แม้เพิ่งเริ่ม “คิกออฟ” เทศกาลโค้งท้ายปลายปี ไม่ได้นาน

แต่กลุ่ม “ค้าปลีก” กลับไม่ยอมนิ่ง เตรียมซุ่มขนสารพัดหมัดเด็ดออกมาปลุกเร้าไม่หยุดต่อจากนี้วิถีสโลว์ไลฟ์ในราชบุรี! ชีวิตพอเพียง…ศึกษาศาสตร์พระราชาจากตำรา “วิชาหม้อดิน” ชีวิต “พอเพียง” ตามรอยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้ช่วยเหลือประชาชนมากมายในเรื่องของการเกษตร เพื่อให้ประชาชนมีรายได้เสริม พัฒนาตนเองให้มีอยู่มีกินจนถึงปัจจุบัน เเละยังมีการจัดตั้งโครงการมากมายเพื่อฟื้นฟูป่า พร้อมปลูกพืชพรรณไม้ต่างๆ

“ประชาชาติธุรกิจออนไลน์” ได้มีโอกาสเข้าไปศึกษา วิชา ๙ หน้า ศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อ “วิชาหม้อดิน” ณ ศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อส่งเสริมเกษตรกรให้มีรายได้เเละอาชีพ

เเต่เดิมพื้นที่โครงการแห่งนี้เป็นฟาร์มปศุสัตว์และปลูกพื้นไร่ แต่มีการใช้ดินที่ผิดวิธี ทำให้หน้าดินเกิดความเสียหาย ดินขาดความอุดมสมบูรณ์จนเกิดความแห้งแล้ง ไม่สามารถปลูกพืชได้ เเม้จะมีการปลูกก็มักจะให้ผลผลิตที่ลดลงมาก ซึ่งดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทรายและมีหิน ส่วนพื้นที่บนเขามีการตัดไม้ทำลายป่า เผาป่า ทำให้ต้นไม้เริ่มหดหายไป นำมาซึ่งความแห้งแล้ง

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ เล่าให้ฟังว่า ในหลวง ร.9 ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรโครงการ “ศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม” ครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2529 และได้มีพระราชดำริให้ดำเนินการศึกษาหาวิธีการปรับปรุงดินเสื่อมโทรม ขุดอ่างเก็บน้ำ และสำรวจที่ดินโดยละเอียดว่าจุดใดที่สามารถจะปลูกต้นไม้ได้ สามารถใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกได้ จัดระบบปลูกพืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ในลักษณะศูนย์ศึกษาการพัฒนาขนาดย่อม

ต่อมาวันที่ 8 มิถุนายน 2535 เสด็จพระราชดำเนินมาติดตามผลการดำเนินโครงการ พร้อมมีพระราชดำริให้ใช้หญ้าแฝก เพื่อช่วยป้องกันการพังทลายของหน้าดิน อนุรักษ์ดินและน้ำ ป้องกันดินที่ถูกกัดเซาะเป็นร่องลึก ทั้งยังปลูกหญ้าแฝกบริเวณโดยรอบไม้ผลและไม้ยืนต้น ปลูกในลักษณะเป็นแนวครึ่งวงกลมตามแนวลาดชัน เพื่อป้องกันปุ๋ยหรือน้ำไหลออกไปทางอื่น ทำให้ต้นไม้ยังคงความชุ่มชื้นและเกิดผลผลิต

นอกจากนี้ ในหลวง ร.9 ยังทรงให้ดูแลป่า อย่าไปรังแกป่า ถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่ให้มีใครรบกวน เเละป้องกันไฟป่า ในระยะเวลา 30-40 ปี ป่าแห่งนี้จะฟื้นคืนสภาพ และให้เลี้ยงสัตว์ป่า ทำเป็นอุทยานเขาเขียว พร้อมสำรวจป่าแห่งนี้ว่ามีชีวิตพรรณไม้และสัตว์ป่าอะไรบ้าง พระองค์ทรงปลูกต้นประดู่ ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำเชิงเขาเขียวอีกด้วย

