โดยการสัมมนาครั้งนี้ ได้เชิญวิทยากรระดับแนวหน้าจากสถาบัน

ด้านอาหารและอุตสาหกรรมอาหารของโลก จากประเทศต่างๆ รวม 15 ประเทศ อาทิ อิตาลี เดนมาร์ก สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรเลีย เนเธอร์แลนด์ สิงคโปร์ แคนาดา นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ไทย ฯลฯ เพื่ออัพเดทแนวโน้มนวัตกรรมอาหารโลก Internet of Food การพัฒนาคนสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร 4.0 โลจิสติกส์และซัพพลายเชนสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร ความปลอดภัยอาหารและมาตรฐานอาหาร การพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร บนฐานแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เทรนด์นวัตกรรมเครื่องเทศและสมุนไพร แหล่งโปรตีนใหม่ อาหารกับสังคมผู้สูงอายุ โดยได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ของแต่ละประเทศที่มีจุดแข็งแตกต่างกัน

โดยเฉพาะเดนมาร์ก ที่มีจุดแข็งคือ กลุ่มอาหารออร์แกนิกและผลิตภัณฑ์อาหารพรีเมียม นอกจากนี้ ยังเป็นประเทศที่สามารถผลิตสินค้าด้านเกษตรอาหารได้มากถึงสามเท่าของปริมาณที่ต้องการบริโภคภายในประเทศ ขณะเดียวกัน Danish Food Cluster ก็เป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก อะโกรฟู้ดพาร์ค ซึ่งทำงานเพื่อเพิ่มนวัตกรรมในอุตสาหกรรมอาหารของเดนมาร์ก โดยการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานความรู้ระดับโลก เชื่อมโยงกับนักลงทุนและบริษัทต่างๆ เป็นหนึ่งในศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารที่สำคัญของโลก

มีพื้นที่ในอาคารวิจัยกว่า 45,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับบริษัทในการทำวิจัยพัฒนาด้านนวัตกรรมอาหาร มีพื้นที่แปลงทดลอง 5 เฮกตาร์ บนพื้นที่รวมทั้งสิ้น 100 เฮกตาร์ โดยปัจจุบันมีบริษัทในพื้นที่ 75 บริษัท ในจำนวนนี้เป็น Food & Agri-tech Startup 25 บริษัท ส่วนสถาบันอาหารแห่งอนาคตจากประเทศอิตาลี ก็เพิ่งเดินทางมาประเทศไทย และได้เดินทางไปเยี่ยมชม ความพร้อม และเครือข่ายของฟู้ดอินโนโพลิส เพื่อความร่วมมือกันในอนาคต

หนึ่งในวิทยากรที่น่าสนใจอีกท่าน เป็นคนไทย คือ ดร.ธัญญวัฒน์ เกษมสุวรรณ ผู้อำนวยการกลุ่มด้านนวัตกรรม บริษัท ไทยยูเนี่ยน จำกัด ที่บอกเล่าถึงความสำเร็จของบริษัทอาหารสัญชาติไทยอย่างไทยยูเนี่ยน ที่ได้รับเลือกให้ติดดัชนีดาวโจนส์ เป็นอันดับ 1 ของโลก โดย ดร.ธัญญวัฒน์ บอกว่า ไทยยูเนี่ยนลงทุนเพื่ออนาคตเยอะมาก โดยเฉพาะกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของไทยยูเนี่ยนประสบความสำเร็จในการทำคะแนนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเด็นด้านความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สุขภาพและโภชนาการ ความเสี่ยงที่เกี่ยวกับน้ำ ด้านการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน จรรยาบรรณธุรกิจ และแนวปฏิบัติด้านแรงงาน ซึ่งทำให้ประเทศไทยมีอันดับเรื่องการคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนในลำดับที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าไม่เกิน 10 ปี โลกเปลี่ยนแรงงานมีทักษะเท่านั้นที่จะไปด้วยกันได้กับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ธุรกิจอาหารก็ต้องเร่งปรับตัวเพราะจะเป็นหนทางเดียวที่จะดีดตัวออกจากคู่แข่งได้

