และโรงพยาบาลที่ได้รับรางวัลนวัตกรรมดีเด่นด้าน Collaboration

กับผลงานรถขนส่งอาหารขับเคลื่อนไฟฟ้า 4.0 นางสุภาพร ไชยตะมาตย์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลหนองม่วง จังหวัดลพบุรี กล่าวว่า “จากปัญหารถขนส่งอาหารที่โรงพยาบาลจอดอยู่ มีน้ำหนักมากและไม่ได้ใช้ และต้องขนส่งบนทางที่ลาดชัน เสี่ยงต่อผู้ปฏิบัติงานบาดเจ็บ จึงเกิดแนวความคิดในการพัฒนาเป็นรถเข็นอาหารที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ซึ่งในการออกแบบรถต้นแบบ ได้ประสานกับทางวิทยาลัยลพบุรี มาช่วยแนะนำวิธีสร้างรถและออกแบบเส้นทาง พร้อมไปศึกษาดูงานที่โรงพยาบาลพระพุทธบาท จนสามารถพัฒนาสร้างรถต้นแบบได้ ทำให้บุคลากรที่ใช้รถปฏิบัติงานสะดวก ลดอาการบาดเจ็บจากการปฏิบัติงาน ส่วนผู้ป่วยได้รับอาหารที่สะอาดปราศจากการปนเปื้อนระหว่างขนส่ง และโรงพยาบาลเองได้ประหยัดต้นทุนด้วยอีกทางหนึ่ง”

กับผลงานรถขนส่งอาหารขับเคลื่อนไฟฟ้า 4.0 นางสุภาพร ไชยตะมาตย์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลหนองม่วง จังหวัดลพบุรี กล่าวว่า “จากปัญหารถขนส่งอาหารที่โรงพยาบาลจอดอยู่ มีน้ำหนักมากและไม่ได้ใช้ และต้องขนส่งบนทางที่ลาดชัน เสี่ยงต่อผู้ปฏิบัติงานบาดเจ็บ จึงเกิดแนวความคิดในการพัฒนาเป็นรถเข็นอาหารที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ซึ่งในการออกแบบรถต้นแบบ ได้ประสานกับทางวิทยาลัยลพบุรี มาช่วยแนะนำวิธีสร้างรถและออกแบบเส้นทาง พร้อมไปศึกษาดูงานที่โรงพยาบาลพระพุทธบาท จนสามารถพัฒนาสร้างรถต้นแบบได้ ทำให้บุคลากรที่ใช้รถปฏิบัติงานสะดวก ลดอาการบาดเจ็บจากการปฏิบัติงาน ส่วนผู้ป่วยได้รับอาหารที่สะอาดปราศจากการปนเปื้อนระหว่างขนส่ง และโรงพยาบาลเองได้ประหยัดต้นทุนด้วยอีกทางหนึ่ง”

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF- African Swine Flu) ว่าไม่มีผลกระทบต่อเป้าหมายผลการดำเนินงานของบริษัทที่ได้ตั้งไว้ เพราะซีพีเอฟมีการกระจายความเสี่ยงของธุรกิจด้วยสัดส่วนยอดขายในหลายประเทศ และการสร้างความสมดุลของประเภทเนื้อสัตว์ที่จำหน่าย นอกจากนั้น ยังได้ประโยชน์ในการส่งออกเนื้อไก่ไปประเทศจีนเพิ่มมากขึ้นทั้งปริมาณและราคา

ซีพีเอฟมีการลงทุนใน 16 ประเทศทั่วโลก โดยสัดส่วนยอดขายในประเทศไทยอยู่ที่ 28% เท่านั้น และสินค้าเนื้อสัตว์ที่จำหน่ายในประเทศไทยมีทั้งไก่เนื้อและสุกรเป็นส่วนใหญ่และอยู่ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ ยังมีไข่ไก่ เป็ด ไส้กรอก และธุรกิจอาหารสำเร็จรูป แม้ช่วงที่ผ่านมานี้ราคาสุกรจะปรับตัวลดลงจากช่วงฤดูกาลการบริโภคที่อ่อนตัว ประกอบกับอาจมีการเร่งขายสุกรเข้าสู่ตลาดจากความกังวลเรื่อง ASF แต่ระดับราคายังคงไม่ต่ำกว่าต้นทุน นอกจากนี้ ส่วนของไก่เนื้อนั้นมีการปรับตัวของราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง อันน่าจะมีผลมาจากความต้องการไก่ส่งออกของประเทศที่ดีขึ้น โดยเฉพาะความต้องการเนื้อไก่จากประเทศจีน ที่อยู่ในภาวะขาดแคลนสุกรจำนวนมากและผู้บริโภคหันมาบริโภคไก่เนื้อทดแทน ทำให้ราคาทั้งสุกรและไก่เนื้อปรับตัวสูงขึ้นมาก