ในปัจจุบัน “ศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม” ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สำคัญของ จ.ราชบุรี ป่าคืนสภาพกลับมาอุดมสมบูรณ์ ส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรได้ มีการเพาะเลี้ยงไส้เดือน เลี้ยงหมู แพะ ไก่ ปลูกต้นผลไม้หลากหลายชนิด เช่น มะม่วง ส้มโอ มะละกอ และปลูกผักต่างๆ ที่สามารถออกผลผลิตนำมาขายเพื่อสร้างอาชีพให้แก่เกษตรกร ตามรอยชีวิต “พอเพียง” ตามรอยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

“ราชบุรี” นอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่เป็นเสน่ห์ การเดินทางที่ไม่ใกล้จากกรุงเทพฯ มากนัก ยังมี “ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก” อีกหนึ่งตลาดน้ำ “ดำเนินสะดวก” เป็นเสน่ห์อีกอย่างของ จ.ราชบุรี อีกด้วย

นายวิศรุต อินแหยม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวเเห่งประเทศไทย (ททท.) เล่าให้ฟังว่า ในสมัยก่อน รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองดำเนินสะดวกเมื่อปี 2409 เพื่อเชื่อมการคมนาคมระหว่างแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำแม่กลอง สะดวกในการเดินทาง ขนส่งสินค้าไปยังสถานที่ต่างๆ

เมื่อขุดคลองเสร็จแล้ว ร.4 พระราชทานนามว่า “คลองดำเนินสะดวก” ตั้งอยู่ที่ปากคลองลัดพลี ถือว่าเป็นตลาดน้ำแห่งแรกของประเทศไทย สมัยนั้นคนจีนอาศัยอยู่มาก จนทำให้เป็นตลาดน้ำชุมชนของไทยจีน เกิดเป็นวิถีริมคลองที่มีเสน่ห์ของ จ.ราชบุรี เลยทีเดียว

ในปี 2510 ททท. ได้ทำการประชาสัมพันธ์ตลาดน้ำออกไป ทำให้เป็นที่รู้จัก และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังเป็นอย่างมาก ตลาดน้ำ “เหล่าตั๊กลัก” เป็นตลาดเก่า เมื่อมีการตัดถนน ได้ย้ายตลาดน้ำดำเนินสะดวกไปที่ใหม่ มีความสะดวกสบายมากขึ้น คือตลาดน้ำดำเนินสะดวกในปัจจุบัน ทำให้ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลักมีนักท่องเที่ยวลดลงเป็นอย่างมาก

ในปัจจุบัน ททท. ได้เข้ามาพัฒนาพื้นที่เพื่อยกระดับของตลาด “เหล่าตั๊กลัก” อีกครั้ง โดยการเชิญชวนชาวบ้านเข้าร่วมอบรมฟื้นฟูตลาดน้ำเหล่าตั๊กลักให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีโฮมสเตย์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว มีผัดไทยที่ขึ้นชื่อของตลาดน้ำแห่งนี้ให้ได้ลิ้มรส รวมถึงตอนเย็นยังมีกิจกรรมสอนนักท่องเที่ยวพายเรือ หรือการสอนวาดภาพจากกาบกล้วยอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีรถรับส่ง พาไปชมสถานที่ท่องเที่ยว ไหว้พระที่วัดจีน เมื่อถึงเทศกาลกินเจ จะมีกิจกรรมให้ดูอีกมากมาย มีการเที่ยวชมสวนมะพร้าว เพราะผู้สูงอายุที่นี่สวนใหญ่ปลูกสวนมะพร้าวเพื่อทำการเกษตรและประกอบอาชีพให้ตนเอง

นอกจากจะได้ตามรอยวิถีพอเพียงตามในหลวง ร.9 เเล้ว ยังได้เห็นวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ วัฒนธรรมของคนในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ที่พวกเขาต่างพากันอนุรักษ์เอาไว้ เเละคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เเวะไปเยี่ยมเยือน

แต่มักจะเกิดกับผู้สูงอายุ และผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน เป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ หากได้รับการรักษาทันท่วงที ยิ่งพบแพทย์ไว ก็จะยิ่งลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน หากปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้เช่นกัน

งูสวัด (shingles) คือโรคติดเชื้อไวรัส มีสาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดเดียวกับเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคอีสุกอีใส (chickenpox) โรคอีสุกอีใสสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่งูสวัดนั้นจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อนเท่านั้น โดยเมื่อเชื้อดังกล่าวจู่โจมร่างกายจนเป็นโรคอีสุกอีใสแล้ว ก็จะไปหลบตามปมประสาท และกลายเป็นงูสวัดในภายหลัง เมื่อร่างกายอ่อนแอ

คนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงของโรคนี้ ก็คือทุกคนที่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อน แต่ความเสี่ยงนั้นจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้น หรือเป็นผู้ที่มีปัญหาทางด้านระบบภูมิคุ้มกัน หรือผู้ที่ใช้การรักษาด้วยยาบางชนิด เช่น สเตอรอยด์ ผู้ที่อยู่ในช่วงการรักษาโรคมะเร็งด้วยรังสีวิทยาหรือเคมีบำบัด เพราะกลุ่มคนเหล่านี้จะมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอกว่าคนปกติ จึงทำให้เสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป

การรักษาจะรักษาตามอาการร่วมกับใช้ยาต้านไวรัสเพื่อเร่งกระบวนการการหายของโรคและป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน

ความร้ายกาจของโรคนั้น อยู่ที่ภาวะแทรกซ้อนนั่นเอง ซึ่งภาวะแทรกซ้อนมักจะเกิดในผู้สูงอายุ มากกว่าวัยอื่น ๆ

ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียการมองเห็นอันเนื่องจากเกิดแผลในกระจกตา การติดเชื้อที่ผิวหนัง อาการปวดที่ปลายประสาท หรือปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาทและเส้นประสาท เช่น รัมเซย์ฮันต์ซินโดรม (ramsay hunt syndrome) บางรายอาจรุนแรงถึงขั้นเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือไข้สมองอักเสบ ซึ่งทั้ง 2 โรคนี้อันตรายถึงชีวิต แต่ก็เกิดขึ้นได้น้อย ทั้งนี้การได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีก็สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้

และเนื่องจากการรักษาโรคงูสวัดไม่สามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้ 100% การป้องกันโรคจึงเป็นทางเลือกที่แพทย์แนะนำ นั่นคือเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดซึ่งมีให้บริการแล้วในประเทศไทย และฉีดเพียงแค่เข็มเดียวเท่านั้น

สำหรับอายุที่เหมาะสมในการฉีดวัคซีนคือ 60 ปีขึ้นไป แต่ในกรณีของผู้ป่วยโรคเรื้อรังหรือมีโรคอื่น ๆ ที่ทำให้ภูมิต้านทานไม่แข็งแรง ผู้ป่วยอาจเข้ารับการฉีดวัคซีนก่อนอายุ 60 ปีก็ได้เช่นกัน

“การฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดนั้นไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ไม่เป็นโรคเลย แต่เป็นการช่วยลดโอกาสของการเกิดโรคได้กว่าครึ่ง และลดความรุนแรงของโรคลงได้” “ผศ.อัครินทร์ คุณกิตติ” ผู้อำนวยการสำนักบริการคอมพิวเตอร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า สจล. มีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุน Digital Transformation ทางด้านการศึกษาของไทย และไม่เคยหยุดนิ่งในการเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันวงการการศึกษาไทยสู่ Education 4.0

“เราให้ความสำคัญกับหลักสูตรที่จะช่วยเสริมทักษะให้กับนักศึกษา ขณะเดียวกันก็รับเอาเทคโนโลยีที่ดีที่สุดเข้ามาใช้ เพราะเชื่อว่าเทคโนโลยีคือกระดูกสันหลังของระบบการศึกษาที่จะช่วยให้บุคลากรในมหาวิทยาลัยเชื่อมต่อกับโลกการเรียนรู้ภายนอกห้องเรียนได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยเราพร้อมแล้วที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัล ด้วยการเปิดตัว SDN & Cloud Computing Center ระบบเครือข่ายสำหรับสถานศึกษาที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งแรกในโลก ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ สจล. หัวเว่ย และจีเอเบิล”

สจล. หัวเว่ย และจีเอเบิล มีวิสัยทัศน์และจุดมุ่งหมายในการยกระดับการศึกษา จึงเกิดความร่วมมือครั้งสำคัญในการแลกเปลี่ยนความรู้ และติดตั้งโครงข่ายสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วระดับ 100 กิกะบิต พร้อมเครือข่าย WiFi 3,000 จุดทั่วสถาบันฯ ซึ่งจะช่วยยกประสิทธิภาพการเรียนการสอนของ สจล.