ด้าน ดร.อนุวัฒน์ เชื้อเย็น คณบดีคณะพัฒนาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้หยิบยกโครงการพัฒนาต้นแบบการแปรรูปอาหารอินทรีย์เชิงสร้างสรรค์อย่างมีส่วนร่วม “The Ultimate Seasonal Sensation หรือ The USS ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ดำเนินการอยู่ สอดคล้องกับ ดร.สิรี ชัยเสรี รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ให้ความสำคัญกับกลิ่นและรสชาติของอาหาร เป็นเทรนด์ของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน การนำเอาวัตถุดิบในท้องถิ่นมาปรับให้เป็นอัตลักษณ์ประจำชาติ จะทำให้เพิ่มมูลค่าของอาหารได้ เช่น ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวทุเรียน ก็เป็นที่ชื่นชอบของชาวเอเชีย โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มใหญ่อย่างประเทศจีน ขณะที่ ดร.Mei Yin Low จากบริษัทด้านกลิ่นรส จิวาดอง สิงคโปร์ ก็ให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ โดยมองว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคผ่านางแอปพลิเคชั่น จากโซเชียล เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้เรียนรู้พฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อนำไปปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น

เช่นเดียวกับทางกลุ่มผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรงจากสามพรานโมเดล นายอรุษ นวราช ที่ได้ก่อตั้งสามพรานโมเดลให้เป็นแหล่งเรียนรู้ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ผลิตจากฟาร์มเกษตร ไปจนถึงผู้บริโภค ที่ปัจจุบันคำนึงถึงสุขภาพมากขึ้น โดยนายอรุษ มองว่า การให้การศึกษากับทางเกษตรกรเพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนวิถีเกษตรแบบเดิมมาสู่เกษตรออร์แกนิก ต้องทำให้เขาเห็นภาครายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่วนตัวของผู้บริโภคเองก็ต้องเห็นถึงความสำคัญของสุขภาพซึ่งทั้งสองส่วนต้องให้เขาเห็นและมีส่วนร่วมจึงได้เกิดโครงการ Organic Tourism หรือการท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ คือให้ทุกคนมาเรียนรู้และศึกษาร่วมกัน ขณะที่กลุ่ม Central Group เองก็มองว่า แม้จะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการซื้อผลผลิตจากเกษตรกรรายใหญ่เท่านั้น หากแต่ให้ความสำคัญกับกลุ่มเกษตรกรรายย่อย สตาร์ทอัพ ผู้ประกอบการซึ่งเป็นเกษตรรุ่นใหม่ เพื่อสนับสนุนให้เกิดความยั่งยืนในระบบห่วงโซ่อาหาร ที่ต้องเดินไปด้วยกัน ขณะที่ ดร.Christine Demen Meier จาก Innovation Concil Innosuisse จาก สวิตเซอร์แลนด์ ก็ให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร

ด้าน ดร.อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ ซีอีโอเมืองนวัตกรรมอาหาร บอกว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับเมืองนวัตกรรมอาหารในภูมิภาคอาเซียนและเวทีโลก โดยคาดหวังให้เกิดการลงทุนในกิจกรรมวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมของบริษัทในอุตสาหกรรมอาหารและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง นอกจากนี้ ยังเป็นเวทีในการอัพเดทความรู้จากวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมอาหารจากอุตสาหกรรมอาหารทั้งของประเทศไทย ภูมิภาคอาเซียน และระดับสากล ส่งเสริมให้เกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจและเชื่อมโยงความร่วมมือด้านการวิจัยพัฒนาระหว่างบริษัทอาหารของไทยกับบริษัทต่างชาติ ตลอดจนเชื่อมโยงและสร้างโอกาสเครือข่ายความร่วมมือระหว่างเมืองนวัตกรรมอาหารกับบริษัทและหน่วยงานต่างประเทศในระดับภูมิภาคอาเซียน เอเชีย แปซิฟิก ยุโรป และคลัสเตอร์อาหารของอเมริกา ผลักดันให้เกิดกลไกความร่วมมือในการทำงานร่วมกันแบบรัฐร่วมเอกชน

