แนะโฟกัส “นิชมาร์เก็ต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทซีที

ผู้ผลิตหุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุ ชื่อ “ดินสอ” ส่งออกไปขายในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันมีผู้สูงอายุมากกว่า 30 ล้านคน ได้ให้ความเห็นต่อทิศทางธุรกิจท่องเที่ยวและบริการในยุค 4.0 ว่า จริง ๆ แล้วประเทศไทยมี “ขงเบ้ง” จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นนักวิจัย แพทย์ ฯลฯ แต่ยังขาด “เล่าปี่” ซึ่งก็คือ นักธุรกิจผู้สร้างเวทีให้กับสินค้า

“ปัจจุบันงานวิจัยดี ๆ ของไทย ถูกนักธุรกิจจีนมาช็อปปิ้งไปพัฒนาเชิงพาณิชย์ต่อ กลายเป็นว่ามีคนเก่งกับของดี ๆ จำนวนมาก แต่คนไทยไม่ทำเอง คนชาติอื่นดึงไปทำก่อน อีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญของคนไทยคือ นิสัยคนไทยที่ยังอยู่ในยุค 2.0-3.0 คิดว่าคนอื่นเขานำหน้าเราเสมอ อยากจะทันโลก แต่ไม่อยากจะนำโลก”

ดังนั้น การที่ประเทศไทยจะไปในยุค 4.0 ได้นั้น ต้องเลือกการตลาดแบบเฉพาะเจาะจง (นิชมาร์เก็ต) หรือปักธงใน “พื้นที่เฉพาะ” (specific area) ก่อน แล้วค่อยขยายไปยังพื้นที่อื่น ๆ

พร้อมทั้งยกตัวอย่างว่า ตอนที่ทำหุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุขายในญี่ปุ่น เขามองว่า ต้องผลิตหุ่นยนต์เจาะตลาดความต้องการเฉพาะ ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์ที่ไม่มีใครเข้ามาแก้ปัญหานี้มาก่อนเลย หากผลิตที่ญี่ปุ่นจะมีต้นทุนแพงมาก จึงจ้างคนไทยที่เรียนจบมาทางด้านการผลิตหุ่นยนต์แล้วใช้วิธีส่งออก

พร้อมใส่อารมณ์ (emotion) ลงไปในหุ่นยนต์ด้วย เพื่อให้มีความมีชีวิตชีวา ใส่ฟีเจอร์ชวนผู้สูงอายุสวดมนต์ ร้องคาราโอเกะ เกมใครหนอ ให้ทายชื่อลูกหลาน ญาติ คนรอบตัว หรือดาราในยุคเก่า ๆ ช่วยคลายเหงาและป้องกันโรคสมองเสื่อม

ไม่เพียงแค่นี้ ยังใส่ฟีเจอร์สำคัญ ๆ เช่น สามารถวิดีโอคอลหาแพทย์ได้ หากหกล้มหรือไม่กระดุกกระดิกนานก็จะส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ดูแล มีเทคโนโลยีมองเห็นในที่มืด เพื่อหาคนเป็นเจ้านายให้เจอ เป็นต้น

ทั้งหมดนี้คือ จุดขายที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นสนใจซื้อหุ่นยนต์ไปเป็นเพื่อนพ่อแม่สูงวัยซึ่งอยู่ตามต่างจังหวัด

นี่คือ หลักการคิดในการพัฒนาส่งเสริมสินค้าด้านการท่องเที่ยวและบริการในยุค 4.0 ยุคที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามามีบทบาทและมีความสำคัญมากขึ้น ! นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในการประชุมมอบนโยบายและตรวจเยี่ยมธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ว่า ในปี 2561 ต้องการให้ ธ.ก.ส. ปฏิรูปภาคการเกษตรโดยเฉพาะการดูแลเอสเอ็มอีเกษตร และการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบจึงให้ไปศึกษาแนวทางการจัดตั้งกองทุนสตาร์ตอัพเพื่อเกษตรกร ในลักษณะเดียวกันกับธนาคารพาณิชย์ ที่มีลูกค้าสตาร์ตอัพเป็นของตัวเองมีหน้าที่ในการเข้าไปช่วยเงินทุนในการจัดตั้งกิจการรวมทั้งให้สินเชื่อเพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้

