เรามีความก้าวหน้าในการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญในทุกเรื่อง

การออกกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน การสร้างศักยภาพของผู้มีส่วนได้เสีย การประยุกต์ใช้นวัตกรรมด้านเทคโนโลยี และอื่นๆ เราพร้อมจะร่วมแบ่งปันประสบการณ์กับประชาคมโลก และร่วมมือกับภาคส่วนอื่นๆ เพื่อให้แรงงานทาสยุคใหม่กลายเป็นปัญหาในอดีต”

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กล่าวว่า “การเคารพและปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องที่บริษัทให้ความสำคัญมากที่สุด โดยเฉพาะขั้นตอนการจ้างแรงงานและการจัดสวัสดิการ ทั้งยังให้การสนับสนุนศูนย์สวัสดิภาพและธรรมาภิบาลแรงงานประมงสงขลา (Fishermen Life Enhancement Centre : FLEC) ซึ่งมีการจัดอบรมและกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตให้กับแรงงานประมง ตลอดจนการยึดปฏิบัติตามนโยบายบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนของบริษัท โดยกำหนดเป้าหมาย 100% ของบรรจุภัณฑ์พลาสติกของบริษัทที่นำมาใช้จะต้องนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reusable) นำมาใช้ใหม่ (Recyclable) นำไปผลิตเป็นสินค้าใหม่ได้ (Upcyclable) หรือ สามารย่อยสลายได้ (Compostable) ภายในปี 2568”

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ทียู กล่าวว่า “ที่ไทยยูเนี่ยน เรามุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะต่อสู้กับการค้ามนุษย์ ห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมอาหารทะเลเป็นเรื่องที่ซับซ้อน แต่เรามีวิธีในการดำเนินการเพื่อจัดการกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการปรับปรุงการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน และเรายังมีการดำเนินการตรวจสอบคู่ค้าของเราโดยหน่วยงานจากภายนอก แต่เราทราบดีว่า เราไม่สามารถต่อสู้ปัญหากับปัญหานี้ได้เพียงลำพัง ซึ่งเป็นเหตุผลที่เราต้องใช้วิธีการความร่วมมือกันและทำงานกับผู้มีส่วนได้เสียที่หลากหลายในการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง”

การออกกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน การสร้างศักยภาพของผู้มีส่วนได้เสีย การประยุกต์ใช้นวัตกรรมด้านเทคโนโลยี และอื่นๆ เราพร้อมจะร่วมแบ่งปันประสบการณ์กับประชาคมโลก และร่วมมือกับภาคส่วนอื่นๆ เพื่อให้แรงงานทาสยุคใหม่กลายเป็นปัญหาในอดีต”

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กล่าวว่า “การเคารพและปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องที่บริษัทให้ความสำคัญมากที่สุด โดยเฉพาะขั้นตอนการจ้างแรงงานและการจัดสวัสดิการ ทั้งยังให้การสนับสนุนศูนย์สวัสดิภาพและธรรมาภิบาลแรงงานประมงสงขลา (Fishermen Life Enhancement Centre : FLEC) ซึ่งมีการจัดอบรมและกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตให้กับแรงงานประมง ตลอดจนการยึดปฏิบัติตามนโยบายบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนของบริษัท โดยกำหนดเป้าหมาย 100% ของบรรจุภัณฑ์พลาสติกของบริษัทที่นำมาใช้จะต้องนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reusable) นำมาใช้ใหม่ (Recyclable) นำไปผลิตเป็นสินค้าใหม่ได้ (Upcyclable) หรือ สามารย่อยสลายได้ (Compostable) ภายในปี 2568”

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ทียู กล่าวว่า “ที่ไทยยูเนี่ยน เรามุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะต่อสู้กับการค้ามนุษย์ ห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมอาหารทะเลเป็นเรื่องที่ซับซ้อน แต่เรามีวิธีในการดำเนินการเพื่อจัดการกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการปรับปรุงการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน และเรายังมีการดำเนินการตรวจสอบคู่ค้าของเราโดยหน่วยงานจากภายนอก แต่เราทราบดีว่า เราไม่สามารถต่อสู้ปัญหากับปัญหานี้ได้เพียงลำพัง ซึ่งเป็นเหตุผลที่เราต้องใช้วิธีการความร่วมมือกันและทำงานกับผู้มีส่วนได้เสียที่หลากหลายในการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง”

