เกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า การดำเนินงานโครงการ

สานพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูการทำนา ปี 2561/62 ซึ่งได้ดำเนินการในพื้นที่ 32,091.25 ไร่ เกษตรกรร่วมโครงการ 3,020 ราย โดยได้เริ่มดำเนินการ ตามกระบวนการ การประชาสัมพันธ์เชิญชวนเกษตรกรและองค์กรต่างๆ สำรวจพื้นที่ วิเคราะห์ ตรวจสอบ คัดเลือก รับสมัคร ถ่ายทอดความรู้ การจัดการต่างๆ จนถึงขณะนี้ การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของโครงการ อยู่ในระยะการเก็บเกี่ยวผลผลิต จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ดำเนินการจัดงานวันสาธิตและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูการทำนา ขึ้นในวันที่ 9 มกราคม 2562 ณ แปลงสาธิตการปลูกข้าวโพด สหกรณ์การเกษตรบ้านหม้อ ตำบลบ้านหม้อ อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์

ในการจัดงานวันสาธิตและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ครั้งนี้ จังหวัดอุตรดิตถ์ได้รับเกียรติจาก “นายกฤษฎา บุญราช” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน “นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล” ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน มีผู้มีเกียรติเข้าร่วมงาน ประกอบด้วย รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 35 จังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ หัวหน้าส่วนราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุตรดิตถ์ ส่วนราชการอำเภอ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมทั้งเกษตรกรร่วมงาน ประมาณ 600 คน

เกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ เพิ่มเติมว่า การจัดงานวันสาธิตฯ ครั้งนี้ ได้จัดให้มีกิจกรรม การเสวนาสถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ฐานเรียนรู้การจัดการดิน ฐานเรียนรู้การให้น้ำและการดูแลรักษา ฐานเรียนรู้โรคแมลงศัตรูพืช ฐานเรียนรู้สินเชื่อและการประกันภัย ฐานเรียนรู้การตลาดและมาตรฐานการรับซื้อข้าวโพด การจัดแสดงนิทรรศการของหน่วยงาน และบริษัทเอกชน เรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เครื่องจักรกลการเกษตร เป็นต้น

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี นำเชื้อจุลินทรีย์นาโน ลงพื้นที่บริการวิชาการตำบลบึงบา อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพผักออร์แกนิก

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรณ์ สาขาวิชาชีววิทยา นักวิจัยและอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เล่าว่า ด้วยต้นทุนในการปลูกผักสลัดที่ปลูกแบบไร้ดิน มีต้นทุนในการผลิตสูงประมาณ 4,700 บาท ต่อครั้ง เพื่อเป็นการลดต้นทุนการปลูกผักสลัด จึงได้คิดค้นงานวิจัยจุลินทรีย์นาโนขึ้นมา โดยการนำจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ที่คัดแยกได้จากธรรมชาติ 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มจุลินทรีย์เร่งการย่อยสลาย กลุ่มจุลินทรีย์ชักนำการเติบโต กลุ่มจุลินทรีย์เร่งการย่อยสลายฟอสฟอรัสโพแทสเซียม กลุ่มจุลินทรีย์ควบคุมโรค และกลุ่มจุลินทรีย์ปรับปรุงดิน นำมาผลิตในระดับอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีชีวิภาพเทคโนโลยีคีเลต เทคโนโลยีเอ็นแค็ปซูล ทำให้ได้นวัตกรรมหัวจุลินทรีย์นาโน ภายใต้เครื่องหมายการค้า THAN ที่ได้รับมาตรฐานไอเอฟโอเอเอ็ม (IFOAM : International Federation of Organic Agriculture Movements)