รวมทั้งให้ ธ.ก.ส. มีหน้าที่ในการช่วยเหลือในการลดต้นทุนให้เกษตรกรโดยลดภาระให้น้อยที่สุด เช่น อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี ที่ MRRหรือ 7% มีความเป็นไปได้ที่จะปรับลดลงหรือไม่ ฝากให้ รมว.คลัง เข้าไปดูแล

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ในฐานะประประธานกรรมการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า นายสมคิด มอบหมายนโยบาย 2 เรื่อง คือ 1. ให้ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในโครงการสวัสดิการแห่งรัฐให้มีรายได้ดีขึ้นโดยเฉพาะผู้อยู่ต่ำกว่าเส้นยากจน 30,000 บาทต่อปี โดยในส่วนของเกษตรกรที่มาลงทะเบียนคนจนมีจำนวน 3.9 ล้านราย ในจำนวนนี้เป็นลูกค้า ธ.ก.ส.กว่า 1 ล้านราย และเกษตรกรทั่วไปกว่า 2 ล้านราย ผ่าน 3 มาตรการ 9 โครงการ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ดีขึ้นโดยจะเสนอพร้อมกับมาตรการบัตรจนเฟส 2 เข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า

เรื่องที่ 2. แก้ปัญหาโครงสร้างภาคการเกษตรทั้งระบบ โดยปัจจุบันที่ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เนื่องจากไม่เคยมีการปฏิรูปมากว่า 40-50 ปี ในขณะที่เทคโนโลยีก้าวหน้ามาขึ้น จึงจำเป็นต้องปรับตัวให้ทัน ซึ่งปัญหาสำคัญเกษตรกรไม่ปลูกพืชที่ไม่สามารถขายได้ แต่ไม่เปลี่ยนแปลงแต่ข้อมูลมีการเชื่อมโยงทั่วโลก ประเทศอื่นปลูกในสิ่งที่ขายได้และกลายเป็นราคาอ้างอิง ทำให้สินค้าเกษตรไทยขายไม่ได้ราคา และมีต้นทุนสูงจึงสั่งให้ ธ.ก.ส. ไปหารือร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนดแนวทางการปฏิรูปที่ชัดเจน ภายในไตรมาส 1/2561 เพื่อขอรับจัดสรรงบประมาณเป็นการเร่งด่วน

“ถ้าปฏิรูปตอนนี้แม้จะต้องใช้งบประมาณเข้าไปอุดหนุนตามแผนอยู่เยอะ แต่ก็จะทำให้ภาคเกษตรมีการปรับตัว ปลูกสินค้าที่มีความต้องการ ส่วนสินค้าที่ไม่สามารถขายได้ ก็จะลดลง ท้ายที่สุดรัฐบาลก็ไม่จำเป็นต้องเข้าไปอุดหนุนราคาอีก จึงฝาก ธ.ก.ส. และกระทรวงเกษตรฯ เข้าไปทำแผนร่วม ซึ่งเชื่อว่ากระทรวงเกษตรฯ มีข้อมูลทั้งหมดอยู่แล้ว เช่น การจัดโซนนิ่ง การใช้ตลาดเป็นตัวนำ ก็เป็นแผนหนึ่ง ส่วนจะใช้งบกลางปี หรืองบปี 2562 ขึ้นอยู่กับความเร่งด่วนของแผน”นายอภิศักดิ์ กล่าว