สมาชิกของ SeaBOS ทุกคนได้มีการตั้งคณะทำงานชุดใหม่ด้านการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อจัดการผลกระทบสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของอุตสาหกรรมอาหารทะเล พร้อมกับการรับรู้ถึงประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพจากการรับประทานอาหารทะเลมากขึ้น ซึ่งขณะเดียวกันยังลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของการผลิตอาหาร

ดร.ปริญญ์ พานิชภักดิ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในเวทีสัมมนาวิทยาการของกรมส่งเสริมสหกรณ์ “การพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ สู่ความยั่งยืน” ว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นองค์กรที่มีความสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานของสหกรณ์ทั่วประเทศ เพื่อเป็นองค์กรที่ดูแลความเป็นอยู่ให้กับประชาชน สหกรณ์ที่ประสบความสำเร็จต้องมีผู้นำที่เข้มแข็ง กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง ลองผิดลองถูก ทดลองผลิตสินค้าและตลาดใหม่ๆ ในทางที่ดี และเห็นว่าสหกรณ์ต้องเอาเทคโนโลยี 4.0 และข้อมูลวิถีชีวิตของชุมชนแบบยุค 0.4 มาผนวกกัน เพราะข้อมูลคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ในการนำมาวางแผน และควรให้ความสำคัญในการทำยุทธศาสตร์ข้อมูล เพราะความท้าทายของเกษตรกรและสหกรณ์ ไม่ใช่เฉพาะภัยธรรมชาติแค่ปัญหาน้ำ ดิน ภัยแล้ง การขาดความรู้ในการทำบัญชี การโดนกดราคา การขาดตลาดใหม่ การไม่เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง แต่เป็นโลกดิจิตอลที่สหกรณ์ต้องเตรียมความรู้และเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง และกรมส่งเสริมสหกรณ์ต้องพัฒนาตัวชี้วัดความสำเร็จของสหกรณ์ ไม่ใช่วัดเพียงปริมาณ แต่ให้วัดเชิงคุณภาพ และให้สอดรับกับการปรับเปลี่ยนของยุคสมัยด้วย

ทั้งนี้ เหตุที่ต้องปรับปรุงเพื่อรับการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากสหกรณ์คือองค์กรที้เข้าถึงประชาชนและเป็นหน่วยที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับชุมชนตัวจริง ปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สหกรณ์ต้องเปลี่ยนความคิด และหันมาใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและการสร้างเครือข่ายเพื่อสร้างอำนาจต่อรองให้มากขึ้น ที่ผ่านมาการแยกและแบ่งประเภทของสหกรณ์ถูกต้อง แต่ต้องเชื่อมให้สหกรณ์ที่แย่สุดกับสหกรณ์ที่ดีสุด เพื่อสร้างโอกาสและความร่วมมือที่จะพัฒนาไปพร้อมๆ กัน

คนโบราณสมัยก่อน ท่านมักจะนำสมุนไพรประเภทต่างๆ มาใช้ประโยชน์ในรูปแบบสดๆ โดยตรง เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์ในการรักษาโรคต่างๆ จากสมุนไพรให้ได้มากที่สุด และเครื่องดื่มรูปแบบชาสมุนไพรที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เช่น ชาขิง ชามะตูม ชาเก๊กฮวย ชารางจืด ชาคำฝอย และชาอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งก่อนที่จะแปรรูปมาเป็นชาเพื่อสุขภาพต่างๆ นั้น จำเป็นต้องนำเอาวัตถุดิบเหล่านั้นมาทำความสะอาด แล้วค่อยผ่านกระบวนการอบฆ่าเชื้อโรค จากนั้นจึงนำไปเข้าเครื่องตัด สับ บด และต้มสกัด จนได้ตามรูปแบบที่ต้องการ เช่น แบบผงละเอียด หรือของเหลวข้นๆ แล้วนำมาผสมน้ำตาลก่อนเข้าเครื่องอบแล้วพาสเจอร์ไรซ์ บรรจุซองเพื่อใช้และจำหน่ายต่อไป