ดร.อัครวิทย์ กล่าวอีกว่า อุตสาหกรรมอาหารเป็นรายได้สำคัญของประเทศไทย และเป็นอุตสาหกรรมที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอาหารตอบสนองไลฟ์สไตล์ชีวิตของในยุคดิจิตอลอย่างต่อเนื่องจนถึงวันนี้ สามารถพูดได้เลยว่า ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารของโลก ดูได้จากรางวัลอันดับ 1 ของโลก ที่ทางบริษัทไทยยูเนี่ยนได้รับ ซึ่งถือเป็นเครื่องการันตีได้ถึงความเป็นมาตรฐานสากลที่ประเทศไทยทำได้

ทุ่งกุลาร้องไห้ มีดินแดนกว้างใหญ่ไพศาล 2.1 ล้านไร่ ใน 5 จังหวัด คือ จังหวัดยโสธร ศรีสะเกษ สุรินทร์ มหาสารคาม และจังหวัดร้อยเอ็ด

จังหวัดร้อยเอ็ด ทุ่งกุลราร้องไห้อยู่ในพื้นที่ อำเภอปทุมรัตต์ เกษตรวิสัย สุวรรณภูมิ และอำเภอโพนทราย รวมพื้นที่ 9.7 แสนไร่คุณอุทัย และ คุณสมคิด สาวแก้ว สามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 118 ม.7 บ้านทุ่งทรายทอง ต.ทุ่งหลวง อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 45130 ประสบความสำเร็จในโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่

ทีมงานจากสำนักงานเกษตรอำเภอสุวรรณภูมิ เดินทางผ่านทุ่งนาที่เวิ้งว้าง กว้างใหญ่ไพศาล น้ำมันรถยนต์เต็มถัง เครื่องยนต์ดี ยางดี หมู่บ้านอยู่ห่างไกลกันมาก เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ มี คุณหลวงเกตุ บุญอรัญ เป็น ผญบ. เจ้าของบ้านให้การต้อนรับดีมากๆ พร้อมบอกว่าตนเองทำนาปีละครั้ง นาข้าว 100 ไร่ เป็นพื้นที่ ส.ป.ก. 4-01 นาอาศัยน้ำฝนเพียงอย่างเดียว ฤดูแล้งดินเค็มส่าเกลือระเหิดจากใต้พื้นพสุธา ต้นไม้ที่ขึ้นได้ดีคือ ต้นยูคาลิปตัส ตนเองเป็นสายเลือดของ “ทุ่งกุลาร้องไห้” น้อมนำโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ สู่พื้นที่นาข้าวหลังบ้านพัก 3 ไร่ โดยการส่งเสริมของ คุณวัชรินทร์ เขจรวงศ์ เกษตรอำเภอสุวรรณภูมิ กรมส่งเสริมการเกษตร โดยการขุดบ่อ ขนาด 1 ไร่ ลึก 3-4 เมตร สร้างเรือนนอนพักผ่อน 1 หลัง กระชังเลี้ยงกบ ขนาด 1,000 ตัว โรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ ขนาด 20 ตัว ไข่ได้ วันละ 15-17 ฟอง โรงเรือนไก่เนื้อ 50-100 ตัว ทำบนบ่อเลี้ยงปลา เพราะได้อยู่อย่างเกื้อกูล อาหารร่วงหล่นลงน้ำ มูลไก่ ปลากินเป็นอาหาร

ปลาที่เลี้ยง มีปลานิล ปลาไน ปลาตะเพียน 15,000 ตัว เจริญเติบโตดีมากๆ ขนาด 1-2 ตัว ต่อกิโลกรัม รอบสระน้ำปลูกไม้ผล มะม่วง ฝรั่ง ชมพู่ จำนวน 30-40 ตัน มะนาวในวงบ่อ 30 ต้น