ส่วนเรื่องการลดอัตราดอกเบี้ย หากเป็นเรื่องนโยบายฝ่ายบริหารของธนาคารก็ต้องรับไปพิจารณาดำเนินการแต่ปัจจุบันดอกเบี้ยของ ธ.ก.ส. ถือว่าต่ำมากอยู่แล้ว ขณะเดียวกันการให้สินเชื่อของธนาคาร ก็ไม่เหมือนกับธนาคารอื่นเนื่องจากมีการส่งเจ้าหน้าที่ เข้าไปติดตามช่วยเหลือดูแลลูกหนี้ที่เป็นเกษตรกร ในส่วนนี้มีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหากสามารถทำได้น่าจะไปลดอย่างอื่น เช่น ต้นทุนการบริหารจัดการ เป็นต้น

นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า 3 มาตรการ 9 โครงการที่จะเสนอ ครม.ในสัปดาห์หน้า ประกอบด้วย 1. มาตรการพัฒนาตัวเอง มี 2 โครงการ ในการให้ความรู้ทางการเงินกับเกษตรกร เป้าหมาย 1.09 ล้านราย 2. มาตรการพัฒนาอาชีพและเสริมรายได้ จากสินเชื่อ 2 โครงการ เป้าหมาย 7.84 แสนราย และ 3. มาตรการลดภาระหนี้สินทั้งในระบบและนอกระบบ รวม 5 โครงการ 3.3 ล้านราย ในจำนวนนี้เป็นโครงการชำระดีมีคืน 2.3 ล้านผ่านความเห็นชอบจากครม. ไปแล้ว โดยในส่วนมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่มีรายได้น้อย 4.1 ล้านราย ธ.ก.ส. จะช่วยเหลือสินเชื่อ 9.5 หมื่นล้านบาท ใน 3 ปีโดยขอรับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาล 8 พันล้านบาท

ในงาน “OTOP CITY 2017” ที่กรมการพัฒนาชุมชนจัดขึ้นวันที่ 17-25 ธันวาคมที่ผ่านมา นับว่าคึกคักสำหรับการช็อปส่งท้ายปี

โดย “อภิชาติ โตดิลกเวชช์” อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน คาดว่าจะสร้างเงินสะพัดกว่า 1,200 ล้านบาท โดยมีหนึ่งในบูทที่น่าสนใจ คือ บูทสินค้าของฝาก gift set ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 โดยการจัดเซตสินค้าของฝากจากทั่วทุกภูมิภาคในราคาสุดคุ้ม ทั้งนี้หลายปัจจัยที่ทำให้สินค้าโอท็อปได้รับความนิยมมากขึ้นใน 2-3 ปีที่ผ่านมา

ไม่ว่าจะเป็นการตื่นตัวของผู้ประกอบการที่เริ่มหันมาพัฒนาคุณภาพสินค้าของตัวเอง เนื่องจากต้องผ่านมาตรฐานตามเกณฑ์ของสินค้าโอท็อป ทำให้รูปแบบและแพ็กเกจจิ้งของสินค้าได้รับการพัฒนาตามไปด้วย เป็นการยกระดับสินค้าโอท็อปให้เกิดการแข่งขันโดยไม่ด้อยไปกว่าสินค้าที่มีอยู่ในท้องตลาดทั่วไป

“สุรพงษ์ ณรงค์น้อย” ประธาน บริษัท ชุมพร โอท็อปอินเตอร์เทรดเดอร์ จำกัด กล่าวว่า การจัดกิฟต์เซตสินค้าโอท็อปนั้นได้รวบรวมสินค้าโอท็อปที่มีคุณภาพจากทุกภาคของประเทศมาขายในราคาพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกาย อาหาร หัตถกรรมต่าง ๆ ซึ่งเป็นสินค้าในเครือข่ายเทรดเดอร์ ที่กรมพัฒนาชุมชนได้มอบหมายให้ จ.กาญจนบุรี ชุมพร สระบุรี และตรัง รวบรวมสินค้ามาจัดเป็นเซต ตอนนี้มีอยู่ประมาณ 20 กว่าเซตที่นำมาขายอยู่ในบูท นอกจากนี้ยังได้รวบรวมสินค้าจากผู้ประกอบการภายในงานกว่า 3,000 บูทมาขายตั้งแต่ราคา 39-999 บาท โดยจัดเป็นหมวดหมู่และตั้งราคาให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้ตามความต้องการ