เครื่องดื่มสมุนไพรชนิดบรรจุซองพร้อมชง ส่วนมากมักจะมีราคาสูง ค่อนข้างสูงกว่าการซื้อสมุนไพรสดมาต้มกินเอง ซึ่งสมุนไพรชนิดพร้อมชงนั้นย่อมมีความสะดวก และให้คุณค่าทางยาที่คงที่กว่าสมุนไพรสดต้มอย่างแน่นอน

ชาสมุนไพรของไทย ยังมีการนำส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศบ้าง เช่น ประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ เป็นต้น แต่ปัญหาจากการผลิตสมุนไพรก็คือ ปริมาณวัตถุดิบที่ได้มาแต่ละปีมักมีจำนวนไม่แน่นอน เพราะเกษตรกรส่วนมากมักจะเลือกปลูกพืชเศรษฐกิจอย่างอื่นที่ให้ผลตอบแทนมากกว่านั่นเอง!

นอกจากนั้นแล้ว ความนิยมในการดื่มชาสมุนไพร ยังอยู่ในวงจำกัดเฉพาะกลุ่มผู้รักสุขภาพเท่านั้น จึงส่งผลทำให้ธุรกิจการทำชาสมุนไพรเหล่านี้ขยายตัวได้ช้าลงมาก

การพัฒนาและส่งเสริมให้มีการปลูกพืชสมุนไพรอย่างต่อเนื่อง ด้วยการประกันราคาผลผลิตให้แก่เกษตรกร เพื่อให้มีวัตถุดิบป้อนโรงงานอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอ พร้อมทั้งพยายามลดต้นทุนการผลิต ตลอดจนประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้เห็นคุณค่าในการดื่มชาสมุนไพร แทนการดื่มน้ำหวานหรือน้ำอัดลม และเครื่องดื่มอื่นๆ ที่ไม่มีประโยชน์กันมากขึ้น

เครื่องดื่มสมุนไพร ซึ่งเป็นที่นิยมในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งมีทั้งที่เป็นวัตถุดิบสดๆ ชนิดบรรจุซองสำเร็จรูป และชนิดบรรจุกระป๋องพร้อมดื่ม

การที่สมุนไพรบางชนิดถูกนำมาดัดแปลงเป็น ชาสมุนไพร (หมายถึง สามารถชงกินกับน้ำร้อนได้คล้ายๆ ชา) ก็เนื่องด้วยสรรพคุณทางยาของสมุนไพรแต่ละชนิดที่นำมาดัดแปลง เพื่อให้เกิดความสะดวก เช่น

1. กระเจี๊ยบ เป็นพืชประเภทล้มลุก ซึ่งกระเจี๊ยบที่ใช้คือ กระเจี๊ยบแดง (ส่วนกระเจี๊ยบขาว หรือกระเจี๊ยบมอญ ส่วนมากใช้ปรุงประกอบอาหารประเภทแกง ผัด หรือต้มจิ้มน้ำพริก เป็นต้น)

กระเจี๊ยบแดง มีสรรพคุณในการช่วยลดไขมันในเส้นเลือด แก้ไอ ขับเสมหะ ป้องกันนิ่ว แก้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

วิธีการนำไปใช้ ให้ใช้ผงกระเจี๊ยบแดง (ที่มีส่วนผสมของน้ำตาลแล้ว) ละลายน้ำดื่ม หรือบางทีใช้กรรมวิธีการแปรรูปเป็นน้ำกระเจี๊ยบแดงสำเร็จรูปที่มีรสหวานบรรจุขวด (เช่น กระเจี๊ยบแดงที่ผลิตจากโครงการหลวง หรือจากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ เป็นต้น)

2. เกสรบัวหลวง มีสรรพคุณในการช่วยบำรุงหัวใจ แก้อาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น ใจหวิว อารมณ์เสียบ่อยๆ หงุดหงิดง่าย จิตใจเซื่องซึม หงอยเหงา หายใจอึดอัด บำรุงปอด บำรุงกำลัง แก้ลม แก้ไข้ แก้กระหายน้ำ แก้ปากเปื่อย ซึ่งคนในสมัยก่อนมีการใช้เกสรบัวหลวงมามวนผสมกับยาเส้น ทำเป็นยาสูบ (บุหรี่ตราบัวหวาน) และในปัจจุบันมีการใช้วิธีตากเกสรบัวให้แห้งแล้วนำมาชงกับน้ำร้อนดื่ม

