ส้มเกือบทุกชนิดที่กินได้ รวมทั้ง ส้มจี๊ด มักจะมีรสเปรี้ยวอมหวาน

อุดมไปด้วยแคลเซียม โพแทสเซียม วิตามินเอ วิตามินซี ใยอาหาร ฟอสฟอรัส และเหล็กเรื่องราวของส้มนั้นมีรายละเอียดที่น่าสนใจอีกมากมาย อาจจะนำเสนอได้ไม่ครบถ้วนในพื้นที่จำกัดเพียงตอนเดียว ฉบับนี้ขอว่าด้วยเรื่อง ส้มจี๊ด ล้วนๆ ไปก่อนนะคะ

ความรู้สึกรักใคร่ผูกพันระหว่างฉันกับส้มจี๊ดนั้น น่าจะประมาณเดียวกันกับที่ เซเซ่ ตัวละครเอกใน “ต้นส้มแสนรัก” มีต่อ “มิงกินโย” ต้นส้มเพื่อนรักของเขา

ฉันยังจำความรู้สึกแรกพบระหว่างเราได้ วันที่มีบ้านเป็นของตัวเองหลังแรก พื้นที่สวนเท่าแมวดิ้นตาย ทำให้ต้องสรรหาต้นไม้เหมาะเจาะที่สุดมาปลูก

แน่นอนฉันเคยเห็นต้นส้มโอ เคยไปทำข่าวสวนส้มขนาดใหญ่ ตื่นตา ตื่นใจ กับผลส้มโอยักษ์และต้นส้มที่ออกผลสีทองสะพรั่งเรียงรายเป็นแถวเหลืองอร่ามสุดลูกหูลูกตา แต่ไม่เคยเห็นส้มลูกจิ๋วดกสะพรั่งงามอยู่เต็มต้นเล็กๆ ในกระถางดินเผามาก่อน ช่างน่ารัก น่าชม อะไรเช่นนั้น หัวใจน้อยๆ ฟูขึ้นทั้งที่ยังไม่ทันได้สูดหายใจ เราตกหลุมรักกันทันที

“ส้มจี๊ด” คนขายต้นไม้บอกชื่อมา…“กินได้” เขาเสริมซ้ำ

อืมม…ฉันลองเด็ดลูกแก่จัดมาดม กลิ่นส้มฉุนไว้ลาย แกะเปลือกบางๆ ออก ข้างในลักษณะเหมือนส้มเขียวหวานทุกอย่าง เพียงแต่ย่อขนาดลงเป็น 10 เท่า ลองชิมสักหน่อยไหม ฉันบิกลีบส้มเล็กๆ ส่งเข้าปาก เพียงแค่ขบฟันลงไป… จี๊ดด…รสเปรี้ยวกระตุ้นต่อมน้ำลายกลายเป็นเขื่อนแตก เปรี้ยวจี๊ดสมชื่อ!

“ใช้แทนมะนาวได้ครับ” คนขายต้นไม้มองหน้าฉัน อมยิ้มขำๆ
นับแต่นั้น ที่บ้านก็ไม่เคยขาดส้มจี๊ดอีกเลย ไม่ว่าจะย้ายทำเลอยู่อาศัยไปตรงไหน บ้านหลังใหม่ของฉันก็จะต้องมีส้มจี๊ดอย่างน้อย 1 กระถาง เสมอ

หลังน้ำท่วมใหญ่ ปี 54 ส้มจี๊ดในกระถางดินเผา ขนาด 20 นิ้ว ที่หน้าบ้านยืนต้นตายอย่างอาจองเหมือนกับต้นไม้ในกระถางทุกต้นที่ไม่สามารถทนจมน้ำยาวนานถึง 2 เดือน ได้

เมื่อฟื้นฟูสวนขึ้นมาใหม่ ฉันไปเจอต้นส้มจี๊ด ขนาดสูงกว่า 2 เมตร ที่ร้านขายต้นไม้ในหมู่บ้าน มันไม่ใช่ส้มจี๊ดจิ๋วในกระถางแบบที่เคยเห็น แต่เป็นต้นไม้ใหญ่อยู่ในตุ้มดินทรงพุ่มกำลังงาม มองปราดก็รู้ว่ามันผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน

ข้างบ่อน้ำหลังบ้านมีมุมเล็กๆ ที่ยังขาดต้นไม้สูงบังตาตรงแนวกำแพงที่ติดกับเพื่อนบ้าน แสงแดดบริเวณนั้นไม่เต็มวันก็จริงแต่เมื่อปรึกษาคนสวนประจำบ้านแล้ว เขายืนยันว่าแสงมากพอที่จะอยู่ได้

900 บาท คือราคาชีวิตส้มจี๊ดต้นนั้นพร้อมผลสะพรั่ง มันเหลืองพราวเต็มต้นระหว่างที่เราเอามาลงดินและรอให้ฟื้นตัว จากนั้นผลแก่จัดก็ร่วงโรยเกลื่อนพื้น และดอกรอบใหม่ผลิตุ่มจนบานอีกรอบและให้ผล

ฉันเคยใช้ส้มจี๊ดแทนมะนาวในการตำน้ำพริก และแทนรสเปรี้ยวของมะนาวในอาหารอีกหลายอย่างได้ผลดี มีรสและกลิ่นนวลละไมแบบส้มอมหวานผสมลงไปในความเปรี้ยว ไม่แหลมคมจัดจ้านเหมือนเปรี้ยวมะนาว

ไม้นี้เหมาะยิ่งนักที่จะมีไว้ในสวน สักต้นเล็กๆ ก็พอ ปลูกเลี้ยงดูแลดีๆ เขาจะออกดอกออกผลทั้งปีให้เชยชม โดยเฉพาะช่วงต้นหนาวนั้นงามนัก เป็นฤดูที่ผลดกเย้ายวน

สำหรับส้มจี๊ดต้นใหญ่ในบ้านเราเก็บลูกกินกันไม่ทันกันเลย เพื่อนบางคนมาเยี่ยมชอบเด็ดลูกสดๆ เอาไปจิ้มเกลือเดี๋ยวนั้นแล้วส่งเสียงซี้ดซ้าดไม่ขาดปาก แต่กินเท่าไรก็ไม่หมดต้นเสียที

ก่อนที่ผลส้มจะหล่นทิ้งแบบเปล่าดาย เราก็เกิดอาการเสียดายอย่างแรง และคิดได้ว่าถึงเวลาทำส้มจี๊ดดองเค็ม หรือแช่อิ่มแล้ว

เทพเจ้าเตาไฟประจำบ้านจัดการเก็บผลส้มที่แก่จัดมาจนหมดต้น ไม่ได้นับจำนวนลูก แต่เมื่อล้างจนสะอาดกริบและบรรจุใส่ขวดโหล ก็ได้โหลใหญ่ขนาดเกือบลิตรและขวดกระเทียมดองขนาดเล็กอีก 1 ขวด

หลักในการดองเค็มผัก ผลไม้ เราจะไม่ทำให้สุกก่อน เพราะคุณค่าทางอาหารจะหายไปจนหมด ฉันเคยเห็นใครบางคนเสนอสูตรทำมะนาวดองในโลกออนไลน์ด้วยการเอามะนาวไปต้มสุกก่อน แบบนี้ไม่ใช่แค่มือสมัครเล่น แต่คงทำไม่เป็นเอาเลยทีเดียว

บ้านเราปรุงอาหารกันแบบกะเอา คือไม่สามารถบอกสูตรชั่งตวงวัดอย่างชัดเจนว่าสัดส่วนของน้ำเกลือจะเข้มข้นแค่ไหน ใช้วิธีแบบปิศาจก็คือ มองปราดแล้วกะเอาด้วยตา ความเชี่ยวชาญจะบอกเองว่าต้องใส่น้ำเท่าไรและผสมเกลือแค่ไหน

พอน้ำเกลือเย็นก็เทใส่ขวดโหลที่มีส้มจี๊ดนอนรออยู่แล้ว น้ำเกลือจะค่อยๆ ซึมผ่านผิวส้มเข้าไปถึงเนื้อใน ทิ้งลืมๆ เอาไว้สัก 2 สัปดาห์ เอาออกมาชิม อืมม!…เปรี้ยวเค็มกำลังดี

