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกไม่น้อยกว่า 21 ล้านบาท

นางสุจินตนา ไพศาล ประธานกลุ่มคลัสเตอร์นักษัตรนครไพร จ.นครศรีธรรมราช เล่าว่า ในกลุ่มมีวิสาหกิจชุมชนทั้งหมด 40 ชุมชน ผู้ประกอบการ 20 ผู้ประกอบการ โดยการสร้างเครือข่ายครั้งนี้ เป็นการรวมตัวของคลัสเตอร์สมุนไพรภาคใต้ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรหลากหลาย เช่น แชมพู สบู่ และที่ได้รับความนิยมคือผลิตภัณฑ์ทางด้านความงาม เช่น แบรนด์กรรณิการ์เฮิร์บ สมุนไพรจากมะเฟือง ในเดือนพฤศจิกายน จะมีวางขายในแคตตาล็อกเซเว่น การเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ได้รับความรู้มากมาย โดยเฉพาะในเรื่องของการสร้างบรรจุภัณฑ์ให้ผลิตภัณฑ์น่าสนใจ และองค์ความรู้ต่างๆ ในเรื่องของสมุนไพร

ทางด้าน นายภาดล แสงกุดเรือ ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ร้อยแก่นสารสินธุ์ เล่าว่า สำหรับกลุ่มไพรร้อยแก่นสารสินธุ์ การรวมตัวของผู้ประกอบการสมุนไพรจาก 4 จังหวัด โดยมีสมาชิกประมาณ 200 คน ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรในท้องถิ่น เช่น ว่านชักมดลูก ขมิ้นชัน มะกรูด ทั้งเครื่องใช้ บริโภคและอุปโภค ตลาดของกลุ่มวางขายตามงาน OTOP ในการเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เป็นที่น่าสนใจมากขึ้น เนื่องจากมีนักวิจัยเข้ามาให้ความรู้ มาเป็นที่ปรึกษา นอกจากนี้ยังสนับสนุนช่องทางการตลาดของผลิตภัณฑ์อีกด้วย

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ดำเนินโครงการพักชำระหนี้ต้นเงินและลดดอกเบี้ยให้เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปี 2559/60 เพิ่มเติมจากมติครม. เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2560 ส่งผลให้เกษตรกรประสงค์เข้าร่วมโครงการที่ไม่เป็นเอ็นพีแอล 260,389 ราย เป็นเอ็นพีแอล 13,951 ราย รวม 274,340 ราย จากมติครม. รอบแรกเกษตรกรเข้าร่วมโครงการไม่เป็นเอ็นพีแอล 212,850 ราย เป็นเอ็นพีแอล 9,150 ราย รวม 222,000 ราย โดยเพิ่มงบประมาณอีก 859.50 ล้านบาท จาก 1,965.50 ล้านบาทต่อปี รวม 2 ปี เป็น 3,931 ล้านบาท เป็น 2,395.25 ล้านบาทต่อปี รวม 2 ปี เป็น 4,790.50 ล้านบาท

ทั้งนี้ การที่ ครม. มีมติเพิ่มเติมความช่วยเหลือ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรลูกค้า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่มีพื้นที่เกษตรได้รับความเสียหายจากอุทกภัย มีรายได้ลดลงมากกว่า 50% หรือเกษตรกรที่สามารถเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นในส่วนของเกษตรกรที่ไม่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จำนวน 47,539 ราย และเป็นเอ็นพีแอล 4,801 ราย รวม 51,340 ราย จึงต้องการงบประมาณที่รัฐจะชดเชยดอกเบี้ยให้ธ.ก.ส.แทนเกษตรกรในอัตรา 5% รวม 2 ปี เพิ่มขึ้น 859.50 ล้านบาท ซึ่งครม. อนุมัติงบประมาณเพิ่มให้ แต่ส่วนกลุ่มที่เป็นเอ็นพีแอลให้ธ.ก.ส. รับภาระเองทั้งหมด

