เตือน”อีสาน-ตะวันออก-ใต้”มีฝนตกหนักบางแห่ง กทม.วันนี้

ฝนร้อยละ60ของพื้นที่ ช่วงบ่ายถึงค่ำกรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศ ประจำวันที่ 26 มิถุนายน 2560 ดังนี้ ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบน และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะนี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.
ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน
เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก กำแพงเพชร และพิษณุโลก
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น
กาฬสินธุ์ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
บริเวณจังหวัดราชบุรีและกาญจนบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส

อ่าวไทยตอนบน: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อ่าวไทยตอนล่าง: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 2-3 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดพังงาลงมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ
อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. “นมฮอกไกโด” ตั้งเป้าปักธงตลาดอาเซียนปีนี้ ดันยอดขายโต 5% พร้อมลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเชลฟ์ไลฟ์-เปิดตัวนมสดรสพีชญี่ปุ่น 1 กรกฎาคม นี้

นายวรวิทย์ วงศ์แสนประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮอกไกโด โมริโมโตะ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายแฟรนไชส์นมพร้อมดื่มแบรนด์ “Hokkaido Milk” เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้จะสามารถผลักดันยอดขายให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน เนื่องจากขณะนี้บริษัทเตรียมขยายตลาดส่งออกไปต่างประเทศ โดยอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรที่จะมาเป็นตัวแทนจำหน่ายแฟรนไชส์ (Sublicense) ในประเทศมาเลเซียและเมียนมา เพื่อขายแฟรนไชส์ต้นแบบ (Master Franchise) ไปยังต่างประเทศ ให้ผู้รับสิทธิ์นำไปขายต่อ พร้อมกันนี้ ทางบริษัทเตรียมจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์นมพีชอากาโน ซึ่งเป็นนมสดรสพีชญี่ปุ่น โดยจะต้องวางจำหน่ายในวันที่ 1 กรกฎาคม นี้

สำหรับกลยุทธ์สำคัญในการคัดเลือกคู่ค้าในต่างประเทศนั้น ทางบริษัทมุ่งเน้นที่จะเลือกคู่ค้าที่มีความสนใจในผลิตภัณฑ์และธุรกิจนี้อย่างแท้จริง เพื่อให้เข้าใจในระบบการทำธุรกิจ และเป็นเสมือนตัวแทนของบริษัทในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจเข้มแข็ง สามารถขยายแฟรนไชส์ได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงขายเพื่อเพิ่มยอดจำนวนร้านค้าเท่านั้น

พร้อมกันนี้ บริษัทได้ลงทุนเครื่องจักร มูลค่า 5 ล้านบาท เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถเก็บรักษาได้นานขึ้น จาก 10 วัน เป็น 20 วัน โดยขณะนี้อยู่ในช่วงของการทดสอบ หากสามารถเพิ่มเชลฟ์ไลฟ์ของผลิตภัณฑ์ได้จะสร้างโอกาสทางการค้ามากขึ้น

นายวรวิทย์ กล่าวถึงแนวทางการผลักดันธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทยว่า ควรจะต้องมีกฎหมายเฉพาะเพื่อออกมาดูแลปกป้องผู้ประกอบการ เช่นเดียวกับประเทศที่พัฒนาแล้วในกลุ่มอาเซียน อย่าง สิงคโปร์ เพราะที่ผ่านมากลุ่มผู้ประกอบการแฟรนไชซอร์ (Franchisor) และแฟรนไชซี (Franchisee) มักจะมีปัญหาข้อขัดแย้งในการประกอบธุรกิจ ภายหลังจากการทำสัญญาแฟรนไชส์กันไปแล้ว

“กฎหมายที่จะออกมาดูแลแฟรนไชส์จะต้องมีข้อมูลระบุชัดเจนว่า ผู้ประกอบการแฟรนไชซอร์และแฟรนไชซีต้องมีลักษณะอย่างไร เช่น แฟรนไชซอร์ต้องมีการประกอบธุรกิจประสบความสำเร็จมาแล้ว สามารถขยายสาขามาแล้วไม่น้อยกว่า 5 สาขา มีระบบบัญชี ส่วนแฟรนไชซีต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เช่น ต้องอบรม และต้องผ่านการตรวจสอบการดำเนินกิจการ ต้องมีที่มาของแหล่งเงินทุน เป็นต้น”