สำหรับสถานการณ์การระบาดของ ASF ที่เกิดขึ้นในประเทศจีน เวียดนาม และมีกรณีเกิดขึ้นบ้างในเขตประเทศเพื่อนบ้าน ที่ทำให้เกิดความกังวลว่าจะเข้ามาในประเทศไทยนั้น ผู้ผลิตสุกรทุกรายล้วนต้องมีมาตรการในเรื่องของระบบความปลอดภัยด้านชีวภาพ (Bio-Security System) อย่างเข้มงวด ซึ่งซีพีเอฟได้ยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอดและได้ให้ความร่วมมือกับภาครัฐโดยกรมปศุสัตว์ ในการเผยแพร่แนะนำวิธีการให้กับเกษตรกรในหลายพื้นที่เพื่อการป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ

กรุงเทพมหานคร, 19 กันยายน 2562 – บริษัท เจียไต๋ จำกัด ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์และธุรกิจการเกษตรของประเทศไทยสู่ความเป็นสากล โดยได้ร่วมจัดแสดงนวัตกรรมและผลิตผลทางการเกษตร ภายในงาน Thailand International Seed Trade 2019 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 13-14 กันยายนที่ผ่านมา ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์

งานดังกล่าวจัดขึ้นโดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย กรมวิชาการเกษตร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และภาคเอกชน โดยมี นายสุรเดช ปัจฉิมกุล รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ผศ.ดร.ชัยฤกษ์ สงวนทรัพยากร นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย และ นายมนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจียไต๋ จำกัด ร่วมในพิธีเปิดงาน

งาน Thailand International Seed Trade 2019 จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางเมล็ดพันธุ์ของภูมิภาค (Seed Hub) ที่มีความพร้อมอย่างรอบด้าน ตั้งแต่ปัจจัยการผลิตต่างๆ การปรับปรุงพันธุ์ ไปจนถึงการค้าขายเมล็ดพันธุ์ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจเมล็ดพันธุ์ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ได้พบปะเพื่อเจรจาการค้า แลกเปลี่ยนความรู้ด้านการผลิต การปรับปรุงพันธุ์ รวมถึงแนวทางในการบริหารจัดการป้องกันโรคพืช เพื่อพัฒนามาตรฐานการผลิต ส่งเสริมการต่อยอดทางธุรกิจ พร้อมขยายผลิตภัณฑ์และบริการของประเทศไทยสู่ตลาดระดับนานาชาติ

ดร.สุมิตรา กันตรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สำนักปฏิบัติการธุรกิจเมล็ดพันธุ์ บริษัท เจียไต๋ จำกัด หนึ่งในคณะกรรมการของสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย กล่าวว่า “การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรของประเทศไทยให้ก้าวสู่สากล โดยแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นผู้นำด้านธุรกิจเมล็ดพันธุ์ ซึ่งภายในงานนอกจากจะเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการเจรจาการค้าระหว่างพันธมิตรธุรกิจกว่า 13 ประเทศแล้ว ยังมีการจัดแสดงไฮไลต์ของสินค้าและผลิตภัณฑ์เกษตรของไทย การสนับสนุนการทำธุรกิจในประเทศไทยของกรมวิชาการ และความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมรวมถึงเทคโนโลยีก้าวหน้าจาก สวทช. ในโซนไทยพาวิลเลียนอีกด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงกระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล”

งาน Thailand International Seed Trade 2019 ถือเป็นอีกเวทีระดับสากล ที่เปิดโอกาสให้เจียไต๋ได้แสดงศักยภาพในการส่งมอบเมล็ดพันธุ์คุณภาพ ด้วยประสบการณ์ในธุรกิจเกษตรที่มีมายาวนานกว่า 98 ปี ส่งต่อนวัตกรรมการเกษตรเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าอย่างยั่งยืนของทั้งคนไทยและทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย

บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ระดมทีมงานมิตรแท้โชห่วยเดินสายให้ความรู้ผู้ประกอบการร้านโชห่วย ในงาน “ตลาดนัดโชห่วยภูมิภาค” ครั้งที่ 6 ปิดท้ายอย่างยิ่งใหญ่ที่หาดใหญ่ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ ชูนโยบาย “เพิ่มศักยภาพร้านค้าปลีกไทย คือเป้าหมายของเรา” พร้อมออกร้านจำหน่ายสินค้าพันธมิตร ตอกย้ำการเป็นศูนย์ค้าส่งครบวงจรที่พร้อมสนับสนุนและอยู่เคียงข้างร้านโชห่วยทั่วประเทศ สู่การเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-22 กันยายน นี้ ณ แม็คโคร สาขาหาดใหญ่

นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แม็คโครตระหนักดีว่าผู้ประกอบการร้านโชห่วยเป็นหัวใจสำคัญในการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและเป็นพลังขับเคลื่อนการกระจายรายได้ของท้องถิ่นให้ควบคู่ไปกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค แม็คโครจึงได้จัดงาน “ตลาดนัดโชห่วย” เป็นประจำทุกปี โดยเริ่มจัดตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา ภายใต้นโยบาย “เพิ่มศักยภาพร้านค้าปลีกไทย คือเป้าหมายของเรา” เพื่อมอบองค์ความรู้ ทั้งในเรื่องการบริหารร้านค้าอย่างมืออาชีพ รวมถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการร้านโชห่วยเกิดแรงบันดาลใจสู่การต่อยอดทางธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

และเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 30 ปีในการดำเนินธุรกิจของแม็คโครในปีนี้ จึงได้กำหนดให้มีการจัดงาน “ตลาดนัดโชห่วยภูมิภาค” ขึ้นเป็นปีแรก ใน 6 ภูมิภาค ซึ่งได้เลือกแม็คโคร สาขาหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นหนึ่งในสาขาที่จัดงาน เนื่องจากหาดใหญ่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภาคใต้ และยังเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษและด่านการค้าชายแดน มีมูลค่าการค้าขายชายแดนสูงสุดอันดับหนึ่งของประเทศ สร้างรายได้ให้แก่ประเทศจำนวนมหาศาล ซึ่งสามารถดึงดูดเม็ดเงินจากประชาชนและนักท่องเที่ยวในภาคใต้ รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านได้อีกด้วย นางศิริพร กล่าว

นางสาวอรวรรณ ลาภอำนวยผล ประธานการจัดงาน “ตลาดนัดโชห่วย ครั้งที่ ๑๑” กล่าวว่า งาน “ตลาดนัดโชห่วยภูมิภาค” กำหนดจัดขึ้นใน 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ ได้แก่ สาขาเชียงใหม่ สาขาแจ้งวัฒนะ สาขาพิษณุโลก สาขาระยอง สาขาอุบลราชธานี และสุดท้ายที่สาขาหาดใหญ่ เพื่อส่งมอบองค์ความรู้และความคิดสร้างสรรค์ที่ได้รวบรวมไว้ ตลอดจนเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการร้านโชห่วยได้นำไปประยุกต์ใช้กับนวัตกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในพื้นที่ และนำมาปรับใช้กับกิจการร้านค้าของตนเองได้

งาน “ตลาดนัดโชห่วยภูมิภาค” ในครั้งนี้ เป็นการจัดงานครั้งที่ 6 ซึ่งเป็นการจัดงานตลาดนัดโชห่วยภูมิภาคส่งท้ายของปีนี้ โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-22 กันยายนนี้ ครอบคลุมแม็คโครทั้ง 8 สาขาในภาคใต้ ได้แก่ แม็คโคร สาขาหาดใหญ่ สาขาสุราษฎร์ธานี สาขานครศรีธรรมราช สาขาทุ่งสง สาขาชุมพร สาขาสตูล สาขาพัทลุง และสาขาตรัง ภายในงานผู้ที่สนใจจะได้พบกับสาระและความรู้มากมาย ทั้งกิจกรรมอบรมให้ความรู้ในเรื่องการบริหารร้านค้าปลีกแบบมืออาชีพจากทีมงานแม็คโครมิตรแท้โชห่วย ตลอดจนการให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการร้านโชห่วยทั่วไป พร้อมชมร้านโชห่วยต้นแบบที่สามารถนำความรู้และไอเดียไปต่อยอดธุรกิจของตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีการออกร้านของพันธมิตรและร้านค้าโอท็อปในท้องถิ่นกว่า 60 ราย