จากการทดลองโดยการนำเชื้อจุลินทรีย์นาโนที่ได้มาใช้ร่วมกับสารอาหารหลักรองและเสริมอินทรีย์ กับผัดสลัด เช่น กรีนโอ๊ค เรคโอ๊ค คอส ฟิลเล่ย์ แบบที่ไร้ดินและใช้ดิน ปรากฏว่าประสิทธิภาพผลการเติบโตของรากและผลผลิตต่อต้น ดีกว่าการใช้จุลินทรีย์ปฏิปักษ์ร่วมกับการใช้สารอาหารหลักและรองจากสารละลายเคมี A และสารละลายเคมี B สูงถึง 2 เท่า ซึ่งใช้ต้นทุนการปลูกต่อครั้งเพียง 1.200 บาท นอกจากนี้ ผักยังมีกรอบ ปริมาณวิตามินและเกลือแร่สูงกว่าปกติ และยืดระยะเวลาการเก็บรักษาได้นานกว่าปกติ

จึงได้นำความรู้มาถ่ายทอดบริการวิชาการสู่ชุมชนสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ระหว่าง 2561-2564 เพื่อพัฒนาชุมชนตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ต้นน้ำ โดยนำมาถ่ายทอดที่ตำบลบึงบา อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี โดยเริ่มจากต้นน้ำคือ การถ่ายทอดเทคนิคการปลูกผักสลัดร่วมกับหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนร่วมกับสารอาหารหลักรองและเสริมอินทรีย์ THAN เพื่อช่วยเกษตรกรลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต และที่สำคัญผักสลัดที่ผลิตได้มาตรฐานออร์แกนิกและมาตรฐานอาหารปลอดภัย สำหรับจำหน่ายแก่ผู้บริโภคที่ดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงปราศจากโรค

และต่อยอดถ่ายทอดกลางน้ำ เทคนิคการแปรรูป และปลายน้ำ เทคนิคการบริหารจัดการด้านการตลาด ร่วมกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีแบบเกษตรกรแม่นย่ำ (smart farmer) ตรวจติดตามผลการดำเนินการต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำอย่างต่อเนื่อง 5 ปี เพื่อทำให้กลุ่มเกษตร ศพก.ย่อย หนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ได้แนวปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม (GAP : Good Agriculture Practices) เพิ่มผลผลิต รายได้เพิ่มขึ้น ลดต้นทุนอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง

แพะนมพันธุ์ซาแนน (SAANEN) เป็นสายพันธุ์ที่ให้น้ำนมในปริมาณมาก จนได้รับขนานนามว่า “ราชินีแห่งนม” มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ ลักษณะประจำพันธุ์คือ มีสีขาว มองแล้วสะอาดตา บางตัวอาจเป็นสีครีม ใบหน้ามีลักษณะแบน ใบหูสั้น ตั้งตรงชี้ไปข้างหน้า

เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่ ตัวผู้จะมีน้ำหนัก 70 กิโลกรัม ส่วนตัวเมียอยู่ที่ 50 กิโลกรัม และมีเต้านมใหญ่ หัวนมเรียวยาว สามารถให้น้ำนมเฉลี่ยวันละ 3 กิโลกรัม ตัวเมียเมื่อตั้งท้องสามารถมีลูกได้ 1-3 ตัว ต่อ 1 แม่ จากความน่ารัก ขี้เล่นของแพะนมสายพันธุ์นี้ จึงทำให้เป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่สนใจอยากเลี้ยงเป็นอาชีพ เพื่อผลิตน้ำนมส่งจำหน่าย เหมือนเช่น คุณสุริพงษ์ ณะทิตศรี อยู่บ้านเลขที่ 122 หมู่ที่ 1 ตำบลพัฒนานิคม อำเภอพัฒนานิคม จังหวังลพบุรี

จากบัณฑิตแม่โจ้ สู่อาชีพปศุสัตว์

คุณสุริพงษ์ เล่าให้ฟังว่า เมื่อเรียนจบจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ สาขาวิชาสัตวศาสตร์ จึงได้มีแรงบันดาลใจที่สนใจอยากเลี้ยงแพะนม เกิดจากได้ไปเห็นการเลี้ยงแพะนมว่าไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก และที่สำคัญเมื่อแพะเจริญเติบโตเต็มที่สามารถให้น้ำนมได้เป็นอย่างดี จึงมองว่าเป็นอาชีพที่น่าสนใจของเขาในขณะนั้น ซึ่งตัวเขาเองก็ชอบเลี้ยงสัตว์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