คุณอุทัย กล่าวว่า พื้นที่อีกส่วนแบ่งทำโรงเรือนเลี้ยงโคขุน จำนวน 23 ตัว เก็บฟางข้าวไว้เลี้ยงวัว ได้ปุ๋ยคอก อยู่อย่างเกื้อกูลจริงๆ ที่ลุ่มหลังสวนปลูกพืชผักสวนครัว ผักกาดขาวปลี เขียวปลี คะน้า กวางตุ้ง หอม ข่า ตะไคร้ แซมด้วยมะละกอ

พื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ แห้งแล้ง มองไกลมีสีเขียวที่หลังบ้านคุณอุทัยเท่านั้น เป็นแหล่งอาหารของครอบครัว เกิดรายได้รายวัน จากการขายผัก ขายไข่ไก่ ไก่เนื้อ ขายปลา ขายกบ วันละ 200-300 บาท รายได้รายปี ขายข้าว ปีละ 1 ครั้ง กว่า 500,000 บาท ขายวัว 120,000 บาท มูลวัวเป็นปุ๋ยอินทรีย์ชั้นดีของนาข้าว ขายได้ไม่น้อย

คุณอุทัย บอกว่า ตนเองมีความสุขอย่างมาก ลูกสาว ลูกชาย กลับมาบ้าน นอนพักที่ศาลากลางน้ำ เป็นชีวิตชาวทุ่งกุลาสดใส แล้ววันนี้ทางด้าน คุณเสน่ห์ รัตนาภรณ์ เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า อำเภอสุวรรณภูมิมี 15 ตำบล 199 หมู่บ้าน นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ต้องปฏิบัติการเชิงรุก ร่วมกับอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล (ศบ.กต.) ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) แปลงใหญ่ เรื่องข้าว คือลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพ การบริหารจัดการ และด้านการตลาด การผลิต “ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ” นักส่งเสริมการเกษตร มืออาชีพต้องทำได้

สอน. ชง กอน. เคาะราคาอ้อยขั้นต้นฤดูผลิต ปี 2561/62 วันที่ 15 พ.ย. นี้ คาดรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 880-900 บาท ต่อตัน
ชง กอน. เคาะราคาอ้อยขั้นต้น – นางวรวรรณ ชิตอรุณ เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยว่า วันที่ 15 พ.ย. นี้ สอน. จะเสนอราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิต ปี 2561/62 เฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ 680 บาท ต่อตัน ระดับความหวานที่ 10 ซี.ซี.เอส เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ที่มี นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน จากนั้นจะเสนอความเห็นต่อไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบราคาอ้อยขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้น ก่อนที่จะประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา โดยราคาขั้นต้นดังกล่าวผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการบริหาร (กบ.) แล้วเสนอคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) พิจารณาเห็นชอบในวันที่ 15 พ.ย. นี้

“ราคาอ้อยขั้นต้นฯ ฤดูการผลิตปี 2561/62 ที่ 680 บาท ต่อตันอ้อยนี้ เป็นตัวเลขที่เป็นตัวเลขเดียวกับที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้รายงานต่อ ครม. ในการกำหนดมาตรการการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อย ที่ได้รับผลกระทบจากทั้งด้านราคาที่ตกต่ำ เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่ง ครม. กำหนดความช่วยเหลือไม่เกิน 50 บาท ต่อตันอ้อย แต่จะมีการกำหนดปริมาณตันอ้อยสูงสุดที่จะได้รับเงินช่วยเหลือไม่เกินรายละ 5,000 ตันอ้อย ตามจำนวนที่จ่ายจริงไม่เกินวงเงิน 6,500 ล้านบาท”