กรมส่งเสริมสหกรณ์ร่วมโครงการจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเหลือ ฟื้นฟู ดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัยตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งทุกจังหวัดระดมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ให้กำลังใจและช่วยเหลือเยียวยาสมาชิกสหกรณ์และชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม 21 จังหวัด เร่งสำรวจความเสียหาย พร้อมสอบถามความต้องการของชาวบ้านเพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน เตรียมเปิดจุดบริการซ่อมเครื่องจักรกลการเกษตรและฟื้นฟูอาชีพหลังน้ำลดทันที

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมชี้แจงโครงการจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเหลือ ฟื้นฟู ดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัย ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือกันช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรและชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมใน 21 จังหวัด โดยจะมีพิธีเปิดตัวโครงการจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯ ครั้งแรกในวันที่ 23 กันยายน 2562 ที่จังหวัดอุบลราชธานี เริ่มตั้งแต่เวลา 09.15 น.

ซึ่งจะมีการรายงานสถานการณ์น้ำโดยกรมชลประทาน จากนั้นจะมีการมอบนโยบายจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และจะมีเวทีกิจกรรมจิตอาสาจัดพร้อมกันอีก 9 จังหวัด ได้แก่ มหาสารคาม อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ ยโสธร มุกดาหาร ร้อยเอ็ด สกลนคร กาฬสินธุ์ นครพนม ส่วนอีก 11 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ น่าน เพชรบูรณ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และอุตรดิตถ์ จะมีการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดเพื่อรับฟังนโยบายและแนวทาง การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งจะถ่ายทอดสัญญาณพิธีเปิดโครงการจิตอาสามาจากจังหวัดอุบลราชธานี

นอกจากนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการและผู้เชี่ยวชาญฯ ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ลงพื้นที่จังหวัดที่ประสบอุทกภัย เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสั่งการให้สหกรณ์จังหวัดระดมเจ้าหน้าที่กระจายลงพื้นที่ตามอำเภอต่างๆ เพื่อเยี่ยมเยือนให้กำลังใจพี่น้องเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และนำถุงยังชีพและของใช้ที่จำเป็นไปแจกจ่ายเพื่อช่วยเหลือในเบื้องต้น รวมถึงสำรวจปัญหา สอบถามถึงความต้องการเพื่อฟื้นฟูอาชีพหลังน้ำลด เช่น การส่งเสริมปลูกพืชผักระยะสั้น หรืออาชีพอื่นๆ และได้ประสานกับสหกรณ์ในพื้นที่จัดสรรเงินสาธารณประโยชน์มาใช้ในการจัดซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อแจกจ่ายให้กับสมาชิกและชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ส่วนสหกรณ์ในจังหวัดต่างๆ ที่อยู่นอกพื้นที่ประสบภัยและต้องการจะมาร่วมเป็นจิตอาสาหรือบริจาคสิ่งของ เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ สามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัด ทุกจังหวัดทั่วประเทศ

“เมื่อสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลายลง กรมส่งเสริมสหกรณ์จะจัดกิจกรรมให้บริการซ่อมเครื่องมือและเครื่องจักรกลการเกษตรให้กับชาวบ้านในพื้นที่ประสบภัย โดยมอบหมายให้สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ แบ่งทีมช่างที่มีความชำนาญลงพื้นที่ พร้อมขอความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั้งวิทยาลัยอาชีวศึกษา สารพัดช่าง และวิทยาลัยเทคนิค ตั้งจุดให้บริการซ่อมเครื่องจักรกลการเกษตรและเปลี่ยนถ่ายอุปกรณ์ต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้อุปกรณ์เหล่านี้ไปประกอบอาชีพได้ทันทีที่น้ำลด โดยเน้นย้ำให้ทุกจังหวัด จัดกิจกรรมจิตอาสาฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ โดยให้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย หน่วยงานอื่นๆ และภาคเอกชน เข้าไปช่วยเหลือดูแล ทำความสะอาด ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร ทั้งด้านพืช ด้านประมง ด้านปศุสัตว์ รวมทั้งให้มีการรายงานผลการดำเนินกิจกรรมจิตอาสาฯ ในพื้นที่ต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์ https://www.cpd.go.th จนกว่าจะกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ” รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว

ด้าน นายสุพจน์ วัฒนวิเชียร สหกรณ์จังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า จังหวัดอุบลราชธานีจะใช้พื้นที่ของสหกรณ์การเกษตรในแต่ละอำเภอเป็นจุดบริการซ่อมเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพให้เกษตรกร โดยจะเริ่มที่อำเภอที่ได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด เช่น ที่อำเภอวารินชำราบและพิบูลมังสาหาร และในวันที่ 24 กันยายน จะจัดทีมจิตอาสาลงในพื้นที่ทำความสะอาดและซ่อมแซมบ้านเรือนและวัดในอำเภอม่วงสามสิบ รวมถึงเยี่ยมเยียนให้กับกำลังใจและประสานกับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อฟื้นฟูอาชีพให้กับชาวบ้าน โดยจะส่งเสริมปลูกพืชระยะสั้น หรือเลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ และจะหมุนเวียนจัดกิจกรรมจิตอาสากระจายไปอีก 7 อำเภอในจังหวัดอุบลราชธานี

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมโครงการจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเหลือ ฟื้นฟู ดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัยตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งทุกจังหวัดระดมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ให้กำลังใจและช่วยเหลือเยียวยาสมาชิกสหกรณ์และชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม 21 จังหวัด เร่งสำรวจความเสียหาย พร้อมสอบถามความต้องการของชาวบ้านเพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน เตรียมเปิดจุดบริการซ่อมเครื่องจักรกลการเกษตรและฟื้นฟูอาชีพหลังน้ำลดทันที

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมชี้แจงโครงการจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเหลือ ฟื้นฟู ดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัย ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือกันช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรและชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมใน 21 จังหวัด โดยจะมีพิธีเปิดตัวโครงการจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯ ครั้งแรกในวันที่ 23 กันยายน 2562 ที่จังหวัดอุบลราชธานี เริ่มตั้งแต่เวลา 09.15 น.

ซึ่งจะมีการรายงานสถานการณ์น้ำโดยกรมชลประทาน จากนั้นจะมีการมอบนโยบายจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯ โดย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และจะมีเวทีกิจกรรมจิตอาสาจัดพร้อมกันอีก 9 จังหวัด ได้แก่ มหาสารคาม อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ ยโสธร มุกดาหาร ร้อยเอ็ด สกลนคร กาฬสินธุ์ นครพนม ส่วนอีก 11 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ น่าน เพชรบูรณ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และอุตรดิตถ์ จะมีการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดเพื่อรับฟังนโยบายและแนวทาง การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งจะถ่ายทอดสัญญาณพิธีเปิดโครงการจิตอาสามาจากจังหวัดอุบลราชธานี

นอกจากนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการและผู้เชี่ยวชาญฯ ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ลงพื้นที่จังหวัดที่ประสบอุทกภัย เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสั่งการให้สหกรณ์จังหวัดระดมเจ้าหน้าที่กระจาย ลงพื้นที่ตามอำเภอต่างๆ เพื่อเยี่ยมเยือนให้กำลังใจพี่น้องเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และนำถุงยังชีพและของใช้ที่จำเป็นไปแจกจ่ายเพื่อช่วยเหลือในเบื้องต้น รวมถึงสำรวจปัญหา สอบถามถึงความต้องการเพื่อฟื้นฟูอาชีพ หลังน้ำลด เช่น การส่งเสริมปลูกพืชผักระยะสั้น หรืออาชีพอื่นๆ และได้ประสานกับสหกรณ์ในพื้นที่จัดสรรเงินสาธารณประโยชน์มาใช้ในการจัดซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อแจกจ่ายให้กับสมาชิกและชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ส่วนสหกรณ์ในจังหวัดต่างๆ ที่อยู่นอกพื้นที่ประสบภัยและต้องการจะมาร่วมเป็นจิตอาสาหรือบริจาคสิ่งของ เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ สามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัด ทุกจังหวัดทั่วประเทศ