นายณัฐพร กล่าวว่า ครม. ยังอนุมัติมาตรการเงินการคลังเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปี 2560 (เพิ่มเติม) ตามที่กระทรวงเสนอ เนื่องจากกระทรวงการคลังเห็นว่าปัจจุบันยังมีสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินมาตรการต่างๆ ช่วยเหลืออยู่ ได้แก่มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เพื่อจูงใจให้บุคคลธรรมดาและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลร่วมกันบริจากคเงินหรือทรัพย์สินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย สามารถนำเงินวงเงินช่วยเหลือหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ต.ค. 2560 ครม. ครั้งนี้จึงอนุมัติขยายระยะเวลาออกไปเป็นสิ้นสุด 31 ธ.ค. 2560 ส่วนมาตรตการอื่นๆ ที่ดำเนินการอยู่ปัจจุบันยังไม่มีโครงการที่สิ้นสุดระยะเวลา จึงให้มีผลต่อไป

นอกจากนี้ ครม. ยังอนุมัติมาตรการจ้างงานผู้ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ในการปรับปรุงซ่อมแซมที่เกี่ยวกับสาธารณะประโยชน์ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติให้หน่วยงานต่างๆ พิจารณาจ้างงานผู้ลงทะเบียนที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามความเหมาะสมโดยประสานขอข้อมูลผู้ลงทะเบียนมายังศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง

เมืองไทยมีทะเลสวยงามติดอันดับโลก เป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ แถมยังเป็นจุดมุ่งหมายของฝรั่งยิ้มกว้างอย่าง “แดเนียล เฟรเซอร์” ที่จะไปสัมผัสความสดใสซาบซ่า กินลมชมวิวท้องทะเลสีครามบนสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในเกาะหมาก สัมผัสความน่ารักของเหล่ากวางน้อยบนเกาะกระดาด พร้อมดำน้ำชมความสมบูรณ์ใต้ผืนทะเลบริเวณเกาะผี

เริ่มต้นทริปแห่งความสดใส กับฝรั่งอารมณ์ดี “แดเนียล เฟรเซอร์” พาชมสะพานสู่ฝัน ความยาว 500 เมตร ซึ่งเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดบนเกาะหมาก ตั้งอยู่ที่ The Cinnamon Art Resort and Spa พร้อมลองจับปูสัมผัสวิถีชาวประมงบนเกาะ จากนั้นลงเรือไปส่องกวางบนเกาะกระดาด เกาะส่วนตัวเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากเกาะหมาก มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่หลงรักความสงบ จากนั้นไปชมโลกใต้ทะเล ไฮไลท์สุดประทับใจที่จุดดำน้ำบริเวณเกาะผี

เอ่ยชื่อ “เหมืองถ่านหิน” จะพบความหลากหลายจากคนหลายกลุ่ม ทั้งชอบ ไม่ชอบ สนับสนุน ต่อต้านโดยเฉพาะเหมืองถ่านหินแม่เมาะ จังหวัดลำปาง อายุร่วม 100 ปี เพราะมีสำรวจตั้งแต่ปี 2460 กระทั่งปี 2496 พบแหล่งถ่านหินลิกไนต์จำนวนมากถึง 120 ล้านตัน

จากนั้นจึงมีการเปิดเหมืองลิกไนต์มาใช้ในโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จากปี 2515 มีกำลังผลิตเครื่องละ 75 เมกะวัตต์ มาถึงปัจจุบันมีกำลังการผลิตรวม 2,180 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างเดินหน้าส่วนขยายทดแทนหน่วยที่ 4-7 ส่งไฟฟ้าไปยังจังหวัดต่างๆ ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างไร้ปัญหาไฟตกไฟดับ