รูปแบบ และขนาดยาที่ใช้

เกสรปรุงเป็นยาหอมบำรุงหัวใจ บรรเทาอาการหน้ามืด วิงเวียนทำให้ชื่นใจ เป็นยาสงบประสาท ขับเสมหะ

1. เกสรบัวหลวงสด หรือแห้ง ประมาณ 1 หยิบมือ ชงกับน้ำร้อน 1 แก้ว (ประมาณ 240 มิลลิลิตร) ทิ้งไว้นาน 10-15 นาที ดื่มขณะที่ยังอุ่นอยู่ ครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3-4 ครั้ง

2. เกสรบัวหลวงแห้ง บดเป็นผง 0.5-1 ข้อนชา ชงน้ำร้อนดื่ม หรือใช้ในขนาด 3-5 กรัม ขิง เป็นพืชประเภทล้มลุกที่มีคุณค่าทางสมุนไพรมากอีกชนิดหนึ่ง เพราะสามารถนำมาทำเป็นยาและอาหารได้ ด้วยสรรพคุณสำคัญที่ช่วยในการขับลม ปัจจุบันได้มีการดัดแปลงเป็น ขิงผง บรรจุซองใช้ชงน้ำร้อนดื่ม (ส่วนมากจะมีน้ำตาลผสมอยู่) ส่วนขิงอ่อนนั้นส่วนมากมักถูกนำไปใช้ในการปรุงประกอบอาหาร ซึ่งได้ทั้งประเภทผัด และประเภทต้ม

ขิง มีสรรพคุณทำให้ร่างกายอบอุ่นและป้องกันโรคหวัด สมุนไพรรสจัดชนิดนี้ถูกใช้ในแพทย์แผนจีนเพื่อช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ ต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและฟื้นฟูการทำงานของลำไส้ นอกจากนี้ เมื่ออุ่นให้ร้อนจะมีรสชาติที่เผ็ดมากขึ้น ทำให้ร่างกายอบอุ่น ช่วยป้องกันโรคหวัดและไข้ทับระดูได้อีกด้วย

3. มะตูม จัดเป็นประเภทไม้ยืนต้น ส่วนของผลมีลักษณะเปลือกแข็ง ส่วนมากมักจะใช้กินเป็นอาหารเมื่อผลมะตูมสุกแล้ว สำหรับมะตูมที่ยังมีขนาดอ่อนสามารถนำมาหั่นเป็นแว่นๆ แล้วนำไปตากแห้ง ชงแบบชาดื่มได้ และในปัจจุบันมีการผลิตออกมาแบบผงบรรจุซอง และประเภทน้ำบรรจุขวด (มีน้ำตาลผสม)

มะตูม มีสรรพคุณในการเคลือบแผลในกระเพาะอาหาร แก้ท้องเสีย แก้ร้อนใน ช่วยในการระบายท้อง และผลมะตูมอ่อนยังสามารถนำไปผลิตเป็นของหวานที่เรียกว่า มะตูมเชื่อม (หรือมะตูมแบบเกล็ดแห้ง เป็นการถนอมอาหารเพื่อเก็บไว้กินได้นานๆ ได้)

4. เก๊กฮวย เป็นดอกไม้ที่ได้จากต้นเก๊กฮวย (ในประเทศจีน) ส่วนมากจะใช้ดอกแห้งนำมาชงกับน้ำร้อนดื่ม

สรรพคุณ แก้อาการร้อนใน ซึ่งในปัจจุบันมีการแปรูปเป็นเป็นเก๊กฮวยผงบรรจุซอง และเก๊กฮวยน้ำบรรจุขวด (ผสมน้ำตาลสำเร็จรูป) และสามารถนำมาทำเครื่องดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น (ใส่น้ำแข็ง หรือแช่ตู้เย็น)