“เมื่อสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลายลง กรมส่งเสริมสหกรณ์ จะจัดกิจกรรมให้บริการซ่อมเครื่องมือและ เครื่องจักรกลการเกษตรให้กับชาวบ้านในพื้นที่ประสบภัย โดยมอบหมายให้สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ แบ่งทีมช่างที่มีความชำนาญลงพื้นที่ พร้อมขอความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่าง ทั้งวิทยาลัยอาชีวศึกษา สารพัดช่าง และวิทยาลัยเทคนิค ตั้งจุดให้บริการซ่อมเครื่องจักรกลการเกษตรและเปลี่ยนถ่ายอุปกรณ์ต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้อุปกรณ์เหล่านี้ไปประกอบอาชีพได้ทันทีที่น้ำลด โดยเน้นย้ำให้ทุกจังหวัด จัดกิจกรรมจิตอาสาฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ โดยให้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย หน่วยงานอื่นๆ และภาคเอกชน เข้าไปช่วยเหลือดูแล ทำความสะอาด ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร ทั้งด้านพืช ด้านประมง ด้านปศุสัตว์ รวมทั้งให้มีการรายงานผลการดำเนินกิจกรรมจิตอาสาฯ ในพื้นที่ต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์ https://www.cpd.go.th จนกว่าจะกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ” รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว

ด้าน นายสุพจน์ วัฒนวิเชียร สหกรณ์จังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า จังหวัดอุบลราชธานีจะใช้พื้นที่ของสหกรณ์การเกษตรในแต่ละอำเภอเป็นจุดบริการซ่อมเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพให้เกษตรกร โดยจะเริ่มที่อำเภอที่ได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด เช่น ที่อำเภอวารินชำราบและพิบูลมังสาหาร และในวันที่ 24 กันยายน จะจัดทีมจิตอาสาลงในพื้นที่ทำความสะอาดและซ่อมแซมบ้านเรือนและวัดในอำเภอม่วงสามสิบ รวมถึงเยี่ยมเยียนให้กับกำลังใจและประสานกับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อฟื้นฟูอาชีพให้กับชาวบ้าน โดยจะส่งเสริมปลูกพืชระยะสั้น หรือเลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ และจะหมุนเวียนจัดกิจกรรมจิตอาสากระจายไปอีก 7 อำเภอ ในจังหวัดอุบลราชธานี

“น้ำคือพื้นฐานของชีวิต” การมีแหล่งน้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และตามสภาพทางภูมิศาสตร์ ล้วนมีผลโดยตรงต่อวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชนทั้งด้านการใช้น้ำเพื่อดื่ม เพื่อใช้ การประกอบอาชีพ เป็นสถานที่พักผ่อนและท่องเที่ยว ออกกำลังกาย การประกอบพิธีกรรม วัฒนธรรมประเพณีต่างๆ ฯลฯ การที่จะรักษาสภาพของแหล่งน้ำให้เป็นธรรมชาติสมบัติของชุมชนได้อย่างยั่งยืนนั้น นอกจากการจัดการดูแล บำรุงรักษาที่ดีพอแล้ว ต้องอาศัยปัจจัยต่างๆ ทั้งคน งบประมาณด้วย

ขอนำเสนอแนวทางการบริหารจัดการน้ำของชุมชนข่วงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ที่เกิดผลจากความร่วมมือของหลายภาคส่วนในการบูรณาการร่วมกันทั้งผู้นำชุมชน คนในชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการ เพื่อการบรรลุผลประโยชน์ร่วม

หนองด้าง เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ อยู่ที่ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยลักษณะทางภูมิประเทศของพื้นที่อำเภอจอมทอง ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบกว้างระหว่างริมฝั่งแม่น้ำปิงและลำน้ำแม่กลาง ซึ่งเป็นชุมชนหนาแน่นกระจายในพื้นที่ มีพื้นที่หุบเขาเชิงเขาทางทิศตะวันตก และมีพื้นที่ราบลุ่มทางทิศเหนือ ลาดเอียงเล็กน้อยจากเชิงดอยอินทนนท์ หนองด้างจึงเป็นพื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติ ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำปิง พื้นที่ดังกล่าวใช้ประโยชน์ในการทำนา ทำสวน ทำไร่ ไม้ยืนต้น เช่นลำไย