ระหว่างที่นำถ่านหินมาผลิตไฟฟ้ามีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมและชุมชน แต่ก็มีการเร่งแก้ไขปรับปรุงอย่างเต็มที่ อาทิ ติดตั้งเครื่องดักจับฝุ่นที่โรงไฟฟ้า เพื่อกรองฝุ่นจากการเผาไหม้ถ่านหินลิกไนต์ ติดตั้งเครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ สามารถกำจัดได้ถึง 95% พร้อมติดตั้งจุดตรวจวัดค่าความเข้มข้นของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตามหมู่บ้านต่างๆ 12 จุด รายงานผลสู่ห้องควบคุมในโรงไฟฟ้า และรายงานออนไลน์ไปยังโรงพยาบาลแม่เมาะและกรมควบคุมมลพิษ

มีข้อมูลน่าสนใจว่า จากบทเรียนและการเรียนรู้ไปสู่การพัฒนา ทำให้โรงไฟฟ้าและเหมืองแม่เมาะได้รับรางวัลมากมาย อาทิ รางวัล Green Mining Awards 2016 ประเภทรักษามาตรฐานเหมืองแร่สีเขียวจากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ รางวัล EIA Monitoring Awards 2016 สำหรับโครงการเหมืองแร่ลิกไนต์ จากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รางวัล Thailand Coal Awards 2017 จากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติที่ชนะเลิศด้านการดำเนินงานถ่านหินที่เป็นเลิศ ชนะเลิศจากผลงานเครื่องเคลียร์ถ่านติดสะสม และด้านการมีส่วนร่วมต่อชุมชนและสังคม รางวัล ASEAN Energy Awards 2017 ชนะเลิศประเภทการปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านการทำเหมืองเปิด และรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทความรับผิดชอบต่อสังคม จากผลงานการร่วมมือกับชุมชนเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

รางวัลต่างๆ เหล่านี้น่าจะพอทำให้มั่นใจได้ว่าไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม

แต่ก็ยังมีบางฝ่ายตั้งการ์ดต่อต้านอยู่!!

แต่หากไม่นำถ่านหินลิกไนต์จากแม่เมาะมาพัฒนาใช้อาจเป็นการสูญเสียโอกาสในยามที่ประเทศมีความต้องการใช้ไฟฟ้ามากขึ้นแล้วต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ซึ่งมีราคาแพงทำให้ต้นทุนผลิตสูงขึ้น และจะกลายเป็นภาระตรงต่อผู้ใช้ไฟฟ้าแน่นอน

ผศ.ดร. วิโรจน์ ลิ้มไขแสง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) เปิดเผยว่า สภามหาวิทยาลัยฯ โดย ดร. สุรเกียรติ เสถียรไทย มีนโยบายให้มทร.อีสานสนองนโยบายของรัฐบาลในการผลิตและพัฒนาคนขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศภายใต้ไทยแลนด์ 4.0 ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยให้ร่วมขับเคลื่อนใน 3 คลัสเตอร์หลักที่เป็นศักยภาพของมหาวิทยาลัย ได้แก่ โลจิสติกส์และท่องเที่ยว เกษตรและเทคโนโลยี อาหารและสุขภาพ โดยในส่วนของคลัสเตอร์โลจิสติกส์และท่องเที่ยวจะเน้นผลิตและพัฒนาคนด้านระบบราง และด้านการบินเพื่อรองรับการระบบคมนาคมของประเทศที่จะเชื่อมไปยังภูมิภาคอินโดจีนและประเทศในอาเซียน โดยเฉพาะระบบรถไฟความเร็วสูงโดยร่วมกับมหาวิทยาลัยในจีนจัดตั้งวิทยาลัยระบบรางเพื่อผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านระบบราง เบื้องต้นได้ส่งอาจารย์ไปอบรมที่ประเทศจีน รุ่นแรกฝึกจบกลับมาแล้วประมาณ 80 คน โดยจีนได้สนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาอาจารย์และเครื่องไม้เครื่องมือการเรียนการสอนด้วย