ทั้งนี้ เมื่อรวมกับแนวทางการให้ความช่วยเหลือและความร่วมมือจากโรงงานน้ำตาลที่จะจ่ายเงินล่วงหน้าบางส่วนให้เกษตรกรไปก่อน เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเพิ่มเติมอีกประมาณ 60 บาท ต่อตันอ้อย จากเดิมที่เคยคำนวณไว้ที่ 70 บาท แต่เนื่องจากขณะนี้ราคาน้ำตาลตลาดโลกได้ขยับราคาขึ้นมาเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม สอน. จะหารือร่วมกับโรงงานน้ำตาลและสมาคมธนาคารไทยในสัปดาห์หน้า ซึ่งจากการคำนวณราคาอ้อยขั้นต้นที่ 680 บาท รวมกับเงินช่วยเหลือจากทั้งสองแนวทางดังกล่าว และเมื่อรวมกับค่าส่วนเพิ่มจากคุณภาพอ้อยที่เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย เกษตรกรชาวไร่อ้อยจะได้รับราคาอ้อยประมาณ 880-900 บาท ต่อตันอ้อย ที่ค่าความหวานเฉลี่ยประมาณ 12.30 ซี.ซี.เอส จะเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ชาวไร่อ้อยอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ทั้งนี้ การให้ความช่วยเหลือดังกล่าว ไม่ขัดต่อองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) เนื่องจากเป็นการอุดหนุนด้านปัจจัยการผลิต ถือเป็นการอุดหนุนภายในที่ยกเว้นสำหรับประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งรัฐสามารถดำเนินการได้

ชาวสวนมะพร้าวเกาะสมุย นำตอมะพร้าว กะลา มาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ของชำร่วย เครื่องประดับ โคมไฟ และของใช้ต่างๆ มาขายให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ สร้างรายได้เสริมได้ดีในช่วงนี้ หลังราคามะพร้าวตกต่ำในรอบ 10 ปี

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 จากที่เกิดวิกฤตลูกมะพร้าวบนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ราคาตกต่ำเป็นประวัติการณ์ในรอบ 10 ปี เหลือราคา ลูกละ 2.50 บาท ทำให้ชาวสวนมะพร้าวหันมาทำผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวที่ทำมาจากตอต้นมะพร้าวและกะลามะพร้าว ผลิตเป็นสินค้าประเภทของของฝาก ของชำร่วย เครื่องประดับ และของใช้ต่างๆ ขายให้กับนักท่องเที่ยว สร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว

ที่ร้านอินทร์ตาหัตถกรรมไม้มะพร้าว เปิดเป็นศูนย์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือโอท็อป ระดับ 4 ดาว ของ ต.ตลิ่งงาม อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ที่นำสินค้าต่างๆ ที่ผลิตขึ้นมา มาจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว โดยสินค้าจะถูกออกแบบขึ้นจากความคิดของชาวบ้าน แล้วนำมาประกอบและตกแต่งทาสีจากฝีมือของชาวบ้าน สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ทำขึ้นมาขายก็จะเป็น ถ้วย จาน ชาม แก้วน้ำ ถ้วยกาแฟ โคมไฟ กระปุกออมสินลิง และเครื่องประดับต่างๆ

นางสาวศุภลักษณ์ ทิศหมุน เจ้าของร้านอินทร์ตาหัตถกรรมไม้มะพร้าว บอกว่า ไม้มะพร้าวที่นำมาทำผลิตภัณฑ์จะเป็นส่วนของโคนต้นมะพร้าวที่เหลือใช้จากการตัดโค่นต้นมะพร้าวไปแล้ว ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาขายจะเป็นประเภทสวยงาม ตกแต่งประดับบ้านเรือน และใช้ประโยชน์ได้จริงๆ ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นเหมาะสำหรับนำไปเป็นของฝากผู้หลักผู้ใหญ่ได้

สำหรับกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และลูกค้าจากต่างจังหวัด เช่น กระบี่ ภูเก็ต แต่ละวันจะมีกรุ๊ปทัวร์มาลง สินค้าที่ขายดีก็จะเป็นจำพวกเครื่องประดับ โคมไฟ ครก แก้ว เหยือกน้ำ และที่เขี่ยบุหรี่ ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาขายก็น่าจะสร้างหน้าตาให้กับเกาะสมุย เพราะว่าเกาะสมุยขึ้นชื่อในเรื่องของมะพร้าว ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สร้างรายได้ดีแม้ผลมะพร้าวจะราคาตกต่ำ