หนองด้าง ได้รับการพัฒนาให้เป็นอ่างเก็บน้ำโดยกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้คัดเลือกให้เป็นแหล่งน้ำที่สมบูรณ์ ซึ่งแต่เดิมนั้นอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ตื้นเขินจึงได้ทำประชาคมหมู่บ้านและคนในชุมชนเห็นด้วยที่จะฟื้นฟู รักษาสภาพแหล่งน้ำด้วยการขุดลอกให้กว้างและลึกให้เกิดประโยชน์ด้านการเกษตร ประมง และแหล่งอาหาร

การบูรณาการความร่วมมือในพื้นที่
มุมมองของผู้นำชุมชนในพื้นที่
คุณชรัณชิต แสนใจบุญ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ตำบลข่วงเปา โทร. (082) 890-2295 ได้ให้ข้อมูลว่า อ่างเก็บน้ำหนองด้างเป็นที่สาธารณะ ครอบคลุม 3 หมู่บ้าน ได้แก่หมู่ที่ 3, 5, 9 และมีองค์การบริหารส่วนตำบลข่วงเปา เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของพื้นที่ ในอดีตนั้นมีการบริหารจัดการกันมาเช่นไร ตนเองขอไม่กล่าวถึง แต่เมื่อตนเองได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้าน เห็นว่าอ่างเก็บน้ำหนองด้างกับผู้คนในชุมชนมีวิถีชีวิตผูกพันกันมาอย่างยาวนาน มุ่งมั่นที่จะพัฒนาให้เป็นแหล่งน้ำที่ก่อเกิดประโยชน์แก่คนและชุมชน ให้เป็นศูนย์รวมของคนในชุมชน ให้เกิดความรู้สึกภาคภูมิใจว่าตนเองเป็นเจ้าของแหล่งน้ำสาธารณะนี้ มีสำนึกในการดูแลอ่างเก็บน้ำ เมื่อมีเหตุการณ์ผิดปกติก็จะมีกลุ่มไลน์เฝ้าระวังเหตุ และแจ้งเหตุได้ทันที จึงได้ดำเนินการบริหารจัดการด้วยวิธีการต่างๆ ร่วมกับหลายภาคส่วน

การบริหารจัดการพื้นที่รอบอ่างน้ำ ได้มีการปรับปรุง ทำถนนอย่างดีมาก่อนแล้ว และมีการปูพื้นทางเท้าให้เป็นสถานที่ออกกำลังกาย มีระยะทางยาว 1,000 เมตร มีพื้นที่ว่างรอบอ่างเก็บน้ำก็เปิดโอกาสให้คนในชุมชนใครก็ได้ที่มีความขยันปลูกพืชผักได้ แต่ต้องดูแลด้วยตนเอง ให้ใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำมารดผัก เจ้าของเก็บกินหรือขายเอง ขายให้แก่คนที่มาออกกำลังกาย หรือนำไปขายที่ตลาดเป็นรายได้ของครัวเรือน เศษของผักก็ขอให้นำไปใช้เป็นอาหารปลา ซึ่งทุกคนก็ให้ความร่วมมือที่ดี

การบริหารจัดการทรัพยากรปลา จากการที่กรมประมง โดยประมงอำเภอจอมทอง ได้นำพันธุ์ปลามาปล่อย ในลักษณะของประมงหมู่บ้าน หมู่บ้านก็จะบริหารจัดการกันเอง ผู้ใหญ่ชรัณชิต บอกขั้นตอนการบริหารจัดการปลาในอ่างว่า 1. หลังการปล่อยพันธุ์ปลาแล้ว ก็จะมีการประชาคมแต่ละหมู่บ้าน แล้วตั้งกรรมการร่วมกันดูแลปลาไม่ให้มีใครเข้ามาจับปลาก่อนได้รับอนุญาต 2. เมื่อปลาเติบโต มีการแพร่พันธุ์ระยะเวลาประมาณ 1 ปี ก็จะเปิดให้มีการประมูลจับปลาไปขายโดยกำหนดช่วงเวลาจับปลาได้ภายในเวลา 2 เดือน พ้นกำหนดเวลาก็จะประกาศเสียงตามสาย อนุญาตให้คนในชุมชนข่วงเปา หรือจากชุมชนอื่นๆ จับปลาได้ฟรี เป็นเวลา 3 เดือน จับปลาด้วยอุปกรณ์ที่อนุญาตให้จับเท่านั้น จะนำไปประกอบอาหารที่บ้านหรือนำไปขายเป็นรายได้ให้แก่ครัวเรือนก็แล้วแต่ ไม่มีเงื่อนไข