หากไทยสามารถยกระดับมาตรฐานการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ได้ ก็จะส่งผลดีต่ออนาคตการขยายธุรกิจแฟรนไชส์ออกไปยังต่างประเทศ เพราะปัจจุบันแฟรนไชส์ไทยมีศักยภาพและสามารถแข่งขันได้หลายราย แต่ยังต้องได้รับการส่งเสริม เช่น ส่งเสริมการทำการตลาดโดยการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ ซึ่งอาจจะโฟกัสไปที่ตลาดอาเซียนก่อน ตลอดจนการส่งเสริมด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เป็นต้น ซึ่งจากการเข้าร่วมกับงานของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เหมือนเป็นการสำรวจข้อมูลทางการตลาด ทำให้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคและช่องทางจำหน่ายสินค้าในประเทศเพื่อนบ้าน

ทั้งนี้ ธุรกิจนมพร้อมดื่มฮอกไกโด ปัจจุบันมี 42 สาขา บริหารเอง 30 สาขา และแฟรนไชส์ 12 สาขา โดยระดับราคาแฟรนไชส์ตั้งแต่ 1.5-2.5 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ เริ่มตั้งแต่ 15-60 ตารางเมตร สำหรับ Hokkaido Milk แบ่งสินค้าเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มแรก คือ นมสด มีรสชาติต่างๆ ได้แก่ รสธรรมชาติ กล้วยหอม ชาเขียวมัจฉะ ชาซีลอนช็อกโกแลตแคนตาลูปญี่ปุ่น White Chocolate นอกจากนี้ ยังมีรสชาติตามฤดูกาลและเทศกาลต่างๆ ที่ญี่ปุ่นด้วย อาทิ ช่วงเทศกาลซากุระ จะผลิตนมรสซากุระ หรือช่วงเทศกาลดอกลาเวนเดอร์ ก็จะมีนมรสลาเวนเดอร์ด้วย และกลุ่มผลิตภัณฑ์จากนม ได้แก่ โยเกิร์ต พุดดิ้ง ไอศกรีม แบรนด์ฮอกไกโด ซอฟต์ เจลาโต้ และเบเกอรี่ภายใต้แบรนด์ฮอกไกโด โมริโมโตะ

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งให้ศึกษาจัดทำยุทธศาสตร์ผลไม้เมืองร้อน คาดว่าจะแล้วเสร็จ 2-3 เดือนนี้ เพื่อเป็นแนวทางบริหารจัดการผลไม้ทั้งประเทศอย่างเป็นระบบ ป้องกัน ผลไม้ราคาตกต่ำระยะยาว ทั้งกำหนดยุทธศาสตร์ผลักดันให้ไทยเป็นมหาอำนาจของโลกด้านผลไม้ เป็นศูนย์กลางการค้าผลไม้ของโลก เริ่มผลักดันผลไม้ที่มีศักยภาพ 10 ชนิด อาทิ ทุเรียน เงาะ ลองกอง มังคุด และลำไย ฯลฯ

“ไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิต-ส่งออกผลไม้รายใหญ่ของโลก แต่ขาดเทคโนโลยี นวัตกรรมจัดการผลผลิต ส่วนใหญ่เลือกปลูกตามกระแสตลาด เช่น 2-3 ปีก่อนทุเรียนราคาสูงเพราะผลผลิตน้อย เกษตรกรที่เคยปลูกยางพาราก็ตัดต้นยางพาราเพื่อปลูกทุเรียน ทำให้ปีนี้ผลผลิตทุเรียนออกมามากขึ้นถึง 30% แต่โชคดีที่ราคาไม่ตกต่ำ เพราะตลาดจีนยังมีความต้องการสูง”

กระทรวงมีมาตรการส่งเสริมการตลาดตลอดทั้งปีนี้ อาทิ กระจายผลผลิต เชื่อมโยงตลาดปลายทาง ทั้งห้างค้าปลีก ตลาดต้องชม รวมถึงเพิ่มช่องทางผ่านออนไลน์ (อี-คอมเมิร์ซ) ส่งเสริมการบริโภคในประเทศ