“ประมาณต้นปี 58 ก็ได้ไปเห็นอาจารย์เขาเลี้ยงไว้ ผมก็เลยเกิดความสนใจ เพราะมองว่าผลผลิตที่ได้ก็ไว ไม่ช้าเหมือนสัตว์ชนิดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการผสมพันธุ์ให้ลูกและก็การให้น้ำนมก็ดี พอเราได้ไปศึกษาประมาณหนึ่ง เห็นมันน่ารักดี ก็เลยตัดสินใจเริ่มเลี้ยงในเวลาต่อมา” คุณสุริพงษ์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเลี้ยงแพะ

แพะนมที่เลือกเลี้ยงเป็นสายพันธุ์ซาแนน เนื่องจากมีลักษณะเด่นคือ ให้น้ำนมดี และเป็นแพะที่มีลักษณะตัวสีขาว ทำให้เขาชื่นชอบเพราะมองแล้วสะอาดตาน่าหลงใหล

กินอาหารง่าย โตดี มีน้ำนมมากในขั้นตอนแรกก่อนที่จะนำแพะมาปล่อยเลี้ยงในพื้นที่ คุณสุริพงษ์ บอกว่า ต้องเตรียมสร้างโรงเรือนเสียก่อน โดยขนาดใหญ่เล็กดูตามจำนวนแพะที่จะนำมาเลี้ยงภายในโรงเรือน ซึ่งที่ฟาร์มแห่งนี้เลี้ยงแพะประมาณ 100 ตัว สร้างโรงเรือนขนาด 10×20 เมตร ยกพื้นสูงประมาณ 1-1.50 เมตร พร้อมทั้งขยายหลังคาให้รอบโรงเรือนเพื่อกันแสงแดด

“พอเรามีโรงเรือนเรียบร้อย ก็เตรียมหาพ่อแม่พันธุ์มาเลี้ยง หรือจะซื้อแบบตัวเล็กๆ ก็ได้ ถ้าไม่ซื้อแบบพ่อแม่พันธุ์ อย่างแม่พันธุ์ที่สมบูรณ์เขาขายกันอยู่ที่ตัวละ 5,000-6,000 บาท ซึ่งผมก็จะซื้อที่เป็นพ่อแม่พันธุ์มา อายุประมาณปีกว่าๆ เลี้ยงไปสักพักก็จะผสมพันธุ์กัน ใช้เวลาตั้งท้องประมาณ 5 เดือน ก็จะได้ลูกออกมา ก็จะเก็บลูกที่เป็นตัวเมียไว้ ส่วนตัวผู้ก็ขายออกไป” คุณสุริพงษ์ เล่าถึงการขยายพันธุ์

อาหารสำหรับเลี้ยงแพะ คุณสุริพงษ์ บอกว่า ใช้อาหารเลี้ยง 2 แบบ คือ อาหารข้นสำเร็จรูปกับอาหารหยาบ ซึ่งอาหารหยาบเขาเป็นผู้ปลูกเอง เช่น หญ้าขนและหญ้าเนเปียร์ ส่วนอาหารข้นซื้อจากแหล่งที่จำหน่ายทั่วไป

“อาหารทั้ง 2 แบบ ก็ต้นทุนไม่สูงมาก ให้กินอาหารข้นสำเร็จรูปตกอยู่ที่ตัวละไม่ถึงกิโล ให้กินช่วงเช้าเย็น ต้นทุนอยู่ที่ตัวละ 10 บาท ต่อวัน แต่อาหารหยาบพวกหญ้าต่างๆ ให้แพะกินเต็มที่ตลอดทั้งวัน เพราะเราปลูกเองทำเอง เลยไม่ต้องกลัวเรื่องต้นทุนที่จะสูงตามมา” คุณสุริพงษ์ อธิบายการให้อาหารของฟาร์ม

โรคที่เกิดขึ้นกับแพะช่วงที่ระบาดหรือต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นช่วงฤดูฝน เพราะพื้นที่เลี้ยงจะเกิดความชื้นแฉะทำให้แพะไม่สบายเนื้อสบายตัว จะทำให้เกิดโรคตามมาภายหลังได้ จะทำการป้องกันโดยฉีดวัคซีน ส่วนตัวที่มีอาการของโรครุนแรงจับแยกออกจากฝูงทันที