ผศ.ดร. วิโรจน์ กล่าวว่า หลักสูตรด้านระบบรางจะเปิดสอนในปี 2562 ในระดับ ปวส.จากนั้นจะขยายไปสู่ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ทางด้านวิศวะเกี่ยวกับระบบรางต่อไปในอนาคต โดยจะรับนักศึกษาจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาเรียนและต่อยอดด้วย ทั้งหมดใช้เงินลงทุนประมาณ 1,500 ล้านบาท ส่วนด้านการบินขณะนี้ได้จัดตั้งสถาบันอุตสาหกรรมการบินเรียบร้อยแล้ว โดยเฟสแรกจะเปิดสอนหลักสูตรช่างซ่อมบำรุงอากาศยาน และหลักสูตรการจัดการสนามบิน โดยหลักสูตรช่างซ่อมอากาศยานจะมีทั้งหลักสูตรฝึกอบรม 3 เดือน 6 เดือน สำหรับช่างที่ทำงานอยู่แล้วและต้องการมาต่อยอดเพื่อให้ได้ใบรับรองของเอียซ่า หลักสูตร ปวส. และปริญญาตรีที่จะต่อยอดจากปวส.โดยจะเริ่มเปิดสอนในปี 2562 ทั้งหมดจัดการเรียนการสอนภายใต้มาตรฐานองค์การบินของสหภาพยุโรป หรือ EASA ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยที่ยอมรับในระดับสากล จบแล้วสามารถทำงานได้ทั่วโลก ขณะนี้ได้ส่งอาจารย์ไปอบรมที่ประเทศเยอรมนี และเนเธอร์แลนด์กับสถาบันและสายการบินที่อยู่ภายใต้มาตรฐานเอียซ่า โดยในส่วนของการฝึกอบรมตั้งเป้าผลิตให้ได้ประมาณ 100 คน ปวส.ไม่เกินปีละ 200 คน ปริญญาตรีไม่เกิน 100 คน ผศ.ดร. วิโรจน์ กล่าว

อธิการบดี มทร.อีสาน กล่าวต่อว่า อีกสองคลัสเตอร์ที่อยูในแผนการผลิตและพัฒนกำลังคนตามมติสภาฯ คือ เทคโนโลยีการเกษตรและอาหารและสุขภาพ โดยในส่วนของเทคโนโลยีการเกษตรจะมุ่งเน้นนำความรู้ทางด้านเทคโนโลยีไปพัฒนาการเกษตรโดยเฉพาะเกษตรแปลงใหญ่ที่เป็นนโยบายของรัฐบาล ขณะนี้จังหวัดร้อยเอ็ดได้มอบที่ดิน 1,700 ไร่ พร้อมงบประมาณสนับสนุนเบื้องต้นจากรัฐบาล จำนวน 1,200 ล้านบาท เพื่อสร้างวิทยาเขตแห่งที่สามคือ วิทยาเขตร้อยเอ็ด ที่อำเภอสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ของทุ่งกุลาร้องไห้ เพื่อนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปพัฒนการเกษตรในพื้นที่ในรูปของสมาร์ทฟาร์ม โดยจะพัฒนาพันธุ์ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้

โดยจะมี 2 คณะเปิดใหม่คือ คณะวิศวกรรมศาสตร์การเกษตร tlc-bynum.com และคณะนวัตกรรมการเกษตร เพื่อผลิตนักศึกษาด้านเทคโนโลยีการเกษตรและขับเคลื่องเรื่องของสมาร์ทฟาร์มเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตรสมัยใหม่แก่เกษตรกรในพื้นที่ ส่วนด้านอาหารและสุขภาพจะมุ่งเน้นอาหารในบริบทของสมุนไพรหรืออาหารเพื่อสุขภาพรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ มุ่งเน้นการนำสมุนไพรไปใช้ประโยชน์ในเชิงสุขภาพโดยให้โรงพยาบาลแพทย์แผนไทย วิทยาเขตสกลนคร ซึ่งเป็นที่ฝึกปฏิบัติของนักศึกษาแพทย์แผนไทยรวบรวมและพัฒนาต่อยอดสมุนไพรไทยในเชิงนวัตกรรมให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางยาสำหรับผู้ป่วยในขั้นปฐมภูมิ ทั้งหมดเป็นการพัฒนเพื่อตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล อธิการบดี มทร.อีสาน กล่าวในที่สุด