แม้จะเปิดโอกาสให้มีการจับปลาโดยเสรี หลังจากพ้นเวลาจะประกาศงดจับปลาทุกกรณี เพื่อการพักอ่างเก็บน้ำ แต่ในอ่างก็ยังมีปลาอยู่จำนวนมาก ปล่อยให้แพร่พันธุ์และรอการปล่อยปลาในครั้งต่อไป 3. จัดสรรแบ่งปันผลประโยชน์ คือนำเงินที่ได้มาจากการประมูลแบ่งให้ 3 หมู่บ้าน เพื่อนำไปพัฒนาชุมชน และให้เป็นกองทุนชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลข่วงเปา แต่มีจำนวนเงินน้อยกว่าจัดสรรให้ 3 หมู่บ้าน

ผู้ใหญ่ชรัณชิต ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงประโยชน์ที่คนในชุมชน และชุมชนได้รับจากอ่างเก็บน้ำหนองด้างมีมากมาย ได้แก่

เป็นพื้นที่ทำมาหากิน และหารายได้ของคนในชุมชนที่ขยันปลูกพืชผักไว้เป็นอาหารในครัวเรือน หรือขาย
เป็นพื้นที่ทำประมงหมู่บ้าน ผลิตอาหาร คือ ปลา ไว้กินในครัวเรือน หรือขายเป็นรายได้
น้ำจากอ่างเก็บน้ำ นำไปใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรในสวน หรือไร่นาของเกษตรกรได้
มีรายได้จากการเปิดให้มีการประมูล นำเงินเข้าหมู่บ้าน นำไปพัฒนาในด้านต่างๆ
เป็นสถานที่ออกกำลังกาย-พักผ่อน

ส่วนราชการที่มีบทบาทสำคัญในการบูรณาการอ่างเก็บน้ำหนองด้างคือ ประมงอำเภอ คุณวิลาศ กล่อมสุนทร อดีตประมงอำเภอจอมทอง ได้ให้ข้อมูลว่า ประมงหมู่บ้านเป็นโครงการหนึ่งของกรมประมง ที่ดำเนินงานโครงการพัฒนาท้องถิ่น วัตถุประสงค์ที่สำคัญ ต้องการจะบูรณะ ขุดลอกและก่อสร้างแหล่งน้ำขนาดเล็ก ที่มีพื้นที่ไม่เกิน 100 ไร่ และอยู่ใกล้หมู่บ้าน ให้สามารถกักเก็บน้ำให้คนในหมู่บ้านใช้อุปโภคและบริโภคได้ อีกทั้งยังมีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่อให้เจริญเติบโตเป็นอาหารของคนในหมู่บ้าน มีการอบรมให้ความรู้เรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ การบริหารแหล่งน้ำแบบง่ายๆ อย่างกรณีอ่างเก็บน้ำหนองด้าง นับได้ว่าเป็นการบริหารจัดการที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง กล่าวคือ คนในหมู่บ้านมีน้ำใช้ และมีการจับสัตว์น้ำไว้กิน หรือขายเป็นรายได้ของตนเองและชุมชน ทำให้การอพยพไปหางานนอกหมู่บ้านน้อยลง

คุณวิลาศ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นหน่วยงานหลัก ในการบริหารจัดการทรัพยากร และพัฒนาในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ได้แก่ หมู่บ้านหรือชุมชน โครงการบริหารจัดการน้ำด้านการประมงเพื่อชุมชน สามารถสร้างเสริมให้คนในชุมชนมีความเข้าใจ ในทรัพยากรน้ำ และเพื่อให้นำชุมชน คือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คนในชุมชน มีส่วนร่วมในการวางแผน และตัดสินใจ บนข้อมูลพื้นฐานของชุมชน และด้านวิชาการ โดยประมงอำเภอเป็นผู้ให้คำแนะนำ แต่ละปีประมงอำเภอจอมทอง ให้การสนับสนุนในด้านพันธุ์ปลา นำมาปล่อยลงอ่างในวันสำคัญๆ ของประเทศ อาทิ วันที่ 3 มิถุนายน, 28 กรกฎาคม, 12 สิงหาคม, 5 ธันวาคม