เจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมสาขาศิลปะ 3 มิติ ได้รับแรงบันดาลใจ

มาจากพฤติกรรมการใช้แรงงานสัตว์ของมนุษย์ที่มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและไม่มีที่สิ้นสุด ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้จะไม่ได้ใช้แรงงานเหมือนในอดีต แต่ก็ยังคงหลงเหลือพฤติกรรมต่างๆ เช่น การล่าม การขัง การฝึกสัตว์ ที่ทำให้เห็นว่ามนุษย์นั้นได้นำความเป็นคนใส่ลงไปในสัตว์

“ผมต้องการสะท้อนสังคมผ่านเรื่องราวของช้างที่ต้องเจอกับความทุกข์ยาก ความหดหู่ และความเศร้า จากการถูกควบคุมขัง บังคับใช้แรงงาน ยัดเยียดภาระหน้าที่และความรับผิดชอบตามความต้องการของคน โดยที่สัตว์เหล่านั้นไม่ได้ต้องการภาระหน้าที่ แต่ก็ไร้หนทางที่จะปฏิเสธ เป็นการสื่อให้ถึงความเจ็บปวดของสัตว์ที่มีลมหายใจ”

ด้าน นางสาวชุดาลักษณ์ พินันท์ เจ้าของผลงานรางวัลยอดเยี่ยม สาขาการประพันธ์ดนตรี “จิ๋งเญ่า” ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังสือเรื่อง เจ้าหงิญ ซึ่งเป็นหนังสือที่เล่าเรื่องของโลกในจินตนาการมาผสมกับโลกความเป็นจริง โดยในเรื่องได้พูดถึงคุณค่าของการแสวงหาความสุขในชีวิต การเรียนรู้ประสบการณ์ทางอารมณ์ วิธีการเผชิญหน้ากับปัญหาและอุปสรรค เกิดเป็นแรงสร้างสรรค์ในการพัฒนาวิธีการใช้เสียงต่างๆ ของแซ็กโซโฟน

“คำว่า จิ๋งเญ่า มาจากคำผวนของคำว่า เจ้าหญิง ต้องการเล่นคำเพื่อแสดงให้เห็นว่า เราสามารถมองเห็นสิ่งเดิมในมุมมองใหม่ได้ และสามารถนำสิ่งใหม่เหล่านั้นมาพัฒนาต่อยอดในอนาคต ซึ่งบนประพันธ์ดนตรี จิ๋งเญ่า จึงถือได้ว่าเป็นการนำความสามารถของแซ็กโซโฟนในรูปแบบต่างๆ มาสร้างสรรค์ดนตรีใหม่แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติของเครื่องดนตรีเดิมอยู่”

สำหรับการประกวดรางวัลโครงการยุวศิลปินไทย ประจำปี 2562 ได้เปิดโอกาสให้ยุวศิลปินอายุ 18-25 ปี ได้ใช้จินตนาการผสานกับศักยภาพทางศิลปะ ถ่ายทอดความงดงามให้ปรากฏในรูปของผลงานศิลปะสร้างสรรค์จรรโลงสังคม จำนวน 6 สาขา ได้แก่ ศิลปะ 2 มิติ ศิลปะ 3 มิติ ภาพถ่าย ภาพยนตร์ วรรณกรรม และการประพันธ์ดนตรี สามารถติดตามรายละเอียด ได้ทาง Facebook : YoungThaiArtistAward หรือ www.scgfoundation.org และเปิดรับผลงานตั้งแต่วันนี้-กรกฎาคม 2562

นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีประกาศเกี่ยวกับการจำกัดการใช้สารเคมี 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส จำนวน 5 ฉบับ ซึ่งมีประเด็นสำคัญ 3 ประเด็น คือ 1.การจำกัดการใช้ การกำหนดฉลาก และภาชนะบรรจุ วัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส 2. การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการผลิต การนำเข้า การส่งออก การมีไว้ในครอบครอง และกำหนดให้มีบุคลากรเฉพาะรับผิดชอบในการควบคุมการขาย ซึ่งวัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิดนี้ และ 3. การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ. วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 เฉพาะวัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส 3 ชนิดนี้ และจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป

ซึ่งประกาศดังกล่าวกำหนดให้เกษตรกรผู้ต้องการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด ต้องผ่านการอบรม และทดสอบความรู้ จึงจะได้รับสิทธิ์ซื้อสารเคมีดังกล่าวโดยมีเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตร (ครู ข) กว่า 1,625 คน จาก สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรอำเภอ และศูนย์ปฏิบัติการของกรมส่งเสริมการเกษตร 50 ศูนย์ทั่วประเทศได้เข้ารับการอบรมหลักสูตร “การใช้วัตถุอันตราย พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ให้ถูกต้องและปลอดภัยซึ่งเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรที่ผ่านการอบรมเหล่านี้ จะทำหน้าที่เป็นวิทยากรนำความรู้ที่ได้รับทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฎิบัติไปถ่ายทอดให้กับเกษตรกร แล้วเกษตรกรจะเข้ารับการทดสอบความรู้ เพื่อให้ได้รับสิทธิ์ก่อนนำไปซื้อสารเคมี 3 ชนิดต่อไป

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ขณะนี้เป็นช่วงที่เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรทุกคน ต้องเร่งทำความเข้าใจ เพื่อให้เกษตรกรที่ต้องการรับสิทธิ์ได้รับทราบขั้นตอนที่สำคัญต่างๆ โดยเฉพาะเกษตรกรที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร จะต้องมาแจ้งขึ้นทะเบียนเกษตรกรก่อน ณ สำนักงานเกษตรอำเภอ ที่ตั้งแปลงปลูกของตนพร้อมนำหลักฐานประกอบด้วยบัตรประชาชน และสำเนาเอกสารสิทธิ์ในที่ดินไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่สำหรับเกษตรกรชาวสวนยางพารา จะต้องไปขึ้นทะเบียนได้ที่ สำนักงานการยางแห่งประเทศไทย ทุกจังหวัด ทั่วประเทศ ทั้งนี้กรมส่งเสริมการเกษตร จะเปิดรับสมัครเกษตรกร เข้ารับการอบรม และทดสอบประมาณเดือนมิถุนายนนี้เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่เกษตรกรจะต้องได้รับสิทธิ์ในการซื้อสารทั้ง 3 ชนิดก่อนวันที่ 20 ตุลาคม 2562

สำหรับข้อกำหนดที่เกษตรกรควรรู้ตามประกาศจำกัดการใช้สารเคมี 3 ชนิด คือ สารพาราควอต และไกลโฟเซต อนุญาตให้ใช้กำจัดวัชพืช เฉพาะในแปลงปลูกพืช 6 ชนิด ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด และไม้ผล ส่วนคลอร์ไพริฟอส อนุญาตให้ใช้กำจัดแมลงศัตรูพืช เฉพาะในแปลงปลูกไม้ดอก พืชไร่ และไม้ผล ซึ่งอนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะกรณีต้องการกำจัดหนอนเจาะลำต้นเท่านั้น นอกจากนี้ สำหรับพื้นที่ 4 ประเภทที่ห้ามใช้เด็ดขาด ได้แก่ พื้นที่ต้นน้ำ พื้นที่สาธารณะ พื้นที่ปลูกผัก และพื้นที่ปลูกสมุนไพร

“ส่วนระยะเวลาที่เกษตรกรผู้ปลูกพืชต้องแจ้งข้อมูลในทะเบียนเกษตรกร คือ ข้าวโพดมันสำปะหลัง และอ้อยโรงงาน ต้องดำเนินการแจ้งภายหลังการปลูก 15 – 60 วัน ปาล์มน้ำมันยางพารา และไม้ผล ให้แจ้งภายหลังการปลูกแล้วไม่น้อยกว่า 15 วัน กรณีที่ยืนต้นอยู่ให้เกษตรกรแจ้งปรับปรุงข้อมูลทุกปี ส่วนพืชอื่นๆ ให้แจ้งภายหลังปลูกแล้วไม่น้อยกว่า 15 วัน”อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวในที่สุด