ภายหลังการประกาศนโยบายสาธารณะเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เด็กปฐมวัยจังหวัดจันทบุรี เมื่อเร็วๆ นี้ นางกานต์เปรมปรีด์ ชิตานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) มีเป้าหมายหลักในการพัฒนาเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการอย่างเต็มศักยภาพ โดยกำหนดตัวชี้วัดให้เด็กมีพัฒนาการสมวัยไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 และได้กำหนดแผนการลงทุนพัฒนาศักยภาพเด็กปฐมวัย โดยมุ่งเน้นการสร้างเด็กปฐมวัยให้เป็นพลเมืองรุ่นใหม่ที่มีพัฒนาการที่สมวัยทั้งทักษะทางสมอง และทักษะทางสังคม

จังหวัดจันทบุรี ขอประกาศนโยบายสาธารณะเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เด็กปฐมวัยจังหวัดจันทบุรี เพื่อแสดงถึงความพร้อมปักธงเดินหน้าขับเคลื่อนพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยตั้งเป้าหมายภายใน 5 ปี (2560-2564) เด็กปฐมวัยจังหวัดจันทบุรีจะต้องมีความสมบูรณ์ทั้งสมอง กาย ใจ และสังคมที่ดี ภายใต้ 2 พันธกิจ คือ 1. สร้างเสริมความเข้มแข็งของครอบครัว ชุมชน โรงเรียน หน่วยบริการและเครือข่ายการทำงาน และ 2. พัฒนา และสร้างองค์ความรู้ด้านเด็กปฐมวัยที่สอดคล้องกับบริบทครอบครัวและสังคม”

สำหรับการพัฒนาขับเคลื่อนอย่างยั่งยืน จึงได้จัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาเด็กปฐมวัยตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเด็กปฐมวัยระดับชาติ เพื่อมาขับเคลื่อนการพัฒนาและดูแลเด็กปฐมวัยตั้งแต่ระดับกลไกจังหวัดสู่ระดับท้องถิ่นจังหวัดจันทบุรี ใน 7 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1. การพัฒนาคุณภาพระบบบริการที่พัฒนาหญิงวัยเจริญพันธุ์ หญิงตั้งครรภ์ หลังคลอด และเด็กปฐมวัย 2. การจัดการให้เด็กเข้าถึงระบบบริการและสวัสดิการทางด้านสาธารณสุขและการศึกษา 3. การพัฒนาระบบและกลไกจังหวัดในการจัดการติดตามและประเมินผล 4. การพัฒนาศักยภาพครอบครัวและชุมชนเพื่อให้เด็กมีสมอง กาย ใจและสังคมที่ดี 5. การพัฒนาระบบข้อมูลเด็กปฐมวัย 6. การศึกษาวิจัยและเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย และ 7. การสร้างการมีส่วนร่วมในการผลักดันและพัฒนาข้อเสนอนโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในการประชุมคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ตามโครงการ 38 คูณ 3 นำองค์ความรู้พัฒนาท้องถิ่น สร้างคุณค่าให้เกิดมูลค่า ลดความเหลื่อมล้ำ น้อมนำพระราโชบายในหลวงรัชการที่10 มาเป็นแนวทางหลัก โดยมีอธิการบดีและรองอธิการบดีฝ่ายนโยบายและแผนจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏจำนวน 38 แห่ง เข้าร่วมระดมความคิด และนำเสนอภาพรวม ว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏคือ มหาวิทยาลัยพลังแผ่นดิน มีความสำคัญ 3 ประการ คือ 1. มีหน้าที่สร้างและพัฒนาท้องถิ่น 2. พัฒนาคนให้สอดคล้องกับการพัฒนาท้องถิ่น และ 3. การพัฒนาครู เพราะมหาวิทยาลัยราชภัฏเติบโตจากความเป็นวิทยาลัยครู ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏต้องหลอมรวมสิ่งเหล่านี้ให้สอดคล้องกับการเจริญเติบโตของไทยแลนด์ 4.0 เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และอย่างยั่งยืน ด้วยการนำศักยภาพของมหาวิทยาลัยราชภัฏของแต่ละแห่ง แต่ละภาคออกมา จนสามารถตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ของประเทศได้