กรมส่งเสริมสหกรณ์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย ‘1 สหกรณ์ 1 อำเภอ’ มุ่งพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตรเป็นองค์กรหลักระดับอำเภอ เตรียมพร้อมเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและศูนย์เรียนรู้ด้านการสหกรณ์ มีสหกรณ์การเกษตรใน 822 อำเภอที่ผ่านการคัดเลือก ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการพัฒนาศักยภาพสหกรณ์ในด้านต่างๆ เพื่อให้พร้อมสำหรับการทำหน้าที่รองรับนโยบายจากภาครัฐเพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เดินหน้านโยบาย
‘1 สหกรณ์ 1 อำเภอ’ โดยจัดทำโครงการพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตรให้เป็นองค์กรหลักระดับอำเภอ คัดเลือกสหกรณ์ภาคการเกษตรที่ตั้งอยู่ในทุกอำเภอทั่วประเทศ 878 แห่ง ที่มีความพร้อมสำหรับการทำหน้าที่เป็นองค์กรหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของอำเภอนั้นๆ เข้าสู่กระบวนการพัฒนาศักยภาพในด้านต่างๆ ซึ่งขณะนี้มีสหกรณ์ภาคการเกษตรที่ผ่านการคัดเลือกแล้ว 822 แห่ง แบ่งเป็นสหกรณ์ระดับชั้น 1 จำนวน 401 แห่ง สหกรณ์ระดับชั้น 2 จำนวน 352 แห่ง สหกรณ์ระดับชั้น 3 จำนวน 61 แห่ง และอื่นๆ จำนวน 8 แห่ง ส่วนอีก 56 อำเภอ ไม่สามารถคัดเลือกสหกรณ์ภาคการเกษตร เนื่องจากเป็นพื้นที่สังคมเมืองและไม่ได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ซึ่งทางกรมฯ โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดจะศึกษาสภาวะเศรษฐกิจและสังคมในอำเภอนั้นๆ ว่ามีความจำเป็นต้องจัดตั้งสหกรณ์ภาคการเกษตรขึ้นมารองรับ การเป็นองค์กรหลักสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากหรือไม่ เพื่อให้การดำเนินนโยบาย 1 สหกรณ์ 1 อำเภอ ดำเนินการครอบคลุมทุกอำเภอทั่วประเทศภายในปี 2562

ส่วนขั้นตอนการดำเนินโครงการพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตรให้เป็นองค์กรหลักระดับอำเภอนั้น มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตรระดับอำเภอ ให้มีความเข้มแข็งและมีความพร้อมในการดำเนินธุรกิจเพื่อให้บริการสมาชิกและคนในชุมชน ในปี 2560 จะเริ่มดำเนินการในสหกรณ์ 363 แห่ง ซึ่งเป็นสหกรณ์ในระดับชั้นที่ 1 กลุ่มที่ 1 (สหกรณ์การเกษตรทั่วไป) ที่มีการบริหารจัดการธุรกิจที่เข้มแข็งและมีพื้นที่ดำเนินงานครอบคลุมทั้งอำเภอ โดยเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์จากสำนักงานสหกรณ์จังหวัดจะร่วมกับคณะกรรมการสหกรณ์และฝ่ายจัดการของสหกรณ์ วิเคราะห์สภาพแวดล้อมโดยรวมของแต่ละสหกรณ์ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการพัฒนาศักยภาพสหกรณ์ใน 6 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาแดนดำเนินงานครอบคลุมทั่วทั้งอำเภอ, การพัฒนาศักยภาพสหกรณ์ให้พร้อมสำหรับการบริการและมีการดำเนินธุรกิจครอบคลุมความต้องการของสมาชิกและเกษตรกรส่วนใหญ่ของอำเภอ, การผลักดันให้สหกรณ์เป็นแม่ข่ายกับ
สหกรณ์อื่นๆ ในอำเภอเพื่อเชื่อมโยงนโยบายภาครัฐ ทั้งนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้านการลดต้นทุนและยกระดับคุณภาพผลผลิตทางการเกษตร การเป็นศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ระดับอำเภอและการดำเนินงานตามแผนพัฒนาความเข้มแข็งของสหกรณ์

นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้สมาชิกสหกรณ์มีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจสหกรณ์เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 90% ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด, การพัฒนาปริมาณธุรกิจสหกรณ์เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 5% จากปีที่ผ่านมาและสนับสนุนให้สหกรณ์จัดทำแผนเปิดรับสมาชิกสมาชิกเพิ่มขึ้นในแต่ละปี ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ตั้งเป้าหมายว่า เมื่อสหกรณ์ผ่านการพัฒนาทั้ง 6 ด้านนี้แล้วจะเป็นสหกรณ์ที่มีความพร้อมสำหรับการทำหน้าที่เป็นตัวแทนส่งผ่านนโยบายรัฐบาลไปช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ได้ รวมถึงยังทำหน้าที่เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการสหกรณ์ในระดับอำเภอเพื่อเปิดให้สหกรณ์ต่าง ๆ หรือผู้ที่สนใจได้เข้ามาศึกษาดูงานด้านสหกรณ์ ซึ่งใน ปี 2560 กำหนดเป้าหมายพัฒนาไม่น้อยกว่า 300 สหกรณ์ ปี 2561 พัฒนาสหกรณ์อีกจำนวน 300 สหกรณ์และในปี 2562 พัฒนาอีก 278 สหกรณ์ เพื่อให้การดำเนินโครงการนี้ครบทุกอำเภอทั่วประเทศ

สำหรับการพัฒนาสหกรณ์ระดับอำเภอทั้ง 6 ด้าน สำนักงานสหกรณ์จังหวัดจะร่วมกับคณะกรรมการของสหกรณ์วิเคราะห์และจัดทำแผนพัฒนาศักยภาพสหกรณ์ตามสถานภาพของแต่ละสหกรณ์ ทั้งการส่งเสริมธรรมาภิบาลของสหกรณ์ การส่งเสริมกลุ่มอาชีพให้กับสมาชิกสหกรณ์และการจัดโครงการเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของสมาชิก พร้อมทั้งจะจัดอบรมคณะกรรมการสหกรณ์กว่า 10,000 รายภายในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อให้คณะกรรมการสหกรณ์มีองค์ความรู้ในเรื่องต่าง ๆ และเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่จะพัฒนาสหกรณ์ของตนเองร่วมกัน และจะสร้างเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ให้เป็น Smart Officer เพื่อให้มีองค์ความรู้สำหรับเข้าไปให้คำแนะนำ หรือช่วยพัฒนาสหกรณ์ต่างๆ ให้สามารถดำเนินการได้ตามแผนพัฒนาสหกรณ์ที่วางไว้ทั้ง 6 ด้าน

“กรมฯคาดหวังว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ ทุกอำเภอทั่วประเทศจะมีสหกรณ์การเกษตรที่มีศักยภาพ มีความเข้มแข็ง พร้อมสำหรับการทำหน้าที่เป็นองค์กรหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน สามารถขับเคลื่อนนโยบายจากภาครัฐสู่ประชาชนในทุกอำเภอทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการนำนโยบายและทรัพยากรต่างๆ ส่งถึงตัวเกษตรกรและชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว

ดร. สุวรรณี พรหมศิริ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) เปิดเผยถึงการจัดอบรมวาดภาพเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติให้แก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่จังหวัดพัทลุง สงขลา และสตูล ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์ มรภ.สงขลา เมื่อเร็วๆ นี้ว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริ “การสอนการอบรมให้เด็กมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์พืชพรรณนั้น ควรใช้วิธีการปลูกฝังให้เด็กเห็นความสวยงาม ความน่าสนใจ และเกิดความปีติที่จะอนุรักษ์พืชพรรณต่อไป การใช้วิธีการสอนการอบรมที่ให้เกิดความรู้สึกกลัวว่าหากไม่อนุรักษ์แล้วจะเกิดผลเสียเกิดอันตรายแก่ตนเอง จะทำให้เกิดความเครียด ซึ่งจะเป็นผลเสียแก่ประเทศในระยะยาว”