ขณะเดียวกัน การคัดเลือกสินค้ามาจัดเซตต้องมีคุณภาพได้มาตรฐานตามเกณฑ์ และผู้ประกอบการต้องสามารถผลิตได้ตามออร์เดอร์ เนื่องจากตอนนี้สินค้าโอท็อปมียอดขายดีได้รับความนิยมค่อนข้างหลากหลาย

สำหรับการออกบูทจัดจำหน่ายสินค้าโอท็อปแบบกิฟต์เซตเกิดขึ้นมา 2 ปีแล้ว ปี 2559 ยอดเงินสะพัดอยู่ที่ 10 กว่าล้านบาท ในปี 2560 หากเทียบกันน่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ยอดขายภายในงานตั้งเป้าไว้ประมาณ 18 ล้านบาท และหลังจากจบงานโอท็อปในครั้งนี้จะเป็นการจัดกิฟต์เซตเพื่อขายในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ หรือการทำสังฆทานโอท็อปในเทศกาลต่อไป

“เมื่อลูกค้ามาซื้อสินค้าภายในงาน และได้รับสินค้าที่มีคุณภาพก็บอกกันปากต่อปาก จึงมั่นใจได้ว่าสินค้านั้นมีมาตรฐาน โดยสินค้าส่วนใหญ่จัดอยู่ในมาตรฐานโอท็อประดับ 3-5 ดาว แต่สินค้าในระดับ 1-2 ดาว เราก็ไม่ได้ทิ้ง เพราะเทรดเดอร์จะไปพัฒนาแพ็กเกจจิ้ง เมื่อนำมาบรรจุภัณฑ์แล้วก็สามารถนำออกมาขายได้เช่นเดียวกัน ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นคนไทยที่นิยมมาซื้อของฝากในเทศกาลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเป่าแก้วจากจังหวัดสมุทรปราการ กรอบพระจากพิษณุโลก ช้างเซรามิกจากนนทบุรี”

ถือเป็นการพัฒนาสินค้าโอท็อปตามคอนเซ็ปต์ของงานจากภูมิปัญญา ประชารัฐ สร้างโอกาส สร้างอาชีพ สร้างรายได้ นำสินค้าไปสู่ตลาดอย่างมีคุณภาพโดยแท้จริง ใครสนใจหาซื้อได้ตามเทรดเดอร์ถึงสิ้นเดือนมกราคม 2561 นี้

นายสุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษามหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) เปิดเผยว่า การเลือกเรียนของเด็กในปัจจุบัน สาขาที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย 4 คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัย ยังเป็นด้วยเลือกหลัก ขณะเดียวกันเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นตัวกำหนดอาชีพ และกำลังแรงงานในแต่ละสาขา ก็มีส่วนสำคัญ ส่งผลให้การเรียนตามแฟชั่นลดลง โดยเฉพาะด้านนิเทศศาสตร์ ครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ มีเด็กเลือกเรียนน้อยลงอย่างมาก ขณะที่สาขาธุรกิจ บัญชี การเงิน การตลาด ถ้าไม่มีหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับระบบออนไลน์ หรือดิจิทัล เอาตัวรอดได้ยากในยุคปัจจุบัน เห็นได้ชัดจากการรับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง หรือ Thai university Central Admission System (TCAS) ปีการศึกษา 2561 รอบแรก พิจารณาจากแฟ้มสะสมงาน ของมสด. พบว่าบางสาขาไม่มีเด็กเลือกสมัคร บางสาขามีเด็กเลือกเรียนเพียง 4-5 คน ขณะที่สาขาที่มีคนสมัครจำนวนมาก คือ สาขาพยาบาลศาสตร์ อาหาร และหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัล

“มหาวิทยาลัยเองต้องปรับตัว โดยเฉพาะเรื่องหลักสูตรที่จะต้องมีความทันสมัย ทันต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หลายปีที่ผ่านมามีมหาวิทยาลัยเกิดขึ้นใหม่จำนวนมากกว่า 200 แห่ง ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ปิดไปแล้วจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นมหาวิทยาลัยเอกชน ปัจจุบันเหลือมหาวิทยาลัยอยู่ประมาณ 150 แห่ง ซึ่งเคยมีการทำนายว่า ปี 2563 มหาวิทยาลัยจะปิดตัวลงอีก และจะเหลือมหาวิทยาลัยทั้งระบบอยู่ไม่เกิน 120 แห่ง ในจำนวนที่เหลือแต่ละแห่งจะทยอยปิดคณะ/สาขาลงอีกจำนวนมาก อย่างของมสด.เอง ที่ผ่านมาเปิดสอนทั้งหมด 60 สาขา ปัจจุบันปิดไปแล้วกว่า 36 สาขา ส่วนใหญ่เป็นสาขานิเทศศาสตร์ ครุศาสตร์ เหตุผลเพราะไม่มีคนเลือกเรียน ล้าสมัย อย่างมสด. สาขาครุศาสตร์ เหลือเฉพาะสาขาปฐมวัย และประถมศึกษา และเน้นสอนในหลักสูตรคู่ขนานมากขึ้น เช่น นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้รอบด้าน เพราะอนาคตการเรียนเพียงศาสตร์เดียวไม่เพียงพอต่อการทำงานในอนาคต” นายสุขุมกล่าว

เวลา 17.30 น. วันที่ 4 มกราคม 2561 สถานีตำรวจภูธรเมืองตราด ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้หญ้าใกล้เคียงกับเทศบาลตำบลหนองเสม็ด รอยต่อตำบลหนองคันทรง หลังรับแจ้งได้ประสานงานขอรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลหนองเสม็ดและองค์การบริหารส่วนตำบลหนองคันทรงพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราดร่วมเดินทางตรวจสอบและดับไฟ ที่เกิดเหตุเป็นป่าหญ้าแห้ง เนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ โดยไฟกำลังลุกไหม้จากทิศใต้ลามมายังทิศเหนืออย่างรวดเร็วกลุ่มควันหนาแน่นลอยขึ้นท่องฟ้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทั้ง 2 หน่วยงานฉีดน้ำเพื่อไฟสกัดไฟได้เพียงเล็กน้อย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่เพื่อฉีดน้ำดับไฟได้ ทำได้เพียงเฝ้าระวังไม่ให้ไฟลามเข้าพื้นที่นาข้าวที่อยู่บริเวณโดยรอบเท่านั้น

อย่างไรก็ตามเบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า น่าจะผู้ที่ไม่หวังดีจุดไฟเผาหญ้า เพื่อความสนุก หรือทิ้งก้นบุหรี่ จนทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วและไม่สามารถดับไฟได้ทัน ก่อนจะปล่อยให้ไฟลุกไหม้ลามเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปีที่ผ่านมาในพื้นที่ใกล้เคียงกันซึ่งเป็นหญ้าแห้งเสียหายพอๆกับครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านหรือผู้ที่ขับขี่รถยนต์งดจุดไฟเผาป่าหรือทิ้งก้นบุหรี่ในพื้นที่ที่มีหญ้าแห้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดไฟไหม้