ด้านการรีดนมแพะนั้น คุณสุริพงษ์ เล่าว่า ต้องเป็นแม่แพะที่มีความพร้อมสมบูรณ์ อายุอย่างน้อย 1-1 ปีครึ่ง ถึงจะให้นมได้ ซึ่งแม่แพะจะให้น้ำนมประมาณ 9 เดือน โดยน้ำนมที่รีดต่อวันเฉลี่ยตกอยู่ที่ 3 กิโลกรัม ต่อตัว สามารถรีดได้ทุกวันช่วงเช้าและเย็น

ในขั้นตอนของการรีดนมแพะสิ่งที่ต้องเน้นเสมอคือ เรื่องความสะอาด ทุกครั้งก่อนใช้เครื่องรีดต้องใช้ผ้าชุบน้ำสะอาด เช็ดบริเวณเต้านมไม่ให้มีสิ่งสกปรกเหลืออยู่ จากนั้นใช้เครื่องรีดสวมเต้านมทั้ง 2 ข้าง ซึ่งการรีดนมใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที ต่อตัว เมื่อรีดครบทุกตัวแล้วก็ส่งนมไปยังแหล่งรับซื้อได้ทันที

“อาหารที่ให้แม่แพะที่ให้นม เราต้องให้พิเศษขึ้นมาอีกหน่อย ก็จะมีเรื่องของอาหารที่ให้โปรตีนสูงเป็นพิเศษ จะเป็นพวกถั่วเหลืองที่ให้เข้ามาเพิ่ม เพราะจะช่วยให้น้ำนมมีคุณภาพมากขึ้น โดยจะเน้นให้กับแม่แพะ ก็จะช่วยได้หลายเรื่องที่เกี่ยวกับการให้นม” คุณสุริพงษ์ บอก

จากน้ำนมแพะดิบ สู่นมพาสเจอไรซ์ขึ้นห้างสรรพสินค้า

คุณสุริพงษ์ ได้เล่าถึงเรื่องการตลาดว่า เมื่อรีดน้ำนมแพะได้ครบทุกตัวแล้วจึงจะนำนมทั้งหมดส่งจำหน่ายให้แหล่งที่รับซื้อ โดยที่รับซื้อจะนำน้ำนมทั้งหมดไปทำตามกระบวนการพาสเจอไรซ์ และส่งจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศต่อไป

“น้ำนมแพะที่รีดได้ เขาก็รับซื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ 40 บาทตลอดทั้งปี ราคานี้ตลอด ซึ่งวันหนึ่งอย่างรีดได้มากสุดก็อยู่ที่ 100 กิโลกรัม อย่างตอนนี้ก็มีอีกตลาดที่ทำด้วย จะเป็นตลาดของน้องหมาน้องแมวที่ป่วย เพราะเวลาสัตว์พวกนี้ป่วย ให้กินนมแพะจะหายป่วยไว ราคาขายก็อยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาท ซึ่งใครสนใจก็ติดต่อมาได้โดยตรง ที่ฟาร์มก็จะรีดให้ได้เลย” คุณสุริพงษ์ เล่าถึงเรื่องการตลาด

สำหรับผู้ที่สนใจอยากเลี้ยงแพะนมพันธุ์ซาแนน คุณสุริพงษ์ ให้คำแนะนำว่า “สำหรับใครที่อยากเลี้ยง ยังไม่รู้วิธีการ ก็มาศึกษาที่ผมได้ ผมยินดีให้ข้อมูล ถ้ามองดูแล้วนมแพะ ในเรื่องการตลาดถามว่าดีไหม ตอนนี้ก็ต้องบอกเลยว่า ผู้บริโภคก็เริ่มเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ส่วนตลาดของน้องหมาน้องแมว ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทอีกหนึ่งตลาด ก็ทำให้เราสามารถส่งขายได้หลากหลายมากขึ้น สำหรับผมตอนนี้ทำแล้วมีความสุข เพราะผมเองก็จบสัตวศาสตร์มา เลยชอบที่จะเลี้ยง อีกอย่างการได้ทำงานด้านนี้ได้อยู่บ้าน ดูแลคนที่เรารักได้ด้วย”