ดังนั้น ในฐานะที่ มรภ.สงขลาเป็นหน่วยงานที่รับสนองพระราชดำริในการดำเนินงานด้านอนุรักษ์พรรณพืช ศึกษา วิจัย ฟื้นฟู และหาวิธีใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติให้ได้ผลสูงสุด อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมข้อมูลพืชและอนุรักษ์ทรัพยากรพืชของประเทศ และเป็นศูนย์เครือข่ายเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะทางด้านพืช จึงได้จัดกิจกรรมในครั้งนี้ขึ้น เพื่อปลูกฝังเยาวชนให้มีจิตสำนึกหวงแหนสิ่งแวดล้อมและเห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ

ดร. สุวรรณี กล่าวว่า ผู้เข้าอบรมได้รับองค์ความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สถานการณ์พรรณพืชป่าในปัจจุบัน ความสำคัญในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ความหมาย ความสำคัญ และการวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการวาดภาพ การร่างภาพวาดทางพฤกษศาสตร์ การลงแสงเงา เทคนิคการใช้สีน้ำกับการวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ และการลงสีน้ำ ซึ่งการวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ ถือเป็นการบันทึกข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในอีกรูปแบบหนึ่ง สำหรับใช้เป็นสื่อให้เกิดความเข้าใจลึกซึ้งในรายละเอียดต่างๆ ของพรรณไม้ได้ง่ายขึ้น นอกเหนือจากการอธิบายด้วยตัวอักษร

“นักวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ควรมีความรู้เรื่องโครงสร้างของสิ่งที่วาด มีข้อมูลพื้นฐานของตัวอย่างนั้นๆ และรู้จักเทคนิคที่เหมาะสมในการนำเสนอ ผู้ถ่ายทอดภาพทางวิทยาศาสตร์ควรมีความสนใจทางศิลปะและมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์พอสมควร เพื่อจะประยุกต์ข้อเท็จจริงเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างกลมกลืน เพราะภาพเพื่องานทางวิทยา ศาสตร์ ไม่เพียงต้องให้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ได้มากและถูกต้องที่สุดเท่านั้น แต่ต้องมีความสวยงามชวนดูด้วย” ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์กล่าว

พื้นที่โดยรอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีเกษตรกรที่ประกอบอาชีพทำประมงอาศัยอยู่จำนวนมาก และยึดอาชีพการเลี้ยงกุ้งขาวมาตั้งแต่ปี 2530 จนรวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์ประมงคุ้งกระเบน จำกัด ขึ้น เพื่อดูแลส่งเสริมอาชีพการทำประมงให้กับเกษตรกรในพื้นที่ที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ 212 ครอบครัว บนพื้นที่ 1,084 ไร่ ซึ่งที่ผ่านมา เกษตรกรยังมีขาดองค์ความรู้ในการเลี้ยงกุ้งที่ได้มาตรฐาน มีการปล่อยน้ำและเลนลงในลำคลองทำให้สภาวะแวดล้อมเสื่อมลง น้ำด้อยคุณภาพ จนเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสต่างๆ และในปี 2558 เกษตรกรประสบปัญหาโรคกุ้งตายด่วน (EMS) ผลผลิตเสียหายเป็นจำนวนมาก สมาชิกสหกรณ์ประสบภาวะขาดทุนจากการเลี้ยงกุ้ง บางรายต้องหยุดเลี้ยง พักบ่อ และปล่อยบ่อร้าง ทำให้ไม่สามารถชำระหนี้เงินกู้กับสหกรณ์ได้ตามกำหนด ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ ไม่สามารถปิดบัญชีได้ จนสหกรณ์เกือบจะต้องยุติการดำเนินงานลง

กระทั่งปี 2559 มีโครงการส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ประชารัฐ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลเข้ามาบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนและผลกระทบที่เกษตรกรได้รับจากโรคตายด่วนในกุ้ง โดยประสานความร่วมมือหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมประมง องค์การสะพานปลา บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และหอการค้าไทย