บอร์ดกองทุนฟื้นฟูฯ อนุมัติงบ 80 ล้านบาท ให้สำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ และกระทรวงมหาดไทย จัดเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรเพื่อทำหน้าที่เป็นบอร์ดกองทุนฟื้นฟูฯ พร้อมเชิญชวนเกษตรกรสมาชิก 5.5 ล้านคนไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรในวันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 62 นี้

นายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เปิดเผยว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ลงนามในประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดวันเลือกตั้ง วันรับสมัครเลือกตั้ง สถานที่รับสมัครเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรเป็นกรรมการในคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยจะมีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562 นี้ ซึ่งได้เปิดรับสมัครไปแล้วเมื่อวันที่ 29 เมษายน- 3 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา เพื่อให้ได้ผู้แทนเกษตรกรร่วมเป็นคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรในแต่ละภูมิภาค จำนวน 20 คน แบ่งเป็น ภูมิภาคที่ 1 ท้องที่จังหวัดในภาคเหนือ จำนวน 5 คน ภูมิภาคที่ 2 ท้องที่จังหวัดในภาคกลาง จำนวน 4 คน ภูมิภาคที่ 3 ท้องที่จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 7 คน และภูมิภาคที่ 4 ท้องที่จังหวัดในภาคใต้ จำนวน 4 คน โดยมีเกษตรกรสมาชิกที่มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ จำนวน 5.5 ล้านคน

คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร มีอำนาจหน้าที่เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรและการฟื้นฟูฯ กำหนดนโยบายและออกระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศในการบริหารกิจการกองทุน ออกระเบียบเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการจัดหาผลประโยชน์ ระเบียบการรับขึ้นทะเบียนและการเพิกถอนทะเบียนองค์กรเกษตรกร ระเบียบการพิจารณาแผนและโครงการฟื้นฟูฯ การติดตามและประเมินผล ระเบียบการจ่ายเงินของกองทุนตามแผนและโครงการฟื้นฟูฯ และการใช้คืนเงินให้แก่กองทุน พิจารณางบดุลและรายงานการรับจ่ายของกองทุน นอกจากนี้ยังกำกับดูแล ให้คำปรึกษาแก่คณะกรรมการบริหารและสำนักงาน รวมทั้งให้ความเห็นชอบในการกำหนดภาระผูกพันของกองทุน

“ขอเชิญชวนให้เกษตรกรสมาชิกทุกท่านออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรในวันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562 ในครั้งนี้ เพื่อจะได้มีผู้แทนของเกษตรกรที่จะมาเป็นปากเป็นเสียง ร่วมเสนอความคิดเห็นแนวทางแก้ไขปัญหาของเกษตรกรทั้งด้านหนี้สิน การพัฒนาและฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรให้ตรงกับความต้องการของเกษตรกร รวมถึงมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายเพื่อพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรในด้านต่างๆ ด้วย” นายสไกร กล่าว

กัญชา หรือ พืชกัญชา จัดเป็นพืชล้มลุกในประเภทของหญ้า ชนิด cannabis sativa เป็นที่รู้จักของมนุษย์โลกมากว่า 5,000 ปี เพราะมนุษย์เรานำกัญชามาใช้ตามความเชื่อ วัฒนธรรม และพิธีกรรม รวมทั้งนำมาเป็นยาด้วยความเชื่อว่าช่วยสร้างความผ่อนคลาย ทำให้เพลิดเพลิน หรือที่เรียกว่า recreational substance อีกทั้งช่วยกระตุ้นให้ตื่นตัว เพื่อการเข้าสังคม สังสรรค์ หรือเพื่อหลบหนีปัญหาความเครียดทางด้านจิตใจ หรือความกดดันในจิตใจ

จากข้อมูลของกองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ให้รายละเอียดของพืชกัญชาว่า มีลักษณะต้นสูงประมาณ 2-4 ฟุต ใบแตกเป็นแฉกคล้ายใบสัมปะหลังหรือใบละหุ่ง ริมใบทุกแฉกมีลักษณะเป็นจักๆ ใบหนึ่งมีราว 5-8 แฉก ในก้านเดียวกัน ออกดอกตามง่ามกิ่งก้าน จัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 เนื่องจากออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ทั้งการกระตุ้น กด และหลอนประสาท หากใช้โดยไม่มีจุดมุ่งหมายทางการแพทย์อย่างชัดเจนเพื่อการรักษา ย่อมจะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายหรือสภาพจิตใจของของผู้ใช้ยา