ส่วนด้านบทบาทของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลพบุรี โดย อาจารย์สมชาติ เปรี่ยมสูงเนิน อาจารย์สอนวิชาการผลิตโคนม ได้ให้ข้อมูลว่า วิทยาลัยแห่งนี้มีการสอนเกี่ยวกับด้านสัตวศาสตร์ ที่จะเน้นไปในเรื่องของโคนม โคเนื้อ สุกร และสัตว์ปีก ซึ่งผู้ที่จบการศึกษาแล้วสามารถนำวิชาความรู้ไปประกอบอาชีพได้ หรือนำไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ซึ่งในตอนนั้นคุณสุริพงษ์ มีความสนใจอยากเลี้ยงแพะนม ทางวิทยาลัยจึงได้ให้ข้อมูลรวมทั้งด้านวิชาการ เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดด้วยอีกทาง

“สำหรับใครที่สนใจ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ลพบุรี หรือจังหวัดอื่นๆ หากมีข้อสงสัยก็สามารถมาสอบถามข้อมูลได้ ซึ่งทางเราก็จะให้ข้อมูลที่ถูกต้องตามความเหมาะสม อย่างที่ฟาร์มแห่งนี้ในจังหวัดลพบุรี แพะนมที่เลี้ยงดีที่สุดต้องเป็นสายพันธุ์ซาแนน เราก็จะแนะนำทั้งเรื่องการจัดการ การให้อาหาร ตลอดจนเรื่องการตลาด เพื่อให้เป็นอาชีพที่เลี้ยงตัวเองได้แบบมั่นคงต่อไป” อาจารย์สมชาย กล่าว

การประกอบอาชีพจากสิ่งที่เขาชอบและรัก ทำให้ทุกวันนี้คุณสุริพงษ์ไม่ได้มีรายได้เพียงอย่างเดียว แต่เขายังบอกอีกด้วยว่ามีความสุขมาก โดยที่ไม่ต้องไปหางานทำให้ไกลจากบ้านเกิด เพียงแต่ใช้บริเวณพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เท่านี้ก็ทำงานบนวิถีแห่งความสุขแบบสบายๆ

ลักษณะประจำพันธุ์ : ลำต้นและใบอวบน้ำ มีเกล็ดเหมือนเกล็ดน้ำแข็งเกาะอยู่บนลำต้นและใบ เนื้อฉ่ำและกรอบ

คุณสมบัติทั่วไป : ทนแล้ง ทนความเป็นด่าง เจริญได้ดีในดินหรือวัสดุปลูกที่ระบายน้ำและอากาศได้ดี อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต คือ 20-30 องศาเซลเซียส (หากปลูกในเมืองไทย แนะนำปลูกในโรงเรือน)

คุณค่าทางอาหาร : ช่วยขัดขวางการเกิดไตรกลีเซอร์ไรด์ และลดน้ำตาลในเลือดการนำไปประกอบอาหาร : นิยมรับประทานสด และรับประทานเป็นสลัด

ในงาน “ความสุขปลูกได้ Field Day 2019” ณ อีสท์ เวสท์ ซีดฯ (ศรแดง) 18-20 มกราคม 2562 อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี มีไอซ์แพลนท์ให้ได้ชม ซึ่งถือเป็นสิ่งแปลกใหม่

อย่าลืม อย่าพลาด อย่าละโอกาสอันดีงาม

ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ในวันและเวลาที่กำหนดไว้ การเดินทางเริ่มต้นที่ถนนกาญจนาภิเษก เลี้ยวซ้ายเข้าถนนไทรน้อย ตรงไป 8 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตรงจุดยูเทิร์น เลี้ยวเข้าไปทางวัดคลองตาคล้าย อีก 600 เมตร งานจัดอยู่ฝั่งขวามือ สำหรับผู้ใช้รถประจำทาง สามารถนั่งรถตู้สายเดอะมอลล์งามวงศ์วาน-ไทรน้อย

นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สงขลา เดินทางนำสิ่งของบริจาคให้แก่ผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ จากเหตุการณ์พายุปาบึกที่ผ่านมา ณ แหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดย นายประยุทธ แก้วประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมตะลุมพุก พร้อมทั้งชาวบ้าน ให้การต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่และผู้นำนักศึกษาอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง ทั้งนี้ ขอขอบพระคุณผู้ที่นำสิ่งของมาบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย เมื่อเร็วๆ นี้

กรมส่งเสริมการเกษตรพัฒนาศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชตระกูลถั่วชุมชน ผลิตเมล็ดพันธุ์ดีสู่ชุมชน เพื่อพัฒนาผลผลิตพืชตระกูลถั่วอย่างมีคุณภาพ

นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชตระกูลถั่วชุมชน เป็นโครงการที่ตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ที่ดีของพืชตระกูลถั่ว โดยสนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่มกันผลิตเมล็ดพันธุ์ดีภายใต้คำแนะนำของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ดีในชุมชน สร้างแรงจูงใจแก่เกษตรกรให้หันมาปลูกพืชตระกูลถั่วเพิ่มมากขึ้น และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืชตระกูลถั่วแก่เกษตรกร

ตลอดจนเพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิตภายในประเทศเพื่อลดการนำเข้าภายในปี 2562 กรมส่งเสริมการเกษตรมีแผนที่จะจัดตั้งและพัฒนาศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชตระกูลถั่วชุมชน จำนวน 195 ศูนย์ ในพื้นที่ 32 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก นครสวรรค์ น่าน พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง สุโขทัย อุตรดิตถ์ ชัยนาท ลพบุรี อุทัยธานี กาฬสินธุ์ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ เลย ศรีสะเกษ สุรินทร์ หนองบัวลำภู อุดรธานี อุบลราชธานี พะเยา ยโสธร ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ และจังหวัดมหาสารคาม โดยมีเป้าหมายการผลิต ถั่วเหลือง 360 ตัน ถั่วเขียว 142 ตัน และถั่วลิสง 456 ตัน สามารถรองรับพื้นที่ปลูกได้กว่า 75,200 ไร่

กรมส่งเสริมการเกษตรจะดำเนินการส่งเสริมศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชตระกูลถั่วชุมชน โดยอาศัย จัดเวทีถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรสมาชิกศูนย์ ด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชตระกูลถั่ว และการบริหารจัดการศูนย์ให้เข้มแข็ง การจัดทำแปลงเรียนรู้การผลิตเมล็ดพันธุ์พืชตระกูลถั่ว และการจัดทำแปลงส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชตระกูลถั่ว

ชีวิตคนเราไม่แน่นอน บางคนอาจได้เดินตามฝันที่คิดไว้ตั้งแต่สมัยตอนยังเด็ก บางคนต้องยอมสละความฝัน เพื่อกลับมาทำหน้าที่ลูก ถือเป็นหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ แต่ใช่ว่าการที่ไม่ได้เดินตามฝัน จะเป็นเรื่องเลวร้ายเสมอไป

คุณอนุกูล สุดสวาท (ต้น) อยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ที่ 7 ตำบลหรเทพ อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี ดีกรีอดีตนักเบสบอลทีมชาติไทย เล่าว่า สมัยตอนยังเด็กไม่ค่อยสนิทกับครอบครัว เพราะต้องมาอยู่โรงเรียนประจำ เพื่อซ้อมกีฬาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งติดทีมชาติตั้งแต่อายุ 17 ปี หลังจากนั้นได้เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในโควต้านักกีฬา เล่นเบสบอลให้กับทีมชาติไทยจนถึงอายุ 32 ปี ผ่านการเล่นกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ซีเกมส์ มาหลายครั้ง จนกระทั่งมีจุดพลิกผันให้ต้องทิ้งความฝัน คือคุณพ่อป่วย ต้องกลับมาช่วยคุณแม่ดูแลพ่อ และต้องสานต่ออาชีพที่พ่อทำไว้ คือการเป็นเกษตรกรปลูกเผือก อาชีพนี้คุณพ่อทำมานานกว่า 30 ปีแล้ว