“ในอนาคตเราวางแผนเปิดสอนออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาสามารถเรียนทางไกลจากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานที่มีความร่วมมือกับ สจล. ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งยังได้วางแผนจัดตั้งห้องปฏิบัติการและสถาบันฝึกอบรมในขั้นต่อไป เพื่อผลิตบุคลากรคุณภาพที่มีทักษะและความสามารถด้านดิจิทัล”
“กริช เลิศวลีรัตน์” รองประธานส่วนงานบริการ กลุ่มบริษัทจีเอเบิล กล่าวว่า การยกระดับการศึกษาไทยเป็นก้าวสำคัญสำหรับจีเอเบิล เราตั้งคำถามเสมอว่าทำอย่างไรจึงจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างนวัตกรรมใหม่ โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเชื่อมต่อประสบการณ์ของบุคลากรภายในสถาบันการศึกษา ซึ่งมองหาความสะดวกและรวดเร็วของการเชื่อมต่อในการใช้งานระบบเครือข่าย

“ในฐานะ Agent of Digital Transformation ที่เป็นพันธมิตรกับทางสจล. มามากกว่า 20 ปี เราตอบคำถามที่ตั้งไว้ด้วยการค้นหาสุดยอดเทคโนโลยีและโซลูชั่น พร้อมติดตั้งระบบเครือข่ายสำหรับสถานศึกษาที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่หัวเว่ยเคยทำมา ณ สจล. โดยเลือกใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่คุ้มค่าในการลงทุน ประหยัดพลังงาน เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อม มีความคล่องตัวในการเคลื่อนย้าย และใช้เวลาในการติดตั้งเทคโนโลยีที่สั้นกระชับ”

ด้าน “ดร.จุมพต ภูริทัตกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หัวเว่ยมีความมุ่งมั่นที่จะสร้าง Smart Education โดยพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั้งในไทยและทั่วโลกด้วยการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน โดยเทคโนโลยีและโซลูชั่นที่นำเข้ามาใน สจล. เพื่อเป็นสะพานเชื่อมต่อโลกการศึกษาไปสู่โลกดิจิทัล ประกอบด้วย

1) 100G Based Campus Core Network ระบบโครงข่ายคอมพิวเตอร์ที่สามารถส่งถ่ายข้อมูลที่ความเร็ว 100 กิกะบิตต่อวินาที 2) SDN หรือ Software-defined network ระบบเครือข่ายที่เชื่อมโยงทุกเครือข่ายในมหาวิทยาลัยเป็นหนึ่งเดียว และรวมความเป็น Data Center เข้ากับ Campus Network เพื่อผู้ดูแลเครือข่ายสามารถใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น และเอื้อต่อการขยายตัวของโครงข่ายในอนาคต

3) Educational Cloud Data Center in Container นำเอาอุปกรณ์การจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดบรรจุไปในตู้คอนเทนเนอร์ที่เคลื่อนย้ายได้ ซึ่งเป็นศูนย์ข้อมูลจัดเก็บแบบบูรณาการ (All-in-one) ที่ประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งมากกว่าแบบเดิมถึง 3 เท่าและติดตั้งได้เร็วกว่า 5 เท่าเพราะไม่จำเป็นต้องสร้างอาคารดาต้า เซ็นเตอร์เหมือนเคยอีกต่อไป

4) WiFi coverage with whole campus Free Mobility เครือข่าย WiFi ที่เชื่อมต่อได้ถึงระดับกิกะบิตต่อวินาที ครอบคลุมทั่วมหาวิทยาลัยถึง 3,000 จุด ทำให้คณาจารย์และนักเรียนสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้ทุกที่ภายในมหาวิทยาลัย

“ผศ.อัครินทร์” กล่าวทิ้งท้ายว่า นับตั้งแต่ติดตั้งระบบเครือข่ายและเปิดใช้งานจริงตั้งแต่เดือนก.ย.ที่ผ่านมา สจล.ได้พลิกโฉมการเรียนการสอนของทุกคนในรั้วมหาวิทยาลัยให้เป็นดิจิทัลมากขึ้น โดยส่งเสริมการเรียนการสอนผ่านออนไลน์ และพัฒนาสื่อการเรียนการสอนให้มีคุณภาพในระดับสากล