ด้านหนึ่งกัญชาก็ออกฤทธิ์ที่พึงประสงค์เพื่อการปรับแก้สมดุล กระตุ้นร่างกาย แต่อีกด้านก็อาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติต่อร่างกายและระบบประสาท นำไปสู่การเสียชีวิตได้

คำถามที่สำคัญคือ “ทำไมกัญชาหรือพืชกัญชา จึงมามีบทบาทเป็นที่สนใจอย่างมากในขณะนี้” ผศ.นท.นพ.สรยุทธ ชำนาญเวช ประสาทศัลยแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี อธิบายว่า สมองและระบบประสาทส่วนปลายของมนุษย์มีตัวรับ หรือ receptor ที่สามารถรับสารเคมี เป็นระบบที่มีชื่อว่า endocannabinoid system (ECS) มีบทบาทสำคัญในมนุษย์และสิ่งมีชีวิตที่เลี้ยงลูกด้วยนม ในการควบคุมความอยากอาหาร ความเจ็บปวด การอักเสบ ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบทางเดินอาหาร ระบบสืบพันธุ์ ความทรงจำ การเคลื่อนไหวร่างกาย และความเครียดทั้งทางกายและจิตใจ ระบบ ECS ช่วยรักษาภาวะสมดุลในร่างกาย เมื่อเกิดความไม่สมดุล เช่นเกิดการอักเสบ ร่างกายจะกระตุ้นหรือเปิดระบบ ECS เพื่อทำการแก้ไข

“อาจกล่าวได้ว่าสมองและระบบประสาทส่วนปลายของมนุษย์ มีระบบและตัวรับคล้ายแม่กุญแจ ส่วนกัญชาก็เปรียบเสมือนกุญแจที่จะพร้อมเข้าไปไขแม่กุญแจ และทำให้เกิดการสื่อสารในสมอง ด้านหนึ่งก็เป็นการออกฤทธิ์ที่พึงประสงค์เพื่อการปรับแก้สมดุล กระตุ้นร่างกาย แต่อีกด้านก็ออกฤทธิ์ที่ไม่พึงประสงค์ต่อร่างกายมนุษย์เช่นกัน”

สารเคมีที่ออกฤทธิ์จากกัญชา หรือ พืชกัญชา ประกอบด้วย กลุ่ม CBD (Cannabidiol), กลุ่ม THC (Tetrahydrocannabinol) และ Terpenes ซึ่งมีประโยชน์ทางการแพทย์ที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก ในการใช้รักษาอาการคลื่นไส้อย่างรุนแรงของผู้ป่วยที่ได้รับยาฆ่ามะเร็ง ใช้รักษาผู้ป่วยต้อหิน ลดอาการปวด กระตุ้นความอยากอาหารในผู้ป่วยเอดส์ ลดอาการมือสั่น รักษาอาการของโรคพาร์กินสัน รักษาอาการเกร็งในผู้ป่วย รักษาอาการวิตกกังวล อาการซึมเศร้า และภาวะลมชักในสมอง นอกเหนือจากอาการที่กล่าวมานั้น ยังไม่พบว่ากัญชาสามารถใช้รักษาโรคอื่นๆได้