ประสบการณ์เริ่มจากศูนย์ ถ้าใจสู้ทำอะไรก็สำเร็จ

อย่างที่ผมบอกตอนแรกว่า ตนไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับครอบครัวสักเท่าไร ถึงคุณพ่อจะมีอาชีพเป็นเกษตรกรมานาน แต่ตนไม่เคยสนใจไม่เข้าไปยุ่งชีวิตการทำงานของพ่อกับแม่เลย จนมาถึงวันที่พ่อป่วยจึงมีโอกาสได้กลับมาดูแลพ่อ และสนิทกันมากขึ้น เมื่อพ่อป่วยก็เหลือตนกับแม่ ดังนั้น จึงตัดสินใจไม่ยากที่จะมาสานต่อที่พ่อทำไว้ และสิ่งที่พ่อทำค้างไว้มีเยอะ ทั้งอาชีพปลูกเผือก ขายเผือก ขายลูกพันธุ์เผือก แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นธุรกิจใหญ่โต เราเป็นคนรุ่นใหม่จึงได้มาพัฒนาต่อไป

แต่พอได้เข้ามาเรียนรู้และลงมือทำจริงๆ กลับรู้สึกสนุก และมีรายได้งามกว่าที่คิดไปมาก เพราะทำเผือกครั้งเดียว สามารถสร้างรายได้ สร้างกำไร ชนิดที่ว่าไม่ต้องทำงาน 3 เดือน ก็อยู่ได้อย่างสบาย ผมทำงานได้เงินเดือนละ 30,000 บาท แต่ปลูกเผือก เก็บขายได้เงินแสนมาใช้ จึงรู้สึกว่ารายได้ต่างกันมาก

ปลูกเผือกหอมเชียงใหม่ 20 ไร่ กำไรงาม

คุณต้น เริ่มปลูกเผือกได้เป็นระยะเวลา 3-4 ปี ช่วงปีแรกๆ ยังไม่ลงเต็มตัว ทำร่วมกับแม่ก่อน ให้แม่ค่อยๆ สอนวิธีการและเทคนิคไปเรื่อยๆ จนเริ่มชำนาญ โดยเผือกที่ปลูก เป็นเผือกน้ำ ปลูกจำนวน 20 ไร่ ใช้วิธีแบ่งปลูก 2 เดือน ปลูก 1 แปลง เพื่อจัดสรรให้มีเผือกเก็บขายได้ตลอดทั้งปี

เผือก สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี เมื่อก่อนเกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกกันในช่วงเดือนตุลาคม เพราะถือเป็นช่วงที่สภาพอากาศเหมาะสมกับการปลูกเผือกมากที่สุด จะทำให้เผือกหัวใหญ่ ได้น้ำหนักดี แต่ถ้าอยากจะปลูกทั้งปีก็ทำได้ แต่ผลผลิตอาจจะไม่ดีเท่าช่วงเดือนตุลาคม เผือกจะเติบโตได้ดีในช่วงที่มีอากาศเย็น อากาศร้อนจะไม่ค่อยดี แต่ก็มีวิธีแก้ด้วยการปล่อยน้ำเข้าแปลงให้ท่วม แล้วค่อยๆ ปล่อยน้ำออกก็ช่วยได้

วิธีการปลูก และดูแลรักษา

เจ้าของเล่าว่า วิธีปลูกเหมือนกับการปลูกข้าว มีการเตรียมพื้นดิน พอไถตีดินเรียบร้อย ตากดินให้แห้ง 2-3 สัปดาห์ แล้วชักร่อง ปล่อยน้ำเข้าแปลง ให้ท่วมหน้าดิน หลังจากนั้นให้ลงหน่อปลูกได้เลย

การปลูก …ปลูกด้วยหน่อที่มีหัว วิธีนี้ช่วยให้เผือกโตเสมอกัน และยังช่วยย่นระยะเวลาในการปลูกให้เก็บผลผลิตได้เร็วขึ้นอีกด้วยระยะห่าง … ในการปลูกระหว่างต้น 25-30 เซนติเมตร ระหว่างร่อง 15 เซนติเมตร