“คำว่าพลังแผ่นดิน คือพลังของประชาชนที่นำองค์ความรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ด้วยการสร้างคุณค่า นำมาแปรเปลี่ยนเป็นมูลค่า มหาวิทยาลัยราชภัฏจะเป็นผู้สร้างผู้ประกอบการยุคใหม่ที่ใช้แนวคิดโลคอล สตาร์ตอัพ นำวัตถุดิบของท้องถิ่นที่มีอยู่โดยรอบมาสร้างมูลค่าเกิดการเติบโตของธุรกิจ และเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ภายในครอบครัวได้” รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

ทั้งนี้ การจะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศให้สัมฤทธิผลและสอดคล้องกับพระราโชบายที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานไว้องคมนตรี เป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ตามนโยบายของรัฐบาลที่เด่นชัดในด้านการพัฒนาพื้นที่ จึงมีแนวทางให้มหาวิทยาลัยราชภัฏ38 แห่ง จัดทำชุดโครงการพัฒนาเชิงพื้นที่แห่งละ 3 ชุดโครงการ (โครงการ 38 x 3) ซึ่งทั้ง 114 โครงการ จะช่วยตอบโจทย์การพัฒนาประเทศได้ครบทุกมิติ

พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ โครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ซึ่งจะดำเนินการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเศรษฐกิจของประเทศ สร้างโอกาสและการเข้าถึงโอกาสให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างเท่าเทียม โดยจัดตั้งศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นเพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาเขตพัฒนาพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีทิศทางและแนวทางการาพัฒนาที่ยั่งยืน สามารถบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ในแนวทางกลไกประชารัฐตามนโยบายของรัฐบาล

ดร. สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาชีวศึกษากล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ถือเป็นกลไกสำคัญยิ่งในการจัดการอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล เพื่อให้เยาวชนและประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุขในสังคม พหุวัฒนธรรม สอดคลอ้งกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 ประกอบด้วย จังหวัดปัตตานี ณ วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษก จังหวัดยะลา ณ วิทยาลัยการอาชีพเบตง จังหวัดนราธิวาส ณ วิทยาลัยการอาชีพสุไหงโก-ลก จังหวัดสตูล ณ เทคนิคสตูล และจังหวัดสงขลา ณ วิทยาลัยเทคนิคจะนะ

การจัดตั้งศูนย์ประสานงานฯ จะช่วยให้การบริหารจัดการระบบดูแล ช่วยเหลือผู้เรียนให้มีสวัสดิภาพและสวัสดิการที่เหมาะสม มีการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้เรียนอาชีวศึกษา ส่งเสริมสนับสนุนการมีงานทำและการมีรายได้ระหว่างเรียน สถานศึกษามีการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการร่วมกับสถานประกอบการ ศึกษาให้สอดคล้องกับประเทศไทย 4.0 อีก้ดวย โดยจับคู่ผู้สำเร็จการศึกษาให้เหมาะสมกับตำแหน่งงานว่างในสถานประกอบการ (Job Matching) เพื่อรองรับ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”