การออกฤทธิ์ของ THC และ CBD ก็แตกต่างกันไปตามปริมาณ ระยะเวลาและการนำมาใช้ ในคนที่ไม่เคยได้รับหรือใช้กัญชามาก่อน THC อาจออกฤทธิ์นานได้ถึงหนึ่งวันครึ่งเลยทีเดียว ส่วนคนที่ใช้มาเป็นเวลานาน THC ก็สามารถออกฤทธิ์นานได้ถึงหนึ่งวันเต็ม ซึ่ง THC ออกฤทธิ์โดยตรงต่อระบบประสาทของมนุษย์ การใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน อาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติของความคิดความจำ ภาวะสมองฝ่อ ผิดปกติทางจิตที่อาจนำไปสู่การฆ่าตัวตาย รวมทั้งส่งผลกระทบต่อร่างกาย ทำให้ถุงลมโป่งพอง เสี่ยงต่อโรคมะเร็งอัณฑะ และอาจนำไปสู่ความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจตีบ หัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นต้น นอกจากนี้การหยุดใช้หรือการขาดสารเคมีจากกัญชากะทันหันในผู้ที่ใช้หรือเสพมาเป็นระยะเวลาหนึ่งก็ส่งผลเสียต่อร่างกายเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานทางการแพทย์ พบว่า คนที่เสพกัญชาหรือสูบกัญชา ร่วมกับการดื่มแอลกอฮอล์เป็นระยะเวลานาน จะมีความเสี่ยงต่อโรคเกี่ยวกับระบบหลอดเลือดสมองและหัวใจ อาทิ เกิดการเปลี่ยนแปลงของความดันโลหิตอย่างกะทันหัน หัวใจเต้นผิดจังหวะ และอาจเกิดลิ่มเลือดและการอักเสบของหลอดเลือดหัวใจ รวมทั้งอาจส่งผลให้ระบบควบคุมอัตโนมัติของหลอดเลือดสมองเสียหาย ซึ่งทำให้เกิดการตีบแคบของหลอดเลือดสมอง ทั้งแบบชั่วคราวหรือถาวร

อย่างไรก็ตาม ยังไม่อาจจำแนกให้ชัดเจนได้ว่าอาการดังกล่าวเป็นผลกระทบโดยตรงจากกัญชาหรือไม่ เนื่องจากพันธุกรรม และลักษณะการใช้ชีวิตของผู้ใช้หรือเสพกัญชาก็มีผลต่อการตอบสนองและอาการที่เกิดขึ้นด้วย

พลาดไม่ได้!! กับหลากหลายเสวนา “กัญชาเพื่อการแพทย์” ในงาน “Healthcare เรียนรู้ สู้โรค 2019” โดยเครือมติชนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ขนทัพหน่วยงานและองค์กรด้านสุขภาพชั้นนำมาร่วมขับเคลื่อน ผลักดันให้คนไทยรอบรู้ด้านสุขภาพ กลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิมในสถานที่ใหม่ บนเนื้อที่กว่า 5,000 ตร.ม. แล้วมาพบกัน วันที่ 27 – 30 มิถุนายน 2562 ที่ Hall 5 อิมแพคเมืองทองธานี

บทความโดย ผศ.นท.นพ.สรยุทธ ชำนาญเวช ประสาทศัลยแพทย์ รองหัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

เป็นที่ทราบกันดีว่า เมืองพัทยา เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ที่มีชายหาดและทะเลสวยงาม ซึ่งสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศอย่างมากมายในแต่ละปี โดยในปีที่ผ่านมามีรายได้กว่า 2 แสนล้านบาท และมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศกว่า 16 ล้านคน นอกจากนี้ ยังเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของ อีอีซีอีกด้วย จึงเป็นเหตุผลที่นักลงทุนหันมาสนใจลงทุนทำธุรกิจด้านท่องเที่ยวในเมืองพัทยาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

เลเจนด์ สยาม จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือก่อกำเนิดขึ้นโดย บริษัท ณุศา เลเจนด์ สยาม จำกัด เมื่อช่วงต้นปี 2562 ที่ผ่านมา เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาเที่ยวในเมืองพัทยาแห่งนี้ โดย เลเจนด์ สยาม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างปรากฏการณ์ด้วยความอลังการแห่งตำนานศิลปวัฒนธรรมไทยของทุกภูมิภาคไว้ภายในพื้นที่ 164 ไร่ หรือกว่า 100,000 ตารางเมตร อย่างครบถ้วน พรั่งพร้อมด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ด้านวัฒนธรรมประเพณี รวมทั้งแคมเปญหลากหลายให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยว แชะ ชิม ช็อป ที่อยู่ภายในอาณาจักรแห่งนี้