4. ว่านรางจืด จัดเป็นพืชประเภทล้มลุก เป็นพืชมีสรรพคุณเฉพาะทางยาเท่านั้น ใช้ขจัดพิษในร่างกายจากสารเคมี ถอนพิษ แก้อาการแพ้พิษต่างๆ ขับพิษทางปัสสาวะ ลดระดับน้ำตาลในเลือด แก้พิษจากแอลกอฮอล์ หรืออาการเมาค้าง แก้อาการร้อนใน แก้กระหายน้ำ (สำหรับผู้ที่ได้รับพิษ ซึ่งทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม และอยู่ใกล้แหล่งที่มีมลภาวะสูง หรือสูดอากาศเสียเข้าไปเป็นประจำ ควรจะดื่มชารางจืด อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยขับพิษออกจากร่างกาย)

6. ว่านหางจระเข้ จัดเป็นพืชล้มลุก (ต้นสีเขียว) ที่สามารถใช้ทำเป็นเครื่องสำอางได้หลายๆ ประเภท เช่น โลชั่น สบู่ แชมพูสระผม เป็นต้น อีกทั้งยังนำมาทำเป็นอาหาร (แบบอาหารหวาน) ได้โดยนำมาดัดแปลงบรรจุใส่ในขวด ทำเป็นน้ำว่านหางจระเข้ ที่ผสมเนื้อว่านหั่นเป็นชิ้นๆ

สรรพคุณของว่านหางจระเข้ ช่วยในการบรรเทาโรคกระเพาะอาหาร โรคมะเร็ง โรคทางเดินหายใจอักเสบ โรคปอด เป็นต้น7. ชาตะไคร้ ทำจากต้นและใบตะไคร้ อบให้แห้งแล้วบด ตะไคร้จะมีกลิ่นหอม ขับลม ช่วยย่อยอาหาร แก้ลมวิงเวียน แก้ปวดเกร็งในท้อง ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ และมีรายงานการทดลองพบว่า ตะไคร้นั้นมีคุณสมบัติต้านมะเร็งได้อีกด้วย

8. ชาใบเตย ทำจากใบเตยหอมอบแห้ง บดเป็นผง มีสีเขียวใบเตย มีกลิ่นหอมชื่นใจ ใบเตยมีคุณสมบัติบำรุงหัวใจ ขับปัสสาวะ ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ชาใบเตยจึงเหมาะกับคนที่เป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และคนธรรมดาทั่วไปก็ดื่มได้ โดยกลิ่นหอมของใบเตยชื่นใจ คลายเครียดได้ดี

9. ดอกคำฝอย จัดเป็นพืชประเภทล้มลุก ส่วนมากจะนำส่วนของดอกมาทำยา โดยการนำดอกมาตากแห้งแล้วบรรจุซอง หรือขวด (โครงการหลวง)

สรรพคุณของดอกคำฝอย สามารถช่วยลดไขมันในเส้นเลือด บำรุงเลือด บำรุงประสาท เป็นต้น

ตัวอย่างชาสมุนไพรที่ได้กล่าวมานั้นเป็นชาสมุนไพรไทยที่มีขายอยู่มากในท้องตลาด ซึ่งล้วนแต่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ สามารถดื่มได้ทุกวัน สมุนไพรบ้านเรายังมีอีกมากที่ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์แถมยังหาได้ง่ายอีกด้วย และสามารถพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบของชาสมุนไพรที่มีคุณภาพต่อไปได้อีก

การดื่มชาสมุนไพรหลังอาหาร หรือดื่มไปพร้อมๆ กับการกินอาหารนั้น นอกจากจะเป็นการช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายแล้ว ยังสามารถช่วยให้ระบบการทำงานของร่างกายในหลายๆ ส่วน เช่น ระบบการย่อยอาหาร ระบบขับถ่าย ระบบปัสสาวะ หัวใจทำงานได้ดี และยังเป็นตัวช่วยสะสาง ขับล้างไขมันที่เกาะติดอยู่ตามลำไส้อีกด้วย หรือที่เรียกว่า Detox นั่นเอง

การจิบชาสมุนไพรนั้นดีต่อร่างกายของเราแน่นอน ส่วนหนึ่งเพราะกลิ่นหอมอ่อนๆ ของใบชา จะช่วยให้เราผ่อนคลายความเครียดและความกังวลได้ และประโยชน์จากการจิบชาสมุนไพรเป็นประจำ จะช่วยรักษาร่างกายให้ชุ่มชื้น ทำให้ผิวพรรณมีน้ำมีนวล แลดูอ่อนเยาว์ และยังช่วยป้องกันไวรัสและแบคทีเรีย นอกจากนี้ ชาสมุนไพรยังเต็มไปด้วยสารแอนติออกซิแดนท์ และฟลาโวนอยด์ ซึ่งช่วยในการปกป้องอาการเจ็บป่วยต่างๆ อีกด้วย