กรรมวิธีหลังจากนี้มีทางเลือกอยู่ 2 อย่าง ทางแรกคือ เอาส้มดองออกจากน้ำเกลือไป ผึ่งแดด ผึ่งลม ให้แห้งสนิทแล้วเก็บเอาไว้กินแบบบ๊วยเค็ม จะชุ่มคอชื่นใจพอๆ กัน ทางที่สองดองต่อ แต่เปลี่ยนเป็นดองน้ำเชื่อม เราก็จะได้ส้มจี๊ดแช่อิ่มในสูตรเฉพาะของเรา

ฉันเลือกหนทางที่สอง อยากลองดูว่าดองเค็มและมาเติมหวานซ้ำจะเกิดอะไรขึ้น อีก 2 สัปดาห์ผ่าน เรางัดส้มจี๊ดเค็มหวานอมเปรี้ยวออกมาจากขวดโหล ฉันนั่งมองอยู่พักหนึ่ง ก็ตัดสินใจว่าจะลองทำส้มจี๊ดปั่นดู

นอกจากน้ำแข็งแล้ว ส่วนผสมอื่นไม่ต้องใช้อะไรเลย เราจะปั่นส้มดองทั้งลูกด้วยเครื่องปั่นพลังช้างสารประจำบ้าน ซึ่งมีความเร็วรอบสูง สามารถปั่นเมล็ดได้ละเอียดในพริบตา

ฉันเอาน้ำแข็งออกมาจากถาดทำน้ำแข็ง…
น้ำแข็งที่เราทำเอง ย่อมสะอาดที่สุด ฉันไม่เคยไว้ใจน้ำแข็งบรรจุถุงสำเร็จรูปเลย ไม่ว่าจะแบบราคาถูกหรือราคาแพง ดีที่สุดต้องเป็นน้ำแข็งจากช่องแช่แข็งในตู้เย็นที่บ้าน

แต่ปัญหาของน้ำแข็งทำเองก็คือ ก้อนน้ำแข็งจะแน่นแข็งมาก ถ้าไม่ทุบให้ละเอียดเสียก่อน เวลาเอาไปปั่นเครื่องปั่นพลังช้างของคุณอาจจะพังได้ง่ายๆ

วิธีแก้ไม่ยากค่ะ ฉันเพิ่งเรียนรู้มาจากประชาสัมพันธ์โรงแรมที่คลุกคลีตีโมงอยู่กับบาร์เทนเดอร์มาหลายปี เขาบอกว่า ให้หาช้อนสแตนเลสยาวๆ น้ำหนักดีๆ มาสักคัน วางก้อนน้ำแข็งในอุ้งมือซ้าย จับปลายช้อนด้วยมือขวา (หรือมือข้างที่ถนัด) หาจังหวะเหวี่ยงช้อนทุบน้ำแข็งลงไป เป๊าะ! เดียว แหลกละเอียดเลย

ละเอียดพอที่จะชงเหล้าค็อกเทลได้อร่อย หรือใส่เป็นน้ำแข็งทุบในขนมหวานที่มีน้ำเชื่อม รวมทั้งใส่ลงไปในโถปั่นที่พร้อมทำงาน…จากนั้นก็กดปุ่ม

ในเครื่องปั่นมีส้มจี๊ดดองพร้อมน้ำเชื่อม ประมาณ 1 แก้วสั้น น้ำแข็งทุบอีกแก้ว น้ำสะอาดอีกหน่อย ปั่นละเอียดแล้วได้น้ำปั่นส้มจี๊ด 2 แก้วใหญ่ๆ หวานอมเปรี้ยวนิดๆ เค็มปะแล่ม เย็นชื่นใจสุดๆ

บ่ายวันนั้น ความบันเทิงของบ้านจึงเป็นน้ำปั่นส้มจี๊ดดองแบบแช่อิ่มของเรา ซึ่งยังไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดีจึงจะเหมาะ

ด้วยความอร่อยเลิศ ฉันเกิดอาการกิเลสฟูขึ้นมาทันที รีบออกไปดูส้มจี๊ดที่กำลังให้ผลผลิตรอบที่ 3 ในสวนโห!…ลูกดกเต็มต้นอีกแล้ว