เพื่อเป็นการสมนาคุณตอบแทนให้กับนักท่องเที่ยว ทางเลเจนด์ สยาม เมืองแห่งตำนานอารยะสยาม จึงขอมอบส่วนลดให้แก่ทุกท่านที่มา ได้ช็อปกันอย่างเพลิดเพลินยิ่งขึ้น กับแคมเปญ “คูปองแห่งสยาม” ที่รวมสินค้าและร้านค้าที่ร่วมรายการมากกว่า 100 ร้านค้า มูลค่ารวมกว่า 20,000 บาท ตั้งแต่ วันนี้ – 31 ก.ค. 2562 นี้

ทั้งนี้ เลเจนด์ สยาม ได้จับมือร่วมกับบริษัท จีเอ็ม อินเตอร์ ฟู้ดส์ ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ขนมผักกรอบ แบรนด์ DEEDY ที่ไม่ใช่มีเพียงแค่ความอร่อย แต่ยังมีประโยชน์ครบคุณค่าสารอาหารด้วย ตามสโลแกน “ซองเดียวจบ ครบคุณค่าสารอาหาร” ด้วยการจัดโปรโมชั่นซื้อ 3 ซอง แถม 1 ซอง ในแคมเปญ “คูปอง แห่งสยาม” นี้ด้วย ณ ร้าน เฮง เฮง เฮง โซนสยามวิไลซ์ เลเจนด์ สยาม

สามารถติดตามสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : @legendsiampattaya และผู้บริโภคที่สนใจขนมผักกรอบ DEEDY สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท จีเอ็ม อินเตอร์ ฟู้ดส์ จำกัด โทร. 098 – 0266636

เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ยังไม่นิ่ง ส่งผลกระทบตามมามากมาย หนึ่งในนั้นคือ กลุ่มเกษตรกรที่ปลูกข้าวทำสวน ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาให้เกษตรกรได้ ทำให้เกษตรกรต้องมีการปรับเปลี่ยนวิถีการทำอาชีพไปเรื่อยๆ

คุณนิตยา ศรีสุรางค์ เล่าถึงที่มาที่ไปก่อนจะมาปลูกแตงโมขาย เริ่มแรกเกิดจากการชักชวนจากกลุ่มเพื่อนเกษตรกรด้วยกัน แต่ก็ยังไม่ได้คิดที่จะทำก่อน เนื่องจากว่าพื้นที่ในการปลูกยังหาไม่ได้ สุดท้ายความตั้งใจที่อยากจะปลูกแตงโมขายก็เกิดขึ้นจากการเช่าพื้นที่ 8 ไร่ ของเกษตรกรที่รู้จักกัน ถือเปิดช่องทางในการหารายได้เสริม ทั้งนี้ ได้แรงบันดาลใจจากกลุ่มเพื่อนเกษตรกรด้วยกัน ซึ่งเป็นกลุ่มที่เน้นความสามัคคี ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พึ่งพาอาศัยต่อกันมาโดยตลอด

และถ้าถามถึงเหตุผลที่ตั้งใจอยากจะปลูกแตงโม ก็เพราะว่าแตงโมเป็นพืชผลทางการเกษตรที่ตลาดยังคงต้องการ ถึงแม้ราคาของแตงโมนั้นอาจจะมีการปรับตัวขึ้นลงอยู่ตลอดก็ตาม แต่ก็ใช่ว่าจะขายไม่ได้ นอกจากนี้ พืชผลอย่างแตงโมก็ไม่เคยสร้างปัญหาให้กับเกษรตรกรอีกด้วย ทำให้เกษตรกรมีใจรักในการทำอาชีพนี้

“ในช่วงแรกที่จะมีการปลูกต้องบอกก่อนว่า เพื่อนที่เป็นเกษตรกรก็ชักชวนกัน ก็ตั้งใจว่าจะปลูก แต่ตอนนั้นเราไม่มีพื้นที่ในการปลูกก็คิดหนัก ต่อมาก็ได้ไปคุยกับเพื่อนด้วยกัน เพื่อขอเช่าพื้นที่ไว้ปลูกแตงโม เขาก็ให้ปลูก และทั้งหมดนี้ผมก็ได้แรงบันดาลใจจากเพื่อนเกษตรกรด้วยกันที่ช่วยกันและกัน จนทำให้มีงานมีอาชีพ”