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวระหว่างเป็นประธานการประชุมทางวิชาการการบริหารราชการ กรมส่งเสริมการเกษตร มีเกษตรจังหวัดทั่วประเทศเข้าร่วม ที่อาคารกรมส่งเสริมการเกษตร ว่า เพื่อให้การบริหารงานของกระทรวงฯสามารถช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเข้าถึง ล่าสุดได้สั่งการให้เกษตรจังหวัดประสานงานกับเกษตรอำเภอที่มีกว่า 800 แห่งทั่วประเทศจัดทำแผนงานเพื่อเสนอของบประมาณกลางปี2561 ให้เสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมนี้ ซึ่งปีที่ผ่านมากระทรวงฯเคยได้งบประมาณ 10,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกันได้สั่งการให้เกษตรจังหวัดทั่วประเทศปรับวิธีการทำงานให้เข้าถึงเกษตรกรมากขึ้น เพื่อรับทราบทุกข์สุขของเกษตรกร และในการทำงานหากมีประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเกษตรและหาเจ้าภาพไม่ได้ กระทรวงฯต้องเป็นหน่วยงานหลักในการแก้ปัญหา รวมทั้งต้องทำงานร่วมกับพาณิชย์จังหวัดเพื่อพัฒนาด้านการตลาด ทำงานร่วมกับสำนักงานจังหวัดเพื่อบูรณาการด้านงบประมาณ ขณะที่การทำงานภายในกระทรวง เกษตรจังหวัดทั่วประเทศต้องมีบทบาทมากขึ้น

วันที่ 5 มกราคม 2561 นายเสด็จ ฮุยอวน หัวหน้าสวนป่าทองผาภูมิ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดติดตาม ได้พบช้างป่าวัยรุ่นเพศผู้จำนวน 2 ตัว ที่แยกตัวออกมาหากินก่อนโขลงใหญ่ ตัวหนึ่งเริ่มมีงาโผล่ออกมาให้เห็นทั้ง 2 ข้าง อีกตัวเป็นช้างสีดอไม่มีงา ออกมาหากินพืชผลทางการเกษตรของประชาชน หมู่ 5 บ้านไร่ป้า ต.ห้วยเขย่ง อ.ทองผาภูมิ ใกล้ๆ กับบ่อ 7 ไร่ ภายหลังจากช่วงก่อนหน้านี้เจ้างาเล็กจอมซ่าส์ได้ออกมาหากินนอกเขตพื้นที่สวนป่าทองผาภูมิ และได้กลับเข้าไปอาศัยอยู่ในป่าลึกแล้ว ซึ่งปัจจุบันในพื้นที่สวนป่าทองผาภูมิมีช้างป่าอาศัยอยู่ประมาณ 60-70 ตัว

นายเสด็จ ฮุยอวน หัวหน้าสวนป่าทองผาภูมิ กล่าวว่า ขอแนะนำให้ประชาชนหมู่ 5 บ้านไร่ป้า เร่งเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตรที่ปลูกเอาไว้โดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ติดกับแปลงปลูกไม้สักปี 2531 ที่ยังมีไร่มันสำปะหลังอยู่ และเชื่อว่าช้างป่าทั้ง 2 ตัวจะยังคงอยู่หากินบริเวณดังกล่าวอีกหลายวัน แต่หากประชาชนเก็บเกี่ยวผลผลิตให้เร็วขึ้น ช้างป่าทั้ง 2 ตัวก็จะกลับเข้าไปหากินในผืนป่าลึกเร็วขึ้นเช่นกัน

เมื่อวันที่ 5 มกราคม นายบริรักษ์ ชูสิทธ์ พาณิชย์จังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงพาณิชย์วัดค่าครองชีพจากส้มตำและพบว่า จังหวัดที่ราคาส้มตำแพงที่สุด ได้แก่ จังหวัดกระบี่ ราคาถุงละ 60 บาท รองลงมาเป็นจังหวัดระยอง ถุงละ 55 บาท ส่วนกรุงเทพมหานคร ราคาเฉลี่ย 35 บาท และ จังหวัดที่ราคาถูกสุดได้แก่ ศรีสะเกษ ถุงละ 30 บาทนั้น โดยเจ้าหน้าที่สำรวจข้อมูลจากร้านอาหารมุสลิม ซ้อฝีย๊ะธารา ตั้งอยู่ที่สวนสาธารณะธาราเทศบาลเมืองกระบี่ ซึ่งเป็นร้านที่ได้รับความนิยมของประชาชน พบเมนูอาหารของร้านแสดงราคาชัดเจน ส้มตำเริ่มต้นราคาจานละ 50-280 บาท ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ เช่น ตำไข่เค็ม ตำปูม้าสด ตำถาด