“การเชื่อมต่อที่รวดเร็วเปิดโอกาสให้คณาจารย์ นักเรียน และบุคลากรในมหาวิทยาลัยได้เข้าถึงความรู้ที่อยู่ในโลกไร้พรมแดน ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาก้าวทันโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดได้ดียิ่งขึ้น โดยอาจารย์สามารถสืบค้นปัญหาและวิธีแก้ไขที่เกิดขึ้นจริงจากทั่วทุกมุมโลก และให้คำแนะนำแก่นักศึกษาเพื่อนำไปประยุกต์ใช้”

“ขณะเดียวกัน นักศึกษาก็สามารถค้นหาข้อมูล ทำงาน ดาวน์โหลด และอัพโหลดข้อมูลได้ในทุกที่ทุกเวลา ซึ่งเราหวังว่าระบบเครือข่ายที่สมบูรณ์แบบนี้จะเป็นพื้นฐานที่จะมารองรับ Internet of Things (IoT) ซึ่งจะช่วยยกระดับความสะดวกสบายให้กับการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยต่อไปในอนาคต”

วันที่ 18 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หนุ่มสาวและนักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมเดินทางไปเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ 1 ในการเดินเท้า ขึ้นภู คือ ยอดภูกระดึง

นายสมบัติ พิมพ์ประสิทธิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง กล่าวว่า หลังจากวันนี้เป็นต้นไป ความกดอากาศสูงจะแผ่มาถึงภาคอีสานตอนบน สภาพอากาศจะเริ่มหนาว อุณหภูมิจะลด 2-3 องศา ตามยอดภู อุณหภูมิจะหนาวต่อเนื่อง ทำให้มีนักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางไปสัมผัสหนาว ที่ภูกระดึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในเช้าวันนี้ มีนักท่องเที่ยวกว่า 800 คน มาสัมผัสหนาวที่ผานกแอ่น อุทยานแห่งชาติภูกระดึง เพื่อสัมผัสไอหนาวกับพระอาทิตย์ที่ขึ้นทางทิศตะวันออกที่สวยงามจุดหนึ่งของประเทศไทย ท่ามกลางความสูง 1288 เมตร จากระดับน้ำทะเล

รายงานอุณหภูมิต่ำสุดตามอำเภอต่างๆ เมื่อเช้าวันนี้ (หน่วยวัดเป็นองศาเซลเซียส) ดังนี้
อ.เมืองเลย 22.9 , อ.วังสะพุง 23.6 , อ.ท่าลี่ 21.0 , อ.เชียงคาน , อ.ด่านซ้าย 21.0 , อ.ภูกระดึง 19.5 , อ.ปากชม 24.0 , อ.นาแห้ว 20.0 , อ.ภูเรือ 17.0 , อ.ภูหลวง , อ.นาด้วง 27.0 , อ.ผาขาว , อ.เอราวัณ 23.0 , อ.หนองหิน 24.0 , อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 15 , อุทยานแห่งชาติภูเรือ 15.0 , เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง (อ.ภูเรือ) 15.0 , ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ) 18.0 , อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย (อ.นาแห้ว) 20.0

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด

ครัวเรือนไทยทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด มีมุมมองต่อภาวะการครองชีพในช่วงต้นปี 2561 ดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจไทยที่รักษาโมเมนตัมการฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องและกระจายตัวมากขึ้น

สะท้อนจากดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือนอีก 3 เดือนข้างหน้า ที่ในเดือนต.ค. 2560 ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 46.4 จากเดิมที่ระดับ 45.7 ในเดือนก.ย.