และหากคนไทยเราหันมาดื่มชาสมุนไพรเหล่านี้เพื่อสุขภาพกันมากขึ้น แทนการดื่มน้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มบำรุงกำลังอื่นๆ ที่มีการโฆษณากันมากมายตามท้องตลาด ก็จะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะช่วยให้สมุนไพรพื้นบ้านของไทยกลับมามีบทบาทและความสำคัญมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

ทุเรียน เป็นไม้ผลยอดฮิตในปัจจุบัน ทุกภาคสนใจปลูก แต่จะได้ผลมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐาน และความเข้าใจในการดูแลรักษา

คุณชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 จันทบุรี บอกว่า ทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจ สามารถส่งออกต่างประเทศปีหนึ่งทำเงินหลายหมื่นล้านบาท เกษตรกรส่วนหนึ่งที่ปลูกทุเรียนมีรายได้ดีถึงขั้นเป็นเศรษฐี

แต่การที่จะปลูกทุเรียนแล้วขายได้ขายดี ต้องทำคุณภาพ เมื่อถึงเวลาขายต้องไม่มีแมลง โรค อยู่ที่ผล ไม่ตัดทุเรียนอ่อน หากดูภายใน ทุเรียนเนื้อไม่แกร็น ไม่ไส้ซึม และที่สำคัญมากนั้น ไม่มีสารตกค้างที่จะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

การผลิตทุเรียนให้มีคุณภาพดี มีหลัก 4 ประการ ด้วยกัน

ประการที่หนึ่ง…ต้องเข้าใจพืช โดยเฉพาะเรื่องการเจริญเติบโต มีช่วงไหนที่พืชสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรค การเข้าทำลายของศัตรูพืช การออกดอก ติดผล และอื่นๆ ประการที่สอง…ต้องเข้าใจปัจจัยการผลิต โดยเฉพาะสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช ฮอร์โมนต่างๆ หากเข้าใจจะลดต้นทุนการผลิตได้ ตรงกันข้าม หากไม่เข้าใจจะเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิต และสร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม

ประการที่สาม…ต้องเข้าใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งสิ่งแวดล้อมแต่ละช่วงแตกต่างกัน อย่างทุเรียนออกดอกต้องการสิ่งแวดล้อมอย่างไร จะติดผลต้องการความชื้นมากน้อยขนาดไหน ทุเรียนแตกใบอ่อนขณะติดผลป้องกันและแก้ไขอย่างไร

ประการสุดท้าย…ต้องเข้าใจความสัมพันธ์ทั้งสามประการที่กล่าวมา คือเข้าใจพืช เข้าใจปัจจัยการผลิต และสิ่งแวดล้อม หากเข้าใจจะสามารถผลิตทุเรียนมีคุณภาพปลอดภัยต่อผู้บริโภคได้

การผลิตทุเรียนให้มีคุณภาพนั้น ต้องมีเทคโนโลยีที่เหมาะสม กรมวิชาการเกษตร ในฐานะเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้วิจัยและรวบรวมข้อมูลไว้ครบถ้วน สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี, สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 และสถาบันวิจัยพืชสวน หน่วยงานที่กล่าวมานี้ สังกัดกรมวิชาการเกษตร

ร่วมฟังเต็มๆ ในงาน “เสวนา 32 ปี เทคโนโลยีชาวบ้าน…ไม้ผลพารวย ยุค 5 G” 31 ตุลาคม 2562 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ หนังสือพิมพ์ข่าวสด ผอ. ชลธี จะมาให้ความรู้ เรื่อง “ผลิตทุเรียนให้รวยยั่งยืน” ในวันและเวลาดังกล่าว