คน. ขอให้โรงงานน้ำมันมะพร้าวรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร 30 ล้านลูก โดยอุดหนุนส่วนต่างราคามะพร้าวให้กับโรงงานรับซื้อ ผงะ! สต๊อกล้นเกือบ 100 ล้านลูก
ลุยแทรกแซงราคามะพร้าว – นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว บริษัทเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงพาณิชย์ เพื่อแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ ว่า ที่ประชุมเห็นชอบจะใช้มาตรการแทรกแซง โดยให้โรงงานน้ำมันมะพร้าว 4 แห่ง ช่วยรับซื้อมะพร้าวจากเกษตรกร ประมาณ 6 พันตัน หรือ 30 ล้านลูก เพื่อลดสต๊อก โดยเกษตรกรจะต้องขายเป็นเนื้อมะพร้าวแห้ง และให้โรงงานรับซื้อที่กิโลกรัมละ 15 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดที่ 10 บาท โดยรัฐบาลจะอุดหนุนส่วนต่างตามราคาตลาด

ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้เงินอุดหนุนประมาณ 30-40 ล้านบาท โดยจะต้องเสนอของบประมาณจากสำนักงบประมาณ เชื่อหากลดปริมาณมะพร้าวลงได้จะส่งผลให้ราคามะพร้าวปรับตัวดีขึ้น

สำหรับหลักเกณฑ์ในการรับซื้อมะพร้าว จะต้องเป็นมะพร้าวจากสวนเกษตรกรเท่านั้น และเป็นมะพร้าวแห้ง 5% โดยให้จังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตมะพร้าวเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขและปริมาณการรับซื้อ เช่น จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ชลบุรี โดยมาตรการนี้จะใช้เวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนนี้ไปจนถึงม.ค. 2562

สำหรับสถานการณ์ราคามะพร้าวขณะนี้ ปรับตัวดีขึ้น เฉลี่ย 50 สตางค์ ถึง 1 บาท โดยราคาปัจจุบันอยู่ที่ 4-5 บาท ขณะที่ นายอำนาจ มณีแดง ตัวแทนเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า พอใจกับมาตรการนี้ และเชื่อว่าจะส่งผลให้ราคามะพร้าวปรับตัวดีขึ้น สำหรับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีมะพร้าวที่ได้รับผลกระทบจากราคาตกต่ำ 92 ล้านผล ในจำนวนนี้เป็นมะพร้าวที่ยังไม่งอก 88 ล้านผล และมะพร้าวงอก อีก 4 ล้านผล ในจำนวนนี้ 40% เป็นมะพร้าวที่อยู่ในล้ง

ผมจับคำพูด “บิ๊กตู่” พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ออกมาระบุว่า “คนที่ออกมาพูดว่าเรามีคนจนมากขึ้นทุกปีนั้นโกหกทั้งสิ้น ยืนยันว่าคนจนไม่ได้มากขึ้น”
หากรัฐบาลหลงใหลกับตัวเลข จีดีพี พยายามปั้น สร้างผลงานตัวเลขเหล่านี้ ก็น่าชื่นใจเมื่อเห็นตัวเลขผลประกอบการกำไรบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในไตรมาส 3 ปีนี้พุ่งไประดับ 2 แสนล้านบาท เติบโตกว่า 10% เช่นเดียวกับตัวเลขธนาคารพาณิชย์ 11 แห่ง แจ้งผลประกอบการงวดไตรมาส 2 มีกำไรสุทธิรวมกันกว่า 53,541 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.15%

คนที่อยู่ในกลุ่มนี้คือ คนระดับบน เจ้าของกิจการ เจ้าสัว ที่กอบโกยผลกำไรจากกิจการที่ตนเองถือครองหุ้นอยู่และคงไม่ต่างกับยุคสมัย คสช. ปกครองโดยระบบราชการ ซึ่งมักรักษาผลประโยชน์กลุ่มตน คสช. ยึดถือการขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการเป็นเรื่องสำคัญ ช่วงเข้ามาบริหารประเทศจึงมีกฎหมายขึ้นเงินเดือนให้กับข้าราชการไปแล้วอย่างน้อย 12 ฉบับ ล่าสุด เกิดผลกระทบงบประมาณครั้งใหญ่ เพราะในปี 2562 วงเงินงบประมาณด้านบุคลากรภาครัฐเพิ่มขึ้นเป็น 1,060,869 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อวงเงินงบประมาณถึงร้อยละ 35.4