โดยครัวเรือนส่วนใหญ่ทั้งในภาคเกษตรและนอกภาคเกษตรมองว่าจะมีรายได้ที่ดีขึ้น ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากในช่วงต้นปีเป็นช่วงที่มีการปรับขึ้นค่าจ้างและเงินเดือนประจำปี รวมถึงการจ่ายค่าตอบแทนพิเศษที่มีลักษณะเป็นเงินก้อน (เงินโบนัส) ขององค์กรส่วนใหญ่

นอกจากนี้ ครัวเรือนเกษตรมีความคาดหวังว่าเมื่อผ่านพ้นสถานการณ์น้ำท่วมในช่วงเดือนต.ค. ไปแล้ว ปริมาณผลผลิตสินค้าเกษตรน่าจะเพิ่มขึ้น ช่วยหนุนรายได้ครัวเรือนให้ปรับตัวดีขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้ มองว่าภาวะการครองชีพของครัวเรือนไทยในช่วง 2 เดือนสุดท้าย (พ.ย.-ธ.ค.) ของปี 2560 น่าจะได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่กระจายตัวมากขึ้น

ประกอบกับได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการต่างๆ ของภาครัฐที่ทยอยออกมา ไม่ว่าจะเป็น 1.มาตรการช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยหลังน้ำลด 2.มาตรการช็อปช่วยชาติ 15,000 บาท ช่วงวันที่ 11 พ.ย.-3 ธ.ค. คาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนไปยังภาคธุรกิจค้าปลีกราว 10,000 ล้านบาท และ 3.มาตรการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเริ่มตั้งแต่ 1 ต.ค.เป็นต้นมา

อย่างไรก็ดี ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ทางด้านราคาสินค้า ค่าใช้จ่าย รวมถึงหนี้สินของครัวเรือนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค. 2560 โดยในประเด็นด้านราคาสินค้านั้น คาดว่าค่าโดยสารขนส่งสาธารณะจะปรับตัวเพิ่มขึ้น จากการยกเลิกรถเมล์-รถไฟฟรี

ในส่วนของค่าใช้จ่ายและหนี้สินนั้น ช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว รวมไปถึงการจับจ่ายซื้อหาและมอบของขวัญปีใหม่ ซึ่งน่าจะทำให้ครัวเรือนมีค่าใช้จ่ายและหนี้บัตรเครดิตเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

นายดลเดช พัฒนรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ติดตามการกำจัดขยะ ที่โรงไฟฟ้าขยะหาดใหญ่ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งดำเนินการโดย บริษัท จีเดค จำกัด พร้อมร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อข้อกังวลของประชาชนในพื้นที่โดยรอบโรงไฟฟ้าขยะหาดใหญ่ โดยมี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงผู้บริหารบริษัท จีเดคฯ เข้าร่วม โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อติดตามการแก้ปัญหาหลังประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนโดยรอบโรงไฟฟ้าขยะนับพันครัวเรือน เข้าร้องเรียนให้แก้ปัญหา ใน 3 ประเด็น คือ ปัญหาเรื่องกลิ่นขยะ และควันจากการเผาขยะ, ความกังวลต่อการปล่อยสารไดออกซินจากปล่อง และปัญหาน้ำเสีย

ทั้งนี้ตัวแทนบริษัท จีเดค จำกัด billspayroll.com ได้ชี้แจงว่าได้มีการดำเนินการแก้ปัญหาทั้งต้นทาง คือ การก่อสร้างผนังกำแพงและหลังคาอาคารพักขยะให้เป็นอาคารแบบปิด เพื่อลดปัญหากลิ่น พร้อมออกแบบระบบการฉีดละออง EM บริเวณอาคารแรกรับขยะ เพื่อป้องกันแมลงวัน และกลิ่นเหม็น โดยไม่เป็นอันตรายต่อพนักงานของบริษัทฯเอง รวมถึงปลายทาง ด้วยการติดตั้งระบบโอโซน ปล่อยอากาศเข้าไปในปล่องอากาศ ซึ่งนอกจากจะช่วยกำจัดกลิ่นจากการเผาไหม้แล้ว ยังเป็นการฆ่าเชื้อโรครวมถึงสารโลหะหนัก ก่อนปล่อยออกไปในอากาศอีกด้วย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนนี้

นอกจากนั้น ยังอยู่ระหว่างการจัดสรรงบประมาณ 30-50 ล้านบาท ในการลงทุนระบบการตัดและปั่นแห้งขยะก่อนเข้าระบบเตาเผา เพื่อให้เผาไหม้ได้ดีขึ้น ลดปัญหากลิ่นให้น้อยลง รวมทั้งมีการเชื่อมโยงระบบควบคุมคุณภาพอากาศกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมผ่านระบบออนไลน์แบบเรียลไทม์