แตงโมเป็นพืชปลูกไม่ยาก
สำหรับวิธีการปลูกจากขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้ายนั้น เริ่มจากการเตรียมดิน ด้วยการไถก่อน แล้วต่อมาก็มาทำเป็นร่องๆ หลังจากที่มีการเตรียมดินเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือ การเดินสายยางเพื่อประหยัดเวลาในการรดน้ำ หลังจากนั้น นำเมล็ดมาเพาะในแปลง จนครบกำหนดเป็นเวลา 12 วัน ถึงจะมารดน้ำอีกที ดูแลแบบนี้จนครบ 5 วัน

หลังจากนั้น สามารถใส่ปุ๋ยได้ทันที ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้ก็มีเพียงรดน้ำและให้ปุ๋ยเป็นเวลา ซึ่งตารางเวลาในการรดน้ำนั้น ต้องให้ทุกวันตอนเช้า ส่วนเรื่องการให้ปุ๋ยนั้นให้ครั้งละ 3 วัน ทั้งนี้ การให้ปุ๋ยควรที่จะเพิ่มปริมาณปุ๋ยไปเรื่อย จาก 10 กิโลกรัม เพิ่มไปถึง 1 กระสอบ

จากนั้นรอไปอีก 1 เดือนกว่าๆ ดอกก็จะเริ่มออกมาให้เห็น ในช่วงที่ออกดอกต้องมีการดูแลเอาใจใส่ให้ดี เพราะถือว่าเป็นช่วงที่เข้าใกล้ผลผลิตขึ้นมาทุกที ซึ่งขั้นตอนการดูแลในช่วงที่มีการออกดอกนั้น อาจจะต้องมีการผสมเกสรด้วย วิธีการผสมเกสรสามารถผสมได้เอง ก่อนที่จะหันมาดูในเรื่องของหนอนหรือแมลงที่เข้ามาส้รางความเสียได้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็สามารถป้องกันด้วยการฉีดสารเคมีไว้รอบๆ ข้าง เพียงแค่นี้ก็สามารถป้องกันความเสียหายได้ ต่อมารอไปอีกประมาณ 1 สัปดาห์ลูกแตงโมก็เริ่มให้ผลผลิต สำหรับแตงโมแล้วปลูกแค่ครั้งเดียวแต่สามารถเก็บผลผลิตได้ถึง 2 ครั้ง ถือเป็นผลกำไรสำหรับเกษตรกรที่ปลูกแตงโมขาย

ปลูกครั้งเดียวได้กำไรเยอะ
ในเรื่องของการตลาดส่วนใหญ่แล้วเกษตรกรไม่สามารถกำหนดราคาเองได้ เนื่องจากกลุ่มที่เข้ามาซื้อส่วนใหญ่มีการกำหนดราคาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งราคารับซื้อจะอยู่ที่ ประมาณ 8-14 บาท ต่อกิโลกรัม อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เกษตรกรไม่สามารถกำหนดราคาเองได้ แต่เกษตรกรสามารถที่จะเพิ่มในเรื่องของขนาด เพราะว่าแตงโมที่มีผลใหญ่จะมีราคาที่แพงกว่าแตงโมผลขนาดเล็ก

โดยแตงโมลูกที่โตนั้นจำเป็นต้องมีน้ำหนักถึง 2.5 กิโลกรัม ถึงจะคิดว่าเป็นแตงโมลูกใหญ่ถือเป็นเกณฑ์ที่ทางกลุ่มที่มารับซื้อได้ตั้งขึ้นมาเอง นอกจากนี้ ในการปลูกแต่ละครั้งสร้างกำไรได้ 50,000 บาท ซึ่งเท่านี้ก็ทำให้เกษตรกรมีแรงผลักดันในการทำงาน ไม่ว่างานที่ทำจะหนักแค่ไหนก็ตาม