เมื่อเปรียบเทียบงบประมาณในปีแรก 57 ของ คสช. กับปีล่าสุด มีค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรภาครัฐเพิ่มขึ้นกว่า 454,001 ล้านบาท สัดส่วนงบประมาณก็เพิ่มขึ้นจากเดิมแค่ 1 ใน 4 แต่ตอนนี้พุ่งไปที่ 1 ใน 3 ของวงเงินงบประมาณทั้งหมดของประเทศแล้ว

จึงนำไปสู่คำถามถึงความเหมาะสมเนื่องจากเงินเดือนข้าราชการถูกปรับสูงขึ้น ในขณะที่ข้อเรียกร้องเรื่องค่าแรงขั้นต่ำของผู้ใช้แรงงาน คนเหล่านี้ด้อยทั้งเกียรติและรายได้ กลับไม่ได้รับความสนใจ กว่าจะขึ้นได้แต่ละบาทแต่ละสตางค์มักมีข้อแม้ มีข้อท้วงติงต่างๆ มากมาย

ไม่ต่างกับคนในระดับรากหญ้าหรือเกษตรกรคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ก็ได้รับผลกระทบต่อการบริหารของรัฐบาลชุดนี้

ชาวสวนปาล์มน้ำมันออกมาเรียกร้องรัฐบาลช่วยเหลือราคาปาล์มตกต่ำ เหลือแค่กิโลกรัมละ 3.10-3.50 บาท ลานรับซื้อบางแห่งให้ราคากิโลกรัมละ 2 บาทเศษ เช่นเดียวกับเกษตรกรชาวสวนยางใต้และอีสานต้องหวานอมขมกลืน ออกมาเคลื่อนไหวเพราะน้ำตาตกกับราคายางร่วงลงมาถึงจุดต่ำสุด 3 กิโล 100 บาท

ชาวสวนมะพร้าว ประสบปัญหาราคาเหลือลูกละ 4-5 บาท จากเดิมราคาลูกละกว่า 20 บาท ด้านราคาไข่ไก่ตกต่ำที่สุดในรอบ 30 ปี ไม่เว้นผู้ประกอบการประมง “มงคล สุขเจริญคณา” นายกสมาคมประมงแห่งประเทศไทย ต้องนัดประชุมตัวแทนสมาคมประมงเพื่อเรียกร้องรัฐบาลแก้ปัญหาราคาสัตว์น้ำที่กำลังตกต่ำ

ขณะที่รัฐบาลออกมาป่าวประกาศ ข้าวหอมมะลิราคาพุ่งตันละ 15,000-17,000 บาท แต่กลับมีเสียงท้วงติงจาก “สุเทพ คงมาก” นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย บอกว่า ราคาข้าวหอมมะลิที่สูงขึ้นไม่ได้เกิดจากกลไกทางการตลาดปกติ แต่เนื่องจากผลผลิตออกมาน้อย เพราะช่วงต้นฤดูการผลิตประสบภาวะภัยแล้ง ปลายฤดูการผลิตเกิดภาวะฝนตกหนัก ทำให้ผลผลิตข้าวหอมมะลิในปีนี้น้อยลงกว่าปกติ พ่อค้าข้าวและโรงสีต่างแย่งกันรับซื้อข้าวอย่างคึกคัก

ตกลงแล้วราคาข้าวไม่ใช่ฝีมือบริหารจัดการของรัฐบาล แต่เป็นเพราะกลไกตลาด ในขณะที่ราคาข้าวนาปรังตอนนี้ราคาตกถูกกดเหลือเพียง ตันละ 6,000-6,200 บาท จึงเรียกร้องรัฐบาลมาช่วยพยุงบ้าง
วันนี้รัฐบาลลองหันไปฟังคำพูดภาคเอกชน อย่ามัวไปสนใจสำนักงานเศรษฐกิจการคลังที่กำลังขับเคี่ยวคัดง้างตัวเลขกับธนาคารแห่งประเทศไทยปมเศรษฐกิจฟื้นหรือไม่ฟื้น