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ระบุว่าในสิ้นเดือนนี้การแก้ปัญหาของบริษัท จีเดคฯ จะแล้วเสร็จ เชื่อว่าจะทำให้ปัญหาการร้องเรียนได้รับการแก้ไขทั้งหมด เหลือเพียงการลงทุนเพิ่มในส่วนของการตัดและปั่นขยะให้แห้ง เพื่อให้การเผาไหม้ที่ดีมากขึ้น

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้มีการติดตามสถานการณ์ปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม และตรวจสอบสต๊อกอย่างใกล้ชิด พร้อมกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยผลผลิตปาล์มน้ำมัน ปี 2560 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร คาดว่าจะมีปริมาณ 12.47 ล้านตัน ใกล้เคียงกับ ปี 2557-2558 ซึ่งเมื่อเทียบกับ ปี 2559 อยู่ที่ 10.997 ล้านตัน เพิ่มขึ้น คิดเป็น ร้อยละ 13.39 ซึ่งปัจจุบัน ณ วันที่ 17 พ.ย.60 ราคาผลปาล์มน้ำมัน (18%) กก.ละ 3.80 – 4.10 บาท และน้ำมันปาล์มดิบ กก.ละ 20.75 – 21.00 บาท ในขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบมาเลเซีย (16 พ.ย.60) กก.ละ 21.32 บาท และสต็อกน้ำมันปาล์มดิบคงเหลือ

จากการแจ้งตามประกาศ กกร. นับตั้งแต่เดือน พ.ค.60 สต็อกน้ำมันปาล์มคงเหลือมีจำนวนมากกว่า 400,000 ตันCPO มาถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากปริมาณผลปาล์มที่ออกสู่ตลาดมีมากเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือน มี.ค.60 ปริมาณผลปาล์ม อยู่ที่ 1.11 ล้านตัน จนถึงปัจจุบัน ต.ค.60 อยู่ที่ 1.57 ล้านตัน ประกอบกับมีการส่งเสริมให้เกษตรกรทำปาล์มคุณภาพโดยการตัดปาล์มสุก เปอร์เซ็นต์น้ำมันเพิ่มขึ้น จาก 15 – 16% เป็น 17 – 18% ทำให้มีปริมาณน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

สำหรับการนำเข้าน้ำมันปาล์มเถื่อนขอยืนยันว่าเป็นไปได้ยาก เนื่องจากมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลอย่างเข้มงวด ประกอบกับราคาน้ำมันปาล์มดิบของไทยใกล้เคียงกับราคาน้ำมันปาล์มของมาเลเซียมากจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องลักลอบนำเข้า อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ได้มีแนวทางการแก้ไข โดยขอความร่วมมือกรมธุรกิจพลังงาน ประสานผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ให้สำรองไบโอดีเซล (B100) เพิ่มขึ้นซึ่งสำรองตามกฎหมาย (ร้อยละ 1) อยู่ที่ 14.339 ล้านลิตร/13,479 ตันCPO ล่าสุด (15 ต.ค.60) อยู่ที่ 87.945 ล้านลิตร/82,668.30 ตันCPO และได้แจ้งปริมาณสต็อกน้ำมันปาล์มคงเหลือให้กระทรวงพลังงานได้พิจารณาให้โรงงานผลิตไฟฟ้า จ.กระบี่ นำน้ำมันปาล์มไปเป็นเชื้อเพลิง

อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้คณะอนุกรรมการเพื่อบริหารจัดการปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มด้านการตลาด ได้ประชุมเมื่อวันที่ 1 พ.ย.60 และได้เตรียมมาตรการรองรับการแก้ไขปัญหาราคาผลปาล์มน้ำมันตกต่ำไว้แล้ว แต่เนื่องจากผู้แทนเกษตรกรและสมาคมที่เกี่ยวข้อง ต้องการแก้ไขปัญหาโดยใช้กลไกตลาดปกติทำงาน จึงได้มอบหมายกรมการค้าภายใน ในฐานะฝ่ายเลขานุการฯ ติดตามสถานการณ์ปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง รวมทั้ง ดำเนินการตรวจสอบสต็อกน้ำมันปาล์มทั้งระบบเพิ่มเติม ในช่วง 15-17 พ.ย.60 หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ให้เสนอมาตรการแก้ไขปัญหาต่อคณะอนุกรรมการฯ ด้านการตลาด โดยด่วนต่อไป