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ คุณนิตยา ศรีสุรางค์ เลขที่ 83/1 หมู่ที่ 2 ตำบลควรพัง อำเภอร่อนพิบุลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โทร. (081) 082-5336 หากเอ่ยถึงระนอง หลายคนอาจนึกถึงความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติทั้งเกาะกลางทะเล บ่อน้ำพุร้อน และอ่าวต่างๆ มากมาย แต่จะมีกี่คนที่รู้ว่าที่นี่คือแหล่งผลิตเมล็ดกาแฟคุณภาพเยี่ยมแห่งหนึ่งของโลก และเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย โดยเฉพาะที่อำเภอกระบุรีที่รายล้อมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ มีกระแสน้ำพุร้อนไหลผ่าน พร้อมด้วยภูเขาสูงทางทิศตะวันออกที่อยู่ในระดับที่เหมาะสมสำหรับการเพาะปลูกกาแฟโรบัสต้า ที่คอกาแฟต่างติดใจในรสชาติเข้มข้น หอมกลมกล่อม สุดพิเศษ

เนสกาแฟ แบรนด์กาแฟระดับโลกและแบรนด์กาแฟอันดับหนึ่งของคนไทย ร่วมมือกับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟจังหวัดระนอง ยกระดับเมล็ดกาแฟคุณภาพเยี่ยมจากท้องถิ่นระนองสู่คอลเล็กชั่นกาแฟระดับโลกกับ “เนสกาแฟ เรดคัพ ออริจิน ซีเล็คชั่น” ใหม่ รุ่นลิมิเต็ด กาแฟผงสำเร็จรูปผสมกาแฟคั่วบดละเอียดที่สร้างสรรค์ขึ้นจากเมล็ดกาแฟโรบัสต้า 100% จากศูนย์รับซื้อเมล็ดกาแฟกระบุรี จังหวัดระนอง ซึ่งเป็นผลผลิตจากเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในจังหวัดระนองกว่า 500 ราย ที่ผ่านการอบรมและติดตามโดยนักวิชาการเกษตรของเนสกาแฟ เพื่อพัฒนาคุณภาพของเมล็ดกาแฟตั้งแต่การปลูก จนถึงการดูแลรักษาและเก็บเกี่ยว ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของกาแฟไทย ภายใต้แนวคิด “ปลูกด้วยใจ กาแฟไทยยั่งยืนกับเนสกาแฟ” (Grown Respectfully) ที่มุ่งเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับชาวสวนกาแฟ และดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนผ่านการให้คำแนะนำในการปลูกกาแฟจากนักวิชาการเกษตรของเนสกาแฟ รวมทั้งสนับสนุนนโยบายจังหวัดระนองในการผลักดันกาแฟสู่พืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดอย่างเต็มที่

จากกาแฟท้องถิ่นระนอง สู่ความภาคภูมิใจของกาแฟไทยในคอลเล็กชั่นกาแฟระดับโลก เนสกาแฟ เรดคัพ ออริจิน ซีเล็คชั่น ใหม่ รุ่นลิมิเต็ด ด้วยเสน่ห์ความหอมกลมกล่อมและรสชาติกาแฟเข้มๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของกาแฟโรบัสต้าท้องถิ่นจากจังหวัดระนอง ที่คอกาแฟทั่วไทยต่างติดใจ เนสกาแฟ แบรนด์กาแฟอันดับหนึ่งของไทยจึงได้ร่วมมือกับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟชาวจังหวัดระนอง ยกระดับเมล็ดกาแฟท้องถิ่นระนองสู่คอลเล็กชั่นกาแฟระดับโลกกับการรังสรรค์ “เนสกาแฟ เรดคัพ ออริจิน ซีเล็คชั่น” ใหม่ รุ่นลิมิเต็ด ที่พิถีพิถันในทุกขั้นตอนจนได้มาซึ่งกาแฟผงสำเร็จรูปจากเมล็ดกาแฟโรบัสต้า 100% ที่ผ่านการคัดเลือกจากศูนย์รับซื้อเมล็ดกาแฟกระบุรี ซึ่งเป็น 1 ใน 2 ศูนย์รับซื้อเมล็ดกาแฟของเนสกาแฟในจังหวัดระนอง เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ให้รสชาติเข้ม หอมกลมกล่อม สุดพิเศษ พร้อมสร้างประสบการณ์อันแสนพิเศษให้คอกาแฟชาวไทยในทุกแก้ว