เราช่วยกันเก็บส้มไปฮัมเพลงไปอย่างมีความสุข ไม่มีอะไรจะเบิกบานใจได้เท่ากับเรื่องที่เรามีของกินจากสวนของเราเอง ปลูกเอง เก็บเอง ลงมือเข้าครัวเองอีกแล้ว

ฉันดำเนินกรรมวิธีดองตามขั้นตอนเดิม เริ่มจากการล้างทำความสะอาดผลส้มแล้วเอามาผึ่งให้สะเด็ดน้ำก่อนที่จะราดน้ำเกลือให้ท่วม คราวนี้ขวดโหลที่เหลือมีขนาดเล็กลง ฉันอัดส้มลงไปเต็มโหลแล้วก็ยังเหลือเศษอยู่อีกกำมือ

เหลือบไปเห็นน้ำเชื่อมที่เหลือจากขวดโหลเก่าที่เราเอาส้มไปปั่น แต่ใช้น้ำหวานเพียงครึ่งเดียว

เอาล่ะ! มีทางเลือกแล้ว ของเหลือที่ยังใช้ได้บ้านเราไม่เคยทิ้ง คราวนี้ส้ม 1 กำมือ ที่เหลือจะถูกแช่ในน้ำเชื่อมของเก่าโดยไม่มีการดองเค็มก่อน อยากจะรู้นักว่ารสเปรี้ยวกับหวานโดยไม่มีเกลือเบรกจะทำให้เกิดผลอย่างไร

ส้มจี๊ดดองรอบใหม่วางโชว์อยู่บนชั้นชงเครื่องดื่มข้างโต๊ะอาหาร มันก็แค่ขวดโหลธรรมดา แต่ฉันรู้สึกว่าช่างสวยงามจับใจอีสท์ เวสท์ ซีดฯ (ศรแดง) เปิดบ้านโชว์นวัตกรรม “ความสุขปลูกได้ Field Day 2019”ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดเมล็ดพันธุ์ผัก ครองแชมป์ อันดับ 1 บริษัทเมล็ดพันธุ์ที่เข้าถึงเกษตรกรรายย่อยมากที่สุด 18-20 มกราคม 2562 ที่ไทรน้อย นนทบุรี

นายวิชัย เหล่าเจริญพรกุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด (เมล็ดพันธุ์ตราศรแดง)เปิดเผยว่า บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีดฯ เดินหน้าพัฒนาสายพันธุ์และปรับปรุงคุณภาพเมล็ดพันธุ์ เพื่อผลผลิตที่ดีขึ้นของเกษตรกรทั่วโลก การันตีความมุ่งมั่นและทุ่มเทในการพัฒนาปรับปรุงเมล็ดพันธุ์เพื่อเกษตรกรรายย่อย ด้วยการเปิดบ้านโชว์นวัตกรรมให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ในวันที่ 18-20 มกราคม 2562 เวลา 09.00-16.00 น. ที่ บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี พบกับอุโมงค์ผักแห่งความสุขที่ยาวที่สุด ชมเขาวงกตดาวเรืองสุดตระการตา ชิมเมนูผักพื้นบ้านมากคุณประโยชน์ ช็อปเมล็ดพันธุ์ศรแดง ซื้อผลผลิตจากเกษตรกรที่ปลูกด้วยเมล็ดพันธุ์ศรแดง และแชร์ภาพประทับใจ ในงาน “ความสุขปลูกได้ Field Day 2019”

นายวิชัย กล่าวว่า บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีดฯ ผู้ดำเนินธุรกิจเมล็ดพันธุ์ผัก ด้วยการนำเทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์จากยุโรปผสมผสานกับประสบการณ์ในการผลิตพืชผักเขตร้อนของเอเชีย คว้าตำแหน่งบริษัทเมล็ดพันธุ์ อันดับ 1 ที่เข้าถึงเกษตรกรรายย่อยมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียใต้ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SSEA) จากการจัดอันดับโดยมูลนิธิการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์

มูลนิธิการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ เป็นองค์กรอิสระ ที่ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิบิลแอนด์เมลินดาเกตส์ มุ่งเน้นความเป็นผู้นำและแนวทางปฏิบัติที่ดี ซึ่งส่งเสริมความก้าวหน้าแก่วงการเมล็ดพันธุ์ให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องและไปสู่ความสำเร็จ รับหน้าที่ในการประเมินและให้คะแนนความสามารถในการเข้าถึงเกษตรกรรายย่อย และการดูแลเอาใจใส่ต่อเกษตรกรรายย่อย ของบริษัทเมล็ดพันธุ์ทั่วโลก โดยมีเกณฑ์การประเมินและให้คะแนน 7 ด้าน ได้แก่

การปกครองและกลยุทธ์องค์กร (Governance & Strategy)
ทรัพยากรทางพันธุกรรม (Genetic Resources)
ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property)
การวิจัยและพัฒนา (Research & Development)
การผลิตเมล็ดพันธุ์ (Seed Production)
การตลาดและการขาย (Marketing & Sales)
การสร้างศักยภาพ (Capacity Building)

ดัชนีการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ (Access to Seed Index) ครั้งที่ 2 ปี 2562 ประเมินบริษัทเมล็ดพันธุ์ 24 บริษัท ในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจัดอันดับให้ บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด เป็นบริษัทเมล็ดพันธุ์ อันดับ 1 ในการเข้าถึงเกษตรกรรายย่อยมากที่สุด

ในขณะที่ดัชนีการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ (Access to Seed Index) ครั้งที่ 1 ปี 2559 จัดอันดับให้ บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด เป็นบริษัทเมล็ดพันธุ์ อันดับ 1 ในการเข้าถึงเกษตรกรรายย่อยมากที่สุด ในระดับโลกและภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก

นายอิสระ วงศ์อินทร์ ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด เปิดเผยว่า พื้นที่ปลูกพืชแสดงครั้งนี้มี 12 ไร่ จำนวนกว่า 100 สายพันธุ์…พืชส่วนใหญ่บริษัทปรับปรุงพันธุ์ขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นพืชพันธุ์พื้นเมืองที่บริษัทพัฒนาให้มีความงอก มีความบริสุทธิ์ของสายพันธุ์ เพื่อให้เกษตรกรใช้ประโยชน์มากที่สุด พืชที่ปลูกแสดงอยู่ 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นพันธุ์สำหรับใช้ในต่างประเทศ

ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ในวันและเวลาที่กำหนดไว้ การเดินทางเริ่มต้นที่ถนนกาญจนาภิเษก เลี้ยวซ้ายเข้าถนนไทรน้อย ตรงไป 8 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตรงจุดยูเทิร์น เลี้ยวเข้าไปทางวัดคลองตาคล้าย อีก 600 เมตร งานจัดอยู่ฝั่งขวามือ สำหรับผู้ใช้รถประจำทาง สามารถนั่งรถตู้สายเดอะมอลล์งามวงศ์วาน-ไทรน้อย

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-831-7777 หรือดูรายละเอียดได้ที่ FB:East West Seed Thailand และ FB:เมล็ดพันธุ์ศรแดงเมื่อวันที่ 8 มกราคม นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางหลั่งไหลมาเที่ยวชมความงามของทุ่งคอสมอส สวนดอกทานตะวัน และพรรณไม้นานาชนิด รวมไปถึงการมาชิมและซื้อเมล่อนจากสวนสดๆ ที่บ้านวังงูเห่า อ.เสาไห้ จ.สระบุรี ซึ่งจะมีงานตั้งแต่ วันที่ 10-20 มกราคม 2562 นี้ โดยช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ชาวบ้านมีรายได้จากการนำผลิตผล เช่น ผักสด ผลไม้ปลอดสารพิษ มาจำหน่าย รวมไปถึงมาตั้งร้านขายอาหารเครื่องดื่มบริการ รวมไปถึงเมล่อนจากสวนสดๆ 3 สายพันธุ์ ที่ท้าความอร่อยหวานกรอบจากสวน ที่สำคัญสวนเมล่อนที่นี่ไม่ใช้สารเคมีและสารความหวานแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สวนแห่งนี้เป็นพื้นที่เกษตรของ นายสำราญ หน่อนาคลำ เกษตรกรที่หันมาตามรอยเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งประสบความสำเร็จ ดัดแปลงพื้นที่ดินส่วนตัวกว่า 20 ไร่ มาทำเป็นทุ่งดอกไม้นานาชนิด โดยเฉพาะทุ่งดอกคอสมอส และดอกทานตะวัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเที่ยวชม