ปุ๋ย … เผือก เป็นพืชที่ต้องใส่ปุ๋ยเยอะพอสมควร ของผมปลูกเผือกน้ำ ต้องใส่ปุ๋ยเยอะกว่าเผือกไร่ โดยการใส่ปุ๋ยจะใส่ทั้งหมด 4 รอบ 1 ไร่ ใส่ปุ๋ย 4 ลูก รวมๆ แล้ว 1 ไร่ ใส่ปุ๋ยประมาณ 16 ลูก ปุ๋ยที่ใส่เที่ยวแรกเป็นปุ๋ยสูตรเสมอ 16-16-16 เที่ยวหลังใส่เป็นสูตรท้ายสูง คือ 13-13-21

ระบบน้ำ … ปลูกแบบยกร่อง ปล่อยน้ำเข้าแปลงไว้ครึ่งร่อง จะปล่อยไว้ระดับนี้ตลอด เมื่อน้ำลดจึงวิดน้ำเข้ามาใหม่ ในการปล่อยน้ำเข้าแปลงเผือก 1 ครั้ง ถ้าเป็นช่วงหน้าที่มีลมแรง น้ำอยู่ได้นาน 1 สัปดาห์ ถ้าเป็นหน้าร้อน น้ำจะอยู่ได้ 4-5 วัน วิธีนี้ถือว่าช่วยประหยัดเวลา ประหยัดแรงงานได้เยอะ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของพื้นที่และความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ ถ้าพื้นที่ไม่เหมาะสมจะปลูกเผือกน้ำ ก็ปลูกเป็นเผือกไร่ โดยให้ติดตั้งสปริงเกลอร์ระบบน้ำหยดเปิดรดให้หน้าดินชุ่ม

โรคแมลง … ถือว่าเป็นเรื่องปกติเหมือนพืชตัวอื่น มีเพลี้ยดำ เพลี้ยแดง หนอน เชื้อรา แมลงใต้ดิน แต่ไม่ได้กังวลอะไร ของพวกนี้ขึ้นอยู่กับการดูแล ถ้าเราฉีดยาตามระยะเวลาที่กำหนด อย่างที่แปลงฉีดสัปดาห์ละครั้ง ก็ไม่มีปัญหาเรื่องโรคแมลง หรือถ้ามีก็ใช้ยากำจัดโดยเฉพาะฉีดไล่

อายุการเก็บเกี่ยว

เผือกน้ำ มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้นกว่าเผือกไร่ เผือกน้ำใช้ระยะเวลาการปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว 5-6 เดือน แต่ถ้าเป็นเผือกไร่ ระยะการปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวยาวนานถึง 7 เดือน ต้นทุนการผลิตต่อไร่สูง แต่ผลที่ได้รับหายเหนื่อย

คุณต้น บอกว่า การปลูกเผือกต้องมีเงินทุนสำรอง เพราะเผือกเป็นพืชที่ใช้เงินลงทุนสูง และค่อนข้างต้องใช้เวลารอผลผลิตนาน ดังนั้น ต้องวางแผนให้ดี สำหรับเงินลงทุนต่อไร่ ต้องเตรียมอย่างน้อย 35,000 บาท ต่อไร่ สำหรับคนที่ปลูกเยอะและต้องจ้างแรงงาน แต่ถ้าสำหรับเกษตรกรที่ปลูกใหม่ เริ่มต้น 2-3 ไร่ ใช้เงินลงทุนเพียง 25,000 บาท ต่อไร่ เพราะไม่ต้องเอาเงินจ้างค่าแรงงาน สามารถรดน้ำใส่ปุ๋ยช่วยกัน 2 คน ได้

โดยเงินลงทุน 35,000 บาท ต่อไร่ แจกแจงได้เป็นค่าลูกพันธุ์เผือก ต้นละ 1 บาท 1 ไร่ ใช้ 8,000-10,000 ต้น นอกนั้นแบ่งเป็นค่าปุ๋ย ค่ายา และค่าแรงงาน ที่ต้องจ่ายแพงสุด