รมช. มนัญญา ร่วมแสดงความยินดีโอกาสครบรอบ 47 ปี กรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมผลักดันนโยบาย สร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ สนับสนุนให้สหกรณ์ดึงลูกหลานสมาชิกสหกรณ์กลับสู่ถิ่นฐานบ้านเกิด เพื่อสานต่ออาชีพการเกษตร เน้นการทำเกษตรอินทรีย์ ลดใช้สารเคมี ทำเกษตรแนวใหม่ ทำน้อยแต่ได้มาก ใช้เทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาผลผลิต ให้มีคุณภาพและขยายช่องทางตลาดให้เข้าถึงผู้บริโภค

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 47 ปี วันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ ณ บริเวณลานหน้าพระอนุสาวรีย์กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทวศร์ กรุงเทพฯ ในการนี้ ได้อ่านสารรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ ครบรอบ 47 ปี และเชิญเครื่องราชอิสริยาภรณ์เพื่อมอบให้กับข้าราชการ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงาน พร้อมทั้งยังให้นโยบายการปฏิบัติงานแก่ข้าราชการ ลูกจ้าง และบุคลากรของกรมส่งเสริมสหกรณ์

“กรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นหน่วยงานที่ทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกรและประชาชนทุกพื้นที่ ขอให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ร่วมกับกรมตรวจบัญชีสสหกรณ์ พัฒนาสหกรณ์ให้ได้มาตรฐาน จัดเกรดสหกรณ์ ระดับ A B และ C และเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานของสหกรณ์ให้สูงขึ้น เพราะสหกรณ์เป็นองค์กรที่มีความสำคัญที่จะช่วยดูแลเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง รวมทั้งเน้นให้สหกรณ์ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค และกำลังประสานความร่วมมือกับหลายหน่วยงานเพื่อหาช่องทางตลาดให้กับสหกรณ์ เพราะหากสามารถทำให้สหกรณ์มีรายได้เพิ่มจากการค้าขายและการทำธุรกิจ จะส่งผลที่ดีกลับไปยังเกษตรกรที่เป็นสมาชิกด้วย” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายสนับสนุนให้สหกรณ์มีส่วนช่วยเหลือการสร้างอาชีพรายได้แก่เกษตรกรอย่างมั่นคง ช่วยให้คนรุ่นใหม่ที่รักอาชีพทำการเกษตรไม่ทิ้งถิ่นฐาน โดยการดึงลูกหลานสมาชิกสหกรณ์กลับสู่บ้านเกิด เนื่องจากขณะนี้ในจังหวัดต่างๆ มีแต่คนแก่เลี้ยงหลานจำนวนมาก เพราะพ่อแม่ต้องไปงานในเมืองใหญ่ จึงมีแนวคิดที่จะดึงคนเหล่านี้ ให้กลับบ้านมาดูแลและอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัว ซึ่งกำลังคิดหาโครงการที่จะดำเนินการผ่านสหกรณ์ เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ มาสานต่ออาชีพการเกษตรจากพ่อแม่ เน้นการทำเกษตรสมัยใหม่ ใช้เทคโนโลยีมาพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพ ทำน้อยแต่ได้มาก และขอให้เน้นทำเกษตรอินทรีย์ลดการใช้สารเคมี ควบคู่กับการใช้หลักการตลาดนำผลิต เพื่อสร้างอาชีพที่มั่นคง และได้สั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ไปศึกษาแนวทางเพื่อดำเนินการในทันที