ส่วนใครที่กำลังมองหาสถานที่ถ่ายภาพกับทุ่งดอกไม้สวยงาม อย่างทุ่งดอกคอสมอส ดอกทานตะวัน และแปลงผักขนาดใหญ่ รวมกว่า 20 ไร่ หรือไม้ประดับเมืองหนาวหลากสีสันสวยงาม มาที่งาน “ต้นกล้าเกษตรแฟร์” โดยความร่วมมือแนวทางประชารัฐ คือหน่วยงานราชการ ท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนในชุมชนบ้านวังงูเห่า ตำบลพระยาทด อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี สำหรับพิธีเปิดอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม 2562 นี้

โดยกิจกรรมภายในงาน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกช็อป เลือกชิมเมล่อนหวานจากสวน ที่นี่ไม่ใช้สารเคมีและสารความหวานแต่อย่างใด ผักสดๆ จากสวนปลอดสารพิษ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเมล่อน เลือกซื้อกล้าพันธุ์ผัก ไม้ดอกไม้ประดับ พร้อมพบกับแหล่งเรียนรู้เกษตรครบวงจรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ถ่ายภาพเซลฟี่ ชมทุ่งดอกคอสมอส และดอกทานตะวันที่กำลังเบ่งบานสวยสดใส ท้าแสงแดดและสายลม

สำหรับเส้นทางก็ไม่ยาก หากขับรถมาตามถนนพหลโยธินผ่านตัวเมืองสระบุรี ผ่านสนามกีฬาจังหวัดสระบุรีไปทางลพบุรี ผ่านสี่แยกห้วยบง เลยไปถึงสี่แยกไฟแดงทางเข้าอำเภอเฉลิมพระเกียรติ หรือวัดมงคลชัยพัฒนา ระยะทางจากสนามกีฬาจังหวัดสระบุรีถึงจุดนี้ ประมาณ 10.5 กม. ให้เลี้ยวซ้าย ขับรถไปประมาณ 1 กม. จะถึงคลองส่งน้ำเล็ก ให้ข้ามสะพานคลองส่งน้ำแล้วเลี้ยวขวา ขับเลาะริมคลองส่งน้ำตรงไปอีกประมาณ 5-6 กม.จะเป็นพื้นที่จัดงานอยู่ขวามือ

พาณิชย์ไฟเขียวกำหนด “มาตรฐานข้าวสี” หวังช่วยยกระดับข้าวสีไทย ตอบสนองความต้องการของตลาดกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพ

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการมาตรฐานสินค้า เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯ ได้เห็นชอบร่างมาตรฐานสินค้าข้าวสีไทยให้เป็นมาตรฐานสมัครใจ (มาตรฐานแนะนำ) ตามข้อเสนอของคณะทำงานพิจารณามาตรฐานข้าวไทย ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับสินค้าข้าว ได้จัดทำร่วมกัน โดยมาตรฐานดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ภายหลังมีประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว

สำหรับมาตรฐานสินค้าข้าวสีไทย ทั้งข้าวเจ้าและข้าวเหนียว ได้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มสี คือ กลุ่มข้าวสีดำ สีม่วงดำ และสีม่วง ได้แก่ ข้าวเจ้าพันธุ์ไรซ์เบอร์รี่ ข้าวเจ้าพันธุ์หอมนิล ข้าวเหนียวพันธุ์ก่ำล้านนา ข้าวเหนียวพันธุ์ลืมผัว เป็นต้น และกลุ่มข้าวสีแดง ได้แก่ ข้าวเจ้าพันธุ์สังข์หยด ข้าวเจ้าพันธุ์หอมแดง (ข้าวเจ้าพันธุ์หอมมะลิแดง) เป็นต้น