ระยะแรกของการดำเนินโครงการ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ส่งเจ้าหน้าที่มาถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ด้วยเทคนิคการเลี้ยงกุ้งตามแนวทาง “ 3 สะอาด” มีหลักที่สำคัญได้แก่ น้ำสะอาด ลูกกุ้งสะอาดปลอดโรค และพื้นบ่อสะอาด ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้มีความสำคัญในการช่วยทำให้ช่วยป้องกันและลดความเสียหายอันเกิดขึ้นจากปัญหาของ โรคระบาดต่างๆ ในกุ้งได้

น้ำสะอาด หมายถึงน้ำที่นำมาใช้เลี้ยงกุ้งต้องมีปริมาณสารอินทรีย์ที่ละลายในน้ำระดับต่ำ ไม่มีตะกอน และสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน ไม่มีเชื้อโรคต่างๆ และมีปริมาณน้ำสะอาดที่เพียงพอตลอดระยะเวลาการเลี้ยง ส่วนลูกกุ้งสะอาด หมายถึง ต้องเป็นลูกกุ้งที่ปลอดจากเชื้อต่างๆ เริ่มจากพ่อแม่พันธุ์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จของการเลี้ยงกุ้ง เกษตรกรควรพิจารณาเลือกใช้ลูกกุ้งที่มาจากโรงเพาะฟักที่ได้มาตรฐาน พ่อแม่พันธุ์ต้องปลอดเชื้อ กระบวนการผลิตในโรงเพาะฟักนั้นจะต้องให้ความสำคัญต่อระบบ Bio security เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อในทุกๆ ขั้นตอนของการผลิต และพื้นบ่อสะอาด เกษตรกรต้องทำความสะอาดพื้นบ่อเพื่อกำจัดแหล่งอาศัยและอาหารของเชื้อโรค ที่สำคัญจะต้องเก็บตัวอย่างดินและน้ำ เพื่อตรวจเชื้อก่อนที่จะปล่อยกุ้งลงเลี้ยง ในระหว่างการเลี้ยงต้องมีการกำจัดตะกอนซึ่งเกิดจากขี้กุ้ง และเศษอาหารที่เหลือจากการกินของกุ้ง โดยดูดออกจากหลุมรวมตะกอนไปเก็บไว้ในบ่อเก็บตะกอน ห้ามปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ และต้องระวังอย่าให้ตะกอนเปลี่ยนเป็นสีดำ

ปัจจุบัน สมาชิกสหกรณ์ 24 ราย virtualracersedge.com สมัครใจเข้าร่วมโครงการแปลงใหญ่ประชารัฐเกษตรสมัยใหม่ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการรุ่นที่ 1 มีสมาชิกนำร่องจำนวน 2 ราย ได้แก่ นายดำรง เสนาะสรรพ์ ประธานกรรมการสหกรณ์ฯ และนายสิงหา สวัสดิภูมิ สมาชิกสหกรณ์ฯ ศึกษาเรียนรู้วิธีการเลี้ยงกุ้งตามเทคนิค 3 สะอาด ใช้เวลาปรับสภาพบ่อเลี้ยงกุ้ง 3 เดือน จนกระทั่งมั่นใจว่ามีความสะอาดปลอดเชื้อโรค จึงนำลูกกุ้งอนุบาลลงในบ่อ ๆ ละ 500,000 ตัว