ด้าน นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า โครงการส่งเสริมอาชีพให้ลูกหลานสมาชิกสหกรณ์นั้น กรมฯ จะประสานไปยังสหกรณ์ทุกพื้นที่ เพื่อเปิดรับสมัครผู้สนใจมาร่วมโครงการ ซึ่งเกษตรกรรุ่นพ่อรุ่นแม่ ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตร จากนี้ไปต้องดึงรุ่นลูกซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่เข้ามาสานต่อ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์พร้อมให้การสนับสนุนทั้งด้านองค์ความรู้การประกอบอาชีพ และ ทั้งนี้ มีตัวอย่างให้เห็นในหลายจังหวัด มีผู้ที่มาทำงาน ในกรุงเทพฯ แต่ยิ่งนานไปกลับมีแต่หนี้สินเพิ่มมากขึ้น จึงต้องการกลับไปอยู่บ้านเกิดและทำการเกษตร ทางสหกรณ์จึงได้แนะนำให้ปลูกผักอินทรีย์เพื่อจำหน่าย จนสามารถปลดหนี้สินได้หมด เชื่อมั่นว่าคนรุ่นใหม่นั้น ถ้าตั้งใจทำเกษตรกรรมจริง จะทำได้สำเร็จ เพราะมีมุมมองเรื่องการตลาด สามารถขายผลผลิตผ่านออนไลน์ และเข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน เมื่อเห็นโอกาสและช่องทางในการขายสินค้าแล้ว จึงจะมาวางแผนการผลิตได้ตรงตามที่ตลาดต้องการ” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นหน่วยงานสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 1 ตุลาคม 2515 มีอำนาจหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุน แนะนำ กำกับ และดูแลระบบสหกรณ์ของประเทศไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ “การสหกรณ์มั่นคง สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรเข้มแข็ง เศรษฐกิจและสังคมของชุมชนยั่งยืน” ปัจจุบัน ประเทศไทยมีจำนวนสหกรณ์ 7 ประเภท ได้แก่ สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์นิคม สหกรณ์ประมง สหกรณ์ร้านค้า สหกรณ์บริการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน และสหกรณ์ออมทรัพย์ รวมกันกว่า 8,097 แห่ง เป็นสหกรณ์ภาคเกษตร 4,547 แห่ง สหกรณ์ นอกภาคเกษตร 3,550 แห่ง สมาชิกสหกรณ์ทั่วประเทศกว่า 11.6 ล้านคน เป็นสมาชิกสหกรณ์ภาคการเกษตร 6.7 ล้านคน สมาชิกสหกรณ์นอกภาคเกษตร 4.9 ล้านคน มีทุนดำเนินการ 3.1 ล้านล้านบาท และปริมาณธุรกิจ 2.5 ล้านล้านบาท

เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ

ผมปลูกมะนาวไว้ที่สวนหลังบ้านในวงบ่อซีเมนต์ 3 ต้น ระยะแรกต้นมะนาวก็เติบโตดี แต่เมื่อเติบโตขึ้น ใบมีจำนวนมากขึ้น กลับพบว่าที่ใบมีรอยเหมือนทางรถคดเคี้ยวไปมา สอบถามเพื่อนๆ ได้รับคำตอบว่า นั่นคือหนอนชอนใบเริ่มอาละวาดแล้ว บางช่วงระบาดรุนแรงมากทำให้ใบเสียหาย ไม่ทราบว่าผมจะป้องกันและแก้ไขได้อย่างไร ขอคำแนะนำด้วยครับ

หนอนชอบใบ (Leaf miner, Leafy worm) เป็นผีเสื้อกลางคืนชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็กมาก ตัวเต็มวัยเมื่อสยายปีกออก วัดความกว้างได้ 6.0-8.0 มิลลิเมตร ลำตัวสีหม่น ปีกสีขาวนวลมันวาว ปลายปีกมีจุดดำหลายจุด และมีแถบสีน้ำตาลเข้ม เพศเมียวางไข่ไว้ที่ใต้ใบมะนาวที่ผลิออกมาใหม่ คราวละ 1 ฟอง รูปร่างกลม สีเหลืองใส ขนาดเล็กมาก (ให้ดูภาพประกอบภายในวงหนังสติ๊ก) ตัวอ่อนฟักออกจากไข่ภายใน 3 วัน แล้วเจาะชอนเข้าในเนื้อใบ ดูดกินน้ำเลี้ยงคดเคี้ยวเป็นทางคล้ายทางรถยนต์ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน และจะดำรงเป็นตัวหนอนอยู่ได้ 7-10 วัน จากนั้นจึงเข้าดักแด้ การระบาดรุนแรงมักเกิดขึ้นในช่วงที่มะนาวผลิใบอ่อน ระหว่างเดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนกันยายนของทุกปี หรืออยู่ในช่วงฤดูฝน พอย่างเข้าฤดูหนาวการระบาดจะลดความรุนแรงลง การเข้าทำลายใบมะนาวนอกจากทำให้ประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสงของใบมะนาวลดลงแล้ว ยังเปิดทางให้โรคแคงเกอร์เข้าร่วมทำลายได้ง่ายขึ้น