ส่วนชั้นคุณภาพของข้าวสี มีดังนี้ ประเภทข้าวเจ้ามี 2 ชั้น คือ ชั้นดีเลิศ (Prime quality) และชั้นดีพิเศษ (Superb quality) สำหรับข้าวเหนียวมี 4 ชั้น คือ ชั้นดีเลิศ (Prime quality) ชั้นดีพิเศษ (Superb quality) ชั้นดี (Best quality) และชั้นมาตรฐาน (Standard quality) ทั้งนี้ ข้าวสีทุกประเภท/ชั้นต้องมีมาตรฐาน ความชื้นไม่เกิน ร้อยละ 14.0 ไม่มีแมลงที่ยังมีชีวิตอยู่ เป็นข้าวเมล็ดยาว มีความยาวเฉลี่ยของข้าวเต็มเมล็ดที่ไม่มีส่วนใดหักเกินกว่า 6.2 มิลลิเมตร และพื้นสีของข้าวต้องสม่ำเสมอตามธรรมชาติของกลุ่มสีนั้นๆ

“กระทรวงพาณิชย์ ได้เล็งเห็นความสำคัญของข้าวสี ซึ่งมีอัตลักษณ์คุณลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากข้าวทั่วไป มีคุณค่าทางโภชนาการสูงเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญด้านสุขภาพ รวมทั้งให้ข้าวสีเป็นทางเลือกการผลิตข้าวสีของเกษตรกรชาวนา ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาวิจัยข้าวสีพันธุ์ใหม่ๆ ของทั้งภาคเอกชนและภาครัฐบาล อาทิ พันธุ์ข้าวไรซ์เบอร์รี่ พันธุ์มะลินิลสุรินทร์ และพันธุ์ทับทิมชุมแพ เป็นต้น จึงได้ผลักดันให้มีการจัดทำมาตรฐานข้าวสีไทยขึ้นมา”นายบุณยฤทธิ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้มาตรฐานข้าวสีไทยเป็นที่รู้จักและยอมรับ กระทรวงพาณิชย์จะจัดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการตรวจสอบคุณภาพข้าวสีให้แก่บริษัทผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า รวมทั้งเร่งประชาสัมพันธ์เผยแพร่มาตรฐานสินค้าข้าวสีไทย เพื่อสร้างความเข้าใจมาตรฐานสินค้าข้าวสีไทยให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ทราบโดยทั่วกันในโอกาสต่อไป

ทั้งนี้ ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา การส่งออกข้าวสีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 6,019 ตัน ในปี 2551 เป็น 12,126 ตัน ในปี 2560 หรือเพิ่มขึ้น 101% หรือเพิ่มเท่าตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวกล้องดำ มีอัตราการขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นจาก 68 ตัน ในปี 2551 เป็น 1,779 ตัน ในปี 2560 เพิ่มขึ้น 26 เท่าตัว สำหรับราคาส่งออกข้าวสีเฉลี่ยตันละ 907 เหรียญสหรัฐ ในปี 2551 เป็นเฉลี่ยตันละ 1,245 เหรียญสหรัฐ ในปี 2560 หรือเพิ่มขึ้น 1.4 เท่า

ผู้ว่าฯ กทม. สั่ง 50 เขต ประสาน “เครือข่ายคนรักหมา-แมว” ลงพื้นที่ จับสุนัขชุมชนทำหมัน-ฉีดวัคซีน ขึ้นทะเบียนฟรี ตัดวงจรเกิดสัตว์จรจัด

ผู้ว่าฯ กทม. – เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่ศาลาว่าการ กทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานประชุมคณะกรรมการ พิจารณาแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดในเขตกรุงเทพมหานคร

โดยมี นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯ กทม. นายชวินทร์ ศิรินาค ผอ. สำนักอนามัย นายศิวะ ไม้สนธิ์ ผอ. สำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุขสำนักอนามัย (สนอ.) น.ส. ชลลดา เมฆราตรี ดาราและนักแสดง ในฐานะผู้ก่อตั้งมูลนิธิเดอะวอยซ์ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

พล.ต.อ.อัศวิน เผยว่า เนื่องจากได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดในเขตกรุงเทพฯ จึงได้มีการจัดประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาขึ้น โดยมีภาคเอกชนและกลุ่มคนรักสัตว์ ที่มีแนวคิดร่วมแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดเข้าร่วม