ผลสำเร็จจากการเลี้ยงกุ้งด้วยเทคนิค 3 สะอาด ส่งผลทำให้ลดต้นทุนได้กว่า 24 % ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นจาก 1,000 กิโลกรัม เพิ่มขึ้นเป็น 3,700-5,100 กิโลกรัมต่อไร่ อัตราการเจริญเติบโตของกุ้งอยู่ในเกณฑ์ดีและมีอัตราการรอดเกินกว่า 90% ทำให้เกษตรกรมีรายได้ สามารถคืนทุนได้ตั้งแต่การเลี้ยงในรอบแรก และยังมีเงินที่เหลือส่วนหนึ่งไปชำระหนี้คืนให้กับสหกรณ์ ทำให้สมาชิกสหกรณ์มองเห็นโอกาสที่จะบรรเทาความเสียหาย มีรายได้มาปลดหนี้ที่เกิดจากการระบาดของโรคกุ้งตายด่วน ตั้งแต่ปี 2558 ได้สำเร็จ โดยทุกคนหันกลับมาร่วมแรงร่วมใจกันทำแปลงใหญ่ประมงประชารัฐอย่างจริงจัง เพื่อพลิกฟื้นอาชีพการเลี้ยงกุ้งของเกษตรกรในพื้นที่อ่าวคุ้งกระเบนให้กลับคืนมาอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการอาวุโสหอการค้าไทย และหัวหน้าคณะทำงานการพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ พร้อมด้วยดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายมีศักดิ์ ภักดีคง รองอธิบดีกรมประมง และผู้แทนจากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) เดินทางลงพื้นที่ไปติดตามความก้าวหน้าในการแปลงใหญ่ประมงประชารัฐที่สหกรณ์ประมงคุ้งกระเบน จำกัด พร้อมทั้งเยี่ยมชมบ่อเลี้ยงกุ้งของเกษตรกรนำร่อง ทั้ง 2 ราย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเลี้ยงกุ้งตามแนวทางแปลงใหญ่ประชารัฐในรอบที่ 3 แล้ว

นายอิสระ กล่าวว่า สหกรณ์ต้องเปลี่ยนความคิดใหม่และทำหน้าที่เป็นความหวังในการส่งเสริมและช่วยพัฒนาเกษตรกรไทย ตนในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกับภาครัฐ ในนามของคณะทำงาน การพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่เล็งเห็นว่า เกษตรกรมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับฐานรากของประเทศ ในพื้นที่อ่าวคุ้งกระเบนถือว่ามีศักยภาพในเรื่องการทำประมง การเลี้ยงกุ้ง ดังนั้น ทุกภาคส่วนจึงเข้ามาสนับสนุนให้เกษตรกร มีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่ทำให้ผลผลิตขายได้ราคาดี แต่ต้องแข่งขันในเรื่องต้นทุนที่ต่ำลง จึงจะสามารถส่งสินค้าไปแข่งในตลาดทั้งในและต่างประเทศได้ และมองเห็นว่าความเข้มแข็งของการรวมกลุ่มนั้นมีความสำคัญต่อการพัฒนาอาชีพเกษตรกร คำว่าเกษตรแปลงใหญ่คือการรวมกลุ่มกัน เพื่อให้เกิดการพึ่งพาและสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ขณะเดียวกันเกษตรกรต้อง นำวิชาการเทคโนโลยี รวมถึงองค์ความรู้ต่าง ๆ มาพัฒนาอาชีพ และจะต้องปฏิบัติอย่างจริงจังและมีใจรักที่จะพัฒนาตนเอง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้อาชีพเกษตรกรนี้มีรายได้ที่ยั่งยืน

ด้านดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า สหกรณ์ได้จัดหาช่องทางการตลาดมารองรับผลผลิตกุ้งจากสมาชิก โดยประสานกับพ่อค้า ห้องเย็น และแหล่งรับซื้อต่างๆ เพื่อต่อรองราคา สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ราคาเฉลี่ยสูงกว่าราคาตลาด ประมาณร้อยละ 5 – 10 ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น การดำเนินงานในระยะต่อไป สหกรณ์จะมุ่งเน้น การพัฒนาคุณภาพผลผลิต ส่งเสริมเกษตรกรสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการฯ ให้มีระบบมาตรฐาน GAP ทั้งหมด และถ่ายทอดความรู้เรื่องการบริหารจัดการกลุ่ม การจัดทำบัญชีครัวเรือน บัญชีต้นทุน และกำหนดระเบียบสหกรณ์ เพื่อจัดตั้งกองทุนจัดการความเสี่ยงผลผลิตทางการเกษตรและรักษาสิ่งแวดล้อม ไว้ช่วยเหลือสมาชิกในยามที่ราคากุ้งตกต่ำ หรือจำเป็นต้องใช้เงินทุนในการปรับปรุงบ่อ การบำรุงรักษาสภาพแวดล้อม เพื่อให้เกิดการพัฒนาพื้นที่เลี้ยงกุ้งที่ยั่งยืน