น.ส.ปัทมา ชีวานิช เจ้าของร้านซ้อฝีย๊ะธารา yourplanforthefuture.org เปิดเผยว่า ราคาสินค้าในจังหวัดกระบี่มีราคาสูง ค่าครองชีพสูง ซึ่งร้านใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ สดใหม่ทุกวัน เช่น ถั่วฝักยาว กิโลกรัมกว่า 100 บาท กุ้งแห้งกิโลกรัมละ 350 บาท ปูม้าสดกิโลกรัมละ 300 บาท มะละกอกิโลกรัมละ 15 บาท พริกสด กิโลกรัมละ 200 บาท ส้มตำ 1 จาน ราคา 50-60 บาท ถือว่าไม่แพง สำหรับจังหวัดท่องเที่ยวอย่างจังหวัดกระบี่ ถือมีค่าครองชีพสูงที่สุดในประเทศไทยก็ว่าได้

คอกชนะชัยบางแก้ว จ.พิษณุโลก เนื้อหอมสุด ๆ ผู้คนจากทั่วไทยโทรศัพท์ขอซื้อลูกสุนัขไทยพันธุ์บางแก้ว อยากได้คอกเดียวกันกับที่นายกฯอุดหนุนไป 3 ตัว แต่หมดเกลี้ยงแล้ว ต้องอดใจรออีก 2 เดือน มีอีก 6 แม่ที่ผสมพันธุ์โดยเจ้าเมืองแมน กำลังคลอดในกลางเดือนนี้ คาดได้ลูกสุนัขบางแก้วไม่ต่ำกว่า 20 ตัว

เมื่อวันที่ 5 มกราคม กระแสข่าวการซื้อลูกสุนัขไทยพันธุ์บางแก้วของนายกรัฐมนตรี จำนวน 3 ตัว จากคอกชนะชัยบางแก้ว บ้านยมราช ต.ท่านางงาม อ.บางกระกำ จ.พิษณุโลก ส่งผลดีให้มีประชาชนสนใจสอบถามสั่งซื้อลูกสุนัขจากคอกต่าง ๆ จำนวนมาก โดยเฉพาะคอกชนะชัยบางแก้ว ของนายเสนอ จันทร์พุฒ เจ้าตัวต้องรับโทรศัพท์จากทุกสารทิศทั่วไป มีติดต่อสอบถามเข้ามาเพื่อขอซื้อลูกสุนัขบางแก้ว ที่ต่างล้วนอยากได้คอกเดียวกับลูกสุนัขที่นายกฯซื้อไป