ปัจจุบัน กรุงเทพฯ มีสุนัขประมาณ 580,000 ตัว เป็นสุนัขจรจัด 140,000 – 150,000 ตัว ซึ่ง กทม. มีพื้นที่รองรับสุนัขจรจัดเพียง 2 แห่ง ได้แก่ ศูนย์พักพิงสุนัขประเวศ รองรับได้ 1 พันตัว และศูนย์พักพิงสุนัขทัพทัน จ.อุทัยธานี รองรับได้ 8 พันตัว ซึ่งพื้นที่รองรับไม่เพียงพอ

ดังนั้น จึงมีแนวทางการแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดในกรุงเทพฯ เบื้องต้นจะมีการกำหนดจัดตั้งศูนย์พักพิงสุนัขเอกชน การจดทะเบียนสุนัขและแมว จากนั้น กทม. และเครือข่ายกลุ่มคนรักสัตว์ จะร่วมกันทำหมันและฉีดวัคซีนสุนัขและแมวให้ฟรีอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจัดทำป้ายหรือสัญลักษณ์ ที่แสดงให้รู้ว่าสุนัขและแมวผ่านการทำหมันและฉีดวัคซีนมาแล้ว

นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ 50 เขต ประสานเครือข่ายกลุ่มคนรักสัตว์ ลงพื้นที่ชุมชน เพื่อทำหมันและฉีดวัคซีน ก่อนจดทะเบียนสุนัขและแมว โดยคาดว่าจะดำเนินการทำหมันและฉีดวัคซีนสุนัขและแมวได้ สัปดาห์ละ 600 ตัว

ระยะนี้อุณหภูมิลดต่ำลง มีหมอกในตอนเช้า และมีฝนตกเล็กน้อยบางแห่ง กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงและหอมหัวใหญ่ให้เฝ้าระวังโรคหอมเลื้อย ที่สามารถพบได้ในระยะการเจริญเติบโตทางลำต้น มักพบแสดงอาการของโรคบนใบ กาบใบ หรือสวนหัว โดยเริ่มแรกพบจุดเล็กสีเขียวหม่นฉ่ำน้ำ ต่อมาแผลขยายใหญ่เป็นแผลรูปกลมหรือรี เนื้อแผลยุบลงเล็กน้อย บนแผลมีหยดของเหลวสีชมพูอมส้ม เมื่อแผลแห้งจะเห็นเป็นตุ่มเล็กสีน้ำตาลดำ เรียงเป็นวงรีซ้อนกันหลายชั้น ถ้าแผลขยายใหญ่หรือหลายแผลมาชนกัน จะทำให้ต้นหักพับ แห้งตาย หรือเน่าตายทั้งต้น ทำให้ผลผลิตลดลง

หากแสดงอาการของโรคในระยะที่ต้นหอมยังไม่ลงหัว จะพบแสดงอาการต้นแคระแกร็น ใบบิดเป็นเกลียว ไม่ลงหัว ถ้าเป็นโรคในระยะที่ต้นหอมเริ่มลงหัว จะทำให้หัวลีบยาว บิดโค้งงอ ส่วนกาบใบที่อยู่บริเวณเหนือหัวหอม (คอหอม) มักยืดยาว มีระบบรากสั้นกว่าปกติ ทำให้ไม่ได้ผลผลิต

ให้เกษตรกรหมั่นตรวจและกำจัดวัชพืชในแปลงและรอบแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดการสะสมเชื้อสาเหตุโรค ถ้าพบต้นที่เป็นโรค ให้ถอนต้นที่พบเชื้อรานำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกทันที จากนั้น ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชโพรคลอราช 50% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 20 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารอะซอกซีสโตรบิน 25% เอสซี อัตรา 10 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไดฟีโนโคนาโซล 25% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคาร์เบนดาซิม 50% เอสซี อัตรา 15 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร โดยพ่นสารชนิดใดชนิดหนึ่ง กรณีโรคยังคงระบาด ให้พ่นซ้ำทุก 5 วัน แต่ไม่ควรเกิน 4 ครั้ง และควรพ่นสลับกับสารแมนโคเซบ 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 40-50 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร เพื่อป้องกันการดื้อยาของเชื้อสาเหตุโรค