นายเสนอ จันทร์พุฒ เจ้าของคอกชนะชัยบางแก้ว เปิดเผยว่า วานนี้ตนต้องรับโทรศัพท์ตลอด มีโทรศัพท์มาจากทั่วไทย สอบถามอยากได้ลูกสุนัขคอกเดียวกับลูกสุนัขที่นายกฯซื้อไป หรือ จากพ่อพันธุ์ชื่อเมืองแมนก็ได้ ซึ่งตนเองก็จำชื่อไม่ได้ว่าใครบ้าง เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ก็มี แต่ก็ต้องตอบปฏิเสธไป เพราะลูกสุนัขคอกเดียวกับสุนัขฯของนายกฯ หมดแล้ว คอกนี้เกิดมาจากพ่อพันธุ์ชื่อ เมืองแมน สุนัขไทยพันธุ์บางแก้วที่มีลักษณะดี สีขาว-น้ำตาล นิสัยเป็นมิตร ไม่ดุ โดยคอกนี้มีทั้งหมด 5 ตัว และจำหน่ายออกไปหมดแล้ว น่าเสียดายมาก แต่ก็ได้บอกทุกคนว่า ขณะนี้ในคอก มีแม่พันธุ์อีก 6 ตัว ที่กำลังคลอดในช่วงกลางเดือนมกราคมนี้ ทุกตัว ผสมพันธุ์กับเจ้าเมืองแมน คาดว่าจะมีลูกสุนัขออกมาได้ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป น่าจะไม่ต่ำกว่า 20 ตัว ตนได้ตั้งราคาขั้นต่ำไว้ที่ตัวละ 6,000 บาท เพราะเกิดจากพ่อพันธุ์เมืองแมน

สำหรับเจ้าเมืองแมนนั้น เป็นพ่อพันธุ์ตัวเดียวของคอกชนะชัยบางแก้ว อายุ 5 ปีกว่า มีลักษณะดีตามมาตรฐานพันธุ์สุนัขไทยบางแก้วขนหน้าดี แข้งสิงห์ ขนสองชั้น หางสวย จิตใจดี นิสัยไม่ดุ ไม่ก้าวร้าว เข้าคนได้ง่าย เป็นสุนัขที่พัฒนาสายพันธุ์รุ่นใหม่ให้ไม่ดุ จากลักษณะดั้งเดิมของสุนัขบางแก้วที่ขึ้นชื่อว่าดุ การเลี้ยงสุนัขบางแก้ว ต้องใส่ใจ อย่าให้เขาเครียด ต้องหมั่นพาจูง พาเที่ยวออกกำลังกาย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า กลุ่มผ้าทอนาหมื่นศรี ต.นาหมื่นศรี อ.นาโยง จ.ตรัง มีประวัติมายาวนานถึง 400 ปีแล้ว เนื่องจากทอด้วยกี่พื้นเมืองที่เรียกว่า “หูก” ซึ่งเป็นเครื่องมือพื้นบ้านที่ประดิษฐ์ขึ้นมาจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ทำให้ผ้าทอมีลวดลายงดงาม มีเอกลักษณ์เป็นของตนเองแบบศิลปะท้องถิ่น และรูปของสินค้าที่หลายหลาย โดยล่าสุดสมาชิกซึ่งส่วนใหญ่เป็นแม่บ้านที่ว่างเว้นจากการทำสวนยางพารา ได้มีการนำผ้าทอลายผ้าขาวม้า หรือลายสก๊อต มาออกแบบเป็นร่มหลากสีสัน จนได้รับความนิยมจากลูกค้าอย่างรวดเร็ว หลังเปิดตัวมาแค่ 2-3 เดือน

สำหรับร่มทอลายผ้าขาวม้า มีจุดเด่นตรงที่สีสันอันเป็นเอกลักษณ์ รวมทั้งการต่อลาย ซึ่งเป็นภูมิปัญญาเฉพาะที่นาหมื่นศรี จึงทำให้มีความแปลกไปจากร่มที่ผลิตขึ้นมาจากผ้าอื่นๆ ดังนั้น จึงสามารถนำไปจำหน่ายได้ในราคาค่อนข้างดี นั่นคือ ร่มขนาด 18 นิ้ว คันละ 450 บาท ร่มขนาด 21 นิ้ว คันละ 650 บาท และร่มขนาด 23 นิ้ว คันละ 750 บาท ซึ่งมีทั้งชนิดกันน้ำได้ ด้วยการนำสารเคมีมาเคลือบ และชนิดกันน้ำไม่ได้ หรือใช้กันแดดได้ แต่ใช้กันฝนไม่ได้ เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกทั้งในด้านรูปแบบและราคา